ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 352 ข้ามาส่งเจ้าเดินทางไปยมโลก!
นี่เป็นครั้งแรกที่เนี่ยเทียนใช้ดาราเพลิงกาฬ
หลังจากที่ใช้คาถาดาวเปล่งประกายเคลื่อนที่มาอยู่ด้านหลังหยวนเฝิง ชุนเขาก็เรียกเอาดาราเพลิงกาฬออกมา ก่อนจะกรอกเทพลังวิญญาณ พลังเปลวเพลิง พลังพืชหญ้า พลังดวงดาวเข้าไปในดาราเพลิงกาฬทีละนิด ทันใดนั้นดาราเพลิงกาฬก็ปลดปล่อยแสงเปลวไฟพร่างพราวออกมา
ตัวดาบของดาราเพลิงกาฬมีดวงดาวเล็กละเอียดหลายดวงเปล่งวาบ ขึ้น
พลังงานต่างธาตุในร่างของเขาว่ายวนอย่างรวดเร็วอยู่ในภาพค่ายกล วิเศษของดาราเพลิงกาฬ พลังงานเป็นกลุ่มๆ เมื่อเข้าไปเพิ่มอยู่ในภาพ ค่ายกลวิเศษก็คล้ายน้ำท่วมที่ไหลกรากไปยังปลายดาบ
“ฟูุว!”
ปลายแหลมคมของดาราเพลิงกาฬ มีเปลวเพลิงที่สอดแทรกไปด้วย สะเก็ดแสงดาวแลบปลาบออกมา
หยวนเฝิงชุนที่กำลังบีบคั้นอันหรงอย่างไม่ลดละพลันสัมผัสได้ถึง ปราณแห่งความตายจึงกระตุ้นใช้พลังแผ่นดินทันที
ด้านหลังของเขาไม่เพียงแต่มีม่านแสงสีดินก่อตัวขึ้นมาในพริบตา เลือดเนื้อเบื้องใต้อาภรณ์ของเขาก็เปี่ยมล้นไปด้วยพลังวิญญาณสีเทา เหลืองที่เปล่งวาบ
“ตูม!”
วินาทีที่ม่านแสงสีเหลืองเหมือนดินปะทะกับแสงดาบดาราเพลิงกาฬก็ พลันแตกกระจาย
“สวบ!”
ดาราเพลิงกาฬแทงทะลุเข้ามาในเลือดเนื้อของหยวนเฝิงชุน พลัง วิญญาณมากมายที่มาจากเนี่ยเทียนพลันถูกกรอกเทเข้ามาในร่างของเขา
“อ๊าก!”
หยวนเฝิงชุนร้องโหยหวน หมายจะรวบรวมพลังงานมากขึ้นมา ต้านทานพลังงานหลายชนิดที่รุกเข้ากัดกินเลือดเนื้อ
ทว่าเวลานี้เอง เขาที่ร่างกายตกอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงกลับรู้สึก ได้ว่าพลังงานของตัวเองเปลี่ยนมาเป็นยุ่งเหยิงมิอาจควบคุม
แม้แต่สมองของเขาก็ยังเจ็บร้าว สติเริ่มพร่าเลือน
เนี่ยเทียนกำดาราเพลิงกาฬเอาไว้แน่น สายตาอำมหิตเย็นชาราวกับ น้ำแข็ง รวบรวมพลังงานต่างๆ ในร่างกายใส่เข้าไปอีกครั้ง
“กร๊อบ!”
ในที่สุดดาราเพลิงกาฬก็แทงลึกเข้าไปถึงกระดูกของหยวนเฝิงชุน
เวลาเดียวกันนี้ เขาใช้มืออีกข้างที่ว่างมาสร้างหมัดที่เปี่ยมล้นไปด้วย ความโกรธแค้น ก่อนจะต่อยโครมออกไป
ร่างกายของหยวนเฝิงชุนถูกหมัดนั้นต่อยจนลอยกระเด็นไปหาอันหรง
อันหรงสีหน้าอึ้งงัน
“ฆ่าเขาซะ!”
“เขากล้าลงมือกับนายท่าน!”
“สังหารเขา!”
จนกระทั่งตอนนี้ คนเหล่านั้นของตระกูลหยวนถึงจะมีสติกลับคืนมา ก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียนอย่างบ้าคลั่ง
ตอนที่เนี่ยเทียนเข้ามาใกล้คนตระกูลหยวน พวกเขาไม่รู้สึกตัวแม้แต่ น้อย ในความรู้สึกของพวกเขาเนี่ยเทียนที่ใช้พรสวรรค์แห่งสายเลือดอย่าง การอำพรางชีวิตปิดบังคลื่นของปราณทั้งหมดเป็นราวกับมนุษย์ธรรมดา คนหนึ่งเท่านั้น
มนุษย์ธรรมดาต่อให้อยู่ใกล้พวกเขาแค่ไหน พวกเขาก็ไม่รู้สึกตื่น ตระหนก
นอกจากนี้ ตอนนี้ตระกูลหยวนคือผู้ครองอำนาจเบ็ดเสร็จของเมืองเฮ ยอวิ๋น ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าทุกคนที่อยู่ในเมืองเฮยอวิ๋นจะทำอะไรต่างก็ จำเป็นต้องดูสีหน้าของตระกูลหยวนเสียก่อน
นี่จึงเป็นการสร้างบารมีให้กับตระกูลหยวนอย่างต่อเนื่อง
พวกเขาเองก็คิดไม่ถึงว่าในเมืองเฮยอวิ๋นจะมีใครกล้าลงมือสังหาร หยวนเฝิงชุนประมุขของตระกูลหยวนเช่นนี้!
เนี่ยเทียนที่เข้ามาใกล้หยวนเฝิงชุนอย่างเงียบเชียบอาศัยวิชาหลบหนี ของคาถาดาวเปล่งประกายเคลื่อนที่มาอยู่ด้านหลังหยวนเฝิงชุน กว่าที่
พวกเขาจะตั้งตัวได้ ดาราเพลิงกาฬที่อยู่ในมือของเนี่ยเทียนก็แทงไปยัง หัวใจด้านหลังของหยวนเฝิงชุนแล้ว
“เจ้าเป็นใคร?”
ภายใต้ความโกรธเกรี้ยวของคนตระกูลหยวน อาวุธวิเศษแต่ละชนิดจึง ถูกหยิบออกมาหมายสังหารเนี่ยเทียนให้ตายคาที่
เนี่ยเทียนถือดาราเพลิงกาฬเอาไว้ในมือ ไม่มองหยวนเฝิงชุนแม้แต่ หางตา แต่ขยายสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงออกไปทั่วรัศมีห้าเมตร
คนตระกูลหยวนหลายคนที่เข้ามาอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก่อน ผู้ใดล้วนได้รับอิทธิพลจากพลังการบิดเบือนของสนามแม่เหล็ก พวกที่มี ขอบเขตแค่กลางสวรรค์ไม่สามารถทนรับพลังประหลาดของ สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงได้ ร่างกายจึงโอนเอนไปมา
ดาราเพลิงกาฬดาบแหลมคมที่ปลิดชีวิตจนเหี้ยนปลดปล่อยแสงกระบี่ เป็นเปลวเพลิงหลายเส้น ท่ามกลางแสงนั้นพริบพราวไปด้วยแสงดาวเย็น ตา
“ฟูุวๆ!”
คนหลายคนที่อยู่ใกล้เนี่ยเทียนมากที่สุดถูกแสงดาบของดาราเพลิง กาฬแทงทะลุหน้าอกไปได้อย่างง่ายดาย และขาดใจตายไปชั่วพริบตา
เวลานี้ คนของเมืองเฮยอวิ๋นที่มุงดูคนตระกูลอันและตระกูลหยวนถึง เพิ่งตระหนักได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจึงพากันโหวกเหวกเสียงดัง ถอยห่าง ออกไปอย่างพร้อมเพรียง
เนี่ยเทียนไม่เอ่ยคำใด ถือดาราเพลิงกาฬเอาไว้ในมือ กระตุ้นคาถาดาว เปล่งประกาย ร่างของเขาเดี๋ยวๆ ก็หายวับ เดี๋ยวๆ ก็โผล่ออกมาให้เห็น
ชั่วขณะที่เขาใช้คาถาดาวเปล่งประกายปรากฏตัว คนตระกูลหยวนแต่ ละคนก็จะต้องถูกเขาใช้วิธีการลอบโจมตีหยวนเฝิงชุนมาสังหารอย่าง ง่ายดาย
ผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงของตระกูลหยวนก็มีเพียงหยวนเฝิงชุนที่มีตบะต้น สวรรค์เท่านั้น
ผู้ที่มีขอบเขตต้นสวรรค์อีกคนหนึ่งของตระกูลหยวนถูกหินอุกกาบาต กระแทกตายไปตั้งแต่เมื่อคราวก่อนที่ประตูสวรรค์ปรากฏแล้ว
และก็เพราะผู้แข็งแกร่งต้นสวรรค์คนนั้นตายไป ศักยภาพของตระกูล หยวนในเมืองหันสือจึงลดลงฮวบฮาบ บวกกับที่หุบเขาเทาถูกดับสำนัก ตระกูลหยวนถึงได้ถูกบีบให้ย้ายออกมาจากเมืองหันสือ
เวลานี้ทุกคนในตระกูลหยวนรวมไปถึงขุนนางต่างถิ่นที่พึ่งพาตระกูล หยวนล้วนมีตบะต่ำกว่าต้นสวรรค์ทั้งสิ้น
ผู้ฝึกลมปราณที่มีขอบเขตเพียงเท่านี้ ตอนที่เนี่ยเทียนอยู่ อาณาจักรเลี่ยคงก็ไม่รู้ว่าสังหารไปแล้วกี่มากน้อย
อีกทั้งผู้ที่มีขอบเขตกลางสวรรค์ของตระกูลหยวน ความสามารถของ พวกเขาอย่าว่าแต่เทียบเคียงกับผู้ที่มีระดับเดียวกันของเดือนดับเลย แม้แต่นักล่าที่มีขอบเขตเท่ากัน พวกเขาก็ยังสู้ไม่ได้
เนี่ยเทียนที่มีเวทลับมหัศจรรย์ติดตัว หลังจากได้ดาราเพลิงกาฬมา ครอบครองก็ราวกับเสือติดปีก
เขาผลุบเข้าผลุบออกอยู่ท่ามกลางวงล้อมของคนในตระกูลและขุน นางต่างถิ่นของตระกูลหยวน โบกสะบัดดาราเพลิงกาฬ คร่าชีวิตของทุก คนไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานพวกขุนนางต่างถิ่นที่พึ่งพาตระกูลหยวนก็หวาดผวาจนต้องรีบ หนีกระเจิงกันออกไป
แม้แต่คนของตระกูลหยวนเองที่เมื่อเห็นคนในตระกูลของตัวเองถูก เนี่ยเทียนที่โผล่มากะทันหันฆ่าตายไปคนแล้วคนเล่า พวกเขาก็ล้วนรู้สึก สิ้นหวัง
ปากของพวกเขาพยายามตวาดเสียงดัง ปลดปล่อยเสียงข่มขู่อย่างคำ ที่บอกว่าหุบเขาเทาย่อมไม่มีทางปล่อยเนี่ยเทียนไปแน่ ทว่ากลับพากัน ถอยร่นไม่เป็นท่า
พอออกห่างจากเส้นสายตาของเนี่ยเทียนได้ พวกคนเหล่านี้ที่ก่อน หน้านั้นยังอวดเบ่งว่าจะบีบให้ตระกูลอันต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่นกลับใช้ ความเร็วที่มากที่สุดหนีไปจากที่แห่งนี้
ไม่นานเท่าไหร่นัก คนตระกูลหยวนและขุนนางต่างถิ่นทุกคนก็หายตัว ไปเกลี้ยง
ส่วนรอบกายเนี่ยเทียนกลับมีศพเพิ่มขึ้นมาอีกยี่สิบกว่าศพ ศพ เหล่านั้นต่างก็มีตบะกลางสวรรค์ และล้วนเป็นคนที่มีฝีมือของตระกูล หยวน
หลังจากศึกนี้สิ้นสุดลง ต่อให้ตระกูลหยวนไม่ถูกตัดชื่อออกจากเมือง เฮยอวิ๋นก็ยากที่จะตั้งตัวขึ้นมาได้อีก
เนี่ยเทียนไม่ได้ไล่ตามไปสังหารพวกคนตระกูลหยวนและขุนนางต่าง ถิ่นที่หนีไป เขายืนอยู่ท่ามกลางซากศพมากมาย มองหยวนเฝิงชุนด้วย สายตาเย็นชา
เขาสามารถสัมผัสได้ว่าหยวนเฝิงชุนที่ถูกเขาลอบโจมตียังไม่ตาย
หยวนเฝิงชุนผู้นั้นตอนนี้นอนแบ็บอยู่กับพื้น แผ่นหลังมีเลือดสดพุ่ง ทะลัก สาบเสื้อตรงหน้าอกก็ถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสด เขาใช้สายตา เคียดแค้นถึงขีดสุดจ้องเขม็งมายังเนี่ยเทียน
“เจ้าเป็นใคร? ตระกูลหยวนไปมีความแค้นอะไรกับเจ้ากันแน่?!” หยวนเฝิงชุนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกล่าว
มาถึงเวลานี้ คนที่ยังกล้ามุงดูอยู่หน้าจวนประตูอันเหลืออยู่อีกไม่มาก แล้ว
ผู้ที่อยู่ต่อมีไม่กี่คน อีกทั้งล้วนมีตบะกลางสวรรค์ช่วงท้าย
แม้ว่าพวกเขาจะอยู่ต่อ แต่สายตาที่พวกเขามองเนี่ยเทียนกลับเต็มไป ด้วยความหวาดกลัว ทั้งยังพยายามรักษาระยะห่างกับเนี่ยเทียนให้มาก ที่สุดราวกับกลัวว่าเนี่ยเทียนจะชี้ดาราเพลิงกาฬมาที่พวกเขา
อันหรงแห่งตระกูลอันก็อกสั่นขวัญแขวนไม่คล้าย ยืนอึ้งอยู่ที่เดิมโดย ไม่เอ่ยคำใด
เขางุนงงไปหมดแล้ว
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าตระกูลหยวนที่ยึดครองเมืองเฮยอวิ๋น และทำตัววางอำนาจบาตรใหญ่มาเกินครึ่งปีจะถูกดับทำลายในเวลาเพียง แค่ชั่ววินาที
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าในอาณาจักรหลีเทียนจะยังมีใครกล้าเปิด ฉากสังหารตระกูลหยวนอย่างไม่เกรงใจเช่นนี้อีก
เท่าที่เขารู้มา เนื่องจากหุบเขาเทาแทบจะสิ้นชื่อ หลงเหลือเพียงกำลัง ส่วนของหยวนเสียนเท่านั้น ขณะที่อาณาจักรหลีเทียนประสบภัยพิบัติ ครั้งใหญ่ ต่างฝุายต่างก็จำต้องร่วมแรงร่วมใจกัน แต่ละฝุายจึงให้การดูแล หยวนเสียนเป็นพิเศษ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกคนที่อยากลงมือกับตระกูลหยวนจึง จำต้องเห็นแก่หน้าหยวนเสียน และมักจะถูกผู้อาวุโสในตระกูลห้ามปราม ไม่ให้ทำตัวเหลวไหลอยู่เสมอ
อันหรงคิดไม่ออกจริงๆ ว่าภายใต้สถานการณ์ที่อ่อนไหวเฉกเช่นทุก วันนี้จะมีใครบ้าคลั่งถึงขนาดไม่คำนึงถึงผลลัพธ์จนกล้ากำจัดตระกูลหยวน ในเสี้ยววินาทีได้บ้าง
“เจ้าไม่รู้จักข้า แต่ข้ากลับได้ยินชื่อเสียงเจ้ามานานมากแล้ว” เนี่ย เทียนเดินทีละก้าวเข้าไปหาหยวนเฝิงชุน ดาราเพลิงกาฬที่ถือไว้ในมือ เปล่งประกายแสงเปลวเพลิงและแสงดาวพร่างพราวอีกครั้ง “นับตั้งแต่ที่ ข้ารู้ความ ข้าก็รู้ว่าเพราะเจ้าและอวิ๋นเหมิงประมุขตระกูลอวิ๋นร่วมมือกัน ลอบโจมตีท่านตาของข้า ทำให้มหาสมุทรวิญญาณของท่านตาข้าแตก สลาย ขอบเขตถดถอย”
เขาเดินไปพลางอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบไปด้วย
“ก่อนหน้านี้ศักยภาพของข้าไม่เพียงพอจึงได้แต่เคียดแค้นอยู่ในใจ ไร้ กำลังให้เอาคืน”
“ทว่าตอนที่ข้าเข้าไปในโลกมายามรกต ในที่สุดข้าก็หาโอกาสเจอ ข้า จึงสังหารอวิ๋นซงแห่งตระกูลอวิ๋น และยังมีหยวนเฟิงที่ตระกูลหยวนของ พวกเจ้าฝากความหวังเอาไว้เสียตั้งแต่ตอนอยู่ในโลกมายามรกต”
“ว่าไงนะ?” หยวนเฝิงชุนตกใจจนกระอักเลือดออกมาอีกหนึ่งคำ “เสี่ยวเฟิงถูกเจ้าสังหารรึ?”
หยวนเฟิงแห่งหุบเขาเทาคือความหวังของคนรุ่นใหม่ในตระกูลหยวน ของพวกเขา ทว่าตอนที่เข้าร่วมการประลองในโลกมายามรกตกลับต้อง มาตายเสียก่อน
ดูจากข่าวที่หอหลิงเปุาส่งมาให้ หยวนเฟิงนั้นถูกผู้ประลองของสำนัก ภูตผีและสำนักโลหิตสังหาร
“ถูกต้อง หยวนเฟิงและอวิ๋นซงล้วนตายด้วยน้ำมือข้า” เนี่ยเทียน แสยะปากยิ้ม ก่อนจะดึงหน้ากากลงแล้วกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ข้าไม่มี ศักยภาพมากพอจึงได้แต่ปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง ไม่ สามารถพูดออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ข้าไม่กลัวอะไรอีกแล้ว”
“เนี่ยเทียน!”
“คือเนี่ยเทียน!”
วินาทีที่หน้ากากถูกถอดลงมา อันหรงและอันเหอก็ร้องอุทานด้วย ความตกใจออกมาพร้อมกัน สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“เนี่ยเทียน! เจ้าก็คือเนี่ยเทียน!” หยวนเฝิงชุนกรีดร้องเสียงแหลม
“ถูกต้อง ข้าก็คือหลานชายของเนี่ยตงไห่” เนี่ยเทียนพยักหน้าเบาๆ “วันนี้ข้าตั้งใจมาส่งเจ้าเดินทางไปยมโลก”
แสงเปลวเพลิงโชติช่วงเส้นหนึ่งเปล่งวาบ ก่อนที่จะตวัดฟันลงไปบน ลำคอของหยวนเฝิงชุนอย่างแรง
หยวนเฝิงชุนเบิกตากว้าง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากลำคอพร้อม ศีรษะที่ลอยกระเด็นขึ้นสูง