ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 365 อาณาจักรปีศาจที่หก
“สัตว์กร่อนวิญญาณ!”
หัวมู่มองปราดเดียวก็สามารถเอ่ยชื่อของภูตผีปีศาจตนนั้นออกมาได้ เห็นได้ชัดว่าเขารู้ที่มาของภูตผีปีศาจตนนี้ และก็รู้ถึงความน่ากลัวของ ภูตผีปีศาจที่ชื่อว่าสัตว์กร่อนวิญญาณตัวนี้ด้วย
“สัตว์กร่อนวิญญาณ คือภูตผีปีศาจอะไร?” กลับเป็นฮวางฝานแห่ง วิมานสวรรค์เสียอีกที่หันไปมองภูตผีปีศาจซึ่งถูกหัวมู่เรียกว่า “สัตว์กร่อน วิญญาณ” ตัวนั้นด้วยความตกตะลึง
จากนั้นฮวางฝานก็พลันตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างจึงหันมามอง หัวมู่ด้วยท่าทีระแวดระวัง ทั้งยังตวาดเสียงหนัก “เจ้าล่ะเป็นใคร?”
หัวมู่คร้านจะสนใจเขา
เนี่ยเทียนที่ได้ยินเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของหัวมู่ก็พลันคิดได้ จึงพยายามจะขยับเข้าไปใกล้หัวมู่และฮวางฝาน
ความคิดของเขาเพิ่งจะเกิดขึ้นในใจ เกราะมังกรเพลิงที่ครอบอยู่บน ร่างของเขาก็ตอบสนองกลับมาอย่างรวดเร็ว
พลังเปลวเพลิงที่มาจากในน้ำวนเปลวเพลิงของเขาถูกเกราะมังกร เพลิงดึงออกไปอีกส่วนหนึ่ง เกราะมังกรเพลิงที่มีไฟลุกท่วมเป็นฝุายพาตัว เขาขยับเข้าไปหาหัวมู่และฮวางฝานด้วยตัวเอง
“เปรี๊ยะๆๆ!”
รอบกายเขามีเสียงไฟที่ลุกท่วมวัตถุประหลาดดังลอยมา เขาแบ่ง สมาธิไปมองก็รู้ว่าด้านในช่องทางที่ว่างเปล่าแห่งนี้มีสิ่งเจือปนลึกลับอยู่ มากมาย
ดูเหมือนว่าสิ่งเจือปนเหล่านั้นจะเป็นพิษภัยต่อเรือนกายที่มีเลือดเนื้อ อย่างมาก ดีที่การปรากฏตัวของเกราะมังกรเพลิงทำให้ผลึกเปลวเพลิง เกิดขึ้น และใช้พลังงานเปลวเพลิงมาเผาไหม้สิ่งเจือปนเหล่านี้ทั้งยัง ปกปูองเขาไว้ภายใน
“โฮก!”
สัตว์กร่อนวิญญาณที่คำรามและพุ่งตะบึงเข้ามาในธารปราณปีศาจ ลักษณะเป็นหมอกควันพลันอ้าปากกว้างแล้วสูดเฮือกอย่างแรง
ปากของสัตว์กร่อนวิญญาณเหมือนกลายมาเป็นหุบเหวลึกในชั่วเสี้ยว วินาที
กลุ่มแสง ลำแสง สิ่งเจือปนลึกลับมากมายล้วนบินเข้าไปหาปากกว้าง ของสัตว์กร่อนวิญญาณตัวนั้น
เนี่ยเทียนที่อยู่ห่างจากสัตว์กร่อนวิญญาณอีกระยะหนึ่ง รวมไปถึงฮ วางฝานและหัวมู่ที่เพิ่งเข้ามาถึงที่แห่งนี้ต่างก็ถูกแรงดูดจากปากใหญ่ของ สัตว์กร่อนวิญญาณดึงรั้ง
คนทั้งสามต่างก็ถูกดูดให้เข้าไปหาปากของสัตว์กร่อนวิญญาณอย่างมิ อาจควบคุมได้
ดวงตาราวดวงอาทิตย์สีม่วงสองดวงของสัตว์กร่อนวิญญาณ ปลดปล่อยประกายดุร้าย ก่อนที่เสียงคลุมเครือฟังไม่ได้ศัพท์จะลอย ออกมาจากลำคอที่ขยับขึ้นๆ ลงๆ ของมัน
“ข้ามาจากตระกูลอาซือข่าเท่อแห่งอาณาจักรปีศาจที่หก! อาณาจักร หลีเทียนเดิมทีก็เป็นหนึ่งในทุ่งเลี้ยงสัตว์ของตระกูลอาซือข่าเท่ออยู่แล้ว!”
“ข้าได้รับมอบหมายให้มาเก็บอาณาจักรหลีเทียนกลับคืนสู่ตระกูล อาซือข่าเท่ออีกครั้ง!”
“แมลงเผ่ามนุษย์ที่ต่ำต้อยอย่างพวกเจ้าต้องตายกันให้หมด!”
ตอนที่สัตว์กร่อนวิญญาณตัวนั้นอ้าปากสูดอย่างแรง ในปากของมัน กลับยังมีภาษาของเผ่ามนุษย์ดังออกมาตะกุกตะกัก
“ก็แค่สัตว์ปีศาจไม่ถึงระดับเจ็ดตัวหนึ่งที่ถูกราชาปีศาจแห่งความมืด ตระกูลอาซือข่าเท่อเลี้ยงเอาไว้เท่านั้น กลับยังกล้าเพ้อฝันจะช่วงชิง อาณาจักรหลีเทียนกลับคืนไปอย่างนั้นรึ?” หัวมู่แค่นเสียงเย็น “หาก ตระกูลอาซือข่าเท่อคิดจะช่วงชิงอาณาจักรหลีเทียนกลับคืน อย่างน้อยก็ น่าจะให้เกียรติกันมากกว่านี้โดยการส่งตัวพวกภูตผีปีศาจระดับสูงมา”
“สัตว์ปีศาจระดับหกก็คือสัตว์ปีศาจระดับหก ต่อให้เจ้าเป็นสัตว์กร่อน วิญญาณ มีสายเลือดถึงจุดสูงสุดของระดับหกแต่ก็ยังคงเป็นแค่ระดับหก เท่านั้น!”
“นึกจริงๆ หรือว่าอาณาจักรหลีเทียนไม่มีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ เป็นแค่สัตว์กร่อนวิญญาณระดับหกก็คิดจะทำตัวกำเริบเสิบสานอย่างนั้น รึ?”
หัวมู่เลิกต่อต้าน ปล่อยให้ร่างกลายมาเป็นเหมือนใบไม้ใบหนึ่งที่ไหล ไปตามกระแสธาร ลอยเข้าหาปากใหญ่ยักษ์ของสัตว์กร่อนวิญญาณ ทั้งยัง เอ่ยเสียดสีไม่หยุด
“เจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมถึงรู้ความลับของพวกภูตผีปีศาจมากมาย ขนาดนี้?” ฮวางฝานกล่าวด้วยความตะลึงพรึงเพริด
เขาใช้พลังของธงปลายแหลมอย่างต่อเนื่อง นี่จึงทำให้เขาไหลไปหา สัตว์กร่อนวิญญาณได้ช้ามาก
เขาสามารถต้านทานแรงดูดของสัตว์กร่อนวิญญาณได้แล้ว
ทว่าหัวมู่กลับเหมือนเนี่ยเทียนที่ยังคงลอยไปหาปากใหญ่ของสัตว์ กร่อนวิญญาณอย่างมิอาจควบคุม
แต่คำพูดเหล่านั้นของหัวมู่ได้แสดงให้เห็นถึงความคุ้นเคยที่เขามีต่อ อาณาจักรภูตผีปีศาจ นี่จึงทำให้ฮวางฝานรู้สึกสนใจอย่างมาก
เพราะแม้แต่เขาที่มาจากวิมานสวรรค์ อีกทั้งยังมีตำแหน่งสูงส่งก็ยังไม่ รู้เรื่องเกี่ยวกับภูตผีปีศาจอย่างที่หัวมู่พูดออกมาเลย
“เหตุใดเจ้าถึงได้รู้เรื่องของตระกูลข้าดีขนาดนี้?” สัตว์กร่อนวิญญาณ เองก็ตกใจเช่นกัน
และที่ตะลึงไม่แพ้กันก็คือเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนพลันค้นพบว่ายิ่งเขาได้สัมผัสกับหัวมู่ลึกซึ้งมากเท่าไหร่ เขา ก็ยิ่งไม่เข้าใจคนผู้นี้
“เนี่ยเทียน เจ้าจดจำลักษณะของสัตว์กร่อนวิญญาณตัวนี้เอาไว้ให้ดี” หัวมู่พูดขึ้นกะทันหัน
ขณะที่เนี่ยเทียนบินเข้าไปหาสัตว์กร่อนวิญญาณอย่างมิอาจควบคุม เขาก็พลันเบิกตากว้างจ้องเขม็งไปยังสัตว์กร่อนวิญญาณ จดจำลักษณะดุ ร้ายอัปลักษณ์ของมันไว้จนขึ้นใจ
“สัตว์กร่อนวิญญาณตัวนี้เป็นเพียงแค่ภูตผีปีศาจระดับต่ำ ในสายตา ของภูตผีปีศาจชั้นสูง ภูตผีปีศาจชั้นต่ำก็เป็นเพียงแค่สัตว์ปีศาจตัวหนึ่ง เท่านั้น” หัวมู่เอาแต่กล่าวอธิบายอย่างเดียว
“สัตว์กร่อนวิญญาณสามารถกัดกร่อนปราณวิญญาณ ทำให้ปราณ วิญญาณฟูาดินที่พวกเราใช้ในการดำรงชีวิตค่อยๆ กลายมาเป็นปราณ ปีศาจเมื่อผ่านการหลอมละลายจากสายเลือดประหลาดของมัน”
“ตระกูลอาซือข่าเท่อคงคิดจะเพิ่มความเร็วในการทำให้ปราณปีศาจ กลบทับอาณาจักรหลีเทียนถึงได้ส่งตัวมันมาเป็นทัพหน้าก่อนอย่างเงียบ เชียบ”
“โชคดีที่เจ้ากลับมาทันเวลาจนสามารถเปิดใช้ค่ายกลลับของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาขัดขวางไม่ให้มันเข้าไปในอาณาจักรหลี เทียนได้”
“หากปล่อยให้มันข้ามผ่านไปในอาณาจักรหลีเทียนได้สำเร็จ และเรา ค้นพบไม่ทันกาล มันจะไปเพิ่มความเร็วในการกัดกร่อนของปราณ วิญญาณอาณาจักรหลีเทียน”
“อาจใช้เวลาแค่ครึ่งปี ปราณวิญญาณฟูาดินของอาณาจักรหลีเทียนก็ จะถูกกลบทับไว้ด้วยปราณปีศาจจนหมด”
“ขณะที่สัตว์กร่อนวิญญาณต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ของเรา วิธีการที่พวกมันคุ้นชินมากที่สุดก็คืออ้าปากออกกว้างแล้วออกแรงสูด เพื่อให้บีบพวกเราขยับเข้าไปใกล้มัน”
“หากอยู่ห่างจากมันในระยะที่แน่นอน สายเลือดประหลาดของมันจะ ออกฤทธิ์และส่งผลกระทบต่อธาตุปราณวิญญาณในร่างของเราโดยที่เรา ไม่รู้ตัว
“นี่ก็คือวิธีการที่มันชอบเอามาใช้ในการต่อสู้มากที่สุด”
“…”
ตอนที่หัวมู่ลอยเข้าหาสัตว์กร่อนวิญญาณ เขามีท่าทีสงบนิ่งอย่างน่า แปลกใจ ทั้งยังใช้น้ำเสียงเรียบเรื่อยวิเคราะห์จุดอันตรายและลักษณะ พิเศษในการต่อสู้ของสัตว์กร่อนวิญญาณออกมาอย่างละเอียด
ราวกับว่าเมื่อหลายปีก่อนเขาก็เคยมีประสบการณ์ต่อสู้กับสัตว์กร่อน วิญญาณของอาณาจักรปีศาจมาก่อน
ฮวางฝานและเนี่ยเทียนรับฟังคำอธิบายที่เขามีต่อสัตว์กร่อนวิญญาณ อย่างตั้งใจ ทั้งสองคนต่างก็อึ้งตะลึงไม่น้อย
“เจ้า เจ้าคนนี้เป็นใครกันแน่?” สัตว์กร่อนวิญญาณเองก็สัมผัสได้ถึง กลิ่นอายของวิกฤต
“ฟิ้ว!”
ทันใดนั้นหัวมู่ที่ลอยตัวมาหาสัตว์กร่อนวิญญาณอย่างเชื่องช้าก็พลัน ระเบิดความเร็วขึ้นเป็นสิบเท่า!
เงาร่างของเขาคล้ายสายฟูาที่แลบปลาบเข้าหาปากซึ่งอ้ากว้างของ สัตว์กร่อนวิญญาณ ก่อนจะเข้าไปอยู่ในปากใหญ่โดยไม่ได้รับอิทธิพลใดๆ จากแรงดูดแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเขาก็มาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน
“เจ้ากลับไปก่อน!”
เขายกมือขึ้นกดลงไปบนหลังของเนี่ยเทียน แรงมหาศาลที่อ่อนโยน ระลอกหนึ่งผลักให้เนี่ยเทียนบินไปหาฮวางฝาน
“รีบพาเนี่ยเทียนกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียน!” หัวมู่ตวาดเบาๆ
ร่างของเนี่ยเทียนไม่ได้รับแรงดึงดูดจากสัตว์กร่อนวิญญาณอีกต่อไป ชั่วพริบตาเดียวก็กลับมายืนอยู่ข้างกายฮวางฝาน
ฮวางฝานคว้าร่างของเนี่ยเทียนเอาไว้ จากนั้นก็เห็นว่าหัวมู่แค่นเสียง หนึ่งครั้งก่อนที่รอบกายเขาจะมีเปลวเพลิงสีเขียวรุบรู่เผาไหม้ขึ้นมา
เมื่อเปลวเพลิงสีเขียวปรากฏขึ้นมันก็แทงเข้าไปยังปากของสัตว์กร่อน วิญญาณเสียงดัง “ฟูุวๆ”
สัตว์กร่อนวิญญาณรีบหุบปากลงทันที
และเวลานี้เนี่ยเทียนและฮวางฝานก็พบว่าตัวเองหลุดพ้นจากการดึง รั้งของสัตว์กร่อนวิญญาณอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
“รีบจัดการเรื่องการปิดผนึกของอาณาจักรหลีเทียน จากนั้นใช้ ความเร็วที่มากที่สุดเดินทางไปยังอาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักร เชียนแจว๋ ใช้วิธีการเดียวกันนี้ไปปิดผนึกรอยแยกที่แตกออก!” หัวมู่ตวาด เสียงดัง
“ตกลง!” ฮวางฝานรับคำ