ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 360 ลอบโจมตี
“สัตว์เพลิงพิภพ!”
วินาทีที่เสียงคำรามที่สามดังลอยมา เนี่ยเทียนก็ร้องอุทานด้วยความ ตกใจอย่างอดไม่อยู่
ตอนที่สัตว์เพลิงพิภพหลุดพ้นจากลาวาใต้ดินของเทือกเขาชื่อเหยียน เขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย อีกทั้งเกราะมังกรเพลิงที่เขาครอบครองก็ เคยได้รับโชควาสนาครั้งยิ่งใหญ่เมื่อครั้งที่เทือกเขาชื่อเหยียนเกิดการ เปลี่ยนแปลง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงคุ้นเคยกับเสียงร้องคำรามของสัตว์เพลิงพิภพเป็น อย่างดี
“เป็นสัตว์เพลิงพิภพจริงๆ ด้วย!” หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตก็หน้าเปลี่ยน สีน้อยๆ
ตอนที่เทือกเขาชื่อเหยียนเกิดการเปลี่ยนแปลง หลีจิ้งก็อยู่ใน เหตุการณ์เช่นกัน
ตอนนั้นนางและกุ่ยถงแห่งสำนักภูตผีกำลังร่วมมือกันโจมตีฝางฮุยแห่ง หอหลิงเปุาพอดี
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของสัตว์เพลิงพิภพเป็นเหตุให้เทือกเขา ชื่อเหยียนสั่นคลอนอย่างรุนแรง ทำให้ลาวาใต้พิภพไหลทะลักไปทั่วทุก หนแห่ง
และก็เพราะการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของสัตว์เพลิงพิภพ การ รุกรานที่สำนักโลหิตและสำนักภูตผีมีต่อหอหลิงเปุาในครั้งนั้นถึงได้ ล้มเหลว
“ผู้อาวุโสหลี สัตว์เพลิงพิภพตนนั้นแข็งแกร่งมากน้อยเท่าไหร่กัน แน่?” เนี่ยเทียนถามโดยอัตมัติ
หลีจิ้งลังเลอยู่ชั่วครู่จึงพูดว่า “สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นมีระดับหก ตอน อยู่ในเทือกเขาชื่อเหยียนมันสามารถใช้ลาวาที่อยู่ใต้พิภพมาสำแดง ศักยภาพที่แท้จริงจึงน่ากลัวอย่างถึงที่สุด การที่สัตว์เพลิงพิภพโผล่ออกมา กะทันหันชักนำให้ลาวาใต้ดินเอ่อล้นจนแทบจะกลบทั้งหอหลิงเปุา”
“ตอนนั้นข้ากับกุ่ยถงจึงหยุดการต่อสู้กับฝางฮุยทันที”
“ฝางฮุยเป็นคนของหอหลิงเปุา เขาพยายามจะกำราบสัตว์เพลิงพิภพ ตัวนั้นแต่กลับไม่ได้ผล ข้ากับกุ่ยถงเองก็ยื่นมือเข้าช่วย ทว่าก็ยังมิอาจสกัด กั้นสัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นได้เช่นเดียวกัน ทำให้มันหนีออกไปได้”
“หลังจากนั้นก็เหมือนว่าอยู่ๆ สัตว์เพลิงพิภพจะหายตัวไป ใครก็ไม่รู้ ว่ามันไปอยู่ที่ไหน”
“นึกไม่ถึงว่ามันจะมาปรากฏตัวในครั้งนี้”
“สัตว์เพลิงพิภพระดับหก สัตว์ผลึกน้ำแข็งระดับหก และยังมีสัตว์ วิเศษแปรสภาพอีกตัวที่ไม่รู้ว่าคืออะไรแต่กลับแข็งแกร่งไม่ต่างกัน” ฮวาง ฝานแห่งวิมานสวรรค์มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย “นึกไม่ถึงว่าแค่ อาณาจักรหลีเทียนเล็กๆ แห่งนี้จะซุกซ่อนสัตว์วิเศษระดับสูงที่ดุร้ายไว้
มากมายขนาดนี้ ลำพังแค่ที่โผล่มาตอนนี้ก็มีถึงสามตัวแล้ว ไม่รู้ว่าที่หลบ ซ่อนอยู่ในมุมมืดจะมีสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งอีกมากน้อยแค่ไหน”
เขาพลันหันไปมองรอยแยกห้วงมิติที่ยังไม่ถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ แบบด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
หลีจิ้งเองก็มีสีหน้านิ่งสนิท
เพราะว่าอยู่ค่อนข้างไกล พื้นที่ที่มีปราณปีศาจเข้มข้นปกคลุมซึ่งยังไม่ ถูกแสงดาวชุบหลอมให้สะอาดและสลายหายไปพลันมีเปลวเพลิงลุกไหม้ ขึ้นมา
จุดศูนย์กลางของเปลวเพลิงนั้นคือเรือนกายขนาดใหญ่โตของสัตว์ เพลิงพิภพที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
ปราณปีศาจสีม่วงเข้มเหนียวหนืดเหมือนน้ำหมึกในบริเวณใกล้เคียง คล้ายได้รับการดึงดูดจากมันจึงพากันมารวมตัวจากแปดทิศ
สัตว์เพลิงพิภพตัวนั้นอ้าปากดูดเอาปราณปีศาจเข้มข้นเข้ามาในท้อง จนหมดคล้ายปลาวาฬยักษ์ที่ดูดน้ำ
ผิวหนังของสัตว์เพลิงพิภพที่เดิมทีเป็นสีแดงเข้มราวหินลาวาถูกไฟ ไหม้กลับค่อยๆ ถูกทาทับไว้ด้วยสีม่วง
มันแหงนหน้าแผดเสียงคำราม สายเลือดที่ซุกซ่อนอยู่ล้ำลึกเมื่อได้รับ การบำรุงจากปราณปีศาจก็คล้ายจะกำลังฟื้นตื่นขึ้นมาช้าๆ
เวลาเดียวกันนั้น เสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหวอีกเสียงก็ดังมาจากอีก ทิศทางหนึ่ง
จุดลึกของปราณปีศาจที่เข้มข้นเผยให้เห็นเรือนกายของสัตว์วิเศษที่ รูปร่างคล้ายทั้งเสือคล้ายทั้งสิงโต ลำตัวของมันโปร่งใส ดวงตาเป็นสีเงิน ยวงซึ่งกำลังเหยียบอยู่บนปราณปีศาจและบินเข้ามา
“สัตว์ผลึกน้ำแข็ง!”
ฉางเซินแห่งวังยมบาลสูดลมหายใจเข้าลึก มองเห็นว่าสัตว์วิเศษตัวนั้น ผ่านที่ใด พื้นดินก็ล้วนจับตัวเป็นน้ำแข็ง อุณหภูมิก็ลดลงอย่างรวดเร็ว
สัตว์ผลึกน้ำแข็งระดับหกคอยกลืนกินปราณปีศาจที่เข้มข้นอย่าง ต่อเนื่อง ทว่าในเรือนกายที่โปร่งใสของมันกลับปลดปล่อยไอความเย็น เสียดแทงกระดูกออกมา
ไอความเย็นค่อยๆ แผ่ไปทั่วบริเวณ ทำให้ในระยะหลายลี้รอบกาย สัตว์ผลึกน้ำแข็งตัวนั้นค่อยๆ กลายมาเป็นโลกน้ำแข็ง อีกทั้งเมื่อไอความ เย็นแทรกซอน เมื่อสัตว์ผลึกน้ำแข็งเข้ามาใกล้ พื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจาก มันจึงเริ่มขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ
สัตว์วิเศษแปรสภาพตัวอื่นๆ ที่กระจายตัวกันอยู่รอบด้าน ส่วนหนึ่งที่ เป็นพวกฝึกธาตุความเย็นก็ล้วนพากันมารวมตัวอยู่ข้างกายสัตว์ผลึก น้ำแข็ง
สัตว์วิเศษแปรสภาพอีกส่วนหนึ่งที่มีพลังงานต้นกำเนิดเป็นเปลวเพลิง ร้อนแรงกลับพากันเข้าไปใกล้สัตว์เพลิงพิภพ
การปรากฏตัวพร้อมกันของสัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพทำให้ ฟูาดินที่พวกมันผ่านเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องจนฝั่งหนึ่งกลายมา เป็นโลกที่หนาวเย็นไปยันขั้วกระดูก ส่วนอีกฝั่งหนึ่งกลับร้อนระอุแผดเผา
สัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพที่ธาตุต่างกันอย่างสิ้นเชิงคล้ายจะ มีข้อตกลงร่วมกัน ทิศทางที่พวกมันมาจึงตรงข้ามกันพอดี
พวกมันค่อยๆ กลืนกินฟูาดินในบริเวณใกล้เคียงเข้ามาทีละก้าว เข้า มาใกล้รอยแยกห้วงมิติที่แตกออกมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้องการใช้ พละกำลังของพวกมันมาฝืนให้การปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติของค่ายกลลับ ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวยุติลง
“ยังดีที่ไม่มีภูตผีปีศาจเยื้องกรายมาเยือน มิฉะนั้นอาณาจักรหลีเทียน ต้องเสียดินแดนในชั่วพริบตาแน่นอน” ฮวางฝานแห่งวิมานสวรรค์สัมผัส ได้ถึงปราณของสัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพจึงกล่าวว่า “อาณาจัก หลีเทียนมีสัตว์วิเศษสายเลือดภูตผีปีศาจมากมายยิ่งนัก แถมในบรรดานั้น ยังเป็นสัตว์วิเศษระดับหกด้วย”
“สัตว์วิเศษระดับหกสามตัว รวมถึงสัตว์วิเศษมากมายที่เห็นอยู่เบื้อง หน้านี้ก็มากพอจะเขมือบกลืนพวกเจ้าได้แล้ว หากบวกกับภูตผีปีศาจเข้า ไปอีก อาณาจักรหลีเทียนก็คงไม่มีหวังที่จะคว้าชัยชนะมาได้ในท้ายที่สุด”
หลีจิ้งพลันกล่าวขึ้นกะทันหัน “เจ้าช่วยดูแลเนี่ยเทียนหน่อย ข้าจะไป ช่วยพวกเขารับมือกับสัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพ หวังว่าในเวลา เช่นนี้เจ้าคงจะไม่สร้างความลำบากใจให้กับเนี่ยเทียน” ทิ้งประโยคนี้ไว้ ไม่รอให้ฮวางฝานตอบรับ นางก็กลายร่างเป็นแสงสีเลือดเส้นหนึ่งบิน ทะยานออกไป
“วางใจเถอะ จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับเนี่ยเทียนหรอก” ฮวางฝาน พูดเสียงเฉยเมย
เวลานี้ซูหลินหันมามองเนี่ยเทียน เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนมีสีหน้าสบายๆ คล้ายไม่รู้สึกกังวลกับการมาถึงของสัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพ เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังทำท่าพร้อมลงมือเต็มที่ นางก็แอบรู้สึกแปลกใจ จนต้องเอ่ยถาม “เจ้าไม่กลัวสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับหกพวกนั้นเลยรึ?”
“ตอนนี้สุดยอดผู้แข็งแกร่งทุกคนของอาณาจักรหลีเทียนล้วนมา รวมตัวกันอยู่ที่นี่ ข้ายังมีอะไรให้ต้องเป็นกังวลอีก?” เนี่ยเทียนตอบรับ อย่างไม่คิดมาก
ซูหลินเงียบไปครู่ก่อนจะพูดขึ้นอีกว่า “เท่าที่ข้ารู้มา สัตว์วิเศษแปร สภาพระดับหกล้วนมีสติปัญญาไม่น้อย บางทีพวกมันอาจจะรู้ว่ากุญแจ สำคัญของการปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติก็คือเจ้า หากมันรู้ข้อนี้ ถ้าเช่นนั้น สัตว์วิเศษแปรสภาพเหล่านั้นก็จะเห็นเจ้าเป็นเปูาหมาย”
และเวลานี้เอง ฮวางฝานก็พลันหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ รีบตวาดเสียงดัง ทันที “อย่าพูดจาเหลวไหล!”
ซูหลินมีสีหน้างงงัน “ทำไมหรือ?”
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนยอดเขาซึ่งเดิมทียังคงมองผู้แข็งแกร่งของแต่ละ ฝุายในอาณาจักรหลีเทียนโจมตีสัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพอย่าง สบายอารมณ์พลันรู้สึกได้ถึงวิกฤตที่รุนแรงระลอกหนึ่ง
ปราณเลือดสีเขียวที่อยู่ตรงหน้าอกของเขากระชากหัวใจของเขาอย่าง แรง ทำให้เขาปวดร้าวไปทั้งหัวใจ
“เนี่ยเทียนระวัง!” ฮวางฝานอุทานอย่างตกใจ
ไม่มีเวลาให้คิดมาก แทบจะวินาทีเดียวกันนั้นเนี่ยเทียนก็กระตุ้นใช้ ดาวเปล่งประกายระยะสั้นทันที
“ตูม!”
หินภูเขาตรงพื้นที่ที่เขายืนอยู่ก่อนหน้านี้พลันปริแตก แล้วเงาร่างพร่า เลือนของสัตว์ตัวหนึ่งก็โผล่พรวดออกมา
“สัตว์วิเศษที่แปรสภาพ!”
เนี่ยเทียนที่ย้ายตัวมาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของยอดเขาหน้าถอดสี ทิพย์จักษุ ทั้งเจ็ดข้างรีบมารวมตัวกันหมายจะหาตัวสัตว์ที่ลอบโจมตีเขาให้เจอ
“มาหาข้า!” ฮวางฝานตะโกนเสียงดัง
ระหว่างที่พูดธงปลายแหลมสีเหลืองสดหลายผืนก็พลันบินออกมาจาก ในแหวนเก็บของของเขา
ธงปลายแหลมสีเหลืองสดเหล่านั้นมีทั้งหมดยี่สิบสี่ผืน ซึ่งทุกผืนล้วน ลอยวนอยู่ข้างกายฮวางฝานและซูหลิน พวกมันเปลี่ยนทิศทางอย่าง ต่อเนื่องคล้ายรวมตัวกันขึ้นมาเป็นเขาวงกตแห่งหนึ่ง
บนธงปลายแหลมสีเหลืองสดปักรูปมังกรและหงส์อย่างประณีตและ สวยงาม ทั้งยังปลดปล่อยแสงแวววาวออกมาด้วย
ตอนที่ฮวางฝานเรียกให้เนี่ยเทียนเข้ามาหา ธงปลายแหลมทั้งยี่สิบสี่ ผืนนั้นก็หยุดชะงักเล็กน้อย
ก่อนที่ธงทั้งหมดเหล่านั้นจะจงใจเว้นช่องทางกว้างขวางระหว่างเขา และเนี่ยเทียนไว้ให้
ทว่าขณะที่เนี่ยเทียนกำลังจะร่ายใช้คาถาดาวเปล่งประกายระยะสั้น เพื่อเคลื่อนตัวมาอยู่ข้างหน้าฮวางฝานกลับสังเกตเห็นว่าระหว่างเขาและฮ วางฝานมีสัตว์วิเศษตัวหนึ่งโผล่พรวดออกมา