ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 403 หงส์ดำโบยบิน
“ตูม!” เมื่อร่วงกระแทกลงบนพื้นอีกครั้ง เนี่ยเทียนหรี่ตาลง เงยหน้ามองต่งลี่ ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
จากการจับสังเกตอย่างละเอียดของทิพย์จักษุ เขาเองก็พอจะ สังเกตเห็นว่าปราณเลือดเนื้อที่แผ่ออกมาจากในร่างของต่งลี่คล้ายจะ ปะปนไปด้วยพลังงานประหลาดของหงส์ดำ
ในร่างกายของต่งลี่มีพลังงานระลอกหนึ่งที่ไม่ใช่ของนางปะปนอยู่ อย่างเห็นได้ชัด
ภายใต้ความช่วยเหลือจากพลังงานกลุ่มนั้น พลังในการต่อสู้ของนาง ทุกด้านล้วนไต่ทะยานขึ้นสูง พลังอำนาจก็เพิ่มพูน!
“ช่างเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจยิ่งนัก!” เนี่ยเทียนยิ่งสู้ยิ่งตกตะลึง และเวลานี้เอง เมื่อดาราเพลิงกาฬของเขาฟันลงบนโล่กระดูกสัตว์ ขา ซ้ายที่เพรียวยาวงดงามของต่งลี่ก็พลันเตะเข้ามาที่น่องล่างของเนี่ยเทียน
“ปัง!” เนี่ยเทียนที่เพิ่งจะลอยตัวขึ้นกลางอากาศคล้ายถูกรถศึกทองคำที่วิ่ง เต็มเหยียดพุ่งชนจึงร่วงตุ้บลงมาจากกลางอากาศ
คราบเลือดแดงสดไหลรินลงมาจากมุมปากของเนี่ยเทียน “พรวด!” เขากระอักเลือดหนึ่งคำ สีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ มือข้างที่กำดารา เพลิงกาฬเอาไว้แน่นมีเส้นเอ็นปูดเกร็งขึ้นมา
บัดนี้เขาถึงตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าหลังจากต่งลี่ที่อยู่เบื้องหน้าใช้ พลังงานของวิญญาณสัตว์หงส์ดำ ศักยภาพที่แท้จริงของนางจึงเหนือล้ำ เกินกว่าขอบเขตปัจจุบันของตัวนางเองไปมาก
ก่อนหน้านี้ที่ต่งลี่ต่อสู้กับผู้ฝึกลมปราณอาณาจักรเฮยเจ๋อ ต่อให้ไม่ใช่ กลอุบายหลอกล่อให้คนผู้นั้นเข้ามาใกล้ อันที่จริงแล้วนางก็สามารถ เอาชนะได้อย่างง่ายดาย
ขอแค่ตอนนั้นต่งลี่ใช้พลังของวิญญาณสัตว์! แต่เห็นได้ชัดว่าต่งลี่ไม่ได้มองคนผู้นั้นเป็นคู่ต่อสู้อย่างแท้จริง จึงไม่ได้ ใช้พลังวิญญาณสัตว์ของหงส์ดำแม้แต่น้อย ลำพังเพียงแค่แผนการชั่วร้าย ของนางก็สามารถฆ่าคนผู้นั้นได้แล้ว
“เนี่ยเทียน เจ้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว” ต่งลี่เป็นเหมือนดอกไม้ปีศาจสีดำที่ผลิบาน ทั่วกายของนางมีพลัง วิญญาณดำทะมึนชั้นหนึ่งปกคลุมช้าๆ
หงส์ดำตัวใหญ่ยักษ์ตัวนั้นยังคงกระพือปีกเบาๆ ไม่ได้ไปจากต่งลี่เพื่อ กระโจนเข้าใส่เนี่ยเทียน
ต่งลี่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ นางก้มหน้าลงมามองเขา มุมปากยกยิ้ม เย็นชา ดวงตาที่ยิ่งดำมืดของนางเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
“ข้ายังไม่ได้ลงมือเต็มที่ หากเจ้ามีความสามารถแค่นี้ ถ้าเช่นนั้น…เจ้า ก็รอเก็บศพท่านตาเจ้าเถอะ” ต่งลี่ที่ต่อสู้อย่างผ่อนคลายยังไม่ลืมที่จะ โจมตีจิตใจของเนี่ยเทียนไปด้วย
ดูเหมือนว่านางต้องการจะโจมตีให้เนี่ยเทียนเจ็บปวดในทุกวิถีทาง หวังให้ทุกครั้งที่เนี่ยเทียนคิดถึงนางจะต้องมีความรู้สึกพ่ายแพ้และจนใจ อย่างหาที่สิ้นสุดมิได้
นางต้องการทำลายเนี่ยเทียนผู้นี้ให้สิ้นซาก! เนี่ยเทียนขมวดคิ้วมุ่น ฉวยโอกาสที่ต่งลี่ไม่ได้ลงมืออีกครั้งใช้ทิพย์จักษุ ลาดตระเวนไปทั่วด้าน
ด้วยทิพย์จักษุทำให้เขามองเห็นว่าหันมู่และผู้แข็งแกร่งตระกูลต่งอีก หลายคนกำลังพาคนของสำนักหลิงอวิ๋นให้ขยับเข้ามาใกล้บ่อน้ำสีดำ
แม้แต่หลัวซินที่ก่อนหน้านี้รออยู่ริมบ่อน้ำสีดำก็ยังไม่รู้ว่าถูกคุ้มครอง ด้วยคนของตระกูลต่งตั้งแต่เมื่อไหร่
เขาแอบคำนวณเวลา… ไม่นานเขาก็วิเคราะห์ได้ว่ามากสุดหนึ่งเค่อ หันมู่ก็จะพาคนของ สำนักหลิงอวิ๋นมาปรากฏตัวที่บ่อน้ำสีดำ
“มีเวลาเหลือแค่อีกเค่อเดียวเท่านั้น” เขาพึมพำเบาๆ ทิพย์จักษุเจ็ดข้างที่กระจายอยู่ข้างนอกพลันถูกเขาเรียกรวมให้มาอยู่ ในบริเวณใกล้เคียงทั้งหมด เขาไม่สนใจความเคลื่อนไหวรอบบ่อน้ำสีดำอีก แม้แต่คนของสำนักหลิงอวิ๋นเขาก็ไม่ให้ความสนใจ
มือขวาที่ถือดาราเพลิงกาฬยังคงมีพละกำลังหนักอึ้งไม่เปลี่ยนแปลง ทว่ามือซ้ายที่ว่างอยู่ของเขากลับมีแสงดาวเปล่งประกายออกมา กลางฝุามือข้างซ้ายมีแสงดาวดวงแล้วดวงเล่าทยอยกันปรากฏตัว
เมื่อแสงดาวดวงที่ห้าปรากฏอยู่กลางฝุามือ เขากลับไม่ได้หยุดอยู่แค่ นั้น ทว่ายังคงรวบรวมพลังดวงดาวต่อไป
ตอนที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง เนื่องจากมีพันธนาการด้านขอบเขต เขาจึงได้แค่สร้างแสงดาวขึ้นมาห้าดวงเท่านั้น
เขาในเวลานี้เนื่องจากเลื่อนขั้นสู่กลางสวรรค์ช่วงท้ายจึงเหมือนว่าจะ อยู่ห่างจากต้นสวรรค์อีกไม่ไกลเท่าไหร่นัก
หยดดาวที่อยู่ในน้ำวนดวงดาวของเขาหนาแน่นและบริสุทธิ์ยิ่งกว่า ตอนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงไม่รู้กี่เท่า
“ฟูุว!” เมื่อพลังดวงดาวถูกนำมารวบรวม แสงดาวดวงที่หกจึงค่อยๆ ก่อตัว ขึ้นกลางฝุามือของเขา
เมื่อแสงดาวที่หกปรากฏตัว แสงดาวห้าดวงก่อนหน้านี้ก็เปลี่ยนแปลง ไปพร้อมกัน ก่อนจะก่อตัวกันขึ้นมาเป็นค่ายกลดวงดาวที่มหัศจรรย์ รูปแบบใหม่
เมื่อแสงดาวดวงที่หกเปล่งประกาย แขนข้างซ้ายของเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นสีเงินยวงที่สดใสแวววาวราวกับถูกทาทับไว้ด้วยแสงดาว ระยิบระยับ
“นี่ก็คือเวทลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวสินะ?” ต่งลี่มองแขนซ้ายของเขาด้วยความใคร่รู้ เมื่อเห็นแสงดาวพร่างพราว ทั้งหกดวง นางก็ไม่ได้รีบร้อนลงมือคล้ายกำลังจงใจรอให้เขาสะสมพลัง
ในบริเวณใกล้เคียงกับบ่อน้ำสีดำ ผู้ฝึกลมปราณสามกลุ่มที่ไล่ล่าคน ของอาณาจักรเฮยเจ๋อได้ถูกคนของตระกูลต่งขับไล่ให้ออกไปข้างนอก อย่างเงียบเชียบ
หลัวซินที่ห่างจากเนี่ยเทียนอีกระยะหนึ่งไม่มีทิพย์จักษุให้ใช้จึงไม่รู้ถึง การต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและต่งลี่
ทว่าขณะที่เนี่ยเทียนและต่งลี่กำลังประหัตประหารกันอยู่นั้น คนอีก กลุ่มหนึ่งก็ค่อยๆ มาถึงอย่างเงียบเชียบ
ผู้นำก็คือฉินแยนแห่งองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่เนี่ยเทียนได้เจอเมื่อครั้ง ตอนที่เพิ่งมาถึงอาณาจักรปุายจั้น
ข้างกายของฉินแยนยังมีผู้ฝึกลมปราณขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่อีกหก คน
“คุณหนูฉิน ท่านมาได้อย่างไร?” คนของตระกูลต่งผู้หนึ่งเผยตัวจากมุมมืดมาหยุดอยู่ต่อหน้าฉินแยน ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“ข้าได้ข่าวว่าทางบ่อน้ำสีดำแห่งนี้เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย นอกจากนี้ข้า ยังร้อนใจอยากมาพบต่งลี่ด้วย” ฉินแยนที่หน้าตางามพิสุทธิ์สวมกระโปรง ยาวสีเขียวอ่อน ดวงตาใสกระจ่างดุจน้ำของนางเหลือบมองมายังพื้นที่ การต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและต่งลี่อยู่หลายครั้ง ทั้งยังกล่าวว่า “อีกอย่าง ข้าได้ยินความเคลื่อนไหวจากทางฝั่งนั้นด้วย ต่งลี่อยู่ที่นั่นหรือไม่?”
ฉินแยนมีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลาง ขอบเขตสูงกว่าต่งลี่เล็กน้อย นาง มาที่บ่อน้ำสีดำก็เพราะสัมผัสได้ถึงปราณน่าหวาดกลัวที่หงส์ดำตัวนั้นแผ่ ออกมา
นางรู้ชัดเจนดีว่าวิญญาณสัตว์หงส์ดำตัวนั้นเป็นของต่งลี่! ต่งลี่ที่เพิ่งชุบหลอมหงส์ดำได้ไม่นาน ตอนนี้กลับมาต่อสู้กับคนอื่นใน พื้นที่เขตอิทธิพลของตระกูลต่ง นางจึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าจะ ทำความเข้าใจ
ในถิ่นของตระกูลต่ง ต่อให้ต่งลี่เกลียดขี้หน้าใครก็แค่เรียกใช้คน ลาดตระเวนให้ออกมาจัดการให้ แค่นี้ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว
เหตุใดต้องถึงขั้นเรียกใช้วิญญาณสัตว์หงส์ดำ? ฉินแยนจึงยิ่งรู้สึกแปลกใจ คนผู้นั้นของตระกูลต่งเหมือนจะรู้ว่านางกับต่งลี่มีความสัมพันธ์อันดี ต่อกันจึงพยักหน้ารับเบาๆ “คุณหนูอยู่ที่นั่นจริง”
“ข้าจะเข้าไปดูหน่อย” ฉินแยนกล่าว “เอ่อ…เกรงว่าคงไม่สะดวกนัก” คนของตระกูลต่งมองมายังคนของ องค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่อยู่ข้างกายฉินแยนด้วยสีหน้าลำบากใจ
“พวกเจ้ารออยู่นี่ ข้าจะไปดูสักหน่อย” ฉินแยนสั่งความบอกให้คน ขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่รออยู่ที่นี่ ไม่รอให้คนของตระกูลต่งตอบรับนางก็ กลายร่างเป็นสายฟูาหนึ่งเส้นที่วูบหายไปในชั่วพริบตา
“คุณหนูฉิน! คุณหนูฉิน!” คนผู้นั้นของตระกูลต่งตะโกนเสียงดัง แต่ กลับเห็นว่าฉินแยนขยับเข้าไปใกล้เรื่อยๆ แล้ว
“อู้!” หลายสิบวินาทีต่อมาร่างของฉินแยนก็มาปรากฏตัวอยู่ในบริเวณที่เนี่ย เทียนและต่งลี่ต่อสู้กัน
“ฉินแยน! เจ้ามาได้ยังไง?” ต่งลี่ที่เรียกใช้วิญญาณสัตว์หงส์ดำและกำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ เมื่อหันมาเห็นนางก็มีท่าทีตกใจอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าเองรึ? อูเทียน!” เมื่อฉินแยนหยุดชะงักฝีเท้าก็หันไปจ้องเนี่ยเทียนด้วยสีหน้าแปลกใจ “อูเทียน?” ต่งลี่แค่นเสียงหนึ่งครั้ง ยกยิ้มเหยียดหยาม ก่อนจะหันมา กล่าวกับฉินแยน “เจ้ารีบร้อนมาที่นี่ด้วยเรื่องอันใด?”
“ข้ามีธุระด่วน” ฉินแยนกล่าว “ไม่ได้!” ต่งลี่ถลึงตา ฉินแยนยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่ นางจึงกรอกตามองประเมินเนี่ยเทียน เงียบๆ
ดาราเพลิงกาฬที่อยู่ในมือขวาของเนี่ยเทียน แสงดาวหกดวงที่ลอยขึ้น กลางฝุามือซ้าย และยังมีความแปลกประหลาดของมือซ้ายของเขาต่างก็ ทำให้นางตกตะลึง
ทว่านางยังคงไม่สามารถเดาตัวตนของเนี่ยเทียนออก “ฉินแยน!” ต่งลี่มีท่าทีไม่พอใจ นางตวาดเสียงแหลม “เจ้าไปรออีกฝั่ง หนึ่งสิ ข้าและเขามีแค้นส่วนตัวที่ต้องชำระ ไม่อยากถูกรบกวน”
หยุดไปครู่ต่งลี่ก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “รวมถึงเจ้าด้วย” “อ้อ ก็ได้” ฉินแยนพยักหน้ามองนางและเนี่ยเทียนด้วยสีหน้า ประหลาดใจคล้ายคาดเดาได้ถึงอะไรบางอย่าง “ข้าไปก็ได้ พวกเจ้าทำกัน ต่อเลย”
กล่าวจบฉินแยนก็ถอยออกไปตามคำพูดตัวเอง ไม่ได้เข้ามาใกล้ทางฝั่ง นี้อีก
ทว่าประโยคนั้นของนาง บวกกับสายตาที่แปลกแปร่งของนางกลับทำ ให้ต่งลี่เดือดดาล
“เจ้าใกล้จะไม่มีเวลาแล้ว!” หงส์ดำที่ลอยอยู่เหนือศีรษะนางตัวนั้นร้องคำรามไร้เสียง ก่อนที่คลื่น พลังวิญญาณสีดำทะมึนระลอกหนึ่งจะม้วนตลบออกมาโดยมีนางเป็นจุด ศูนย์กลาง
“เปรี๊ยะๆๆ!” ทุกที่ที่พลังวิญญาณสีดำไหลผ่าน พื้นดินปริแตก ความว่างเปล่าส่ง เสียงลั่นแปร่งหู
พืชหญ้าที่ถูกพลังวิญญาณดำมืดปกคลุมล้วนถูกสั่นสะเทือนจนกลาย มาเป็นเศษหญ้าแห้งเหี่ยวที่กระจายไปทั่วผืนฟูา
พลังวิญญาณสีดำไหลกรากเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ดวงดาวหกดวง ที่อยู่กลางฝุามือซ้ายของเนี่ยเทียนจะกลายเป็นเส้นแสงดาวที่พุ่งเข้าไป กระแทก
ค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากการรวมตัวกันของแสงดาวหกดวง เปลี่ยนแปลงมาเป็นธารดวงดาวเส้นเล็ก แสงดาวเจิดจ้าพร่างพราว พลัง ดวงดาวที่ลึกลับเกินคาดเดาทับซ้อนกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้อานุภาพของ ค่ายกลดวงดาวเพิ่มพูนขึ้น!
“ตูม!” ภายใต้การโจมตีของพลังวิญญาณมืดดำ แสงดาวหกดวงพลันระเบิด พลังดวงดาวแปลกประหลาดที่มาจากจุดลึกที่สุดของทางช้างเผือกอัน กว้างใหญ่ไพศาล
พลังวิญญาณสีดำที่ไกลกรากประดุจน้ำบ่าถูกแทรกซอนไปด้วยธาร แสงดาวที่ปลดปล่อยออกมาจากในดวงดาวพร่างพราย
หงส์ดำตัวนั้นที่อยู่ด้านหลังของต่งลี่กรีดร้องเสียงแหลมออกมาในที่สุด ดวงตาหงส์ที่ไม่เคยเปิดออกตั้งแต่ที่มันเริ่มต่อสู้ก็พลันเบิกโพลง
—–