ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 407 จากลาอีกครั้ง
มีคนตระกูลต่งนำส่ง หนทางกลับจึงแทบจะไม่เจอกับปัญหาใดๆ เนื่องจากมีต่งลี่คอยเร่งรัดอย่างต่อเนื่อง เนี่ยเทียนและกลุ่มคนของ สำนักหลิงอวิ๋นจึงไม่ได้เสียเวลา พวกเขาเดินทางเป็นเส้นตรงกลับไปยัง ตระกูลต่งด้วยความเร็วที่มากที่สุด
หกวันให้หลัง เนี่ยเทียนก็มาหยุดอยู่หน้าจวนตระกูลต่งของอาณาจักร ปุายจั้น
หกวันมานี้เมื่อมีเวลาว่างเขาจะอยู่กับเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยน ตลอดเวลาเพื่อดื่มด่ำไปกับการใช้เวลาร่วมกันอย่างที่ไม่เคยได้ทำมานาน มากแล้ว
ทว่าช่วงเวลาดีๆ มักจะสั้นเสมอ เมื่อมาถึงจวนตระกูลต่งก็หมายความ ว่าพวกเขาต้องแยกจากกันแล้ว
เขาไม่รู้ว่าเนื่องจากสำนักหยินและสำนักหยางออกหน้า ต่อให้เขา ไม่ได้ตอบรับต่งลี่ ต่งลี่ผู้นั้นก็ไม่กล้าทำตัวเหลวไหล
และเขาเองก็ไม่ได้บอกคนของสำนักหลิงอวิ๋นถึงการตกลงกันเป็นการ ส่วนตัวระหว่างเขาและต่งลี่ บอกแค่ว่าต่งลี่คือเพื่อนของเขา
เมื่อมาถึงหน้าจวนตระกูลต่ง ภายใต้การจัดการของต่งลี่ คนของ สำนักหลิงอวิ๋นที่รวมเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยนอยู่ด้วยต่างก็ถูกพาตัวไปยัง ด้านหน้าค่ายกลนำส่งขนาดเล็กแห่งหนึ่งของตระกูลต่งอย่างรวดเร็ว
ห่างไปไม่ไกลนัก ต่งลี่และฉินแยนสองคนกำลังมองเนี่ยเทียนพลาง พูดคุยกันเบาๆ
“ท่านตา ท่านปูาใหญ่ ข้ายังต้องอยู่อาณาจักรปุายจั้นอีกพักหนึ่ง พวก ท่านกลับไปยังอาณาจักรหลีเทียนก่อนเถอะนะ” เนี่ยเทียนกล่าวอย่าง อาลัยอาวรณ์
“เจ้าโตแล้ว มีธุระของตัวเองให้ต้องจัดการ ตาไม่รั้งเจ้าไว้หรอก” เนี่ย ตงไห่ส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเรา พวกเราจะดูแลตัวเองอย่าง ดี เจ้าอยู่ข้างนอกตัวคนเดียว ทำอะไรต้องระวังให้มาก”
“ข้าเข้าใจแล้ว” “เนี่ยเทียน มีเวลาว่างก็กลับไปที่สำนักหลิงอวิ๋นบ้างนะ ท่านอาจารย์ เจ้าก็เป็นห่วงเจ้ามากเหมือนกัน” หลัวซินกล่าว
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว” เนี่ยเทียนยิ้ม “นอกจากท่านตาและท่านปูา ใหญ่แล้ว คนที่ข้าคำนึงถึงมากที่สุดก็คือท่านผู้อาวุโสแล้วล่ะ หลังจากพวก ท่านกลับไปแล้ว หากเจอท่านผู้อาวุโสก็ช่วยบอกเขาแทนข้าหน่อยว่า ตลอดเวลาที่ไม่ได้เจอเขา เป็นเพราะข้าทำไม่ถูก”
“แค่เจ้าจดจำความดีของอาจารย์เจ้าได้ก็พอแล้ว” หลัวซินกล่าว พร้อมรอยยิ้ม
“พวกท่านรักษาตัวด้วย” เห็นว่าพวกเขาทยอยกันเดินเข้าไปในค่าย กลนำส่งที่เชื่อมต่อไปยังเมืองสุ่ยเยว่ เนี่ยเทียนก็โบกมือ “รอข้าทำธุระ เสร็จเรียบร้อยแล้วจะไปที่สำนักหลิงอวิ๋น ไว้เจอกัน”
“เจ้าเองก็รักษาตัวด้วย” “ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ” แสงสีขาวขมุกขมัวที่ปลดปล่อยออกมาจากในค่ายกลนำส่งปกคลุม ร่างทุกคนของสำนักหลิงอวิ๋นเอาไว้ หลังจากที่มีคลื่นห้วงมิติกระเพื่อมไหว คนเหล่านั้นที่อยู่เบื้องหน้าก็หายวับกันไปหมด
มองค่ายกลนำส่งที่ว่างเปล่า เนี่ยเทียนก็มีท่าทีหดหู่ รู้สึกอาลัยอาวรณ์ เล็กน้อย
“พอได้แล้วน่า โตเป็นหนุ่มแล้วอย่าทำตัวเหมือนผู้หญิงอยู่เลย” ต่งลี่ ที่ยืนอยู่ด้านข้างเบะปาก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ร้อนไม่หนาว “ตอนที่ข้ายังอายุไม่ครบสิบขวบก็เดินทางไปทั่วเก้าอาณาจักรในดินแดน ดาวตกแล้ว คนเรามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก็จำเป็นต้องออกไปหา ประสบการณ์ให้มากๆ มัวแต่เฝูาฝึกตนอยู่ในสถานที่แห่งเดียวมันจะไป น่าสนใจอะไร”
ฉินแยนหัวเราะแหะๆ แล้วกล่าวว่า “เจ้านึกว่าคนอื่นเป็นคนปุาเถื่อน เหมือนเจ้าหมดหรือไง?”
“แล้วเจ้าไม่ใช่หรือไง?” ต่งลี่ย้อนกลับ เนี่ยเทียนสูดลมหายใจหนึ่งครั้งให้ตัวเองเดินออกมาจากความรู้สึก เสียใจต่อการจากลา แล้วจึงหันกลับไปมองหญิงสาวสองคนที่อยู่ตรงหน้า
ต่งลี่ที่กลับคืนสู่หน้าตาที่แท้จริงงามยั่วเย้าเร้าอารมณ์ ไม่ว่าจะทำ กิริยาใดก็ล้วนเผยเสน่ห์น่าลุ่มหลงประดุจดอกกุหลาบที่กำลังผลิบานอย่าง แท้จริง
ฉินแยนสวยพิสุทธิ์สง่างาม ใบหน้าของนางราวกับหลุดออกมาจาก ภาพวาด ท่วงท่าเรียบร้อยอ่อนโยนประหนึ่งสายน้ำไหลเอื่อย เมื่อดวงตา ใสกระจ่างเปล่งประกายวิบวับก็เต็มไปด้วยความฉลาดปราดเปรื่อง
หญิงสาวสองคนที่อยู่เบื้องหน้าเขาต่างก็เป็นสาวงามขึ้นชื่อของ อาณาจักรปุายจั้น ต่างคนต่างมีความงามในแบบของใครของมัน พรสวรรค์ในการฝึกตนก็โดดเด่นอย่างถึงที่สุด หากนำไปเทียบกับตลอด ทั้งดินแดนดาวตกต่างก็ได้รับการยกย่องอย่างมาก
ทว่าในใจของเนี่ยเทียน เขานั้นถูกต่งลี่บีบบังคับให้จำต้องอยู่ต่อเพื่อ ทำธุระให้กับนาง ดังนั้นสายตาที่เขามองผู้หญิงทั้งสองจึงไร้ซึ่งความชื่นชม ใดๆ
โดยเฉพาะต่งลี่ที่เขาไม่มีความรู้สึกดีๆ ด้วยเลยแม้แต่น้อย ต่งลี่ตอนที่อยู่อาณาจักรเลี่ยคง นางใช้ตัวตนหัวหน้าของคมเขี้ยว วางแผนชั่วช้าสั่งหารพวกคนที่ไปเสี่ยงโชคในปุาของเทือกเขาฮว้านคงไม่รู้ กี่มากน้อย
หญิงสาวผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย วิธีการก็เหี้ยมโหดอำมหิต ทำให้เขามอง นางเหมือนงูพิษ ในใจมีแต่ความระมัดระวังต่อนาง
“เจ้าคิดจะพาข้าไปที่ไหน? ไปทำอะไร”? เนี่ยเทียนขมวดคิ้วถาม “ไปอาณาจักรอั้นหมิง” ต่งลี่ไม่คิดจะปิดเขาในเรื่องนี้ “พวกเรามี สหายที่ไปค้นพบโบราณสถานของอสูรกายในอาณาจักรอั้นหมิงจึงเตรียม จะไปตรวจสอบดู เจ้าเองก็น่าจะได้ยินมาบ้างว่าก่อนหน้านี้อาณาจักร อั้นหมิงเคยเป็นที่อยู่ของเผ่าอสูรกาย อสูรกายใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมานาน หลายปี ภายหลังถึงได้ถูกพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวขับไล่ออกไป”
“อาณาจักรอั้นหมิง?” เนี่ยเทียนตะลึงงัน พลันนึกไปถึงถังหยางแห่ง ตำหนักเทพเพลิง
หลิวเหยี่ยนถูกถังหยางแห่งตำหนักเทพเพลิงสังหารต่อหน้าต่อตาเขา ตอนอยู่ในประตูสวรรค์ เรื่องนี้เขาไม่มีทางลืมไปได้ชั่วชีวิต
ถังหยางผู้นั้นคือคู่ต่อสู้คนสุดท้ายของหนิงหยางแห่งวิมานสวรรค์ตอน อยู่ในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และสุดท้ายยังสามารถหนีพ้นเงื้อมมือ ของหนิงหยางไปได้สำเร็จ ทั้งยังได้กลับคืนไปสู่อาณาจักรอั้นหมิง
เพียงแต่ว่าถังหยางในตอนนั้นก็มีตบะต้นสวรรค์ช่วงท้ายแล้ว เวลา ผ่านไปหลายปี ไม่แน่ว่าขอบเขตของถังหยางอาจจะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกก็ได้
เขาได้เอ่ยคำสัตย์สาบานมานานแล้วว่าสักวันหนึ่งหากขอบเขตของตน มีมากพอ เขาจะต้องสังหารถังหยางเพื่อแก้แค้นให้กับหลิวเหยี่ยนให้ได้
แต่เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาก็มีความสามารถที่ว่านั้นแล้ว เขาที่มีเกราะมังกรเพลิงอยู่ในการครอบครอง อยู่ๆ ไปปรากฏตัวใน อาณาจักรอั้นหมิง หากตัวตนถูกเปิดเผยเมื่อไหร่ ตำหนักเทพเพลิงย่อมไม่ ยอมรามือง่ายๆ แน่นอน โดยเฉพาะหลังจากเขาปฏิเสธความหวังดีจาก วิมานสวรรค์แบบนี้
“ทำไม? เจ้ามีความเห็นอะไรงั้นหรือ?” ต่งลี่ถามอย่างแปลกใจ “ไม่มีอะไร” เนี่ยเทียนส่ายหัว ไม่ได้พูดถึงเรื่องความขัดแย้งระหว่าง เขาและถังหยาง รวมไปถึงตำหนักเทพเพลิงออกมา
“เจ้าวางใจเถอะ เจ้ายังคงบอกว่าตัวเองคืออูเทียนได้ดังเดิม ขอแค่เจ้า ระวังตัวสักหน่อยก็ไม่มีใครสงสัยเจ้าแล้ว” ต่งลี่นึกว่าเขากังวลเรื่องปัญหา จากวิมานสวรรค์ “หากไม่ใช่เพราะข้าจำหน้ากากนั้นของเจ้าได้ แถมเจ้า ยังมาปรากฏตัวในเขตพื้นที่ตระกูลต่งของข้า ข้าเองก็คงไม่รู้ว่าเจ้าเป็น ใคร”
“โบราณสถานของอสูรกาย…” เนี่ยเทียนมีสีหน้าสนใจ พลันกล่าว ขึ้นมาว่า “ก่อนหน้านี้เจ้าก็อยู่ในอาณาจักรเลี่ยคง เจ้าไม่ได้ยินมาก่อน หรือว่ามีอสูรกายมาปรากฏตัวในอาณาจักรเลี่ยคงกะทันหัน? พวกอสูร กายที่มาเยือนอาณาจักรเลี่ยคงต่างก็มีศักยภาพน่าหวาดกลัวถึงขีดสุด พวกเขาจะไปที่อาณาจักรอั้นหมิงด้วยหรือเปล่า? อาณาจักรอั้นหมิงเคย เป็นที่อยู่เดิมของพวกเขานะ”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ต่งลี่และฉินแยนจึงพากันเงียบงัน ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ พวกนางสองคนไม่เคยนึกถึงอสูรกายที่ไปยัง อาณาจักรเลี่ยคงมาก่อน และไม่คิดว่าอสูรกายที่ปรากฏตัวอยู่ใน อาณาจักรเลี่ยคงจะไปที่อาณาจักรอั้นหมิง
เมื่อได้ยินคำเตือนจากเนี่ยเทียนพวกนางถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีอสูรกาย มาเยือนอาณาจักรเลี่ยคงกะทันหันจริงๆ
ดูจากข่าวที่ต่งลี่และฉินแยนได้รับมา อสูรกายเหล่านั้นที่มาเยือน อาณาจักรเลี่ยคงต่างก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
กะโหลกเลือด เดือนดับและเปลวอัคคีของอาณาจักรเลี่ยคงต่างก็ตาม หาพวกเขาอยู่นานมาก แต่ก็เหมือนว่าจะยังไม่ค้นพบร่องรอยของอสูร กายพวกนั้น
“ต่งลี่ เจ้าว่าอสูรกายพวกนั้นจะไปที่อาณาจักรอั้นหมิงจริงๆ หรือ เปล่า?” ฉินแยนมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย “เจ้าอยู่ที่อาณาจักรเลี่ยคง มานาน น่าจะรู้ชัดเจนยิ่งกว่าข้า”
“ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเช่นนี้จริง” ต่งลี่เองก็เริ่มเครียด เหมือนกัน “เจ้าเองก็รู้ ในเทือกเขาฮว้านคงของอาณาจักรเลี่ยคงมีรอย แยกห้วงมิติที่แปลกประหลาดอยู่มากมาย ไม่แน่ว่าอาจมีสักเส้นสองเส้นที่ สามารถเชื่อมโยงไปยังอาณาจักรอั้นหมิง หากอสูรกายพวกนั้นรู้เข้าแล้ว แอบเดินทางจากอาณาจักรเลี่ยคงไปยังอาณาจักรอั้นหมิง ก็อาจเป็นไปได้ จริงๆ”
“พวกเราคงไม่เจอกับพวกอสูรกายที่ย้อนกลับมาในอาณาจักรอั้นหมิง โดยบังเอิญขนาดนั้นกระมัง” ฉินแยนยิ้มจืดเจื่อน
“ข้าขอเตือนพวกเจ้าอีกหนึ่งประโยค” เนี่ยเทียนมีสีหน้าเคร่งขรึม “ตอนที่อสูรกายตัวแรกเยื้องกรายมาถึง ข้าเห็นกับตาว่าหนิงหยางแห่ง วิมานสวรรค์ถูกเขาฆ่าตาย! จากการวิเคราะห์ของข้า ศักยภาพของอสูร กายตัวนั้นน่าจะเทียบเคียงได้กับผู้แข็งแกร่งเขตสามัญของเผ่ามนุษย์! อสูรกายตนหลังๆ ที่มาถึงมีฝีมือในระดับไหน เรื่องนี้ข้าไม่รู้”
“แต่ลำพังเพียงแค่อสูรกายตนเดียว หากมาปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ที่ พวกเจ้าต้องการไปค้นหา ด้วยฝีมือของพวกเจ้าย่อมไม่มีหวังว่าจะหนีรอด เงื้อมมือของเขามาได้”
“ร้ายกาจขนาดนี้เชียวหรือ?” ต่งลี่กล่าวอย่างตกตะลึง ฉินแยนเองก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ “เรื่องพวกนี้ข้าเห็นมากับตาตัวเอง ไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นแม้แต่คำเดียว พวกเจ้าลองชั่งน้ำหนักดูให้ดีว่าจะไปสำรวจโบราณสถานของอสูรกายที่ อาณาจักรอั้นหมิงหรือไม่ ต่อให้ไปจริงๆ ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าก็ควรเตรียม ตัวให้มาก เชิญผู้แข็งแกร่งไปเยอะๆ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ทุกคนต้องพากัน ไปตาย” เนี่ยเทียนกล่าวอย่างไม่เกรงใจ
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลของเจ้า” ฉินแยนพยักหน้ารับเบาๆ จากนั้นจึง หันไปพูดกับต่งลี่ “ดูท่าการที่เจ้าพาเนี่ยเทียนไปยังอาณาจักรอั้นหมิง ด้วยกันถือว่าเป็นการเลือกที่ถูกต้องแล้ว หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ของเขา แล้วพวกเขาทะเล่อทะล่าบุกเข้าไปก็คงเจอไปกับหายนะเข้าจริงๆ”
“แต่ข้ากลับยิ่งอยากไปมากกว่าเดิม” ต่งลี่มีท่าทีพร้อมอยากลอง เต็มที่ “อสูรกายที่หวนกลับมา โบราณสถานที่เจ้าเฉาชิวสุ่ยไปพบเข้าโดย บังเอิญจะมีความเชื่อมโยงอะไรต่อกันหรือไม่? เหตุใดอสูรกายต้องข้าม
ทางช้างเผือกมาปรากฏตัวที่ดินแดนดาวตกกะทันหัน? ในเมื่อพวกเขารู้ กันตั้งแต่แรกแล้วว่าดินแดนดาวตกในตอนนี้คือถิ่นของเผ่ามนุษย์”
ดวงตาของฉินแยนเองก็พลันเปล่งประกาย “เจ้ายังคิดจะไปอยู่อีก หรือ?”
“ต้องไปแน่อยู่แล้ว แต่ว่าพวกเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด” ต่งลี่ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ข้าจะเชิญท่านอาคนหนึ่งที่มีตบะเขตสามัญให้ไปกับ พวกเราด้วย เจ้าเองก็ไปเกลี้ยกล่อมให้ผู้แข็งแกร่งเขตสามัญคนหนึ่งไป ด้วยกัน นอกจากนี้ก็เอาข้อมูลนี้ไปบอกกับคนของหอโอสถและตระกูลกู่ ด้วย ให้พวกเขาระวังตัวสักหน่อย ต่างคนต่างก็ช่วยกันเชิญผู้ที่มีเขตสามัญ ให้เข้าร่วมด้วย”
“หากมีผู้แข็งแกร่งเขตสามัญไปด้วยกันหลายคน หากต้องเจอกับอสูร กายเข้าจริงๆ เราก็น่าจะถอยออกมาได้อย่างเต็มตัว”
ฉินแยนพยักหน้า “ตกลง ข้าจะไปบอกพวกเขาเดี๋ยวนี้!” —–