ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 362 ค้นพบ
สัตว์สายฟูานิลกาฬหวีดร้องเสียงแหลม คอยกระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียน และฮวางฝานครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าธงปลายแหลมทั้งยี่สิบสี่ผืนที่ฮวางฝานควบคุมกลับโบกสะบัดและ ปลดปล่อยคลื่นพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านออกมาอย่างต่อเนื่อง
สัตว์สายฟูานิลกาฬที่โจมตีเข้ามาไม่สามารถฝุากลุ่มธงปลายแหลมทั้ง ยี่สิบสี่ผืนได้เลย แม้แต่จะเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนและฮวางฝานก็ยังทำไม่ได้
เพราะคำขอร้องของเนี่ยเทียน ฮวางฝานจึงได้แต่ข่มกลั้นความเดือด ดาล และไม่อาจลงมือสังหารสัตว์สายฟูานิลกาฬได้
ด้วยตบะเขตลี้ลับช่วงท้ายของเขา บวกกับธงปลายแหลมทั้งยี่สิบสี่ผืน หากคิดจะสังหารสัตว์สายฟูานิลกาฬจริงๆ อันที่จริงไม่ใช่เรื่องยากลำบาก อะไร
ที่ฮวางฝานสนใจก็คือสัตว์วิเศษแปรสภาพที่ซ่อนตัวอยู่ และเอาแต่ เปล่งเสียงคำรามโกรธเกรี้ยวโดยที่ไม่โผล่หน้าออกมาแม้แต่น้อยตัวนั้น ต่างหาก
“นึกไม่ถึงว่ามันจะมีสายเลือดของภูตผีปีศาจด้วย” มองสัตว์สายฟูา นิลกาฬที่ถูกเสียงปีศาจล่อลวงให้พุ่งเข้ามาเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่ง เนี่ยเทียนก็ ถอนหายใจหนักๆ “เมื่อเป็นเช่นนี้ สัตว์วิเศษระดับสูงมากมายใน อาณาจักรหลีเทียน ส่วนใหญ่ก็คงมีแต่สายเลือดของภูตผีปีศาจ และมีจุด กำเนิดเดียวกับภูตผีปีศาจ”
“ปราณปีศาจที่รั่วไหลออกมา หากมันสามารถปกคลุมอาณาจักรหลี เทียนได้มิดจริงๆ เกรงว่าอาณาจักรหลีเทียนคงจะกลายมาเป็นนรก สำหรับเผ่ามนุษย์แน่ๆ”
ซูหลินกล่าวด้วยเสียงเรียบเฉย “และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหลังจาก ได้รู้สภาพการณ์ของอาณาจักรหลีเทียนอาณาจักรคุนหลัว และอาณาจักร อั้นหมิงถึงยอมล้มเลิกความคิดที่จะรุกรานอาณาจักรหลีเทียนอีกครั้ง อย่างไรล่ะ”
เนี่ยเทียนสีหน้าเย็นชา พลันถามว่า “ปีนั้นตอนที่ประตูสวรรค์เปิด ออก ภูตผีปีศาจปรากฏตัว วิมานสวรรค์ของพวกเจ้าอยู่เบื้องหลังด้วยหรือ เปล่า? แล้วที่อาณาจักรคุนหลัวและอาณาจักรอั้นหมิงมีความคิดที่จะ รุกรานอาณาจักรหลีเทียน วิมานสวรรค์ของพวกเจ้ารู้เรื่องด้วยไหม แล้ว ได้เข้าร่วมด้วยหรือไม่?”
“ข้าเป็นเพียงบุคคลตัวเล็กๆ ในวิมานสวรรค์เท่านั้น ไม่มีสิทธิ์ได้รู้ ความลับเหล่านี้” ซูหลินตอบอย่างไม่ร้อนไม่หนาว
“เรื่องที่ภูตผีปีศาจจะฉวยโอกาสโผล่เข้ามาตอนประตูสวรรค์เปิดและ เป็นเหตุให้รอยแยกห้วงมิติปรากฏขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน พวกเราไม่รู้ เรื่องด้วย” ฮวางฝานที่อยู่ข้างกันรับคำ “ทว่าเรื่องที่อาณาจักรคุนหลัว และอาณาจักรอั้นหมิงมีความคิดที่จะรุกรานอาณาจักรหลีเทียนของพวก เจ้า วิมานสวรรค์ของพวกเราก็พอรู้อยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ปกติมาก ก่อนหน้าที่อาณาจักรทั้งเก้าในดินแดนดาวตกยังไม่มีเผ่าพันธุ์ผู้แข็งแกร่ง นอกอาณาจักรโผล่มา ทั้งเก้าอาณาจักรก็ไม่เคยสมัครสมานสามัคคีกันมา ก่อน”
“เอาแค่อาณาจักรหลีเทียนของพวกเจ้าเอง ตอนที่ภูตผีปีศาจยังไม่ ปรากฏตัว เจ็ดสำนักในอาณาจักรหลีเทียนก็เข่นฆ่ากันเองไม่ใช่หรือ?”
“เก้าอาณาจักรของดินแดนดาวตกก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน”
“อาณาจักรที่ค่อนข้างอยู่ใกล้กัน ด้วยสาเหตุหลายประการ อุดมคติ ในการฝึกตนไม่เหมือนกัน ความแค้นส่วนตัวและความแค้นระหว่างสำนัก การทำสงครามระหว่างกันก็คือปัญหาหลักของแต่ละอาณาจักรใหญ่มา โดยตลอด ไม่มีอะไรให้น่าแปลกใจ”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฮวางฝานก็แค่นเสียงหนึ่งครั้ง “อันที่จริงการต่อสู้ ระหว่างสำนักใหญ่ๆ กลับช่วยให้ผู้แข็งแกร่งพากันปรากฏตัวด้วยซ้ำ ทุก สำนักจะแปรสภาพอย่างต่อเนื่องเพราะการเข่นฆ่าที่ต้องเผชิญ!”
“ก่อนหน้านี้วิมานสวรรค์ก็ไม่ใช่สำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนดาว ตก พวกเราเองก็ผ่านการต่อสู้กันทั้งในและนอกสำนักมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนค่อยๆ แข็งแกร่งมากขึ้น และถึงได้กลายมาเป็นวิมานสวรรค์เฉกเช่น ทุกวันนี้”
“สำนักใหญ่ในอาณาจักรหลีเทียนก็จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับความท้า ทายในลักษณะคล้ายคลึงกันถึงจะเติบโตและทรงอำนาจได้อย่างรวดเร็ว”
เนี่ยเทียนรับฟังอย่างตั้งใจ ค่อยๆ ย่อยความหมายลึกซึ้งในคำพูด ประโยคนี้ของเขาอย่างละเอียด
“เลิกก่อกวนได้แล้ว” ฮวางฝานโบกมือแรงๆ หนึ่งครั้ง
ธงปลายแหลมขนาดใหญ่ยักษ์ผืนหนึ่งก็ปลดปล่อยแสงสีทองที่อร่าม เต็มท้องฟูาตรงเข้าไปห่อหุ้มร่างของสัตว์สายฟูานิลกาฬในฉับพลัน
สัตว์สายฟูานิลกาฬร้องโหยหวนด้วยความไม่ยินยอม ดินรนอย่างบ้า คลั่งพยายามให้หลุดพ้นพันธนาการจากธงผืนนั้น แต่กลับสลัดไม่หลุด
“ข้าจะเห็นแก่หน้าเจ้า ไม่ฆ่ามัน แค่กักตัวมันไว้ชั่วคราว” ฮวางฝาน เหลือบตามองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้งแล้วกล่าววว่า “เจ้ารออยู่ที่นี่ให้ดี ไอ้เจ้า ตัวที่ซ่อนกายอยู่นั่นไม่น่าจะยอมเลิกราง่ายๆ ข้ามักมีความรู้สึกว่ามันยัง ต้องคิดหาวิธีอื่นมาสังหารเจ้า”
“ข้าทราบแล้ว” เนี่ยเทียนนั่งแปะลงไปกับพื้น
เขาปลดปล่อยทิพย์จักษุเจ็ดข้างออกมาอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่จะให้ พวกมันสำรวจไปรอบด้าน หมายหาตัวสัตว์วิเศษที่ร้องคำรามต่อเนื่อง และซ่อนตัวอยู่ออกมาให้ได้
ทว่าแม้แต่ผู้แข็งแกร่งระดับฮวางฝานและฉางเซินก็ยังไม่สามารถหา ตัวสัตว์วิเศษแปรสภาพนั้นเจอ แล้วนับประสาอะไรกับทิพย์จักษุ
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างของเขาลอยเตร่ค้นหาไปทั่วด้าน ไม่พบเจอสัตว์ วิเศษแปรสภาพตัวนั้น แต่กลับรับสัมผัสได้ถึงความคิดทางจิตวิญญาณที่ หัวมู่เป็นฝุายส่งมา
ความคิดทางจิตวิญญาณกลุ่มนั้นของหัวมู่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่าง เงียบเชียบ พริบตาเดียวก็เข้ามาอยู่ในทิพย์จักษุข้างหนึ่ง
ทันใดนั้น กระแสจิตวิญญาณของเขาและหัวมู่ก็เริ่มสื่อสารกันอยู่ใน ทิพย์จักษุข้างนั้น
“ที่ส่งเสียงคำรามคือภูตผีปีศาจตัวจริงตนหนึ่ง มันซ่อนตัวอยู่ในรอย แยกห้วงมิติ”
“ตอนนี้เนื่องจากรอยแยกห้วงมิติเต็มไปด้วยผนึกที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ ทั้งยังมีแสงดาวเปล่งประกาย มันจึงไม่สามารถลอด ผ่านออกมาได้”
“มันได้แต่อาศัยเสียงปีศาจมาล่อลวงสัตว์วิเศษแปรสภาพที่มี สายเลือดของภูตผีปีศาจและได้รับผลกระทบจากปราณปีศาจเท่านั้น”
“…”
ความคิดของหัวมู่ส่งเข้ามายังสมองของเขาอย่างรวดเร็วผ่านทิพย์จักษุ ที่ลอยละล่องไม่อยู่นิ่งข้างนั้น
หรี่ตาลง เนี่ยเทียนใคร่ครวญการค้นพบและข้อเสนอของหัวมู่อย่าง ละเอียดหนึ่งรอบแล้วจึงหันไปกล่าวกับฮวางฝานกะทันหัน “ท่านผู้ อาวุโสฮวาง นั่นคือภูตผีปีศาจตัวจริงตนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกห้วง มิติแล้วใช้เสียงมาล่อลวงสัตว์วิเศษแปรสภาพของอาณาจักรหลีเทียน”
ฮวางฝานตกตะลึง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“อย่าลืมล่ะว่าข้าเป็นคนที่ชุบหลอมตราประทับสะเก็ดดาวดวงหนึ่งได้ และก็เป็นคนที่กระตุ้นใช้ค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้ง เอาไว้” เนี่ยเทียนกล่าว
“แบบนี้เองหรือ” ฮวางฝานเข้าใจผิดคิดไปว่าการค้นพบของเนี่ยเทียน เป็นเพราะเขาชุบหลอมตราประทับสะเก็ดดาวดวงหนึ่งได้จริงๆ จึงถามอีก ว่า “เจ้ามีข้อเสนออะไรดีๆ หรือไม่?”
“อันที่จริงที่นี่ไม่ได้ต้องการข้าเท่าไหร่นัก” เนี่ยเทียนหันไปมอง ด้านล่าง “พวกเราไปที่รอยแยกห้วงมิติกันเถอะ”
ฮวางฝานมองไกลๆ ไปยังจุดที่มีรอยแยกห้วงมิติเปิดออก ลังเลอยู่ครู่ หนึ่งก็พยักหน้ารับเบาๆ “ดี ข้าพาเจ้าลงไปเอง”
กล่าวจบเขาก็จับไหล่ของเนี่ยเทียนเหมือนเหยี่ยวนักล่าคว้าจับอาหาร ของตัวเองแล้วบินดิ่งลงไปยังหุบเขาอันเป็นจุดศูนย์กลางของยอดเขาใหญ่ ยักษ์ทั้งสาม
“ซูหลิน เจ้าไม่ใช่เปูาหมายของสัตว์วิเศษแปรสภาพเหล่านั้น ระวังตัว สักหน่อยก็ไม่น่าจะเป็นอะไร” ขณะที่บินไปยังหุบเขาเบื้องล่าง ฮวางฝาน เพิ่งนึกขึ้นได้จึงบอกกล่าวซูหลินหนึ่งประโยค
“ข้าทราบแล้ว” ซูหลินขมขื่นอยู่ในใจ
นางรู้แต่แรกแล้วว่าตอนที่อยู่ในเขตท้ายสวรรค์ของประตูสวรรค์ เนื่องจากตราประทับสะเก็ดดาวที่ควรเป็นของนางได้ถูกเนี่ยเทียนช่วงชิง ไป ตำแหน่งของนางในวิมานสวรรค์จึงถูกลดระดับลงมาเยอะมาก
นางที่กลับมามือเปล่าทำให้คนฝุายในของวิมานสวรรค์หลายคนที่ฝาก ความหวังไว้กับนางล้วนผิดหวังอย่างยิ่งยวด
ก่อนหน้านี้ฮวางฝานเองก็สนับสนุนนางเป็นอย่างดี แต่เนื่องด้วย สูญเสียผลประโยชน์ในประตูสวรรค์ เขาจึงกลายมาเป็นหนึ่งในบุคคลที่ ค่อยๆ มองเมินนาง
เวลานี้ฮวางฝานสนใจแค่ปกปูองเนี่ยเทียนเท่านั้น เพราะใจอยากแต่ จะดึงตัวเนี่ยเทียนให้มาเป็นพวก ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่หรือการหลอกล่อก็ ล้วนอยากจะพาเนี่ยเทียนกลับไปยังวิมานสวรรค์ด้วยกัน เพื่อให้เนี่ยเทียน ได้กลายมาเป็นคนของวิมานสวรรค์
ส่วนนาง ขณะที่ตกอยู่ในช่วงเวลาที่สัตว์วิเศษแปรสภาพอาจจะโผล่ ออกมาได้ทุกเมื่อ ฮวางฝานกลับพูดแค่ว่าให้ตนระวังตัว
ซูหลินรู้สึกผิดหวังอย่างมาก นางค่อยๆ ตระหนักได้ว่าหากเนี่ยเทียน กลายมาเป็นลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์จริงๆ เกรงว่าเขาคงกลายมาเป็นคน ที่วิมานสวรรค์จับตามองมากที่สุด และได้รับการดูแลเอาใจใส่จากเหล่าผู้ อาวุโสในวิมานสวรรค์มากที่สุด
ส่วนหนิงหยางที่เคยเป็นดาวดวงใหม่ของวิมานสวรรค์ ตอนนี้กลับตาย ไปแล้ว นางเองเมื่ออยู่ต่อหน้าเนี่ยเทียนก็จะค่อยๆ ดับแสงลง
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าคนที่พบเจอในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวซึ่งไม่ เคยได้ยินแม้แต่ชื่อแซ่วันนั้น มาวันนี้จะขึ้นมาขี่อยู่บนหัวข้า เข้ามาแทนที่ ข้าและหนิงหยาง กลายมาเป็นดาวดวงใหม่ที่เจิดจรัสที่สุดของวิมาน สวรรค์” ซูหลินปลงอนิจจัง