ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 361 เสียงปีศาจล่อลวง
สัตว์วิเศษที่ค่อยๆ ปรากฏตัวก็คือตัวที่ลอบโจมตีเขาก่อนหน้านี้
“ฟูุวๆ!”
สัตว์วิเศษตัวนั้นเผยตัวอยู่ตรงพื้นที่ระหว่างเนี่ยเทียนและฮวางฝาน ทั้งยังบินเข้ามาใกล้อย่างต่อเนื่องด้วยเรือนกายที่พร่าเลือน
“เพราะเจ้าแท้ๆ ที่ปากมาก!”
ฮวางฝานแค่นเสียงเย็น ตำหนิที่ซูหลินไม่รู้ความ พูดออกมาว่ากุญแจ สำคัญในการปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติคือเนี่ยเทียน ถึงเป็นเหตุให้เนี่ยเทียน ถูกสัตว์วิเศษแปรสภาพลอบโจมตี
ซูหลินปิดปากแน่นสนิทเหมือนจักจั่นที่กลัวความหนาว ไม่กล้าพูด มากอีกแล้ว
“เนี่ยเทียน! รีบมานี่เร็วเข้า!” ฮวางฝานเอ่ยเร่ง
ธงปลายแหลมยี่สิบสี่ผืนลอยแน่นิ่งอยู่กลางอากาศ เพื่อเปิดทางที่ กว้างขวางให้กับเขา
ทว่าเนี่ยเทียนกลับได้แต่ยิ้มเจื่อน
เพราะสัตว์วิเศษที่ลอบโจมตีเขาตัวนั้นขวางจังก้าอยู่กลางทาง คาถา ดาวเปล่งประกายที่เขาฝึกไม่สามารถข้ามผ่านห้วงมิติได้ แค่เพิ่มระดับ ความเร็วให้มากถึงขีดสุดจนเหมือนการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือแสง เท่านั้น
หากคิดจะใช้เวทลับคาถาดาวเปล่งประกายขยับไปอยู่เบื้องหน้าฮวาง ฝาน เขาย่อมไม่สามารถข้ามผ่านสัตว์วิเศษที่บินร่อนอย่างต่อเนื่องและ เรือนกายพร่าเลือนอยู่ตลอดเวลาตัวนั้นได้แน่นอน
ขณะที่เขากำลังสองจิตสองใจ สัตว์วิเศษแปรสภาพที่พร่าเลือนตัวนั้น ก็พลันเปล่งเสียงร้อง
และทันใดนั้นก็มีสายฟูาสีดำทะมึนตัดสลับกันออกมาจากในร่างที่พร่า เลือนนั่น
สายฟูาสีดำมืดมนขนาดเท่าแขนเด็กเส้นแล้วเส้นเล่าตัดสลับกันไปมา แน่นขนัดราวกับตาข่ายสายฟูา และกำลังทำท่าจะพุ่งเข้ามาปกคลุมเขา
และหลังจากที่สายฟูาสีดำปรากฏตัว ร่างของสัตว์ที่พร่าเลือนก็เปลี่ยน มาเป็นชัดเจนในทันใด
เนี่ยเทียนที่ตั้งท่ารอเตรียมกระตุ้นคาถาดาวเปล่งประกายเพื่อหลบหนี ไปจากจุดเดิมอีกครั้ง เมื่อเห็นชัดเจนว่าสัตว์นั้นคือตัวอะไรเขาก็อึ้งงันไป ทันที
“สัตว์สายฟูานิลกาฬ!” เขาร้องอุทานด้วยความตกใจออกมาอย่าง ห้ามไม่อยู่
สัตว์วิเศษแปรสภาพที่โจมตีเขากลับเป็นสัตว์สายฟูานิลกาฬที่อูจี้ อาจารย์ของเขาเป็นผู้เลี้ยงดู อีกทั้งเมื่อก่อนมันก็ยังคอยจับเอาสัตว์วิเศษ ระดับสองมาเป็นอาหารให้แก่เขาอย่างต่อเนื่อง และเป็นผู้รับส่งเขาที่ เทือกเขาชื่อเหยียน!
การค้นพบที่น่าตกใจนี้ทำให้เขาอึ้งค้างไปในชั่วพริบตา รู้สึกไม่อยาก เชื่อสายตาของตัวเอง
“ระวัง!”
ฮวางฝานเห็นว่าเขามัวรีรอไม่เข้ามาสักทีก็อดที่จะกระตุ้นใช้เวทลับให้ ธงปลายแหลมทั้งยี่สิบสี่ผืนม้วนตลบเข้าหาสัตว์สายฟูานิลกาฬไม่ได้
“โฮก!”
และเวลานี้เอง เสียงร้องคำรามสะท้านฟูาสะเทือนดินก็พลันดังลอย มา
หน้าอกของซูหลินบีบรัดตัวแน่น ใบหน้าแดงปลั่ง เกือบจะกระอัก เลือดออกมาอีกครั้ง
มือทั้งสองข้างของฮวางฝานที่ทำมุทราเปลี่ยนคาถาวิเศษมาควบคุมธง ปลายแหลมทั้งยี่สิบสี่ผืนพลันสั่นเทิ้มอย่างรุนแรงราวกับว่าได้รับ ผลกระทบในชั่วพริบตา
ดูเหมือนว่าเสียงคำรามนั้นจะพุ่งเปูามาเล่นงานฮวางฝาน
ร่างของฮวางฝานสั่นสะท้านอย่างหนัก ดวงตาทั้งคู่ของเขาระเบิด ประกายแสงสีฟูาออกมาสองเส้น ก่อนจะแค่นเสียงเย็น “อย่าทำตัวลับๆ ล่อๆ แน่จริงก็ออกมา!”
“ฟิ้ว!”
ส่วนเนี่ยเทียนก็ร่ายใช้คาถาดาวเปล่งประกายอีกครั้ง ก่อนที่ตาข่าย สายฟูาซึ่งแผ่คลุมไปทั่วท้องฟูาจะปกคลุมเข้ามาเขาก็พลันเบี่ยงตัวหลีก ออกไป
“เปรี๊ยะๆๆ!”
สายฟูาตัดสลับที่มาจากสัตว์สายฟูานิลกาฬโจมตีลงไปบนก้อนหินที่ ปลดปล่อยแสงดาวขมุกขมัว
หลังจากที่สายฟูาฟาดผ่าลงมาแล้ว สัตว์สายฟูานิลกาฬก็ลดตัวลง ตามมาอยู่ตรงจุดที่เนี่ยเทียนยืนอยู่ก่อนหน้านี้
สัตว์สายฟูานิลกาฬกระพือปีกที่มีสะเก็ดสายฟูาแลบปลาบ บิดลำคอ ของตัวเองไปมาเพื่อมองหาเนี่ยเทียนที่เปลี่ยนตำแหน่ง
ดวงตาของมันที่เดิมทีเป็นสีดำถูกแทนที่ด้วยสีม่วงเข้ม ปราณปีศาจ เป็นกลุ่มๆ ถูกพ่นออกมาจากไรฟันที่แหลมคมของมัน ตอนที่มันมองเห็น เนี่ยเทียน สายตานั้นมีความเคว้งคว้างและความเจ็บปวดลอยผ่านดั่งว่า มันไม่ได้เต็มใจทำเช่นนี้ แต่ก็ถูกบีบให้ต้องลงมือ
“มันถูกสัตว์วิเศษแปรสภาพอีกตัวหนึ่งข่มขู่!”
แค่มองประสานสายตากับสัตว์สายฟูานิลกาฬ เนี่ยเทียนก็พลันเข้าใจ ได้ทันที รู้ว่าสัตว์วิเศษแปรสภาพระดับหกที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืดทั้งยังเปล่ง เสียงร้องคำรามออกมาเป็นระยะนั้นก็คือตัวการที่ควบคุมสัตว์สายฟูานิล กาฬ บีบให้สัตว์สายฟูานิลกาฬลงมือกับตน
และดูเหมือนว่าสัตว์วิเศษแปรสภาพที่ไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรนั้นจะ แข็งแกร่งยิ่งกว่าสัตว์ผลึกน้ำแข็งและสัตว์เพลิงพิภพเสียอีก อีกทั้งยังมี สติปัญญามากกว่าด้วย
สัตว์วิเศษแปรสภาพตัวนั้นก็คือผู้บงการให้ฝูงสัตว์พากันมารวมตัวอยู่ ที่นี่
ไม่ว่าสัตว์ผลึกน้ำแข็ง สัตว์เพลิงพิภพและสัตว์สายฟูานิลกาฬจะเต็มใจ หรือถูกบีบบังคับก็น่าจะมารวมกันที่นี่เพราะการเรียกร้องจากสัตว์ตัวนั้น
“โฮก!”
สัตว์วิเศษแปรสภาพลึกลับร้องคำรามออกมาอีกครั้ง ซึ่งในเสียงนั้น คล้ายจะแฝงเร้นไว้ด้วยความเดือดดาล
พอได้ยินเสียงคำรามนั้น ดวงตาที่พอจะแสดงให้เห็นถึงความมีสติของ สัตว์สายฟูานิลกาฬซึ่งลังเลตัดสินใจไม่ได้เสียทีก็พลันถูกกลบทับไว้ด้วย ความกระหายเลือดและความบ้าคลั่ง
มันกระพือปีกที่ปลดปล่อยสะเก็ดสายฟูาอีกครั้งก่อนจะกระโจนเข้าใส่ เนี่ยเทียน
ฮวางฝานแห่งวิมานสวรรค์ใช้พลังจิตวิญญาณของตัวเองปกคลุมไปทั่ว บริเวณเป็นวงกว้างเพื่อตามหาไปทั่วทิศ แต่กลับหาสัตว์วิเศษแปรสภาพ ลึกลับตัวนั้นไม่พบ
ฮวางฝานที่เจ็บแค้นใจในที่สุดก็ทนไม่ไหว หันขวับมาจ้องสัตว์สายฟูา นิลกาฬแล้วหัวเราะเสียงเย็น “กะอีแค่สัตว์สายฟูานิลกาฬระดับห้าก็คิด จะฆ่าเนี่ยเทียนงั้นรึ รนหาที่ตาย”
กล่าวจบธงปลายแหลมทั้งยี่สิบสี่ผืนของเขาก็มีครึ่งหนึ่งบินทะยานเข้า หาสัตว์สายฟูานิลกาฬ
ก่อนหน้านี้ที่เขานิ่งเฉยไม่ลงมือใช่เพราะหวาดกลัวสัตว์สายฟูานิลกาฬ
แต่ที่ทำให้เขารู้สึกกังวลอยู่ตลอดเวลาก็คือสัตว์วิเศษที่มีสติปัญญาน่า ตกใจซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดตัวนั้นต่างหาก
เห็นว่าสัตว์วิเศษตัวนั้นไม่โผล่หัวออกมาเสียที เอาแต่หลบอยู่ในที่มืด เพื่อระดมพลให้สัตว์วิเศษตัวอื่นๆ ลงมือ ฮวางฝานก็ตัดสินใจว่าจะไม่ เสียเวลาอีก และเตรียมจะสังหารสัตว์สายฟูานิลกาฬเสียก่อน
“อย่านะ! ผู้อาวุโสฮวาง อย่าทำนะ!”
พอเห็นว่าธงปลายแหลมสิบสองผืนบินทะยานเข้าใส่สัตว์สายฟูานิล กาฬ พลังอำนาจที่ดุดันอย่างถึงที่สุดระลอกหนึ่งโบกสะบัดออกมาตามธง ที่พวยพุ่ง เนี่ยเทียนก็พลันหน้าเปลี่ยนสี รีบร้องห้ามปราม
ฮวางฝานอึ้งงัน “ทำไม?”
“สัตว์สายฟูานิลกาฬตัวนี้อาจารย์ของข้าเป็นคนเลี้ยง ก่อนหน้านี้มัน คือสหายของข้า เคยช่วยข้าเอาไว้หลายครั้ง” เนี่ยเทียนรีบอธิบาย
“เมื่อก่อนก็ส่วนเมื่อก่อน ตอนนี้ก็คือตอนนี้” ฮวางฝานขมวดคิ้วกล่าว “ข้ายืนยันได้ว่าในร่างของสัตว์สายฟูานิลกาฬก็ซุกซ่อนสายเลือดของภูตผี
ปีศาจเอาไว้เช่นกัน หากไม่ใช่มันก็คงไม่ปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ไม่ถูกสัตว์วิเศษ แปรสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดตัวนั้นใช้สายเลือดมาสยบและบีบให้มันลงมือ กับเจ้า”
“นอกเสียจากว่าสัตว์สายฟูานิลกาฬจะฝุาระดับในปัจจุบันกลายมา เป็นสัตว์วิเศษระดับหก มิฉะนั้นในภายภาคหน้าก็ยังต้องถูกสัตว์วิเศษแปร สภาพตัวนั้นควบคุมอยู่ดี”
“อีกอย่างสัตว์วิศษที่มีสายเลือดของภูตผีปีศาจ อีกทั้งยังมีระดับสูง ขนาดนี้ ปล่อยทิ้งไว้ในอาณาจักรหลีเทียนก็มีแต่จะเป็นภัยคุกคามเปล่าๆ”
“รอจนถึงวันนั้นเมื่อภูตผีปีศาจมาเยือนอีกครั้งแล้วปลดปล่อยปราณ ปีศาจออกมา สัตว์วิเศษที่มีสายเลือดของภูตผีปีศาจเช่นนี้หากถูกกระตุ้น เลือดปีศาจเมื่อใดก็อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงโดยการกลาย มาเป็นภูตผีปีศาจที่น่ากลัว”
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสีทันที แต่ก็ยังกล่าวว่า “เรื่องของวันหน้าก็ค่อย ว่ากันทีหลัง สรุปคือสัตว์วิเศษตัวนี้เป็นของท่านอาจารย์ข้า ต่อให้มันต้อง ตายก็ควรให้อาจารย์ข้าเป็นคนลงมือ”
ระหว่างที่พูดเขาก็ร่ายใช้คาถาดาวเปล่งประกายอีกครั้ง
“ฟิ้ว!”
คราวนี้เขาเล็งทิศทางและช่องวางอย่างแม่นยำ พริบตาเดียวก็มา ปรากฏตัวอยู่ข้างกายซูหลิน
“ตามใจเจ้าเถอะ” พอเห็นว่าเขาขยับมาอยู่ใกล้ฮวางฝานก็วางใจลงได้ แล้วจึงกล่าวว่า “ขอแค่เจ้าอยู่กับข้า สัตว์สายฟูานิลกาฬที่มีเพียงระดับห้า ตัวนี้ก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก”
บนยอดเขาอีกแห่งหนึ่ง
เผยฉีฉีก็ถูกเสียงคำรามของสัตว์วิเศษแปรสภาพตัวนั้นสั่นสะเทือนจน หน้าซีดขาว นางเองก็จำต้องหยุดทำความเข้าใจกับเวทลับห้วงมิติชั่วคราว
“ท่านหัว สัตว์วิเศษแปรสภาพที่แข็งแกร่งที่สุดซึ่งซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ นั่น ท่านก็ไม่รู้หรือว่ามันอยู่ที่ไหน?” นางถามด้วยความแปลกใจ
หัวมู่ขมวดคิ้วกล่าว “นั่นไม่ใช่สัตว์วิเศษที่แปรสภาพสักหน่อย มันคือ ภูตผีปีศาจตัวจริง! อีกอย่างตอนนี้มันเองก็ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรหลีเทียน แต่อยู่ในรอยแยกห้วงมิติที่กำลังจะถูกปิดผนึกนั่น ภูตผีปีศาจตัวนี้สัมผัสได้ ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาลกับรอยแยกห้วงมิติที่เปิดออก ถึงได้ส่ง พลังออกมาสร้างผลกระทบอย่างเงียบเชียบ ใช้เสียงปีศาจมาเรียกหาสัตว์ วิเศษแปรสภาพที่มีสายเลือดภูตผีปีศาจแฝงเร้น”
“วินาทีที่เนี่ยเทียนกระตุ้นค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทิ้งเอาไว้ มันก็รู้แล้วว่ามันไม่สามารถข้ามรอยแยกปริแตกที่ถูกปูเต็มไป ด้วยเวทลับดวงดาวได้”
“มันจึงได้แต่ใช้เสียงของปีศาจมาสร้างอิทธิพลต่อสัตว์วิเศษแปรสภาพ เหล่านั้น ให้พวกสัตว์วิเศษแปรสภาพมาช่วยหยุดยั้งไม่ให้การปิดผนึก สำเร็จ”