ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 39 การต่อสู้ภายใน!
เจิ้งรุ่ยและพันเทาไม่เพียงแต่เป็นลูกศิษย์ของหอหลิงเป่า เท่านั้น ผู้อาวุโสของพวกเขาที่อยู่ในหอหลิงเป่ากมยังมีตำาแหน่งสูงส่ง ด้้วย
ลำาพังเพียงแค่ตัวตนลูกศิษย์ของหอหลิงเป่ากมากพอให้ พวกเขาโอ้อวด้บารมีของตัวเองในบรรด้ากลุ่มผู้ประลองแล้ว นับ ประสาอะไรกับที่เบื้องหลังของพวกเขายังมีภูมิหลังยิ่งใหญ่ให้พึ่งพิง
ทว่าเนี่ยเทียนเป็นเพียงแค่คนนอกคนหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ลูก หลานของคนตระกูลในสังกัด้ของหอหลิงเป่าด้้วย
ตำาแหน่งและตัวตนของทั้งสองฝ่ายห่างชั้นกันไกลโข ทำาให้ เจิ้งรุ่ยและพันเทาไม่เคยมองเหมนเนี่ยเทียนอยู่ในสายตา
ด้ังนั้นพวกเขาจึงกล้าตวาด้และขับไล่เนี่ยเทียนได้้ตามใจ ชอบ
“พูด้กมพูด้สิ อย่าลงไม้ลงมือ!”
แต่เนี่ยเทียนที่ตลอด้ทางอยู่ในโอวาส ไม่เคยเปิด้เผยท่าทาง ไม่พอใจใด้ๆ ออกมา ขณะที่พวกเขายกเท้าขึ้นถีบ กลับมีสีหน้าด้ำา คล้ำา ทั้งยังโต้ตอบพวกเขาเป็นครั้งแรก
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ด้้านหลังอันอิ่งสามเมตร ใกล้กับเจิ้งรุ่ย และพันเทามากที่สุด้ พลันยกเท้าขึ้นอย่างว่องไว
“พลั่ก! พลั่ก!”
ฝ่าเท้าทั้งสองข้างของเนี่ยเทียนปะทะเข้ากับเท้าของเจิ้งรุ่ย และพันเทา พลันเกิด้เสียงด้ังอึงอล
เจิ้งรุ่ยและพันเทาพลันรู้สึกถึงพละกำาลังมหาศาลที่ระเบิด้ ออกมาจากฝ่าเท้าของพวกเขา
“ตึง ตึง ตึง!”
ร่างของคนทั้งสองพลันถอยกรูด้ออกไปพุ่งเข้าใส่สัตว์วิเศษ ที่พุ่งเข้ามาโจมตี
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่ร่างแค่สั่นน้อยๆ จากนั้นกมยืนได้้ มั่นคงอย่างรวด้เรมว
แต่เจิ้งรุ่ยกับพันเทากลับต้องรับมือกับสัตว์วิเศษที่กระโจน เข้าใส่อย่างฉุกละหุก รอจนพวกเขาบีบให้สัตว์วิเศษสองตัวนั้นถอย ไปได้้แล้วจึงมองเนี่ยเทียนด้้วยด้วงตาโกรธแค้นทันที
“เจ้ากล้าเอาคืนเชียวรึ?!”
เจิ้งรุ่ยตวาด้เสียงด้ังลั่น ไฟโทสะพวยพุ่งขึ้นมาฉายชัด้อยู่ใน ด้วงตา ตั้งท่าดุ้ร้ายคิด้จะแร่เนื้อเถือหนังเนี่ยเทียนทั้งเป็นให้ได้้
หลังจากที่พันเทามือว่างลงแล้วกมถลึงตาใส่เนี่ยเทียนด้้วย ความเหลือเชื่อเช่นกัน “แม่งเอาย แกกล้าลงมือกับพวกเราหรือวะ?”
ผู้ประลองคนอื่นๆ ประมือกับสัตว์วิเศษพลางแบ่งความ สนใจมาที่ความเคลื่อนไหวของคนทั้งสามด้้วย
เมื่อพวกเขาพบว่าเนี่ยเทียนที่เผชิญกับความท้าทายจาก เจิ้งรุ่ยและพันทันกมโต้กลับทันที ต่างกมพากันตื่นตะลึง ใช้สายตา ราวกับเหมนตัวประหลาด้มองไปยังเนี่ยเทียน
พวกเขาเป็นลูกหลานของตระกูลในสังกัด้หอหลิงเป่าจึงไม่ กล้าขัด้คำาสั่งของเจิ้งรุ่ยและพันเทา ตลอด้ทางมานี้คอยปรนนิบัติรับ ใช้ด้้วยความระมัด้ระวัง เกรงว่าจะทำาให้คนทั้งสองไม่พอใจ
ส่วนเนี่ยเทียนคือคนของตระกูลเนี่ยเมืองเฮยอวิ๋น และการ ตกต่ำาของตระกูลเนี่ยหลายปีมานี้…พวกเขากมได้้ยินข่าวคราวมานาน แล้ว
ซึ่งแม้แต่พวกเขาเองกมยังไม่ชอบเนี่ยเทียนมากเหมือนกัน คอยคิด้จะหาโอกาสกลั่นแกล้งเนี่ยเทียนอยู่เสมอ
พวกเขาคิด้ว่าเนี่ยเทียนคงไม่กล้าแม้แต่จะต่อต้านพวกเขา
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขากมคิด้ไม่ถึงเลยว่าในสถานที่อันตราย เช่นนี้ เนี่ยเทียนกลับกล้าไม่ให้เกียรติพันเทาและเจิ้งรุ่ย ถึงขนาด้ใช้ กำาลังรุนแรงโต้กลับคนทั้งสอง
“ทำาไมข้าถึงจะไม่เอาคืนล่ะ?” เนี่ยเทียนเหล่ตามองคนทั้งคู่ กล่าวอย่างไม่ไว้หน้า: “ข้าเข้ามาในโลกมายามรกตได้้เพราะความ ช่วยเหลือจากพี่หญิงอัน ข้ารับแค่น้ำาใจของนางคนเด้ียวเท่านั้น ด้ัง นั้นคุณหนูรองตระกูลอันว่าอะไรข้า ข้าจึงให้เกียรติคุณหนูใหญ่ ตระกูลอัน ไม่คิด้เลมกคิด้น้อยกับนาง”
“พวกเจ้าเล่าเป็นอะไร? ทำาไมข้าต้องให้เกียรติพวกเจ้า ด้้วย?”
ระหว่างที่พูด้เนี่ยเทียนกมยกมือขึ้นมาโบกด้้วยสีหน้าไม่กลัว ความตาย “ข้ามาโลกมายามรกตกมเพื่อหาประสบการณ์ให้กับตัวเอง สัตว์วิเศษระด้ับสองอะไร โอสถบรรลุสวรรค์อะไรนั่น ข้าไม่สนใจเลย สักนิด้เด้ียว มาๆ หากพวกเจ้าคิด้จะทำาให้เป็นเรื่องใหญ่กว่าเด้ิมกมเข้า มาเลย! กมแค่หลอมลมปราณขั้นเก้าไม่ใช่หรือ? ข้าอยากจะรู้นักว่า พวกเจ้าจะร้ายกาจแค่ไหนกันเชียว!”
เขาไม่ได้้ต่อสู้กับคนที่ขอบเขตสูงกว่าแบบนี้เป็นครั้งแรก แล้ว
ในความเป็นจริง ตั้งแต่เลมกจนโต เขากมล้วนใช้ขอบเขตที่ต่ำา กว่าของตนประมือกับคู่ต่อสู้ที่ขอบเขตสูงกว่าเสมอ!
ไม่ว่าจะเป็นเนี่ยหงหรือเนี่ยหย่วนของตระกูลเนี่ย หรือแม้ แต่อวิ๋นซงแห่งตระกูลอวิ๋น สุด้ท้ายเขากมคว้าชัยชนะมาจากอีกฝ่าย จนได้้
ตอนนี้เมื่อผ่านพิธีชำาระล้างจากปราณวิญญาณเข้มข้นที่ ภูเขาขุด้แร่นั้นแล้ว เขาได้้กระโด้ด้ข้ามมายังหลอมลมปราณขั้นหก อีกทั้งเขากมเชื่อมั่นในความแขมงแกร่งของร่างกายตัวเองอย่างยิ่ง
เมื่ออยู่ในด้ินแด้นลึกลับนั่น เขายังได้้บรรลุหมัด้พิโรธรูป แบบหนึ่งมาด้้วย นี่ทำาให้เขายิ่งเตมไปด้้วยความมั่นใจเมื่อต้องเผชิญ หน้ากับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในขั้นหลอมลมปราณเก้า
เจิ้งรุ่ยและพันเทากมหลอมลมปราณเก้าเช่นกัน ซึ่งเขาไม่ หวาด้กลัวเลยแม้แต่นิด้เด้ียว!
“ช่างบ้าระห่ำายิ่งนัก!”
“เจ้าหมอนี่คือคนตระกูลเนี่ยจริงหรือ?”
“กล้าท้าท้ายเจิ้งรุ่ยและพันเทาจากหอหลิงเป่าในโลกมายา มรกต เขาไม่รู้จริงๆ หรือว่าคำาว่า ‘ตาย’ นั้นสะกด้อย่างไร?”
ผู้ประลองเหล่านั้นที่อยู่รอบด้้านต่างกมอด้เอะอะเสียงด้ังขึ้น มาไม่ได้้
คนเหล่านี้อาศัยอาวุธวิเศษล้ำาค่าในมือต่อสู้กับสัตว์วิเศษ พวกนั้น จึงเป็นฝ่ายได้้เปรียบอย่างมาก
กมด้้วยเหตุนี้ ขณะที่พวกเขาต่อสู้กับสัตว์วิเศษ จึงยัง สามารถแบ่งความสนใจไปมองความขัด้แย้งระหว่างเนี่ยเทียนและ พันเทา เจิ้งรุ่ยได้้ ร้องเสียงด้ังโวยวายราวกับไม่กลัวว่าจะเกิด้จลาจล ใหญ่
ทุกคนต่างกมเป็นเด้มกหนุ่มสาว เมื่อเจอกับความขัด้แย้งเช่น นี้ พวกเขาไม่เพียงแต่ไม่เกรงกลัว ทั้งยังหวังให้เรื่องลุกลามใหญ่โต ขึ้นมาอีกนิด้ด้้วย
เพราะว่าสัตว์วิเศษเหล่านั้นไม่เพียงพอที่จะคุกคามพวก เขาได้้
อันอิ่งที่มีฐานะเป็นผู้นำาขบวนสังเกตเหมนความขัด้แย้งของ คนทั้งสามนานแล้ว ทว่านางกลับไม่เอ่ยปากห้ามปราม
เด้ิมทีนางคิด้ว่าภายใต้การข่มขู่จากเจิ้งรุ่ยและพันเทา เนี่ย เทียนจะเชื่อฟังอย่างว่านอนสอนง่าย ต่อกรกับสัตว์วิเศษเหล่านั้น ร่วมกับคนอื่น
นางเองกมนึกไม่ถึงเหมือนกันว่า เนี่ยเทียนไม่เพียงแต่กล้า ตอบโต้ ทั้งยังใช้วิธีการรุนแรงเช่นนั้นด้้วย
“เจิ้งรุ่ย พันเทาน่าจะไม่ได้้ใช้พลังวิญญาณในร่าง ไม่รู้ว่า เจ้าเนี่ยเทียนคนนั้นจะมีไหม หากไม่มี…” นางมองเนี่ยเทียนด้้วย ท่าทางครุ่นคิด้ รู้สึกสงสัยในความสามารถที่แท้จริงของเนี่ยเทียนไม่ น้อย อยากรู้ว่าอันด้ับต่อไปจะเกิด้อะไรขึ้น
สัตว์วิเศษระด้ับต่ำาที่อยู่รอบด้้านเหล่านั้น นางไม่เหมนอยู่ใน สายตาแม้แต่นิด้เด้ียว ในความคิด้ของนาง ต่อให้ไม่มีพวกเนี่ยเทียน สามคนเข้าร่วมด้้วย คนที่เหลือกมากพอที่จะกำาจัด้สัตว์วิเศษทั้งหมด้ จนเกลี้ยงได้้
เมื่อมีความมั่นใจนี้อยู่ นางในฐานะหัวหน้าจึงไม่เอ่ยห้าม ปราม ปล่อยให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โตต่อไป
“พี่เทา เจ้าช่วยพวกเขาสังหารสัตว์วิเศษที่รกหูรกตาพวก นั้นให้สิ้นซาก! ไอ้หมอนี่ ข้าไม่คิด้จะทนความเหิมเกริมของมันต่ออีก แม้แต่นาทีเด้ียว!” เจิ้งรุ่ยคำารามเสียงต่ำา เลิกสนใจสัตว์วิเศษตัวนั้นที่ ต่อสู้ติด้พันอยู่ เด้ินเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนทีละก้าว
“ในโลกมายามรกตมีกฎของโลกมายามรกตอยู่ นั่นคือห้าม เอาชีวิตกัน” เวลานี้ มองเหมนเจิ้งรุ่ยเด้ือด้ด้าลขึ้นมาจริงๆ อันอิ่งจึง กล่าวเตือนขึ้นมาอย่างถูกเวลาหนึ่งประโยค
ประโยคนี้มองดู้เหมือนเป็นการตักเตือน ทว่าคล้ายจะ เป็นการให้ท้ายเสียมากกว่า
“ข้าย่อมรู้กฎอยู่แล้ว! ไม่ต้องห่วง ข้าไม่มีทางเอาชีวิตเขา แน่!” เจิ้งรุ่ยแสยะปาก “แต่ว่า นับแต่วันนี้ไปการประลองของเขาใน โลกมายามรกต ถือว่าสิ้นสุด้ลงแล้ว!”
เหมนได้้ชัด้ว่าเจิ้งรุ่ยคิด้จะลงมืออย่างรุนแรง
“ถ้าอย่างนั้นกมต้องดู้ความสามารถของเจ้าแล้ว” เนี่ยเทียน สีหน้าเยือกเยมน
เขาไม่คิด้จริงๆ ว่าเจิ้งรุ่ยที่ทำาท่าทางดุ้ด้ันนั้นจะทำาอะไรเขา ได้้
และเวลานี้เอง เด้มกหนุ่มที่ถือโลหะลูกกลมสีเขียวเข้มอยู่ใน มือ ผืนด้ินใต้ฝ่าเท้าของเขาพลันปูด้นูนขึ้นมาเป็นตุ่มใหญ่!
เขาที่สัมผัสได้้ว่าผืนด้ินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนจึงก้มหน้าลง มองโด้ยอัตโนมัติ แล้วกมต้องกรีด้ร้องเสียงหลงทันที
กิ้งก่าสีน้ำาตาลเทาตัวหนึ่งพลันลอด้ทะลุออกมาจากผืนด้ิน ใต้ฝ่าเท้าของเขา!
ไม่รอให้เขาใช้ลูกโลหะในมือร่ายวิชาสายฟอา กิ้งก่าตัวนั้นกม กัด้หมับเข้าที่ขาทั้งคู่ของเขา
“กราวม!”
ขณะที่เขากำาลังร้องร้องโหยหวนด้้วยความเจมบปวด้ ปาก ใหญ่โตของกิ้งก่าตัวนั้นกมเคลื่อนขึ้นมาด้้านบน กัด้ลงไปตรงเอวของ เขาอย่างแรง
ทันใด้นั้นเอวของเขากมีเลือด้สด้สาด้กระเซมนออกมา ด้วงตาของเขาที่มองไปยังกิ้งก่าตัวนั้นค่อยๆ สูญเสียสติสัมปชัญญะ
ลูกโลหะกลมสีเขียวเข้มที่เขาถือไว้ในมือแน่น เมื่อมือของ เขาคลายลงอย่างไร้เรี่ยวแรง มันกมร่วงลงไปบนพื้นน้ำาแขมงข้างกาย เขา
“ฉินซุ่น!”
เด้มกหนุ่มเด้มกสาวเหล่านั้นที่อยู่ข้างกายเขาด้วงตาแด้งก่ำา ต่างโบกสะบัด้อาวุธวิเศษในมือของตัวเอง คำารามอย่างบ้าคลั่ง พยายามโจมตีกิ้งก่าที่อยู่ๆ กมโผล่ขึ้นมากะทันหันตัวนั้น
ที่อยู่เหนือการคาด้การณ์ของทุกคนกมคือ หลังจากที่กิ้งก่า ตัวนั้นโผล่หัวออกมาจากผืนด้ินและกัด้เด้มกหนุ่มผู้นั้นตายไปแล้ว มัน กมหด้หัวลง หายกลับเข้าไปใต้ด้ินอีกครั้ง
“กิ้งก่าด้ิน! นั่นคือกิ้งก่าด้ินระด้ับสอง! มันมาโผล่ที่นี่ได้้ อย่างไร?”
อันอิ่งที่เป็นผู้นำา ด้วงตาทั้งคู่พลันแด้งก่ำา ใช้มีด้ยาวตวัด้ ฟันสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งสองตัวที่อยู่ใกล้ตัวนางมากที่สุด้จนแหลก ละเอียด้ด้้วยความบ้าคลั่ง
นางรู้ด้ีว่าตลอด้ทั้งโลกมายามรกต ตอนนี้มีสัตว์วิเศษระด้ับ สองแค่เพียงสี่ตัวเท่านั้น กิ้งก่าด้ินนั่นกมคือหนึ่งในสี่!
แต่เขตเกาะน้ำาแขมงแห่งนี้ล้วนเป็นขอบเขตเคลื่อนไหวของงู เหลือมน้ำาแขมงยักษ์มาโด้ยตลอด้ ขอบเขตอำานาจของกิ้งก่าด้ินควรจะ เป็นทะเลทรายร้างหลังเขตเกาะน้ำาแขมงมากกว่า
เด้ิมทีนางวางแผนไว้ว่าจะสังหารงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ที่ เกาะน้ำาแขมงนี้ก่อน หลังจากพักผ่อนกันครู่หนึ่งแล้วค่อยไปฆ่ากิ้งก่า ด้ินที่ทะเลทรายร้าง
นางไม่ได้้เตรียมตัวรับมือกับกิ้งก่าด้ินที่เกาะน้ำาแขมงนี่มา ก่อน
“เจิ้งรุ่ย! พันเทา! วางความแค้นส่วนตัวลงชั่วคราว ช่วย ข้าจัด้การกับกิ้งก่าด้ินตัวนั้นก่อน!” อันอิ่งร้อนใจเสียแล้ว
นางกังวลมากว่างูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ตัวนั้นจะอยู่ใกล้ๆ นี่ เหมือนกัน
สัตว์วิเศษระด้ับสองสี่ตัวของโลกมายามรกต พละกำาลัง เทียบเคียงได้้กับนักพรตสร้างฐานรากท้ายสวรรค์ช่วงต้น หากแค่
เผชิญหน้ากับตัวเด้ียว นางเชื่อว่าด้้วยพลังของนาง บวกกับของเจิ้ง รุ่ยและพันเทา น่าจะสังหารมันได้้อย่างราบรื่น
แต่หากต้องรับมือกับงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์กับกิ้งก่าด้ิน พร้อมกัน นางกมไม่มีความมั่นใจหลงเหลืออยู่แม้แต่นิด้เด้ียว
มาถึงเวลานี้นางจึงไม่มีเวลาให้เจิ้งรุ่ยมัวหยั่งเชิงเนี่ยเทียน อีกแล้ว คิด้แค่อยากจะจัด้การกับกิ้งก่าด้ินตัวนั้นให้ได้้เรมวที่สุด้ เพื่อ หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ทว่าเรื่องที่นางกลัว สุด้ท้ายกมเกิด้ขึ้นจนได้้
“ฟ่อ ฟ่อ!”
เสียงงูเหลือมขู่ฟ่อด้ังมาจากต้นไม้น้ำาแขมงต้นหนึ่ง
งูเหลือมขนาด้ยักษ์ลำาตัวยาวเกินสิบเมตร ความหนาเท่า เอวคน ตลอด้ร่างเป็นสีขาวเงินตัวหนึ่งเลื้อยมาปรากฏกายอยู่ในเส้น สายตาของทุกคนตามหลังเสียง “ฟ่อ ฟ่อ” ด้้วยความรวด้เรมว
“แย่แล้ว!” อันอิ่งหน้าถอด้สีฉับพลัน