ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 400 คุมเชิง
ต่งลี่ที่ใบหน้ามีความสุขเดินอ้อมผ่านพื้นที่ที่ผู้ฝึกลมปราณสามฝุาย และคนจากอาณาจักรเฮยเจ๋อต่อสู้กัน
นางค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน
และบางครั้งนางก็จะยกกำไลที่สวมไว้ตรงข้อมือขาวสะอาดขึ้นมาวาง ทาบบนริมฝีปากแดงก่ำเพื่อออกคำสั่ง
ผู้ฝึกลมปราณสามฝุายที่มารวมตัวกันจากบริเวณใกล้เคียงมีกันอยู่ หลายคน ศักยภาพก็ไม่น้อย
ในเมื่อพวกเขาจำได้ว่าต่งลี่คือคุณหนูใหญ่ของตระกูลต่ง ทั้งยังถูกต่ งสี่ออกคำสั่งให้รับมือกับผู้ฝึกลมปราณจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ พวกเขาจึง ได้แต่ลงมือตามคำสั่ง
นี่ก็เป็นเพราะว่าพวกเขารู้ดีว่าเมื่ออยู่ในขอบเขตอิทธิพลของตระกูล ต่งแล้วกล้าขัดคำส่งของตระกูลต่งจะต้องมีจุดจบเช่นไร
นอกจากนี้ผู้ฝึกลมปราณสามฝุายก็เข้าใจดีว่าช่วงที่ผ่านมาคนจาก อาณาจักรเฮยเจ๋อได้ทำอะไรลงไปบ้าง
ต่อให้คนจากอาณาจักรเฮยเจ๋อจะถูกต่งลี่วางแผนเล่นงานจนตายไป แล้วเจ็ดคน แต่ไม่ว่าพวกเขาฝุายใดก็ยังยากที่จะต้านทานได้
หากไม่มีต่งลี่ออกหน้าก็เป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะร่วมมือกันต่อสู้กับ คนอำมหิตจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ
ตอนนี้เนื่องจากคำสั่งของต่งลี่ ในที่สุดพวกเขาก็รวมพลังกันเป็นหนึ่ง ความสามารถในการต่อสู้จึงเหนือกว่าพวกคนที่มาจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ และแน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่เกรงกลัวอีกต่อไป
แล้วนับประสาอะไรกับที่มีตระกูลต่งคอยหนุนหลังให้
“ก็แค่พวกสวะกลุ่มหนึ่งเท่านั้น” ต่งลี่หัวเราะเสียงเย็นอยู่ในใจ
นางไม่ได้รีบร้อนเรียกให้คนของตระกูลต่งที่กระจายตัวอยู่ในบริเวณ ใกล้เคียงมารวมตัวกันก็เพราะหมายจะอาศัยพละกำลังของคนนอก เหล่านี้มาลดทอนกำลังของพวกคนจากอาณาจักรเฮยเจ๋อเสียก่อน
ในสายตาของนาง ไม่ว่าจะเป็นคนจากอาณาจักรเฮยเจ๋อหรือว่าคน ของอีกสามฝุายต่างก็เป็นแค่ตัวรับกระสุนแทนที่นางคิดจะบีบก็ตายจะ คลายก็รอด
คนพวกนั้นจะเป็นหรือตาย นางไม่สนใจแม้แต่น้อย
ที่นางสนใจอย่างแท้จริงก็คือเนี่ยเทียนที่ทำให้นางเสียเปรียบครั้งใหญ่ นางอยากเห็นเนี่ยเทียนบาดเจ็บสาหัส อยากเห็นสภาพที่น่าอเนจอนาถ ของเนี่ยเทียนเพื่อนำมาบรรเทาความเกลียดแค้นในใจของนางที่มีต่อเขา
“ปังๆ!”
เมื่อตรากรงเล็บที่มีเต็มท้องฟูากระแทกลงมา มุมปากเนี่ยเทียนก็มี เลือดสดไหลริน สีหน้าของเขาซีดขาว
กวานเยว่ที่ใช้เวทลับรวบรวมพลังวิญญาณมากรอกเทใส่ตรากรงเล็บ พอเห็นว่าเนี่ยเทียนที่ถูกโจมตีติดต่อกันหลายครั้งจนกระอักเลือดสด ออกมา ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เจ้าสังหารน้องชายของข้า ไม่ว่าเจ้าเป็นใคร เจ้าก็ต้องตายอนาถยิ่ง กว่าเขา!”
กล่าวจบกรงเล็บผีบนมือของเขาก็เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเพื่อเรียกระดม ตราประทับกรงเล็บที่ลอยอยู่กลางอากาศ
คลื่นพลังวิญญาณมหาศาลมากกว่าเดิมระเบิดตูมออกมาจากในตรา กรงเล็บทั้งหลายที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ก่อนที่พวกมันจะพากันร่วงลง มา
เนี่ยเทียนที่เจ็บร้าวไปทั้งร่างสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง แล้วจึงพลัน ยืนนิ่ง
พลังวิญญาณเปี่ยมล้นที่มาจากในน้ำวนพืชหญ้าซึ่งแฝงไว้ด้วยปราณ แห่งการหล่อเลี้ยงชีวิตพลันบินเข้าไปในเส้นชีพจร กระจายอยู่ตามเลือด เนื้อและอวัยวะภายในของเขา
ทุกที่ที่จิงชี่พืชหญ้าไหลผ่าน เลือดเนื้อที่ปวดร้าวของเขาก็คล้ายถูกแช่ อยู่ในน้ำอุ่น เกิดความรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
เส้นชีพจรแต่ละเส้นกลับมาเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เมื่อความคิดของเขาบังเกิด ปราณเลือดสีเขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจของ เขาก็ปลดปล่อยความสามารถทางพลังชีวิตออกมาระลอกหนึ่งอย่างเงียบ เชียบ
ความสามารถทางพลังชีวิตรวมตัวกันออกมาเป็นเส้นแสงสีเขียวที่ไหล มารวมยังอวัยวะตันห้าอวัยวะกลวงหก เมื่อได้รับการปกปูองจากแสงสี เขียวเหล่านั้น จิงชี่เลือดเนื้อที่หลงเหลืออยู่ภายในอวัยวะของเขาซึ่ง บาดเจ็บสาหัสเนื่องจากถูกตรากรงเล็บโจมตีก็คล้ายได้รับการกระตุ้น
พริบตาเดียวเนี่ยเทียนก็พบว่าเรือนกายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสของเขา กลับคืนมาเป็นปกติดังเดิมอีกครั้ง
เขาจึงพลันแหงนหน้าแผดเสียงคำรามยาว
เมื่อเสียงคำรามดังขึ้น พลังวิญญาณต่างธาตุที่ปะปนไปด้วยจิงชี่เลือด เนื้อ และยังมีพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวเจ็ดดวงก็เริ่มสร้าง สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยมีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงแผ่ขยายออกไปในทันใด!
คลื่นแปลกประหลาดที่บิดเบือนไร้ระเบียบกระเพื่อมออกมารอบกาย เนี่ยเทียน ทำให้ตรากรงเล็บมากมายที่ร่วงลงมาสั่นสะท้านอย่างดุเดือด!
พลังวิญญาณหลายระลอกที่กวานเยว่กรอกเทเข้าไปในตรากรงเล็บที่ สั่นไหวไม่หยุดพลันบิดเบี้ยวยุ่งเหยิง
เส้นใยหลายเส้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าซึ่งเชื่อมโยงตรากรงเล็บ เหล่านั้นเอาไว้ก็พลันแตกกระจัดกระจาย
ทันใดนั้นตรากรงเล็บมากมายที่อยู่ในสนามแม่เหล็กก็เริ่มระเบิด ออกไปทีละอัน
พลังกดทับมหาศาลที่โจมตีลงมาก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ยากที่จะ สร้างบาดแผลใดๆ ให้กับเนี่ยเทียนได้อีก
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนหรี่ตาลง ก่อนจะกวัดไกวดาราเพลิงกาฬอยู่ กลางอากาศ
แสงมีดที่ดาราเพลิงกาฬปลดปล่อยออกมาตวัดฟันลงไปบนเส้นใยของ กรงเล็บผีที่เชื่อมโยงกับมือของกวานเยว่ไปทีละเส้นอย่างแม่นยำ
กวานเยว่หน้าเปลี่ยนสี เมื่อควันสีเขียวเข้มเป็นกลุ่มๆ ลอยขึ้นมาจาก ใต้ฝุาเท้า เขาจึงถือโอกาสถอยกรูดออกไปอย่างรวดเร็ว
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น ดวงตาที่เฉยชาของเขาจ้องนิ่งไปที่อีกฝุาย
กวานเยว่เห็นสายตาของเนี่ยเทียนก็พลันเกิดความรู้สึกกระวน กระวายใจ แอบสัมผัสได้ถึงลางร้ายบางอย่าง
นาทีถัดมา เขาก็พบว่าร่างของเนี่ยเทียนที่ถือดาราเพลิงกาฬเอาไว้ พลันพร่าเลือน
“อู้!”
แล้วอยู่ๆ พุ่มไม้สูงใหญ่ด้านหลังของเขาก็มีปราณชีวิตระเบิดออก เขา จึงหันขวับกลับไปมอง
แสงดาบคมกริบเส้นหนึ่งที่ยาวสองเมตรซึ่งปะปนไปด้วยเปลวเพลิง และแสงวิเศษซีดขาว และยังมีแสงดาวพร่างพราวฟาดฟันเข้าใส่เขาอย่าง เงียบเชียบ
เวลาเดียวกันนี้ สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่บิดเบือนตรากรงเล็บก็ตรงเข้า มาปกคลุมร่างของเขาด้วย
ขณะที่เขากำลังจะเรียกใช้พลังวิญญาณในร่างกลับรู้สึกได้ถึงความ ยากลำบากที่มีมากกว่าปกติหลายเท่า แม้แต่มหาสมุทรพลังจิตของเขาที่ เดิมทีเรียบนิ่งราวผิวน้ำทะเลสาบก็พลันเกิดคลื่นลูกยักษ์ถาโถม ในสมองก็ เจ็บปวดรวดร้าว
เขาฝืนยกกรงเล็บผีขึ้นมาต้านทาน
“ตูม!”
พลังงานน่าหวาดกลัวระลอกหนึ่งที่ไม่ควรจะมาปรากฏบนร่างของผู้มี ขอบเขตกลางสวรรค์ช่วงกลางระเบิดตูมลงมากระแทกใส่กรงเล็บผี
เลือดและเนื้อส่วนแขนของกวานเยว่ปลิวกระจาย เมื่ออยู่ภายใต้การ โจมตีรุนแรงน่าพรั่นพรึงนั้น เรือนกายของเขาก็บินละลิ่วขึ้นสูง
เมื่อตกลงบนพื้น กวานเยว่ก็แสยะปากแยกเขี้ยว หอบหายใจหนัก หน่วงพลางตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตัวเองไปด้วย
มือข้างที่มีกรงเล็บของเขาเส้นเอ็นปริแตก พลังงานต่างธาตุไล่มาตาม เส้นเอ็นที่แตกออก และยังทำลายแขนของเขาอย่างต่อเนื่อง
ยังดีที่หลังจากถูกโจมตีจนกระเด็นออกมาเขาก็ได้หลุดพ้นจาก ขอบเขตสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงแล้ว
ความรู้สึกหวาดผวาที่เกิดจากพลังวิญญาณยุ่งเหยิงและพลังจิตถูก บิดเบือนจึงหายไปจากตัวเขาในที่สุด
“ไอ้ห่านี่มันมีตบะกลางสวรรค์จริงๆ เหรอวะ?!”
กวานเยว่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เมื่อเห็นว่าเนี่ยเทียนเดินเข้ามาใกล้ด้วยสี หน้าเรียบเฉย เขาก็แทบจะใจสลาย
บัดนี้เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าการที่น้องชายเขาตายอนาถย่อมไม่ได้ เป็นเพราะอุบัติเหตุแน่นอน
เจ้าคนที่มีตบะกลางสวรรค์ที่เขาไม่รู้จักผู้นี้แม้พลังธาตุที่ฝึกจะปะปน กัน แต่ทุกธาตุล้วนบริสุทธิ์และหนาแน่น!
ไม่เพียงเท่านี้ หลังจากที่คนผู้นี้ถูกตรากรงเล็บของเขาโจมตีกลับไม่ได้ สูญเสียพลังในการต่อสู้ไป กลายเป็นว่าไปกระตุ้นความเดือดดาลของอีก ฝุาย ทำให้พลังที่อีกฝุายร่ายใช้ในภายหลังสร้างความกดดันให้กับเขาราว ถูกภูเขาลูกใหญ่กดทับ
เขาไม่ได้โง่ แค่ใคร่ครวญเล็กน้อยก็ตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้อีกฝุายยัง ไม่ได้สู้กับเขาอย่างเต็มกำลัง!
กวานเยว่อกสั่นขวัญผวา รีบหันไปมองหาสหายจากอาณาจักรเฮยเจ๋อ หมายจะเรียกให้คนเหล่านั้นมาช่วยเหลือ
แต่แค่มองสีหน้าเขาก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็นน่าเกลียด
เพราะเวลานี้มีผู้ฝึกลมปราณปลายสิบคนที่ได้รับคำสั่งจากสาวงาม แห่งตระกูลต่งกำลังต่อสู้กับสหายของเขาอย่างบ้าคลั่ง
เหล่าสหายที่มาจากอาณาจักรเฮยเจ๋อพร้อมกับเขาตกเป็นรองอย่าง เห็นได้ชัด แม้แต่ดวงตาหัวหน้าของพวกเขาเองก็ยังเปล่งแสงประหลาด แสดงให้เห็นว่าเกิดความคิดบางอย่างขึ้น
กวานเยว่ครุ่นคิดเล็กน้อยก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ใจจึงคิดอยากจะ ถอยหนี
ทว่าขณะที่เขากำลังเตรียมหาทางหนีอยู่นั้น เหล็กหมาดสีเขียวชิ้น หนึ่งก็พุ่งเข้ามาเสียบเขาอย่างเงียบเชียบ
กวานเยว่ตะลึงพรึงเพริด
เขาหันขวับไปมองทางฝั่งซ้ายก็เห็นหญิงสาวหน้าตางดงามของตระกูล ต่งผู้นั้นทันที ซึ่งไม่รู้ว่านางเดินออกมาจากพุ่มไม้สูงตั้งแต่เมื่อไหร่
เหล็กหมาดสีเขียวเป็นเหมือนสายฟูาเส้นหนึ่งที่แทงเข้ามาในกระดูก ซี่โครงของเขา
ความรู้สึกชาคละเคล้าไปกับความเจ็บปวดรุนแรงเกิดขึ้นตรงกระดูก ซี่โครง และร่างเกือบครึ่งหนึ่งของเขาก็ค่อยๆ ชาดิก
“มีพิษ!” ริมฝีปากของกวานเยว่สั่นระริก หมายจะใช้เวทลับสกัดกั้น การแทรกซอนของสารพิษ
น่าเสียดายที่ต่งลี่ไม่ได้ให้โอกาสนี้กับเขา
ต่งลี่มาถึงในชั่วพริบตา แท่งกระดูกแหลมคมที่โผล่มาจากโล่กระดูก อีกครั้งพลันพุ่งสวบเข้ามาเสียบไปทั่วร่างเกือบครึ่งท่อนของเขา
พลังงานความร้อนในร่างของกวานเยว่ค่อยๆ หายไป ก่อนที่เขาจะล้ม ตัวลงไปนอนกับพื้นช้าๆ ด้วยกายที่เย็นเฉียบ
เนี่ยเทียนที่ถือดาราเพลิงกาฬเดินมาหาเขาซึ่งยังห่างจากเขาประมาณ สิบเมตรชะงักฝีเท้า ขมวดคิ้วกล่าวกับต่งลี่ว่า “ข้าไม่จำต้องการความ ช่วยเหลือที่ไม่จำเป็นของเจ้า”
“ขอบเขตสูงกว่าเจ้า แต่กลับไม่สามารถทิ้งบาดแผลใดๆ ที่ลึกถึง กระดูกไว้บนร่างของเจ้าได้ เศษสวะเช่นนี้มองไปแล้วก็เกะกะลูกตา!” ต่ งลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงรังเกียจเดียดฉันท์
เนี่ยเทียนมองนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่เอ่ยคำใด
ต่งลี่ที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับซ่งลี่ที่เขาเคยเจอตอน อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ความโหดเหี้ยมอำมหิตของนางไม่ได้เปลี่ยนไป
สิ่งเดียวที่เปลี่ยนก็คือโฉมหน้าของนาง
ต่งลี่ที่กลับคืนสู่หน้าตาที่แท้จริงประหนึ่งบุปผาที่ผลิบาน งดงามไม่ เป็นรองใคร บวกกับเรียวขาเพรียวยาว และเรือนกายที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง เย้ายวนใจของนางแล้ว หญิงสาวผู้นี้ก็ถือเป็นสาวงามที่หาได้ยากคนหนึ่ง อย่างที่หลัวซินกล่าวเอาไว้อย่างแท้จริง
แต่เขารู้ลึกซึ้งดีว่ากุหลาบที่ผลิบานดอกนี้กลับมีหนามแหลมคม
ไม่ว่าผู้ชายคนใดหากคิดจะเด็ดดอกไม้นี้ไปครอบครองก็อาจจะต้องถูก หนามทิ่มแทงจนเลือดอาบเต็มมือ
“หัวเทียน เนี่ยเทียน เฮอๆ” ต่งลี่หัวเราะเบาๆ เก็บเหล็กหมาดสีเขียว ที่เสียบคาอยู่บนร่างของกวานเยว่และโล่กระดูกสัตว์กลับมาอย่างไม่รีบไม่ ร้อน
เนี่ยเทียนแค่นเสียงในลำคอ
ต่งลี่เอ่ยชื่อเนี่ยเทียนออกมาเขาก็รู้แล้วว่าต่งปุายเจี๋ยได้เปิดเผยตัวตน ของเขาให้กับต่งลี่รู้แบบหมดเปลือกแล้ว
ด้วยความสามารถของต่งลี่เกรงว่าคงสืบหาประวัติของเขาใน อาณาจักรหลีเทียนไว้นานแล้ว และก็คงรู้แล้วว่าเขามีความสัมพันธ์กับ สำนักหลิงอวิ๋น
นี่หมายความว่าที่ต่งลี่ข่มขู่เขาก่อนหน้านี้เป็นเพราะนางมีความมั่นใจ มากพอ
“เจ้าต้องการยังไง?”
—–