ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 364 สัตว์กร่อนวิญญาณ
ฮวางฝานคิดไม่ถึงเลยว่าการที่เขาลังเลตัดสินใจไม่ได้จะเป็นเหตุให้ เนี่ยเทียนตกลงไปในรอยแยกห้วงมิติแห่งนั้น
“สวบ!”
ธงปลายแหลมหลายผืนคล้ายเคียวของเทพแห่งความตายโบกสะบัด ฟาดฟันให้สัตว์วิเศษแปรสภาพตัวแล้วตัวเล่าร่างแตกกระจายออกเป็น เสี่ยงๆ
สัตว์แปรสภาพมากมายที่ห้อตะบึงเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเริ่มหวาดกลัว กับการเข่นฆ่าที่ดุดันจากฮวางฝาน บวกกับที่เสียงล่อลวงจากภูตผีปีศาจ ตัวที่อยู่ในรอยแยกห้วงมิติได้เงียบลงไปแล้ว
สัตว์แปรสภาพหลายตัวจึงจดจ้องฮวางฝานด้วยสายตาหวาดผวา ก่อนจะถอยห่างกันออกไปช้าๆ
ฮวางฝานเองก็คร้านจะใส่ใจพวกมัน แต่มองเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ ด้วยใจที่ร้อนรนราวกับไฟลน
เพียงแค่แผล็บเดียวเงาร่างของเนี่ยเทียนก็หายวับไปในรอยแยกห้วง มิติมืดมิดแห่งนั้นแล้ว
ฮวางฝานหน้าเปลี่ยนสี ก่อนจะกัดฟันบินพรวดตามเข้าไปในรอยแยก ห้วงมิติ
“เจ้ารออยู่ที่นี่!”
แทบจะเวลาเดียวกัน หัวมู่ที่อยู่บนยอดเขาอีกแห่งหนึ่งก็บินถลา ออกมาทันทีทันใด
เผยฉีฉีได้แต่มองหัวมู่ที่กลายร่างเป็นควันสีเทาเส้นหนึ่งบินฉิวออกไป จากข้างกายนาง ก่อนจะตรงดิ่งเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติแห่งนั้น
“นี่…นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
ซูหลินที่ตั้งท่าระวังตัวคอยปูองกันสัตว์วิเศษแปรสภาพก็จับตามองทุก เหตุการณ์ในหุบเขาตาไม่กะพริบเช่นกัน
นางเองก็สังเกตเห็นว่าอยู่ๆ เนี่ยเทียนก็ร่วงลงไปในรอยแยกห้วงมิติ จากนั้นฮวางฝานลังเลอยู่แค่ชั่วครู่ก็บินตามเขาลงไป
ที่ยิ่งทำให้นางแปลกใจก็คือควันสีเทาเส้นหนึ่งซึ่งเกิดจากการแปลง กายของหัวมู่ก็ตามหลังเนี่ยเทียนและฮวางฝานดิ่งลงไปในรอยแยกห้วงมิติ ด้วย
ก่อนหน้าที่หัวมู่ยังไม่ปรากฏตัว นางไม่รู้เลยว่ายังมีผู้แข็งแกร่งลึกลับ ซ่อนตัวอยู่ในความมืดอีกมากน้อยแค่ไหน
“อู้!”
เงาร่างอรชรร่างหนึ่งพลันโผล่ออกมาตรงริมขอบหน้าผาอีกแห่งหนึ่ง
เผยฉีฉีที่จงใจอำพรางปราณของตัวเองมานานเป็นฝุายเผยตัวออกมา ก่อน นางที่สวมหน้ากากเอาไว้จึงทำให้หน้าตาดูธรรมดา
นางมองไกลๆ มายังซูหลินแล้วตะโกนเสียงดัง “เนี่ยเทียนร่วงลงไปใน รอยแยกห้วงมิติ เจ้าควรจะแจ้งเรื่องนี้แก่ผู้แข็งแกร่งทุกฝุายของ อาณาจักรหลีเทียนโดยเร็วที่สุด ให้พวกเราตามลงไปรับตัวเขา”
“เจ้าเป็นใคร?” ซูหลินตกใจเล็กน้อย แต่ก็ตั้งสติได้ทันที “คนที่ลงไป เมื่อครู่นี้เป็นคนของพวกเจ้าด้วยหรือไม่?”
“พวกเราเป็นคน ไม่ใช่ภูตผีปีศาจ ที่ปรากฏตัวอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่เพราะ หมายช่วยเหลือภูตผีปีศาจแน่นอน” เผยฉีฉีน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะ กล่าวต่ออย่างหงุดหงิด “พวกเราคือเพื่อนของเนี่ยเทียน”
“เพื่อนของเนี่ยเทียน…” ซูหลินครุ่นคิดเล็กน้อยก็พยักหน้ารับ ทั้งยัง กล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะแจ้งผู้แข็งแกร่งของอาณาจักรหลีเทียน เดี๋ยวนี้”
หลังจากนั้นนางก็หยิบหินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่งออกมาติดต่อกับ พวกสุดยอดผู้แข็งแกร่งของอาณาจักรหลีเทียนที่กระจายตัวกันอยู่รอบ ด้านเพื่อสังหารสัตว์ผลึกน้ำแข็ง สัตว์เพลิงพิภพและสัตว์วิเศษแปรสภาพ อีกหลายตัว
……
ในรอยแยกห้วงมิติ ช่องทางว่างเปล่าแปลกประหลาดดำสนิทแห่ง หนึ่ง
ลำแสงเจิดจ้าเป็นกลุ่มๆ วาบผ่านอยู่ในช่องทางทำให้ช่องทางที่มืดมิด เปล่งแสงเจิดจ้าเป็นระยะ
น้ำวนดำทะมึนจำนวนมากที่หมุนคว้างอยู่ไม่นิ่งกระจายตัวกันอยู่ตาม ช่องทางว่างเปล่า
ในน้ำวนดำปื๋อเหล่านั้นมีปราณแตกต่างกันแผ่กระจายออกมาคล้ายได้ เชื่อมโยงไปยังฟูาดินแห่งความตายที่เผ่าของสิ่งมีชีวิตทุกเผ่ามิอาจเยื้อง กรายไปถึง
กลุ่มแสงพร่างพราวมากมายซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยพลังงานราวกับสามารถ ระเบิดได้ตลอดเวลาบินวนอย่างไร้ระเบียบ
เศษหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดก็กลาดเกลื่อนอยู่ เต็มช่องทางแห่งนั้น เศษหินบางก้อนยังคงมีแสงดาวเปล่งประกาย และ บางก้อนก็มีเปลวไฟลุกไหม้จนเป็นสีดำ
ธารหมอกสีม่วงเข้มเส้นหนึ่งที่ก่อตัวขึ้นจากปราณปีศาจเข้มข้นและ บริสุทธิ์ไหลรินอยู่ในช่องทางว่างเปล่าแห่งนี้
เนี่ยเทียนที่อยู่ๆ ก็มาโผล่ในช่องทาง มองเห็นสภาพการณ์แปลก ประหลาดรอบด้านก็อึ้งงันไปทันที
“อู้!”
เกราะมังกรเพลิงที่ซ่อนตัวอยู่ในกำไลเก็บของของเขาคล้ายสัมผัสได้ ถึงวิกฤตจึงบินออกมาครอบศีรษะของเขา ก่อนจะฝืนสวมลงไปบนร่าง
เมื่อเกราะมังกรเพลิงมาอยู่บนร่างมันจึงดึงเอาพลังงานเปลวเพลิงใน ร่างของเขาออกมาใช้อย่างเป็นธรรมชาติ
เมื่อพลังงานเปลวเพลิงถูกกรอกเทเข้าไป เกราะมังกรเพลิงจึงลุกไหม้ ทันที ทำให้เขากลายมาเป็นเหมือนลูกไฟลูกหนึ่งที่อยู่ในช่องทาง
“นี่ก็คือช่องทางที่เชื่อมโยงไปยังอาณาจักรภูตผีปีศาจน่ะหรือ?” มอง ประเมินรอบด้านอย่างละเอียด ใบหน้าของเนี่ยเทียนก็เต็มไปด้วยความ ตะลึงพรึงเพริด
“ฟูุวๆ! ฟูุวๆๆ!”
ด้านหลังของเขา น้ำวนสีเทาขนาดใหญ่ยักษ์ลูกหนึ่งซึ่งเคลื่อนที่ไม่อยู่ นิ่งได้ปลดปล่อยแสงดาวระยิบระยับ
น้ำวนสีเทาลูกนั้นก็คือจุดที่เขาเข้ามา!
ข้อนี้แตกต่างไปจากที่เขาคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง!
เดิมทีเขานึกว่าเขาตกลงมาในรอยแยกห้วงมิติก็จะต้องเป็นเหมือนคน ที่ตกลงไปในบ่อลึกนั่นคือร่วงดิ่งลงไปด้านล่างเรื่อยๆ
เขานึกว่าปากรอยแยกห้วงมิติที่อยู่ด้านนอกเป็นเหมือนปากของบ่อ น้ำ
พอเข้ามาเขาถึงตระหนักได้ว่าหากจะบอกว่าช่องทางที่เชื่อมต่อกับ อาณาจักรของภูตผีปีศาจคือปากบ่อขนาดใหญ่ยักษ์แห่งหนึ่ง ถ้าเช่นนั้น ตำแหน่งที่เขาอยู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงแค่น้ำวนลูกหนึ่งที่มีขนาดเท่าเมล็ด ข้าวซึ่งอยู่ช่วงกลางบ่อเท่านั้น
เมื่อยืนอยู่ด้านหน้าน้ำวนลูกนั้น ไม่ว่าจะเงยหน้าหรือก้มหน้าเขาก็ ล้วนเห็นเป็นภาพทิศทัศน์ที่ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก
น้ำวนแสงดาวพร่างพราวและคลื่นห้วงมิติที่กระเพื่อมไหวอยู่ด้านหลัง ของเขาทำให้เขาเข้าใจว่าเขาสามารถข้ามผ่านมันไปโผล่ยังอาณาจักรหลี เทียนได้โดยตรง
ทว่าธารหมอกหลายเส้นที่ก่อตัวขึ้นจากปราณปีศาจเข้มข้นซึ่งอยู่รอบ ด้านน้ำวนของเขากลับพยายามที่จะไหลรินเข้าไปในน้ำวนนั้นให้ได้
แต่ตรงกลางของน้ำวนกลับมีค่ายกลที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทิ้งเอาไว้ ซึ่งมันกำลังทำงานโดยการสกัดกั้นการแทรกซึมของปราณปีศาจ
ใจของเขากระตุกจึงเดินตามธารหมอกเพื่อหมายค้นหาต้นกำเนิดของ มัน
และเขาก็สังเกตเห็นอย่างรวดเร็วว่าตรงกลางของธารหมอกเส้นหนึ่งที่ เกิดจากปราณปีศาจมารวมตัวกันมีภูตผีปีศาจเรือนกายมหึมาตนหนึ่ง กำลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“โฮก!”
ภูตผีปีศาจตนนั้นร้องคำรามเดือดดาลอยู่ในช่องทางว่างเปล่า
ที่น่าแปลกใจก็คือเสียงคำรามนั้นดังสะเทือนเลือนลั่นปฐพีตอนอยู่ใน อาณาจักรหลีเทียน ทว่าเมื่ออยู่ในช่องทางแห่งนี้กลับฟังดูอู้อี้และเสียงก็ แผ่วจางลงไปมากอย่างเห็นได้ชัด
ภูตผีปีศาจที่มีลำตัวยาวเกือบร้อยเมตร ทั้งร่างเป็นสีดำสนิท เรือนกาย คล้ายวัวปุามีเขาโค้งงอดุร้ายงอกออกมา
ดวงตาที่เป็นสีม่วงเข้มของมันเมื่ออยู่ในช่องทางที่มืดมิดก็ราวกับพระ อาทิตย์สีม่วงดวงเล็กๆ สองดวงที่ปลดปล่อยประกายแสงน่าพรั่นพรึง
ดูเหมือนว่าเดิมทีมันกำลังจะเดินทางไปยังอาณาจักรหลีเทียนโดยคิด จะผ่านน้ำวนสีเทาขมุกขมัวนั้นไป ทว่าตอนที่มันห้อตะบึงมาหาเนี่ยเทียน กลับมีท่าทีระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัดราวกับว่าหวาดกลัวอะไรบางอย่าง
“ฟิ้ว!”
แสงดาวพร่างพราวเส้นหนึ่งคล้ายดาวตกพลันบินทะยานออกมาจาก ในน้ำวนสีเทา
แสงดาวระยิบระยับเส้นนั้นดั่งลูกธนูแหลมคมที่แทงสวบลงไปบนร่าง ของภูตผีปีศาจในชั่วพริบตา
ภูตผีปีศาจร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ตอนที่มันพยายามพุ่งเข้า มาหาเนี่ยเทียนร่างก็พลันโซซัดโซเซ
ระหว่างทางมีกลุ่มแสงลึกลับที่เปล่งแสงวาบๆ สัมผัสโดนเรือนกาย ใหญ่โตของมัน
แล้วอยู่ๆ กลุ่มแสงลึกลับนั้นก็พลันระเบิดออก ทั้งยังส่งพลังระเบิดที่ น่าหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดออกมา ทำให้อาการบาดเจ็บของภูตผีปีศาจ ตนนั้นสาหัสมากขึ้นอีกไม่น้อย
เนี่ยเทียนจับตามองอย่างละเอียดก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ภูตผีปีศาจตนนี้ น่าจะทดลองบุกผ่านรอยแยกห้วงมิติเพื่อไปโผล่ยังอาณาจักรหลีเทียนอยู่ หลายครั้งแล้ว
ทว่าตราผนึกที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ได้สำแดงเดช ไม่ เพียงแต่ขัดขวางมัน ยังโจมตีมันกลับไปด้วย
บนเรือนกายใหญ่โตของภูตผีปีศาจตนนั้นมีบาดแผลจากการถูกแสง ดาวมากมายโจมตีอย่างหนักหน่วง อีกทั้งบนเกล็ดที่แข็งกระด้างหลาย แผ่นตรงส่วนหลังของมันก็ยังคงมีสะเก็ดแสงดาวลั่นปะทุออกมา
“เพราะว่าเข้าไปไม่ได้ มันถึงได้ใช้เสียงคำรามมาล่อลวงสัตว์วิเศษแปร สภาพในอาณาจักรหลีเทียนอย่างต่อเนื่อง ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” มอง อยู่ครู่หนึ่งเนี่ยเทียนก็คาดเดาได้
“อู้! อู้!”
และเวลานี้เอง ในน้ำวนสีเทาขมุกขมัวลูกนั้นก็มีเงาร่างสองเงาบิน ทยอยตามกันมาติดๆ
“เหล่าฮวาง! ท่านหัว!”
เนี่ยเทียนที่ลอยตัวอยู่นิ่งๆ กลางช่องทางห่างจากน้ำวนสีเทาระยะ หนึ่งร้องอุทานด้วยความตกใจอย่างอดไม่ได้
“เนี่ยเทียน เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” ฮวางฝานที่สวมเสื้อเกราะงดงาม รอบกายมีธงปลายแหลมหลายผืนบินวน เยื้องกรายมาในช่องทางแห่งนี้ ด้วยอาภรณ์ติดอาวุธครบครัน ก่อนที่เขาจะมองประเมินไปรอบด้านอย่าง ระแวดระวังด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดถึงขีดสุด
“ภูตผีปีศาจ!”
เขาพลันสังเกตเห็นภูตผีปีศาจตนนั้นที่เดินโซเซเคลื่อนไหวอยู่ใน ช่องทางว่างเปล่าด้วยความยากลำบาก
“สัตว์กร่อนวิญญาณ!”
เมื่อหัวมู่มาถึงก็จ้องภูตผีปีศาจร่างมหึมาตนนั้นเขม็ง แค่มองปราด เดียวเขาก็ร้องอุทานอย่างแตกตื่นทันที
“เนี่ยเทียน! รีบกลับมาเร็วเข้า กลับไปอาณาจักรหลีเทียนกับข้า เดี๋ยวนี้!” เขาเอ่ยเร่งอย่างร้อนรน