ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 51 สัญญาณขอความช่วยเหลือ
“นึกไม่ถึงว่าสำานักโลหิตกมเข้ามาในโลกมายามรกตด้้วย” อันอิ่งก้มหน้าลงมองซากศพนั่นหนึ่งครั้ง “ดู้ท่าแล้วสำานักภูตผี สำานัก โลหิต และวังยมบาลคงจะจ้องเล่นงานพวกเราจริงๆ แค่ไม่รู้ว่าคน ของวังยมบาล…ได้้เข้ามาในโลกมายามรกตด้้วยหรือเปล่า? หากเพิ่ม คนของวังยมบาลเข้าไปด้้วย การประลองในโลกมายามรกตครั้งนี้ เกรงว่าพวกเราคงจะโชคร้ายมากกว่าโชคด้ี”
การปรากฏตัวของสำานักภูตผี ทำาให้อันอิ่งที่เด้ิมทียังมีความ มั่นใจ บัด้นี้ไร้ซึ่งความเชื่อมั่นใด้ๆ ต่อการเด้ินทางในโลกมายามรกต อีก
“จะทำายังไงด้ี?” เจิ้งรุ่ยเองกมเริ่มร้อนรน “หรือว่าพวกเรา จะหาพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่งในโลกมายามรกต แล้วซ่อนตัวไปตลอด้ ครึ่งปีนี้ด้ี? พอผ่านครึ่งปีไปแล้ว หากพวกเราไม่ได้้ออกไปจากโลก มายามรกต ผู้อาวุโสเหล่านั้นที่อยู่ในสำานักจะต้องเข้ามาตรวจสอบดู้ แน่นอน ถึงเวลานั้นพวกเรากมจะปลอด้ภัย”
ผู้ประลองคนอื่นๆ ล้วนเปลี่ยนมาเป็นพูด้น้อย ไม่มีใครเอ่ย อะไรอีก
ก่อนหน้าที่ยังไม่มาทะเลทรายร้าง พวกเขายังมีความคิด้ที่ ว่าเมื่อรวมตัวกับอีกสามสำานักจะบุกกลับไปที่เกาะน้ำาแขมง แล้วฆ่าลูก ศิษย์ทุกคนของสำานักภูตผีให้สิ้นซาก
ทว่า พอเข้ามาในทะเลทรายร้างกลับเหมนลูกศิษย์ของสำา นักหลิงอวิ๋นตายอนาถด้้วยน้ำามือของสำานักโลหิต
ทุกคนล้วนกลัวตาย เมื่อพวกคนของสำานักหลิงอวิ๋นที่พวก เขามองเป็นผู้ช่วยเหลือกมยังตกอยู่ในสภาพยากลำาบากซึ่งแม้แต่จะ ช่วยตัวเองกมยังทำาไม่ได้้เช่นนี้ พวกเขาจึงไร้ความมั่นใจทันที
อันอิ่งเอง หลังจากที่เหมนศพของเด้มกหนุ่มสำานักหลิงอวิ๋น คนนั้นกมเงียบงันไปเช่นกัน
นางกำาลังตั้งใจพิจารณาถึงคำาแนะนำาของเจิ้งรุ่ย
“ทางนั้น!” อยู่ๆ พันเทากมชี้ไปยังท้องฟอาในจุด้ลึกของทะเล ทรายร้าง
เนี่ยเทียนหรี่ตามอง พบว่าเป็นควันสีแด้งเข้มเส้นหนึ่งพวย พุ่งขึ้นสู่ท้องฟอา ราวกับมังกรตัวหนึ่งที่กำาลังจะทะยานเข้าไปในท้อง นภา
“สัญญาณขอความช่วยเหลือจากสำานักหลิงอวิ๋น!” อันอิ่ งกล่าวด้้วยน้ำาเสียงตกใจ
“คนของสำานักหลิงอวิ๋นน่าจะเจอกับปัญหาเช่นกัน และมี ความเป็นไปได้้มากว่ากำาลังต่อสู้กับสำานักโลหิต!” พันเทาใคร่ครวญ อยู่ครู่หนึ่ง “เจียงหลิงจูมีความสามารถไม่ธรรมด้า ลำาพังเพียงแค่ กิ้งก่าด้ินน่าจะไม่มากพอให้นางปล่อยสัญญาณขอความช่วยเหลือ อีกอย่างกิ้งก่าด้ินยังเคยถูกข้าทำาร้ายจนบาด้เจมบสาหัสที่เกาะน้ำาแขมง ในช่วงเวลาสั้นๆ มันไม่มีทางหายด้ีอย่างแน่นอน”
“สำานักหลิงอวิ๋นอาจจะกำาลังถูกสำานักโลหิตไล่ฆ่า รอพวก เราไปถึง บางที…พวกเขาอาจจะตายไปหลายคนแล้ว” เจิ้งรุ่ยสีหน้า เด้ี๋ยวด้ีเด้ี๋ยวเสีย “หากนอกจากสำานักโลหิตแล้ว ยังมีลูกศิษย์ของวัง ยมบาลอยู่ด้้วย ถ้าเช่นนั้นพวกเขากมจะยิ่งตายไวมากกว่าเด้ิม หาก พวกเราตามไปอาจต้องเผชิญกับวิกฤตที่ต้องต่อสู้กับทั้งสำานักภูตผี และสำานักโลหิตพร้อมกัน ทุกคนคิด้จะว่าควรจะทำาอย่างไร?”
“พวกเจ้า พวกเจ้าคิด้กันเอาเองเถอะนะ” กัวฉีกล่าวอย่าง อ่อนแอ
เนี่ยเทียนมองออกถึงความขี้ขลาด้และหวาด้กลัวในด้วงตา ของเขา ในใจเขาคิด้อะไร เนี่ยเองกมรู้ชัด้เจน
“ข้าคิด้ว่า…” เนี่ยเทียนเอ่ยปาก
เขาเพิ่งเอ่ยขึ้นมา ที่น่าแปลกกมคือ สายตาของทุกคนพลัน มารวมอยู่ที่ตัวเขาทันที
“เจ้ามีความเหมนว่าอย่างไร?” พันเทากล่าว
“นับแต่ที่สำานักภูตผีและสำานักโลหิตปรากฏตัวในโลกมายา มรกต พวกเราและอีกสามฝ่ายที่เหลือกมน่าจะมีผลประโยชน์ในด้้าน ความเป็นความตายร่วมกัน ยิ่งคนของอีกสามฝ่ายตายไปมากเท่าไหร่ กมยิ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อพวกเรามากเท่านั้น สามารถจินตนาการได้้ว่า หลังจากที่คนทั้งสามฝ่ายตายไปหมด้แล้ว สำานักภูตผีและสำานักโลหิต จะต้องพยายามอย่างสุด้ความสามารถเพื่อตามหาพวกเราอย่าง แน่นอน”
“ยิ่งพวกเขาตายเรมว สำานักภูตผีและสำานักโลหิตกมยิ่งมีเวลา มากขึ้นในการตามหาพวกเราในโลกมายามรกตแห่งนี้”
“หากสุด้ท้ายพวกเขาหาเราเจอ ถ้าอย่างนั้นพวกเรากม ทำาได้้เพียงใช้พลังของฝ่ายเด้ียวไปต่อกรกับทั้งสำานักภูตผีและสำานัก โลหิต ไม่มีกองหนุนเหลืออีก”
พูด้มาถึงตรงนี้เขากมองอันอิ่งด้้วยสายตาลึกล้ำา กล่าวอย่างเคร่งขรึม: “หากเจ้าไร้ซึ่งความมั่นใจว่าหลังจากซ่อนตัว อยู่ในโลกมายามรกตแล้วจะไม่ถูกสำานักภูตผีและสำานักโลหิตหาเจอ ถ้าอย่างนั้นพวกเรากมควรรีบไปช่วยสำานักหลิงอวิ๋นโด้ยเรมวที่สุด้”
“ข้า ข้า…” อันอิ่งอึกๆ อักๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งกมกล่าวด้้วย ความหด้หู่: “โลกมายามรกตไม่ได้้กว้างใหญ่อย่างที่พวกเจ้าคิด้ ส่วน
สำานักโลหิตกมเชี่ยวชาญในการตามหาคนผ่านการเคลื่อนไหวของ กระแสเลือด้มากที่สุด้ ข้าไม่คิด้ว่าหากพวกเราซ่อนตัวแล้วจะหลุด้พ้น จากการตามหาของพวกเขาไปได้้”
ได้้ยินคำาพูด้เช่นนี้ พวกกัวฉีหน้าซีด้เผือด้ ราวกับถูกโจมตี อย่างรุนแรง
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเจ้าจะยังรออะไรอีกล่ะ?” เนี่ยเทียน ถามกลับ
“กมถูก!” สายตาของอันอิ่งมองไปข้างหน้า ในที่สุด้กมตัด้สิน ใจ ตะโกนเสียงด้ัง: “รีบตามไปทันที ดู้สิว่าสำานักหลิงอวิ๋นเผชิญกับ อะไรอยู่กันแน่!”
“ฟิ้ว!”
นางเพิ่งพูด้จบ เนี่ยเทียนกมราวกับลูกศรแหลมคมที่พุ่งออก จากแล่ง ถลาออกไปเป็นคนแรก
คราวนี้เขาไม่ได้้ปกปิด้อะไรอีก พลังวิญญาณในร่างพลัน ระเบิด้ออก เมื่อประสานกับร่างกายของเขาที่เด้ิมทีกมแขมงแกร่งอยู่ แล้ว ใช้ความเรมวนั้นที่แม้แต่อันอิ่งกมยังตกตะลึง โจนทะยานไปด้้วย ความรวด้เรมว
ทางฝั่งของสำานักหลิงอวิ๋นมีเจียงหลิงจูและเนี่ยเสียนอยู่
เจียงหลิงจูที่มีโอกาสเจอกันหนึ่งครั้งในเมืองเฮยอวิ๋น นาง คือแก้วตาด้วงใจของเจ้าสำานักหลิงอวิ๋นเจียงจือซู เขามีความประทับ ใจที่ไม่เลวนักต่อเจียงหลิงจู
ส่วนเนี่ยเสียนกมเป็นเหมือนเขา ต่างกมเป็นคนของตระกูล เนี่ยเหมือนกัน
ลำาพังเพียงแค่เจียงหลิงจูและเนี่ยเสียน เมื่อสำานักหลิงอวิ๋น ตกทุกข์ได้้ยาก เขาจึงไม่สามารถแสร้งทำาเป็นนิ่งดู้ด้ายได้้อีก
อีกอย่างเขารู้แน่ชัด้ด้ียิ่งกว่าทุกคนว่ามีเพียงผู้ประลองของ สำานักหลิงอวิ๋นมีชีวิตอยู่เท่านั้น ความเป็นไปได้้ที่พวกเขาจะรบชนะ สำานักภูตผีและสำานักโลหิตจึงจะเพิ่มขึ้น
ถึงช่วงเวลาคับขัน เขามักจะมองสถานการณ์ได้้อย่าง ชัด้เจนด้้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด้ รู้ว่าควรจะทำาอย่างไรถึงจะ ปกปองตัวเองให้อยู่รอด้ปลอด้ภัยได้้
เขาตระหนักอย่างแจ่มชัด้ว่า การช่วยสำานักหลิงอวิ๋นกมคือ การช่วยตัวเขาเอง!
ในทะเลทรายร้าง ทะเลสาบเลมกๆ แห่งหนึ่ง
เจียงหลิงจูและพวกประลองสำานักหลิงอวิ๋นอย่างเนี่ยเสีย นอีกหกคนกำาลังต่อสู้กับพวกอวี๋ถงห้าคนจากสำานักโลหิต แสงสีเลือด้ มากมายหลายเส้นลอยละล่องหายไปอย่างรวด้เรมวบนสนามรบ
มุมหนึ่งของสนามรบ ผู้ประลองสองคนของสำานักหลิงอวิ๋น นอนจมกองเลือด้ พวกเขาเพิ่งจะเสียชีวิตไปได้้ไม่นาน
ตรงทะเลสาบ ยังมีศพของสัตว์วิเศษอีกหลายตัวที่เลือด้ และเนื้อปะปนกันจนแยกไม่ออก แม้แต่กิ้งก่าด้ินตัวนั้นกมยังเป็นหนึ่ง ในซากศพนั้นด้้วย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน พวกเจียงหลิงจูเพิ่งจะหากิ้งด้่าด้ินเจอ ในบริเวณใกล้เคียง หลังจากต่อสู้กันอย่างยากลำาบากพักใหญ่ ถึงได้้ สังหารกิ้งก่าด้ินที่บาด้เจมบหนักตัวนั้นลงได้้
ขณะที่พวกเขากำาลังเตรียมจะตัด้หัวของกิ้งก่าด้ิน คนห้า คนของสำานักโลหิตที่มีอวี๋ถงเป็นผู้นำากมปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
ราวกับว่าสำานักโลหิตคอยติด้ตามพวกเขามานานมากแล้ว และรอให้พวกเขาต่อสู้กับกิ้งก่าด้ินจนเสรมจสิ้น
พวกเขาเพิ่งจะฆ่ากิ้งก่าด้ินได้้ ยังไม่ทันที่จะพักผ่อนฟื้นฟู พละกำาลัง พวกอวี๋ถงห้าคนกมปรากฏกายทันที ไม่พูด้พร่ำาทำาเพลงกม เริ่มพุ่งเข้ามาประหัตประหาร
ฝ่ายหนึ่งเหนื่อยล้าอ่อนกำาลัง อีกฝ่ายหนึ่งเตมไปด้้วยพละ กำาลังพร้อมรบ การต่อสู้ครั้งนี้จึงไม่เท่าเทียมตั้งแต่เริ่มต้น
เพิ่งจะต่อสู้กันไปได้้แค่หนึ่งเค่อ ผู้ประลองสองคนของสำา นักหลิงอวิ๋นกมถูกลูกศิษย์สำานักโลหิตฆ่าตาย
สำานักหลิงอวิ๋นที่เหลือกันเพียงหกคน เผชิญหน้ากับลูก ศิษย์สำานักโลหิตห้าคนที่มีอวี๋ถงเป็นผู้นำา จึงตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ อย่างถึงที่สุด้ จำาต้องปล่อยสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไป หวัง ว่าเมื่อคนของอีกสามสำานักที่อยู่ใกล้เคียงมองเหมนจะรีบเข้ามาช่วย เหลือ
“เพีกยะๆๆ!”
ข้างกายของอวี๋ถง งูโลหิตยาวห้าหกเมตร ลำาตัวหนาเท่า นิ้วหัวแม่มือตัวหนึ่งส่งเสียงด้ังราวแส้
งูโลหิตตัวแล้วตัวเล่าปล่อยกลิ่นคาวเลือด้แสบจมูก ทั้งยัง แฝงเร้นไว้ด้้วยพลังแปลกประหลาด้ที่ทำาให้กระแสเลือด้ของผู้คนสูญ เสียการควบคุมตัว
ขณะที่เจียงหลิงจูต่อสู้กับอวี๋ถง ยังต้องแบ่งสมาธิไป ควบคุมการเคลื่อนไหวของกระแสเลือด้ในร่างกายด้้วย สภาพของ นางจึงย่ำาแย่อย่างยิ่ง
“เพีกยะ!”
งูโลหิตตัวยาวตัวหนึ่งพลันโผล่ออกมาจากพื้นทรายด้้าน หลังเจียงหลิงจู แล้วฟาด้เข้าไปที่ด้้านหลังนางอย่างแรง
เจียงหลิงจูร้องอู้อี้หนึ่งครั้ง สัมผัสได้้ถึงความปวด้แสบปวด้ ร้อนที่ด้้านหลังทันที ร่างของนางโซซัด้โซเซถลาไปข้างหน้า
“เพีกยะๆ!”
ภายใต้การควบคุมของอวี๋ถง งูโลหิตจำานวนมากยิ่งกว่า เด้ิมพุ่งเข้าฉกกัด้นางราวกับต้องการเขมือบกลืนนางเข้าไป
“โล่แปลงเมฆา!”
กลุ่มเมฆหลายก้อนพลันลอยออกมาจากในโล่สีเงินที่เจียง หลิงจูถืออยู่ กลายมาเป็นชั้นปองกันหนาแน่นปกคลุมไปทั่วกายที่โซ ซัด้โซเซของเจียงหลิงจู
“เพีกยะๆๆ!”
งูโลหิตมากมายหลายตัวฟาด้สะบัด้ลงบนเมฆหนาแน่นชั้น นอกจนเกิด้เสียงเพีกยะๆ ด้ังเซมงแซ่
เจียงหลิงจูหน้าซีด้ขาว คล้ายว่าสูญเสียพลังวิญญาณไป เป็นจำานวนมาก นางกล่าวด้้วยความเคียด้แค้น: “นางคนต่ำาช้า! หาก ไม่เป็นเพราะก่อนหน้านั้นข้าสังหารกิ้งก่าด้ินจนสูญเสียพลังวิญญาณ ไปส่วนหนึ่ง ผู้หญิงอย่างเจ้ากมอย่าได้้หวังว่าจะโจมตีข้าได้้”
“อ้อ” อวี๋ถงตอบรับอย่างเยมนชาหนึ่งประโยค สีหน้าไร้ อารมณ์ ลงมืออย่างเหี้ยมโหด้ต่อไป
“ฟู่ว!”
และเวลานี้เอง เงาร่างหนึ่งพลันเผยกายขึ้นมาอย่าง กะทันหันด้้านหลังเนินทราย
“เนี่ยเทียน!”
เนี่ยเสียนที่ถูกลูกศิษย์ของสำานักโลหิตคนหนึ่งบีบให้ต้อง ถอยร่นจนเกือบจะตกลงไปในทะเลสาบ พลันร้องอุทานอย่างตก ตะลึง
“เนี่ยเทียน!” เจียงหลิงจูฮึกเหิมขึ้นมา กล่าวด้้วยความปิติ ยินด้ี: “อันอิ่งล่ะ? พวกเขาตามมาด้้วยหรือเปล่า?”
“อืม อีกเด้ี๋ยวกมาถึงแล้ว” เนี่ยเทียนตะโกนตอบ
พวกลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋นที่ใกล้จะอยู่ในสภาพอับจน เตมที พอได้้ยินว่าคนของหอหลิงเป่ากำาลังจะมาถึงในไม่ช้า ต่างกมตื่น เต้นกันขึ้นมา
“ทุกคนยืนหยัด้กันอีกหน่อย!”