ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 52 อานุภาพของหนึ่งหมัด้!
เมื่อเนี่ยเทียนมาถึง เขายังไม่ได้้เข้าไปร่วมต่อสู้ด้้วย แต่ สังเกตสถานการณ์การสู้รบก่อน
มองปราด้เด้ียวเขากมเหมนอวี๋ถงแห่งสำานักโลหิตทันที
อวี๋ถงที่มองดู้แล้วอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี ร่างกายอวบ อิ่มสมบูรณ์แบบ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น รอบกายนางมีงูโลหิตลอยวน เวียนอยู่หนึ่งตัว
นางที่ร่ายเวทลับ “ระบำางูโลหิต” ของสำานักโลหิต โบก สะบัด้เส้นโค้งงอมีเสน่ห์ราวกับกำาลังร่ายรำา ท่วงท่าสง่างาม ทำาให้ เนี่ยเทียนอด้มองนางอยู่หลายครั้งไม่ได้้
คู่ต่อสู้ของนางเป็นถึงเจียงหลิงจู นี่กมหมายความว่านางคือ ผู้ที่แขมงแกร่งที่สุด้ของสำานักโลหิตในโลกมายามรกตแห่งนี้
หลังจากเข้าใจชัด้เจนในจุด้นี้ เนี่ยเทียนกมองนางเป็นเปอา หมายสำาคัญทันที เตรียมลงมือจัด้การนาง
เหมนเนี่ยเทียนปรากฏกาย รู้ว่าผู้ประลองของหอหลิงเป่า กำาลังจะมาถึง อวี๋ถงจึงดู้ร้อนใจอย่างเหมนได้้ชัด้
เหมือนนางจะรู้ว่าหากใช้วิธีการทั่วไป ไม่ลงทุนอะไรสัก หน่อย กมแทบจะไม่สามารถสังหารทุกคนของสำานักหลิงอวิ๋นก่อนที่คน ของหอหลิงเป่าจะตามมาทันได้้
ลังเลเพียงเลมกน้อย นางกมตัด้สินใจทันควัน แผด้เสียงด้ังขึ้น มากะทันหัน: “เวทต้องห้ามแห่งโลหิต—เงาโลหิตทับซ้อน!”
พริบตานั้น ด้วงตาของนางกมกลายมาเป็นสีเลือด้
ปราณเลือด้เข้มข้นระลอกหนึ่งก่อกำาเนิด้ขึ้นมาในเรือนกาย อ่อนช้อยของนาง นางกัด้ปลายลิ้นตัวเอง มือทั้งสองข้าง เปลี่ยนแปลงไปตามเวทคาถา ราวกับกำาลังฉุด้ด้ึงบางอย่างจากพื้น ด้ิน
ใบหน้าแด้งปลั่งของนาง บัด้นี้เปลี่ยนมาเป็นซีด้ขาว
ดุ้จด้ั่งว่าหากเป็นอย่างต่อไป นางกมจะสูญเสียพลังงาน มหาศาล ทำาให้นางบาด้เจมบสาหัส
“จัด้การกับคู่ต่อสู้ให้เรมวที่สุด้” นางตวาด้เสียงดุ้ด้ัน
เนี่ยเทียนที่เพิ่งคิด้จะลงมือพลันหน้าเปลี่ยนสี กลายเป็นมี สีหน้าเคร่งขรึมฉับพลัน
เขาสังเกตเหมนว่าเลือด้สด้ในซากสัตว์วิเศษที่ กระจัด้กระจายอยู่รอบด้้าน รวมไปถึงเลือด้ของลูกศิษย์สำานักหลิงอ วิ๋นสองคนนั้นอยู่ๆ กมพัด้โหมขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง!
เลือด้สด้เหล่านั้นสาด้กระเซมนไปกลางอากาศ แล้วก่อตัว เข้ามาเป็นหนึ่งเด้ียวกันอย่างน่าประหลาด้
ภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างถึงขีด้สุด้ เลือด้สด้ที่มาจากใน ร่างของสัตว์วิเศษและลูกศิษย์สำานักหลิงอวิ๋นกมเกาะตัวเข้าหากันเป็น เงาโลหิตมากมายหลายหลายเงา!
เงาโลหิตสิบกว่าเงาล่องลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ได้้รับ อิทธิพลจากแรงโน้มถ่วงของพื้นด้ิน ดุ้จด้ั่งผีร้ายที่ก่อร่างขึ้นมาจาก เลือด้สด้ ซึ่งกำาลังแสยะปากกางเลมบพุ่งกระโจนเข้าใส่พวกเนี่ยเสียน
“เวทต้องห้ามแห่งโลหิต—เลือด้ไหลย้อนกลับ!”
ภายใต้คำาสั่งของอวี๋ถง ลูกศิษย์อีกสี่คนที่เหลือของสำานัก โลหิตต่างกมแผด้เสียงกร้าวด้้วยความดุ้ร้าย
ด้วงตาของพวกเขาทั้งสี่คนพลันเปลี่ยนมาเป็นสีชาด้ ราวกับเตมไปด้้วยเลือด้สด้เช่นเด้ียวกัน แต่ละคนเผยความน่าสะพรึง กลัวออกมา
สนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้แห่งหนึ่งถูกปล่อยออกมา จากร่างของพวกเขาทั้งสี่ มันแผ่ขยายไปรอบด้้านอย่างรวด้เรมว
“ตู้ม!”
เนี่ยเสียนที่พ่ายแพ้ถอยร่น หลังจากถูกสนามแม่เหลมกนั้น ปกคลุมกมกระอักเลือด้ออกมาคำาใหญ่ ร่วงโครมลงไปในทะเลสาบ
ลูกศิษย์อื่นๆ ของสำานักหลิงอวิ๋นเมื่อโด้นสนามแม่เหลมก เลือด้นั้นรบกวน ต่างกมใบหน้าแด้งก่ำาคล้ายถูกพลังที่ไม่รู้ชื่อโจมตี อย่างหนัก พากันถอยร่นไม่เป็นขบวน
สนามแม่เหลมกแปลกประหลาด้แผ่กระจาย ไม่นานกมาถึง จุด้ที่เนี่ยเทียนยืนอยู่
“โอ้ย!”
เนี่ยเทียนเองกมหน้าเปลี่ยนสีกะทันหัน ตอนที่สนามแม่เหลมก นั้นแผ่มา เขาพบว่าเลือด้สด้ในร่างไหลย้อนกลับผิด้ปกติ!
เลือด้ที่ไหลย้อนกลับ ทำาให้มหาสมุทรวิญญาณในร่างของ เขายุ่งเหยิง ไม่สามารถรวบรวมพลังวิญญาณได้้อย่างรวด้เรมว
เขาเข้าใจทันทีว่าเหตุใด้หลังจากที่ลูกศิษย์ของ สำานักโลหิตสี่คนนั้น ร่ายเวทต้องห้ามแห่งโลหิต—เลือด้ไหลย้อนกลับ ออกมา พวกเนี่ยเสียนถึงไร้พลังในการสู้รบ ทำาได้้เพียงหลบหลีก อย่างต่อเนื่อง
“ฉวยโอกาสนี้ฆ่าพวกเขาซะ!” อวี๋ถงกล่าวด้้วยน้ำา เสียงเยมนชา
“ฟู่ว!”
เจียงหลิงจูที่ต่อสู้กับนางกมถูกผลกระทบจากเวทต้องห้าม โลหิตเช่นกัน ไม่กล้าฝืนต่อต้านนางอีก จึงถอยฉากไปทันที
ทว่าเงาโลหิตที่แปลงกายมาจากเลือด้สด้เหล่านั้นกลับล่อง ลอยอยู่กลางอากาศ กระโจนเข้าใส่ทุกคนราวผีร้าย
เนี่ยเทียนมีใบหน้าร้อนรน หันหน้ากลับไปมองข้างหลัง อย่างห้ามไม่ได้้ หวังว่าพวกอันอิ่งจะมาถึงโด้ยเรมว
เขามองเหมนอันอิ่ง พันเทา เจิ้งรุ่ยสามคนที่เวลานี้ยังห่าง จากเขาไปอีกหนึ่งร้อยเมตรกว่า ส่วนพวกถงฮ่าวกมยิ่งอยู่ห่างออกไป
“ไม่ทันแล้ว!”
เขาที่อยู่ในสภาวะพลุ่งพล่านไม่เป็นสุข สายตาโหด้เหี้ยม ขึ้นมาอย่างเหมนได้้ชัด้ ความโกรธแค้นของเขาพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
และเวลานี้เอง เขาค้นพบอย่างแปลกใจระคนตกใจว่า ความผิด้ปกติของการไหลเวียนเลือด้ในร่างของเขากลับหยุด้ลงอย่าง มหัศจรรย์
เลือด้สด้ของเขาคล้ายจะหลุด้พ้นจากอิทธิพลของเวทต้อง ห้ามโลหิตภายในระยะเวลาอันสั้น
“หมัด้พิโรธ!” เนี่ยเทียนที่ไฟโทสะในด้วงตา ลุกโหม พอพบว่าการไหลเวียนของเลือด้กลับมาเป็นปกติ มหาสมุทร วิญญาณกมเปลี่ยนมาเป็นมั่นคง อยู่ในสภาพพร้อมรบ พุ่งเข้าใส่อวี๋ถ งด้้วยความบ้าคลั่งทันที
พลังวิญญาณบริสุทธิ์ที่เข้มข้นพลันทะลักทลายเข้าไปใน แขนของราวกับลำาธารเลมกๆ ที่ไหลริน
หมัด้ที่เขากำาไว้แน่นและชูขึ้นสูงนั้น ส่องแสงสว่างโชติช่วง ราวคบเพลิง! ความโกรธเคืองไร้ที่สิ้นสุด้ซึ่งก่อเกิด้ขึ้นมาใน ใจของเขาแฝงเร้นอยู่ในหมัด้นั้น ทำาให้หมัด้นี้ราวกับลุกไหม้ไปด้้วยไฟ โทสะเด้ือด้ด้าล พลังอำานาจน่าตกใจถึงขีด้สุด้
ไม่รู้ว่าเหตุใด้ อวี๋ถึงถึงสัมผัสได้้ว่าหมัด้นั้นของเนี่ยเทียนมี พลังคลุ้มคลั่งมากพอที่จะต่อยนางให้ตายได้้ทันที
นางหน้าถอด้สีตะลึงพรึงเพริด้
“เงาโลหิตกลับสำานัก!”
พวกเงาโลหิตดุ้ร้ายแต่ละเงาที่กระโจนเข้าใส่พวกเนี่ยเสีย นกลายร่างเป็นแสงสีเลือด้แล้วหายไปในพริบตา
ชั่วขณะนั้น เบื้องหน้าอวี๋ถงกมีเงาโลหิตเจมด้ร่างปรากฏขึ้น มา!
เงาโลหิตทั้งเจมด้เรียงแถวกันเผชิญหน้ากับเนี่ยเทียน แล้ว ด้าหน้าเข้าหา
“ตายซะเถอะ!”
เนี่ยเทียนคำารามก้อง หมัด้ที่เปี่ยมล้นไปด้้วยพลังวิญญาณ และความแค้นเคืองกระแทกออกไปอย่างเหี้ยมหาญ
“ตูมๆ! ตูมๆๆ! ตูมๆ!”
ภายใต้หมัด้นั้น เงาโลหิตแตกสลายไปทีละเงา กลายเป็น เลือด้สด้ที่สาด้กระเซมนไปทั่วท้องฟอา
เงาโลหิตทั้งเจมด้ที่เรียงแถวเป็นหนึ่งไม่สามารถกั้นขวาง พละกำาลังของหมัด้นั้นได้้ จึงถูกทำาลายลงไปหมด้
พลานุภาพของหมัด้นั้นไม่ได้้ลด้น้อยลง หลังจากกระแทก เข้าทำาลายเงาโลหิตทั้งเจมด้นั้นแล้ว ยังคงด้ึงด้ันที่จะโจมตีที่อวี๋ถง
ด้วงตาที่เปล่งประกายสีเลือด้ของอวี๋ถง อยู่ๆ กมก่อตัวกัน เป็นสีเข้ม มือเรียวบางด้ึงรั้งให้มันรวมตัวกันอย่างต่อเนื่อง ตวาด้ เสียงต่ำา: “เวทต้องห้ามโลหิต—โล่โลหิต!”
จบเสียงนั้น ร่างกายของนางที่เด้ิมทีอวบอิ่มสมบูรณ์ซูบ ผอมลงทันควันคล้ายถูกด้ึงเลือด้ออกไปในชั่วพริบตา
“ฟู่วๆๆ!”
ปราณเลือด้จำานวนมากพลันพุ่งทะลักทลายออกมาจากใน ร่างของนาง กลายร่างเป็นโล่ขนาด้เลมกอยู่เบื้องหน้านาง
เมื่อโล่โลหิตนั้นปรากฏตัว หมัด้ของเนี่ยเทียนจึงเหวี่ยงโด้น มันโด้ยตรง
“ตูม!”
โล่โลหิตแค่เปล่งแสงวาบทีเด้ียวกมระเบิด้เป็นเศษเลมกเศษ น้อย แสงสีเลือด้เลมกๆ มากมายบินกระจัด้กระจาย
อวี๋ถงร้องอู้อี้ในลำาคอ มุมปากแด้งสด้มีเลือด้ไหลซึมออกมา
“ฟิ้ว!”
เรือนร่างอรชรของนางราวกับกลายมาเป็นเงาโลหิต ถอย ร่นไปกลางอากาศราวกับปีศาจร้าย
“ไป!”
อวี๋ถงที่กลายร่างเป็นเงาโลหิตลอยตัวอยู่กลางอากาศได้้ครู่ เด้ียว พอร่วงลงสู่พื้นอีกครั้งนางกมวิ่งฉิวไปไกลโด้ยไม่เหลียวหลังกลับ มาอีก
ลูกศิษย์สำานักโลหิตอีกสี่คนที่เหลือเมื่อได้้ยินคำาสั่งของอ วี๋ถง รู้ด้ีอยู่แก่ใจว่าขอแค่ไล่โจมตีอีกครู่หนึ่งกมจะสามารถฆ่าคน ทั้งหมด้ของสำานักหลิงอวิ๋นได้้แล้ว ทว่ากมยังเลือกละทิ้งไปก่อน
พวกเขาเองกมกลายร่างเป็นเลือด้สี่เส้นไล่ตามหลังอวี๋ถงไป
เนี่ยเทียนที่หลังจากโจมตีหนึ่งหมัด้ พลังวิญญาณในร่างถูก เผาผลาญจนสิ้น เมื่อโล่โลหิตชิ้นนั้นแตกกระจาย เขากมนั่งแปะลงไป บนพื้น ได้้แต่หอบหายใจอย่างหนัก
พวกเนี่ยเสียนที่ยังโด้นอิทธิพลจากเวทต้องห้ามเลือด้ไหล ย้อนกลับ มองเหมนกับตาตัวเองว่าพวกอวี๋ถงห้าคนจากไปอย่าง ง่ายด้ายโด้ยที่ไม่แยแสอะไรสักอย่าง
“บึ้ม!”
เงาโลหิตที่เหลืออีกไม่กี่เงา หลังจากที่พวกอวี๋ถงห้าคนหาย ลับไปไกลกมระเบิด้ขึ้นมากะทันหัน กลายเป็นหยด้เลือด้ที่ตกลงบนพื้น
“คนล่ะ?”
“คนของสำานักโลหิตล่ะ?”
และเวลานี้เอง พวกอันอิ่ง พันเทาและเจิ้งรุ่ยสามคนถึงเพิ่ง จะตามมาถึง
“ทางนั้น!” เจียงหลิงจูชี้ทิศทางที่อวี๋ถงหนีไป “รีบตามไป เรมว! พวกเขาบาด้เจมบ พยายามฆ่าพวกเขาให้ได้้!”
“พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” อันอิ่งถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร! ตาม รีบตามพวกเขาไป!” เจียงหลิงจูกล่าว อย่างร้อนรน
“ได้้!”
พวกอันอิ่งสามคนรู้ว่าอีกเด้ี๋ยวพวกถงฮ่าว กัวฉีที่อยู่เบื้อง หลังกมจะตามมาถึง จึงไล่ตามพวกลูกศิษย์สำานักโลหิตไปทันที
เจียงหลิงจูที่บัด้นี้หลุด้พ้นจากเวทต้องห้ามเลือด้ไหลย้อน กลับแล้ว กะพริบตาปริบๆ มองเนี่ยเทียนด้้วยประกายตาพริบพราว
ไม่เพียงแต่นางเท่านั้น เนี่ยเสียนที่ปีนออกมาจากใน ทะเลสาบกมองเนี่ยเทียนด้้วยความตื่นตะลึงถึงขีด้สุด้ ราวกับว่าเพิ่ง รู้จักน้องชายร่วมตระกูลวันนี้เป็นวันแรก
“เขากมคือเนี่ยเทียน?”
เย่กูโม่ที่มาจากสำานักหลิงอวิ๋นและรอด้ตายมาจากภัยพิบัติ ครั้งใหญ่เช่นกัน มองเขาด้้วยความตะลึง จากนั้นกมกล่าวกับเจียงหลิง จูว่า: “คนที่ท่านอาลี่กำาชับให้พวกเราคอยดู้แลในโลกมายามรกตกม คือเขา?”
เจียงหลิงจูรู้สึกกระอักกระอ่วนเลมกน้อย ทว่ายังคงพยัก หน้าเบาๆ “อืม เขานี่แหละ”
“เขาจำาเป็นต้องให้พวกเราดู้แลด้้วยหรือ?” เย่กูโม่มีสีหน้า แปลกใจ “เมื่อครู่แม้ว่าข้าจะพ่ายแพ้ถอยร่นไม่เป็นท่า แต่ข้ากมเหมน ชัด้เจนว่า หมัด้เด้ียวของเขากมกระแทกให้เงาโลหิตเจมด้ตนที่นางมาร นั่นหลอมรวมขึ้นมาระเบิด้ออกได้้ แถมยังทำาให้โล่โลหิตของนางมาร นั่นพังทลาย เพราะหมัด้เด้ียวของเขาบีบให้นางมารนั่นถอยร่น เขา…จำาเป็นต้องให้พวกเราปกปองจริงๆ หรือ?”
หยุด้ไปครู่หนึ่ง เย่กูโม่กมส่ายหัว จากนั้นจึงพูด้พึมพำากับตัว เอง: “ศิษย์น้องหญิง บางทีเจ้าอาจจะเข้าใจผิด้ไป ความหมายของ อาจารย์ลี่อาจจะให้เขาดู้แลพวกเราในโลกมายามรกตมากกว่า”
“เหอะๆ ถ้าอย่างนั้นข้ากมคงจะฟังผิด้ไปแล้วล่ะ” เจียงหลิง จูหัวเราะอย่างผ่อนคลาย