ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 363 จมดิ่ง
“เนี่ยเทียนลงไปแล้ว!”
บนยอดเขาอีกแห่งหนึ่ง เผยฉีฉีก้มลงมองจากที่สูงไปยังหุบเขาแห่งนั้น แล้วก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
ความสนใจของนางอยู่ที่รอยแยกห้วงมิติซึ่งเปิดออกมาโดยตลอด การ ที่เนี่ยเทียนถูกฮวางฝานพาบินลงไปยังหุบเขา นางจึงมองเห็นอย่างชัดเจน
หัวมู่มีท่าทีสงบนิ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เขากำลังพาฮวางฝาน ไปตรวจสอบหาภูตผีปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกห้วงมิติ”
“ท่านเป็นคนบอกเขาหรือ?” เผยฉีฉีพลันตระหนักได้ถึงอะไร บางอย่าง
หัวมู่พยักหน้า “ตัวตนของข้าค่อนข้างจะเปราะบาง ไม่สะดวกให้ เปิดเผยหน้าตา ทุกคนที่อยู่ที่นี่มีเพียงฉางเซินและฮวางฝานแห่งวิมาน สวรรค์เท่านั้นที่สามารถสั่งสอนเจ้าภูตผีปีศาจที่แอบก่อกวนตัวนั้นได้”
“ค่ายกลลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทำได้เพียงขัดขวางไม่ให้ ภูตผีปีศาจย่างก้าวเข้ามาในอาณาจักรหลีเทียน ทว่ากลับไม่ได้พันธนาการ เผ่ามนุษย์”
“หากฮวางฝานมีความกล้ามากพอที่จะเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติเพื่อ ตามหาภูตผีปีศาจที่เป็นตัวสร้างปัญหา บางทีก็อาจแก้ไขปัญหาได้จาก ต้นเหตุ”
เผยฉีฉีกล่าวด้วยความตะลึงระคนแปลกใจ “ท่านจะบอกว่าภูตผี ปีศาจไม่สามารถมาอาณาจักรหลีเทียนได้ ทว่าเผ่ามนุษย์กลับสามารถบิน เข้าไปในรอยแยกห้วงมิติแห่งนั้นได้?”
“ต่อให้รอยแยกห้วงมิติแห่งนั้นจะถูกค่ายกลลับของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวปิดผนึกจริงๆ การปิดผนึกนั้นก็เป็นเพียงแค่ด้านเดียวเท่านั้น” หัวมู่กล่าวเนิบช้า
“ค่ายกลไม่อนุญาตให้ภูตผีปีศาจเยื้องกรายเข้ามาในอาณาจักรหลี เทียน แต่เผ่ามนุษย์อย่างพวกเรากลับไม่ได้รับขีดจำกัดใดๆ จากค่ายกล นั้น พวกเราสามารถเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติได้อย่างอิสระ และอาจถึง ขั้นไล่ตามรอยแยกห้วงมิติไปโผล่ยังอาณาจักรของภูตผีปีศาจได้ด้วยซ้ำ!”
“นี่ต่างหากถึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมพระราชวังโบราณสะเก็ดถึงได้ทิ้ง รอยแยกห้วงมิติเอาไว้ ไม่ได้ทำลาย แต่แค่ปิดผนึกมันเท่านั้น”
“จุดลี้ลับมหัศจรรย์ที่แท้จริงของค่ายกลลับพระราชวังโบราณสะเก็ดก็ คือจุดนี้!”
“แค่อนุญาตให้พวกเราก้าวเข้าไปในอาณาจักรภูตผีปีศาจ แต่ไม่ยอม ปล่อยให้ภูตผีปีศาจตนใดได้เยื้องย่างเข้ามาในดินแดนดาวตก!”
เผยฉีฉีใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่ถึงได้ค่อยๆ ตระหนักถึงความหมายในคำพูด นั้น นางจึงกล่าวว่า “ที่พระราชวังโบราณสะเก็ดจัดการไว้เช่นนี้ก็เพราะ หวังว่าสักวันหนึ่งผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ในดินแดนดาวตกจะมีศักยภาพ มากพอ และมีความกล้าหาญมากพอที่จะกรีฑาทัพไปพิชิตอาณาจักรภูตผี
ปีศาจ? นี่คือช่องทางที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ให้เผ่ามนุษย์ในดินแดนดาวตกได้ เดินทางไปสังหารถึงอาณาจักรของภูตผีปีศาจ?”
“ถูกต้อง!” หัวมู่กล่าวเสียงหนัก จากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกๆ ติดต่อกัน “น่าเสียดายที่ถึงกระทั่งวันนี้ผู้แข็งแกร่งของสำนักใหญ่ๆ ใน ดินแดนดาวตกก็ยังไม่มีความกล้าหาญและศักยภาพมากพอให้เข้าไป สังหารยังอาณาจักรภูตผีปีศาจจากรอยแยกห้วงมิติที่ปิดสนิทก่อนหน้านี้ แต่ไหนแต่ไรมาล้วนมีเพียงภูตผีปีศาจและเผ่าชั่วร้ายอื่นๆ เท่านั้นที่คิดหา วิธีการแห่กันเข้ามาในดินแดนดาวตก”
“ฮวางฝานจะมีความกล้าหาญมากพอที่จะเข้าไปก่อกวนในรอยแยก ห้วงมิตินั้นแล้วหวนกลับคืนมาหรือไม่?” เผยฉีฉีกล่าว
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ดวงตาหัวมู่เผยความล้ำลึก
และเวลานี้เนี่ยเทียนก็ได้ถูกฮวางฝานพาตัวมายืนอยู่ตรงปากหลุมลึก ดำมืดขนาดใหญ่นั้นแล้ว
หลุมดั่งเหวลึกคล้ายภูตผีปีศาจน่าหวาดกลัวที่อ้าปากกว้างหมาย เขมือบกลืนผู้คนได้ปลดปล่อยปราณปีศาจสีม่วงเข้มอ่อนจางออกมาอย่าง ต่อเนื่อง
ตรงรอยแยกห้วงมิติมีแสงดาวมากมายที่คล้ายกับกระแสธารก่อตัวกัน ขึ้นมาเป็นภาพดวงดาวที่งดงามและประณีต
ปราณแห่งบรรพกาลอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากใน รอยแยกห้วงมิติ ทำให้เนี่ยเทียนที่ฝึกคาถาดวงดาวเกิดความรู้สึกปลอดภัย อย่างน่าแปลกใจ
“โฮก!”
เสียงสัตว์คำรามสะเทือนเลือนลั่นปฐพีอีกเสียงหนึ่งคล้ายดังมาจากสี่ ด้านแปดทิศ สั่นสะเทือนจนเยื่อแก้วหูของเนี่ยเทียนปวดปร่า
นัยน์ตาฮวางฝานฉายประกายแสงคมกล้า เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นาทีที่เสียงคำรามสนั่นหวั่นไหวนั้นดังออกมา ภาพค่ายกลดาวเปล่ง ประกายมากมายที่เกิดจากการรวมตัวกันของแสงดาวตรงปากรอยแยก ห้วงมิติเกิดกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง
เขาที่ยืนอยู่ตรงปากรอยแยกยังคงไม่สามารถวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ ว่าเสียงปีศาจมาจากรอยแยก
แต่เห็นได้ชัดว่าพลังโจมตีที่เขาได้รับกลับรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เขาอยู่ บนยอดเขามากมายนัก
เขาจึงเชื่อในการวิเคราะห์ของเนี่ยเทียนทันที
เสียงที่เขาเข้าใจว่ามาจากสัตว์วิเศษแปรสภาพแข็งแกร่งนั้นที่แท้ก็คือ ภูตผีปีศาจตนหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกห้วงมิติ
สีหน้าของเขาจึงเปลี่ยนมาเป็นมิอาจคาดเดา ขมวดคิ้วแน่นมองไปยัง รอยแยกห้วงมิติที่มืดดำลึกลับด้วยท่าทีลังเลตัดสินใจไม่ได้
ในฐานะที่เป็นบุคคลสำคัญของวิมานสวรรค์ ความลับเกี่ยวกับรอย แยกห้วงมิติที่หัวมู่รับรู้ ตัวเขาเองก็รู้ชัดเจนอยู่แก่ใจ
“มันอยู่ด้านใน เพียงแต่ถูกค่ายกลลับของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวกีดขวางเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถเหยียบเข้ามาในที่แห่งนี้ได้” เนี่ย
เทียนชี้ลงไปด้านล่างแล้วอธิบายเบาๆ “แต่เสียงปีศาจที่มันเปล่งออกมา กลับไม่ได้รับอิทธิพลจากค่ายกลลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เพราะอย่างไรซะจนถึงกระทั่งวันนี้ค่ายกลลับก็ยังก่อตัวไม่สำเร็จ จึงยังไม่ สามารถปิดผนึกรอยแยกได้อย่างสมบูรณ์แบบ”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ฮวางฝานพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า
เขาลังเลอยู่นานมาก ยังตัดสินใจไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าเมื่อเหยียบเข้าไป ในรอยแยกห้วงมิตินั้นจะต้องเผชิญหน้ากับอะไร
บางทีในรอยแยกห้วงมิติอาจมีภูตผีปีศาจที่แข็งแกร่งหลายตัวรอเขา อยู่นานแล้ว
ยิ่งฮวางฝานคิดลึกเขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยความกังวลใจ ไม่กล้าทำอะไร บุ่มบ่าม
“สุดท้ายเขาก็ยังไม่กล้าอยู่ดี” หัวมู่จับสังเกตเงียบๆ อยู่นานจึงถอน หายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง ส่ายหัวแล้วกล่าวต่อว่า “อย่างไรซะบนโลกใบนี้ ผู้ที่ มีความกล้าหาญอย่างแท้จริงจนเหยียบเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติที่ เชื่อมต่อกับอาณาจักรภูตผีปีศาจก็หาได้ยากยิ่ง และในบรรดาคนเหล่านั้น ก็มีคนมากมายที่ตายไปแล้ว…” บนใบหน้าของเขาเผยการย้อนทวนความ ทรงจำ
เผยฉีฉีแสดงความสนใจออกมาทางสีหน้า “ท่านหัว ท่านเคยไปที่ อาณาจักรภูตผีปีศาจมาก่อนอย่างนั้นหรือ?”
“เคยไป แต่คนที่ไปพร้อมกับข้าก็ตายกันไปเกือบหมดแล้ว” หัวมู่ยิ้ม ขมขื่น
“ฟิ้วๆๆ!”
แสงดาวเปล่งประกายยังคงไหลรินลงมาจากท้องฟูา ตรงดิ่งเข้าหา รอยแยกห้วงมิติ
เห็นว่าฮวางฝานยืนยิ่งเฉยอยู่นานและไม่มีท่าทีว่าจะลงมือจัดการกับ ภูตผีปีศาจตนนั้น เนี่ยเทียนก็ร้อนใจอย่างอดไม่ได้ จึงกล่าวว่า “คือว่า ผู้ อาวุโสฮวาง ไหนๆ ท่านก็รู้ตำแหน่งของภูตผีปีศาจแล้ว ท่านมีวิธีที่จะ สังหารมันหรือไม่?”
“มันไม่ออกมา ข้าก็ไม่มีวิธีที่ดีเท่าไหร่จริงๆ” ฮวางฝานไอแห้งๆ หนึ่ง ครั้ง จากนั้นก็ควบคุมธงปลายแหลมหลายผืนให้จมลงไปในรอยแยกห้วง มิติแล้วกล่าวว่า “ข้าจะพยายามหาจากด้านในดู ดูสิว่าจะหาเจ้าภูตผี ปีศาจที่สร้างเรื่องตัวนั้นเจอหรือไม่”
พลังจิตวิญญาณของเขาติดตามธงปลายแหลมเหล่านั้นเข้าไปในรอย แยกห้วงมิติด้วย
เนี่ยเทียนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็มีเสียงแผดคำรามดังกึกก้อง ลอยออกมาข้างนอกอีกครั้ง
บัดนี้เขาพลันตระหนักได้ว่าภูตผีปีศาจที่อยู่ในรอยแยกห้วงมิติได้เล็ง ตำแหน่งของเขาเรียบร้อย ดังนั้นมันจึงระดมพลให้สัตว์วิเศษแปรสภาพ พากันเข้ามาสังหารเขา
“มีแต่พวกชั้นต่ำ เอาตัวมาตายเสียเปล่าๆ” ฮวางฝานแค่นเสียง เปลี่ยนแปลงคาถาวิเศษให้ธงปลายแหลมที่เหลืออยู่เคลื่อนเข้าไปสังหาร
สัตว์วิเศษแปรสภาพที่ตรงเข้ามาหมายโอบล้อมพวกเขาจนตายไปอย่าง ง่ายดาย
อยู่ๆ ธงปลายแหลมเหล่านั้นก็คล้ายกลายมาเป็นอาวุธร้ายกาจที่พร่า ผลาญทุกชีวิตอย่างรวดเร็ว
เมื่อธงเหล่านั้นปลิวสะบัด สัตว์วิเศษแปรสภาพตัวแล้วตัวเล่าก็ร่าง แยกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ
“โฮก!”
เสียงปีศาจระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้ง หินก้อนใหญ่ที่เนี่ยเทียนยืนอยู่พลัน แตกกระจาย
สัตว์วิเศษแปรสภาพหลายตัวตะบึงเข้าใส่แนวปูองกันธงปลายแหลม ของฮวางฝานอย่างไม่กลัวตาย ด้วยความที่พวกสัตว์พุ่งเข้ามาอย่าง รวดเร็ว ช่วงจังหวะที่เนี่ยเทียนลอยตัวอยู่กลางอากาศเพราะหินใต้ฝุาเท้า แตกทลายไปก็ทำให้สัตว์ตัวหนึ่งในนั้นหัวทิ่มลงไปยังรอยแยกห้วงมิติที่ยัง ไม่ถูกปิดผนึกอย่างสมบูรณ์
ก่อนที่ร่างของเนี่ยเทียนจะดิ่งฮวบลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว
“แย่แล้ว!”
ฮวางฝานและหัวมู่หน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน