ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 347 ผู่้ที่รออยู่
ขณะที่เนี่ยเทียนรับปากว่าจะพาเผ่ยฉีฉีกลับไปยังอาณาจักรหลี เทียนพร้อมกันนั้น เขาก็มองเห็นว่าดวงตัาคู่งามของเผ่ยฉีฉีเปล่งประกาย สุกใส
เขาสามารถสัมผ่ัสได้ถึงความดีใจเสี้ยวหนึ่งของนาง
แตั่เพียงแค่ครู่เดียว เผ่ยฉีฉีก็กลับคืนสู่ความเฉยชาเฉกเช่นปกตัิ ราวกับคนที่ไม่แยแสสิ่งใด
“หัวเทียน ฉีฉี”
คนทั้งสองเพิ่งจะเข้ามาในลานที่พักก็มองเห็นคนผู่้หนึ่งที่มอง มายังพวกเขาด้วยรอยยิ้มทันที
“ท่านหัว!”
เนี่ยเทียนและเผ่ยฉีฉีร้องอุทานด้วยความดีใจขึ้นมาพร้อมกัน
มุมปากของหัวมู่ยกยิ้ม ข้างกายเขายังมีหูหรงแห่งพรรคคิชกูฎ ยืนอยู่ด้วย ดูเหมือนว่าคนทั้งคู่จะมายืนรออยู่นานแล้ว
“ศิษย์พี่หญิง ในที่สุดท่านก็กลับมาได้เสียที!” หลีเหย่เองก็ตัาม มาเพราะได้ยินเสียง
เขาแตักตั่างไปจากก่อนหน้านี้ หลีเหย่ในยามนี้หน้าตัาสดใส ผ่ม หวีเป็นทรงเรียบร้อย อาภรณ์ตัลอดเรือนกายก็สะอาดเอี่ยม อีกทั้งเขาก็ไม่ ได้ดื่มเหล้า ทั้งหน้าตัาและท่าทางราวกับเพิ่งถูกแปรสภาพ
“เจ้าฝึ่าทะลุสู่ตั้นสวรรค์แล้วรึ?” เผ่ยฉีฉีเอ่ยด้วยความตักใจ ระคนแปลกใจ
“ฮ่าๆ!” หลี่เหย่แหงนหน้าแผ่ดเสียงหัวเราะ “ศิษย์พี่หญิง ท่าน ก็รู้นี่น่าว่าการฝึ่าทะลุขอบเขตัของข้ามักจะเกี่ยวข้องกับการหลอมอาวุธ เสมอ ขอแค่ข้าสร้างอาวุธวิเศษที่ตััวเองพอใจออกมาได้สำาเร็จก็จะสามารถ ฝึ่าทะลุขอบเขตัได้อย่างราบรื่น วิถีของข้าก็คือการหลอมอาวุธ อาวุธวิเศษ ที่หลอมออกมาแล้วทำาให้ตััวเองพอใจ!”
“อาวุธวิเศษชิ้นนั้นของหัวเทียน เจ้าหลอมเสร็จแล้วรึ” เผ่ยฉีฉี เองก็มีสีหน้าตัื่นเตั้น
“แน่นอน!” หลีเหย่พยักหน้ารับตัิดตั่อกัน “ก็เพราะว่าอาวุธชิ้น นั้นของเนี่ยเทียนซับซ้อนมากเกินไป ระหว่างที่ข้าหลอมจึงบรรลุวิธีการ หลอมอาวุธใหม่ๆ อีกมากมายถึงได้ทำาให้ข้าฝึ่าทะลุสู่ขั้นตั้นสวรรค์ได้อย่าง ราบรื่นอย่างไรล่ะ!”
“หัวเทียนเอนยหัวเทียน ข้ายังตั้องขอบคุณเจ้าด้วยนะเนี่ย!”
“ไอ้หนู เจ้าใช้ได้เลย” หัวมู่กล่าวกับหลีเหย่ด้วยรอยยิ้ม “ความ สนใจของเจ้าหากไม่อยู่ที่การหลอมอาวุธ แตั่เปลี่ยนมามุ่งมั่นฝึกบำาเพ็ญ ตับะ ข้าก็เชื่อว่าคงมีแค่ไม่กี่คนที่มีพรสวรรค์เทียบเคียงกับเจ้าได้ ตั่อให้ เป็นพวกผู่้ฝึกวิชาเปลวเพลิงของวิมานสวรรค์ก็ยังไม่มีความสามารถน่า ตัะลึงเช่นเจ้า”
“ชมเกินไปแล้ว ท่านหัวชมกันเกินไปแล้ว” หลีเหย่กล่าวพร้อม หัวเราะคิกคัก
ระหว่างที่พูดเขาก็หมายจะหยิบเอาอาวุธวิเศษที่หลอมให้เนี่ย เทียนออกมา ทว่าหัวมู่กลับโบกมือแล้วพูดว่า “ไม่รีบร้อน ข้าและหัวเทียน มีเรื่องสำาคัญตั้องพูดคุยกัน รอคุยเสร็จแล้วเจ้าค่อยเอาอาวุธชิ้นนั้นให้เขา และอธิบายให้หัวเทียนฟังอย่างละเอียดก็แล้วกัน”
“ก็ได้” หลีเหย่กล่าวด้วยความห่อเหี่ยวเล็กน้อย
อาวุธวิเศษที่เขาหลอมขึ้นเพื่อเนี่ยเทียนโดยเฉพาะสร้างความพึง พอใจให้กับเขาอย่างยิ่งยวดจนถูกเขามองว่าเป็นผ่ลงานชิ้นเอกของเขาใน ปัจจุบันนี้!
มิฉะนั้นเขาก็คงไม่สามารถเหยียบเข้าสู่ขั้นตั้นสวรรค์ได้อย่าง ราบรื่นเพราะอาวุธชิ้นนั้น
และก็เพราะภาคภูมิใจอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงแทบอดทนรอไม่ ไหวที่จะนำาเสนอผ่ลงานของตััวเอง
“หัวเทียน เจ้าตัามข้ามา” หัวมู่กวักมือ ก่อนจะเดินนำาเนี่ยเทียน และหูหรงจากพรรคคิชฌกูฎให้เข้าไปยังห้องหินที่เขาใช้พักอาศัยในช่วงที่ ผ่่านมา
เข้ามาในห้องหินแล้ว คิ้วของหัวมู่ก็ขยับ ก่อนที่ม่านแสงสีเขียว รุบรู่ชั้นหนึ่งจะปกคลุมไปทั่วห้องหิน
ภายใตั้การอำาพรางจากม่านแสงนั้น หัวมู่มั่นใจว่าไม่ว่าใคร ก็ตัามในเมืองโพ่เมี่ยล้วนยากที่จะแอบฟังบทสนทนาระหว่างพวกเขาและ เนี่ยเทียนได้ ซึ่งรวมไปถึงไฉ่หลันแห่งกะโหลกเลือดด้วย
“ขอบพระคุณท่านลุงหูมากที่จัดตััวเซวียหลงและหลี่หลางเฟิง ไปช่วยข้า” เนี่ยเทียนโค้งตััวคำานับแสดงการขอบคุณ
ไม่มีการจัดการจากพรรคคิชฌกูฎ เซวียหลงและหลี่หลางเฟิง ย่อมไม่ใยดีเขาอย่างแน่นอน และก็เพราะเซวียหลงตัิดค้างบุญคุณของ พรรคคิชฌกูฎถึงได้รับปากจะลงแรงช่วง
หลี่หลางเฟิงเองก็ได้ข้อตักลงร่วมกับพรรคคิชฌกูฎจึงรับปาก ทำาการแลกเปลี่ยนกับเขา
“มิกล้า มิกล้า” หูหรงรีบโบกมือเป็นพัลวัน ก่อนจะหันไปพูดกับ หัวมู่ด้วยท่าทางเคารพนอบน้อม “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจตันารมณ์ของ ท่านหัว หากไม่มีท่านหัวออกหน้า ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ขอให้เซวียหลงช่วยเจ้า ข้าเป็นแค่บุคคลตััวเล็กๆ ในพรรคคิชฌกูฎเท่านั้น ทุกอย่างเป็นเพราะท่าน หัวกำาชับมาก่อนแล้ว ข้าถึงจัดการเรื่องราวได้อย่างไร้กังวล”
มองเห็นท่าทีที่หูหรงปฏิบัตัิตั่อหัวมู่ เนี่ยเทียนก็รู้ทันทีว่าก่อน หน้านี้หูหรงไม่ได้โกหก ในพรรคคิชฌกูฎ หัวมู่นั้นมีตัำาแหน่งฐานะที่สูงส่ง มากอย่างแท้จริง
“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?” หัวมู่เก็บเอารอยยิ้มกลับคืนมา สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็นเคร่งเครียด “ข้าได้รับข่าวบอกว่าในพื้นที่ตั้องห้าม แห่งชีวิตัมีอสูรกายปรากฏตััว? เจ้ากลับมาแล้วได้เจอหนิงหยางหรือไม่? หลี่หลางเฟิงไม่เป็นไรใช่ไหม?” เขาโยนข้อสงสัยที่มีอยู่ในใจออกมารวด เดียว
เขาเองก็เพิ่งจะมาถึงเมืองโพ่เมี่ยเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้
พอกลับมาก็ได้รู้จากปากหูหรงว่าเซวียหลงและหลี่หลางเฟิงให้ ความช่วยเหลือเนี่ยเทียน เพื่อเตัรียมจะไปชิงเอาตัราประทับสะเก็ดดาว ดวงที่สามมาจากร่างของหนิงหยาง
ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็รู้ข่าวจากเปลวอัคคีว่ามีอสูรกาย เยื้องกรายมาเยือนพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางฝึัยงตัะวันออกของซากปรัก หักพัง
ได้ยินมาว่ามีอสูรกายปรากฏตััว เขาจึงเป็นกังวลเรื่องความ ปลอดภัยของเนี่ยเทียนอย่างมาก กลัวว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับเนี่ยเทียน
นอกจากนี้เขาก็รู้ด้วยว่าหนิงหยางน่ากลัวเพียงใด ทั้งยังรู้สึกว่า ด้วยฝึีมือของเซวียหลงและหลี่หลางเฟิงก็ใช่ว่าจะสามารถสกัดกั้นหนิง หยางได้
“เรื่องราวซับซ้อนมาก แล้วก็อันตัรายมากด้วย…”
ไม่ว่าจะเป็นหัวมู่หรือหูหรงตั่างก็รู้ตััวตันของเขาและก็รู้สภาพ การณ์ของเขาด้วย ดังนั้นเมื่อเผ่ชิญหน้ากับคนทั้งสอง เขาจึงไม่มีความคิด จะปิดบังเรื่องใด
เขาเริ่มเล่าตัั้งแตั่การเจอกับเซวียหลงและหลี่หลางเฟิง ช่วยหลี่ หลางเฟิงฝึ่าทะลุสู่เขตัสามัญ เจอกับพวกสื่อฮุยและชิวหยาง ไปจนถึงการ
ปะทะกับอสูรกายในพื้นที่ตั้องห้ามแห่งชีวิตัทางฝึัยงตัะวันออกของซากปรัก หักพังอย่างละเอียด
นับตัั้งแตั่ที่เขาเล่าเรื่องประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน หัว เทียนและหูหรงก็ไม่ได้เปิดปากแทรกอีก แตั่รับฟังอย่างตัั้งใจ
คนทั้งสองเมื่อได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าก็แสดงท่าทีตักตัะลึงไปกับ ความเสี่ยงภัยที่เขาเผ่ชิญมา
หลังจากที่เนี่ยเทียนเล่าจบ คนทั้งสองก็เงียบไปนาน สีหน้ายังคง ตัื่นตัะลึงไม่คลาย
“เอ่อ ผู่้ที่มีขอบเขตัตั้นสวรรค์ช่วงกลางสี่คนที่มีชิวหยางเป็น หัวหน้าล้วนถูกเจ้าลอบสังหารจนหมด?” หูหรงพูดจาตัิดๆ ขัดๆ
“อืม”
“ตัราประทับสะเก็ดดาวบนร่างหนิงหยาง เจ้าก็ได้มาครอง แล้ว?”
“อืม”
“เจ้าสังหารหนิงหยางไปแล้ว?”
“อืม”
……
หูหรงเบิกตัากว้าง ทุกประโยคที่เขาถาม เนี่ยเทียนล้วนพยักหน้า เบาๆ เป็นการตัอบรับ
หลังจากที่หูหรงถามจบ คราวนี้สายตัาที่เขามองมายังเนี่ยเทียน ก็ราวกับมองเห็นภูตัผ่ีปีศาจชั่วร้าย ดูเหมือนว่าเขาจะตักตัะลึงและเหลือ เชื่อเสียยิ่งกว่าเห็นภูตัผ่ีปีศาจและอสูรกายตััวจริงปรากฏตััวเสียอีก
ส่วนหัวมู่นั้นเงียบขรึมไม่เอ่ยคำาใด
ทว่าผ่ิวหนังบนใบหน้าของเขากลับกระตัุกเบาๆ เห็นได้ชัดว่าใน ใจของเขาก็ตัะลึงพรึงเพริดไม่ตั่างไปจากหูหรง
เวลาผ่่านไปอีกนานมาก หัวมู่ถึงได้คลึงจุดไท่หยาง ( จุดไท่หยาง คือรอยบุนมตัรงขมับ โดยวัดจากจุดกึ่งกลางระหว่างหางคิ้วและหางตัามา ด้านข้างประมาณ 1 ความกว้างนิ้วมือ) ก่อนจะทอดถอนใจกล่าวว่า “เจ้า เอาตัราประทับสะเก็ดดาวสองดวงกลับมาจากประตัูสวรรค์ได้ ตัอนนั้นก็ ทำาเอาข้าตักใจแทบตัาย นึกไม่ถึงว่าความตักใจที่เจ้ามีให้ข้าจะเหนือล้ำา เกินกว่าที่ข้าจินตันาการเอาไว้มากนัก เนี่ยเทียนเอนยเนี่ยเทียน ปีนั้นข้าไม่ ได้มองคนผ่ิดไปจริงๆ หรืออาจถึงขั้นพูดได้ด้วยว่าข้าช่างโชคดีที่ได้เจอเจ้า ในเมืองเฮยอวิ๋น”
“ด้านหนึ่งเป็นเพราะโชค ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็นเพราะความ ลี้ลับมหัศจรรย์ของการสืบทอดพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว” เนี่ยเทียน ถ่อมตััว “หากไม่มีการสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ไม่มีเซวีย หลงและหลี่หลางเฟิงที่พวกท่านจัดตััวไปให้ ลำาพังเพียงแค่กำาลังของข้าคน เดียวย่อมไม่มีทางทำาได้แน่”
เขาเท่านั้นที่รู้ดีว่าพรสวรรค์ที่เกิดขึ้นใหม่ของสายเลือดแห่งชีวิตั และยังมีคาถาวิเศษที่เขาบรรลุมาจากดินแดนลึกลับนั่นตั่างหากถึงจะเป็น กุญแจสำาคัญ
ทว่าความลับในเรื่องนี้ เขายังคงซุกซ่อนเอาไว้ไม่บอกใคร
หัวมู่คลึงจุดไท่หยางของตััวเองอยู่นานมาก ย่อยข้อมูลอยู่อีกพัก ใหญ่ถึงได้พยักหน้าเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ก็ดี ก็ดี หนิงหยางตัายแล้วก็ตัาย ไป ได้ตัราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สามมาครองก็พอ สถานการณ์ด้านนอก ย่ำาแย่อย่างมาก เดิมทีข้ายังคิดจะลงมือช่วยเจ้าแย่งชิงตัราประทับสะเก็ด ดาวมาจากหนิงหยางด้วยตััวเอง”
“นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะมีความสามารถขนาดเอาตัราประทับสะเก็ด ดาวมาครองได้เอง”
“เวลาไม่คอยท่า เจ้าไปเอาอาวุธที่หลีเหย่หลอมให้มาแล้วพวก เราก็รีบไปจากที่นี่กันทันที เพื่อมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรหลีเทียน”
“ระหว่างทางข้าค่อยบอกเจ้าว่าตัอนนี้สถานการณ์ร้ายแรงแค่ ไหน”
“ตักลง” เนี่ยเทียนพยักหน้า “ข้าสามารถเดินทางได้ตัลอด เวลา”
หยุดชะงักไปครู่เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “คือว่า ข้ารับปากศิษย์พี่ หญิงเผ่ยว่าจะพานางไปที่อาณาจักรหลีเทียนด้วยกัน”
คำาพูดของเขาดังออกมา สีหน้าของหัวมู่ก็เปลี่ยนมาเป็นปั้นยาก ทันที “หัวเทียน เจ้าคงไม่ได้มีอะไรกับเผ่ยฉีฉีหรอกนะ?”
หูหรงเองก็อึ้งงัน สายตัาที่หันมามองเนี่ยเทียนเตั็มไปด้วยความ นับถือและคลุมเครือ
“ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคิดนะ” เนี่ยเทียนรีบปฏิเสธ “ศิษย์พี่หญิงเผ่ยเชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิตัิไม่ใช่หรือ? นางอยากไปที่ อาณาจักรหลีเทียนเพราะอยากจะไปดูรอยแยกห้วงมิตัิที่เปิดออก อยาก
เห็นว่าข้าปิดผ่นึกรอยแยกเช่นไร นางหวังว่าจะอาศัยสิ่งนี้มาทำาความ เข้าใจกับความลี้ลับของเวทลับห้วงมิตัิให้ลึกซึ้งมากขึ้น”
“อ้อ อย่างนี้เองหรือ” หัวมู่มีสีหน้าผ่ิดหวัง แล้วจึงพูดตั่อว่า “ข้าก็นึกว่าเจ้ากับฉีฉี เฮอๆ ฉีฉีเด็กคนนี้ไม่เลว เหมาะสมกับเจ้าไม่น้อย นางอยากไปดู พานางไปด้วยคนหนึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร”
“ขอบคุณขอรับ” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไปกันเถอะ เจ้าไปเอาอาวุธมาจากหลีเหย่แล้วพวกเราก็ออก เดินทางกันทันที เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!” หัวมู่เอ่ยเร่ง
“ได้ขอรับ”