ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 5 สถิติการรบไร้พ่าย
วันเวลาประดุ้จสายน้ำา พริบตาเด้ียวกมผ่านไปแล้วเก้าปี
เช้าตรู่ ด้วงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟอา เด้มกรุ่นเลมกของตระกูล เนี่ยล้วนมารวมตัวกันที่ลานกว้าง หากไม่นั่งสมาธิรับเอาพลัง วิญญาณฟอาด้ินที่เหมือนจะมีและเหมือนไม่มี กมวาด้ลวด้ลายฝึกฝน ทักษะการต่อสู้
มุมหนึ่งของลานกว้างใหญ่ เด้มกอายุประมาณสิบ กว่าขวบกลุ่มหนึ่งกำาหมัด้แน่น แต่ละคนต่อยลงไปแรงๆ บนเส้นทาง ปูด้้วยหินฝั่งตะวันออก
“เขากมแค่ฝึกได้้ถึงขอบเขตหลอมลมปราณขั้นสามเท่านั้น ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะชนะได้้ตลอด้เวลา! เมื่อวานข้าเพิ่งจะฝ่าทะลุ ขั้น วันนี้จะต้องสั่งสอนเขาให้รู้ด้ำารู้แด้งกันไปเลย!” เวลาผ่านไปเก้าปี เนี่ยหงที่อายุสิบขวบอาศัยไข่มุกจากงานฉลองจับฉลากของปีนั้นได้้ ฝึกตบะมาถึงขอบเขตของหลอมลมปราณขั้นหกแล้ว ขณะที่เขา กำาลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ปลายนิ้วมือข้างซ้ายกมเปล่งประกายแสงวิบ วับ
“พี่หง เขาเองกมรู้เหมือนกันว่าพี่ฝ่าทะลุไปอีกหนึ่งขั้นแล้ว วันนี้คงไม่กล้ามาแล้วกระมัง?” เนี่ยหย่วนกล่าว
“ไม่ เขาต้องมาแน่ ข้ารู้จักเขาด้ี!” เนี่ยหงส่ายหน้า
ตรงกลางลานกว้าง อู๋เทาขุนนางต่างรัฐของตระกูลเนี่ย และยังมีคนหนุ่มคนสาวอายุประมาณสิบสี่สิบห้าปีของตระกูลเนี่ย นอกจากฝึกบำาเพมญตบะแล้ว ด้วงตากมคอยจะมองมายังทิศทางนี้อยู่ บ่อยครั้ง ใบหน้าเผยความสนใจ
“เนี่ยหย่วน เมื่อครู่เจ้าพูด้รึว่าข้าไม่กล้ามา?”
และเวลานี้เอง เสียงของเด้มกคนหนึ่งที่เตมเปี่ยมไปด้้วยพลัง กมด้ังลอยมาจากทางหินแคบยาวฝั่งตะวันออก เงาร่างที่สูงใหญ่กว่า เด้มกวัยเด้ียวกันเยอะมากของเนี่ยเทียนค่อยๆ ปรากฏออกมา
“มาแล้ว!”
“ทั้งๆ ที่รู้ว่าเนี่ยหงเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณ ที่หก เขากมยังกล้ามา ใจกล้าไม่เบาแหะ!”
“น่าสนใจ!”
ชายหนุ่มหญิงสาวตระกูลเนี่ยกลุ่มหนึ่งที่มีอายุมากหน่อย พอได้้ยินน้ำาเสียงอันคุ้นเคยด้ังขึ้นต่างกมีสีหน้าฮึกเหิม
คนสี่ห้าคนที่กำาลังฝึกบำาเพมญตบะต่างกมพากันลุกขึ้นยืน อย่างเชื่องช้า พวกที่ฝึกต่อยฝึกเตะอย่างห้าวหาญกมหยุด้ชะงักลง กลางคัน ทุกสายตาล้วนหันไปรวมกันอยู่บนร่างของเนี่ยเทียนอย่าง พร้อมเพรียง
ในสายตาของพวกเขา เนี่ยเทียนกมคือตัวประหลาด้
เก้าปีมาแล้ว นับตั้งแต่งานเลี้ยงจับฉลากครั้งนั้นจบลง จนถึงกระทั่งวันนี้เนี่ยเทียนกมยังไม่มีธาตุพิเศษในการฝึกแสด้งตัวออก มา กระดู้กสัตว์ชิ้นนั้นที่เขาได้้มา สุด้ท้ายแล้วกมไม่มีการตอบสนองต่อ พลังวิญญาณของเขา
และกมด้้วยเหตุนี้ เมื่อพวกเนี่ยหง เนี่ยหย่วนรู้คุณสมบัติของ พลังวิญญาณตนอย่างแน่ชัด้แล้วจึงเลือกฝึกฝนวิชาเฉพาะ อาศัย อาวุธวิเศษที่พวกเขาได้้มาจากงานเลี้ยงจับฉลาก ขณะที่ตบะของ แต่ละคนพัฒนาไปอย่างล้ำาหน้ารวด้เรมว เนี่ยเทียน…กลับยังคงฝึกฝน ได้้เพียงวิชารวมลมปราณขั้นพื้นฐานที่สุด้เท่านั้น ความก้าวหน้าในการฝึกบำาเพมญตบะของเนี่ยเทียน เชื่องช้าเสียจน ทำาให้ทุกคนแอบเยาะเย้ยลับหลัง และกมทำาให้เนี่ยตงไห่ผู้เป็นประมุข ของตระกูล รวมถึงเนี่ยเฉี่ยนต่างกมอับจนหนทาง
ทว่าสิ่งที่ทำาให้ทุกคนตกตะลึงระคนแปลกใจกมคือนับวันร่าง กายของเนี่ยเทียนกลับยิ่งแขมงแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ นี่ทำาให้ถึงแม้เขา จะมีขอบเขตการฝึกตบะที่ต่ำาต้อย ทว่าเวลาต่อสู้กับเด้มกวัยเด้ียวกัน กลับไม่เคยเสียเปรียบ
ในทางกลับกัน ตลอด้เก้าปีมานี้ เด้มกวัยเด้ียวกันทุกคนที่ต่อ สู้กับเนี่ยเทียน ล้วนพ่ายแพ้ยับเยินไปเสียทุกครั้ง
จนถึงกระทั่งทุกวันนี้เนี่ยเทียนกมยังคงรักษาสถิติการรบไร้ พ่ายเอาไว้ได้้
ที่พวกเขาให้ความสนใจการต่อสู้ของเนี่ยเทียนกมเพราะ อยากรู้ว่าข้อได้้เปรียบทางร่างกายที่แขมงแกร่งของเขาจะหมด้ลงเมื่อ ใด้
เมื่อวานเนี่ยหงเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณขั้น หก พลังวิญญาณในร่างกายแฝงเร้นไว้ด้้วยพลานุภาพของสายฟอา ตัวพวกเขาเองล้วนรู้สึกว่าสถิติไร้พ่ายของเนี่ยเทียนจะต้องสิ้นสุด้ลง ในวันนี้
ด้ังนั้นพวกเขาจึงแอบรอคอยการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ไม่น้อย
“เนี่ยหย่วน ก่อนหน้านี้เจ้าเยาะเย้ยข้าใช่ไหม? ถ้าไม่อย่าง นั้น พวกเราลองมาประมือฝีมือกันก่อนด้ีไหมล่ะ?” เนี่ยเทียนเด้ินรุด้ หน้าเข้ามา เหล่ตามองเนี่ยหย่วนหนึ่งครั้ง เป็นฝ่ายเอ่ยท้าทายก่อน
เนี่ยหย่วนที่หลอมลมปราณได้้ถึงขั้นห้า เมื่อถูก สายตาของเขาจับจ้องกมดู้ขลาด้กลัวอย่างเหมนได้้ชัด้
เนี่ยหย่วนถอยหลังไปครึ่งก้าวโด้ยไม่รู้ตัว พูด้ด้้วยสีหน้าขี้ ขลาด้: “เนี่ยเทียน คู่ต่อสู้ของเจ้าวันนี้คือพี่หง หากเจ้าสู้กับพี่หงแล้ว ยังสามารถยืนอยู่ได้้ ข้ากมจะเล่นสนุกเป็นเพื่อนเจ้า”
“หน้าไม่อาย” เนี่ยโยวที่มัด้ผมจุกพึมพำาเสียงเบา
“กมด้ี” เนี่ยเทียนไม่แยแส พูด้ด้้วยน้ำาเสียงดู้หมิ่น: “ต่อสู้กับ เจ้า ข้าไม่จำาเป็นต้องออกแรงอะไรมากมายเลยจริงๆ”
“เจ้า!” เนี่ยหย่วนเด้ือด้ด้าล
“พวกเจ้าถอยออกไปให้หมด้!” เนี่ยหงตะโกนเสียงด้ังหนึ่ง ครั้ง บอกให้เด้มกคนอื่นถอยห่างออกไป ระหว่างที่พูด้มือขวาของเขาที่ กำาเป็นหมัด้กมีประกายสายฟอาสีเขียวลอยอบอวล
พวกเด้มกตระกูลเนี่ยที่อยู่ข้างกายเนี่ยหงพอได้้ยินคำาพูด้กม ล้วนถอยห่าง เว้นพื้นที่ว่างนั้นไว้ให้เขาและเนี่ยเทียน
อู๋เทาที่อยู่กลางลานกว้าง และคนหนุ่มสาวที่อายุค่อนข้าง มากของตระกูลเนี่ยเหล่านั้น มองเหมนว่าการต่อสู้กำาลังจะเริ่มต้นขึ้น ต่างกมยิ้มร่า พูด้คุยกันพลางล้อมวงเข้ามาใกล้
บนตำาหนักหินสูงใหญ่แห่งหนึ่ง เนี่ยตงไห่ยืนอยู่ตรง หน้าต่าง มือทั้งสองประคองผนังหิน มองลงมายังลานกว้าง
เก้าปีมานี้ เนี่ยตงไห่ใช้อำานาจของประมุขตระกูลเนี่ย ครุ่นคิด้หาหนทางมากมายเพื่อสืบข่าวของชายที่ทำาร้ายเนี่ยจิ่น
น่าเสียด้าย จนถึงทุกวันนี้เขากมยังคงไม่ได้้รับข่าวคราวใด้ที่ เกี่ยวข้องกับชายผู้นั้น
ผู้ชายคนนั้นราวกับปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า และหายตัวไปอย่างฉับพลัน
ร่องรอยเด้ียวที่เขาเหลือทิ้งไว้กมคือเนี่ยเทียนที่กำาลังจะต่อสู้ กับเนี่ยหงกลางลานกว้างนั่น
ร่างของเนี่ยตงไห่ย่ำาแย่ลงทุกวัน เขาที่เคยสูงใหญ่มาก บารมี มาวันนี้กลับเหี่ยวแห้งโรยราราวท่อนฟืน ต่อให้เป็นคนที่ สายตาไม่มีแววแค่ไหน เพียงแค่มองเหมนเขากมรู้แล้วว่าคงอยู่ได้้อีกไม่ นาน
บนแท่นสูง มองเหมนการต่อสู้ของเนี่ยเทียนและเด้มกวัย เด้ียวกันเหล่านั้น มองเหมนเนี่ยเทียนได้้รับชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า กม ถือเป็นความบันเทิงใจที่มีไม่มากของเขาแล้ว
แต่เขากมเข้าใจเช่นกัน ขอบเขตไม่เพียงพอ อาศัยเพียง ร่างกายแขมงแกร่งของเนี่ยเทียน สักวันกมต้องพ่ายแพ้อยู่ด้ี
เขายังรู้ด้้วยว่า หากเนี่ยเทียนพ่ายแพ้เมื่อใด้ กมหมายความ ว่าข้อได้้เปรียบในความแขมงแรงของร่างกายเนี่ยเทียนจะไม่มีทางฟื้น คืนกลับมาได้้อีก
ต่อไป ระยะห่างระหว่างเนี่ยเทียนและเด้มกรุ่นราวคราว เด้ียวกันจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตามตบะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวด้เรมวของเด้มก พวกนั้น
“เปรีกยะๆ”
เสียงแปลกประหลาด้ด้ังลอยมาจากบนหมัด้ที่มีสายฟอา เปล่งประกายของเนี่ยหง หลังจากตวาด้เสียงด้ัง เนี่ยหงกมพุ่งเข้าใส่ เนี่ยเทียน
“อู้ว เรมวกว่าก่อนหน้านี้หน่อยหนึ่ง” เนี่ยเทียนเอ่ยปาก เผชิญหน้ากับเนี่ยหงที่พุ่งเข้ามาอย่างแขมงแกร่ง หลังจากหัวเราะเสรมจ กมไม่คิด้จะหลบหลีกแม้แต่นิด้
เนี่ยเทียนพลันยกมือขวาขึ้น ก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าวอย่าง ห้าวหาญ กำาปั้นที่เหมนได้้ชัด้ว่าใหญ่กว่าเนี่ยหงหนึ่งเท่ากระแทกเข้า ไปแรงๆ ยังหมัด้ขวาของเนี่ยหง
“ปัง!”
หมัด้ทั้งสองกระแทกเข้าหากัน เสียงอื้ออังด้ังลอยมา การ โจมตีของเนี่ยหงหยุด้ชะงักลงทันควัน
เนี่ยเทียนถอยหลังไปสองก้าว แยกเขี้ยวยิงฟันสะบัด้มือ เร่าๆ สายฟอาหลายเส้นแตกปะทุออกมาจากหมัด้ตามการสะบัด้แขน ของเขา
คนดู้ทุกคนล้วนมองอย่างตั้งใจ พบว่าหลังกำาปั้นของเนี่ย เทียนมีร่องรอยไหม้เกรียมสีด้ำาเด้่นชัด้
“หลอมลมปราณขั้นหก ต่างจากขั้นห้าเพียงแค่หนึ่ง ขอบเขต ทว่าในความเป็นจริงแล้วกลับมีธาตุแท้แตกต่างกัน ขั้นที่หก สามารถปลด้ปล่อยพลังวิญญาณออกมาด้้านนอก ส่วนพลานุภาพ ของสายฟอาที่แฝงไว้ในพลังวิญญาณกมสามารถแทรกซึมเข้าไปใน ร่างกายของอีกฝ่ายได้้”
เนี่ยเสียนญาติห่างๆ ของตระกูลเนี่ยซึ่งฝึกได้้ถึงหลอม ลมปราณขั้นแปด้ ปีนี้อายุสิบสี่ปีแล้ว มองเนี่ยเทียนด้้วยสายตาลึกล้ำา ส่ายหัวพูด้: “ทุกครั้งที่หมัด้สัมผัสกัน เนี่ยหงสามารถทิ้งสายฟอาที่แฝง อยู่ในพลังวิญญาณของตัวเองไว้ในร่างเนี่ยเทียนได้้ สายฟอาจะทำาให้ เลือด้เนื้อของเขาชาด้ิก เสียวปลาบไปทั้งร่าง เขาจำาเป็นต้องใช้พละ กำาลังส่วนหนึ่งต่อต้านการรุกรานของสายฟอาที่เหลือทิ้งไว้ในร่างกาย”
“เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่นานนักเขาต้องสูญเสียพลังในการรบ ปล่อยให้เนี่ยหงรังแกได้้ตามใจชอบ”
“ด้้วยพลังหลอมรวมลมปราณขั้นสามกับขั้นหก หากคิด้ ฝืนใช้กำาลังด้ึงด้ันสู้ต่อ ดู้ไม่ค่อยฉลาด้เท่าไหร่เลยนะ”
ขุนนางต่างรัฐของตระกูลเนี่ย อู๋เทาพยักหน้าน้อยๆ ใช้ สายตาชื่นชมมองเนี่ยเสียนที่มีอนาคตกว้างไกล จากนั้นกมกล่าวว่า: “เนี่ยเทียนอาศัยร่างกายที่แขมงแกร่ง การต่อสู้ตลอด้หลายปีมานี้ เขา เคยชินกับการใช้กำาลังไปแล้ว เมื่อก่อนเขาไม่เคยเสียเปรียบกมจริง แต่
เขาไม่รู้ว่าการล้นออกมาของพลังวิญญาณหลอมลมปราณขั้นหก หมายความว่าอย่างไร วันนี้เขาต้องเสียเปรียบแน่นอน สถิติไร้ พ่าย…กมคงถูกทำาลายลงหลังการต่อสู้ครั้งนี้”
“ว่ากันท้ายที่สุด้แล้วกมเป็นเพราะเขาไม่มีพรสวรรค์นั่นเอง หากเขาเป็นเหมือนเนี่ยหงที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณหก พลัง วิญญาณของเขากมจะมีธาตุพิเศษเช่นกัน เอาชนะเนี่ยหงถือเป็นเรื่อง ที่สบายมาก” เนี่ยเสียนกล่าว
“รู้สึกหรือยัง?” เนี่ยหงที่บนหมัด้มีสายฟอาเปล่งวาบขึ้นมา อีกครั้งมองเนี่ยหงที่ยังคงสะบัด้แขนด้้วยด้วงตาเยมนชา “สายฟอาเส้น นั้นที่ข้าทิ้งเอาไว้บนมือของเจ้าแผ่ขยายออกไปทั่วแขนของเจ้าแล้ว ใช่หรือไม่? รสชาติเป็นอย่างไร? มือข้างนั้นของเจ้าคงจะเสียวปลาบ มากเลยสินะ?”
“กมนิด้หน่อย” เนี่ยเทียนแสยะปาก เหมนได้้ชัด้ว่าเจมบปวด้ เลมกน้อย “แต่กมยังพอไหว ไม่ถือว่าส่งผลอะไรต่อข้ามากนัก”
“ยังจะปากแขมง?” เนี่ยหงสีหน้าฮึกเหิม เขาที่ถูกข่มมา ตลอด้เก้าปี พ่ายแพ้ยับเยินติด้ต่อกันหลายครั้ง ในที่สุด้กมเหมือนมอง เหมนแสงสว่างจากการต่อสู้ครั้งนี้ “ไม่ส่งผลมากใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นกม ลองอีกสักหลายทีเป็นไง!”
“ปัง ปัง! ปัง ปัง ปัง!”
หมัด้ของเนี่ยหงราวกับลูกระเบิด้ ต่อยตูมเข้ามาที่เนี่ยเทียน อย่างต่อเนื่อง เนี่ยเทียนกลับไม่ยอมหลบหลีก ทั้งยังใช้วิธีการเช่นเด้ิม เอาคืนเนี่ยหงอย่างไม่ยอมอ่อนข้อให้
ผ่านไปสิบชั่วลมหายใจ เนี่ยหงเป็นฝ่ายหยุด้ลงก่อน สูด้ลม หายใจเข้าปอด้เฮือกใหญ่ มองเนี่ยเทียนด้้วยความดุ้ด้ันราวพยัคฆ์ ร้าย
และมือทั้งสองข้างของเนี่ยเทียนกมไหม้เกรียมราวกับถ่าน ประกายไฟจากสายฟอาเป็นจุด้ๆ ลอยพุ่งออกมาจากแขนของเขา อย่างต่อเนื่อง
ทุกคนล้วนดู้ออกว่าแม้แต่การเหวี่ยงแขนของเนี่ยเทียนกม ยังดู้แขมงชะงักอย่างเหมนได้้ชัด้
ทว่าสายตาของเนี่ยเทียนกลับเผยแววปรารถนาในการสู้ รบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ราวกับสัตว์ร้ายตัวน้อยที่ในที่สุด้กมถูกปลุก ให้ตื่นขึ้นมา ระเบิด้เสียงคำารามใส่เนี่ยหง: “ต่อเลยสิ ทำาไมถึงหยุด้ซะ ล่ะ? มาสิ อย่าหยุด้!”
ทำาราวกับว่า เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายได้้เปรียบ