ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 46 ยังมีอีกไหม?
เนิ่นนาน ทุกคนที่ใช้หินวิเศษฟื้นคืนพลังต่างทยอยกันลุก ขึ้นยืน
“หิวจังเลย”
ทุกคนเอะอะกันขึ้นมา ไม่นานกมเหลือบไปมองซากศพของ สัตว์วิเศษเหล่านั้น
ภายใต้การนำาของพันเทาและเจิ้งรุ่ย พวกเขาก่อไฟขึ้น หั่น เนื้อบนร่างของสัตว์วิเศษพวกนั้นออกเป็นชิ้นๆ แล้วเสียบเรียงกัน เข้าไปในกิ่งไม้ จากนั้นกมวางบนกองไฟแล้วเริ่มย่าง
ไม่นานนัก เนื้อที่ถูกเผาจนเหลืองกรอบกมเริ่มส่งกลิ่นหอม ยั่วน้ำาลาย
คนทั้งกลุ่มที่หิวโหยอย่างถึงที่สุด้ แต่ละคนสวาปามกัน อย่างรวด้เรมว ใช้เนื้อของสัตว์วิเศษมาเติมเตมให้อิ่มท้อง
“อร่อยจัง!”
“รสชาติเนื้อนี่นุ่มยิ่งกว่าอาหารที่บ้านอีกนะเนี่ย!”
“เนื้อของสัตว์วิเศษไม่ได้้เอามากินกันง่ายๆ ขนาด้นั้น คราวนี้ทุกคนมีลาภปากแล้ว!”
นั่งล้อมรอบกองไฟ พวกเขาฉีกเนื้อกินอย่างเอรมด้อร่อย มุม ปากมันแผลมบ ใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ
เวลานี้ มีเพียงอันอิ่งที่สูญเสียพลังไปเยอะที่สุด้ และเนี่ย เทียนที่หลับลึกเท่านั้นที่ยังไม่ฟื้นตัว ไม่สามารถด้ื่มด้่ำาไปกับอาหารรส เลิศกับคนอื่นได้้
“ที่นี่มีสัตว์วิเศษมากพอ เด้ี๋ยวช่วยกันย่างไว้ให้อันอิ่ งกับเนี่ยเทียนสักหน่อย รอพวกเขาฟื้นตัวแล้วกมจะได้้กินเลย” พันเทา แทะขาสัตว์วิเศษที่มันเยิ้มพลางกล่าวกำาชับ
“อ้อ” มีเสียงคนตอบรับ
“พี่เทา ท่านเป็นอะไรกันแน่? ทำาไมถึงต้องคอยดู้แลปกปอง เจ้าเด้มกนั่นด้้วย?” เจิ้งรุ่ยถือมีด้เล่มเลมกหั่นเนื้อออกมาเป็นชิ้นๆ แสร้ง ทำาท่าเอาเข้าปากอย่างสง่างาม “หรือท่านลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ พวกเราเกือบจะต่อสู้กับเจ้าเด้มกนั่น?”
เด้มกคนอื่นๆ กมไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใด้พันเทาต้องดู้แล เนี่ยเทียนขนาด้นั้น พอได้้ยินคำาพูด้ของเจิ้งรุ่ยจึงพากันหันมามอง
“เวลาเปลี่ยนสถานการณ์กมเปลี่ยน” พันเทากล่าวด้้วย สีหน้าจริงจัง “ตอนที่กิ้งก่าด้ินลอบโจมตีเจียงเหมียว เขาเป็นคนแรก ที่สังเกตเหมน ช่วยให้เจียงเหมียวพ้นภัยมาได้้ นับแต่วินาทีนั้นเขากม เป็นส่วนหนึ่งของพวกเราแล้ว”
“ไม่ว่าตอนอยู่ข้างนอกเขาจะมีตัวตนเป็นใคร แต่เมื่ออยู่ใน โลกมายามรกต ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะปฏิบัติกับเขาด้ั่งสหายคนหนึ่ง”
“อันด้ับต่อไปพวกเราอาจต้องเจออันตรายที่มากกว่าเด้ิม หากใจของทุกคนไม่เป็นอันหนึ่งอันเด้ียวกัน ไร้ความเชื่อใจซึ่งกันและ กัน เกรงว่าพวกเราคงยากที่จะมีชีวิตรอด้ออกไปจากโลกมายามรกต ได้้”
คำาพูด้ประโยคนี้ของเขาพูด้ได้้อย่างมีเหตุมีผล
“พันเทาพูด้ถูก” อันอิ่งที่ลืมตาขึ้นรับคำาต่อ ใช้สายตา ชมเชยมองพันเทาก่อนเป็นอันด้ับแรก จากนั้นกมเริ่มสั่งสอนเจิ้งรุ่ย: “เจ้าหัด้เรียนรู้จากพันเทาซะบ้าง อย่าเอาแต่คิด้เลมกคิด้น้อย การเด้ิน ทางมาโลกมายามรกตครั้งนี้ ข้าถึงได้้พบว่าพันเทาสามารถแบกรับ ภาระหนัก แขมงแกร่งยิ่งกว่าที่ข้าคิด้เอาไว้มากนัก”
พันเทาก้มหน้าน้อยๆ อย่างกระอักกระอ่วน รีบพูด้: “อย่า พูด้แบบนี้เลย ข้าแค่รู้สึกว่าความสามัคคีต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่ สำาคัญที่สุด้”
เจิ้งรุ่ยที่ถูกตำาหนิเตมไปด้้วยความกล้ำากลืน แอบพูด้กับตัว เองในใจว่าก่อนหน้าที่จะเข้ามาเจ้ายังแอบกำาชับกับพวกข้าอยู่เลย ไม่ใช่หรือว่าต้องให้เนี่ยเทียนเหมนด้ีกันในโลกมายามรกต?
“เขากมตื่นแล้ว” และเวลานี้เอง เจียงเหมียวใบหน้าตุากตา สังเกตเหมนว่าเนี่ยเทียนเองกมลืมตาขึ้นมาแล้ว
“เจ้าเอาอะไรไปให้เขากินหน่อย” อันอิ่งกำาชับหนึ่งประโยค
มือเลมกๆ ราวกับหยกใสของนางแย่งเอาเนื้อสุกเหลือง กรอบชิ้นใหญ่จากมือของเจิ้งรุ่ยไปอย่างไม่เกรงใจ ยัด้เข้าปากคำาใหญ่ แล้วเริ่มเคี้ยวกร้วมๆ
“เจิ้งรุ่ย ทำาไมเจ้าถึงได้้ทำาตัวเหมือนสตรีอย่างนี้? ที่นี่คือ โลกมายามรกต ไม่ใช่หอหลิงเป่าเสียหน่อย แค่กินอาหารจำาเป็นต้อง ใช้มีด้ตัด้เป็นชิ้นให้ประณีตอย่างนั้นด้้วยหรือ?”
นางพูด้เสียงอู้อี้ด้้วยเคี้ยวอาหารเตมปาก
พอนางพูด้อย่างนี้ เจิ้งรุ่ยที่แสร้งวางมาด้สง่างามกมเริ่มขัด้ เขินขึ้นมา ทำาได้้เพียงเกมบมีด้เลมกกลับไป
และเวลานี้ เจียงเหมียวเองกมหยิบเอาเนื้อแรด้เกราะน้ำาแขมง ชิ้นหนึ่งที่ย่างสุกแล้วมาให้เนี่ยเทียน
“ให้เจ้า” เจียงเหมียวส่งมาเนื้อให้อย่างขลาด้กลัว
“อ้อ ขอบใจนะ” เนี่ยเทียนที่นอนจนเลอะเลือนเลมกน้อยรับ เนื้อมาแล้วกมเริ่มสวาปามเข้าไปทันที
เนื้อที่อย่างน้อยหนักห้าจิน[1]หายวับเข้าไปในปากของเนี่ย เทียนอย่างรวด้เรมวจนถึงที่สุด้ แม้แต่ซากกมไม่เหลือ
เจียงเหมียวที่นั่งอยู่ด้้านข้างมองด้้วยความตะลึง
เนื้อชิ้นเบ้อเริ่มถูกยัด้เข้าไปในท้อง เนี่ยเทียนกลับไม่มี ความรู้สึกใด้ๆ สักนิด้ ยังคงหิวโซไม่ต่างไปจากเด้ิม
“ยังมีอีกไหม?” เขามองเจียงเหมียว
เจียงเหมียวพยักหน้า รีบกล่าว: “มี! ยังมีอีกเยอะเลยล่ะ!”
พูด้จบนางกมรีบวิ่งมาตรงจุด้ที่พวกอันอิ่งนั่งอยู่ แล้วกมหยิบ ชิ้นเนื้อที่สุกแล้วซึ่งมีขนาด้ใหญ่กว่าเด้ิมมาให้
เนี่ยเทียนเองกมไม่เกรงใจแม้แต่นิด้ พอรับมากมยังคงเขมือบ กลืนเนื้อสุกหนักเกินแปด้จินชิ้นนั้นเข้าไปจนเกลี้ยงอย่างรวด้เรมว
กระแสอบอุ่นค่อยๆ ลอยขึ้นมาในช่องท้องของเขา หลัง จากรวบรวมสมาธิสัมผัสอย่างละเอียด้ ด้วงตากมพลันเปล่งประกายวิ บวับ
ขณะที่เขาใช้ใจรับสัมผัสจากร่างกาย พบว่ากระแสอบอุ่น หลายเส้นนั้นคล้ายจะมาจากชิ้นเนื้อที่เขากลืนเข้าไป…
ก้อนเนื้อ มาจากสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งที่เพิ่งตายไปได้้ไม่นาน
ไม่เหมือนกับเนื้อที่เขาเคยกินในเมืองเฮยอวิ๋น ปราณ วิญญาณฟอาด้ินที่หล่อหลอมออกมาจากสัตว์วิเศษพวกนี้ล้วนถูกพวก มันแปลงมาเป็นส่วนบำารุงร่างกายให้แขมงแกร่ง
เหมนได้้ชัด้ว่าเนื้อของสัตว์วิเศษแฝงเร้นไว้ด้้วยพลังงาน มากมาย
พลังงานเหล่านั้นเมื่อถูกเขาดู้ด้ซับกมแผ่ออกไปทั่วอวัยวะ ตันห้าและอวัยวะกลวงหกของเขา จากนั้นพลังของกล้ามเนื้อเขากมยิ่ง แขมงแกร่งมากขึ้น
ความรู้สึกเช่นนี้ เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนตอนที่กินเนื้ออื่นๆ…
“ขอเพิ่มอีกหน่อย” เขาคึกคักขึ้นมาทันใด้ กล่าว กับเจียงเหมียวว่า: “คราวนี้เอามาเยอะๆ หน่อยนะ ข้ากินจุ คนเด้ียว สามารถกินได้้มากพอๆ กับพวกเขาห้าคน เจ้าดู้สิ ทุกคนอายุพอๆ กัน ข้าสูงกว่า แล้วกมตัวบึกกว่าพวกเขาใช่ไหมล่ะ? นั่นเป็นเพราะว่า ข้ากินเก่งกว่าพวกเขา”
“เจ้าไม่ได้้กินจุแบบธรรมด้าอย่างคนทั่วไปเลยสักนิด้” เจียงเหมียวพึมพำาเบาๆ หนึ่งประโยค แต่กมยังไปหยิบเอาเนื้อสุกจาก จุด้ที่พวกอันอิ่งนั่งมาเพิ่มให้เขาอย่างว่าง่าย
“ไม่จริงมั้ง?” ถงฮ่าวมองเจียงเหมียว แย่งเอาเนื้อชิ้นใหญ่ ที่เขาเพิ่งย่างเสรมจกลับไป อด้ไม่ได้้จนต้องโวยวายขึ้นมา “เจ้าเอาเนื้อ สุกไปมากขนาด้นั้น เขากินหมด้หรือ?”
“ก่อนหน้านี้ที่เอาไป เขากินหมด้แล้ว” เจียงเหมียวอธิบาย
ประโยคนี้ด้ังขึ้น ทุกคนที่รวมตัวกันอยู่ตรงนั้นต่างกมหันไป มองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาแปลกประหลาด้
เมื่อครู่พวกเขาไม่ได้้สังเกตเนี่ยเทียน จึงไม่รู้ว่าเนี่ยเทียน จัด้การกับเนื้อปริมาณมากพอสำาหรับคนอย่างน้อยสี่คนจนเกลี้ยงไป แล้ว
พวกเขาเบิกตากว้าง มองเจียงเหมียวที่เอาเนื้อหนัก ประมาณสิบจินชิ้นนั้นส่งไปให้กับมือของเนี่ยเทียน
ทว่าเนี่ยเทียนไม่ได้้สนใจพวกเขา เอาแต่กัด้กระชากและ เขมือบกลืนเนื้อชิ้นใหญ่จนน่าตกใจชิ้นนั้นลงท้องต่อหน้าต่อตาพวก เขาอย่างรวด้เรมว
“เจ้าหมอนี่มันคือถังข้าวหรือไง?” เจิ้งรุ่ยอุทานเสียงแปลก แปร่ง
อันอิ่งและพันเทากมตื่นตะลึงกับปริมาณการกินของเนี่ย เทียนเช่นกัน คนทั้งสองต่างมีสีหน้าเหยเก
“เป็นยังไงบ้าง?” เจียงเหมียวคึกคัก จ้องเนี่ยเทียนด้้วย ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง “กินอิ่มหรือยัง? ยังต้องการอีกไหม?”
“ข้าขอ…อีกหน่อยได้้ไหม?” เนี่ยเทียนพูด้เบาๆ
“หา!”
เจียงเหมียวและอันอิ่งกรีด้ร้องพร้อมกัน
สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมายังเนี่ยเทียนเปลี่ยนแปลงไป จากเด้ิมอย่างสิ้นเชิง ต่างกมองเขาเป็นเหมือนสัตว์ประหลาด้ในร่าง คน
“ยังมีอีกไหม?” เนี่ยเทียนถามเสียงเบา
การจับตามองของทุกคนทำาให้เขารู้สึกขัด้เขินเลมกน้อย แต่ เขายังไม่อิ่มจริงๆ…
เขากมไม่รู้ว่าทำาไม หลังจากที่ด้ึงเอากระแสจิตไปใช้เกิน กำาหนด้ เขากมเกิด้หิวโหยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปริมาณอาหารที่ กินกมเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติ
อีกอย่าง พอเขากินเนื้อสุกที่มาจากตัวของสัตว์วิเศษเหล่า นั้นเข้าไป เขาสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่ามีพลังงานก่อเกิด้ในท้องของ เขามากขึ้นเรื่อยๆ มันค่อยๆ แผ่ขยายไปยังกล้ามเนื้อ กระดู้ก และ อวัยวะตันห้า อวัยวะกลวงหกของเขา
เพียงแค่สวาปามอย่างบ้าคลั่งครู่เด้ียว เขากมีความรู้สึก แปลกประหลาด้เหมือนตัวเองกำาลังเปลี่ยนมาเป็นทรงพลังมากขึ้น
เขาไม่อยากหยุด้ความรู้สึกมหัศจรรย์อันงด้งามเช่นนั้น เขา อยากให้มันด้ำาเนินต่อไปเรื่อยๆ
“มี!”
คนที่ตอบเขาไม่ใช่เจียงเหมียวที่ตะลึงจนเซ่อไป แต่เป็นพัน เทา
พันเทาที่กินอิ่มแล้วถือเนื้อก้อนใหญ่ ก้าวเด้ินยาวๆ เข้ามา หา แล้วส่งชิ้นเนื้อให้กับเนี่ยเทียนภายใต้สายตาตะลึงพรึงเพริด้จาก ทุกคน
“อ้อ ขอบใจนะ” เนี่ยเทียนรับมา แล้วกมเริ่มขม้ำากลืน
ครั้งนี้เขาไม่ได้้จัด้การชิ้นเนื้อขนาด้ยักษ์ให้หายไปในระยะ เวลารวด้เรมวอย่างก่อนหน้านี้
ตอนที่กินมาได้้ครึ่งหนึ่ง ในที่สุด้ความเรมวของเขากมลด้ลง
และเนื้อสุกที่ดู้น่ากลัวในสายตาของทุกคนอย่างเหมนได้้ชัด้ นั้น สุด้ท้ายกมยังค่อยๆ หายเข้าไปในปากเขา…
“พอสมควรแล้ว ข้าอิ่มแล้วล่ะ” เนี่ยเทียนหัวเราะแห้งๆ ไม่หันไปมองสีหน้าไม่คาด้คิด้ของทุกคนอีก “รู้สึกง่วงขึ้นมาน้อยๆ แล้วล่ะ พวกเจ้าตามสบายนะ ข้าขอนอนอีกครู่”
“สุด้ยอด้” ใบหน้าพันเทาเตมไปด้้วยความนับถือ
อันอิ่งเองกมีสีหน้าหวาด้ผวาและตกตะลึง พึมพำากับตัวเอง เสียงเบา: “กินจุมาก ถือเป็นจุด้มหัศจรรย์ที่ท่านพี่พูด้ถึงหรือไม่?”
หลังจากหลับตาลง เนี่ยเทียนกมเริ่มกลั้นลมหายใจรวมรวบ สมาธิ ค่อยๆ ปรับการหายใจเข้าออกช้าๆ ไม่สนใจสายตาแปลก ประหลาด้จากทุกคนอีก แต่เริ่มสำารวจความผิด้ปกติในร่างกายอย่าง จริงจัง
เมื่อจิตใจเขาสงบสุข เขาเคยชินที่จะโคจรคาถาหลอม ลมปราณ เพื่อดู้ด้ซับเอาปราณวิญญาณรอบด้้านมาฝึกบำาเพมญตบะ
“เอาะ!”
เพิ่งจะเริ่มท่องคาถาหลอมลมปราณ เขากมค้นพบอย่างกะ หันทันว่า กระแสไออุ่นหลายเส้นที่ลอยขึ้นมาในท้องนั้น คล้ายได้้รับ การด้ึงรั้งจากคาถาหลอมลมปราณ จึงพุ่งเข้ามารวมอยู่ในมหาสมุทร วิญญาณจุด้ตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง!