ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 358 สัตว์วิเศษที่แปรสภาพ
เจียงจือซูคือเจ้าสำนักของสำนักหลิงอวิ๋น มีตบะเขตสามัญช่วงท้าย ขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็เหยียบย่างเข้าสู่เขตลี้ลับได้แล้ว
ในอาณาจักรหลีเทียนนอกจากคนที่มีอยู่ไม่กี่คนแล้วก็ไม่มีใครสามารถ ทำร้ายเขาได้อีก ซึ่งคนที่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้ตอนนี้ก็ล้วน อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนทั้งสิ้น
สภาพอเนจอนาถของเจียงจือซูทำให้เนี่ยเทียนรู้สึกตะลึงเล็กน้อย ไม่รู้ ว่าระหว่างทางเขาไปเจออะไรมา
อีกสองคนที่มาพร้อมกับเจียงจือซูมีคนหนึ่งที่เนี่ยเทียนรู้จัก นั่นก็คือ หยวนเสียนแห่งหุบเขาเทา
เมื่อหยวนเสียนมาถึงก็จ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียนด้วยสายตาเย็นชาน่าสะ พรึงพลัว
นางมาจากตระกูลหยวน หยวนเฝิงชุนคือพี่ชายของนาง ความ เปลี่ยนแปลงสะท้านฟูาสะเทือนดินที่เกิดขึ้นในเมืองเฮยอวิ๋น นางรู้ชัดเจน ดี
เนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้านางผู้นี้ก็คือตัวการแห่งหายนะ
“พอได้แล้ว!” ซ่งเหวินสือแห่งอารามเสวียนอู้ตวาดเบาๆ หนึ่งเสียง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “ตระกูลหยวนของพวกเจ้าที่อยู่ในเมืองเฮยอวิ๋น เป็น เพราะแต่ละฝุายเห็นแก่หน้าเจ้าจึงไม่คิดจะจัดการให้เป็นเรื่องเป็นราว ทว่าสิ่งที่ตระกูลหยวนกระทำก็เรียกได้ว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง พี่ชายเจ้าก็
เอาแต่บีบคั้นกดดันตระกูลเนี่ยและตระกูลอันครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะมีเจ้า ให้ท้าย ที่เขาต้องมีจุดจบเช่นนี้ก็เพราะเขาทำตัวเองทั้งนั้น!”
ซ่งเหวินสือคือผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับช่วงกลาง และก็เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ของอารามเสวียนอู้ที่แท้จริง
“เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป หวังว่าเจ้าจะสงบสติได้ อย่าสร้าง เรื่องไม่เป็นเรื่องขึ้นมาอีก” เจียงจือซูเองก็แค่นเสียงกล่าว
หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตเดิมทีกำลังทำความเข้าใจกับเวทลับดวงดาว พอเห็นหยวนเสียนมาถึงนางก็พลันลืมตาขึ้น
ดวงตาของนางคล้ายถูกอาบย้อมไปด้วยเลือดสดในชั่ววินาที ไอ สังหารเข้มข้นระลอกหนึ่งพุ่งเปูาไปที่หยวนเสียน
สีหน้าของหยวนเสียนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
แน่นอนว่าหุบเขาเทาเองก็มีผู้แข็งแกร่งที่บรรลุถึงเขตลี้ลับเช่นกัน ทว่าตอนที่ภูตผีปีศาจเข้ามารุกรานผู้แข็งแกร่งคนนั้นกลับได้รับบาดเจ็บ สาหัส
ภายหลังหุบเขาเทาแทบจะถูกดับสำนัก ผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับที่ บาดเจ็บหนักคนนั้นเห็นว่าหุบเขาเทาจบเห่แล้ว อีกทั้งไม่ช้าก็เร็ว อาณาจักรหลีเทียนต้องเสียดินแดนจึงเลือกไปจากอาณาจักรหลีเทียน เพียงลำพัง
ในสายตาของคนผู้นั้น หุบเขาเทาไม่สามารถลุกผงาดขึ้นมาได้อีก และ เขาเองก็ไม่ยินดีถูกหุบเขาเทาพันธนาการเอาไว้
การจากไปของเขา บวกกับที่หุบเขาเทาเสียหายอย่างใหญ่หลวงจึง เป็นเหตุให้หุบเขาเทาหลงเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น
“หยวนเสียน เจ้าอย่าสร้างเรื่อง” ฉางเซินเองก็ออกปากเตือน
หยวนเสียนจ้องเนี่ยเทียนอยู่อีกครู่หนึ่งก็ฝืนบอกให้ตัวเองสงบสติ ก่อนจะนั่งลงไปกับพื้นโดยไม่เอ่ยคำใด
ถือว่านางก็รู้อะไรควรไม่ควร
ในช่วงเวลาที่สถานการณ์เปราะบางเช่นนี้ เนี่ยเทียนคือความหวังของ อาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋ เนี่ย เทียนที่ได้รับตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงจึงเท่ากับแบกภาระหนักอึ้งไว้ บนบ่า
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ อย่าว่าเนี่ยเทียนแค่สังหารหยวนเฝิงชุนเลย ต่อให้เขาปลิดชีพนางไปด้วย ทำให้หุบเขาเทาดับสิ้นไปอย่างแท้จริงก็ยังไม่ มีใครกล้าว่าอะไรเขา
และก็เพราะหยวนเสียนรู้ว่าตอนนี้นางทำอะไรเนี่ยเทียนไม่ได้ จึงได้ แต่ทนข่มกลั้นเอาไว้
“พี่ซ่ง เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ?” ฉางเซินกล่าว
“ระหว่างที่พวกเราเดินทางมาเจอเข้ากับสัตว์วิเศษที่แปรสภาพ” ซ่ง เหวินสือแห่งอารามเสวียนอู้กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“สัตว์วิเศษที่แปรสภาพ?” ฉางเซินขมวดคิ้ว มองประเมินเขาอย่าง ละเอียดอยู่พักหนึ่งก็พบว่านอกจากซ่งเหวินสือแล้ว เจียงจือซูและหยวน
เสียนต่างก็บาดเจ็บในระดับที่ต่างกันออกไป เขาแอบตกใจจึงกล่าวว่า “สัตว์วิเศษแปรสภาพที่เคลื่อนไหวอยู่โดยรอบนี้ไม่น่าจะมีระดับสูงไม่ใช่ หรือ? ด้วยฝีมือของพวกเจ้าสามคน เหตุใดถึงบาดเจ็บเพราะสัตว์วิเศษที่ แปรสภาพได้?”
วังยมบาลอยู่ใกล้สถานที่แห่งนี้มากที่สุด ในช่วงเวลาที่ผ่านมาฉางเซิน เองก็มายังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติปริแตกเป็นประจำเพื่อตรวจสอบดูว่า ภูตผีปีศาจได้มาเยือนก่อนล่วงหน้าหรือไม่
เมื่อปราณปีศาจเริ่มรั่วไหลออกมามากขึ้น สัตว์วิเศษจำนวนมากล้วน ตายไป ส่วนสัตว์วิเศษที่มีชีวิตอยู่ก็ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับปราณปีศาจเพื่อ ใช้มันมาฝึกตน จากนั้นก็เกิดการแปรสภาพ
ทว่าถึงแม้ก่อนหน้านี้สัตว์วิเศษที่แปรสภาพเหล่านั้นจะแข็งแกร่ง แต่ดู เหมือนว่าจะไม่มีระดับที่สูงมากนัก
“เจียงจือซูและหยวนเสียนต่างก็เจอกับสัตว์วิเศษที่แปรสภาพระดับ ห้าหลายตัว ตอนที่ข้ามาถึงก็สัมผัสได้ถึงปราณของสัตว์วิเศษระดับหกที่ แปรสภาพ” ซ่งเหวินสือกล่าวเสียงทุ้มหนัก
สัตว์วิเศษระดับห้ามีศักยภาพเทียบเคียงได้กับผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์เขตสามัญ ส่วนระดับหกนั้นก็มากพอที่จะต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเขตลี้ ลับได้!
หลังจากเกิดการแปรสภาพ สัตว์วิเศษระดับห้าและระดับหกต่างก็มี ศักยภาพเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่แตกต่างกันและก็ยิ่งดุร้ายมากขึ้น
“ว่าไงนะ?” ฉางเซินถึงกับอึ้งค้าง “ข้าตรวจสอบแล้วนี่นา แถวนี้จะมี สัตว์วิเศษระดับห้าระดับหกที่แปรสภาพเคลื่อนไหวอยู่ได้อย่างไร?”
“เป็นเรื่องปกติมาก” และเวลานี้ ฮวางฝานแห่งวิมานสวรรค์ก็กล่าว ขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “สัตว์วิเศษที่มีระดับห้าระดับหกจะมีสติปัญญา เพิ่มมากขึ้น สัตว์วิเศษประเภทนี้มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด สามารถปรับสภาพเข้ากับปราณปีศาจที่มาจากอาณาจักรปีศาจได้”
“สัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งขนาดนี้ไม่เพียงแต่ไม่หนีออกไปจากปราณ ปีศาจที่เชี่ยวกราก กลับยังเป็นฝุายเข้ามารวมตัวกันเองด้วย”
“สำหรับสัตว์วิเศษที่ระดับค่อนข้างสูงแล้ว ปราณปีศาจไม่เพียงแต่ ไม่ใช่ภาระ กลับยังสามารถเพิ่มพละกำลังของพวกมันได้ด้วย ทำให้ สายเลือดของพวกมันเกิดการแปรสภาพ”
“สัตว์วิเศษระดับห้าและหกที่พวกเขาพบระหว่างทางบางทีอาจจะไม่ ได้มาจากในบริเวณใกล้เคียง แต่เพิ่งจะตามมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้”
“นอกจากนี้…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ฮวางฝานก็สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะ กล่าวต่อว่า “บางทีพวกเจ้าก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าช่วงแรกเริ่มสุด อาณาจักรหลีเทียนคือแดนสุขาวดีของภูตผีปีศาจ ก่อนหน้าที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวยังไม่มาเยือนที่นี่ อาณาจักรหลีเทียนไม่มีปราณ วิญญาณฟูาดิน ทั่วทุกหนแห่งล้วนมีแต่ปราณปีศาจที่ไหลกราก”
“ช่วงเวลานั้นภูตผีปีศาจระดับต่ำและระดับสูงต่างหากถึงจะเป็น ประชากรดั้งเดิมของอาณาจักรหลีเทียน”
“สัตว์วิเศษที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนตอนนี้ซึ่งใช้ปราณ วิญญาณฟูาดินมาฝึกตนให้แข็งแกร่งส่วนใหญ่ล้วนมีสายเลือดของภูตผี ปีศาจอยู่ด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงของปราณวิญญาณจึงทำให้พวกมัน ถูกบีบให้เปลี่ยนรูปลักษณ์ กลายมาเป็นสัตว์วิเศษที่พวกเรารู้จัก”
“ทว่าในสายเลือดของพวกมันยังคงมีความปรารถนาต่อปราณปีศาจ พวกมันจึงตามการชักนำทางสายเลือดจนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ค่อยๆ ใช้ ปราณปีศาจมาปลุกพละกำลังดั้งเดิมที่เป็นของพวกมันให้ตื่นขึ้น”
“โดยลักษณะดั้งเดิมแล้ว พวกมันก็คือภูตผีปีศาจระดับต่ำ!”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ทุกคนก็พากันตะลึงงัน แล้วก็พลันเข้าใจ ความหมายแฝงในคำพูดของฮวางฝานทันที
“ที่ภูตผีปีศาจไม่รีบร้อนบุกเข้ามารุกราน แต่คิดจะใช้ปราณปีศาจ มาปกคลุมให้ทั่วอาณาจักรหลีเทียนเสียก่อนก็เพราะรู้ความลับข้อนี้” ใบหน้าของฮวางฝานราบเรียบ น้ำเสียงก็นิ่งสนิท “เมื่อปราณปีศาจกลบ ทับไปทั่วทั้งอาณาจักรหลีเทียน หลังจากสัตว์วิเศษมากมายที่ใช้ชีวิตอยู่ใน อาณาจักรหลีเทียนเกิดการแปรสภาพ พวกมันก็จะถูกปลุกสายเลือดภูตผี ปีศาจที่ซ่อนแฝงขึ้นมาและค่อยๆ กลายมาเป็นภูตผีปีศาจระดับต่ำ”
“เมื่อถึงเวลานั้นตอนที่ภูตผีปีศาจระดับสูงบุกเข้ามาก็จะมีภูตผีปีศาจ ระดับต่ำจำนวนมากให้เรียกใช้ได้ตั้งแต่แรกเริ่ม”
“แม้แต่ตอนนี้เองก็ตาม ที่พวกเราต้องเผชิญก็คือปัญหาจากภูตผี ปีศาจระดับต่ำเหล่านั้น”
“เป็นเช่นนี้จริงๆ ด้วย!” เนี่ยเทียนอุทานเบาๆ
ฮวางฝานกล่าวประโยคนั้นจบ เขาก็สังเกตผ่านทิพย์จักษุเจ็ดข้างได้ อย่างเฉียบไวว่ามีสัตว์วิเศษแปรสภาพจำนวนมากที่พากันมารวมตัวอยู่ที่นี่ จากสี่ด้านแปดทิศ
พวกสัตว์วิเศษที่แปรสภาพกัดกินพืชพรรณสีม่วงสีดำลักษณะดุร้าย กินผลโปร่งใสที่ผลิออกมาจากต้นไม้เหล่านั้นจนดวงตาของพวกมันเป็นสี ม่วงเข้มแปลกประหลาด
ดูเหมือนว่าสัตว์วิเศษที่แปรสภาพจะไม่ต้องการให้รอยแยกห้วงมิติที่ ปริออกถูกสกัดกั้นให้อุดตัน
พวกมันคาดหวังให้มีปราณปีศาจไหลออกมาจากรอยแยกนั้นอย่าง ต่อเนื่อง หวังให้ตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียนถูกปราณปีศาจกลบทับอีก ครั้ง
“เจ้าอยู่ที่นี่เพื่อปิดผนึกของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวต่อไป ทำให้ แน่ใจว่ารอยแยกห้วงมิติถูกปิดผนึกจริงๆ” ฉางเซินลุกขึ้นยืนและกล่าวว่า “ในเมื่อสัตว์วิเศษที่แปรสภาพเหล่านี้ต่างก็มีสายเลือดของภูตผีปีศาจ ถ้า เช่นนั้นก็จะยอมให้พวกมันมีชีวิตอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนไม่ได้อีก สักวัน พวกมันต้องกลายมาเป็นภัยร้าย จำเป็นต้องกำจัดให้สิ้นซาก”
“ข้าจะคุ้มครองเนี่ยเทียนเอง” หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตกล่าว
“ก็ดี” ฉางเซินพยักหน้ารับ
ทันใดนั้นพวกผู้แข็งแกร่งระดับสูงสุดของอาณาจักรหลีเทียนก็พากัน บินลงไปด้านล่าง ต่างคนต่างแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพื่อไปสังหารสัตว์ วิเศษแปรสภาพที่มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
“สัตว์วิเศษแปรสภาพ” ดวงตาของเนี่ยเทียนฉายประกายประหลาด
เมื่อผ่านประสบการณ์ในอาณาจักรเลี่ยคงเขาก็รู้ว่ายิ่งเป็นสัตว์วิเศษที่ รอดชีวิตมาจากการรุกเข้ากัดกินของปราณวิญญาณที่ต่างกันมากเท่าไหร่ พลังชีวิตที่แฝงเร้นอยู่ในเลือดเนื้อของพวกมันก็จะยิ่งท่วมท้นมากเท่านั้น
สายเลือดแห่งชีวิตของเขาจำเป็นต้องใช้จิงชี่เลือดเนื้อไร้ที่สิ้นสุดมา หล่อเลี้ยง ในสายตาของเขา สัตว์วิเศษแปรสภาพที่มารวมตัวกันจากสี่ ด้านแปดทิศจึงเป็นเหมือนยาบำรุงเม็ดใหญ่จำนวนมาก