ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 384 แตกหัก!
ม่านรัตติกาลถดถอย ปราณปีศาจเข้มข้นที่ปกคลุมที่แห่งนี้มานานถึง สองปีก็เริ่มสลายหายไป
บนท้องฟูาค่อยๆ เผยให้เห็นสีขาวเป็นเงินระเรื่อ ฟูาเริ่มสว่างมากขึ้น เรื่อยๆ
ทว่าบนยอดเขาที่พวกเนี่ยเทียนยืนอยู่กลับไม่มีบรรยากาศเบิกบาน สนุกสนานเพราะวิกฤตของอาณาจักรเชียนแจว๋คลี่คลาย
ทุกคนต่างก็เงียบกริบ บรรยากาศหนักอึ้งเล็กน้อย ต่างฝุายต่างกำลัง คุมเชิงกันอย่างเห็นได้ชัด
ฮวางฝานจ้องเขม็งไปที่เนี่ยเทียนและทุกคนของสำนักหยาง มองอยู่ พักหนึ่งเขาก็พลันสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะกล่าวกับเนี่ยเทียนด้วย น้ำเสียงที่ค่อนข้างผ่อนคลาย “ตอนที่ข้าคุ้มครองเจ้ามาส่งอาณาจักรเชียน แจว๋ วิมานสวรรค์ให้ข้าบอกกับว่าขอแค่เจ้ารับปากว่าจะเข้าร่วมกับวิมาน สวรรค์ เจ้าก็จะกลายมาเป็นศิษย์ผู้ทรงเกียรติของวิมานสวรรค์เรา”
“วิมานสวรรค์จะเอาวัตถุดิบวิเศษทั้งหมดที่มีมาให้เจ้าใช้อย่างไร้ เงื่อนไข”
“ทุกปัญหาที่เจ้าพบเจอระหว่างเส้นทางในการฝึกบำเพ็ญตบะ เจ้า สำนักและผู้อาวุโสใหญ่ต่างก็จะช่วยแก้ไขให้เจ้าอย่างใส่ใจ”
“ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่ท่านผู้นั้นของวิมานสวรรค์เราที่หากเจ้าได้พบ เจอในภายหลัง เขาเองก็จะช่วยเจ้าแก้ไขปัญหาทั้งหมดเกี่ยวกับการฝึกตน เช่นกัน”
“ท่านตา ท่านปูาใหญ่ของเจ้าก็ล้วนจะถูกพาตัวมาเสวยสุขที่วิมาน สวรรค์เพราะเจ้า”
“นอกจากนี้อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณชิ้นนั้นที่เจ้าได้มาจากตำหนัก เทพเพลิงก็จะตกเป็นของเจ้าไปตลอดกาล วิมานสวรรค์ของพวกเราจะ ติดต่อกับตำหนักเทพเพลิงบอกให้พวกเขาล้มเลิกความคิดที่จะทวงคืน เกราะมังกรเพลิงไปจากเจ้า”
“เมื่อเข้ามาอยู่ในวิมานสวรรค์ ต่อไปอนาคตของวิมานสวรรค์ก็ล้วน ตกอยู่ในกำมือของเจ้า”
“ในหลายร้อยปีให้หลัง เจ้ามีโอกาสที่จะกลายมาเป็นบุคคลอันดับ หนึ่งของดินแดนดาวตก และได้ควบคุมวิมานสวรรค์!”
เห็นว่าไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล ฮวางฝานพลันเปลี่ยนแนวความคิด ใช้การ ล่อลวงที่ยิ่งใหญ่มากระตุ้นเนี่ยเทียน หวังว่าเนี่ยเทียนจะมีสติขึ้นมาอีกนิด รู้ว่าเมื่อเขาเข้าไปอยู่ในวิมานสวรรค์แล้วจะได้รับอะไร
พวกคนเหล่านั้นของสำนักหยินและสำนักหยางเมื่อได้ยินคำสัญญา จากฮวางฝานต่างก็แสดงสีหน้าสนใจ
แม้แต่พวกเขาเองก็ยังรู้สึกว่าหากตนเป็นเนี่ยเทียน เผชิญหน้ากับ ข้อเสนอที่น่าสนใจเช่นนี้ก็ยังยากจะปฏิเสธได้
ช่วยเนี่ยเทียนแก้ไขปัญหาทุกอย่างในการฝึกตน ปัญหายากๆ ในการ ฝึกตนมีจ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงเป็นผู้แก้ไข แม้แต่ “ท่านผู้นั้น” ก็ยังจะช่วย แนะนำอย่างตั้งใจ
วันหน้าได้ควบคุมวิมานสวรรค์ อีกหลายร้อยปีให้หลังจะกลายมาเป็น บุคคลอันดับหนึ่งของดินแดนดาวตก!
เงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบอย่างถึงที่สุดเช่นนี้เอามามอบให้กับเด็กคนหนึ่ง ที่อายุยังน้อยและมาจากอาณาจักรหลีเทียน เขา…จะปฏิเสธจริงๆ หรือ?
ข่งเสวียนและหลิวหลิง รวมไปถึงคนอื่นๆ ต่างก็ใช้สายตาที่ซับซ้อน อย่างยิ่งมองมายังเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำ กำลังรอการตัดสินใจจากเขา
แม้แต่พวกเขาเองก็ยังรู้สึกว่าเนี่ยเทียนน่าจะตอบรับฮวางฝาน และ พร้อมเดินทางกลับวิมานสวรรค์ไปกับเขา
ทว่าเนี่ยเทียนกลับยังคงขมวดคิ้วคล้ายกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่าง
“วิมานสวรรค์…” เนี่ยเทียนพึมพำอยู่ในใจ
เขาย้อนนึกถึงประสบการณ์เหล่านั้นตอนที่อยู่ในวิมานสวรรค์ ตอนที่ เขาติดตามฮวางฝานมาถึงวิมานสวรรค์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนก็ตื่น ตะลึงไปกับความโอ่อ่ายิ่งใหญ่ของวิมานสวรรค์เช่นกัน รู้ว่าวิมานสวรรค์มี ตำแหน่งสูงส่งล้ำหน้าผู้ใดในดินแดนดาวตก สมกับที่ได้รับการขนานนาม ว่าเป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุด
อาณาจักรหลีเทียน ตอนที่เผชิญหน้ากับการรุกรานของตระกูลอาซือ ข่าเท่อแห่งอาณาจักรปีศาจที่หกกลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดให้ต้านทาน ทำได้ เพียงรอความตายอย่างสิ้นหวังเท่านั้น
ตอนที่อาณาจักรเชียนแจว๋ต่อสู้กับอาณาจักรปีศาจที่ห้าอย่างดุเดือดก็ เผชิญหน้ากับอันตรายอย่างใหญ่หลวงจนแทบจะถูกดับสำนักเช่นกัน
เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่าพลังในการสู้รบของอาณาจักรปีศาจเองก็มีความ แตกต่างกัน
ตอนที่วิมานสวรรค์เผชิญหน้ากับอาณาจักรปีศาจที่สี่ ผู้แข็งแกร่ง มากมายของวิมานสวรรค์ที่มีจ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงเป็นผู้นำ พวกเขาไม่ เพียงแต่ไร้ซึ่งความหวาดเกรงใด ทั้งยังตั้งท่ารอคอยด้วยซ้ำ
สุดท้ายพวกเขาก็บีบให้เอ้าเติงแห่งอาณาจักรปีศาจที่สี่ยอมทำการ แลกเปลี่ยนกับพวกเขา
ลำพังเพียงแค่จุดนี้เขาก็รู้แล้วว่าศักยภาพของวิมานสวรรค์แข็งแกร่ง มากถึงเพียงไหน
ทว่าท่าทีที่หลิงตงและจ้าวลั่วเฟิงมีต่อเขาตอนที่อยู่ตรงรอยแยกห้วง มิติกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นแม้แต่น้อย ตอนนั้นเขาเองก็ ไม่ได้รับความสำคัญเท่าไหร่นัก
นอกจากนี้การแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ ระหว่างวิมานสวรรค์กับภูตผี ปีศาจทำให้เขาเกิดอคติมากด้วย
แต่ท่าทีที่สำนักหยินและสำนักหยางของอาณาจักรเชียนแจว๋มีต่อเขา กลับทำให้เขารู้สึกดีอย่างย่ิง
เขายังแอบรู้สึกด้วยว่าบางทีสำนักหยินและสำนักหยางอาจมีความ เกี่ยวข้องอย่างลึกล้ำต่อพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว อีกทั้งเขาเองก็เป็นผู้ สืบทอดคนเดียวของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวที่อยู่ในดินแดนดาวตก
ด้านล่างภูเขาลูกใหญ่ทั้งสามแห่งมีเรืออยู่หนึ่งลำและตำราที่เกี่ยวข้อง กับสำนักหยินและสำนักหยาง
เมื่อชั่งน้ำหนักถึงได้ส่วนได้ส่วนเสียอีกครั้ง เขาก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ด เดี่ยวจึงหันไปเอ่ยขออภัยกับฮวางฝาน “เหล่าฮวาง ขอโทษด้วย ข้าไม่มีใจ อยากเป็นหนึ่งในสมาชิกของวิมานสวรรค์ หากเจ้าสำนักจ้าวของพวกท่าน อยากถามข้าด้วยเรื่องอย่างอื่น ข้าสามารถไปเยือนวิมานสวรรค์ในวันอื่น ได้ ข้ายังมีเรื่องบางอย่างที่ยังทำไม่เสร็จสิ้นในอาณาจักรเชียนแจว๋ คงยัง ไม่ไปวิมานสวรรค์ในตอนนี้”
ฮวางฝานพลันแค่นเสียงเย็นแล้วตวาดกร้าว “เนี่ยเทียน! เจ้าอย่า มองข้ามความหวังดีของคนอื่น!”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วไม่เอ่ยคำใด
“พี่ฮวาง ผลแตงที่ฝืนเด็ดกินก่อนเวลาย่อมไม่หวาน เจ้ากลับไปที่ วิมานสวรรค์คนเดียวเถอะ” ข่งเสวียนกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
“พี่ฮวาง หากเจ้ามีเรื่องอื่นที่ต้องการให้สำนักหยินของพวกเราช่วย พวกเรายินดีช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่หากคิดจะบีบบังคับเนี่ยเทียนแล้วจี้ตัว
เขากลับไปยังวิมานสวรรค์ เราคงยอมไม่ได้!” ในดวงตาของหลิวหลิงเองก็ ฉายให้เห็นถึงความขุ่นเคือง
“ข้าต้องการพูดกับเจ้าสำนักทั้งสองของพวกเจ้าโดยตรง!” ฮวางฝาน กล่าวด้วยความเดือดดาล
“ข้ามาแล้ว” หลี่มู่หยางแห่งสำนักหยางมาถึงทันทีทันใด พริบตาเดียว ก็ปรากฏกายอยู่หน้าฮวางฝาน เขายิ้มอย่างสง่างาม ก่อนจะเอ่ยกับฮวาง ฝานว่า “บทสนทนาของพวกเจ้าเมื่อครู่นี้ข้าได้ยินหมดแล้ว ตอนนี้ข้าจึง ขอบอกเจ้าไว้เลยว่าท่าทีของข่งเสวียนก็คือท่าทีของข้า”
ฮวางฝานตะลึงงัน
เมื่อเผชิญหน้ากลับหลี่มู่หยาง เขาไม่กล้าทำตัววางอำนาจมากเกินไป นัก ท่าทีจึงอ่อนลงมาอย่างเห็นได้ชัด
ตบะของเขามีแค่เขตลี้ลับช่วงท้าย ทว่าหลี่มู่หยางที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ กลับเป็นเขตวิญญาณช่วงกลาง นั่นคือหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดของดินแดน ดาวตก
และในใจเขาเองก็รู้ดีว่าหลี่มู่หยางที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้ร้ายกาจยิ่งกว่าห ลิงตงผู้อาวุโสใหญ่ของวิมานสวรรค์อยู่ระดับหนึ่ง
ตลอดทั้งวิมานสวรรค์ ผู้ที่มีศักยภาพสูสีกับหลี่มู่หยางก็คือจ้าวลั่วเฟิง เจ้าสำนักของพวกเขา
ในวิมานสวรรค์ ผู้ที่พอจะเอาชนะหลี่มู่หยางได้ก็คือท่านผู้นั้นที่ปิด ด่านตลอดทั้งปี ซึ่งอีกฝุายคือชายชราที่กำลังค้นหาวัตถุดิบให้มากเพียงพอ สำหรับฝุาทะลุสู่แดนว่างเปล่าอย่างยากลำบาก
“เชิญให้เนี่ยเทียนเข้าร่วมกับวิมานสวรรค์คือความต้องการของเจ้า สำนักข้า!” ฮวางฝานแสดงท่าที
“หากเนี่ยเทียนยินดี ข้าเองก็ไร้คำพูดใด” หลี่มู่หยางหรี่ตาลง สีหน้า ไม่เปลี่ยน “แต่เห็นๆ กันอยู่ว่าเขาไม่ยินดี หากวิมานสวรรค์ของเจ้าจะบีบ บังคับเอาให้ได้ ข้าก็คงยอมไม่ได้”
ฮวางฝานยังทำท่าจะพูดอะไรต่อ
หลี่มู่หยางกลับโบกมือขัดขวางคำพูดอันดับต่อมาของฮวางฝานด้วย การพูดเองว่า “ข้าไม่ได้ต้องการกักตัวเขาให้อยู่ในอาณาจักรเชียนแจว๋ เพียงเพราะเขาได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเช่น พวกเจ้า ขอแค่เขาคิดจะไป จะจากไปตอนไหนก็ย่อมได้ ข้าจะไม่มีทาง ขัดขวางเด็ดขาด และแน่นอนว่าย่อมไม่ต้องการเห็นเจ้าฮวางฝานหรือใคร หน้าไหนขัดขวางเขา!”
“เจ้ากลับไปเถอะ บอกกับจ้าวลั่วเฟิงว่านี่คือความหมายของข้าหลี่มู่ หยาง!”
“สิ่งหวนเยว่เองก็มีท่าทีเช่นนี้เหมือนกัน!” เจ้าสำนักหยินเก็บเอาวง ล้อดวงจันทร์กลับคืนมาแล้ว เดิมทีนางกำลังมองพวกอันซือเก๋อที่หายเข้า ไปรอยแยกห้วงมิติ ทว่าตอนนี้ก็ได้หันมามองฮวางฝานจากที่ไกลๆ
ฮวางฝานพลันหน้าเปลี่ยนสี
แต่ไหนแต่ไรมาผู้แข็งแกร่งของดินแดนดาวตกล้วนรู้ดีว่าหลี่มู่หยาง และสิ่งหวนเยว่ไม่ถูกกัน
ขอบเขตของคนทั้งสองเท่าเทียมกัน ต่างก็เป็นเจ้าสำนักของ สำนักหยินและสำนักหยาง และแอบต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกันอย่างลับๆ มา หลายปี
แทบจะทุกๆ สิบกว่าปี พวกเขาจะต้องหาพื้นที่ลับแห่งหนึ่งเพื่อเปิด ฉากสงครามนองเลือดอย่างไม่คำนึงถึงชีวิตและความตายโดยใช้ข้ออ้างว่า ต้องการวัดฝีมือของกันและกัน
บางครั้งการต่อสู้ของทั้งสองคนยังยืดยาวไปนานหลายเดือน
พวกคนระดับล่างของสำนักหยินและสำนักหยางเองก็มักจะต่อสู้กัน เป็นประจำ การบาดเจ็บและล้มตายจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา
คนทั้งสองมักเกิดความขัดแย้งกันในแทบทุกเรื่องของอาณาจักรเชียน แจว๋ พวกเขาต่างก็จงใจที่จะให้มีการต่อสู้เกิดขึ้น น้อยครั้งที่จะมีข้อยกเว้น
ทว่าคราวนี้ในเรื่องของเนี่ยเทียน พวกเขาทั้งสองกลับมีความเห็น ตรงกันอย่างหาได้ยากยิ่ง
ด้วยกำลังของวิมานสวรรค์ ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับสำนักหยินหรือ สำนักหยางก็ล้วนเป็นฝุายได้เปรียบเสมอ
แต่เมื่อสำนักหยินและสำนักหยางรวมกำลังกัน ต่อให้เป็นวิมาน สวรรค์ของพวกเขาเอง หากคิดจะคว้าชัยชนะในท้ายที่สุดก็ยังต้องจ่าย ค่าตอบแทนด้วยโศกนาฏกรรมอันทารุณ
ฮวางฝานใคร่ครวญหาคำพูดที่เหมาะสม ไม่กล้าพูดจาบีบบังคับอีก ได้ แต่กล่าวว่า “ตกลง ข้าจะกลับไปวิมานสวรรค์ก่อนเพื่อบอกความต้องการ ของทั้งสองท่านให้ทางฝั่งนั้นทราบ”
“พี่ฮวาง ข้าไปส่งเจ้าที่ค่ายกลนำส่ง” หลิวหลิงรีบกล่าว
“ไม่ต้อง!” ฮวางฝานโบกมือปฏิเสธความหวังดีที่นางจะใช้รถศึกเงิน วาวพาเขาไปยังค่ายกลนำส่ง แต่ใช้ตบะเขตลี้ลับทะยานตัวขึ้นกลาง อากาศแล้วจากไปเพียงลำพัง
ก่อนหน้าที่เขาจะจากไปยังหันขวับกลับมามองเนี่ยเทียนด้วยสายตา เย็นชาหนึ่งครั้ง
ภายใต้สายตาเย็นเยียบของเขา เนี่ยเทียนร่างแข็งทื่อ ปราณความเย็น ระลอกหนึ่งแผ่ไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว
บัดนี้เขารู้แล้วว่าการปฏิเสธของเขาทำให้ฮวางฝานเกิดจิตสังหาร
ความสัมพันธ์ฉันท์มิตรอันเปราะบางที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับฮวางฝาน นับตั้งแต่ตอนที่อยู่อาณาจักรหลีเทียน มาบัดนี้ได้สลายหายไปกับสายลม
หลังจากนี้ในสายตาของฮวางฝานและวิมานสวรรค์ เขาเนี่ยเทียนจะ ไม่ใช่เมล็ดพันธ์ที่อีกฝุายต้องการทุ่มเทปลูกฝังอีกต่อไป แต่อาจจะกลาย มาเป็นความอัปยศที่ต้องกำจัดทิ้งให้ได้
“ไอ้หนู ข้าแปลกใจมากว่าเหตุใดเจ้าถึงปฏิเสธความหวังดีของวิมาน สวรรค์?” หลี่มู่หยางกล่าวด้วยความแปลกใจ
คนอื่นๆ เองก็เต็มไปด้วยความสงสัย ต่างก็ไม่เข้าใจความคิดของเขา
แม้แต่สิ่งหวนเยว่เจ้าสำนักหยินเองก็ยังเยื้องกรายมาถึง ก่อนจะใช้ สายตาแปลกประหลาดมองประเมินเขา