ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 405 แผนการใหม่!
อันที่จริงแล้วองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่ฉินแยนอยู่ในสังกัดกับพรรคคิชฌ กูฎที่ลึกลับมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟูนต่อกัน
และพรรคคิชฌกูฎก็คือผู้ที่รับรู้ข่าวสารได้ว่องไวที่สุดของตลอดทั้ง ดินแดนดาวตก ในฐานะที่ฉินแยนเป็นสมาชิกคนสำคัญขององค์กรการค้า สุ่ยเยว่ ความรู้ความเข้าใจที่นางมีต่อพวกคนมากพรสวรรค์ของดินแดน ดาวตกจึงมีอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ทว่าเนี่ยเทียนที่อยู่เบื้องหน้าผู้นี้กลับเหมือนไม่ได้อยู่ในรายชื่อของคน ที่นางคุ้นเคย
“อูเทียน คนผู้นี้…คือใครกันแน่?” ฉินแยนเต็มไปด้วยความฉงน สนเท่ห์
ต่งลี่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ยังนึกไม่ออกว่าควรจัดการกับเนี่ยเทียนและ คนของสำนักหลิงอวิ๋นอย่างไร นางจึงเลือกจะวางเรื่องนี้ไว้ก่อนชั่วคราว คิดจะถามฉินแยนให้รู้ก่อนว่าอีกฝุายมาด้วยเหตุอันใด ดังนั้นจึงหันไป กล่าวกับเนี่ยเทียน “เรื่องของเจ้า เดี๋ยวข้าจะมาจัดการ ตอนนี้เจ้าสามารถ ไปหาคนของสำนักหลิงอวิ๋นได้แล้ว แต่ห้ามออกไปนอกขอบเขตของบ่อน้ำ สีดำ”
เนี่ยเทียนรีบเดินดิ่งเข้าไปหากลุ่มคนของสำนักหลิงอวิ๋นโดยไม่พูดไม่ จาทันที
ต่งลี่วางกำไลข้อมือไว้บนริมฝีปากแดงก่ำ เอ่ยกำชับพวกหันมู่ไม่ให้ พวกเขาขัดขวางเนี่ยเทียน แต่ต้องจับตามองทุกการกระทำของคน สำนักหลิงอวิ๋น ให้พวกเขารออยู่ที่เดิม
“เขาเป็นใคร?” พอเนี่ยเทียนเดินออกไป ฉินแยนถึงได้เอ่ยถามด้วยสี หน้าแปลกใจ “ลี่ลี่ เจ้าหมอนี่มีขอบเขตต่ำกว่าเจ้าแต่กลับสามารถเปิดศึก ครั้งใหญ่กับเจ้าได้ถึงขนาดนี้ บุคคลเช่นนี้ย่อมไม่ใช่พวกไร้ชื่อเสียงใน ดินแดนดาวตกแน่นอน ทว่าข้าคิดอยู่นานมากก็ยังเดาไม่ออกถึงตัวตนของ เขา”
ต่งลี่และนางสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ทว่าสำหรับเรื่องนี้ต่งลี่ยังไม่คิด จะบอกนาง
“อย่าไปสนใจเขาเลย” บนใบหน้างามเป็นเอกของต่งลี่เต็มไปด้วย ความหงุดหงิด “เจ้ารีบร้อนมาหาข้ามีธุระอันใด?”
“ข้าได้รับข่าวว่ามีคนส่วนหนึ่งของอาณาจักรเฮยเจ๋อมาก่อเรื่องใน พื้นที่ตระกูลต่งของพวกเจ้า” ฉินแยนกล่าว
“ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว” ต่งลี่ตอบรับอย่างไม่ใส่ใจ “อืม เห็นเจ้าปรากฏตัวที่บ่อน้ำสีดำข้าก็รู้แล้วว่าปัญหาได้รับการแก้ไข แล้ว” ฉินแยนพยักหน้าเบาๆ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร “เมื่อครู่นี้ข้าได้ยิน มาว่าหันมู่ลูกน้องของเจ้าเหมือนจะพาคนของสำนักหลิงอวิ๋นมาที่นี่ เป็น เช่นนี้จริงหรือไม่?”
“เป็นเช่นนี้จริง” “ลี่ลี่ คนเหล่านั้นของสำนักหลิงอวิ๋นไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว เจ้ารีบจัดหา คนคุ้มครองพวกเขากลับไปยังเมืองสุ่ยเยว่โดยเร็วเถอะ สำนักหยินและ สำนักหยางของอาณาจักรเชียนแจว๋ติดต่อมายังองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ของ พวกเรา บอกให้พวกเราจับตามองการเคลื่อนไหวของคนเหล่านั้นให้ดี แล้วพาพวกเขาส่งกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนอย่างปลอดภัย” ฉินแย นกล่าวอย่างจริงจัง
“สำนักหยินและสำนักหยางไหว้วานพวกเจ้ารึ?” ต่งลี่ตะลึง สำนักหยินและสำนักหยางของอาณาจักรเชียนแจว๋มีฝีมือไม่ด้อยไป กว่าตระกูลต่งของพวกเขา อีกทั้งสำนักหยินและสำนักหยางยังมี ความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ หากพวกเขาเอ่ยปาก ขอร้อง จะอย่างไรองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ก็ย่อมต้องเห็นแก่หน้าพวกเขา
“เจ้าเองก็รู้ ช่วงก่อนหน้านี้เนี่ยเทียนแห่งอาณาจักรหลีเทียนได้ไปที่ อาณาจักรเชียนแจว๋และช่วยคลี่คลายปัญหาของอาณาจักรเชียนแจว๋” ฉินแยนกล่าวอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย “ทุกสำนักผู้ฝึกลมปราณที่อยู่ใน อาณาจักรเชียนแจว๋ต่างก็ซาบซึ้งใจในตัวเนี่ยเทียนผู้นั้นอย่างมาก ได้ยิน มาว่าเขามาจากสำนักหลิงอวิ๋นของอาณาจักรหลีเทียน และคนของ สำนักหลิงอวิ๋นที่มาเคลื่อนไหวในพื้นที่ตระกูลต่งของพวกเจ้าครั้งนี้ก็มี ญาติของเขารวมอยู่ด้วย…”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ฉินแยนพลันหยุดชะงัก ดวงตาของนางเปล่งประกายวาบ ในสมองคล้ายมีสายฟูาเส้นหนึ่งวาบ ผ่าน
“อูเทียน? เขาก็คือเนี่ยเทียนใช่ไหม?” ฉินแยนพลันเข้าใจได้ทันที หันขวับไปมองยังทิศทางที่เนี่ยเทียนจาก ไปไกล เรือนกายอรชรของนางก็สั่นสะท้านน้อยๆ “เขาก็คือเนี่ยเทียน? เจ้าหมอนั่นที่ได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวน่ะ หรือ?”
นางตบหัวตัวเอง แล้วจึงพูดพึมพำพร้อมยิ้มเจื่อน “ข้าควรจะคิดถึง เขาได้แต่แรกสิ ตอนที่เขามาเมืองสุ่ยเยว่ หลิวหลิงแห่งสำนักหยินเป็นคน มาส่งด้วยตัวเอง สำนักหยินของอาณาจักรเชียนแจว๋ไม่มีลูกศิษย์ชายสัก
เท่าไหร่ แถมท่าทีที่หลิวหลิงมีต่อเขาก็ดูเกรงใจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งยังให้ข้า เป็นคนพาเขาไปยังที่พักของคนสำนักหลิงอวิ๋นด้วย”
“ปิดบังเจ้าไม่ได้เลยจริงๆ” ต่งลี่กล่าวอย่างจนใจ นางรู้ดีถึงความฉลาดของฉินแยน ในเมื่ออีกฝุายมาถึงที่นี่ แถมยังได้ เห็นการต่อสู้ระหว่างนางและเนี่ยเทียน ด้วยสติปัญญาของฉินแยน ไม่ช้า หรือเร็วก็ต้องรู้อยู่ดีว่าอูเทียนก็คือเนี่ยเทียนผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว ดินแดนดาวตกในช่วงที่ผ่านมา
“ทำไมเจ้าถึงมาต่อสู้ดุเดือดกับเขาได้ล่ะ?” ฉินแยนกล่าวด้วยความ แปลกใจ
“เขาล่วงเกินข้าตอนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง!” ต่งลี่ขบฟันขาวสะอาด ฉินแยนตะลึงงันแล้วก็เข้าใจได้โดยพลันจึงตะโกนเสียงดัง “หัวเทียนที่ เจ้าเจอในอาณาจักรเลี่ยคงก็คือเขารึ?”
“ยังจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?” ต่งลี่แค่นเสียงตอบ ฉินแยนพลันเข้าใจทุกอย่างทันที นางกับต่งลี่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี แม้แต่เรื่องที่ต่งลี่ไปยัง อาณาจักรเลี่ยคง เปลี่ยนชื่อเป็นซ่งลี่และเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักล่าคม เขี้ยว นางก็ล้วนรู้อย่างชัดเจน
ปัญหาที่ต่งลี่เผชิญตอนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง นางเองก็พอรู้มาบ้าง และก็เคยได้ยินว่าคนที่ชื่อหัวเทียนทำให้ต่งลี่ที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง เสียเปรียบอย่างหนักจนส่งผลกระทบต่อแผนการที่ต่งลี่วางเอาไว้
ต่งลี่กลับมาอาณาจักรปุายจั้นได้ไม่นานก็มาพบนาง เวลาที่พูดคุยกัน แล้วชื่อของหัวเทียนถูกเอ่ยขึ้นเมื่อใด นางก็จะต้องแสดงความเดือดดาล ออกมาทุกครั้ง
“อูเทียน หัวเทียน เนี่ยเทียน…” ฉินแยนส่ายหัวพร้อมหัวเราะร่วน “ชื่อปลอมของเจ้าหมอนี่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์อะไรเลยจริงๆ”
ต่งลี่สีหน้าเย็นชา ยังคงโกรธเคืองไม่หาย “เจ้าคิดจะใช้คนของสำนักหลิงอวิ๋นมาเล่นงานเนี่ยเทียน?” ฉินแยน เริ่มเข้าใจต้นสายปลายเหตุจึงรีบพูดเกลี้ยกล่อม “แบบนี้ไม่เหมาะ เนี่ย เทียนคลี่คลายปัญหาของอาณาจักรเชียนแจว๋ สำนักใหญ่ๆ ในอาณาจักร เชียนแจว๋ต่างก็ซาบซึ้งบุญคุณของเขา แถมสำนักหยินและสำนักหยางยัง ยอมแตกหักกับวิมานสวรรค์เพราะเขาด้วย!”
“สำนักหลิงอวิ๋นอ่อนแอก็จริง ทว่าสำนักหยินและสำนักหยางกลับมี รากฐานลึกล้ำ”
“หากเจ้าฆ่าญาติของเขาเพียงเพราะต้องการแก้แค้นเนี่ยเทียน สำนักหยินและสำนักหยางย่อมไม่มีทางยอมรามือง่ายๆ แน่นอน แถม พวกเขาต่างก็ไหว้วานให้องค์กรการค้าสุ่ยเยว่ของพวกเราตามหาคน เหล่านั้นให้ หากเจ้าทำตัวเหลวไหลจะสร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับตระกูล ต่ง แถมจะส่งผลกระทบไปยันบรรพบุรุษของเจ้าด้วย”
“ข้ารู้ว่ามันค่อนข้างจัดการยาก” ต่งลี่กลอกตา ในใจกำลังชั่งน้ำหนัก “ที่ข้ามาหาเจ้าเพราะยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ฉินแยนรู้ว่านางเป็นคนมาก อุบาย แค่เตือนในระดับที่เหมาะสมก็พอ ไม่จำเป็นต้องโน้มน้าวให้มาก ความ “เจ้าเฉาชิวสุ่ยไปพบโบราณสถานแห่งหนึ่งของอสูรกายใน อาณาจักรอั้นหมิง เขาเตรียมจะขอให้คนส่วนหนึ่งไปร่วมสำรวจเส้นทาง พร้อมกับเขา เขาจึงมาหาข้า ให้ข้าถามเจ้าว่าสนใจไปด้วยกันหรือไม่?”
“เจ้าโง่นั่นไปโผล่ที่อาณาจักรอั้นหมิงได้อย่างไร?” ต่งลี่ตะลึงงัน
“เจ้าก็รู้ว่าเจ้าหมอนั่นชอบสำรวจหาดินแดนลึกลับ หลายปีมานี้ก็ เสียเปรียบคนอื่นไปไม่น้อย แต่ว่าสถานที่ที่พวกเราเคยไปกับเขาก่อนหน้า นี้ก็ทำให้เราได้รับผลเก็บเกี่ยวไม่ธรรมดา ทุกคนร่วมงานกันก็ถือว่ามี ความสุขดี” ฉินแยนยิ้มบางๆ “คราวนี้เขาไปเจอโบราณสถานที่อาณาจักร อั้นหมิง ว่ากันว่าคนที่รู้เรื่องนี้มีน้อยมาก เพราะอย่างไรซะอาณาจักรอั้นห มิงก็ไม่ใช่อาณาจักรปุายจั้น คนของตำหนักเทพเพลิงและวังวิญญาณต่างก็ เคลื่อนที่กันไปทั่ว เขากังวลว่าจะมีกำลังไม่พอถึงได้มาหาพวกเราอย่างไร ล่ะ”
“นอกจากพวกเรายังมีใครอีก?” ต่งลี่ถามอีกครั้ง “คนสองคนนั้นของตระกูลกู่และหอโอสถก็ถูกเขาเชิญตัวไปด้วย” ฉิน แยนตอบรับ
“ออกเดินทางเมื่อไหร่?” “อีกเจ็ดวันให้หลัง และก็เพราะเวลากระชั้นชิด ข้าถึงได้รีบร้อนมาหา เจ้าอย่างไรล่ะ”
“ตกลง ข้าร่วมด้วย” กล่าวมาถึงตรงนี้ต่งลี่ก็พลันยกคิ้ว ความคิดหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวใจ แล้วอยู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “เจ้ารู้สึกว่าเนี่ยเทียนเป็นอย่างไรบ้าง?”
“ในด้านไหนล่ะ?” ฉินแยนถามอย่างแปลกใจ “ฝีมือ” “สามารถประมือกับหงส์ดำของเจ้าได้ก็มากพอจะพิสูจน์ให้เห็นถึง ความร้ายกาจของเขา”
ดวงตาของต่งลี่ฉายแสงประหลาด แล้วอยู่ๆ ก็หัวเราะออกมา “เจ้า ห้ามพูดเรื่องที่สำนักหยินและสำนักหยางบังคับมาล่ะ แค่ทำเป็นไม่รู้เรื่อง
อะไรก็พอ ข้าจะส่งคนของสำนักหลิงอวิ๋นกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียน แต่ข้าจะบีบให้เนี่ยเทียนผู้นั้นไปกับพวกเราด้วย! ฝีมือของเขามีมากพอ ใน สมองก็มีแต่ความคิดชั่วๆ ทั้งยังมีพลังในการรับสัมผัสที่มหัศจรรย์ น่าจะ ช่วยพวกเราได้ไม่น้อย”
“นอกจากนี้ไอ้หมอนี่เคยล่วงเกินข้า ข้าจะเก็บเขาไว้ข้างกายแล้ว ค่อยๆ ปั่นหัวเขาเล่นไปทีละนิด!”
ฉินแยนเดาความคิดของนางออกในฉับพลันจึงหัวเราะคิกคัก พยัก หน้ากล่าวว่า “ด้วยความสัมพันธ์ของเจ้ากับข้า ข้าย่อมทำให้ได้อยู่แล้ว ข้า กลัวก็แต่ว่าเจ้าเล่นกับไฟแล้วไฟจะลามมาไหม้ตัว ข้าว่าเจ้าเด็กนั่นไม่ ธรรมดาเลย ทางที่ดีเจ้าอย่าพัวพันอยู่กับเขาจนลึกซึ้งมากเกินไปนัก”
“เล่นกับไฟแล้วไฟลามตัว? เจ้าหมายถึงเรื่องอะไร?” ต่งลี่แค่นเสียง เย็น
“ข้ากลัวว่าเจ้าจะกลายมาเป็นลูกไก่ในกำมือของเขาเสียเอง” ฉินแย นกล่าวกลั้วหัวเราะ
“คนอย่างเขาน่ะรึ?” ใบหน้าต่งลี่เต็มไปด้วยความดูแคลน “แม่นาย เกิดมาจนถึงวันนี้มีแต่ข้าที่ปั่นหัวคนอื่น ในสายตาของข้า เนี่ยเทียนผู้นั้นก็ ไม่ได้ต่างอะไรไปจากผู้ชายคนอื่นนักหรอก”
“ทว่าตอนที่อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง เจ้าไม่ได้…?” ฉินแยนพูดแทงใจ ดำ
“นั่นเป็นเพราะว่าตอนนั้นข้ายังไม่สามารถชุบหลอมหงส์ดำออกมา ได้!” ต่งลี่ถลึงตาใส่นาง ไม่รอให้นางพูดต่อก็ชิงพูดก่อนว่า “เอาล่ะ ข้าไม่ อยากฟังคำพูดไร้สาระของเจ้าแล้ว เนี่ยเทียนผู้นี้ข้าจะบีบให้เขาต้องไป อาณาจักรอั้นหมิงพร้อมกับข้า เจ้าก็ถือซะว่าเขาเป็นขุนนางต่างถิ่นของ
ตระกูลต่งแล้วกัน แล้วก็ไม่จำเป็นต้องบอกตัวตนเนี่ยเทียนของเขาให้คน อื่นรู้”
“อ้อ ได้สิ” “เจ้ารอแปบ ข้าจะให้เวลาเนี่ยเทียนได้พูดคุยกับญาติมิตรจาก สำนักหลิงอวิ๋นสักหน่อย ครึ่งชั่วยามให้หลัง พวกเราจะจัดการเรื่องนี้และ ส่งคนของสำนักหลิงอวิ๋นกลับไปก่อน”
“เจ้านี่ช่างมากแผนการจริงๆ” “เช่นกันๆ” —–