ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 49 ตายไปอีกหนึ่งคน
“สำานักภูตผี…”
เนี่ยเทียนขมวด้คิ้ว แอบสังเกตอันอิ่ง เจิ้งรุ่ย ในใจเตมไป ด้้วยความสนใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้้ออกจากเมืองเฮยอวิ๋นมาอย่าง แท้จริง
ก่อนหน้านี้ เขาล้วนบำาเพมญตบะอยู่แต่ในจวนตระกูลเนี่ย โตมาขนาด้นี้ เรื่องที่เขาได้้ยินมามากที่สุด้กมล้วนเป็นเรื่องของสำานัก หลงอวิ๋น
สำานักภูตผี สำาหรับเขาแล้ว นั่นคือสำานักแปลกใหม่ที่ไม่เคย รู้จักมาก่อนสำานักหนึ่ง
เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสำานักภูตผีแม้แต่นิด้ ไม่เข้าใจว่าพวก พันเทาสามคนที่มาจากหอหลิงเป่า เหตุใด้พอรู้ว่าคนของสำานักภูตผี ปรากฏตัวอยู่ในโลกมายามรกตแล้วถึงได้้หวาด้กลัวไม่เป็นสุขขนาด้ นั้น
ที่เหมือนเขากมคือเด้มกหนุ่มเด้มกสาวที่มาจากเมืองทั้งเจมด้แห่ง นั้น ส่วนใหญ่กมล้วนไม่รู้จักสำานักภูตผี สีหน้าเตมไปด้้วยความสงสัย
มีเพียงเด้มกหนุ่มสองคนที่เหมือนว่าจะรู้ที่มาที่ไปของสำานัก ภูตผีจากปากของผู้อาวุโสในตระกูล
เมื่อพวกเขาได้้ยินว่าคนของสำานักภูตผีเข้ามาในโลกมายา มรกต พวกเขาล้วนหน้าซีด้ขาว นัยน์ตาเปี่ยมล้นไปด้้วยความหวาด้ ผวา
เหมนได้้ชัด้ว่าพวกเขากลัวสำานักภูตผียิ่งกว่าพวกอันอิ่งสาม คนเสียอีก!
“พวกเจ้าหลายคนอาจจะไม่เคยได้้ยินชื่อสำานักภูตผีมา ก่อน ข้าจำาเป็นต้องอธิบายให้พวกเจ้าเข้าใจสักหน่อย” พันเทามอง เนี่ยเทียน สูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง สีหน้าเคร่งเครียด้ “พวกเรา และสำานักหลิงอวิ๋น หุบเขาเทา อารามเสวียนอู้ ถือเป็นผู้ฝึกลมปราณ ที่เป็นพันธมิตรกัน ส่วนสำานักภูตผี สำานักโลหิต และวังยมบาลคือ พันธมิตรผู้ฝึกลมปราณที่เป็นศัตรูกับพวกเรา”
“สำานักภูตผี สำานักโลหิต และวังยมบาล พลัง อำานาจของพวกเขาสามสำานักไม่ด้้อยไปกว่าพวกเราแม้แต่นิด้เด้ียว”
“หลายปีมานี้ เพื่อช่วงชิงโลกลึกลับ เพื่อเอาแร่วิเศษมา ครอบครอง พวกเราสี่ฝ่ายและพวกเขาล้วนต่อสู้กันทั้งในที่ลับและที่ แจ้งมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว”
“กาลเวลาที่ผ่านมายาวนาน อันที่จริงแล้วพวกเรายังไม่ เคยเอาชนะพวกเขาได้้อย่างแท้จริง ความสามารถของทั้งสองฝ่าย ต่างกมสูสีกัน”
หยุด้ชะงักไปครู่หนึ่งพันเทากมพูด้ต่อว่า: “พวกเราสี่สำานัก เองกมีการแก่งแย่งกันอย่างลับๆ เช่นกัน ทว่าทุกอย่างล้วนอยู่ใน ขอบเขตที่สามารถควบคุมได้้ โด้ยทั่วไปแล้วจะไม่เกิด้การตายและ การบาด้เจมบที่ร้ายแรงนัก ทว่าทุกครั้งที่พวกเราสี่สำานักต่อสู้นองเลือด้ กับพวกเขา จำาเป็นต้องมีคนบาด้เจมบและล้มตายจำานวนนับไม่ถ้วน! ไม่เพียงแต่พวกเราที่อยู่ในระด้ับต่ำาเท่านั้น แม้แต่ผู้อาวุโสที่แขมงแกร่ง ของพวกเราสี่สำานักกมอาจตายไปเพราะเหตุนี้!”
“ทั้งสองฝ่ายกมเหมือนน้ำากับไฟ เจอกันเมื่อใด้ หากไม่มีใคร ตายไปข้างกมจะไม่ยอมเลิกรา!”
“คราวนี้ในเมื่อมีคนของสำานักภูตผีเข้ามาในโลกมายา มรกต ข้าเด้าว่าเปอาหมายของพวกเขากมคือสังหารพวกเรา!”
“เหมนได้้ชัด้ว่าเปอาหมายของพวกเขาไม่ใช่สัตว์วิเศษ แต่ เป็นพวกเรา! มีเพียงสังหารพวกเราจนสิ้นซากแล้วเท่านั้น พวกเขา ถึงจะยอมออกไปจากโลกมายามรกต!”
ประโยคเหล่านี้จบลง ผู้ประลองทุกคนซึ่งรวมไปถึงเนี่ย เทียนต่างกมเงียบงัน
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนมาเป็นด้ำาคล้ำาไม่น่ามอง การ ปรากฏตัวของสำานักภูตผีในโลกมายามรกต คล้ายทำาให้สนามรบนอง เลือด้ก่อเกิด้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“พี่อันอิ่ง หรือพวกเราควร…กลับไปที่ประตูแห่งโลกลับ เอาข่าวเรื่องที่สำานักภูตผีเข้ามาในโลกมายามรกตบอกให้กับพี่สาว ของเจ้ารู้ก่อนด้ี?” เจียงเหมียวแนะนำาด้้วยความขลาด้กลัว
เด้มกหนุ่มเด้มกสาวคนอื่นที่พอได้้ยินข่าวเรื่องการมาเยือน ของสำานักภูตผีต่างกมพยักหน้าติด้ๆ กัน พากันคล้อยตาม
“กลับไปกมไม่มีประโยชน์” อันอิ่งส่ายหัว ประโยคเด้ียวกมด้ับ ความหวังของพวกเขาเสียสิ้น “หลังจากที่ทุกคนเข้ามาแล้ว ประตู ของโลกลึกลับกมจะถูกปิด้ผนึกลงชั่วคราว ทำาเช่นนี้กมเพื่อปองกันไม่ให้ มีคนโกง แอบเข้ามาช่วยพวกเจ้าในโลกมายามรกต”
“มีเพียงรอให้การประลองสิ้นสุด้ลง เมื่อกำาหนด้ครึ่งปีมาถึง ประตูที่นำาเราออกไปจากโลกลึกลับถึงจะเปิด้ออกอีกครั้ง”
“ในช่วงเวลานี้ พวกเราจะถูกตัด้ขาด้จากโลกภายนอก อย่างสิ้นเชิง พวกเราออกไปไม่ได้้ และพวกเขากมเข้ามาไม่ได้้เช่น กัน”
“นั่นจึงหมายความว่า ไม่ว่าในโลกมายามรกตจะเกิด้อะไร ขึ้น พวกเรากมจำาเป็นต้องรอไปครึ่งปี”
“นั่นไม่เท่ากับว่าพวกเราต้องตายแน่ๆ หรอกหรือ?” กัวฉี ร่ำาร้องอย่างสิ้นหวัง “ใครกมไม่รู้ว่าคนของสำานักภูตผีมากันกี่คน อยู่ใน ขอบเขตไหน หากเป็นพวกที่อยู่ในขั้นท้ายสวรรค์ กลางสวรรค์ ภายในครึ่งปีนี้พวกเขาต้องฆ่าพวกเราจนเกลี้ยงแน่ เกรงว่าพวกเรา คงไม่มีใครเหลือชีวิตรอด้กลับไป ต่างกมคงต้องถูกคนของสำานักภูตผี ทรมานอย่างโหด้เหี้ยมจนตาย”
“ไม่ต้องเป็นกังวลมาก” ในใจอันอิ่งแอบดู้หมิ่นความขี้ ขลาด้ของเขา ทว่าจำาต้องพูด้ปลอบใจ: “พวกคนของสำานักภูตผี สำานักโลหิต และวังยมบาล แม้ว่าจะกระหายเลือด้และโหด้ร้าย อำามหิต ทว่าต่างกมโอหังอย่างถึงขีด้สุด้ พวกเขารู้ว่าการประลองใน โลกมายามรกตทุกครั้ง ผู้ประลองของสี่สำานักที่เข้ามาด้้านในล้วนเป็น เพียงผู้ที่อยู่ในขั้นหลอมลมปราณ”
“ด้้วยนิสัยลำาพองอวด้ด้ีของพวกเขา พวกที่ถูกจัด้ให้เข้า มาอยู่ในโลกมายามรกต เป็นไปได้้มากถึงแปด้เก้าส่วนว่าจะเป็นเด้มก รุ่นเลมกของสำานักซึ่งมีขอบเขตเด้ียวกันกับพวกเรา”
“เมื่อเป็นผู้ประลองที่อยู่ในขอบเขตเด้ียวกัน บางที ประสบการณ์ในการต่อสู้ของพวกเขาอาจจะมากกว่าพวกเรา อาจจะ ผ่านพิธีล้างบาปด้้วยเลือด้สด้มาแล้ว ทว่าความสามารถที่แท้ จริง…น่าจะพอๆ กับพวกเรา”
“ขอแค่ทั้งสองฝ่ายมีจำานวนคนไม่ต่างกันมากนัก กมไม่ จำาเป็นเสมอไปที่พวกเราจะต้องเป็นฝ่ายถูกฆ่า!”
กัวฉีอึ้งตะลึง กล่าว: “เจ้าจะบอกว่า พวกคนของสำานัก ภูตผีที่เข้ามาต่างกมเหมือนกับพวกเรา ล้วนอยู่ในขอบเขตหลอม ลมปราณเหมือนกัน?”
“ข้าเด้าว่าเป็นอย่างนี้” อันอิ่งพยักหน้า
กัวฉีผ่อนลมหายใจ ความกล้าหาญถูกปลุกขึ้นมา แค่น เสียงกล่าว: “ทุกคนล้วนอยู่ในขอบเขตเด้ียวกัน พวกเราจะต้องกลัว อะไร? พี่อันอิ่ง ข้าเหมนว่าเมื่อครู่นี้พวกเจ้ามีสีหน้าไม่ค่อยด้ีกมนึกไปว่า สำานักภูตผีส่งผู้แขมงแกร่งขั้นท้ายสวรรค์และกลางสวรรค์มาเองเสียอีก หึ เพราะพวกเจ้าสามคนนั่นแหละ ทำาพวกเราตกอกตกใจหมด้” เขา แสร้งทำาเป็นวางท่าสบายๆ
คนอื่นๆ พอได้้ยินกัวฉีพูด้เช่นนี้กมดู้เหมือนว่าจะผ่อนคลาย มากขึ้น
แม้แต่เนี่ยเทียนเองที่ตอนแรกตื่นเต้นกมยังสงบลงอย่าง รวด้เรมว พูด้กับตัวเองในใจ: “ถ้าเป็นแค่ขอบเขตหลอมลมปราณ สำานักภูตผี…กมอาจจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก”
มีเพียงอันอิ่ง พันเทา เจิ้งรุ่ยสามคนเท่านั้นที่ไม่ผ่อนคลาย แม้แต่นิด้ พวกเขามองหน้ากัน ต่างกมองออกถึงความขมปร่าใน ด้วงตาของอีกฝ่าย
เพราะพวกเขาเข้าใจความน่ากลัวของสำานักภูตผี สำานัก โลหิต และวังยมบาลเป็นอย่างด้ี
ลูกศิษย์ทุกคนของสามสำานักนี้ต่างเติบโตขึ้นมาท่ามกลาง การเข่นฆ่าและการนองเลือด้ ทุกคนล้วนมองการฆ่าคนเป็นเรื่อง ธรรมด้าพอๆ กับการกินด้ื่มถ่ายนอน
แม้แต่พวกเขาที่มาจากหอหลิงป่าเอง ในด้้านการสู้รบกมยัง ห่างชั้นกันไกลนัก ทำาได้้เพียงอาศัยอาวุธวิเศษมาชด้เชยความเสีย เปรียบในด้้านนี้
ส่วนพวกกัวฉีที่มาจากตระกูลในสังกัด้ พวกเขาเชื่อว่าหาก ได้้ต่อสู้กับคนของสำานักภูตผี กมอาจจะตกใจวิธีการอำามหิตกระหาย เลือด้ของอีกฝ่ายจนจิตใจแตกสลายไปเลยกมเป็นได้้
คนเหล่านี้ต่างกมเป็นด้อกไม้ที่ถูกปลูกในเรือนกระจก ไม่มี ใครเคยเผชิญความทรมานจากลมฟอาลมฝนโหมกระหน่ำา
ที่ทั้งสี่สำานักร่วมมือกันจัด้การประลองในโลกมายามรกต กม เพราะรู้ว่าพวกเขาขาด้ประสบการณ์การต่อสู้อย่างรุนแรง ต้องการ
ขัด้เกลาพวกเขาล่วงหน้า เพื่อให้พวกเขาค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับการ ต่อสู้นองเลือด้ที่ต้องเจอในวันหน้าได้้
ทว่าการประลองโลกมายามรกตของพวกเขายังไม่ทันสิ้น สุด้ลงกมต้องเผชิญหน้ากับลูกศิษย์ของสำานักภูตผีที่เคยชินกับเข่นฆ่า จนติด้เป็นนิสัยเสียแล้ว
สำาหรับพวกเขาแล้ว นี่ถือเป็นเรื่องที่โหด้ร้ายเกินไป
หลังจากพวกอันอิ่งสามคนแลกเปลี่ยนสายตากันแล้ว ต่าง กมไม่ได้้พูด้ถึงความน่ากลัวของสำานักภูตผีอย่างละเอียด้ หลีกเลี่ยงไม่ ให้พวกเขาตกใจกลัวจนหมด้สิ้นพลังในการต่อสู้
“ตึงตึง! ตึงตึงตึง!”
และเวลานี้เอง เสียงฝีเท้าที่เข้ามาใกล้พลันด้ังมาจากทิศที่ ห่างออกไปไกล
อันอิ่งหน้าเปลี่ยนสีทันควัน นางตบหัวตัวเองอย่างแรง กล่าวด้้วยความเสียใจที่ทำาผิด้พลาด้: “แย่แล้ว ลืมไปว่าควรไปจากที่ นี่ก่อน!” นางเงยหน้ามองท้องฟอาหนึ่งครั้ง
เนี่ยเทียนเงยหน้า พอมองเหมนว่าควันด้ำาบนท้องฟอายังไม่ สลายหายไปกมเข้าใจได้้ทันที
สัญญาณที่พันเทาเป็นผู้ส่งออกไป กลายเป็นควันด้ำาที่ ทะยานขึ้นสู่ฟากฟอาเป็นเส้นตรง ควันด้ำาเหล่านั้นพวกอันอิ่งและเจิ้ง รุ่ยสามารถมองเหมน คนอื่นๆ กมย่อมมองเหมนเหมือนกัน
ขอแค่อยู่ในรัศมีสิบลี้ ขอแค่เงยหน้ามองท้องฟอากมจะมอง เหมนควันเข้มข้นที่ยังคงลอยอยู่
หลังจากพวกอันอิ่งมารวมตัวกันแล้วกมเอาแต่พูด้ถึงความ น่ากลัวของสำานักภูตผี ไม่ได้้จากไปเป็นอันด้ับแรก นี่ถือเป็นความผิด้ พลาด้อย่างใหญ่หลวง!
“หอหลิงเป่า! เป็นพวกเจ้า!”
เด้มกหนุ่มที่สวมอาภรณ์สีเทา เหมนได้้ชัด้ว่ามาจากหุบเขา เทา เนื้อตัวเตมไปด้้วยเลือด้ ถือกระบี่เล่มเลมกที่หักครึ่งท่อนวิ่งกระหืด้ กระหอบเข้ามาด้้วยความรีบร้อน
ใบหน้าของเขาเตมไปด้้วยความหวาด้กลัวและคับแค้น พอ มองเหมนพวกอันอิ่งกมราวกับเหมนด้าวช่วยชีวิต รีบกรีด้ร้องเสียงแหลม ด้้วยความด้ีใจทันที
“ช่วยข้าด้้วย! พวกเราถูกสำานักภูตผีโจมตี สหายร่วมกลุ่ม ของข้าสองคนตายไปแล้ว มีเพียงข้าที่หนีรอด้มาได้้!” เขาห้อตะบึง มาอย่างบ้าคลั่ง ยังคงหันไปมองด้้านหลังอยู่เป็นระยะ ราวกับว่าคน ของสำานักภูตผีอยู่ด้้านหลัง
“มีคนของสำานักภูตผีกี่คนที่ไล่ฆ่าเจ้า?” อันอิ่งตวาด้ถาม
“สามคน! อยู่ด้้านหลังข้านี่เอง พวกเจ้าต้องระวังให้มาก หน่อย เด้ี๋ยวพวกมันกมตามมาทันแล้ว!” เด้มกหนุ่มที่สวมชุด้ คลุมสีเทาฝีเท้าโซซัด้โซเซเลมกน้อย หลังจากผ่านพวกอันอิ่ง พันเทา และเจิ้งรุ่ยมาได้้กมุด้ตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มพวกเนี่ยเทียน
บัด้นี้ทุกคนที่กำาลังตื่นตระหนกไปกับคำาพูด้ของเขาล้วนหัน ไปมองยังทิศทางที่เขาวิ่งมาด้้วยความกระวนกระวาย
ราวกับว่านาทีถัด้ไปจะมีลูกศิษย์ของสำานักภูตผีสามคนพุ่ง เข้ามาฆ่าฟันอย่างบ้าคลั่ง
“ไม่ถูกสิ!”
เนี่ยเทียนตวาด้เสียงด้ัง ไม่มีเวลาให้คิด้มากอีก รีบลงมือกับ เด้มกหนุ่มหุบเขาเทาคนนั้นทันที
“ตูม!”
หมัด้ที่รวบรวมพลังวิญญาณเข้มข้นของเขาพลันต่อยโครม ลงไปที่เด้มกหนุ่มคนนั้น เด้มกหนุ่มที่ความลนลานและหวาด้กลัวใน ด้วงตาเริ่มถูกแทนที่ด้้วยความเจ้าเล่ห์อย่างชัด้เจน ถูกสถานการณ์ เร่งด้่วนบีบให้รีบถอยหลังออกห่าง
“เนี่ยเทียน! เจ้าคิด้จะทำาอะไรหาะ!”
กัวฉีที่อยู่ใกล้เด้มกหนุ่มคนนั้นมากที่สุด้หน้าเผือด้สีทันควัน ถลึงตาใส่เขาอย่างดุ้ด้ัน “ข้ารู้ว่าเจ้ามีความแค้นกับพวกหยวนเฟิง แต่ในเมื่อสำานักภูตผีปรากฏตัวแล้ว เจ้ากมจำาเป็นต้องวางความแค้นลง ชั่วคราว! เขาบาด้เจมบถึงขนาด้นี้ เจ้ายังฉวยโอกาสลงมืออย่าง เหี้ยมโหด้ เจ้ามียางอายบ้างหรือไม่?”
“เจ้าจะไปเข้าใจอะไร!” เนี่ยเทียนแผด้เสียงอย่างโมโห ไม่ ได้้สนใจเขาแม้แต่นิด้ พุ่งเข้าใส่เด้มกหนุ่มของหุบเขาเทาคนนั้นอีกครั้ง “กัวฉี! เจ้าแม่งเกือบตายไปแล้ว!”
“เจ้าน่ะสิที่ตาย!” กัวฉีกล่าวเด้ือด้ด้าล
และเวลานี้เอง เด้มกหนุ่มหุบเขาเทาที่หลบการโจมตีของ เนี่ยเทียนไปได้้ พอมาหยุด้อยู่ข้างกายคนอีกคนหนึ่ง กระบี่หักในมือ ของเขากมแทงพรวด้ออกไป
คนผู้นั้นไม่รู้สึกตัวแม้แต่นิด้ เหม่อมองเด้มกหนุ่มหุบเขาเทา ด้้วยความอึ้งงัน ยังคงตั้งตัวไม่ทัน
ตอนที่เขาตระหนักได้้ถึงความไม่ชอบมาพากล กระบี่หักใน มือของเด้มกหนุ่มหุบเขาเทาผู้นั้นกมเสียบทะลุหน้าอก ผ่านหัวใจด้้าน หลังของเขามาเรียบร้อยแล้ว
“หึหึ!”
เด้มกหนุ่มหุบเขาเทาผู้นั้นแสยะยิ้มชั่วร้าย พอฆ่าคนได้้เขากม มองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง แล้วจึงวิ่งออกไปไกลรวด้เรมวราวสายฟอาแลบ ไม่คิด้หยุด้อยู่ต่อ
“หวงเย่ตายแล้ว!”
“เขาฆ่าหวงเย่!”
จนถึงกระทั่งบัด้นี้ ทุกคนถึงได้้มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา ร้องโหยไห้ด้้วยความตกตะลึงและลนลาน
พวกอันอิ่งสามคนที่เด้ิมทีจด้จ่ออยู่กับทิศทางที่เด้มกหนุ่ม หุบเขาเทาวิ่งมา รอคอยให้ลูกศิษย์สำานักภูติผีปรากฏตัวด้้วยสีหน้า เคร่งเครียด้
เมื่อพวกเขาได้้ยินเสียงกัวฉีและเนี่ยเทียนทะเลาะกัน พอ หมุนตัวกลับไปมอง ทุกอย่างกมไม่ทันกาลเสียแล้ว
—หวงเย่ถูกสังหารแล้ว!
“เขาคือลูกศิษย์สำานักภูตผี!” ในที่สุด้พันเทากมตระหนักรู้
“ฮ่าๆ! เจ้าพวกโง่เง่าเบาปัญญา! คนอย่างพวกเจ้าอย่าได้้ หวังว่าจะมีชีวิตรอด้ออกไปจากโลกมายามรกต!” เด้มกหนุ่มคนนั้น ถอยร่นอย่างรวด้เรมว ทั้งยังกล่าวเสียด้สีอย่างโอหังไปด้้วย: “คอย
ดู้เถอะ พวกเราจะสังหารพวกเจ้าทุกคนจนสิ้นซาก! คราวหน้าเมื่อข้า ปรากฏตัวอีกครั้ง จะไม่มีเพียงข้าคนเด้ียวอีก!”
“ฟิ้ว!”
ควันอ่อนๆ สีเขียวเส้นหนึ่งล่องลอยอยู่ท่ามกลางต้นไม้น้ำา แขมงโปร่งแสงที่เขาเข้าไปซ่อนตัว จากนั้นกมหายวับไปอย่างรวด้เรมว
“ข้า ข้า…”
กัวฉีตกใจจนเหงื่อเยมนๆ แตกพลั่กไปทั้งร่าง มองเนี่ยเทียน ที่ใบหน้าเยมนชาราวเกลมด้น้ำาแขมง เขาไม่รู้แล้วว่าควรจะเอ่ยปาก อย่างไร
ทว่าในใจของเขารู้ด้ี เมื่อครู่เด้มกหนุ่มคนนั้นอยู่ใกล้เขามาก ที่สุด้ หากไม่เป็นเพราะเนี่ยเทียนระเบิด้อารมณ์ขึ้นมา เด้มกหนุ่มคนนั้น ไม่มีทางหลีกออกไป และต้องลงมือกับเขาแน่นอน
และกมเป็นอย่างที่เนี่ยเทียนพูด้ เมื่อครู่…เขาเกือบจะตายไป แล้ว
“กมเพราะว่าข้ามีความแค้นกับพวกหยวนเฟิง ด้ังนั้นตอนที่ พวกเขาต้องการให้พวกเจ้าส่งตัวข้า ข้าถึงได้้จด้จำาใบหน้าของพวก เขาทุกคน!” เนี่ยเทียนสายตาเยมนชา “ข้าจด้จำาท่าทางของพวกเขา ทุกคนได้้อย่างแม่นยำา เพราะกะว่าจะคิด้บัญชีกับพวกเขาทีละคนใน ภายหลัง! และคนผู้นั้นกมเหมนได้้ชัด้ว่าไม่ใช่คนของหุบเขาเทา!”