ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 393 ทำดีย่อมได้ดี
พอได้ยินว่าเนี่ยเทียนและหลัวซินมาจากสำนักหลิงอวิ๋นแห่งอาณาจักร หลีเทียน ท่าทีของคนผู้นั้นก็ดีขึ้นไม่น้อยอย่างเห็นได้ชัด “สำนักหลิงอวิ๋น เอ่อ…เนี่ยเทียนก็คือลูกศิษย์ของสำนักพวกเจ้าใช่หรือไม่?”
หลัวซินอึ้งงัน ใช้สายตาแปลกประหลาดมองไปยังเนี่ยเทียนแล้วพยัก หน้ารับเบาๆ “ถูกต้อง เนี่ยเทียนก็คือคนของสำนักหลิงอวิ๋นเรา”
“เฮอๆ” คนผู้นั้นหัวเราะปากกว้าง
และก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สายตาของผู้ฝึกลมปราณหลายคนข้าง กายเขาซึ่งหันมามองยังหลัวซินและเนี่ยเทียนเปลี่ยนมาเป็นอ่อนโยน กว่าเดิมเยอะมาก
“ข้าชื่อซวีซาน มาจากอาณาจักรเชียนแจว๋” คนผู้นั้นยิ่งเปลี่ยนมาเป็น ผ่อนคลาย กล่าวว่า “ก่อนหน้าที่ข้าจะมาอาณาจักรปุายจั้น สถานการณ์ ของทางอาณาจักรเชียนแจว๋ย่ำแย่มาก ญาติมิตรของพวกเราหลายคน ตอนนี้ล้วนอยู่ในอาณาจักรเชียนแจว๋ พวกเราต่างก็เป็นกังวลเรื่องความ ปลอดภัยของพวกเขาอย่างมาก”
“ก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกเราได้ยินจากปากของพวกคนที่มาจับสัตว์ วิเศษที่นี่ถึงได้รู้ว่าเนื่องจากการปรากฏตัวของเนี่ยเทียน รอยแยกห้วงมิติ ในอาณาจักรเชียนแจว๋ที่ปริแตกออกถึงได้ถูกปิดผนึก”
“เนี่ยเทียนช่วยเหลือญาติของพวกเราในอาณาจักรเชียนแจว๋ทางอ้อม ทำให้พวกเขาก้าวผ่านภัยแห่งความตายครั้งนี้ไปได้”
“แม้ว่าพวกเราจะยังไม่กลับอาณาจักรเชียนแจว๋ ทว่าในใจก็ซาบซึ้งใจ ในตัวเนี่ยเทียนอย่างมาก และก็ด้วยเหตุนี้ คราวก่อนที่พวกเราเจอกับ พวกคนที่มาจากสำนักหลิงอวิ๋นถึงเข้ากันได้เป็นอย่างดี พวกเรายัง ช่วยเหลือพวกเขาด้วย”
ขณะที่ซวีซานเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลัวซินก็หันมามองเนี่ยเทียน เป็นระยะ ทั้งมุมปากยังยกยิ้มน้อยๆ
เนี่ยเทียนเองก็พูดกับตัวเองว่าช่างบังเอิญยิ่งนัก แต่เขาก็ยังคงเปลี่ยน หัวข้อสนทนา “พวกเจ้าเจอกับพวกเขาที่ไหน? แล้วเจอกันตั้งแต่ เมื่อไหร่?”
“เมื่อเจ็ดแปดวันก่อนกระมัง” ซวี่ซานคำนวณอยู่ครู่หนึ่งถึงได้พูดว่า “หลังจากที่พวกเขาออกไปจากปุาหินแห่งนี้ ตอนนั้นพวกเขากำลังต่อสู้อยู่ กับสัตว์วิเศษ สภาพการณ์ไม่ค่อยดีนัก เดิมทีพวกเราไม่อยากหาเรื่องใส่ ตัวง แต่ก็เพราะได้ยินว่าพวกเขามาจากสำนักหลิงอวิ๋นแห่งอาณาจักรหลี เทียน ถึงได้ออกหน้าให้การช่วยเหลือ”
ประโยคนี้ดังจบ เนี่ยเทียนและหลัวซินก็แอบผ่อนลมหายใจ
ดูจากข่าวที่ได้จากคนที่พบระหว่างทาง พวกเจียงหลิงจูและเนี่ยตงไห่ น่าจะเกิดอุบัติเหตุในปุาหินแห่งนี้
เดิมทีคนทั้งสองคิดว่าพวกเนี่ยตงไห่น่าจะเจอเผชิญกับเคราะห์ครั้ง ใหญ่ที่มิอาจคาดเดา
ทว่าพอซวีซานพูดเช่นนี้ พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่าต่อให้อุบัติเหตุในปุา หินคราวก่อนอาจมีคนตายจริงๆ แต่กลุ่มของเจียงหลิงจูก็ยังกล้าอยู่ที่นี่ต่อ
นั่นหมายความว่าอาการบาดเจ็บของพวกเขาน่าจะยังอยู่ในสภาพที่พอรับ ได้
“เอ่อ มีคนแก่คนหนึ่งอยู่ในกลุ่มด้วยหรือไม่? ตบะต้นสวรรค์…” เนี่ย เทียนบรรยายหน้าตาของเนี่ยตงไห่
ซวีซานพยักน้า “มี ข้าจำเขาได้แม่นเลย เขาเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย”
พอรู้ว่าเนี่ยตงไห่ยังมีชีวิตอยู่ เนี่ยเทียนก็วางใจได้อย่างเต็มที่ หลังจาก นั้นเขาจึงไม่ถามอะไรอีก
แต่หลัวซินกลับยังคงซักไซ้ซวีซานอย่างละเอียดจนกระทั่งพอจะรู้ อย่างแน่ชัดถึงสถานที่สุดท้ายที่พวกเนี่ยตงไห่และเจียงหลิงจูปรากฏตัว
หลังจากถามจบ หลัวซินถึงได้กล่าวว่า “พวกเจ้ากำลังจะเดินทางกลับ หรือ?”
ซวีซานยิ้ม เอ่ยตอบรับว่า “ใช่แล้ว พวกเราอยู่ในอาณาจักรปุายจั้นมา นานพอสมควรแล้ว แม้ว่าจะมีคนตายไปบ้างบางส่วน ทว่าพวกเราเองก็ ได้ผลพวงมาบ้าง ในเมื่อรู้ว่าอาณาจักรเชียนแจว๋ปลอดภัยแล้ว พวกเราก็ อยากกลับไปที่นั่น”
“ขอบคุณมากที่พวกเจ้าช่วยสำนักหลิงอวิ๋น และก็ขอบคุณที่บอก ข้อมูลเหล่านี้ให้แก่พวกเรา” หลัวซินกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ
“ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจจริงๆ นี่เป็นสิ่งที่พวกเราสมควรทำ” ซวีซานโบกมือเป็นพัลวัน จากนั้นจึงกล่าวต่อว่า “วันหน้าหากเนี่ยเทียน กลับไปยังสำนักหลิงอวิ๋นและพวกเจ้าได้เจอเขา ช่วยขอบคุณเขาแทนพวก
เราด้วย เพราะว่าเขา วิกฤตแห่งความตายในอาณาจักรเชียนแจว๋ของเรา ถึงได้คลี่คลาย ญาติของพวกเราล้วนรอดตายมาได้ พวกเราซาบซึ้งใจ อย่างยิ่ง”
“วางใจเถอะ ข้าจะบอกเขาให้เอง!” หลัวซินกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“พวกเจ้าไปทำธุระของตัวเองต่อเถอะ พวกเรายังต้องจัดการซากศพ ของสัตว์วิเศษพวกนี้” ซวีซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไว้เจอกันใหม่” หลัวซินโบกมือบอกลา
หลังจากแยกกับพวกซวีซานมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง หลัวซินถึงได้อม ยิ้มมองเนี่ยเทียนแล้วพูดว่า “คนทำดีย่อมได้ดี หากไม่เป็นเพราะเจ้าช่วย อาณาจักรเชียนแจว๋เอาไว้แล้วพวกซวีซานรับรู้ ตอนที่พวกหลิงจูถูกสัตว์ วิเศษล้อมโจมตี พวกซวีซานย่อมไม่ยื่นมือเข้าช่วยอย่างแน่นอน”
“สำนักต่างๆ ในอาณาจักรเชียนแจว๋ถือว่าไม่เลว รู้จักตอบแทน บุญคุณผู้อื่น ความประทับใจที่ข้ามีต่อพวกเขาจึงค่อนข้างดีตามไปด้วย” เนี่ยเทียนพยักหน้าแสดงว่าเห็นด้วย
หลี่มู่หยาง สิ่งหวนเยว่ และยังมีพวกคนของสำนักหยินและ สำนักหยางในอาณาจักรเชียนแจว๋ต่างก็ยอมสละชีวิตสังหารภูตผีปีศาจ ระดับต่ำเพื่อเขา สิ่งนี้เขายังคงจดจำได้ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ส่วนสำนักอื่นๆ ตอนที่กลับไปจากจุดที่รอยแยกห้วงมิติก็ยังพากันมา เอ่ยขอบคุณเขาอย่างจริงใจ
เพื่อเขาแล้ว หลี่มู่หยางและสิ่งหวนเยว่ถึงกับยอมผิดใจกับวิมาน สวรรค์…
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนทำให้เขารู้สึกดีกับผู้ฝึกลมปราณในอาณาจักร เชียนแจว๋อย่างมาก
คราวนี้ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเชียนแจว๋ที่มีซวีซานเป็นผู้นำ เมื่อรู้ว่า พวกเจียงหลิงจู เนี่ยตงไห่มาจากสำนักหลิงอวิ๋นก็ยังยอมยื่นมือเข้า ช่วยเหลือเพราะเขา
คนเหล่านั้นในอาณาจักรเชียนแจว๋ต่างก็มีคุณธรรมมีน้ำใจ ทำให้เขา รู้สึกซาบซึ้งไม่น้อย
“ทางนี้ใครเป็นผู้นำของกลุ่ม?” เขาเอ่ยถาม
“จานหยวนศิษย์น้องของลี่ฝาน มีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลาง” หลัวซิน ไม่คิดจะปิดบังเขาในเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อย นางกล่าวกับเขาด้วยความ จริงใจว่า “ในสำนักหลิงอวิ๋น พวกคนที่ไม่ค่อยพอใจในตัวท่านตาเจ้าคือ พวกลูกศิษย์ของผู้อาวุโสเฝิงเห้อ ผู้อาวุโสจ้าวทง และผู้อาวุโสเฉินมู่เซิง สามคน”
“เมื่อผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงในเทือกเขาชื่อเหยียน สื่ออี้ศิษย์ พี่รองตายอนาถด้วยน้ำมือของสำนักภูตผี อันที่จริงท่าทีที่อาจารย์ข้ามีต่อ เจ้าก็ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เรื่องของมารดาเจ้า…อาจารย์ของข้า ก็ไม่ได้ถือสาอีกแล้ว”
“ภายหลังศิษย์พี่ใหญ่หลิวเหยี่ยนถูกถังหยางแห่งตำหนักเทพเพลิง สังหารในประตูสวรรค์…”
หลัวซินสีหน้าหม่นหมอง “เมื่อเป็นเช่นนี้ตอนนี้จึงเหลือเพียงข้าคน เดียว อาจารย์ของข้าเลิกเกลียดแค้นตระกูลเนี่ยและท่านตาของเจ้ามา นานแล้ว ข้อนี้รอให้เจ้าได้พบท่านตาเจ้าก็จะเข้าใจเอง”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ
อูซิ่งอาจารย์ของหลัวซินเคยเป็นอาจารย์ของแม่เขา ตอนที่เขายังเด็ก หลิวเหยี่ยนเอาใจใส่เขาอย่างมาก ข้อนี้เนี่ยตงไห่เคยพูดให้เขาฟังบ่อยๆ
พอนึกถึงว่าหลิวเหยี่ยน สื่ออี้มาทยอยกันตายจากไป ทางฝุายของอูซิ่ง เหลือหลัวซินเป็นศิษย์เพียงคนเดียว เนี่ยเทียนเองก็รู้สึกหดหู่เช่นกัน
โดยเฉพาะหลิวเหยี่ยนที่เป็นคนนำกระดูกสัตว์ชิ้นนั้นมายังตระกูลเนี่ย และสุดท้ายกระดูกสัตว์ก็กลายมาเป็นเกราะมังกรเพลิงที่ช่วยชีวิตเขาไว้ หลายต่อหลายครั้ง
“สักวันหนึ่งเมื่อขอบเขตของข้าสูงมากพอ ไม่ว่าเจ้าถังหยางแห่ง ตำหนักเทพเพลิงผู้นั้นจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ข้าก็จะต้องสังหารเขา กับมือตัวเองให้ได้!” เขาพลันเอ่ยสาบานขึ้นมาเบาๆ
“ข้าเชื่อว่าต้องมีวันนั้นแน่นอน” หลัวซินพยักหน้า “จานหยวนคือลูก ศิษย์ของท่านเจ้าสำนัก แน่นอนว่าหลิงจูย่อมอยู่กับเขา ผู้อาวุโสเฝิงเห้อ ผู้ อาวุโสจ้าวทงและผู้อาวุโสเฉินมู่เซิงต่างก็แยกกันไปในพื้นที่ของตระกูลเฉา ตระกูลกู่และหอโอสถ รับผิดชอบในการหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการ ย้ายสำนักของสำนักหลิงอวิ๋น”
“สามฝุายนั้นต่างก็ได้รับความเสียหายเหมือนกัน หลังจากที่รอยแยก ห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียนถูกปิดผนึก พวกเขาบางคนก็กลับไปแล้ว บางคนก็ยังไม่กลับไป”
“อาณาจักรปุายจั้นสัตว์วิเศษใช้ชีวิตกันอย่างกำเริบเสิบสาน ตอนที่ พวกเขามาถึงต่างก็รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไร”
“ในเมื่อท่านตาของเจ้าไม่เป็นอะไร พวกเราก็แค่ต้องหาเขาให้เจอ โดยเร็วที่สุด บอกกับเขาว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เกลี้ยกล่อมให้เขา รีบกลับไปยังสำนักหลิงอวิ๋นก็พอแล้ว”
“…”
หลัวซินเอ่ยปลอบใจเขา ไม่ให้เขาเป็นกังวลมากเกินไปพลางบอก ทิศทางและให้เนี่ยเทียนนำทางต่อ
เส้นทางหลังจากนั้น เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุจึงมองเห็นว่าการต่อสู้ ระหว่างผู้ฝึกลมปราณและสัตว์วิเศษเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น
ศึกสิบครั้ง การที่เผ่ามนุษย์จะคว้าชัยชนะมาได้ในท้ายที่สุด มากสุดก็ แค่สี่ครั้งเท่านั้น
การเข่นฆ่าเกินครึ่งล้วนเป็นฝุายมนุษย์ที่พ่ายแพ้อย่างอนาถ เมื่อเจอ กับสัตว์วิเศษที่รวมกลุ่มกันมา กลุ่มของมนุษย์ส่วนใหญ่ล้วนต้องหนี กระเจิดกระเจิง
คนมากมายที่มาเยือนเพื่อวัตถุดิบวิเศษหรือไม่ก็สัตว์วิเสษ สุดท้าย กลับเป็นฝุายที่กลายมาเป็นอาหารของสัตว์วิเศษแทน
การต่อสู้ที่ทิพย์จักษุมองเห็น เนี่ยเทียนไม่มีความคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว ด้วย ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ เขาก็มักเลือกหลีกห่างออกไป หลีกเลี่ยง ไม่ให้ตัวเองต้องสิ้นเปลืองทั้งเวลาและกำลังกาย
หลักการปลาใหญ่กินปลาเล็ก เขาเห็นมาจนชินตาแล้ว การต่อสู้ที่ เหี้ยมโหดยิ่งกว่าที่นี่ในอาณาจักรเลี่ยคง เขาเองก็ยังปรับตัวเข้ากับมันได้
ค่ำคืนของวันนี้ ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปถึงจุดที่ซวีซานบอก เอาไว้ ทิพย์จักษุข้างหนึ่งที่กระจายตัวอยู่ข้างนอกทำให้เขาเห็นสัตว์วิเศษ สามตัวที่กำลังลอบโจมตีเผ่ามนุษย์
ในบรรดาคนเหล่านั้น ผู้ที่มีขอบเขตสูงสุดก็แค่ต้นสวรรค์ช่วงต้น เท่านั้น ซึ่งทุกคนต่างก็ฝึกคาถากระบี่อย่างหนึ่ง
เนี่ยเทียนทีเดิมที่คิดจะเอาตัวออกห่างจับสังเกตดูเล็กน้อยก็พบว่า คาถากระบี่ที่พวกเขาใช้ในการต่อสู้กลับเหมือนคาถากระบี่ที่เซวียหลง ฝึกฝนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“เอ๊ะ?”
แอบสังเกตอยู่อีกสักพักจนแน่ใจว่าคาถากระบี่ที่คนเหล่านั้นฝึกฝน เป็นแบบเดียวกับของเซวียหลง ในที่สุดเขาก็เปลี่ยนความคิด
ดังนั้นเขาจึงนำหลัวซินเดินไปยังตำแหน่งนั้นอย่างรวดเร็วแล้วเข้าร่วม การต่อสู้ด้วยทันที
หลังจากที่เนี่ยเทียนและหลัวซินเข้าร่วมด้วย สัตว์เขาทองระดับสาม สองตัว บวกกับสัตว์หินทองสายเลือดระดับสี่อีกหนึ่งตัวก็ถูกไล่สังหารไปที ละตัวในท้ายที่สุด
“ขอบคุณมากๆ” ผู้ที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงต้นคนนั้นรีบกล่าวขอบคุณ เพื่อแสดงท่าที “สัตว์หินทองระดับสี่ตัวนั้นเป็นของพวกเจ้าแล้ว พวกเรา เอาแค่สัตว์เขาทองสองตัวก็พอ”
“ไม่จำเป็นหรอก” เนี่ยเทียนส่ายหัวแล้วพลันถามว่า “พวกเจ้า…มี ความสัมพันธ์อะไรกับเซวียหลง?”