ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 36 โลกมายามรกต
ใต้ท้องฟอาสลัวรางสีเขียว ผืนด้ินคือสีเขียวด้ำา เทือกเขา ทอด้ตัวสูงยาว
ภายใต้ภูเขาลูกหนึ่งที่ไม่รู้ชื่อลูกหนึ่ง เศษซากก้อนหิน เลมกๆ น้อยๆ กลาด้เกลื่อนไปทั่วทุกแห่ง ท่ามกลางกองหินที่ห่างออก ไปไม่ไกล สามารถมองเหมนโครงกระดู้กสัตว์วิเศษสีขาวเทาจำานวนไม่ น้อยได้้รำาไร
โครงกระดู้กเหล่านั้นมาจากสัตว์วิเศษขั้นต่ำาบางจำาพวก ผ่านการเน่าเปื่อยผุผังจากกาลเวลาอันยาวนาน พลังวิญญาณที่อยู่ ในโครงกระดู้กเหล่านั้นจึงสูญหายไปนานแล้ว ไร้ซึ่งคุณค่าใด้ๆ ใน การนำามาหลอมอาวุธ แล้วกมไม่มีใครเหลียวแลด้้วย
“ฟู่ว ฟู่ว!”
บนผนังหินเกลี้ยงเกลาแห่งหนึ่งพลันมีแสงสว่างไหลวนไป ทั่วก่อให้เกิด้คลื่นห้วงมิติที่เหมนเด้่นชัด้อย่างถึงที่สุด้
ผนังหินแห่งนั้นราวกับกลายมาเป็นกระจกด้้านหนึ่ง ด้้าน ในมีเงาร่างสั่นไหวไปมาวับๆ แวมๆ
“ซู่ๆ!”
ทันใด้นั้นเงาร่างคนที่ปรากฏอยู่ในผนังหินพลันบินออกมา ทยอยกันยืนอยู่ที่ตีนเขา
“โลกมายามรกต!”
“ที่นี่กมคือโลกมายามรกต!”
“พวกเรามาแล้ว!”
ผู้ประลองเหล่านั้นของหอหลิงเป่า หลังจากที่ทยอยกันยืน ได้้มั่นคง มองเหมนท้องฟอาสีเขียวต่างกมร้องอุทานเสียงด้ังด้้วยความตื่น เต้น
เนี่ยเทียนเองกมอยู่ในกลุ่มคน เขามองประเมินโลกมายา มรกตด้้วยความสนใจใคร่ครู่ แอบโคจรคาถาหลอมลมปราณ เพื่อ สัมผัสกับปราณวิญญาณฟอาด้ินของสถานที่แห่งนี้
เพียงแค่วินาทีเด้ียวเขากมตระหนักได้้ว่าปราณวิญญาณฟอา ด้ินของสถานที่แห่งนี้เบาบางกว่าที่เมืองเฮยอวิ๋นเยอะมาก และ สำาหรับคลื่นปราณวิญญาณที่หนาแน่นของเขาหลิงอวิ๋นกมยิ่งไม่ สามารถเทียบได้้เข้าไปใหญ่
“มิน่าล่ะ…”
เขาพึมพำาเบาๆ หนึ่งประโยค แล้วกมเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำาไมหลังจากที่สำานักหลิงอวิ๋น หอหลิงเป่า หุบเขาเทา อารามเสวียน อู้พิชิตโลกมายามรกตได้้แล้วถึงได้้ไม่ส่งคนมาอยู่ประจำาที่นี่
เพราะว่าสถานที่แห่งนี้ไม่เหมาะสมสำาหรับการฝึกบำาเพมญ ตบะในระยะยาวของผู้ฝึกลมปราณ
ผู้ฝึกลมปราณทุกคนต่างกมหวังว่าจะได้้ฝึกบำาเพมญตบะใน พื้นที่ที่มีปราณวิญญาณฟอาด้ินเข้มข้น สถานที่ศักด้ิ์สิทธิ์ที่มีปราณ วิญญาณหนาแน่น สามารถทำาให้ตบะของผู้ฝึกลมปราณเพิ่มขึ้นสูงได้้ อย่างรวด้เรมว
เนื่องจากโลกมายามรกตมีปราณวิญญาณเบาบาง ผู้ฝึก ลมปราณที่แขมงแกร่งจึงไม่เหมนมันอยู่ในสายตา
บวกกับที่สัตว์วิเศษระด้ับสูง และเผ่าพันธุ์ดุ้ร้ายของสถาน ที่แห่งนี้ที่ต่างกมถูกทั้งสี่สำานักสังหารจนหมด้สิ้นแล้ว ด้ังนั้นวัตถุวิเศษ ล้ำาค่าจึงถูกกวาด้ล้างไปจนเกลี้ยงเช่นกัน จึงทำาให้สถานที่แห่งนี้ยิ่ง ไม่มีค่าอันใด้
“หุบปากกันให้หมด้!”
อันอิ่งมองเหมนว่าผู้ที่มาเยือนเหล่านี้เอะอะเสียงด้ังไม่หยุด้ จึงอด้ไม่ไหวจนต้องตวาด้ให้หยุด้
เด้มกชายเด้มกหญิงหลายคนที่กำาลังฮึกเหิม หลังจากได้้ยินคำา พูด้ของนางกมพากันเงียบเสียงลง
“ตามข้ามา!”
อันอิ่งไม่พูด้ให้มากความ นางมองเลมงไปที่ทิศทางหนึ่งแล้ว จึงเด้ินนำาทุกคนไปทันที
“ตามมาให้หมด้!” เจิ้งรุ่ยและพันเทาจากหอหลิง เป่าต่างกมพากันออกคำาสั่งเช่นกัน
ลูกศิษย์จากตระกูลต่างๆ ที่พึ่งพาหอหลิงเป่าเหล่านั้น ก่อน ที่จะมาที่นี่กมได้้รับการกำาชับจากผู้อาวุโสในตระกูลมาแล้วว่าหากมา ถึงโลกมายามรกต ทุกอย่างต้องเชื่อฟังคำาสั่งของผู้ประลองจากหอ หลิงเป่า
และกมด้้วยเหตุนี้ เมื่อพวกอันอิ่งสามคนตะโกนสั่ง ทุกคนจึง ว่านอนสอนง่ายอย่างเหมนได้้ชัด้
เนี่ยเทียนลูบคลำาปอายคำาสั่งที่อันซืออี๋มอบให้เขา หันกลับ ไปมองผนังหินแวววาวราวกระจกครั้งหนึ่ง ไม่ได้้พูด้อะไร เด้ินตามไป เงียบๆ เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ตรงบึงน้ำา ขณะที่เขากระโด้ด้เข้ามาใน น้ำาวนกมสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่าปอายคำาสั่งในมือปลด้ปล่อยคลื่นพลัง วิญญาณที่พิเศษออกมา
ตอนนั้นเขากมรู้แล้วว่าต้องเป็นผู้ที่ครอบครองปอายคำาสั่งไว้ เท่านั้น ถึงจะสามารถข้ามผ่านน้ำาวนนั้นมาโผล่ที่โลกมายามรกตได้้
ปอายคำาสั่งนั้นกมคือกุญแจเข้าออกโลกมายามรกต
ครึ่งปีให้หลัง เขายังจำาเป็นต้องอาศัยปอายคำาสั่งนี้ลอด้ผ่าน ประตูโลกลึกลับด้้านหลังที่ราวกับกระจกนั่นกลับไปโผล่ที่บึงน้ำา
ขณะที่เด้ินตามพวกอันอิ่ง ออกห่างจากประตูโลกลึกลับที่ แปลกประหลาด้ด้้านหลัง เขากมหันกลับไปมองข้างหลังบ่อยๆ
ไม่นานเขากมองเหมนว่าตรงกลางผนังหินที่ราวกับกระจกใส ซึ่งเขามองเหมนนั้น กะพริบวาบออกมาเป็นร่างของพวกเจียงหลิงจู และเนี่ยเสียน
หลังจากที่เจียงหลิงจูเหยียบย่างเข้าสู่โลกมายามรกตแล้วกม มองไปรอบด้้าน สังเกตเหมนเนี่ยเทียนที่เด้ินตามอันอิ่งซึ่งกำาลังออก ห่างไปเรื่อยๆ
ระยะห่างหลายร้อยเมตร เขายิ้มสด้ใสให้กับเจียงหลิงจู หลังจากพยักหน้าให้น้อยๆ ในที่สุด้กมเพิ่มความเรมวของฝีเท้า เด้ินตาม ไปทันกลุ่มเลมกๆ ของหอหลิงเป่า
“พอเหมนข้ากลับวิ่งเรมวขึ้น หรือว่า…ไม่อยากไปกับพวก เรา?”
ตรงตีนเขา เจียงหลิงจูมองเหมนเงาร่างของเขาค่อยๆ หาย ลับไปจากสายตากมให้รู้สึกสงสัย ไม่เข้าใจว่าเนี่ยเทียนคิด้อะไรอยู่
ครึ่งชั่วยามต่อมา
เนี่ยเทียนเด้ินตามพวกอันอิ่ง ในที่สุด้กมอยู่ห่างจากยอด้เขา อันที่เป็นที่ตั้งของประตูโลกลึกลับแห่งนั้นมาถึงพื้นที่เปล่าเปลี่ยว รกร้างแห่งหนึ่ง
บนทุ่งหญ้ารกร้าง โครงซากกระดู้กกลาด้เกลื่อนไปทั่วพื้น ด้ิน ห้องหินสภาพผุผังมากมายตั้งอยู่อย่างโด้ด้เด้ี่ยว
ห้องหินเหล่านั้นก่อนหน้าที่จะถูกทำาลายย่อยยับ น่าจะเป็น ห้องหินที่เรียบง่ายอย่างถึงที่สุด้ ไม่มีรูปลักษณ์อะไรเป็นพิเศษ
บนพื้นด้ินสีเขียวเหลือบด้ำาที่เงียบสงัด้ เนี่ยเทียนหันไปมอง ปราด้เด้ียว นอกจากซากกระดู้กที่สามารถมองเหมนได้้ทุกที่แล้วกมคือ ห้องหินที่เอียงกะเท่เร่เหล่านั้น
ความรู้สึกโด้ด้เด้ี่ยวหนาวเยมนระลอกหนึ่งเพิ่มขึ้นสูงขึ้นมาก ลางใจของเขา เส้นสายตาของเขากวาด้มองไปบนเศษหินและโครง กระดู้กเหล่านั้น รู้ว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะเคยเป็นที่ตั้งรกรากของเผ่า พันธุ์สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญา
ขณะที่เขากำาลังครุ่นคิด้อยู่นั้น อันอิ่งยกเท้าออกจากกอง ซากกระดู้กแห่งหนึ่ง นั่งแหมะลงไปบนก้อนหินสีด้ำาขนาด้เท่าแท่น ของโม่หินแห่งหนึ่ง
อันอิ่งหันกลับมา บอกเป็นนัยว่าให้พวกผู้เข้าร่วมการ ประลองเข้ามาใกล้นาง เหมนได้้ชัด้ว่ามีเรื่องต้องการสั่งความ
เนี่ยเทียนไม่ได้้ขัด้คำาสั่ง เขาเองกมอยากรู้เหมือนกันว่านาง จะพูด้อะไร จึงเข้าไปใกล้นางพร้อมกับผู้เข้าร่วมการประลองเหล่านั้น
รอจนผู้ประลองทั้งสิบสี่คนล้วนมารวมตัวกันอยู่ข้างกาย นางแล้ว อันอิ่งถึงได้้กระแอมไอ กล่าวด้้วยเสียงด้ังกังวาน: “เผ่า ดุ้ร้ายของโลกมายามรกต รวมไปถึงสัตว์วิเศษระด้ับสูงถูกฆ่าทิ้งไป หมด้แล้ว จุด้ที่พวกเราอยู่กันตอนนี้น่าจะเป็นพื้นที่ในการด้ำารงชีวิต ของคนต่างเผ่านั่น ข้าได้้ยินมาว่าตอนกำาจัด้คนต่างเผ่าเหล่านั้น ทั้งสี่ สำานักเองกมีคนตายไปไม่น้อย”
“ยังด้ีที่ทุกอย่างล้วนยุติไปแล้ว โลกมายามรกตได้้กลายมา เป็นโลกลึกลับส่วนตัวของหอหลิงเป่าเรา”
“ในโลกมายามรกต เผ่าพันธุ์ดุ้ร้ายน่าจะไม่เหลืออยู่แม้แต่ คนเด้ียว สิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่มีเพียงสัตว์วิเศษระด้ับต่ำาเหล่านั้น”
“ตอนที่มาผู้อาวุโสกมบอกกับข้าแล้วว่า สัตว์วิเศษระด้ับ หนึ่งของโลกมายามรกตในทุกวันนี้ยังมีอยู่เยอะมาก ทว่าสัตว์วิเศษที่ อยู่ในระด้ับสองมีเพียงแค่สี่ตัวเท่านั้น!”
“สัตว์วิเศษระด้ับสองสี่ตัวนั่นมีความสามารถเทียบเคียงได้้ กับผู้ฝึกลมปราณท้ายสวรรค์ช่วงต้น พวกมัน…กมคือเปอาหมายในการ ลงมือครั้งนี้ของพวกเรา”
“เพื่อการประลองครั้งนี้ ทั้งสี่สำานักต่างกมเอาของรางวัล ออกมาล่อ หอหลิงเป่าของพวกเรามอบโอสถบรรลุสวรรค์ให้เมมด้หนึ่ง โอสถบรรลุสวรรค์สามารถช่วยให้พวกเราที่อยู่ในขอบเขตหลอม ลมปราณ ได้้บรรลุถึงสภาพทางอารมณ์ของสามขอบเขตอย่างท้าย สวรรค์ กลางสวรรค์ ต้นสวรรค์ ทำาให้พวกเราที่อยู่ในขอบเขตหลอม ลมปราณสามารถเหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขตท้ายสวรรค์ได้้ง่ายมาก ขึ้น”
“ไม่เพียงเท่านี้ การบรรลุที่ได้้จากโอสถบรรลุสวรรค์ ยังมี ประโยชน์อย่างมากในการช่วยพวกเราให้เลื่อนไปถึงขั้นกลางสวรรค์ และต้นสวรรค์ด้้วย”
“สำาหรับพวกเราแล้ว โอสถบรรลุสวรรค์ล้ำาค่ามาก ในหอ หลิงเป่าของเรา โอสถบรรลุสวรรค์เองกมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ครั้งนี้ใน ฐานะที่สำานักเป็นผู้จัด้การประลอง จึงลงทุนครั้งใหญ่อย่างแท้จริง”
ใบหน้าเลมกๆ ของอันอิ่งอธิบายอย่างจริงจัง
“โอสถบรรลุสวรรค์! โอสถบรรลุสวรรค์จริงๆ หรือ!”
“สำานักให้ความสำาคัญกับการประลองครั้งนี้มากจริงๆ โอสถบรรลุสวรรค์สำาหรับพวกเราที่อยู่ในขอบเขตหลอมลมปราณ แล้ว ช่างเป็นสมบัติล้ำาค่ายิ่งนัก!”
“ด้ีเหลือเกินแล้ว!”
นอกจากเจิ้งรุ่ยและพันเทาที่รู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ผู้ ประลองของแต่ละตระกูลที่เหลือต่างกมอารมณ์ดุ้เด้ือด้ ด้วงตาโชนแสง ร้อนแรง
เนี่ยเทียนเองกมแอบใจเต้นอยู่กับตัวเอง
เขาเองกมเคยได้้ยินชื่อโอสถบรรลุสวรรค์เหมือนกัน รู้ว่า ตอนที่ผู้ฝึกสายบูาขั้นหลอมลมปราณหลอมโอสถบรรลุสวรรค์ จะ สามารถบรรลุถึงสภาพจิตใจของสามขอบเขตอย่างท้ายสวรรค์ กลาง สวรรค์ ต้นสวรรค์ได้้ในระยะเวลาอันสั้น
หากหลอมลมปราณเก้าคิด้จะเลื่อนขั้นสู่ท้ายสวรรค์ ไม่ เพียงแต่ต้องมีการสะสมพลังวิญญาณ ยังจำาเป็นต้องมีสภาพจิตใจที่ เหมาะสมด้้วย
ท้ายสวรรค์เข้าสู่กลางสวรรค์ กลางสวรรค์เลื่อนไปถึงต้น สวรรค์ต่างกมต้องบรรลุถึงสภาพจิตใจ อาศัยแค่เพียงความเข้มข้นของ พลังวิญญาณเพียงอย่างเด้ียวนั้นไม่เพียงพอ
โอสถบรรลุสวรรค์เมมด้หนึ่งสามารถทำาให้พวกเขาที่อยู่ใน ขั้นหลอมลมปราณ ต่างกมได้้รับผลประโยชน์จากขอบเขตสามสวรรค์ ได้้ภายหลัง จึงเหมนได้้ว่าโอสถบรรลุสวรรค์ล้ำาค่าและหายากอย่างยิ่ง
“ของรางวัลที่ล้ำาค่าที่สุด้ย่อมเป็นโอสถบรรลุสวรรค์ของสำา นักหลิงเป่าเรา” มองเหมนว่าทุกคนต่างกมแสด้งออกถึงความตื่นเต้น ยากจะระงับอารมณ์ได้้ อันอิ่งกมพยักหน้าน้อยๆ พูด้อีกว่า: “นอกจาก นี้ สำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา และอารามเสวียนอู้ต่างกมอบอาวุธ วิเศษขั้นกลางสามอย่าง อาวุธสามอย่างนั้น แน่นอนว่าย่อมด้้อยกว่า โอสถบรรลุสวรรค์เลมกน้อย แต่หากผู้ที่เหมาะสมได้้รับมันไปกมถือเป็น ของล้ำาค่าที่ราคาไม่ธรรมด้าเช่นกัน”
“สัตว์วิเศษระด้ับสองที่มีเพียงสี่ตัวในโลกมายามรกตนั้น สอด้คล้องกับของวิเศษสี่ชิ้น ตัด้หัวสัตว์วิเศษระด้ับสองได้้หนึ่งตัว พา ออกไปจากโลกมายามรกตกมเอาไปแลกของวิเศษได้้หนึ่งชิ้น”
“สัตว์วิเศษที่ร้ายกาจที่สุด้คืองูเหลือมน้ำาแขมงตัวหนึ่ง มี เพียงหัวของมันเท่านั้นถึงจะแลกเอาโอสถบรรลุสวรรค์มาได้้!”
อันอิ่งเงยหน้า ใบหน้าเลมกๆ เตมไปด้้วยความภาคภูมิใจ “หอหลิงเป่าของพวกเราคือเจ้าภาพในการจัด้งานประลอง จำานวน คนที่เข้าร่วมการประลองมีมากที่สุด้ ภารกิจที่สำานักมอบให้กับพวก เรากมคือตัด้หัวงูเหลือมนั่น”
“แต่ที่ข้าต้องการไม่ใช่เพียงแค่หัวของงูเหลือมตัวนั้น แต่ เป็นสัตว์วิเศษระด้ับสองทุกตัว!”
“การประลองในโลกมายามรกตครั้งนี้ สัตว์วิเศษระด้ับสอง สี่ตัวนั้น ทางที่ด้ีที่สุด้พวกเราควรฆ่ามันให้หมด้ หากเราทำาไม่ได้้ พวก เรากมไปแย่งคนอื่นมา ต้องเอาหัวของสัตว์วิเศษทั้งสี่ตัวมาครอบครอง ให้ได้้!”
“โอสถบรรลุสวรรค์ แน่นอนว่าต้องเป็นของข้า พวกเจ้า อย่าได้้คิด้ฝันว่าจะได้้มัน!”
“ของวิเศษสามชิ้นที่เหลือ ข้าจะจัด้สรรตามความสามารถ ของพวกเจ้าที่แสด้งออก”
“จำาเอาไว้ว่า! มีเพียงเอาหัวของสัตว์วิเศษระด้ับสองทุกตัว มาได้้เท่านั้น พวกเจ้าถึงจะมีสิทธิ์ได้้รับอาวุธวิเศษสามชิ้นที่เหลือ!”