ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 386 ไม่มีวิธีที่ได้ผล
อาณาจักรเสวียนเทียน
หุบเขาแห่งนั้นที่รอยแยกห้วงมิติถูกปิดผนึก จ้าวลั่วเฟิง หลิงตงและผู้ แข็งแกร่งอีกสิบกว่าคนที่มีตบะถึงเขตลี้ลับของวิมานสวรรค์ต่างก็นั่งนิ่งๆ คล้ายรออะไรบางอย่างอย่างเงียบเชียบ
เวลาที่นัดหมายกับเอ้าเติงยังมาไม่ถึง
ที่พวกเขาทนรออยู่ที่นี่ก็เพื่อรอให้เอ้าเติงกลับมาจากอาณาจักรปีศาจ ที่สี่ เพราะหมายจะรวบรวมวัตถุที่พวกเขาต้องการให้ครบ
เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะเหยียบเข้าไปในรอยแยกห้วงมิติลึกลับที่มี เพียงเผ่ามนุษย์เท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้เพื่อทำการแลกเปลี่ยนกับเอ้า เติงแห่งอาณาจักรปีศาจที่สี่
รถศึกสีทองที่ฮวางฝานโดยสารมาพลันบินทะยานมาถึง
หุบเขาที่เงียบสงัดมาเนิ่นนาน พวกจ้าวลั่วเฟิงที่ปิดปากเงียบกันมา หลายวันพากันเงยหน้าขึ้นน้อยๆ หรี่ตามองฮวางฝาน
หลิงตงขมวดคิ้วฉับ กล่าวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ฮวางฝาน ทำบ้า อะไรของเจ้า? ทำไมคนที่กลับมาถึงมีเจ้าคนเดียว เนี่ยเทียนผู้นั้นล่ะ?”
จ้าวลั่วเฟิงเองก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก “เจ้าไม่ควรกลับมาเพียง ลำพัง”
ฮวางฝานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขาและหลิงตง โค้งตัวคำนับแล้วจึง กล่าวว่า “เนี่ยเทียนไม่ยอมกลับมา”
หลิงตงพลันเดือดปรี๊ด ตวาดเสียงดัง “แล้วจะให้เจ้าไปด้วยเพื่อ ประโยชน์อันใด? ที่ให้เจ้าไปกับเนี่ยเทียนก็เพราะต้องการให้เจ้าพาตัวเขา กลับมาที่นี่!”
“ข้าไร้ความสามารถเอง” ฮวางฝานยิ้มเจื่อน
“เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่? หรือปัญหาของอาณาจักรเชียนแจว๋ยัง ไม่ได้รับการแก้ไข?” จ้าวลั่วเฟิงโบกมือ บอกเป็นนัยไม่ให้หลิงตงใช้ อารมณ์เกินไปนัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ถึงแม้ว่าฝีมือของพวกภูตผี ปีศาจอาณาจักรปีศาจที่ห้าจะไม่อ่อนด้อยนัก แต่ก็ยังสู้อาณาจักรปีศาจที่ สี่ของเอ้าเติงไม่ได้”
“ศักยภาพของหลี่มู่หยางและสิ่งเหอเยว่นั้นข้ารู้ดี พวกเขาสองคนรวม กำลังกัน บวกกับสำนักอีกหลายแห่งในอาณาจักรเชียนแจว๋ก็น่าจะ ต้านทานได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ”
กล่าวมาถึงตรงนี้จ้าวลั่วเฟิงก็ยกคิ้วขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ “คง ไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเนี่ยเทียนหรอกนะ?”
“ไม่ใช่” ฮวางฝานมีสีหน้าห่อเหี่ยว “ก่อนหน้าที่ข้าจะจากมารอยแยก ห้วงมิติของอาณาจักรเชียนแจว๋ได้ถูกเนี่ยเทียนปิดผนึกไปเรียบร้อยแล้ว ภูตผีปีศาจของอาณาจักรปีศาจที่ห้าเองก็บาดเจ็บล้มตายกันมากจึงพากัน ถอนทัพกลับไปแล้ว”
“…”
เขาเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้จ้าวลั่วเฟิงและหลิงตงฟังอย่างละเอียด ยิบโดยไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“ว่าไงนะ?” หลิงตงแค่นเสียงเย็น “เป็นเพราะเจ้าเนี่ยเทียนผู้นั้นไม่ ยอมกลับมาอาณาจักรเสวียนเทียนพร้อมกับเจ้า? เจ้าเด็กนั่นคิดอะไรอยู่ กันแน่? วิมานสวรรค์ของเราคือสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนดาวตก ยอมรับเขาเข้ามาอยู่ในสำนัก ช่วยเขาแก้ไขปัญหาทุกอย่าง เขายังมีอะไร ไม่พอใจอีก?”
จ้าวลั่วเฟิงเองก็เต็มไปด้วยความสงสัย “เจ้าไม่ได้บอกเขาอย่างชัดเจน หรือว่าขอแค่เขาเข้ามาอยู่ในวิมานสวรรค์ พวกเราจะทุ่มเทเพื่อปลูกฝัง เขาอย่างเต็มที่?”
“ที่ควรพูดข้าก็พูดไปหมดแล้ว” ฮวางฝานถอนหายใจ “แต่ไม่ว่ายังไง เขาก็ไม่ยอมมาวิมานสวรรค์ หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่เองก็เห็นด้วยกับ เรื่องนี้อย่างน่าแปลกใจ หากต้องรับมือกับพวกเขาสองคน ข้าเองก็ไม่ มั่นใจว่าจะสามารถบีบบังคับให้เนี่ยเทียนกลับมาอาณาจักรเสวียนเทียน ได้ จึงได้แต่กลับมาเพียงลำพัง”
หลิงตงเดือดดาลอย่างหนัก “เรื่องที่พวกเราแลกเปลี่ยนอย่างลับๆ กับ อาณาจักรปีศาจที่สี่ เจ้าเด็กนั่นก็เป็นพยานรู้เห็นด้วย! เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มี เกียรตินัก หากถูกเปิดโปงออกไป หน้าตาของวิมานสวรรค์เราต้องสูญสิ้น! ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องพาตัวเนี่ยเทียนกลับมา ให้เขากลายมาเป็นคนของ วิมานสวรรค์! อีกอย่าง ตราประทับสะเก็ดดาวสามดวงที่อยู่บนร่างของ เขามีดวงหนึ่งที่เป็นของหนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์!”
“ต่อให้หนิงหยางจะตายไปแล้ว แต่เมื่อรอยแยกห้วงมิติทั้งสามรอยถูก ปิดผนึกแล้ว วิมานสวรรค์ของพวกเราก็ต้องเอามันกลับคืนมา!”
“ทว่าหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ยืนกรานกันอย่างหนักแน่น” ฮวาง ฝานกล่าวเบาๆ
“สำนักหยินและสำนักหยาง! นี่พวกเขาถึงขั้นยอมแตกหักกับวิมาน สวรรค์เพื่อเนี่ยเทียนเชียวรึ!” หลิงตงฮึดฮัดเสียงเย็น รู้สึกเคียดแค้นคนทั้ง สองในชั่วพริบตาเดียว “ไอ้พวกไม่รู้คุณคน! หากไม่เป็นเพราะพวกเราพา ตัวเนี่ยเทียนไปยังอาณาจักรเชียนแจว๋ของพวกเขา ตอนนี้อาณาจักรเชียน แจว๋ก็คงพินาศวอดวายกันไปหมดแล้ว!”
จ้าวลั่วเฟิงเงียบงันอยู่ครู่หนึ่งจึงพูดกับหลิงตงว่า “อย่าเพิ่งอารมณ์ ร้อน หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ไม่ใช่คนที่รับมือด้วยได้ง่ายๆ โดยเฉพาะ หลังจากที่พวกเขาร่วมมือกัน”
หลิงตงใจเย็นขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย ทว่านัยน์ตากลับมีไอสังหาร ปรากฏขึ้นอีกครั้ง “พวกเรารอกันไปก่อน รอให้เรื่องการแลกเปลี่ยนกับ อาณาจักรปีศาจที่สี่สิ้นสุดเสียก่อน เมื่อได้วัตถุดิบวิเศษที่สำคัญเหล่านั้น มาแล้ว รอให้ได้ใช้วัตถุดิบเหล่านั้นมาสร้างดินแดนได้สำเร็จจนก้าวเข้าสู่ แดนว่างเปล่า ข้าก็ไม่เชื่อหรอกว่าหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่จะยังปกปูอง เนี่ยเทียนได้!”
จ้าวลั่วเฟิงพยักหน้า “ข้าเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาดีใจกันไปก่อน” หลิงตงแค่นเสียง กล่าว
……
บนยอดเขาของอาณาจักรเชียนแจว๋
ในหุบเขา ภาพดวงดาวขนาดใหญ่มโหฬารที่เปล่งประกายแสงดาวอยู่ ตรงรอยแยกห้วงมิติได้กลบทับรอยปริแตกจนมิด
บนท้องฟูาไม่มีธารแสงดาวไหลรินลงมาอีกแล้ว
นับจากนี้เป็นต้นไป รอยแยกห้วงมิติที่เปิดออกในชั่วระยะเวลาสั้นๆ เพราะการปรากฏตัวของประตูสวรรค์ได้ถูกปิดผนึกลงอีกครั้งเพราะการ มาเยือนของเนี่ยเทียน
ภูตผีปีศาจของอาณาจักรปีศาจที่ห้าไม่สามารถข้ามผ่านรอยแยกห้วง มิติที่แตกออกและเยื้องกรายมาเยือนอาณาจักรเชียนแจว๋ได้อีก
และผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรเชียนแจว๋ก็จะไม่ได้รับอุปสรรคใดๆ ขอแค่ยามใดที่คิดว่าตัวเองมีศักยภาพแข็งแกร่งมากพอก็จะสามารถลอด เข้าไปในรอยแยกห้วงมิติ ลงไปในช่องทางห้วงมิติที่อยู่ด้านล่างหรือถึงขั้น ไปเยือนอาณาจักรปีศาจได้เลย
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ หลายร้อยหลายพันปีที่ผ่านมา คนที่กล้าไปยัง อาณาจักรปีศาจเพื่อต่อสู้กับภูตผีปีศาจที่ฝีมือร้ายกาจกลับมีน้อยเสียจน นับนิ้วได้
ผู้ที่ได้เข้าไปจริงๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนไปตายอนาถอยู่ในอาณาจักรปีศาจ และผู้ที่มีชีวิตรอดกลับมาได้ก็มีน้อยยิ่งกว่าน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะปิด ปากแน่นสนิท ไม่เคยเล่าว่าไปประสบพบเจออะไรมาในอาณาจักรปีศาจ
เนี่ยเทียนนั่งนิ่งๆ อยู่บนยอดเขา เนื่องจากการปิดผนึกเสร็จสิ้น ทิพย์ จักษุเจ็ดข้างที่รวมตัวกันกลายมาเป็นดวงดาวที่แท้จริงจึงกลับมาเป็นภาพ มายาอีกครั้ง
ความรู้สึกมหัศจรรย์เมื่อพลังในการรับสัมผัสเพิ่มพูนขึ้นหลายสิบเท่าก็ หายไปด้วยเช่นกัน ทิพย์จักษุเจ็ดข้างของเขาได้แต่กระจายตัวสำรวจไป รอบด้านอย่างในเวลาปกติ
เมื่อความคิดของเขาแปรเปลี่ยน ทิพย์จักษุเจ็ดข้างจึงบินเข้าไปยัง ตำหนักหินทั้งสามแห่งที่มีเจดีย์ดวงดาวอยู่ภายใน
และเวลานี้เอง
หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ต่างก็รวบรวมพลังจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ก่อนที่เงามายาพร่าเลือนสองร่างจะบินออกมาจากเหนือศีรษะของพวก เขา
เงามายาทั้งสองนี้คือการรวมตัวกันของกระแสจิตวิญญาณ มี ประโยชน์อัศจรรย์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เงามายาแยกกันบินไปยังยอดเขาสองแห่งที่เก็บตำราเอาไว้
ทว่าขณะที่เงามายาสัมผัสเข้ากับตัวภูเขาและกำลังจะลอดทะลุเข้าไป ด้านใน ร่างกายที่แท้จริงของหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่กลับสั่นไหวน้อยๆ
พวกเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในจุดลึกของภูเขาทั้งสองแห่งมีผนึก ดวงดาวที่ประณีตละเอียดอ่อนอย่างถึงที่สุด
ต่อให้พวกเขามีตบะถึงเขตวิญญาณแล้วก็ตาม เงามายาที่รวบรวม ขึ้นมาก็ยังไม่สามารถลอดผ่านผนึกดวงดาวนั้นไปได้
พวกเขาต่างก็ร่ายใช้เวทลับ ทดลองใช้วิชามากมายเกี่ยวกับจิต วิญญาณไปทีละอย่าง
ทว่าตราผนึกดวงดาวที่อยู่ด้านในภูเขากลับยังคงสำแดงอานุภาพอยู่ ตลอดเวลา ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามมากแค่ไหนก็ไม่สามารถส่งเงามายา ของตัวเองเข้าไปในตำหนักหินได้
ผ่านไปครู่ใหญ่หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ก็หันมามองตากัน ก่อนจะ เก็บเอาเงามายากลับคืนมาสู่ร่างกาย
“ผู้ที่จัดวางค่ายกลลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอาไว้ต้องเป็น ผู้ที่อยู่ในสามดินแดนใหญ่แน่นอน” หลี่มู่หยางถอนหายใจเฮือก “ด้วย ตบะของพวกเราในตอนนี้ หากคิดจะทำลายผนึกดวงดาวนั้น เกรงว่าคง เป็นไปไม่ได้เท่าไหร่นัก”
สิ่งหวนเยว่พยักหน้า ไม่เอ่ยคำใด
ทันใดนั้นพวกเขาก็สังเกตเห็นว่าทิพย์จักษุทั้งเจ็ดข้างของเนี่ยเทียนที่ บินออกมาก็บินเข้าไปในตัวภูเขาเหมือนกัน
ทิพย์จักษุที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่ออยู่ภายใต้การรับสัมผัสจากจิต วิญญาณของพวกเขากลับชัดเจนอย่างถึงที่สุด
พวกเขารู้สึกได้ว่าตอนที่ทิพย์จักษุเจ็ดข้างที่เนี่ยเทียนปลดปล่อย ออกมากระจายตัวกันเข้าไปในตำหนักหินกลางภูเขายักษ์ก็เหมือนจะไม่ได้ รับการกีดขวางจากผนึกดวงดาวแม้แต่น้อย
และเนี่ยเทียนก็เหมือนจะไม่รู้ตัว สีหน้าเขาเรียบเฉย ไม่มีท่าทีแสดงให้ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก
“ดูท่าตลอดทั้งดินแดนดาวตกก็คงมีเพียงผู้สืบทอดของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวเท่านั้นที่สามารถเข้าไปสำรวจในตำหนักหินได้” หลี่มู่ หยางยิ้มเจื่อน “ต่อให้เขายังไม่ฝุาทะลุสู่เขตสามัญ พลังจิตยังไม่แปร เปลี่ยนเป็นพลังจิตวิญญาณอย่างแท้จริงก็ยังสามารถส่งกระแสจิตเข้าไป ในตำหนักหินได้อย่างง่ายดาย”
สิ่งหวนเยว่ปล่อยให้เขาพูดอยู่คนเดียวโดยไม่เอ่ยคำใด
ในตำหนักหินที่กว้างขวางทั้งสามแห่ง ทิพย์จักษุเจ็ดข้างของเนี่ยเทียน คล้ายโคมไฟที่มองไม่เห็นซึ่งล่องลอยไม่อยู่นิ่ง
เขามองเห็นว่าเนื่องจากรอยแยกห้วงมิติถูกปิดผนึก เจดีย์ดวงดาวใน ตำหนักหินทั้งสามแห่งจึงไม่ได้สว่างพร่างพราวอีกแล้ว
อาวุธวิเศษประเภทบินรูปร่างเหมือนเรือ ผลึกใสสองก้อนที่ด้านใน บรรจุตำราเอาไว้ อันหนึ่งจอดนิ่ง อีกสองอันลอยสูงอยู่เงียบๆ
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างของเนี่ยเทียนแยกกันบินไปหาอาวุธวิเศษประเภท บินและผลึกใสสองก้อน ก่อนจะบินวนไปรอบๆ พวกมัน ทว่ากลับไม่รู้ว่า ควรทำเช่นไร
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างตรวจสอบตำหนักหินทั้งสามแห่งอย่างละเอียดก็ค้น พบว่าตำหนักหินทั้งสามนี้เป็นพื้นที่ปิดตาย ไม่มีช่องทางหรือรอยแยกใดๆ ให้เข้าไปได้
ทิพย์จักษุคือภาพมายาจึงสามารถเข้าๆ ออกๆ ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรือ บินหรือผลึกใสทั้งสองก้อนต่างก็เป็นวัตถุจริงที่จับต้องได้
หากคิดจะเอาวัตถุของจริงออกไปจากตำหนักหิน หากไม่ทุบตำหนัก หินที่หนาและทนทานให้แตกออกเพื่อเปิดทาง ถ้าเช่นนั้นในตำหนักหิน แห่งนี้ก็ต้องมีค่ายกลนำส่งห้วงมิติที่เชื่อมโยงไปยังโลกภายนอก
ทุบตำหนักหินให้เปิดออก เขาไม่มีความสามารถนี้ และก็รู้ดีด้วยว่า ตำหนักหินทั้งสามคือกุญแจสำคัญในการปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติ หาก เสียหายเมื่อใดก็อาจเป็นเหตุให้รอยแยกห้วงมิติเปิดออกอีกครั้ง อีกทั้งยัง ไม่สามารถปิดผนึกได้อีก เขาย่อมไม่มีทางเลือกวิธีนี้แน่นอน
ส่วนค่ายกลนำส่งก็ไม่มีอยู่ในตำหนักหินนี้
และเขาเองก็ไม่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ ต่อให้ฝึกวิชานี้จริง ใน ตำหนักหินก็ไม่มีวัตถุดิบให้เขาสร้างค่ายกลขึ้นมาอยู่ดี
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างล่องลอยไปทั่วตำหนักหินทั้งสาม เขายังคงหาทาง แก้ไขปัญหาไม่ได้ ต่อให้เค้นสมองคิดก็ยังคิดไม่ออกถึงวิธีที่จะนำของทั้ง สามอย่างออกมา