ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 44 หยวนเฟิงแห่งหุบเขาเทา
การต่อสู้สิ้นสุด้ลง
ผู้ประลองทุกคนล้วนเข้าไปรวมตัวกันอยู่ข้างกายอันอิ่ง พันเทา และเจิ้งรุ่ย พวกเขาห้อมล้อมพันเทา ชื่นชมอันอิ่งที่กล้าแบก รับภาระหนักอย่างการเข้าไปล่องูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์
ฉินซุ่นและจู่ฟางที่ตายไป ดู้เหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อ อารมณ์ของพวกเขา เพราะยังไงซะก่อนหน้าที่จะเข้ามาในโลกมายา มรกต พวกเขากมไม่ได้้สนิทสนมอะไรกันอยู่แล้ว
ถงฮ่าวที่เด้ิมทีคุ้มกันอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน เหมนว่ากิ้งก่าด้ิน และงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ต่างกมหนีกันไปหมด้แล้ว แน่นอนว่าย่อมไม่ สนใจเนี่ยเทียนอีก
เนี่ยเทียนเองกมีความสุขที่ได้้มีอิสระ นั่งอยู่ที่เด้ิมเพียง ลำาพัง ไม่ได้้สนใจเสียงเอะอะทางฝั่งนั้น
“กระแสจิตว่ายวนไปยังจุด้ลึกของใต้ด้ิน…”
เขาหรี่ตาลง ครุ่นคิด้อย่างลึกซึ้งอยู่กับตัวเอง รู้สึกแปลกใจ มากสำาหรับความผิด้ปกติก่อนหน้านี้
ตามหลักแล้ว เขามีตบะอยู่แค่ขอบเขตหลอมลมปราณหก กระแสจิตไม่น่าจะสามารถเจาะทะลุลงไปยังจุด้ลึกใต้ด้ินได้้ และยิ่งไม่ สามารถล่องลอยอยู่ใต้ด้ินได้้นานนัก
ทว่าเมื่อครู่นี้ พอเขาทำาจิตใจให้สงบเพื่อรับสัมผัสความ เคลื่อนไหวของกิ้งก่าด้ิน กลับสามารถปล่อยความคิด้และกระแสจิต ล่องลอยออกมานอกร่างได้้
เท่าที่เขารู้มา มีเพียงนักพรตที่เก่งกาจกว่าเขามากเท่านั้น ถึงจะสามารถปล่อยกระแสจิตให้ลอยออกไปนอกร่างได้้
อันที่จริงเขารู้ตั้งแต่เด้มกแล้วว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น
เพราะว่าเขามักจะรูปร่างสูงใหญ่แขมงแรงยิ่งกว่าเด้มกในวัย เด้ียวกัน หากทุกคนไม่ได้้ใช้พลังวิญญาณในร่างกาย อาศัยเพียงแค่ กล้ามเนื้อของเรือนกายมาต่อสู้กัน เขาเชื่อว่าไม่มีใครสามารถเป็นคู่ ต่อสู้ของเขาได้้
เขารู้ว่าตัวเองแขมงแกร่งยิ่งกว่าเด้มกวัยเด้ียวกัน แต่เขาไม่รู้ ว่า แม้แต่ด้้านกระแสจิต…เขากมยังได้้เปรียบคนอื่น
“การปล่อยกระแสจิตออกจากร่างครั้งหนึ่ง แทบจะใช้พลัง กายทั้งหมด้ เหตุการณ์ประหลาด้แบบนั้นขอให้เกิด้น้อยครั้งที่สุด้จะด้ี กว่า”
เมื่อคิด้อย่างนี้ เขากมค่อยๆ รู้สึกถึงความง่วงงุนที่เข้ามา โจมตี ราวกับว่ามีเพียงการได้้นอนหลับลึกยาวนานเท่านั้นถึงจะทำาให้ พลังที่สูญเสียไปฟื้นตัวกลับคืนมาได้้
เมื่อไม่มีการคุกคามจากสัตว์วิเศษ เขาไม่ได้้ตึงเครียด้อยู่กับ การระมัด้ระวังตัวอีกต่อไป ด้้วยอารมณ์ที่ผ่อนคลายลง ด้วงตาทั้งคู่ ของเขาจึงค่อยๆ ปิด้เข้าหากัน
อีกฝั่งหนึ่ง
พันเทากำาลังรับคำาเยินยอจากทุกคน ห่างกันหลายสิบเมตร เขากมยังแอบเหลือบมองเนี่ยเทียนอีกครั้ง
เมื่อเขาสังเกตเหมนว่าหลังจากที่ต่อสู้เสรมจ เนี่ยเทียนเหมือน จะเป็นคนแรกที่เข้าสู่การฟื้นตัว พันเทากมยิ่งให้ความสนใจเนี่ยเทียน มากขึ้น
ในใจของเขาได้้มองเนี่ยเทียนเป็นบทบาทที่สำาคัญที่สุด้ของ กลุ่มนี้ไปแล้ว ระด้ับความสำาคัญเป็นรองเพียงแค่อันอิ่งเท่านั้น
เขายังถึงขั้นรู้สึกว่าเนี่ยเทียนสำาคัญกว่าเจิ้งรุ่ยด้้วยซ้ำา!
“เอาล่ะๆ” เหมนว่าเนี่ยเทียนพักผ่อนแล้ว อยู่ๆ เขากมไม่ สามารถทนรับฟังเสียงเอมด้อึงน่าหนวกหูของคนรอบกายเหล่านั้นได้้ อีก “ทุกคนหยุด้พักกันก่อนเถอะ! ใครกมไม่รู้ว่าสัตว์วิเศษพวกนั้นจะ ย้อนกลับมาโจมตีอีกหรือไม่”
“ทุกคนรีบพักผ่อนตรงนี้ทันที ฟื้นคืนพลังกลับมาให้เรมว ที่สุด้!” “พวกเราต้องรักษาพลังในการสู้รบที่เพียงพอเอา ไว้ตลอด้เวลา!”
อันอิ่งพยักหน้า กล่าวสั่งความเช่นกัน: “ก่อนหน้าที่จะฟื้น ตัว ไม่ต้องพูด้อะไรกันมากอีกแล้ว พวกเจ้าแต่ละคนเอาแต่พูด้มาก ถึงเวลาสำาคัญขึ้นมาจริงๆ กลับช่วยอะไรไม่ได้้เลย”
นางทอด้สายตามองไกลไปยังเนี่ยเทียน
ก่อนหน้านี้ตอนที่ทุกคนหวาด้กลัว ไม่รู้ว่าควรทำาเช่นไร เนี่ยเทียนเป็นคนแรกที่ยืนหยัด้ขึ้นมาได้้
นางไม่รู้ว่าภายหลังเกิด้อะไรขึ้น ไม่เข้าใจว่าเหตุใด้เนี่ย เทียนถึงได้้อ่อนแรงกะทันหันแบบนี้ แต่ความใจเยมนและสติปัญญา ของเนี่ยเทียนในช่วงเวลาสำาคัญ ทำาให้นางประทับใจอย่างล้ำาลึก
เช่นเด้ียวกับพันเทา แม้ว่านางจะไม่ได้้พูด้ออกมาอย่าง ชัด้เจน ทว่าในใจนางได้้มองเนี่ยเทียนเป็นคนสำาคัญคนหนึ่ง
หลังจากที่นางและพันเทาต่างกมเอ่ยปาก พวกผู้ประลองที่ ยังตกอยู่ในความตื่นเต้นกมสงบลงในที่สุด้ แต่ละคนนั่งล้อมรอบนาง และพันเทา
คนเหล่านี้ต่างหยิบเอาหินวิเศษสีใสมากมายหลายก้อน ออกมาจากถุงผ้าคาด้เอว
พวกเขากำาหินวิเศษแน่น หลับตาลง ดู้ด้ซับเอาปราณ วิญญาณฟอาด้ินในหินวิเศษมาเพื่อฟื้นคืนพลังที่สูญเสียไปให้เรมวที่สุด้
ก่อนหน้าที่จะเข้ามา ผู้อาวุโสในตระกูลของพวกเขาได้้บอก พวกเขาแล้วว่าปราณวิญญาณฟอาด้ินในโลกมายามรกตเบาบางยิ่ง กว่าในฟอาด้ินที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่เยอะมาก
หากไม่มีวิธีการที่พิเศษ พลังที่สูญเสียไปเวลาสู้รบในโลก มายามรกตจะฟื้นตัวได้้ช้าอย่างถึงที่สุด้
ด้้วยเหตุนี้ ก่อนหน้าที่พวกเขาจะเข้ามาในโลกมายามรกต ผู้อาวุโสในตระกูลของพวกเขาจึงเตรียมหินวิเศษที่ช่วยให้พวกเขา ฟื้นตัวได้้รวด้เรมวมาไว้ให้
ทว่าเนี่ยเทียนที่เนื่องจากสภาพอับจนข้นแค้นในตระกูล เนี่ย จึงไม่ได้้เตรียมอะไรเข้ามาสักอย่าง ขณะที่ทุกคน หลับตาลง ดู้ด้ซับเอาพลังวิญญาณในหินวิเศษเงียบๆ พันเทากมค่อยๆ ลุกเด้ินจากมา
เขามาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยเทียนที่นั่งขัด้สมาธิอยู่เพียง ลำาพัง มองเหมนว่าเนี่ยเทียนคล้ายกำาลังนอนหลับ เขากมลังเลเลมกน้อย ไม่ได้้พูด้อะไรรบกวน แต่หยิบเอาหินวิเศษที่โปร่งใสราวกับหยกสอง ก้อนออกมาจากสาบเสื้อตรงหน้าอก วางลงไปเบื้องหน้าเนี่ยเทียน เบาๆ จากนั้นกมนั่งลงในจุด้ที่ห่างจากเนี่ยเทียนไม่ไกลนัก
แม้อันอิ่งจะหลับตาฝึกบำาเพมญตบะ แต่แท้จริงแล้วกำาลัง สังเกตความเคลื่อนไหวรอบด้้านอยู่เช่นกัน เพื่อปองกันสัตว์วิเศษ ย้อนกลับมาโจมตี
นางเองกมสังเกตเหมนท่าทีผิด้ปกติของพันเทา จึงลืมตาขึ้น น้อยๆ แอบจับตามองพันเทาเงียบๆ พึมพำาเสียงเบากับตัวเอง: “ทำาไมอยู่ๆ เจ้าหมอนี่กมเปลี่ยนนิสัยซะงั้น?”
แม้จะสงสัย แต่นางกลับไม่ได้้คิด้ลึกอะไรนัก เลือกที่จะ หลับตาลงฟื้นพลังต่อไป
เวลาผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบ
และไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ทุกคนที่กำาลังใช้พลัง วิญญาณในการฟื้นตัวกมได้้ยินเสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้กะทันหัน
ทุกคนทยอยกันลืมตา สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นตึงเครียด้ เข้าใจ ว่าสัตว์วิเศษที่หนีไปพวกนั้นย้อนกลับมาสังหารอีกครั้ง
“ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ใช่สัตว์วิเศษ” อันอิ่งกล่าว มองไปยัง ทิศทางที่พวกเขาเด้ินทางมาก่อนหน้านี้แล้วพูด้ว่า: “เสียงฝีเท้าไม่ใช่ ของสัตว์วิเศษ อีกทั้งไม่ได้้มาจากจุด้ลึกของเกาะน้ำาแขมง หากข้าเด้า ไม่ผิด้ ผู้ที่มาน่าจะเป็นผู้ประลองของอีกสามกลุ่มที่เหลือ”
“ไม่เสียแรงที่เป็นอันอิ่ง!”
น้ำาเสียงเยมนชาเสียงหนึ่งด้ังขึ้นฉับพลัน วินาทีถัด้มา หยวน เฟิงแห่งหุบเขาเทากมปรากฏตัวก่อนเป็นคนแรก
เมื่อหยวนเฟิงเผยร่าง อวิ๋นซงและผู้ประลองของหุบเขา เทากมพากันเผยกายอย่างรวด้เรมว
“หุบเขาเทา!” เจิ้งรุ่ยขมวด้คิ้วลุกพรวด้ขึ้นยืน
“ถูกต้อง” หยวนเฟิงเด้ินนำาหน้า สายตาเยมนเยียบกวาด้ ผ่านร่างของแต่ละคน เขามองเหมนซากศพของสัตว์วิเศษ รวมไปถึง ฉินซุ่นและจู่ฟางที่ตายไปกมเอ่ยว่า: “ดู้ท่าแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกเจ้าเพิ่งจะผ่านการต่อสู้ที่ดุ้เด้ือด้กันมา ทำาไม? เจองูเหลือมน้ำา แขมงยักษ์ตัวนั้นรึ?”
เวลานี้ เนี่ยเทียนที่หลับลึกกมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงด้ัง หนวกหูของหยวนเฟิง
เขารู้ว่าเขาคงงีบไปแค่ครู่เด้ียวเท่านั้น ไม่มีทางหลับได้้นาน นัก
แต่ต่อให้เป็นเพียงการงีบชั่วครู่ เขากมสัมผัสได้้อย่างชัด้เจน ว่าพลังฟื้นคืนกลับมาไม่น้อย
หลังจากลืมตาขึ้น เขาไม่ทันหันไปมองทางหยวนเฟิงกม สังเกตเหมนหินวิเศษสองก้อนที่วางอยู่หน้าตัวเอง
จากนั้นเขาถึงได้้เหมนพันเทาที่อยู่ใกล้เขามากที่สุด้
เขาตระหนักได้้ทันทีว่าหินวิเศษสองก้อนนั้นมาจากพันเทา ด้ังนั้นเขาจึงกล่าวขอบคุณพันเทาด้้วยรอยยิ้ม
“หากเหมนข้าอยู่ในสายตากมเกมบหินวิเศษสองก้อนนั้นไว้ซะ” พันเทากล่าวด้้วยสีหน้าจริงจัง
เนี่ยเทียนพยักหน้า ยื่นมือออกไปเกมบหินวิเศษสองก้อนนั้น มาเกมบไว้ในถุงคาด้เอวของตัวเอง
ที่เขาเหนื่อยล้าโรยแรงครั้งนี้ไม่ได้้เป็นเพราะสูญเสียพลัง วิญญาณมากเกินกำาหนด้ แต่เป็นเพราะกระแสจิตจำานวนมากที่สูญ เสียไป เขาจึงไม่จำาเป็นต้องใช้หินวิเศษในการฟื้นตัว
แต่ในเมื่อพันเทาพูด้ถึงขนาด้นั้นแล้ว แน่นอนว่าเขาเองกม ไม่เกรงใจ
การประลองของโลกมายามรกตยังอยู่ห่างจากจุด้สิ้นสุด้ ไกลนัก ต่อไปใครกมไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์อันตรายแบบใด้
มีหินวิเศษสองก้อนนี้อยู่ หากเขาด้ึงพลังวิญญาณไปใช้ล่วง หน้า ขอแค่มีเวลาให้เขา เขากมสามารถใช้หินวิเศษนี้มาฟื้นคืนพลังได้้ รวด้เรมวยิ่งขึ้น แบบนี้เขากมจะมีโอกาสชนะมากขึ้น
“ไม่เพียงแต่เจองูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์เท่านั้น แม้แต่กิ้งก่าด้ิน กมโผล่มาด้้วย แม่งเอาย!” เจิ้งรุ่ยสบถด้่าหนึ่งประโยคกมกล่าวต่อว่า: “แต่พวกเราแขมงแกร่งมากพอ แม้ว่าจะสังหารงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ และกิ้งก่าด้ินไม่ได้้ แต่อย่างน้อยกมบีบให้พวกมันล่าถอยไปได้้ หาก เปลี่ยนมาเป็นพวกเจ้า ต้องเผชิญหน้ากับกิ้งก่าด้ินและงูเหลือมน้ำา แขมงยักษ์พร้อมกัน เกรงว่าคงไม่มีใครรอด้ชีวิตสักคน”
“หุบปากนะ!” อันอิ่งตวาด้เสียงเบา
“หึ!” อวิ๋นซงที่มาจากตระกูลอวิ๋นหัวเราะขึ้นมาเบาๆ “ท่านพี่! พวกเขาเพิ่งต่อสู้กับงูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์และกิ้งก่าด้ิน ต้อง สูญเสียพลังวิญญาณไปอย่างมากแน่นอน ดู้สิ…พวกเขาล้วนใช้หิน วิเศษฟื้นพลัง นี่หมายความว่าพวกเขาในตอนนี้ไม่มีความสามารถให้ สู้รบได้้”
“อีกอย่างนะ พวกเขายังมีคนตายไปแล้วสองคนด้้วย!”
ด้วงตาของอวิ๋นซงโชนแสง มองมาด้้วยเจตนาร้าย สายตา ตกมาอยู่ที่ร่างเนี่ยเทียนเป็นคนสุด้ท้าย
วินาทีที่มองเหมนเนี่ยเทียน สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนมา เป็นเยมนชา นัยน์ตาเตมไปด้้วยความอำามหิต
เจิ้งรุ่ยที่ถูกอันอิ่งห้ามปราม เวลานี้กมีปฏิกิริยาตอบสนอง กลับมาเช่นกัน รู้ว่าคำาพูด้เมื่อครู่ของตนเปิด้เผยให้อีกฝ่ายรู้ว่าพลังใน การสู้รบของทุกคนเสียหายอย่างหนัก
เขาแอบด้่าตัวเองที่ปากมาก ไม่กล้าพูด้อะไรอีก แต่ถลึงตา มองอวิ๋นซงอย่างดุ้ด้ันหนึ่งครั้ง
“หยวนเฟิง เปอาหมายหลักที่พวกเราเข้ามาในโลกมายา มรกต คือสัตว์วิเศษระด้ับสองสี่ตัวนั้น” อันอิ่งยังถือว่าสงบสติได้้ “งู เหลือมน้ำาแขมงยักษ์ต่อสู้โรมรันกับพวกเราอยู่นาน น่าจะสูญเสียพลัง ไปไม่น้อยเช่นกัน พวกเจ้าสามารถผ่านพวกเราไป ฉวยโอกาสที่มัน อยู่ในสภาพไม่พร้อมรับมือ ฆ่ามันซะ”
“ไม่รีบ” หยวนเฟิงแห่งหุบเขาเทากล่าวด้้วยน้ำาเสียงเยมน เยียบ พลันยื่นมือออกมาชี้เนี่ยเทียนที่ห่างออกไปไกล กล่าวว่า: “คน ผู้นี้ไม่ใช่คนหอหลิงเป่าของพวกเจ้า ข้าต้องการให้พวกเจ้ามอบเขา มาให้ข้า เมื่อได้้ตัวเขาแล้ว พวกเราย่อมจากไปพร้อมกับเขา เพื่อไป ฆ่างูเหลือมน้ำาแขมงยักษ์ที่อยู่ในจุด้ลึกของเกาะน้ำาแขมงนั่น”
“เจ้าต้องการตัวเนี่ยเทียน?” อันอิ่งตกใจ
พันเทากมอึ้งตะลึงไปเช่นกัน