ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 346 ข่าวแพร่กระจาย
ตัอนที่เนี่ยเทียนกลับมาถึงเทือกเขาฮว้านคงก็พบว่าถึงแม้ผู่้ฝึก ลมปราณจากฝึ่ายตั่างๆ จะยังคงตัามหาเกราะมังกรเพลิงตั่อ ทว่าความ กระตัือรือร้นกลับลดลงไปไม่น้อย
ช่วงที่ผ่่านมานี้ สามขั้วอิทธิพลที่มีกะโหลกเลือด เปลวอัคคีและ เดือนดับเป็นผู่้นำา รวมไปถึงนักล่าจำานวนมาก บวกกับผู่้ที่มาตัามหาเพียง
ลำาพังตั่างก็ไม่พบร่องรอยการปรากฏตััวอีกครั้งของอาวุธล้ำาค่าเชื่อมโยง วิญญาณ
นานวันเข้า คนมากมายก็ไม่อยากจะเสียเวลาอีกตั่อไป
กลุ่มของกะโหลกเลือดที่เปียมล้นไปด้วยความกระตัือรือร้นจึง ถอนกำาลังออกจากเขตัอิทธิพลของเปลวอัคคี
เมื่อเดินออกมาจากเขตัอิทธิพลของเปลวอัคคีจนถึง จุดศูนย์กลางของเทือกเขาฮว้านคง หลี่หลางเฟิงก็หยุดชะงักแล้วเอ่ยว่า “แยกกันตัรงนี้เถอะ”
ตัลอดเวลาสิบกว่าวันที่ผ่่านมา อาการบาดเจ็บบนร่างของทุก คนได้ทยอยกันฟื้นตััวแล้ว
บาดแผ่ลสาหัสที่เกิดจากการตั่อสู้กับหนิงหยางของเนี่ยเทียน เมื่อได้จิงชี่พืชหญ้าและเนื้อสัตัว์วิเศษจำานวนมากมาชดเชยก็ได้ประสาน ตััวจนหายดีแล้ว
แม้แตั่มหาสมุทรวิญญาณจุดตัันเถียนของเขาก็ยังมีปราณ วิญญาณตั่างธาตัุเปียมล้น
กลับกลายเป็นหลี่หลางเฟิงเสียอีกที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่ฟื้นตััว กลับคืนสู่สภาวะพรั่งพร้อมสูงสุดหลังตั่อสู้กับอสูรกายตันนั้น
เนี่ยเทียน เผ่ยฉีฉีและเซวียหลงตั่างก็เป็นขุนนางตั่างถิ่นของ กะโหลกเลือด ทว่าเขากลับเป็นคนของเดือนดับ
เนี่ยเทียนสามคนตั่างก็รีบร้อนกลับเมืองโพ่เมี่ย แน่นอนว่าย่อม ไม่เหมาะที่เขาจะตัิดตัามไปด้วย
“ข้อตักลงระหว่างท่านและทางฝึ่ายนั้นคืออะไร?” เนี่ยเทียน ถามขึ้นกะทันหัน
เขารู้ว่าที่หลี่หลางเฟิงรับปากช่วยเขาช่วงชิงเอาตัราประทับ สะเก็ดดาวดวงที่สามมาจากมือของหนิงหยางย่อมเป็นเพราะมีข้อตักลง ร่วมกับพรรคคิชฌกูฎ
ข้อตักลงนั้นก็คือให้เขาสร้างลูกปราณวิญญาณมาช่วยหลี่หลา งเฟิงดูดซับปราณพิษจากเผ่่าทมิฬให้เร็วมากขึ้น
“ข้อตักลงอะไร?” เผ่ยฉีฉีถามด้วยความสงสัย
ในบรรดาคนทั้งสี่ มีเพียงนางเท่านั้นที่ไม่รู้ว่าที่หลี่หลางเฟิงและ เซวียหลงยินดีช่วยเหลือเนี่ยเทียนเพราะมีการตัิดตั่อกับพรรคคิชฌกูฎ
“ตัามข้อตักลง เจ้าตั้องช่วยข้าสามเดือน” หลี่หลางเฟิงไม่ได้ ตัอบคำาถามเผ่ยฉีฉี แตั่หันมามองเนี่ยเทียนแล้วตัอบว่า “แตั่ว่าตัอนนี้ข้า ฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญแล้ว ในระยะเวลาสั้นๆ นี้จึงยังไม่รีบร้อนที่จะเพิ่มพลัง ให้สูงขึ้น สิ่งที่ข้าตั้องทำาในตัอนนี้ก็คือรักษาขอบเขตัให้มั่นคง ทำาความ เข้าใจกับความตั่างระหว่างเขตัสามัญกับตั้นสวรรค์ เพื่อฝึกใช้พลังจิตั วิญญาณได้เชี่ยวชาญขึ้น”
เนี่ยเทียนขบคิดอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เมื่อ ถึงเวลาที่ท่านตั้องการข้า ท่านก็มาหาข้าแล้วกัน”
หลี่หลางเฟิงอึ้งงัน “ข้ารู้สึกว่าเจ้าควรจะรีบกลับไปที่อาณาจักร หลีเทียนมากกว่า”
“ถูกตั้อง” เซวียหลงเองก็เอ่ยเสนอแนะด้วยสีหน้าจริงจัง “ใน เมื่อเจ้าได้ตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงมาครอบครองแล้ว ตัามคำา บอกของเจ้า ในเมื่อตัอนนี้เจ้ามีความสามารถที่จะปิดผ่นึกรอยแยกห้วงมิตัิ ซึ่งเปิดออกในอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักร เชียนแจวนแล้วก็ควรจะรีบลงมือโดยเร็ว รอยแยกห้วงมิตัิทั้งสามนั้นเริ่มมี ปราณปีศาจรั่วไหลออกมาแล้ว ใครก็ไม่รู้ว่าภูตัผ่ีปีศาจจะบุกมารุกรานเมื่อ ไหร่”
“ยิ่งปิดรอยแยกห้วงมิตัิทั้งสามได้เร็วก็ยิ่งช่วยสถานการณ์ของ ดินแดนดาวตักได้มาก จะอย่างไรภูตัผ่ีปีศาจก็เป็นคนตั่างเผ่่า และเป็นภัย ร้ายสำาหรับพวกเราตัลอดกาล”
“ยิ่งตัอนนี้ที่แม้แตั่อสูรกายก็ยังเริ่มเหยียบเข้ามาในอาณาจักร เลี่ยคงด้วยแล้ว!”
“การเข้ามาของอสูรกายบางทีอาจมีความเกี่ยวข้องกับภูตัผ่ี ปีศาจ! ไม่รู้ว่าทำาไมข้าถึงได้รู้สึกว่าการมาเยือนของอสูรกายตันนั้นจะตั้อง ชักนำาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!”
ได้ยินเซวียหลงกล่าวเช่นนี้เนี่ยเทียนก็เงียบงันไปครู่ ก่อนจะพยัก หน้าแล้วกล่าวว่า “ข้าควรจะรีบกลับอาณาจักรหลีเทียนให้เร็วที่สุดจริงๆ นั่นแหละ แตั่ว่าข้าจะยังกลับมาอาณาจักรเลี่ยคงอีก”
“ทำาไมล่ะ?” หลี่หลางเฟิงกล่าวด้วยความตักใจระคนแปลกใจ
ปัญหาข้อนี้เนี่ยเทียนไม่ได้ตัอบ
เขาแค่รู้สึกว่าพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัที่มีหินอุกกาบาตัตักลงมา อย่างตั่อเนื่องน่าจะมีความเกี่ยวข้องที่ลึกซึ้งกับพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาว
ก่อนหน้านี้เขาเคยใช้พลังจิตัไปตัรวจสอบก็รู้ว่าจุดลึกใตั้ดินของ พื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัมีความลับซุกซ่อนอยู่
เขาเชื่อว่าความลับนั้นมีเพียงเขาที่เป็นผู่้สืบทอดจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเท่านั้นถึงจะสามารถไขมันออกได้
น่าเสียดายที่ขอบเขตัของเขาในตัอนนี้ตั่ำาเกินไป ทั้งพลังจิตัก็ยัง ไม่แปรสภาพมาเป็นพลังจิตัวิญญาณจึงไม่สามารถสืบเสาะค้นหาความลับ นั้นได้
ทว่าเมื่อขอบเขตัของเขาเพิ่มสูงขึ้น เมื่อความเข้าใจที่เขามาตั่อ ตัราประทับสะเก็ดดาวลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขายังจะมาที่นี่เพื่อไขความลับที่อยู่ ใตั้ดินให้กระจ่างแจ้ง
“เจ้ามีเหตัุผ่ลของเจ้า” หลี่หลางเฟิงพยักหน้า ไม่ได้รู้สึกอารมณ์ เสียเพราะเขาไม่ตัอบคำาถาม “เจ้าช่วยให้ข้าเหยียบเข้าสู่เขตัสามัญได้ใน ช่วงระยะเวลาสั้นๆ อีกทั้งยังตั้องเผ่าผ่ลาญพลังของเจ้าเป็นค่าตัอบแทน น้ำาใจครั้งนี้…ข้ารับไว้แล้ว วันหน้าหากเจอกับเรื่องยุ่งยากใด หรือตั้องการ ฆ่าใคร เจ้าก็มาหาข้าได้”
“ไม่ว่าอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงหรืออาณาจักรอื่น ข้าก็จะช่วยเจ้า ครั้งหนึ่ง”
“ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนประสานมือขอบคุณด้วยความจริงจัง แล้วจึงพูดตั่อทันทีว่า “หากท่านตั้องการปราณพิษร้ายของเผ่่าทมิฬเพื่อ เพิ่มพลังให้สูงขึ้น หากข้าอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ท่านก็มาหาข้าได้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ตักลงตัามนี้ก่อนแล้วกัน” หลี่หลางเฟิงโบกมือ ก่อนจะแยกจากไปเพียงลำาพัง
“หลี่หลางเฟิงผู่้นี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ” เมื่อเงาร่างของเขาหาย ไป เซวียหลงถึงได้พึมพำาเบาๆ “เป็นศัตัรูกับเขาย่อมไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ แตั่ หากได้รับการยอมรับจากเขา ได้รับการปฏิบัตัิเฉกเช่นมิตัรสหายจากเขาก็ ถือเป็นเรื่องที่โชคดีอย่างยิ่ง!”
“ไปฐานที่ตัั้งของกะโหลกเลือดกันเถอะ” เผ่ยฉีฉีกล่าวด้วยน้ำา เสียงราบเรียบ
“อืม”
หลังจากนั้นคนทั้งสามก็เดินทางตั่อไปในเทือกเขาฮว้านคง
เมื่อพวกเขามาถึงฐานที่ตัั้งของกะโหลกเลือดในเทือกเขาฮว้าน คง กูนอวี่ก็กล่าวขึ้นด้วยความตักใจเกินเหตัุ “พวกเจ้าไปไหนกันมา?”
“ไปทางทิศตัะวันออกของซากปรักหักพัง” เซวียหลงกล่าว
“ทิศตัะวันออกของซากปรักหักพัง!” กูนอวี่ตัะลึงพรึงเพริด รีบ กล่าวตั่อว่า “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางทิศตัะวันออก ของซากปรักหักพังมีอสูรกายเผ่ยตััว?”
เนี่ยเทียนอึ้งงัน “ท่านได้รับข่าวด้วยหรือ?”
“มีอสูรกายปรากฏตััวจริงๆ รึ?” กูนอวี๋แตักตัื่น
เขาเพ่งมองอย่างละเอียด เมื่อพบว่าสีหน้าของเซวียหลง เผ่ยฉีฉี และเนี่ยเทียนสามคนตั่างก็ผ่ิดปกตัิ กูนอวี่ก็พลันตัระหนักได้ว่าข่าวที่ได้รับ เป็นเรื่องจริง
เขาจึงอธิบายตั่อทันทีว่า “เมื่อห้าวันก่อน เปลวอัคคีส่งข่าวมา จากซากปรักหักพังว่ามีอสูรกายเยื้องกรายมาเยือน จุดที่อสูรกายปรากฏ ตััวก็คือพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางทิศตัะวันออกของซากปรักหักพัง! แรก เริ่มมีอสูรกายเพียงตันเดียว ซึ่งอสูรกายตันนั้นกำาลังตั่อสู้กับหลี่หลางเฟิง ขุนนางตั่างถิ่นของเดือนดับ”
“ตัอนที่ผู่้แข็งแกร่งของเปลวอัคคีตัามไปถึง หลี่หลางเฟิงก็บาด เจ็บสาหัสแล้ว! แถมขนาดหลี่หลางเฟิงที่ฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญแล้วก็ยังถูก อสูรกายตันนั้นเล่นงานจนเจ็บหนัก!”
“ผู่้แข็งแกร่งสองคนของเปลวอัคคีร่วมมือกันโจมตัีอสูรกายตัน นั้น ทั้งสองฝึ่ายประมือกันอยู่พักหนึ่งก็มีหินอุกกาบาตัอีกสองก้อนตักลงมา จากนอกอาณาจักร แล้วก็มีอสูรกายอีกสองตันโผ่ล่ออกมา!”
“สองคนของเปลวอัคคีจึงรีบถอนกำาลังกลับไปยังซากปรักหักพัง ไม่นานหลังจากนั้นกองกำาลังหลักของเปลวอัคคีก็เริ่มมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ ตั้องห้ามแห่งชีวิตัเพื่อตัามหาอสูรกายทั้งสามตัน”
“ทว่าอสูรกายทั้งสามกลับหายตััวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่รู้ว่าหาย ไปไหน”
“เรื่องนี้ใหญ่มาก เปลวอัคคีก็กังวลว่าอาณาจักรเลี่ยคงจะเกิด ความโกลาหลครั้งใหญ่จึงแพร่ข่าวนี้มาให้กับกะโหลกเลือดของเราและ ทางฝึ่ายของเดือนดับได้รับรู้”
“พวกเราสามฝึ่ายจึงได้ข้อตักลงร่วมกันชั่วคราวว่าจะห้ามปราม ไม่ให้คนที่อยู่ใตั้บังคับบัญชาเปิดศึกตั่อกัน”
“…”
กูนอวี่เล่าข่าวที่เขาได้รับมารวมไปถึงสถานการณ์ล่าสุดให้กับทุก คนฟังอย่างไม่ขาดตัก
“ท่านลุงกู่ ข้ากับหัวเทียนกลับไปเมืองโพ่เมี่ยก่อนนะ” เผ่ยฉีฉีไม่ ได้สนใจมากนัก นางกล่าวแค่ว่า “หากท่านมีอะไรอยากถามก็ท่านถามลุง เซวียแล้วกัน”
“ก็ดี” กูนอวี่พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะสั่งคนให้พาตััวพวกเขาไป ที่ค่ายกลเพื่อเดินทางกลับเมืองโพ่เมี่ย
ส่วนเขากับเซวียหลงก็เริ่มพูคคุยกันเรื่องที่อสูรกายปรากฏ ตััวอย่างจริงจัง เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้สึกว่าการปรากฏตััวของอสูรกายนั้น สำาคัญยิ่งกว่าเรื่องใดๆ
“ฟิ้ว!”
ไม่นานนัก เนี่ยเทียนและเผ่ยฉีฉีก็กลับมาถึงเมืองโพ่เมี่ยผ่่านทาง ค่ายกลนำาส่งแห่งมิตัิของกะโหลกเลือด
เช้าตัรู่
คนทั้งสองเดินอยู่บนถนนที่เงียบสงัด แล้วอยู่ๆ เผ่ยฉีฉีก็เอ่ยขึ้น มาว่า “เจ้าจะกลับอาณาจักรหลีเทียนแล้วใช่ไหม?”
“อืม” เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ข้ามาจากอาณาจักรหลีเทียน ช่วงที่ผ่่านมานี้ที่นั่นประสบภัยพิบัตัิมากมาย ตัอนนี้มีรอยแยกห้วงมิตัิแห่ง หนึ่งเปิดออกและมีปราณปีศาจรั่วไหลอยู่ตัลอดเวลา นานวันเข้า อาณาจักรหลีเทียนจะถูกพิษร้ายของปราณปีศาจกลืนกินจนเผ่่ามนุษย์มิ
อาจใช้ชีวิตัอยู่ได้อีก ในเมื่อข้าได้ตัราประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงมาแล้ว ก็มีหน้าที่ที่จะตั้องปิดผ่นึกรอยแยกห้วงมิตัินั้นใหม่อีกครั้ง”
“ข้าเข้าใจแล้ว” เผ่ยฉีฉีเอ่ยเสียงแผ่่วเบา
จากนั้นนางก็เงียบงันไปตัลอดทาง จนกระทั่งใกล้จะถึงที่พัก นางก็พลันกล่าวขึ้นว่า “หากไม่ถือสา ข้าเองก็อยากไปอาณาจักรหลีเทียน เหมือนกัน”
“ทำาไมล่ะ?” เนี่ยเทียนแปลกใจ
“ข้าฝึกเวทลับห้วงมิตัิ ตัอนนี้เพิ่งจะเหยียบเข้าสู่ขั้นตั้นสวรรค์ไม่ นาน จำาเป็นตั้องขัดเกลาประสบการณ์” เผ่ยฉีฉีสีหน้าเป็นธรรมชาตัิ “รอย แยกห้วงมิตัิที่เปิดออกเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรของภูตัผ่ีปีศาจ เดิมทีก็มี ความมหัศจรรย์อยู่แล้ว ค่ายกลลึกลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้ง เอาไว้ยังสามารถปิดผ่นึกรอยแยกห้วงมิตัิได้ นั่นจึงยิ่งเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ เข้าไปใหญ่”
“ข้าอยากจะไปดูรอยแยกห้วงมิตัินั่น อยากทำาความเข้าใจกับ ความลึกลับมหัศจรรย์ของพลังห้วงมิตัิในขณะที่เจ้าปิดผ่นึกมัน”
นางให้คำาตัอบที่สมเหตัุสมผ่ล
“ไม่มีปัญหา” เนี่ยเทียนจึงตัอบรับอย่างไม่คิดมาก