ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 397 คำขู่จากต่งลี่
บ่อน้ำสีดำที่มีคลื่นกระเพื่อมขึ้นมาค่อยๆ สงบลงไปอีกครั้ง
สัตว์วิเศษที่ไล่เขมือบผู้ฝึกลมปราณชุดดำไปทีละคนว่ายวนอยู่รอบ หนึ่งก็ดูดซับเอาน้ำที่เปื้อนสีเขียวเข้าไป ก่อนจะจมดิ่งลงไปใต้ก้นบ่อ ดังเดิม
บ่อน้ำสีดำเปลี่ยนมาเป็นสงบนิ่งไร้คลื่นอีกครั้ง นอกจากหยาดฝนที่ ยังคงหยดลงมาโปรยปรายแล้วก็ราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอะไรเกิด ขึ้นมาก่อน
หลัวซินที่อยู่ตรงริมฝั่งในใจเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ กล่าวเบาๆ ว่า “ช่างเป็นผู้หญิงที่อำมหิตยิ่งนัก!”
นางไม่มีทิพย์จักษุ ไม่สามารถมองเห็นภาพเหตุการณ์การเข่นฆ่ากลาง บ่อน้ำอย่างละเอียดได้อย่างเนี่ยเทียน
แต่นางยังคงรู้ว่าเนื่องจากการปรากฏตัวของต่งลี่ ผู้ฝึกลมปราณทุกคน ที่มาจากอาณาจักรเฮยเจ๋อล้วนต้องฝังร่างไว้ในท้องของสัตว์วิเศษ
ทั้งๆ ที่ต่งลี่ผู้นั้นรู้ว่าใต้บ่อน้ำสีดำมีสัตว์วิเศษดุร้ายซ่อนตัวอยู่ ทว่า ตอนที่มาถึงยังตะโกนเสียงดังว่าให้ผู้ฝึกลมปราณชุดดำเหล่านั้นไสหัว กลับมา
ที่นางต้องการย่อมไม่ใช่ให้พวกผู้ฝึกลมปราณชุดดำถอยกลับมายังริม ฝั่งจริงๆ
ที่นางตะโกน ที่นางข่มขู่ก็เพื่อให้คนจากอาณาจักรเฮยเจ๋อรู้สึกร้อนใจ ทำให้พวกเขารีบร้อนที่จะเข้าไปเก็บพืชวิเศษบนเกาะทั้งสาม
และนางก็บรรลุเปูาหมายสมใจ—เพราะหลังจากที่นางตะโกนจบก็มีผู้ ฝึกลมปราณต้นสวรรค์ช่วงกลางอีกสองคนรีบร้อนห้อตะบึงไปยังเกาะ กลางบ่อน้ำทันที
ผลคือผู้ฝึกลมปราณชุดดำเจ็ดคน ไม่มีใครหนีรอดการสังหารจากสัตว์ วิเศษได้แม้แต่คนเดียว ทุกคนล้วนถูกสัตว์วิเศษฉีกทึ้งร่างจนตาย
พอนึกถึงความอำมหิตและความเจ้าแผนการของต่งลี่ หลัวซินก็รู้สึก ชาไปทั้งหนังหัว อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “เจ้าไปล่วงเกินผู้หญิงคนนี้ ทำไม ถึงยังมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ได้?”
เนี่ยเทียนเองก็พรั่นพรึงอยู่เหมือนกัน เขาได้แต่ยิ้มเจื่อนไม่เอ่ยคำใด
มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่าหากตอนที่อยู่ในปุาลึกของเทือกเขาฮว้านคง แล้วเขาไม่มีสิ่งมหัศจรรย์อย่างทิพย์จักษุเจ็ดข้างที่ทำให้เขารับรู้ถึง แผนการชั่วช้าของต่งลี่ เขาเองก็อาจจะเป็นเหมือนเสิ่นเหวยที่ถูกต่งลี่ปลิด ชีพไปอย่างเงียบเชียบ
เวลานี้เขาอดนึกถึงเรื่องที่เขาแสร้งทำเป็นหลงรักต่งลี่และล่วงเกิน นางในปุาลึกไม่ได้
เขารู้ดีว่าต่งลี่เกลียดแค้นเขามากแค่ไหน ยามนี้ตัวเขาอยู่ในเขต อิทธิพลของตระกูลต่ง ต่งลี่มีทรัพยากรมากมายให้ดึงเอามาใช้ หากต่งลี่รู้ ร่องรอยของเขาเมื่อไหร่ จะได้เดินออกไปจากอาณาจักรปุายจั้นอย่าง ปลอดภัยหรือไม่เขาเองก็ยังไม่มั่นใจเหมือนกัน
“พวกเรารีบออกไปให้ห่างจากผู้หญิงคนนี้กันเถอะ” หลัวซินเห็นว่า เขาไม่เอ่ยอะไรก็ได้แต่ยิ้มแหย รีบเอ่ยเกลี้ยกล่อม “ตามความเห็นข้า คน ของอาณาจักรเฮยเจ๋อที่มาเยือนคงไม่ได้ฉกฉวยอะไรดีๆ ไปจากมือนางได้ แน่นอน ฉวยโอกาสตอนที่พวกเขายังไม่เสร็จธุระ พวกเรารีบจากไปถึงจะ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับช้าๆ
ผิวน้ำค่อยๆ นิ่งสงบ ทิพย์จักษุเจ็ดข้างของเขาที่อยู่เหนือบ่อน้ำสีดำก็ ค่อยๆ กระจายตัวกันออกมาช้าๆ
เขาจึงสังเกตเห็นทันทีว่าเนื่องจากเสียงทะเลาะวิวาทและการเข่นฆ่า ทางฝั่งนี้ ทำให้กลุ่มของเผ่ามนุษย์อีกสามกลุ่มที่อยู่ใกล้บ่อน้ำสีดำต่างก็พา กันขยับเข้ามาใกล้เพราะความอยากรู้อยากเห็น
ดูจากอาภรณ์ที่สวมใส่ ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์สามกลุ่มน่าจะไม่ เกี่ยวข้องกับอาณาจักรเฮยเจ๋อ
แต่ที่น่าเสียดายก็คือในบรรดาคนทั้งสามกลุ่มนั้นไม่มีสำนักหลิงอวิ๋นอ ยู่ด้วย
เขายังแอบสัมผัสได้ด้วยว่าการต่อสู้ที่นี่ได้ดึงดูดความสนใจจากสัตว์ วิเศษที่อยู่ห่างออกไปไกลเช่นกัน คลื่นพลังชีวิตของสัตว์วิเศษค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้นเหมือนว่าพวกมันกำลังขยับเข้ามาใกล้บ่อน้ำสีดำช้าๆ
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เนี่ยเทียนเองก็ไม่อยากอยู่นานเพื่อ หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
ทว่าขณะที่เขากำลังจะจากไปนั้น ต่งลี่ที่อยู่ห่างจากเขาไปไกลมาก พลันหัวเราะคิก ก่อนจะตะโกนขึ้นมาบนท้องฟูา “หัวเทียน! ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ แถวนี้ แล้วก็รู้ด้วยว่าเจ้าได้ยินที่ข้าพูด! จงฟังข้าให้ดี ข้าต้องการให้เจ้าเผย ตัวออกมา ช่วยข้าสังหารเจ้าพวกหนูโสโครกจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ!”
“หัวเทียน? หัวเทียนคือใคร? นางกำลังเรียกใครอยู่?” หลัวซินงงงัน
ทว่าเนี่ยเทียนกลับมีสีหน้าตกตะลึง ร่างที่กำลังจะจากไปพลันชะงัก อยู่กับที่
“ประสาท! ผีน่ะสิถึงจะสนใจเจ้า!” เนี่ยเทียนสบถด่าเบาๆ
“หัวเทียน!” ต่งลี่ตะโกนเสียงดังอีกครั้ง “ข้ารู้ว่าเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอัน ใด แล้วก็รู้ด้วยว่าเจ้ามีญาติและเพื่อนส่วนหนึ่งที่ตอนนี้อยู่ในเขตอิทธิพล ของตระกูลต่งซึ่งบางทีอาจอยู่ไม่ไกลจากบ่อน้ำสีดำนัก! ข้าหวังว่าเจ้าจะ ตระหนักได้ว่าที่นี่คือตระกูลต่ง คือพื้นที่ที่อยู่ในการควบคุมของข้า!”
“หากเจ้าบังอาจเมินเฉยข้า ข้ารับรองกับเจ้าได้เลยว่าญาติและสหาย เหล่านั้นของเจ้า ต่อให้ยังมีชีวิตอยู่ก็อย่าได้หวังว่าจะเดินออกไปจาก ตระกูลต่ง ออกไปจากอาณาจักรปุายจั้น!”
“เจ้าน่าจะรู้ดีว่าอยู่ที่นี่ข้ามีความสามารถนี้!”
“ผู้หญิงต่ำช้า!” เนี่ยเทียนโกรธเกรี้ยวเดือดดาล
ตอนแรกหลัวซินยังไม่เข้าใจต้นสายปลายเหตุ ตอนนี้พอเห็นเนี่ยเทียน ที่พอได้ยินคำพูดของต่งลี่ก็ทำท่าเหมือนถูกโจมตีจุดอ่อน นางก็พลันเข้าใจ ทันที “หัวเทียนที่นางพูดถึงก็คือเจ้า?”
เนี่ยเทียนพยักหน้าด้วยสีหน้าไม่น่ามอง
“นางกำลังข่มขู่เจ้า? หากเจ้าไม่รับปากนาง นางก็จะใช้กำลังของ ตระกูลต่งลงมือกับสำนักหลิงอวิ๋นของเรา? ลงมือกับท่านตาและเนี่ย เฉี่ยน?” หลัวซินอุทานด้วยความตกใจ
“นางหมายความเช่นนี้แหละ!” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างเคียดแค้น
หลัวซินยิ้มเจื่อน กล่าวเบาๆ ว่า “เอ่อ อย่างไรซะที่นี่ก็อยู่ในขอบเขต อิทธิพลของตระกูลต่ง ต่งลี่เป็นคุณหนูของตระกูลต่ง นางสามารถใช้ ทรัพยากรของตระกูลต่งได้อย่างแท้จริง หากนางคิดจะทำเช่นนั้นจริงๆ ต่อให้พวกจานหยวนยังมีชีวิตอยู่ก็คงหนีไม่พ้นการไล่ล่าจากตระกูลต่ง”
“นอกจากนี้ตระกูลต่งยังมีอิทธิพลยิ่งใหญ่มากในอาณาจักรปุายจั้น ใน เมืองสุ่ยเยว่เองพวกเขาก็ได้ส่วนแบ่งไม่น้อย”
“ต่อให้เป็นองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ก็ยังต้องเห็นแก่หน้าตระกูลต่ง หาก ตระกูลต่งออกปากก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเราจะใช้ค่ายกลนำส่งขององค์กร การค้าสุ่ยเยว่เดินทางกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียน”
ได้ยินหลัวซินพูดเช่นนี้ เนี่ยเทียนก็ยิ่งปวดหัวมากกว่าเดิม “บัดซบ ผู้หญิงคนนั้นรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่?”
เวลาเดียวกันนั้น
พวกผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ก็ไม่อำพราง ร่องรอยอีกต่อไป พวกเขาไม่เพียงแต่เผยตัวอย่างอาจหาญ ยังพุ่งเข้ามา หาต่งลี่ด้วย
จากการสังเกตการณ์ของทิพย์จักษุข้างหนึ่ง เนี่ยเทียนก็พบว่าผู้ฝึก ลมปราณของอาณาจักรเฮยเจ๋อที่เหลืออยู่ยังมีมากถึงสิบคน!
สิบคนนี้ต่างก็มีตบะต้นสวรรค์กันทั้งหมด สองคนในนั้นยังเป็นต้น สวรรค์ช่วงท้ายด้วย!
เห็นได้ชัดว่าการตายของสหายทั้งเจ็ดคนได้ไปกระตุ้นความดุร้ายของ พวกเขา เดิมทีพวกเขาแค่คิดจะสกัดขวางต่งลี่ ไม่อยากสังหารนางเพื่อผูก ปมแค้นกับตระกูลต่ง ทว่าพวกเขาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นก็ดูท่าว่า น่าจะเปลี่ยนใจแล้ว
ชายชุดดำจมูกงองุ้มที่เป็นผู้นำมีสีหน้านิ่งสนิท เขากล่าวว่า “ฆ่านาง โสเภณีนั่นซะ! หากนางยังมีชีวิตอยู่ นางก็จะเรียกให้สัตว์วิเศษใต้บ่อน้ำสี ดำขึ้นมาอีก! และหากสัตว์วิเศษโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเมื่อไหร่ ไม่ว่าพวกเรา คนใดก็อย่าได้หวังว่าจะผ่านผิวน้ำไปถึงเกาะทั้งสามได้!”
เขามองออกว่าต่งลี่ก็คือคนทำลายแผนการของพวกเขาที่แท้จริง ส่วน หัวเทียนที่ต่งลี่ตะโกนเรียกนั้นพวกเขาไม่รู้จัก แล้วก็ไม่คิดจะสนใจด้วย
เมื่อได้ยินคำสั่งจากหัวหน้า ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่พุ่งเข้า ไปหาต่งลี่คนแรกก็ร้องคำรามเดือดดาล ก่อนที่ควันสีเขียวเข้มปะปนไป ด้วยพิษร้ายแรงซึ่งเลื้อยคดเคี้ยวเหมือนงูจะลอยกระเพื่อมเข้าหาต่งลี่
ต่งลี่ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางทำเพียงแค่หยิบเหล็กหมาดสี เขียวชิ้นที่เคยใช้ต่อสู้กับเนี่ยเทียนออกมา
แสงสีเขียวขมุกขมัวลอยขึ้นมาในเหล็กหมาดชิ้นนั้น ท่ามกลางแสงสี เขียวคล้ายจะสามารถมองเห็นเงาวิญญาณของสัตว์วิเศษตัวหนึ่งได้อย่าง เลือนราง
“คนอย่างเจ้าน่ะรึที่คิดจะฆ่าข้า?”
ต่งลี่หัวเราะคิก ไม่หวาดกลัวควันสีเขียวเข้มที่พุ่งเข้ามาโจมตีแม้แต่ น้อย ขณะที่เหล็กหมาดตวัดฉวัดเฉวียน เงาของสัตว์ที่พร่าเลือนอยู่ในแสง สีเขียวก็ร้องคำรามไร้เสียงแล้วเป็นตัวพาเหล็กหมาดสีเขียวให้พุ่งเข้าไป โจมตีผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อคนนั้น
ตัวต่งลี่เองที่เมื่อโยนเหล็กหมาดออกไปแล้วก็ถอยห่างอย่างเงียบเชียบ
จากท่าทางที่นางแสดงออกดูเหมือนว่านางจะไม่ถนัดการต่อสู้ประชิด ตัว ดังนั้นจึงรีบร้อนทิ้งระยะห่างตั้งแต่แรกเริ่ม
ผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อคนนั้นเห็นว่านางถอยห่างออกไป ดวงตาก็พลันโชนแสง พยายามคิดหาวิธีขยับเข้าไปใกล้นาง
ริมบ่อน้ำ เนี่ยเทียนที่สีหน้ามืดทะมึนจับตามองการต่อสู้ระหว่างต่งลี่ และผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อคนนั้นผ่านทิพย์จักษุอย่างเงียบเชียบ
“หญิงสารเลวผู้นี้ในหัวมีแต่ความชั่วช้าจริงๆ!”
ตอนที่อยู่ในปุาลึกกลางเทือกเขาฮว้านคง เขาเห็นกับตาตัวเองว่าต่งลี่ ต่อสู้ประชิดตัวกับแรดหินทอง อีกทั้งยังต้านทานนอของแรดหินทองใน ระยะที่ประชิดอย่างมากด้วย
แน่นอนว่าผู้หญิงคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญในด้านการต่อสู้ประชิดตัวที่สุดใน จำนวนคนไม่มากที่เขาเคยพบเจอมา!
เห็นๆ กันอยู่ว่านางถนัดต่อสู้แบบระยะประชิด ต่งลี่กลับเลือกจะ แสดงท่าทีว่าหวาดกลัวการต่อสู้ใกล้ชิดตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้คู่ต่อสู้ของนาง เข้าใจผิดว่านางหวาดกลัวการโรมรันรัดตัว เพื่อให้อีกฝุายพยายามขยับ เข้ามาใกล้นาง
ความอำมหิตมากอุบายของผู้หญิงคนนี้ยิ่งทำให้เนี่ยเทียนระวังตัวมาก กว่าเดิม
“หัวเทียน! ข้าจะนับถึงสาม หากข้ายังไม่เห็นเจ้าโผล่หัวออกมา หาก ยังไม่เห็นเจ้าลงมือ เจ้าก็เตรียมเก็บศพญาติของเจ้าได้เลย!”
ต่งลี่ถอยหลังพลางตะโกนโหวกเหวกเสียงดังด้วยใบหน้าหวาดกลัวไป ด้วย
เมื่อคู่ต่อสู้ของนางขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ความหวาดกลัวและ ตื่นตระหนกบนใบหน้าของนางก็ยิ่งแสดงออกมาได้อย่างสมจริงมากขึ้น
เสียงร้องหาหัวเทียนที่นางตะโกนออกมาฟังดูแล้วก็เหมือนกับคนสิ้น หวัง ไร้เรี่ยวแรงในการต่อสู้
แต่เนี่ยเทียนกลับรู้ดีว่าผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อที่คิดว่าตัวเอง ได้เปรียบผู้นั้นกำลังจะเจอกับหายนะแล้ว
“ทำยังไงดีล่ะ?” หลัวซินร้อนรนอย่างถึงที่สุด “ผู้หญิงคนนั้นกำลังบีบ เจ้าอยู่ชัดๆ! เจ้าคิดจะทำอย่างไร?”
“ก็คงต้องลงมือตามคำขู่ของนางแล้วล่ะ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างจนใจ