ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 402 คาถาวิญญาณสัตว์ของต่งลี่!
“เจ้าพูดจริงรึ?” เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึม มองต่งลี่ที่ทิ้งระยะห่างจากเขาด้วยสายตา เย็นชา แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือ
—เพราะเขาไม่แน่ใจในความคิดที่แท้จริงของต่งลี่ ในสายตาของเขา ต่งลี่ผู้นี้เจ้าเล่ห์อำมหิตอย่างถึงขีดสุด นางไม่เคยทำ สงครามที่ตัวเองไม่มีความมั่นใจ แล้วก็ไม่ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหาด้วย
เห็นๆ กันอยู่ว่าหันมู่คุมตัวคนของสำนักหลิงอวิ๋นอยู่ในกำมือ ขอแค่ต่ง ลี่หยิบเอากำไลชิ้นนั้นขึ้นมาก็สามารถบีบให้ตนทำตามได้แต่โดยดี แล้ว เหตุใดต่งลี่ต้องกระทำการอะไรที่มันเกินความจำเป็นด้วย?
เขาสงสัยว่านี่อาจจะเป็นกลลวง “แน่นอนว่าข้าพูดจริง” ต่งลี่แค่นเสียง บนใบหน้าที่งามเพริศพริ้งนั้น ลุกโชนไปด้วยความชิงชัง “ข้าอยากต่อสู้กับเจ้าอย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่ ตอนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงแล้ว น่าเสียดายที่เนื่องจากสาเหตุมากมายจึง ไม่ได้สมปรารถนาเสียที ตอนนั้นเจ้าเอาแต่หนีอย่างเดียว ไม่กล้าต่อสู้กับ ข้า ทำให้ข้าผิดหวังมากจริงๆ”
เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงเย็น “ตอนอยู่ในปุาลึก หากไม่เป็นเพราะคน ของเจ้าโผล่มา เจ้ากับข้าก็สามารถสู้กันได้อย่างเต็มคราบ พอออกมาจาก เทือกเขาฮว้านคงก็มีแต่คนของคมเขี้ยวเต็มไปหมด แล้วข้าจะกล้าโผล่หัว ออกไปได้ไง?”
“งั้นก็ดี” สายตาของต่งลี่ยิ่งเย็นชา “ตอนนี้ไม่มีใครมารบกวนพวกเรา แล้ว เจ้าสามารถลงมือได้ตามใจชอบ แต่เวลามีจำกัด เจ้าต้องรีบทำเวลา
เข้า รอจนหันมู่พาพวกท่านตาของเจ้ามาถึง หากเจ้ายังไม่สามารถจับตัว ข้าได้ งั้นก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่เกรงใจ”
ต่งลี่ที่เสียเปรียบด้วยน้ำมือของเนี่ยเทียนมาหลายครั้งรู้สึกว่าหากจะ ใช้แค่วิธีการปกติของนางมาโจมตีให้เนี่ยเทียนเจ็บปวดย่อมมิอาจ ตอบสนองความพึงพอใจของนางได้
หากเปลี่ยนมาเป็นคนอื่นนางคงคร้านที่จะสนใจ เมื่อมีคนของ สำนักหลิงอวิ๋นเหล่านั้นเป็นหมากในกระดาน นางคิดจะระบายอารมณ์ เคียดแค้นเมื่อไหร่ก็ย่อมได้
ทว่าในสายของนางนั้น เนี่ยเทียนกลับต่างออกไป เนี่ยเทียนที่สร้างความอัปยศให้นางครั้งแล้วครั้งเล่าถูกนางมองเป็น ความท้าทายที่ยากลำบาก ความท้าทายเช่นนี้นางไม่คิดจะใช้วิธีการปกติ มารับมือ
มีเพียงใช้พละกำลังของตัวเองมาทำให้เนี่ยเทียนบาดเจ็บสาหัส ทำให้ เนี่ยเทียนได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้เท่านั้นถึงจะสามารถระบายความโกรธ แค้นที่อยู่ในใจของนางได้!
“ได้สมที่เจ้าปรารถนา!” เนี่ยเทียนแผดเสียงคำรามยาว สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่ยังไม่ถูกถอน ออกพลันแผ่ขยายออกไปอีกครั้ง
สนามแม่เหล็กแปลกประหลาดที่อยู่ในรัศมีสิบเมตรรอบกายเขา ปั่นปุวนให้พืชหญ้าสูงตระหง่านพากันแตกกระจาย
เม็ดฝนเล็กละเอียดยังคงโปรยปรายลงมาไม่หยุด ดาราเพลิงกาฬที่ เนี่ยเทียนถืออยู่พลันปลดปล่อยแสงดาบยาวเกือบสองเมตรออกมา
“ฟูุวๆ”
แสงดาบยาวเหยียดกระเทือนม่านฝนให้แตกกระจาย และ พริบตาเดียวก็ฟันฉับลงมาที่ด้านหน้าของต่งลี่
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงเองก็ปกคลุมร่างของต่งลี่ให้อยู่ภายในในชั่ว พริบตา พืชหญ้ารอบกายต่งลี่ถูกฉีกกระชากให้กลายมาเป็นชิ้นเล็กชิ้น น้อย
“เคร้ง! เคร้งๆๆ!” แสงดาบดุจรุ้งยาวที่ตวัดฟันครั้งแล้วครั้งเล่าล้วนถูกโล่กระดูกสัตว์ ของต่งลี่ต้านทานไว้ได้อย่างแม่นยำทุกครั้ง
ด้านหน้าต่งลี่มีสะเก็ดแสงสาดกระเซ็น พลังวิญญาณถูกบิดเบือนให้ยุ่ง เหยิง
ทว่าต่งลี่กลับนิ่งเฉย นัยน์ตาไม่มีคลื่นเคลื่อนไหวใดๆ ปรากฏให้เห็น ต่งลี่ที่เพิ่งเหยียบย่างเข้าสู่ขั้นต้นสวรรค์ได้ไม่นานมีตบะสูงกว่าเนี่ย เทียนแค่เพียงเล็กน้อย ทว่ากลับสามารถปะทะกับเนี่ยเทียนได้อย่างซึ่งๆ หน้า ทั้งยังสามารถต้านทานการโจมตีอันดุดันจากเนี่ยเทียนได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีถอยร่นแม้แต่ครึ่งก้าว!
นี่คือการโจมตีอย่างบ้าคลั่งที่แม้แต่กวานเยว่ซึ่งมีตบะกลางสวรรค์ช่วง กลางก็ยังมิอาจต้านทานได้
“ผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมีฝีมือแค่นี้เองรึ!” ต่งลี่ หัวเราะคิก ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวว่า “วันนี้ข้าจะแสดงให้ เจ้าเห็นถึงคาถาวิญญาณสัตว์อันเป็นวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลต่ งแห่งอาณาจักรปุายจั้น!”
ริมฝีปากเร้าอารมณ์ของนางพลันเผยอขึ้นแล้วหวีดร้องเป็นเสียงสัตว์ ประเภทสัตว์ปีก
ลำแสงพลังวิญญาณสีดำสนิทเส้นหนึ่งลอยจากหลังมือของนางขึ้นสู่ ท้องฟูา ลำแสงพลังวิญญาณสีดำนั้นเปล่งวาบหนึ่งครั้ง ก่อนที่พลังอำนาจ ของต่งลี่จะพลันเปลี่ยนแปลงราวกับเกิดการพลิกฟูาพลิกดิน
ลำแสงพลังวิญญาณที่หนายาวเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่องท่ามกลาง การจับตามองอย่างตกตะลึงและแปลกใจของเนี่ยเทียน
ผ่านไปหลายวินาที หงส์ดำตัวใหญ่ยักษ์ก็สยายปีกบินสูงและ เปลี่ยนแปลงไปตามลำแสงพลังวิญญาณนั้น
หงส์ดำตัวนั้นคล้ายสร้างขึ้นมาจากเหล็กหล่อสีดำ มันแค่ขยับปีกบิน น้อยๆ พลังงานที่กว้างใหญ่ไพศาล โบราณเก่าแก่และมากมหาศาล ระลอกหนึ่งก็แทบจะอบอวลไปทั่วฟูาดินแห่งนี้
เมื่อหงส์ดำตัวใหญ่มหึมาปรากฏตัว เมื่อมันขยับปีก สนามแม่เหล็กยุ่ง เหยิงที่เนี่ยเทียนรวบรวมพลังวิญญาณต่างธาตุสร้างขึ้นมาอย่างบาก ลำบากก็เปลี่ยนมาเป็นยุ่งเหยิงและไม่อยู่ในการควบคุมของเขาอีกต่อไป
“คาถาวิญญาณสัตว์!” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างตกตะลึง เขาพลันนึกถึงภาพเหตุการณ์การต่อสู้กับต่งปุายเจี๋ยในเขตกลาง สวรรค์เมื่อครั้งอยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของประตูสวรรค์
ต่งปุายเจี๋ยในเวลานั้นผ่านการต่อสู้อย่างยากลำบากติดต่อกันหลาย ครั้ง พลังวิญญาณในร่างเกรงว่าคงเหลือแค่ส่วนสองส่วน
ขนาดต่งปุายเจี๋ยอยู่ในสภาพเช่นนั้น แต่เมื่อมีควันหมาปุาสีเทาบิน ออกมาจากกลางกระหม่อม และควันหมาปุาก็กลายมาเป็นหมาปุายักษ์สี เทาตัวหนึ่งในชั่วระยะเวลาสั้นๆ กลับทำให้เขาต่อสู้ได้อย่างยากลำบาก
ที่สุดท้ายเขาเอาชนะต่งปุายเจี๋ยได้ก็เป็นเพราะว่าต่งปุายเจี๋ยบาดเจ็บ สาหัส เผาผลาญพลังงานมากเกินไป
ขณะที่ต่งปุายเจี๋ยโยนภาพประตูสวรรค์มาให้แล้วถอยออกจากการ ต่อสู้ก็เคยบอกด้วยว่าหากเขาอยู่ในสภาพปกติ เนี่ยเทียนย่อมไม่มีทาง เอาชนะเขาได้แน่นอน
นึกถึงความดุร้ายของหมาปุายักษ์สีเทา แล้วก็มองไปยังหงส์ดำที่กาง ปีกอยู่เหนือศีรษะต่งลี่ เนี่ยเทียนพลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าเวทลับการ แปลงพลังวิญญาณเป็นสัตว์วิเศษเช่นนี้เกรงว่าคงจะเป็นวิชาที่น่ากลัว อย่างหนึ่งของตระกูลต่ง
และเรื่องจริงก็เป็นอย่างที่เขาคิด จำนวนสัตว์วิเศษในอาณาจักรปุายจั้นแทบจะเท่ากับจำนวนรวมของ สัตว์ทั้งหมดในอีกแปดอาณาจักร และตระกูลต่งเองก็เป็นคนกลุ่มแรกสุด ที่มาถึงอาณาจักรปุายจั้นและบุกเบิกอาณาจักรแห่งนี้
คนตระกูลต่งเคยผ่านศึกในอาณาจักรปุายจั้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า เคย สังหารสัตว์วิเศษจำนวนนับไม่ถ้วนจนค่อยๆ บรรลุถึงวิชาที่มหัศจรรย์ อย่างหนึ่ง—คาถาวิญญาณสัตว์!
คาถาวิญญาณสัตว์สามารถใช้จิงชี่และจิตวิญญาณของสัตว์วิเศษมา รวบรวมเป็นวิญญาณสัตว์ที่จะถูกปิดผนึกไว้ในร่างกาย
หมาปุายักษ์สีเทาของต่งปุายเจี๋ยและหงส์ดำบนร่างของต่งลี่ต่างก็เป็น วิญญาณสัตว์ที่ผ่านการชุบหลอมมาจากจิตวิญญาณและจิงชี่ของสัตว์ วิเศษที่แข็งแกร่ง!
ยิ่งสัตว์วิเศษแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ วิญญาณสัตว์ก็ยิ่งน่าหวาดกลัวมาก เท่านั้น
หงส์ดำตัวนั้นของต่งลี่เดิมทีมีสายเลือดระดับหก ศักยภาพเทียบเคียง ได้กับผู้ที่มีขอบเขตลี้ลับ หลังจากที่หงส์ดำถูกผู้แข็งแกร่งตระกูลต่งฆ่าตาย
ต่งลี่ก็ใช้คาถาวิญญาณสัตว์ค่อยๆ ชุบหลอมวิญญาณของมันก่อนจะปิด ผนึกเอาไว้ในร่างกายของนาง
เมื่อขอบเขตของต่งลี่เพิ่มสูงขึ้น นางยังสามารถชุบหลอมวิญญาณสัตว์ ตัวใหม่เข้ามาไว้ในร่างกายได้อีกเรื่อยๆ สามารถครอบครองวิญญาณสัตว์ ได้มากขึ้น
ความแข็งแกร่งของฝีมือนางจะยิ่งทำให้อานุภาพของวิญญาณสัตว์ แข็งแกร่งตามไปด้วย รอจนมีวันหนึ่งที่นางสามารถใช้พละกำลังของ วิญญาณสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หรือพลังของตัวเองเหนือกว่า สายเลือดดั้งเดิมของหงส์ดำ นางยังสามารถทิ้งวิญญาณสัตว์ที่ระดับ สายเลือดไม่คู่ควรกับนางทิ้งไปแล้วสังหารสัตว์วิเศษที่แข็งแกร่งกว่าต่อไป เพื่อนำมาสร้างความทรงพลังให้กับวิญญาณสัตว์ของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ตอนที่นางอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง ด้านหนึ่งก็เพราะ ต้องการสั่งสมพลังของตัวเอง ฝึกขัดเกลาความสามารถในการต่อสู้ของ ลูกน้อง อีกด้านหนึ่งก็เพื่อชุบหลอมวิญญาณสัตว์หงส์ดำอย่างเงียบเชียบ
ตอนที่นางฝุาทะลุสู่ขั้นต้นสวรรค์ วิญญาณสัตว์หงส์ดำถึงได้ถูกนางชุบ หลอมอย่างสมบูรณ์แบบจนนางเอามาใช้ได้โดยที่ไม่ถูกพลังโจมตีกลับ
นางที่สามารถเล่นงานเนี่ยเทียนได้ตามใจชอบเพราะมีพวกเนี่ยตงไห่ และเนี่ยเฉี่ยนอยู่ในมือกลับทิ้งกำไลข้อมือวงนั้นไป และเลือกบีบให้เนี่ย เทียนต่อสู้กับนาง นั่นก็เพราะนางคิดจะอาศัยวิญญาณสัตว์หงส์ดำที่เพิ่ง จะชุบหลอมสำเร็จเมื่อไม่นานมานี้!
“อู้ๆ!”
หงส์ดำตัวนั้นที่อยู่ด้านหลังต่งลี่ออกแรงกระพือปีก ลมพายุสีดำเป็น ระลอกๆ พุ่งฉิวออกมา พัดพาให้พุ่มไม้ที่สูงเกือบเท่าตัวคนถูกพัดจนแนบ ติดไปกับพื้นดิน
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นมาก็เริ่มกระจัดกระจาย ยากที่จะส่งผลกระทบต่อต่งลี่ได้อีก
ต่งลี่หัวเราะเบาๆ ดวงตาดำขลับคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียน มือหนึ่งของนางถือโล่ อีกมือหนึ่งจับเหล็กหมาดสีเขียวเอาไว้แน่น เรือนกายที่เร่าร้อนยั่วยวนพลันค่อยๆ ลอยขึ้นทีละนิด
ห่างจากพื้นประมาณหนึ่งเมตร ร่างของนางถึงได้หยุดลอยอยู่นิ่งๆ ม่านตาของเนี่ยเทียนหดตัวลง สีหน้ายิ่งเคร่งขรึม หากมองตามหลักปกติแล้วต้องเป็นผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ที่เหยียบ เข้าสู่เขตลี้ลับเท่านั้นถึงจะมีความสามารถในการบินกลางอากาศได้
ทว่าไม่มีเรื่องใดที่ตายตัวแน่นอน ว่ากันว่าหากผู้ที่มีขอบเขตต่ำกว่า เขตลี้ลับแต่ได้ครอบอาวุธที่พิเศษบางอย่างก็สามารถลอยตัวกลางอากาศ ได้เช่นกัน
เพียงแต่บุคคลเช่นนี้เนี่ยเทียนไม่เคยพบเจอมาก่อน ต่งลี่ที่อยู่เบื้องหน้าคือคนแรกที่เขาได้เห็นว่ามีขอบเขตต่ำกว่าเขตลี้ลับ แต่สามารถเหยียบอยู่กลางอากาศได้นาน!
และที่ต่งลี่ทำเช่นนี้ได้ก็เพราะอาศัยวิญญาณสัตว์หงส์ดำตัวนั้น! “ฟิ้ว!” ต่งลี่หัวเราะคิกคักเบาๆ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและดู แคลน เมื่ออยู่ภายใต้การนำพาของหงส์ดำ เรือนกายอรชรน่าประทับใจ ของนางจึงลอยดิ่งเข้าหาเนี่ยเทียน
ลมพายุรุนแรงพัดนำมาก่อน เนี่ยเทียนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น เมื่อ ต้องอยู่ท่ามกลางพายุหมุนแม้แต่ยืนก็ยังรู้สึกว่ากินแรง
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงหายไปนานแล้ว เขาแค่นเสียงเย็นอยู่ในลำคอ ดึงเอาพลังงานธาตุต่างๆ ในจุดตันเถียนออกมาใช้รับมือกับลมพายุ และ ยกดาราเพลิงกาฬฟันฉับเข้าใส่ต่งลี่
“เคร้ง!” สะเก็ดไฟสาดกระจาย เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเนี่ยเทียนก็เริ่มต่อสู้ประชิด ตัวกับต่งลี่ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
โล่กระดูกสัตว์ที่อยู่บนมือซ้ายของต่งลี่ถูกดาราเพลิงกาฬโจมตีลงมา จนบูดเบี้ยว ทว่าเหล็กหมาดสีเขียวของนางกลับซอกซอนดุจงูวิเศษที่ มักจะแทงลอดเข้ามาในรอยปริแตกเล็กๆ เพื่อหมายทิ่มแทงเข้าใส่จุด อันตรายตรงหัวใจของเนี่ยเทียน
ดาราเพลิงกาฬเองก็เปลี่ยนตำแหน่งไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้าที่เหล็ก หมาดสีเขียวจะแทงเข้ามา ดาราเพลิงกาฬก็ฟันฉับเข้าใส่ต่งลี่แล้ว
หลายสิบวินาทีต่อมา เนี่ยเทียนกระโดดผลุงขึ้น ก่อนจะร่วงลงมาบน พื้นหนักๆ อีกครั้ง
ดาราเพลิงกาฬและโล่กระดูกสัตว์ รวมไปถึงเหล็กหมาดสีเขียวของต่ง ลี่โจมตีเข้าด้วยกันหลายร้อยครั้ง
ง่ามนิ้วหัวแม่มือของเนี่ยเทียนเริ่มชาดิก รู้สึกว่าทุกครั้งที่ปะทะเข้ากับ อาวุธวิเศษของต่งลี่ ดาราเพลิงกาฬก็เหมือนฟันลงไปบนภูเขาเหล็กลูก หนาใหญ่ ไม่ได้เป็นฝุายได้เปรียบทางกำลังแม้แต่น้อย
ขณะที่ต่งลี่ต่อสู้ เรือนกายของนางก็คอยยืดขยายมาด้านหน้าอย่าง ต่อเนื่อง เรือนร่างที่อ่อนนิ่มราวไร้กระดูกของนางแฝงเร้นไว้ด้วยพลังงาน บริสุทธิ์ที่น่าหวาดกลัวถึงขีดสุด
บางครั้งที่เรือนกายแข็งแกร่งของเนี่ยเทียนปะทะเข้ากับข้อศอกของ นางก็จะต้องสั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้วร่วงลงสู่พื้นทันที
ไม่นานเนี่ยเทียนก็รู้สึกว่าที่กำลังต่อสู้อยู่กับเขาเหมือนไม่ใช่เพศหญิง เผ่ามนุษย์ แต่เหมือนมารดาแห่งสัตว์บรรพกาลที่สวมหนังคนตัวหนึ่ง มากกว่า!
—–