ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 383 ปฏิเสธความปรารถนาดีจากวิมานสวรรค์!
“เนี่ยเทียน สิ่งเหล่านี้ที่เจ้าทำเพื่ออาณาจักรเชียนแจว๋ พวกเราจะ จดจำขึ้นใจไปตลอดกาล!” ข่งเสวียนจากสำนักหยางเอ่ยขอบคุณเนี่ย เทียนอย่างจริงจัง
ผู้ฝึกลมปราณเพศหญิงสองคนของสำนักหยินที่เฝูาอยู่ที่นี่ คนหนึ่งงาม เย้ายวน คนหนึ่งสวยเรียบร้อย
หญิงสาวทั้งสองสวมเสื้อผ้าสะอาดเอี่ยม บัดนี้บนหน้าของพวกนางก็มี รอยยิ้มผ่อนคลาย ประกายในดวงตาสดใส หันมาพยักหน้าให้เนี่ยเทียน เบาๆ
“ในเมื่อข้าได้รับการสืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาจาก ประตูสวรรค์ เมื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานจากภูตผีปีศาจ ข้าก็มีหน้าที่ที่ ต้องปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติที่เปิดออก” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยท่าทีถ่อมตัว
เขาหยุดชะงักไปครู่ ก่อนที่จะยกยิ้มขมขื่นและถอนหายใจเบาๆ พูด อีกครั้งว่า “หากพวกคนในอาณาจักรหลีเทียนคิดอย่างพวกท่านบ้าง ข้าก็ คงปลื้มใจยิ่งกว่านี้”
เขามาจากอาณาจักรหลีเทียน ตอนที่เดินออกมาจากการประลองใน ประตูสวรรค์ก็พยายามช่วยเหลือสำนักโลหิต สำนักภูตผีและสำนักอื่นๆ โดยต้านทานภูตผีปีศาจอย่างสุดความสามารถ
ด้วยเหตุนี้เขาถึงขั้นใช้พลังบริสุทธิ์ของสายเลือดแห่งพลังชีวิตอย่างไม่ เสียดายเพื่อปลุกให้โครงกระดูกปีสาจเลือดของสำนักโลหิตฟื้นตื่นขึ้นมา
เดิมทีเขาคิดว่าเขาทำเพื่ออาณาจักรหลีเทียนมากขนาดนี้ ตอนที่เขา เดินออกไปจากอาณาจักรหลีเทียน สำนักผู้ฝึกลมปราณของทางนั้นจะ จดจำความดีของเขา และช่วยดูแลญาติของเขาให้เป็นอย่างดี
ทว่าตอนที่เขาย้อนกลับมายังอาณาจักรหลีเทียนกลับรู้ว่าท่านตาและ เนี่ยเฉี่ยนถูกบีบให้ต้องไปอยู่อาณาจักรปุายจั้นเพียงเพราะคนมากมายใน สำนักหลิงอวิ๋นไม่ชอบหน้าพวกเขา
พอกลับมาถึงเมืองเฮยอวิ๋น สิ่งที่เขาพบเจอ สิ่งที่เขาได้ยิน ข่าวคราว เกี่ยวกับเขาส่วนใหญ่ล้วนเป็นไปในแง่ลบ
เนื่องจากปราณปีศาจแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวัง ยมบาลถูกบีบให้ย้ายสำนัก คนของอาณาจักรหลีเทียนที่ตกอยู่ท่ามกลาง บรรยากาศสิ้นหวังกลับมองเขาเป็นช่องทางแห่งการระบายอารมณ์
คนมากมายล้วนผลักภัยพิบัติที่อาณาจักรหลีเทียนประสบพบเจอให้ เป็นความผิดของเขา
เรื่องราวที่เขาเผชิญมาในอาณาจักรหลีเทียนโจมตีเขาอย่างรุนแรงจน เขาเกือบจะหมดอาลัยตายอยาก
แต่เขากลับนึกไม่ถึงว่าสำนักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ๆ ในอาณาจักรเชียน แจว๋ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาจะยอมสู้ตายเพื่อปกปูองเขาในยาม ที่เขาเปิดใช้ค่ายกลลับที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้
แม้แต่สำนักหยินและสำนักหยางที่เพื่อปกปูองเขาแล้วก็ยังยอม ปรองดองกันโดยไม่มีความขัดแย้งใดๆ เกิดขึ้น
ในอาณาจักรเชียนแจว๋ เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึก มานานมากแล้ว!
“อาณาจักรหลีเทียน?” ฝานซานซานแห่งสำนักหยินขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “คนเหล่านั้นของอาณาจักรหลีเทียน ไม่ได้คิดแบบพวกเรางั้นหรือ? ไม่มีเจ้า รอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลี เทียนก็ไม่มีทางถูกปิดผนึกได้ ศักยภาพของอาณาจักรหลีเทียนเองเมื่อ เทียบกับพวกเราแล้วก็ถือว่าอ่อนด้อยกว่าเยอะมาก พวกเขาไม่มี ความสามารถที่จะต้านทานการรุกรานจากตระกูลอาซือข่าเท่อได้หรอก”
หญิงสาวนามว่าเถียนเซวี่ยซึ่งเป็นคนของสำนักหยินเหมือนกันก็พูด ขึ้นอย่างแปลกใจ “พวกเขาควรจะมองเจ้าเป็นความภาคภูมิใจของ อาณาจักรหลีเทียนสิถึงจะถูก”
เนี่ยเทียนส่ายหัว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก
“โฮกๆ!”
ยามนี้ ในรอยแยกห้วงมิติที่เปิดออกมีเสียงร้องคำรามโหยหวนของ ภูตผีปีศาจระดับต่ำดังลอยมาอย่างต่อเนื่อง
ทุกคนที่อยู่บนยอดเขาก้มหน้าลงมองถึงได้พบว่าพวกภูตผีปีศาจระดับ ต่ำที่มีเรือนกายใหญ่โต เนื่องจากรีบร้อนหวนกลับอาณาจักรปีศาจที่ห้า ตอนที่ก้าวผ่านรอยแยกห้วงมิติ เพราะเบียดเสียดกันเกินไป ร่างกาย มหึมาของภูตผีปีศาจระดับต่ำหลายตัวจึงปะทะเข้ากับภาพดวงดาวที่ลอย อยู่ตรงรอยแยกห้วงมิติ
ร่างกายของภูตผีปีศาจระดับต่ำอาบโชกไปด้วยเลือดอย่างรวดเร็ว บางตัวก็ถึงกับปีกหัก
ภูตผีปีศาจระดับสูงมีเรือนกายสูงใหญ่กว่าเผ่ามนุษย์เพียงเล็กน้อย ตอนที่พวกมันข้ามผ่านรอยแยกห้วงมิติจึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
ภูตผีปีศาจระดับสูงที่มีอันเก๋อซือและอีลี่แห่งตระกูลปาตุ้นเป็นหัว หน้าต่างก็สบถด่าด้วยความแค้นเคือง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังกำชับภูตผีปีศาจระดับต่ำเหล่านั้น บอกให้ พวกมันไม่ต้องรีบร้อนเกินไปนัก เพราะถึงแม้ว่ารอยแยกห้วงมิติจะกว้าง ทว่าภูตผีปีศาจระดับต่ำหลายตัวเฮโลกันเข้าไปในเวลาเดียวกัน นี่ย่อมทำ ให้พวกมันสัมผัสโดนภาพดวงดาวที่ลอยอยู่เหนือรอยแยกห้วงมิติอย่าง เลี่ยงไม่ได้
ทว่าขณะที่พวกภูตผีปีศาจกำลังหลบหนีก็ได้ถูกผู้ฝึกลมปราณของ อาณาจักรเชียนแจว๋ฉวยโอกาสตรงเข้ามาสังหาร
ตอนที่พวกมันได้รับข้อความว่าต้องกลับอาณาจักรปีศาจก็ได้สูญเสีย ปณิธานในการต่อสู้ไปเรียบร้อย แต่ละตัวเร่งร้อนถึงขีดสุด นี่จึงเป็นเหตุให้ การถอนทัพของพวกมันเปลี่ยนมาเป็นไร้ระเบียบและเบียดเสียดกันแน่น ขนัด
เนี่ยเทียนมองอยู่แค่ครู่เดียวก็กลอกตาหนึ่งครั้ง ก่อนจะปล่อยพลัง ของภาพดวงดาวที่เขาดึงเอามาใช้กลับคืนไป
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่มีแสงดาวบินออกมาจากภาพดวงดาวที่อยู่เหนือ รอยแยกอีก
ภาพดวงดาวขนาดใหญ่ยักษ์ที่อยู่ตรงรอยแยกห้วงมิติจึงเริ่มมั่นคง ตอนที่พวกภูตผีปีศาจลอดผ่านไปก็ได้ปลิดชีวิตพวกมันมาอย่างเงียบเชียบ
ธารแสงดาวระยิบระยับที่มาจากท้องฟูากรอกเทเข้าไปยังรอยแยก ห้วงมิติ เพิ่มขนาดของภาพดวงดาวอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ของภาพดวงดาวขยายใหญ่ขึ้นทีละนิด ทำให้พวกภูตผีปีศาจ ได้รับแรงกดดันมากกว่าเดิมตอนที่ลอดผ่าน และก็ได้รับบาดแผลมากขึ้น
“อู้!”
หลิวหลิงแห่งสำนักหยินขับเคลื่อนรถศึกสีเงินวาวบินมาจากทิศไกล อย่างรวดเร็ว
รถศึกที่ส่ายไหวโอนเอนนั้นปรากฏร่องรอยของความเสียหายอย่าง เด่นชัด ฮวางฝานจากวิมานสวรรค์ที่คุ้มกันเขาเดินทางมาที่นี่ก็อยู่บนรถ ศึกคันนั้นด้วย
“ศิษย์พี่หญิง”
เมื่อเห็นหลิวหลิงบินลงมา ฝานซานซานและเถียนเซวี่ยจากสำนักหยิ นต่างก็ทักทายด้วยรอยยิ้ม
หลิวหลิงเห็นว่าเนี่ยเทียนปลอดภัยดีและมองเห็นว่าพวกภูตผีปีศาจ ต่างก็แย่งชิงกันเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติที่เปลี่ยนมาเป็นเหมือนเครื่องบด เนื้อจึงผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด นางส่งยิ้มให้เนี่ยเทียนและ กล่าวว่า “โชคดีที่มีเจ้า”
“พวกท่านไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” เนี่ยเทียนตอบรับ
หลิวหลิงผ่อนลมหายใจหนึ่งครั้ง กล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “พวกเรา รอดมาได้ก็เพราะเจ้านั่นแหละ เดิมทีข้ากับฮวางฝานต่างก็ถูกภูตผีปีศาจ จำนวนมากรุมล้อม สถานการณ์อันตรายอย่างยิ่ง ทว่าเมื่อเสียงคำราม บอกให้ถอนทัพดังขึ้นมาจากที่นี่ พวกภูตผีปีศาจมากมายที่ล้อมโจมตีพวก เราถึงได้แตกฮือกันออกไป”
“และก็ด้วยเหตุนี้พวกเราถึงได้หลุดพ้นจากพวกมันและตามมาถึงที่นี่ ได้อย่างปลอดภัย”
ฮวางฝานแห่งวิมานสวรรค์ก็เผยสีหน้าดีใจหลังจากรอดพ้นภัยมาได้ เขาพยักหน้าให้เนี่ยเทียนพร้อมกล่าวว่า “ลำบากเจ้าแล้ว”
“ทุกคนไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” เนี่ยเทียนพูดพร้อมรอยยิ้ม
มาถึงเวลานี้ไม่จำเป็นต้องให้เขาทำอะไรอีกแล้ว เมื่ออันซือเก๋อคำราม เดือดดาล ภูตผีปีศาจที่พุ่งไปหารอยแยกห้วงมิติอย่างบ้าคลั่งก็ไร้ซึ่ง ปณิธานในการสู้รบอีก
ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรเชียนแจว๋ฉวยโอกาสตอนที่ภูตผีปีศาจ พ่ายแพ้ถอยร่นขยายผลการสู้รบโดยการไล่ตามไปสังหารภูตผีปีศาจ เหล่านั้น
ไม่มีภูตผีปีศาจตัวไหนยอมดึงดันอยู่ต่อเพื่อลงมือสังหารเนี่ยเทียนอีก
แล้วนับประสาอะไรกับที่ตอนนี้ข้างกายของเนี่ยเทียนยังมีผู้แข็งแกร่ง จากสำนักหยินและสำนักหยางหลายคนที่อยู่ที่นี่เพื่อคุ้มกันเขาตลอดเวลา
“ดูท่าสถานการณ์เสี่ยงอันตรายของอาณาจักรเชียนแจว๋ก็น่าจะ คลี่คลายได้แล้ว” ฮวางฝานคลายหัวคิ้วที่ขมวดออกแล้วหันมากล่าว กับเนี่ยเทียน “ทางด้านนี้หมดเรื่องแล้ว ตามข้ากลับไปยังอาณาจักร เสวียนเทียนเถอะ”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว เงียบงันไม่เอ่ยคำใด
“ทำไมหรือ?” ฮวางฝานถามด้วยความแปลกใจ
“ตอนนี้ข้ายังไม่มีความคิดที่จะไปอาณาจักรเสวียนเทียน” เนี่ยเทียน แสดงท่าที
คำพูดนี้ดังขึ้น พวกคนของสำนักหยินและสำนักหยางต่างก็แสดงสี หน้าแปลกใจ
สีหน้าของฮวางฝานไม่น่ามองเล็กน้อย เขากล่าวว่า “เจ้าสำนักของ พวกเราอยากพบเจ้า”
ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่จ้าวลั่วเฟิงได้กำชับเขาไว้ว่ารอจนเนี่ยเทียนปิด ผนึกรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรเชียนแจว๋เรียบร้อยแล้วก็ให้พาเนี่ย เทียนกลับไปยังวิมานสวรรค์ทันที
เรื่องที่วิมานสวรรค์และเอ้าเติงแห่งอาณาจักรปีศาจที่สี่แอบทำการ แลกเปลี่ยนกันอย่างลับๆ คือความลับที่ใหญ่ที่สุด
เนี่ยเทียนที่เปิดใช้ค่ายกลลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็รู้ ความลับนี้ด้วย วิมานสวรรค์ต้องการเก็บความลับนี้เอาไว้ หากไม่อยากให้
มันรั่วไหลออกไปภายนอกก็จำเป็นต้องรับเนี่ยเทียนเข้ามาอยู่ในวิมาน สวรรค์ กลายมาเป็นสมาชิกส่วนหนึ่งของวิมานสวรรค์
และวิมานสวรรค์เองก็คือสำนักของผู้ฝึกลมปราณที่มีรากฐานลึกล้ำ ที่สุด พลังในการสู้รบก็อยู่อันดับที่หนึ่งของดินแดนดาวตกในทุกวันนี้
จ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงย่อมเข้าใจไปเองอยู่แล้วว่าเนี่ยเทียนไม่น่าจะ ปฏิเสธการได้เป็นส่วนหนึ่งของวิมานสวรรค์
และพวกเขาก็เตรียมจัดงานพิธีรับเนี่ยเทียนเข้าสู่วิมานสวรรค์เป็นที่ เรียบร้อย ทั้งยังเตรียมทุ่มเทเต็มที่เพื่อปลูกฝังเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียน กลายเป็นดวงดาวดวงใหม่ที่เจิดจรัสที่สุดของวิมานสวรรค์ต่อจากหนิงห ยาง
จุดนี้จ้าวลั่วเฟิงก็ได้บอกกับฮวางฝานแล้ว
แม้แต่ฮวางฝานเองก็ยังรู้สึกว่าเนี่ยเทียนไม่น่าจะมีเหตุผลใดให้ปฏิเสธ ความปรารถนาดีจากวิมานสวรรค์
ทว่าตอนนี้เมื่อสถานการณ์ของอาณาจักรเชียนแจว๋มั่นคงแล้ว เนี่ย เทียนกลับไม่อยากกลับไปวิมานสวรรค์ นี่จึงทำให้ฮวางฝานรู้สึกไม่สบ อารมณ์เล็กน้อย
ผู้แข็งแกร่งของสำนักหยินและสำนักหยางเห็นสีหน้ามืดทะมึนของฮ วางฝาน พวกเขาต่างก็หรี่ตาลงน้อยๆ
ก่อนที่พวกเขาจะพากันมายืนต่อหน้าเนี่ยเทียนเพื่อวางกำลังปกปูอง เนี่ยเทียนอย่างเงียบเชียบ
“ข่งเสวียน! หลิวหลิง!” ฮวางฝานแค่นเสียงเย็น กล่าวด้วยสีหน้า หงุดหงิด “พวกเจ้าทำอย่างนี้หมายความว่าไง? ต้องรู้นะว่าข้าเป็นคนพา เนี่ยเทียนมา วิกฤตในอาณาจักรเชียนแจว๋ของพวกเจ้าตอนนี้ก็ยังไม่ คลี่คลาย! สำนักหยินและสำนักหยางของพวกเจ้าควรจะซาบซึ้งใจใน บุญคุณของพวกเรา!”
“พี่ฮวาง เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” ข่งเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ กลับส่ายหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว “พวกเราซาบซึ้งใจก็จริง แต่คนที่พวกเรา ซาบซึ้งใจไม่ใช่วิมานสวรรค์ของพวกเจ้า”
เขาหันหน้ากลับมามองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “เขา ต่างหากถึงจะเป็นผู้มีพระคุณต่อผู้ฝึกลมปราณในอาณาจักรเชียนแจว๋ของ พวกเรา!”
หญิงสาวสามคนที่มีหลิวหลิงเป็นหัวหน้าก็พยักหน้าน้อยๆ ทั้งหลิวห ลิงยังกล่าวว่า “พี่ฮวาง สิ่งเดียวที่พวกเราซาบซึ้งใจในตัวเจ้าก็คือเจ้าพา เนี่ยเทียนมาส่ง ทว่าความรู้สึกซาบซึ้งเช่นนี้เมื่อเทียบกับเรื่องที่เนี่ยเทียน ทำเพื่อวิมานสวรรค์แล้ว อันที่จริงต้องเรียกว่าน้อยนิดจนแทบไม่มีค่าพอ ให้พูดถึง”
“หากเจ้าคิดจะบีบบังคับให้เนี่ยเทียนทำในเรื่องที่เขาไม่ปรารถนา ก็ อย่ามาโทษที่พวกเรามิอาจดูดาย”
ฝานซานซานและเถียนเซวี่ยที่อยู่ด้านหลังนางก็พยักหน้ารับอย่าง เชื่องช้า
ศึกนองเลือดราวกับฝันร้ายที่เพิ่งผ่านไป ผู้ฝึกลมปราณของสำนักหยิน และสำนักหยางต่างก็ตกอยู่ในสภาพที่เกือบสิ้นหวัง แต่พวกเขาก็ได้รับ ชีวิตใหม่เพราะเนี่ยเทียน
ตอนนี้พวกเขาทุกคนต่างก็มองเนี่ยเทียนเป็นผู้มีพระคุณของตัวเอง
ต่อให้ฮวางฝานจะมาจากวิมานสวรรค์ แต่หากเขาคิดจะลงมือกับเนี่ย เทียน พวกเขาก็ไม่มีทางยินยอมแน่นอน
ฮวางฝานมีสีหน้าดำคล้ำ ใช้สายตาที่ซุกซ่อนความหมายลึกล้ำมอง ใบหน้าของเนี่ยเทียนและกวาดมองบนร่างของพวกเขา ก่อนที่จะเงียบ เสียงไป