ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 385 คำสัญญา!
หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ที่เป็นเจ้าสำนักของสำนักหยินและ สำนักหยางต่างก็แปลกใจกับการเลือกของเนี่ยเทียน
ต่อให้เป็นพวกเขาสองคนเองก็ยังรู้สึกว่าการที่เนี่ยเทียนปฏิเสธ ความหวังดีของวิมานสวรรค์ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเท่าใดนัก
วิมานสวรรค์คือสำนักผู้ฝึกลมปราณที่ยิ่งใหญ่สมกับเป็นอันดับหนึ่งใน ดินแดนดาวตก หนุ่มสาวผู้มีพรสวรรค์จำนวนมากล้วนพยายามแย่งชิงกัน เพื่อให้ได้เป็นลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์
ฮวางฝานถึงขนาดบอกกับเนี่ยเทียนอย่างชัดแจ้งว่าขอแค่เขายอม พยักหน้าตอบรับ วิมานสวรรค์ย่อมตั้งใจปลูกฝังเขาเป็นอย่างดี
ดูจากท่าทีของจ้าวลั่วเฟิงแล้ว หากเนี่ยเทียนมีพรสวรรค์มากพอ วัน หน้าเนี่ยเทียนก็อาจได้กลายเป็นเจ้าสำนักวิมานสวรรค์แทนที่เขาเลยด้วย ซ้ำ
ข้อเสนอเย้ายวนใจเช่นนี้เนี่ยเทียนกลับสละทิ้ง ช่างโง่เง่ายิ่งนัก
ภายใต้สายตาจับจ้องจากผู้แข็งแกร่งมากมายของสำนักหยินและ สำนักหยาง เนี่ยเทียนเงียบไปครู่หนึ่งจึงกล่าวขึ้นมาเบาๆ ว่า “ข้ามี อาจารย์แล้ว”
เขาแค่พูดว่าตัวเองมีอาจารย์แล้ว แต่กลับไม่ได้พูดถึงสำนัก เพราะ หลังจากที่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายมามากมาย ใจเขาจึงไม่ยอมรับในตัว ของสำนักหลิงอวิ๋นอีก
ตลอดทั้งสำนักหลิงอวิ๋น ผู้ที่ทำให้เขายอมรับได้อย่างแท้จริงมีเพียงอูจี้ เท่านั้น
และเขาเองก็จำได้เพียงความดีที่อูจี้มีต่อเขา
เพียงแต่ในใจเขารู้ดีว่าที่เขาปฏิเสธวิมานสวรรค์ไปนอกจากสาเหตุ เพราะอูจี้แล้ว ยังเป็นเพราะเรื่องที่พวกจ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงเลือกที่จะ แลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับพวกภูตผีปีศาจด้วย
แต่เขาเองก็ไม่ใช่คนโง่ เขารู้ชัดเจนดีว่าหากเขากล้าเปิดเผยความลับ เรื่องที่วิมานสวรรค์มีการแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับภูตผีปีศาจ วิมาน สวรรค์ย่อมต้องสังหารเขาอย่างไม่เสียดายค่าตอบแทนทุกอย่างแน่นอน
ซึ่งอาจถึงขั้นไม่เห็นแก่หน้าหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่
“อาจารย์ของเจ้าคือคนผู้นั้นของสำนักหลิงอวิ๋น…อูจี้?” หลี่มู่หยางก ล่าวด้วยความตะลึง
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ
หลี่มู่หยาง “อ้อ” หนึ่งคำ ก่อนจะกล่าวว่า “อูจี้เป็นอาจารย์ที่ดีคน หนึ่งจริงๆ ทว่าสำนักหลิงอวิ๋นของอาณาจักรหลีเทียนกลับไม่ขึ้นชื่อนักใน บรรดาสำนักใหญ่ๆ ของดินแดนดาวตก”
เนี่ยเทียนได้แต่ยิ้มเจื่อน
“เอาเถอะ” หลี่มู่หยางพลันเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เขาพูดพร้อมอมยิ้ม “ในเมื่อเจ้าตัดสินใจไม่เข้าร่วมกับวิมานสวรรค์ แม้ว่าข้าจะไม่เข้าใจ แต่ก็ นับถือการเลือกของเจ้าไม่น้อย ต้องรู้ว่าคนที่กล้าปฏิเสธวิมานสวรรค์และ
กล้าพอจะต้านทานการล่อลวงน่าดึงดูดใจเช่นนี้มีน้อยยิ่งกว่าน้อย วางใจ เถอะ ทางฝุายของวิมานสวรรค์ ข้าจะช่วยพูดแทนเจ้าเอง จะอย่างไรจ้าว ลั่วเฟิงก็ต้องเห็นแก่หน้าข้าไม่มากก็น้อย”
“ขอบพระคุณผู้อาวุโสหลี่มาก” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างจริงจัง
“ไม่ๆ” หลี่มู่หยางส่ายหน้าติดต่อกัน พูดด้วยสีหน้าเป็นการเป็นงาน “ที่ต้องขอบคุณคือข้าและผู้ฝึกลมปราณทุกคนในอาณาจักรเชียนแจว๋ ต่างหาก ถ้าเจ้าไม่ได้มาเยือนอาณาจักรเชียนแจว๋และปิดผนึกรอยแยก ห้วงมิติ ลำพังเพียงแค่สำนักหยินและสำนักหยางก็คงไม่มีทางต้านทาน ภูตผีปีศาจที่ไหลบ่าเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้”
คำพูดประโยคนี้เขากล่าวด้วยความจริงใจอย่างถึงที่สุด “เนี่ยเทียน ผู้ ฝึกลมปราณอาณาจักรเชียนแจว๋ของพวกเราล้วนติดค้างบุญคุณเจ้าครั้ง ใหญ่ ทุกอย่างที่เจ้าทำเพื่อพวกเรา พวกเราล้วนจดจำขึ้นใจ หลังจากนี้ หากเจ้าพบเจอปัญหาอะไรบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญตบะหรือในด้าน อื่นๆ เจ้าก็มาหาข้าที่อาณาจักรเชียนแจว๋ได้เลย”
สิ่งหวนเยว่แห่งสำนักหยินเองก็พยักหน้าน้อยๆ แสดงท่าที เช่นเดียวกับเขา
เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็พลันพูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโสหลี่และผู้อาวุโส สิ่ง ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับพวกท่านทั้งสองเป็นการส่วนตัวเสียหน่อย”
หลี่มู่หยางมีสีหน้างงงัน
สิ่งหวนเยว่ที่มีท่วงท่างามสง่าสูงส่งยกคิ้วขึ้น ก่อนจะมองมายังพวก หลิวหลิงหนึ่งครั้ง
คนหลายคนของสำนักหยินที่มีหลิวหลิงเป็นผู้นำต่างก็ลอยจากไป ทันทีอย่างรู้ใจ
พวกผู้ฝึกลมปราณของสำนักหยางอย่างข่งเสวียนก็รีบถอยออกไปจาก ยอดเขาอย่างรวดเร็วโดยไม่เอ่ยคำใดอย่างคนที่รู้อะไรควรไม่ควร
หลี่มู่หยางกล่าวเบาๆ “มีอะไรหรือ หรือว่ามีปัญหาอะไรเจ้าก็พูดมา ได้เลย เมื่อครู่ข้ารับปากไปแล้วว่าขอแค่เป็นเรื่องของเจ้า ข้าจะไม่มีทางนิ่ง ดูดายเด็ดขาด”
สิ่งหวนเยว่เองก็พยักหน้าเบาๆ อีกครั้ง
สีหน้าของเนี่ยเทียนค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นจริงจัง ใคร่ครวญถึงคำพูดที่ เหมาะสมก่อนจะกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ตอนที่ตราประทับสะเก็ดดาวสาม ดวงซึ่งข้าได้รับมาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวบินเข้าไปในตำหนัก หินกลางภูเขาลูกใหญ่ทั้งสามแห่ง เมื่อข้ารับสัมผัสผ่านตราประทับสะเก็ด ดาว ข้ามองเห็นว่าตำหนักหินหนึ่งในนั้นมีอาวุธวิเศษประเภทบินที่มี รูปร่างเหมือนเรืออยู่ลำหนึ่ง”
หลี่มู่หยางมีท่าทีตกใจเล็กน้อย “อาวุธวิเศษประเภทบินล้ำค่าอย่างถึง ที่สุด และที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ก็น่าจะยิ่งเลิศล้ำ ในเมื่อ เจ้าได้รับตราประทับสะเก็ดดาวก็เท่ากับเป็นผู้สืบทอดของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว และอาวุธวิเศษประเภทบินลักษณะเป็นเรือลำนั้นที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งเอาไว้ แน่นอนว่าย่อมต้องตกเป็นของเจ้า พวกเราจะไม่ยื่นมือเข้าแทรกเด็ดขาด”
สิ่งหวนเยว่กลับไม่พูดอะไรมาก นางยังคงใช้การพยักหน้าแสดงท่าที ของตัวเอง
“อาวุธวิเศษประเภทบินลักษณะเหมือนเรือเป็นเพียงแค่สิ่งของอย่าง หนึ่งเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพวกท่านเท่าไหร่นัก เรื่องนี้ข้ารู้ดี” เนี่ย เทียนกดเสียงต่ำ ทั้งยังมองไปรอบด้านด้วยท่าทางที่ระมัดระวังอย่างมาก คล้ายกลัวว่าจะถูกสำนักอื่นๆ นอกจากสำนักหยินและสำนักหยางของ อาณาจักรเชียนแจว๋รับรู้เรื่องนี้ด้วย
เขาสังเกตเห็นด้วยว่ายามนี้ภูตผีปีศาจจำนวนมากที่ยังมีชีวิตอยู่ล้วน มอดทะลุเข้าไปรอยแยกห้วงมิติ
ผู้ฝึกลมปราณส่วนใหญ่ของอาณาจักรเชียนแจว๋รวมไปถึงคนของ สำนักหยินและสำนักหยางต่างก็ห้อมล้อมเข้าไปสังหารพวกภูตผีปีศาจที่มี สายเลือดไม่สูง
หลี่มู่หยางได้ยินคำพูดประโยคนั้นของเขาสีหน้าก็เปลี่ยนไปน้อยๆ ก่อนจะกล่าวว่า “วางใจเถอะ มีข้าอยู่ด้วย บทสนทนาของพวกเราไม่มี ใครแอบฟังได้แน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดี” เนี่ยเทียนวางใจแล้วจึงสูดลมหายใจเข้าลึก สีหน้า ยิ่งเคร่งเครียด “ในตำหนักหินกลางภูเขาอีกสองแห่งมีผลึกใสรูปจันทร์ เสี้ยวอยู่หนึ่งชิ้นและผลึกใสราวพระอาทิตย์อีกหนึ่งชิ้น ในผลึกใสทั้งสอง ก้อนนั้นมีตำราอยู่สองเล่ม ข้าเชื่อว่าตำราสองเล่มนั้นเกี่ยวข้องกับ สำนักหยินและสำนักหยางของพวกท่าน”
ประโยคนี้กล่าวจบ ในดวงตาของหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ต่างก็ฉาย แสงแห่งความตกตะลึง
บัดนี้ดวงตาของพวกเขาคล้ายกลายมาเป็นดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ ที่เจิดจ้าสองดวง!
สิ่งหวนเยว่ที่นับตั้งแต่มาถึงที่นี่ก็ยังไม่เคยเอ่ยคำใดมีลมหายใจที่หนัก หน่วง สีหน้าก็ตื่นตะลึง
“เดี๋ยวนะ เจ้ารอเดี๋ยว ขอข้าปรับอารมณ์ก่อน” หลี่มู่หยางโบกมือ ก่อนจะหยิบเอาสุราร้อนแรงไหหนึ่งออกมาแล้วกรอกใส่ปากเสียงดัง “อึกๆๆ” ต่อหน้าเนี่ยเทียน
เหล้าร้อนแรงทั้งไหถูกเขาดื่มจนเกลี้ยงในระยะเวลาที่สั้นแสนสั้น
“เพล้ง!”
ไหเหล้าที่ถูกเขาโยนทิ้งไปส่งเดชกระแทกกับพื้นจึงแตกกระจาย
หลี่มู่หยางที่ใบหน้าแดงก่ำ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งลอยออกมาจากปาก นัยน์ตามีประกายแสงวิบวับ ตื่นเต้นจนอยู่ไม่เป็นสุข “เอาล่ะ เจ้าพูดต่อ ได้เลย”
ส่วนสิ่งหวนเยว่ก็ใช้ดวงตาที่เหมือนพระจันทร์เย็นกระจ่างจ้องนิ่งมาที่ เขา
“ผลึกใสสองก้อนและตำราที่อยู่ด้านใน ข้าเชื่อว่าต้องเกี่ยวข้องกับ สำนักหยินและสำนักหยางของพวกท่าน แต่ว่ากระแสจิตกลุ่มหนึ่งของข้า ที่เข้าไปในตำหนักหินได้แค่รับสัมผัสถึงปราณดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่
อ่อนจางเท่านั้น” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วแน่น “ข้าไม่แน่ใจว่าควรจะใช้วิธีการ ใดเอาผลึกใสสองก้อนนั้นออกมาจากในตำหนักหินให้พวกท่าน”
หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่มองตากัน
คนทั้งสองไม่ได้เอ่ยปากพูดคำใด แต่แค่พวกเขาประสานสายตากันก็ คล้ายจะสามารถเข้าใจความคิดของอีกฝุายได้เป็นอย่างดี
สิ่งหวนเยว่เงียบงันตลอดเวลา ยังคงให้หลี่มู่หยางเป็นฝุายพูด “เนี่ย เทียน! ตำราที่อยู่ในผลึกใสทั้งสองเล่มนั้นสำคัญต่อพวกเราสองสำนัก อย่างยิ่งยวด! หรือจะพูดให้ถูกก็คือสำคัญต่อพวกเราสองคนอย่างถึงที่สุด! หากเป็นไปได้ข้าหวังว่าเจ้าจะช่วยพยายามเอามันออกมาให้พวกเรา!”
“หากทำเรื่องนี้สำเร็จ ข้าหลี่มู่หยางขอสัญญาว่าต่อให้วันหนึ่งเจ้ากับ วิมานสวรรค์จะแตกคอกันจริงๆ พวกเราสองสำนักก็ยินดีต่อสู้กับวิมาน สวรรค์อย่างสุดใจขาดดิ้นเพื่อเจ้า!”
สิ่งหวนเยว่พยักหน้ารับหนักๆ อีกครั้ง
“ที่ข้าบอกเรื่องนี้กับพวกท่านก็เพราะอยากจะช่วยพวกท่านเอาผลึก ใสสองก้อนที่ด้านในมีตำราอยู่ออกมา” เนี่ยเทียนกล่าว
“ขอบคุณมาก!” หลี่มู่อย่างกล่าวอย่างจริงจัง
“แต่ว่าต่อให้ข้าจะได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ได้ครอบครองตราประทับสะเก็ดดาวสามดวง แต่ข้าก็ยังคงไม่รู้อยู่ดีว่า ต้องทำอย่างไร” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้ก่อนจะกล่าวต่อทันทีว่า “แต่
ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่าบางทีสำนักหยินและสำนักหยางของพวกท่าน อาจจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว”
พอเขาพูดเช่นนี้ หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ก็พลันมีสีหน้าแปลกใจ
ราวกับว่าแม้แต่พวกเขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าสำนักหยินและ สำนักหยางจะมีความสัมพันธ์อะไรกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว
“หากเจ้าไม่รีบร้อนจากไปไหนก็อยู่ที่อาณาจักรเชียนแจว๋ก่อนเถอะ ลองทดลองทำอยู่ที่นี่หลายๆ ครั้งก็ได้” หลี่มู่หยางขอร้อง “ข้าขอร้องเจ้า ล่ะ ช่วยทดลองทำเยอะๆ หาวิธีให้ได้มากๆ ดูสิว่าจะสามารถนำผลึกใส สองก้อนนั้นออกมาให้พวกเราได้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดหรือไม้ ผลึกใสทั้ง สองก้อนนั้นสำคัญกับพวกเรามากจริงๆ!”
“ตกลง” เนี่ยเทียนรับปากก่อนจะกล่าวว่า “ข้าเองก็อยากเอาอาวุธ วิเศษประเภทบินที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทิ้งไว้ออกมาเมื่อกัน”
“ในช่วงเวลานี้ พวกเราสองคนจะอาศัยอยู่นี่ระยะยาวเป็นเพื่อนเจ้า!” หลี่มู่หยางกล่าวด้วยเสียงอันดัง
“ฝากด้วยนะ” สิ่งหวนเยว่เอ่ยเบาๆ
ไม่นานหลังจากนั้น พวกภูตผีปีศาจที่ยังจากไปไม่ได้ก็ล้วนถูกผู้ฝึก วิญญาณของอาณาจักรเชียนแจว๋ร่วมมือกันสังหารจนเกลี้ยง
เจ้าสำนักของสำนักอื่นๆ ในอาณาจักรเชียนแจว๋ต่างก็มาพบหน้าเนี่ย เทียนเพื่อแสดงคำขอบคุณ จากนั้นก็พูดคุยปรึกษากับหลี่มู่หยางและสิ่ง หวนเยว่อยู่พักหนึ่งก่อนจะทยอยกันจากไป
หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่สั่งความบางอย่างให้กับพวกผู้แข็งแกร่งใน สำนักเสร็จแล้วก็ปล่อยให้พวกเขาแยกย้ายกันไป
ส่วนพวกเขาสองคนต่างก็อยู่ต่อตามที่บอกไว้ รอคอยให้เนี่ยเทียน สามารถไขความลับของตำหนักหินเพื่อนำผลึกใสสองชิ้นที่เกี่ยวข้องกับ สำนักหยินและสำนักหยางออกมา