ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 396 หญิงงามอสรพิษ
เดิมทีมีเพียงผู้ฝึกลมปราณจากอาณาจักรเฮยเจ๋อห้าคนเท่านั้นที่เท้า เหยียบอยู่บนต้นไม้ดึกดำบรรพ์ซึ่งลอยลอยเข้าไปหาเกาะทั้งสามกลางบ่อ น้ำสีดำ
ทว่าต่งลี่ที่ปรากฏตัวออกปากข่มขู่ พวกผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮย เจ๋อที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ลับรู้ว่าตัวตนของตัวเองเปิดเผยแล้วจึงไม่อำพรางตัว อีกต่อไป
“ฟิ้วๆ!”
มีเงาร่างสีดำอีกสองเงาโผล่พรวดออกมาจากในปุาไม้สูงใหญ่ ทั้งยังลด ตัวลงบนต้นไม้ดึกดำบรรพ์อีกสองต้นที่มีตะไคร่น้ำขึ้นเต็ม
สองคนนั้นมีตบะสูงกว่าห้าคนก่อนหน้านี้เล็กน้อย ต่างก็มีตบะต้น สวรรค์ช่วงกลาง
พวกเขาเองก็ใช้พลังวิญญาณในร่างขับเคลื่อนต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่อยู่ ใต้ฝุาเท้าให้บินฉิวไปยังเกาะเล็กสามแห่งกลางบ่อน้ำราวลูกธนูที่ออกจาก แล่ง
ก่อนหน้าที่ต่งลี่ยังไม่มา พวกเขาก็ได้เข้าไปในเกาะสามแห่งนั่นหลาย ครั้งแล้ว รู้ดีว่าหญ้าวิเศษสิบกว่าต้นที่อยู่บนเกาะยังไม่ถึงช่วงเวลาที่เติบโต เต็มที่
คราวนี้คนทั้งห้าเดินทางไป เดิมทีก็แค่อยากจะไปลองตรวจสอบดู เท่านั้น หมายดูว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่พืชวิเศษที่พวกเขาต้องการ ถึงจะเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบ
การปรากฏตัวของต่งลี่ทำให้ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อตระหนัก ได้ว่าหากจะรอให้พืชหญ้าโตอย่างเต็มที่คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
หากเก็บเกี่ยวพืชหญ้าที่ยังไม่โตเต็มที่กลับไป ประสิทธิผลในการนำมา ทำยาจะลดน้อยลง ทว่าเวลานี้พวกเขามัวมาสนใจเรื่องยิบย่อยเหล่านั้น ไม่ได้แล้ว
คนสองคนที่โผล่ออกมาใหม่แอบตัดสินใจแล้วว่าหากเก็บเอาหญ้า วิเศษไปได้ก็จะถอนกำลังออกจากบ่อน้ำสีดำแล้วเดินทางกลับอาณาจักร เฮยเจ๋อโดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้แข็งแกร่งที่เป็นกำลังเสริมของ ตระกูลต่งตามมาล้อมโจมตีได้
ริมขอบบ่อน้ำสีดำ
หลังจากที่ต่งลี่ตวาดเสียงดังด้วยความขุ่นเคืองก็เห็นว่ามีผู้ฝึก ลมปราณของอาณาจักรเฮยเจ๋ออีกสองคนบินออกมาแล้วเร่งร้อนบินไป กลางบ่อน้ำสีดำ ดวงตาแวววาวของนางจึงมีแสงแห่งความอำมหิตวาบ ผ่าน
“เจ้าพวกสวะโง่เง่า นึกจริงๆ หรือว่าหญ้าวิเศษกลางบ่อน้ำสีดำคิดจะ เก็บตอนไหนก็เก็บได้?” ต่งลี่หัวเราะเสียงเย็น
นางจงใจเผยตัวทั้งยังตะโกนเสียงดังก็เพื่อต้องการให้ผู้ฝึกลมปราณ อาณาจักรเฮยเจ๋อร้อนรน
การที่ผู้มีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลางอีกสองคนโผล่ออกมาแล้วเร่งร้อนไป ยังเกาะกลางบ่อน้ำสีดำก็คล้ายจะตรงกับความต้องการของนางพอดี
“อู้!”
ผู้มีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลางคนหนึ่งที่มาจากอาณาจักรเฮยเจ๋อค่อยๆ เดินย่องตามริมขอบบ่อน้ำสีดำเข้ามาหาต่งลี่อย่างเงียบเชียบ
ดูเหมือนต่งลี่จะสังเกตเห็นเขาและรู้วัตถุประสงค์ของอีกฝุาย ทว่าสี หน้านางไม่มีความลนลานแม้แต่น้อย ดวงตาที่วาววับของนางยังคงจับ จ้องไปยังผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อเจ็ดคนที่บินไปกลางบ่อน้ำสีดำ
ราวกับว่านางกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
นางรอจนเห็นว่าผู้มีขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงกลางสองคนหลัง ขับเคลื่อนต้นไม้ดึกดำบรรพ์ลอยห่างจากริมฝั่งจนไม่สามารถบินย้อนกลับ เข้ามาได้อย่างเร็วแล้ว ต่งลี่ก็พลันหลุดหัวเราะคิก
ลูกแสงสีเขียวเข้มลูกหนึ่งพุ่งออกจากฝุามือของนาง พริบตาเดียวก็ไป ลอยอยู่กลางอากาศเหนือบ่อน้ำสีดำ
เม็ดฝนโปรยปรายปกคลุมบ่อน้ำสีดำรวมไปถึงพื้นที่รอบด้าน
เนี่ยเทียนและหลัวซินสองคนต่างก็สังเกตเห็นว่ามีลูกแสงสีเขียวเข้ม ลูกหนึ่งพุ่งออกมาจากจุดที่ต่งลี่ยืนอยู่
“นั่นคืออะไร?” หลัวซินถามเบาๆ
“ไม่รู้เหมือนกัน” เนี่ยเทียนส่ายหัว เขาเองก็แปลกใจเหมือนกัน
ทว่านาทีถัดมา ลูกแสงสีเขียวลูกนั้นก็พลันระเบิดกลางอากาศเหนือ บ่อน้ำสีดำ หยาดน้ำสีเขียวที่ปะปนอยู่กับเม็ดฝนพลันเทลงมาจากด้านบน
หยดน้ำสีเขียวที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นคาวเลือดหอมหวานร่วงกระทบลงบน ผิวน้ำ
หยาดน้ำสีเขียวที่ร่วงกราวลงมาทำให้ผิวน้ำกระเพื่อมเป็นดวงเหมือน ดอกไม้น้ำสีเขียวหลายดอก
ดอกไม้น้ำสีเขียวเหล่านั้น เมื่อเนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุจับสังเกตก็รู้สึกว่า มันมีความงามแบบแปลกประหลาดซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยความอันตราย บางอย่าง
ไม่นานดอกไม้น้ำสีเขียวก็แผ่กระเพื่อมไปตามคลื่นน้ำ
ผิวน้ำสีดำคล้ายถูกทาด้วยหมึกสีเขียวจนสีเขียวนั้นค่อยๆ แผ่ขยาย ออกไปเป็นวงกว้าง ทั้งยังแทรกซึมลงไปด้านล่างอีกด้วย
“เอ๊ะ!”
เนี่ยเทียนร้องอุทานอย่างอดไม่อยู่
“มีอะไรหรือ?” หลัวซินไม่เข้าใจ
คราวนี้เนี่ยเทียนไม่ได้ตอบนาง แต่หลับตาลงภายใต้การจับสังเกตของ นาง
ดวงตาหลับลง สมาธิทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ด้วยกัน ทำให้การเชื่อมโยง กับทิพย์จักษุเจ็ดข้างที่ลอยอยู่กลางอากาศยิ่งแนบแน่นมากขึ้น
เขาสามารถสังเกตเห็นอย่างเฉียบคมว่าใต้บ่อน้ำที่ไม่รู้ว่าลึกมากแค่ ไหนนั้นค่อยๆ มีคลื่นของสิ่งมีชีวิตกระเพื่อมออกมา
ตอนที่เพิ่งมาถึงบ่อน้ำสีดำ เขาก็ได้ใช้ทิพย์จักษุตรวจสอบไปแล้ว และ ก็ทดลองใช้ทิพย์จักษุรับสัมผัสกับคลื่นเคลื่อนไหวในบ่อน้ำสีดำด้วย
แต่ตอนนั้นเขารู้สึกแค่ว่าบ่อน้ำสีดำลึกจนมิอาจประมาณการได้ น้ำใน บ่อเองก็ดูผิดปกติเล็กน้อย หากพลังการรับสัมผัสของทิพย์จักษุต้องการ มองทะลุบ่อน้ำลงไปยังก้นบ่อจะเป็นสิ่งที่เปลืองกำลังมาก
ระดับความลึกของบ่อน้ำที่เขาสามารถรับสัมผัสได้มีเพียงสิบเมตรจาก ผิวน้ำเท่านั้น หากลึกลงไปมากกว่านั้น ทิพย์จักษุก็มิอาจทำได้
ทว่าในระยะสิบเมตรที่ทิพย์จักษุสามารถตรวจสอบได้กลับไม่พบ ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ
ทว่าเมื่อต่งลี่โยนลูกแสงสีเขียวลูกนั้นออกมา เมื่อลูกแสงระเบิด กระจาย หยดน้ำสีเขียวมากมายเทลงมาเหนือบ่อน้ำ ก่อนที่มันจะแผ่คลื่น พลังชีวิตออกไปอย่างรวดเร็ว
ครุ่นคิดเล็กน้อยเนี่ยเทียนก็พลันตระหนักได้ว่าในจุดลึกของบ่อน้ำสีดำ มีสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่!
เพียงแต่ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นซ่อนอยู่ลึกเกินสิบเมตร อยู่นอกเหนือขอบเขต ของการรับสัมผัสจากทิพย์จักษุ
นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตที่ว่านั้นก็ไม่ค่อยจะลอยขึ้นมาเหนือน้ำ จึงไม่มีใคร สังเกตเห็น
เขาอาศัยทิพย์จักษุก็ยังไม่สามารถเจอความลับที่ซ่อนอยู่ใต้บ่อน้ำสีดำ พวกผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่มีแผนการชั่วร้ายก็ยิ่งยากจะ ตรวจสอบเจอ
“ซ่าๆ!”
ข้างต้นไม้ดึกดำบรรพ์ต้นหนึ่งที่ลอยอยู่มีคลื่นลูกหนึ่งก่อตัวขึ้นมาบน ผิวน้ำ ก่อนที่จระเข้เลือดเขียวรูปร่างใหญ่ยักษ์ เรือนกายเป็นสีดำตลอด ร่างซึ่งอ้าปากสีเลือดออกกว้างพลันลอยพรวดขึ้นมาบนผิวน้ำ
ลูกตาเปล่งประกายสีเลือดของจระเข้เลือดเขียวตัวนั้นเต็มไปด้วย ความกระหายเลือดและดุดัน
มันร้องคำราม เท้าจระเข้ที่หนาใหญ่พลันยกขึ้นตบลงไปบนร่างของผู้ ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่อยู่ใกล้กับเกาะแห่งหนึ่งมากที่สุดอย่าง แรง
“จระเข้เลือดเขียวสายเลือดระดับสี่!”
ผู้ที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงต้นซึ่งอยู่ในคนกลุ่มแรกที่เข้าไปในบ่อน้ำสีดำ ตะลึงพรึงเพริดอย่างหนัก
ต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่เขาขับเคลื่อนอยู่ใกล้เกาะมากที่สุด ซึ่งยังห่างอีก ประมาณห้าหกสิบเมตร
ระยะห่างเท่านี้เขาไม่มีความหวังว่าจะกระโดดผ่านไปถึงเกาะนั้นได้
มีเพียงผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่มีตบะถึงเขตลี้ลับเท่านั้นถึงจะบิน กลางอากาศได้ ขอบเขตของเขายังห่างไกลอีกหลายขั้น
“อู้!”
ไม้เท้ากระดูกสีขาวซีดอันหนึ่งบินออกมาปรากฏอยู่ในมือของผู้ฝึก ลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อคนนั้น มันปลดปล่อยแสงวิเศษพร่างพราวมา ต้านทานการโจมตีจากเท้าของจระเข้
“ปัง!”
ไม้เท้ากระดูกสกัดกั้นการโจมตีจากเท้าของจระเข้เอาไว้ได้ ทว่าต้นไม้ ดึกดำบรรพ์ที่เขาเหยียบอยู่กลับรับแรงกดทับไม่ไหวจึงจมดิ่งลงไปในบ่อ น้ำพร้อมกับร่างของเขา
ทันใดนั้นจระเข้เลือดเขียวที่เห็นว่าเขาและต้นไม้ดึกดำบรรพ์จมลงไป ในบ่อน้ำพร้อมกัน เรือนกายที่ใหญ่โตของมันก็จมลึกลงไปด้วย
ผิวน้ำตรงจุดนั้นเกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดราวกับว่าใต้บ่อน้ำมีการต่อสู้ ดุเดือดเกิดขึ้น
ไม่นานต้นไม้ดึกดำบรรพ์ที่จมลงไปก่อนหน้านี้ก็ลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ อีกครั้ง
ทว่าผู้ฝึกลมปราณต้นสวรรค์ช่วงต้นจากอาณาจักรเฮยเจ๋อที่ยืนอยู่บน ต้นไม้ดึกดำบรรพ์ก่อนหน้านี้กลับไม่ได้ลอยขึ้นมาเหนือผิวน้ำตามต้นไม้ดึก ดำบรรพ์ด้วย
ก่อนที่เลือดสดสีแดงเข้มจะค่อยๆ แผ่ไปทั่วผิวน้ำข้างต้นไม้ดึกดำ บรรพ์
“สัตว์วิเศษ! ด้านล่างบ่อน้ำสีดำมีสัตว์วิเศษจำศีลอยู่!”
เวลาเดียวกันนั้น ผู้ฝึกลมปราณที่เข้าไปใกล้เกาะกลางบ่อน้ำอีกหลาย คนก็ร้องอุทานเสียงหลง
งูหลามยาวสิบเมตรที่ตลอดทั้งร่างเป็นสีเงินยวงตัวหนึ่งก็โผล่ออกมา จากใต้ผิวน้ำเช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีปลาฉลามหัวเสืออีกตัวที่โผล่พรวดออกมา ฟันแหลม คมที่ขึ้นเรียงเป็นตับพลันอ้าออกกัดกระชากผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮย เจ๋อคนหนึ่ง
และยังมีจระเข้เลือดเขียวอีกสองตัวที่ต่างก็ผุดขึ้นมาเหนือน้ำอย่าง คลุ้มคลั่ง ดวงตาสีเลือดจ้องไปยังเปูาหมายของใครของมัน
ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่เหยียบอยู่บนต้นไม้ดึกดำบรรพ์ เหนือผิวน้ำทุกคนต่างก็อยู่ห่างจากเกาะอีกระยะหนึ่ง
พวกเขาล้วนกลายมาเป็นเปูาหมายในการโจมตีของสัตว์วิเศษที่ซ่อน ตัวอยู่ใต้บ่อน้ำสีดำ ภายใต้การโจมตีจากสัตว์วิเศษที่ถูกกระตุ้นความดุดัน เพราะลูกแสงสีเขียวของต่งลี่ ต้นไม้ดึกดำบรรพ์ใต้เท้าของพวกเขาจึงแตก กระจายอย่างรวดเร็ว
พวกเขาที่ไม่มีวัตถุให้โดยสารพากันจมลงไปในน้ำอย่างต่อเนื่อง และ กลายมาเป็นอาหารของพวกสัตว์วิเศษอย่างรวดเร็ว
ทิพย์จักษุเจ็ดข้างของเนี่ยเทียนลอยเงียบๆ อยู่กลางอากาศ มองผู้ฝึก ลมปราณชุดดำเหล่านั้นถูกสัตว์วิเศษใต้น้ำฉีกทึ้งร่างและเขมือบกลืนลง ท้องไปทีละคน
ภาพที่โหดเหี้ยมนี้ทำให้เนี่ยเทียนที่มองเห็นผ่านทิพษ์จักษุรู้สึกขนลุก ขนชั้น
ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อทั้งหมดเจ็ดคนล้วนมีตบะต้นสวรรค์ ทว่าเมื่อถูกพวกสัตว์วิเศษดุร้ายเหล่านั้นโจมตีกลับต้านทานได้ไม่ถึงห้า นาที ทุกคนต่างก็ร้องโหยหวนแล้วถูกพวกสัตว์วิเศษกลืนกิน
ต่งลี่ที่อยู่ริมฝั่งมีสีหน้านิ่งเฉยอย่างถึงที่สุด ดวงตาเป็นประกายของ นางยังฉายให้เห็นถึงความพึงพอใจด้วยซ้ำ
ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่กำลังขยับเข้ามาใกล้นางตกใจไปกับ ภาพการเปลี่ยนแปลงกลางบ่อน้ำจนหยุดชะงักอยู่นานแล้ว เขาได้แต่ยืน อึ้งมองภาพเหตุการณ์นองเลือดด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“พวกเจ้าไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร? ถึงกล้าแย่งอาหารจาก ปากเสืออย่างตระกูลต่ง ไอ้พวกสวะรนหาที่ตาย!” ต่งลี่กล่าวเสียงเย็น