ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 389 องค์กรการค้าสุ่ยเยว่
เนี่ยเทียนยืนอยู่หน้าประตูและมองประเมินไปรอบด้าน
เขาหันกลับไปมองตำแหน่งที่ตั้งขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่อยู่ตรงย่าน กลางเมืองสุยเยว่ มองหอเรือนหินหลายหลังที่สูงตระหง่านซึ่งต่อให้อยู่ ห่างกันไกลมากก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
หอเรือนตั้งแต่องค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่ทอดยาวมาถึงตรงนี้จะค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นเล็กเตี้ยและเก่าผุพังเรื่อยๆ
และที่พักที่คนของสำนักหลิงอยู่อาศัยก็แทบจะอยู่สุดปลายทางของ ถนนแห่งนี้ เมื่อมองออกไปไกลอีกหน่อยก็จะเห็นเป็นผืนปุาที่กว้างใหญ่
เมืองสุ่ยเยว่นั้นไม่เหมือนกับเมืองโพ่เมี่ย ที่นี่ไม่มีกำแพงที่แข็งแกร่ง ทนทาน เมืองสุ่ยเยว่ไม่ห้ามให้ผู้ฝึกลมปราณเดินทางไปมา ไม่จำเป็นต้อง จ่ายหินวิเศษก็สามารถเข้าออกได้ตามใจชอบ
ทว่าหอเรือนหินที่สร้างขึ้นในเมืองสุ่ยเยว่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าเป็นหิน วิเศษในจำนวนที่กำหนด
ยิ่งอยู่ใกล้กับองค์กรการค้าสุ่ยเยว่มากเท่าไหร่ หอเรือนหินก็ยิ่งสูงใหญ่ มากขึ้นเท่านั้น และค่าเช่าที่ต้องจ่ายก็ยิ่งแพงลิบลิ่ว
เช่นเดียวกัน ยิ่งอยู่ห่างจากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่มากเท่าไหร่ ราคา ของที่พักและหอเรือนก็ยิ่งถูกมากเท่านั้น
ที่พักที่คนของสำนักหลิงอวิ๋นมาพักเป็นการชั่วคราวอยู่ในพื้นที่ริมสุด นอกจากจะเก่าและทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัดแล้วยังไม่ปลอดภัยมากอีก ด้วย
ตอนที่เดินทางมาหลิวหลิงก็ได้แนะนำสถานการณ์ของเมืองสุยเยว่ให้ เขาฟังอย่างคร่าวๆ มาก่อน
เขาเองก็รู้ว่าเมืองสุ่ยเยว่ที่ไม่มีการปูองกันมักจะมีสัตว์วิเศษพากันแห่ เข้ามาในเมืองเสมอ
บริเวณหอเรือนและที่พักซึ่งอยู่ในพื้นที่ริมสุดย่อมไม่ค่อยปลอดภัย มากนัก และยิ่งมีความเป็นได้มากที่สุดที่จะโดนพวกสัตว์วิเศษมาโจมตี
“ดูท่าสถานการณ์ของพวกท่านตาที่อยู่ในอาณาจักรปุายจั้นคงไม่ค่อย ดีเท่าไหร่นัก”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วมุ่น พึมพำเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะเคาะประตูไม้ที่ ปิดสนิท
“แอด!”
ประตูไม้เปิดออก ลี่ฝานโผล่หน้าออกมามองด้วยสีหน้าระแวดระวัง แล้วมองเขาด้วยความสงสัย “เจ้าเป็นใคร?”
พอเห็นลี่ฝานที่เปิดประตูออกมา เนี่ยเทียนก็พลันผ่อนคลายลงจึงส่ง ยิ้มให้น้อยๆ แล้วพูดว่า “ท่านลุงลี่ ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับ”
แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของเขาจะเปลี่ยนไป แต่น้ำเสียงกลับไม่เปลี่ยนไป เลยแม้แต่น้อย
เริ่มแรกลี่ฝานอึ้งงันไปครู่ จ้องมองเขาอย่างละเอียดอยู่พักใหญ่ก็พลัน มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา
“รีบเข้ามาเร็วเข้า!”
ลี่ฝานทั้งตกใจทั้งดีใจจึงรีบเชิญให้เขาเข้าไป จากนั้นจึงปิดประตู บ้านพักให้แน่นสนิทอีกครั้ง
ในลานที่พัก มีลูกศิษย์ของสำนักหลิงอวิ๋นอยู่หลายคนที่นั่งอย่างเกียจ คร้านคล้ายไม่มีอะไรให้ทำ
หลัวซินลูกศิษย์ของอูซิ่งก็อยู่ในกลุ่มคนนั้นด้วย เมื่อนางเห็นว่าลี่ฝาน พาคนแปลกหน้าผู้หนึ่งเข้ามาก็ตกใจมาก รีบพูดร้อนรน “ลี่ฝาน เขาเป็น ใคร?”
ลี่ฝานขยิบตาให้นาง “หลัวซิน เจ้ามานี่กับข้าหน่อย คนอื่นๆ รออยู่ ที่นี่!”
หลัวซินเต็มไปด้วยความแคลงใจ แต่ก็ยังตามไปอย่างที่เขาบอก ก่อน จะเข้าไปในห้องเล็กๆ ที่วางเบาะสานไว้หลายใบ
“ทำบ้าอะไรของเจ้า?” หลังจากเข้ามาในห้อง หลัวซินก็มองเนี่ยเทียน ด้วยความสงสัยพลางเอะอะใส่ลี่ฝานด้วยความไม่พอใจ
“ชู่ว์ เบาเสียงหน่อย” ลี่ฝานกดเสียงลงต่ำ บอกเป็นนัยไม่ให้นางวู่วาม จากนั้นถึงได้ชี้มายังเนี่ยเทียนทั้งกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ลองเดาดูสิว่า เขาเป็นใคร?”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นใคร!” หลัวซินถลึงตา
เนี่ยเทียนโค้งตัวคำนับน้อยๆ และกล่าวว่า “พี่ซิน ไม่ได้กันนานเลย นะ”
“เนี่ยเทียน! เจ้าคือเนี่ยเทียน?” หลัวซินจำเสียงของเขาได้แทบจะ ทันที นางจึงร้องอุทานเสียงหลง “เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“ชู่ว! อย่าเอะอะสิ!” ลี่ฝานมีสีหน้าร้อนใจ
“ทำไมข้าถึงไม่ควรมาที่นี่ล่ะ?” เนี่ยเทียนกล่าว
หลัวซินและลี่ฝานได้ยินเขาพูดเช่นนี้ก็พลันเงียบงันลงไป
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลัวซินถึงได้เป็นฝุายพูดขึ้นว่า “เรื่องที่เจ้าไปยัง อาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียนเทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋พวก เราล้วนได้ข่าวกันหมดแล้ว สิ่งเหล่านั้นที่เจ้าทำเพื่ออาณาจักรหลีเทียน ทุกคนล้วนซาบซึ้งใจอย่างยิ่งยวด แต่พวกเราได้ยินข่าวที่ทางอาณาจักร เชียนแจว๋ส่งมาบอกว่าเจ้า…ปฏิเสธความหวังดีของวิมานสวรรค์ ไม่ยอม เข้าร่วมกับพวกเขา เป็นอย่างนี้จริงหรือไม่?”
หลังจากที่รอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรเชียนแจว๋ถูกปิดผนึกลงอีกครั้ง เพื่อช่วยหลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่เอาตำราสองเล่มนั้นออกมา เนี่ยเทียน จึงอยู่ในอาณาจักรเชียนแจว๋อีกเกือบครึ่งปี
เวลาครึ่งปีนั้นเขาฝุาทะลุสู่ขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงท้ายได้อย่าง ราบรื่น ข่าวคราวที่เกี่ยวกับเขาจึงค่อยๆ แพร่ตามออกมาด้วย
สำนักผู้ฝึกลมปราณใหญ่ๆ ในดินแดนดาวตกล้วนรู้กันหมดว่าเขา ปฏิเสธวิมานสวรรค์ ไม่ยอมเข้าเป็นหนึ่งในสมาชิกของวิมานสวรรค์
เรื่องที่สำนักหยินและสำนักหยางปกปูองเขาอย่างเต็มกำลัง ทุกคนก็ รับรู้เช่นเดียวกัน
ตามความเห็นของหลัวซินและลี่ฝาน ในเมื่อเนี่ยเทียนกล้าปฏิเสธ ความหวังดีของวิมานสวรรค์ ทางที่ดีที่สุดก็ไม่ควรออกมาจากอาณาจักร เชียนแจว๋ มีสำนักหยินและสำนักหยางอยู่ด้วย อย่างน้อยวิมานสวรรค์ก็ ไม่กล้าทำตัวเหลวไหลในอาณาจักรเชียนแจว๋
ทว่าหากเขาเดินออกมาจากอาณาจักรเชียนแจว๋และมาอยู่ที่ อาณาจักรอื่น หากวิมานสวรรค์รู้เข้า เกรงว่าคงมีปัญหาตามมาแน่นอน
ดังนั้นการที่อยู่ๆ เนี่ยเทียนมาปรากฏตัวที่นี่ พวกเขาจึงตกใจกันอย่าง มาก
“อืม ข้าไม่ยอมเข้าร่วมกับวิมานสวรรค์” เนี่ยเทียนพยักหน้าและ กล่าวต่อว่า “ข้าออกมาจากอาณาจักรหลีเทียนสองปีกว่าแล้ว ไม่ได้เจอ ท่านตาและท่านปูาใหญ่ของข้ามานานมาก ที่มาคราวนี้ก็เพราะอยากมา พบพวกเขา”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” หลัวซินถอนหายใจ ก่อนที่สีหน้าของนาง จะเปลี่ยนมาเป็นกระอักกระอ่วนเล็กน้อย “แต่ตอนนี้พวกเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ หรอกนะ”
เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด “กลับอาณาจักรหลีเทียนไปแล้วรึ?”
รอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรหลีเทียนถูกปิดผนึกอีกครั้งเพราะเขา พวกภูตผีปีศาจก็ถูกสกัดกั้นให้อยู่แค่ด้านนอก
หลังจากบรรยากาศสิ้นหวังที่อบอวลไปทั่วอาณาจักรหลีเทียนมานาน ถึงสองปีเต็มได้รับการคลี่คลาย ลูกศิษย์ของสำนักใหญ่ๆ หลายแห่งที่ถูก ย้ายมาอยู่ที่นี่จึงทยอยกันเดินทางกลับไป
เขาจึงนึกไปว่าเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนก็เดินทางกลับอาณาจักรหลี เทียนไปด้วย
“คือ ไม่ใช่อย่างนั้น” หลัวซินกล่าวด้วยน้ำเสียงขมขื่น
เนี่ยเทียนหรี่ตาลงถามว่า “แล้วเรื่องมันเป็นยังไง?”
“คืออย่างนี้…” ลี่ฝานอธิบายช้าๆ
เมื่อหนึ่งปีก่อนที่พวกเนี่ยตงไห่ถูกส่งตัวให้มาอยู่ในเมืองสุ่ยเยว่ของ อาณาจักรปุายจั้น ตอนนั้นเนี่ยเทียนยังอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง
เวลานั้นปราณปีศาจที่กลบทับอาณาจักรหลีเทียนพลุ่งพล่านราว กระแสน้ำขึ้น เป็นช่วงเวลาที่แต่ละสำนักสิ้นหวังกันมากที่สุด
สำนักหลิงอวิ๋นเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ในภายหลังลูกศิษย์หลายคนของสำนักหลิงอวิ๋นต่างก็คิดไปแล้วว่าสัก วันอาณาจักรหลีเทียนต้องพินาศวอดวาย
พวกเขาแบกรับหน้าที่ให้ต้องมาหักร้างถางพงที่ดินใหม่ในอาณาจักร ปุายจั้นให้กับสำนักหลิงอวิ๋น ดังนั้นหลังจากมาที่นี่ได้ไม่นานจึงเริ่มทำการ ค้นหาไปในบริเวณที่พวกสัตว์วิเศษในอาณาจักรปุายจั้นใช้ชีวิตอยู่
เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนไม่ใช่คนของสำนักหลิงอวิ๋น อันที่จริงจึงไม่มี หน้าที่นี้
อีกอย่างอูจี้เองก็กำชับพวกเขาเอาไว้ว่าให้พวกเขาแค่ตั้งใจฝึกบำเพ็ญ ตบะในเมืองสุ่ยเยว่ก็พอ
ทว่าหลังจากที่จุดตันเถียนของเนี่ยตงไห่ประสานตัวดีแล้ว เขาเองก็มี ความปรารถนาต่อขอบเขตที่สูงยิ่งกว่าเดิม แต่เขาก็ไม่ยินดีใช้ทรัพยากรที่ อูจี้มอบให้มาฝึกฝนตัวเองจึงไปยังพื้นที่เสี่ยงอันตรายที่พวกสัตว์วิเศษ ครอบครองพร้อมกับเนี่ยเฉี่ยนและคนบางส่วนของอาณาจักรหลิงอวิ๋น หมายจะนำสัตว์วิเศษที่สังหารได้มาแลกเป็นหินวิเศษและวัตถุดิบในการ ฝึกตน
สองครั้งแรกเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนต่างก็กลับมาได้อย่างราบรื่น และ ได้ผลพวงกลับมาไม่น้อย
ดังนั้นพวกเขาจึงออกเดินทางอีกครั้ง
เพียงแต่คราวนี้คนทั้งสองและพวกกลุ่มของเจียงหลิงจูได้จากไปนาน มากแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา
เดิมทีหลังจากที่สถานการณ์ยากลำบากในอาณาจักรหลีเทียนยุติลง แล้ว ลี่ฝานและหลัวซินต่างก็เตรียมจะพาลูกศิษย์ที่เหลืออยู่กลับไปยัง สำนักหลิงอวิ๋น
แต่ก็เพราะยังมีลูกศิษย์ของสำนักหลิงอวิ๋นอีกมากที่ไปสำรวจเส้นทาง อยู่ด้านนอกและยังไม่กลับมาเสียที พวกเขาสองคนจึงรับผิดชอบอยู่ต่อ เพื่อรอให้คนเหล่านั้นกลับมา
พวกลูกศิษย์ที่อยู่ในที่พักตอนนี้ก็คือพวกที่เดินทางกลับมาจากข้าง นอก
พวกเขาเองก็กำลังรออยู่เช่นกัน รอให้คนมากันครบเพื่อจะได้ใช้ค่าย กลนำส่งข้ามดินแดนของเมืองสุ่ยเยว่เดินทางกลับไปยังอาณาจักรหลี เทียน
“ถ้าอย่างนี้ก็แสดงว่าท่านตาและท่านปูาใหญ่ของข้าอยู่ในกลุ่มของคน ที่ยังไม่เดินทางกลับมา?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้วแน่น “เจียงหลิงจูเองก็อยู่กับ พวกเขาด้วยหรือ?”
“ใช่แล้ว” ลี่ฝานมีสีหน้ารู้สึกผิด “สองครั้งก่อนไม่มีปัญหาอะไร เอ่อ ท่านตาเจ้าเองค่อนข้างจะดื้อรั้น ข้าเคยเกลี้ยกล่อมเขาแล้ว แต่เขากลับไม่ ฟังข้าเลย”
“พอจะรู้หรือไม่ว่าพวกเขาอยู่แถวไหน?” เนี่ยเทียนเอ่ยถาม
“ต้องรู้แน่อยู่แล้ว” ลี่ฝานพยักหน้า ก่อนที่เขาจะมีคิดได้ทันใด “ทำไม หรือ เจ้าจะตามไปอย่างนั้นรึ?”
“อืม ข้ากลัวว่าจะเกิดเรื่องกับพวกเขา อยากจะไปดูเสียหน่อย” เนี่ย เทียนตอบกลับ
ลี่ฝานและลั่วซินสองคนไม่ได้พูดต่อทันที ทั้งคู่ต่างก็มองเขาด้วย สายตาลึกล้ำ
เรื่องที่เนี่ยเทียนสังหารประมุขตระกูลหยวนในเมืองเฮยอวิ๋น พวกเขา เองก็ล้วนได้ยินมาเช่นกัน
หยวนเฝิงชุนมีตบะต้นสวรรค์ซึ่งเท่าเทียมกับพวกเขาทั้งสอง มองเนี่ย เทียนที่อยู่เบื้องหน้า พวกเขาต่างก็รู้สึกปลงอนิจจังเล็กน้อย
พวกเขาล้วนรู้ดีว่าก่อนที่เนี่ยเทียนจะหายตัวไปจากอาณาจักรหลี เทียน ดูเหมือนเขาจะมีตบะแค่ท้ายสวรรค์เท่านั้น
สองปีให้หลัง เนี่ยเทียนที่หวนกลับมาอย่างกะทันหันกลับสังหาร หยวนเฝิงชุนที่มีตบะต้นสวรรค์ ตอนที่ได้ยินข่าวนี้พวกเขาต่างก็ตกตะลึง อย่างยิ่งยวด
ลี่ฝานเงียบงันไปครู่ก็พยักหน้าแล้วพลันกล่าวว่า “หลัวซิน เจ้าไป กับเนี่ยเทียนก็แล้วกัน หลิงจูเองก็อยู่ที่นั่นด้วย อาจารย์ของข้าก็เป็นห่วง นางไม่น้อย เจ้าลองไปตามหานางดู หากหาเจอก็พาตัวนางกลับมาทันที”
“ตกลง พวกลูกศิษย์ที่อยู่ที่นี่คงต้องรบกวนให้เจ้าช่วยดูแลแล้ว” หลัว ซินกล่าว
“วางใจเถอะ เมืองสุ่ยเยว่ยังถือว่าปลอดภัย ไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรขึ้น หรอก” ลี่ฝานตอบกลับ
“รบกวนพี่หญิงซินแล้ว”
“ไม่รบกวนๆ”
“…”