ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 406 แลกเปลี่ยน
ริมบ่อน้ำสีดำ พวกคนของสำนักหลิงอวิ๋นที่ถูกหันมู่และหลายคนของ ตระกูลต่งจับตามองอยู่ได้เจอกับหลัวซินก่อนเป็นคนแรก
พอเห็นหลัวซิน พวกจานหยวนต่างก็ปิติยินดีอย่างถึงขีดสุด รีบเอ่ย ถามว่าทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่
ยังไม่ทันรอให้หลัวซินเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง เนี่ยเทียนที่ ใช้ทิพย์จักษุก็ตามมาถึงได้อย่างไร้อุปสรรคกีดขวาง
พอเนี่ยเทียนมาถึง หันมู่ที่ถูกต่งลี่สั่งความไว้ลับๆ นานแล้วก็พาคน ของตระกูลต่งกระจายตัวออกห่างไปเงียบๆ เปิดโอกาสให้เนี่ยเทียนและ พวกคนของสำนักหลิงอวิ๋นได้พูดคุยกัน
“ท่านผู้เฒ่า ลองเดาดูสิว่าเขาคือใคร?” หลัวซินยกยิ้ม ชี้มายังเนี่ย เทียนที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้า แต่พอโผล่ออกมานัยน์ตากลับเปี่ยมล้นไป ด้วยความซาบซึ้งตื่นเต้น
เนี่ยตงไห่มองคนแปลกหน้าที่เพิ่งมาถึง มองคนผู้นี้ที่เพิ่งจะโผล่หน้ามา ก็ตรงดิ่งเข้ามาหาตนด้วยสีหน้าตื่นเต้น เขาก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
ไม่รอให้เขาได้คิดอย่างละเอียด เนี่ยเทียนก็ดึงหน้ากากลง “ท่านตา! ท่านปูาใหญ่!”
“เสี่ยวเทียน!” เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนทั้งตะลึงและปิติยินดีจนทำ อะไรไม่ถูก
“เนี่ยเทียน!” พวกเจียงหลิงจูและเย่กูโม่ต่างก็ร้องอุทานออกมา นัยน์ตาฉายแสงแห่งความไม่คาดคิด
ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับเนี่ยเทียนที่หายตัวไป นานถึงสองปีกว่าที่บ่อน้ำสีดำในอาณาจักรปุายจั้น
เรือนกายผ่ายผอมของเนี่ยต่งไห่สั่นไหวน้อยๆ เขาพลันเดินขึ้นหน้าไป รับพร้อมดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
เขาที่ปกติไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุย เวลานี้หนังหน้ากระตุกอยู่หลายครั้ง ฝืนเค้นรอยยิ้มที่บูดเบี้ยวออกมา ใช้มือขวาที่แข็งทื่อน้อยๆ ลูบหลังลูบไหล่ เนี่ยเทียนพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงอิ่มเอมใจ “ในที่สุดเจ้าก็โตแล้ว ตัวสูง กว่าข้าแล้ว”
ดวงตาของเนี่ยเฉี่ยนคลอคลองไปด้วยหยาดน้ำตาจนตาทั้งคู่แดงก่ำ กล่าวว่า “เจ้าเด็กบ้านี้ หลายปีนี้เจ้าไปตายที่ไหนมา?”
“หุบปาก! ต่อไปห้ามพูดคำว่าตายอีก!” เนี่ยตงไห่ถลึงตาดุดันใส่นาง “ไม่รู้จักพูดก็อย่าพูดมาก!”
เนี่ยเฉี่ยนมีสีหน้าน้อยใจ “ก็ได้ๆ ข้าพูดผิดไปแล้ว ท่านอย่าเอาแต่ โกรธข้าสิ”
เนี่ยตงไห่ฮึดฮัดหนึ่งเสียง พอหันมามองเนี่ยเทียนอีกครั้งใบหน้าของ เขาก็เต็มไปด้วยความสงสารอาทร “เด็กโง่ เจ้ามาที่อาณาจักรปุายจั้นนี่ ทำไม? ได้ยินว่าเจ้าปฏิเสธความหวังดีของวิมานสวรรค์ เจ้าก็ควรจะอยู่ที่ อาณาจักรเชียนแจว๋สิ ในเมื่อสำนักหยินและสำนักหยางต่างก็ปกปูองเจ้า อย่างสุดความสามารถ เจ้าไม่ควรจะจากมา”
“ไม่ได้เจอพวกท่านมานานมากแล้ว ก็เลยอยากจะมาหาเสียหน่อย” เนี่ยเทียนกล่าวพร้อมหัวเราะขัดเขิน
หลัวซินเห็นว่าพวกเขาได้เจอกันแล้วจึงส่งสายตาให้เห็นจานหยวน แล้วกล่าวว่า “ให้เวลาพวกเขาหน่อยเถอะ”
จานหยวนพยักหน้า เอ่ยกำชับหนึ่งประโยคก็พาคนที่เหลือทิ้ง ระยะห่างออกไปเงียบๆ
เจียงหลิงจูรู้สึกไม่ยินยอมเล็กน้อย นางสงสัยเป็นอย่างยิ่งว่าหลายปีมา นี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเนี่ยเทียนจึงคอยหันไปเหลือบมองเนี่ยเทียนเป็น ระยะ แถมทำหูตั้งชัน เห็นได้ชัดว่ากำลังแอบฟัง
“เจ้าต้องพยายามให้มากแล้วล่ะ” จานหยวนเหลือบตามองนางหนึ่ง ครั้งแล้วกล่าวว่า “เนี่ยเทียนเหยียบเข้าสู่กลางสวรรค์ช่วงท้ายแล้ว ดูท่า อีกไม่นานก็สามารถเลื่อนขั้นเป็นต้นสวรรค์”
“เนี่ยเทียนน่ะผิดปกติ ข้าไม่เอาตัวไปเปรียบเทียบกับเขาหรอก” เจียงหลิงจูส่ายหัว
“เฮ้อ” จานหยวนถอนหายใจเบาๆ และพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า “เป็นเช่นนี้จริงๆ”
“เฮอๆ เขาปฏิเสธอนาคตที่วิมานสวรรค์ยื่นมาให้ ทั้งยังไม่ได้รับปาก ว่าจะเข้ากับสำนักหยินและสำนักหยาง จึงยังถือว่าเป็นคนของสำนักหลิ งอวิ๋นของพวกเรา” หลัวซินอารมณ์เบิกบาน ขยับแหวนเก็บของบนมือให้ จานหยวนดูแล้วพูดว่า “แหวนวงนี้เนี่ยเทียนเป็นคนมอบให้ข้า ต่อให้เขา จะผิดปกติสักแค่ไหนก็มาจากสำนักหลิงอวิ๋นของพวกเรา พวกเราควรจะ ดีใจสิถึงจะถูก”
จานหยวนขมวดคิ้ว “น่าเสียดายที่ฝุายในของสำนักมีแต่พวกตาแก่ที่หู ตาคับแคบ”
“อย่าไปพูดถึงพวกเขาเลย” หลัวซินมีสีหน้าเย็นชา “หากไม่เป็น เพราะพวกเขาแอบสร้างลับหลัง ตอนที่เนี่ยเทียนกลับไปยังอาณาจักรหลี เทียนก็คงจะกลับไปเขาหลิงอวิ๋น ไม่ใช่พอออกจากเมืองเฮยอวิ๋นได้ก็ไป
สำนักโลหิตเลยแบบนี้ หากพวกเขายังเป็นอย่างนี้ต่อไป ต่อให้เนี่ยเทียน ไม่ได้เข้าร่วมกับวิมานสวรรค์ก็ย่อมถูกสตรีอันตรายของสำนักโลหิตคนนั้น แย่งตัวไปอยู่สำนักโลหิตอยู่ดี”
“หลีจิ้งแห่งสำนักโลหิตดีกับเนี่ยเทียนไม่น้อย ในด้านนี้พวกตาแก่ใน สำนักเราต่างก็เป็นตัวถ่วงความเจริญอย่างแท้จริง” จานหยวนส่ายหัว “หวังว่าเนี่ยเทียนจะเห็นแก่หน้าอาจารย์ปูุ ไม่เกลียดแค้นสำนักหลิงอวิ๋นข องเราและยังจดจำความสัมพันธ์ครั้งเก่าก่อนได้”
“เนี่ยเทียนไม่ใช่คนไร้น้ำใจไร้คุณธรรม” หลัวซินกล่าว อีกฝั่งหนึ่ง เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมจะเล่าประสบการณ์สองปีที่ผ่าน มาหลังจากตัวเองเดินออกไปจากอาณาจักรหลีเทียนให้เนี่ยตงไห่ฟัง
ทว่าเขายังไม่ทันเปิดปาก เนี่ยตงไห่กลับส่ายหัวห้ามเขาเอาไว้ “คน นอกอยู่กันเยอะ เรื่องราวที่เจ้าประสบพบเจอมา ตัวเจ้ารู้เองก็พอแล้ว แม้ว่าตาจะอยากรู้ ทว่าขอแค่เห็นเจ้าปลอดภัย ทั้งขอบเขตยังเพิ่มขึ้น แค่ นี้ก็ดีมากแล้ว”
เนี่ยเทียนเข้าใจขึ้นมาในฉับพลัน รู้ว่าใกล้ๆ นี้ไม่ได้มีเพียงหลัวซินและ จานหยวน ห่างออกไปไกลยังมีพวกคนตระกูลต่งอย่างหันมู่อยู่ด้วย
ทุกเรื่องที่เขาเผชิญมาล้วนซับซ้อนเปราะบาง ไม่สะดวกที่จะนำมา เปิดเผยอย่างแท้จริง
“งั้นก็ได้ ข้าไม่พูดแล้ว” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบเอาแหวนเก็บ ของสองวงมาส่งให้เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยน แล้วพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ท่าน ตา ท่านปูาใหญ่ นี่คือน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า”
“แหวนเก็บของ!” เนี่ยเฉี่ยนตาเป็นประกาย
สำหรับของที่เนี่ยเทียนมอบให้ เนี่ยตงไห่ไม่ได้ปฏิเสธ กลับรับมาอย่าง ว่าง่าย
เขาและเนี่ยเฉี่ยนสองคนเมื่อรับเอาแหวนเก็บของมาก็กวาดพลังจิต มองหนึ่งครั้ง ครั้นก็ต้องร้องอุทานด้วยความตกใจ
“นี่…หินวิเศษและวัสดุวิเศษเยอะขนาดนี้เชียวหรือ?” เนี่ยเฉี่ยนก้ม หน้าลงมอง เมื่อเห็นว่าด้านในนั้นมีหินวิเศษและวัสดุวิเศษหลากชนิดอยู่ เป็นจำนวนมาก และยังมียารวมอยู่ด้วย นางก็พลันตกตะลึงไปทันที “เสี่ยวเทียน เจ้าไปได้วัตถุดิบในการฝึกตนมากมายขนาดนี้มาได้ อย่างไร?”
“ของทุกชิ้นเสี่ยวเทียนล้วนใช้ชีวิตแลกมันมา” เนี่ยตงไห่ถอนหายใจ เบาๆ หนึ่งครั้ง
เขาเองก็ตะลึงงันไปกับวัตถุดิบวิเศษ ยาและหินวิเศษที่อยู่ในแหวน เก็บของเหมือนกัน มูลค่าของสิ่งเหล่านั้น เขาลองคำนวณคร่าวๆ ก็รู้ดีว่ามี มากเกินกว่าสมบัติที่ตระกูลเนี่ยสะสมเอาไว้เสียอีก
ด้วยความสามารถของตระกูลเนี่ย ต่อให้ผ่านไปอีกร้อยปี เกรงว่าก็คง ยังไม่สามารถสะสมทรัพย์สมบัติได้มากมายขนาดนี้
แต่เขาเองก็มองออกว่าวัตถุเหล่านั้นคละเคล้ากันหลากหลายชนิด เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาจากผู้ฝึกลมปราณคนเดียวกัน
เนี่ยเทียนใช้วิธีการเช่นใดเพื่อรวบรวมเอาวัตถุดิบวิเศษมากมาย เหล่านี้มา ไม่จำเป็นต้องพูดพวกเขาก็รู้ดี
พอได้ยินเนี่ยตงไห่พูดเช่นนี้ เนี่ยเฉี่ยนเองก็มีสีหน้าหม่นมัว พลันเงียบ กริบ
เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “พวกท่านดูสิ ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ดีไม่ใช่ หรือ?”
วัตถุดิบในการฝึกตนที่อยู่ในแหวนเก็บของทั้งสองวงเขาได้เตรียมไว้ เนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนโดยเฉพาะตั้งแต่ตอนอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงแล้ว เมื่อเอาของเหล่านี้ออกมามอบให้ทั้งสองคน เขาเองก็รู้สึกโปร่งสบายไป ทั้งตัว รู้สึกว่าความพยายามของตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่เสียเปล่า
“มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว มีชีวิตอยู่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น” เนี่ยตงไห่พยัก หน้ารับอย่างเชื่องช้า
คนทั้งสามนั่งอยู่ข้างบ่อน้ำสีดำ พูดคุยกันสัพเพเหระ แล้วก็คุยกัน มาถึงเรื่องในอาณาจักรหลีเทียน
เนี่ยเทียนพลันถามว่า “ท่านตา ต่อไปพวกท่านวางแผนไว้ว่าอย่างไร? ข้าได้ยินว่าพวกผู้อาวุโสหลายคนในสำนักหลิงอวิ๋นไม่เป็นมิตรกับพวกท่าน เท่าไหร่นัก เอาอย่างนี้ดีไหม ข้าจะขอให้คนไปส่งพวกท่านที่อาณาจักร เชียนแจว๋ สำนักหยินและสำนักหยางต่างก็ยินดีรับตัวพวกท่าน หลีจิ้งแห่ง สำนักโลหิตเองก็เคยบอกกับข้าว่าขอแค่พวกท่านพยักหน้า สำนักโลหิตก็ ยินดีต้อนรับพวกท่านเช่นกัน”
“ไม่จำเป็นหรอก” เนี่ยตงไห่ส่ายหน้า “อาจารย์ของเจ้าดีกับพวกเรา ไม่น้อย เราจะทิ้งสำนักหลิงอวิ๋นเหมือนคนเนรคุณเพียงเพราะคนไม่กี่คน ในสำนักไม่ได้ ในเมื่อเจ้าปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติของอาณาจักรหลีเทียน ได้แล้ว คิดว่าพวกผู้อาวุโสในสำนักก็คงไม่จงใจพุ่งเปูาเล่นงานพวกเราอีก แล้ว”
“นอกจากนี้วัตถุดิบในการฝึกตนที่เจ้าให้มา ข้าและท่านปูาใหญ่ของ เจ้าใช้กันเองไม่หมด ข้ายังอยากปลูกฝังเด็กๆ ในตระกูลเนี่ย ให้พวกเขามี ความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาตัวเอง”
“ตระกูลเนี่ยอ่อนแอมานานเกินไปแล้ว กว่าจะมีโอกาสลืมตาอ้าปาก ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากมหาสมุทรวิญญาณของข้าแตกทลาย ข้าก็ติด ค้างตระกูลเนี่ยมากมาย หวังว่าจะได้ชดเชยให้กับพวกเขาบ้าง”
“อืม ข้าเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน” เนี่ยเฉี่ยนแสดงท่าที “แต่ดูเหมือนว่าพวกเนี่ยเปุยชวน…” เนี่ยเทียนทำท่าจะพูดแต่ก็ หยุดชะงักไปก่อน
“วางใจเถอะ คนพวกนั้นล้วนเป็นปัญหาเล็กน้อย พวกเราสามารถ แก้ไขได้” เนี่ยตงไห่กล่าว
เมื่อเห็นว่าเขายืนกราน เนี่ยเทียนก็ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้งแล้วจึง ไม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมอีก
ไม่นานหลังจากนั้น ต่งลี่ก็เดินมาหา นางเลิกคิ้วมองเนี่ยเทียนก่อนจะ กวักมือเรียกเขา “มานี่สิ พวกเรามาคุยกันหน่อย”
เนี่ยเทียนลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้ามืดทะมึน ก่อนจะหันมากล่าวกับเนี่ยตง ไห่และเนี่ยเฉี่ยนว่า “ข้าไปแปบเดียวเดี๋ยวก็กลับมา”
“นางคือใคร?” เนี่ยเฉี่ยนถามด้วยความแปลกใจ “คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลต่งในอาณาจักปุายจั้น” เนี่ยเทียนกล่าว “เจ้าเป็นเพื่อนกับนางหรือ?” เนี่ยเฉี่ยนจ้องต่งลี่แล้วหัวเราะออกมา เบาๆ “แม่นางคนนี้น่าตาสวยทีเดียว”
“น่าจะ…น่าจะเรียกว่าเพื่อนกระมัง” เนี่ยเทียนไม่อยากให้พวกเขา เป็นกังวลจึงตอบแบบคลุมเครือแล้วเดินไปหาต่งลี่
“ว่ามาสิ เจ้าต้องการยังไง?” มาหยุดอยู่ข้างกายต่งลี่ เขาก็กดเสียง กล่าว “ขอแค่เจ้ายอมปล่อยท่านตาและคนสำนักหลิงอวิ๋นให้เดินทาง กลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนอย่างปลอดภัย ข้าจะยอมให้เจ้าจัดการ อย่างไรก็ได้!”
“พูดง่าย!” ต่งลี่หัวเราะคิกคัก “เจ้าตามข้าไปที่แห่งหนึ่ง ช่วยข้าทำ ธุระบางอย่าง ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ข้าก็จะส่งญาติของเจ้าและคน ของสำนักหลิงอวิ๋นให้กลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนก่อนกำหนด ดี หรือไม่?”
เนี่ยเทียนงุนงง “เจ้าเปลี่ยนมาเป็นพูดง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” “เดิมทีข้าก็เป็นคนดีอยู่แล้วนี่นา” ต่งลี่ยิ้มเบิกบาน น้ำเสียงก็อ่อนโยน อย่างที่หาได้ยาก “เจ้าจะรับปากหรือไม่?”
“ญาติของข้าอยู่ในมือของเจ้า ข้าไม่รับปากได้หรือ?” เนี่ยเทียนแค่น เสียงกล่าว
“แบบนี้สิถึงจะถูก” ต่งลี่พยักหน้า “เวลาของข้ากระชั้นชิด ตอนนี้เจ้า พาคนของสำนักหลิงอวิ๋นและญาติของเจ้ากลับไปที่ตระกูลต่งพร้อมกับ พวกข้า เมื่อไปถึงตระกูลต่งข้าจะจัดหาคนพาญาติของเจ้าไปที่เมืองสุ่ยเยว่ พวกเขาสามารถใช้ค่ายกลนำส่งขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่พาคนใน สำนักหลิงอวิ๋นที่เหลือกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนด้วยกันอย่าง ปลอดภัย”
“แต่ว่าเจ้าต้องอยู่ต่อ” เนี่ยเทียนพยักหน้า “ข้าไม่มีความเห็น” “งั้นก็เอาตามนี้” —–