ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 53 พลังงานเจมด้เท่า!
“เนี่ยเทียน!”
“พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?”
และเวลานี้เอง พวกกัวฉี ถงฮ่าวที่รั้งท้ายถึงได้้ตามมาทัน พร้อมหยาด้เหงื่อเตมหน้า
“พวกพี่พันล่ะ?” กัวฉีกล่าว
“ไล่ตามคนของสำานักโลหิตไปแล้ว” เนี่ยเทียนตอบส่งๆ ไป หนึ่งประโยคจากนั้นกมหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษชิ้นใหญ่ที่อยู่ด้้านหลัง ออกมา โยนให้เจียงเหมียว กล่าวว่า: “ช่วยย่างให้ข้าที”
เนื่องจากช่วงนี้ไม่เจอสัตว์วิเศษอื่นๆ ในเขตเกาะน้ำาแขมง เนื้อสัตว์วิเศษที่เนี่ยเทียนแบกมาด้้วยจึงเหลืออยู่ไม่มากนัก
ตอนนี้เนื้อวิเศษที่เขาพกติด้ตัวมามีเพียงแค่สิบกว่าจิน ซึ่ง แทบจะไม่พอให้เขากินคนเด้ียว
ทว่าเมื่อเขาส่งเนื้อวิเศษชิ้นนั้นให้กับเจียงเหมียว อยู่ๆ ความคิด้เขากมฉุกวาบขึ้น
เขาจ้องเขมมงไปยังเนื้อสัตว์วิเศษของทะเลทรายร้างที่พวก สำานักหลิงอวิ๋นเป็นคนฆ่า โด้ยเฉพาะ…กิ้งก่าด้ินตัวนั้น!
กิ้งก่าด้ินคือสัตว์วิเศษระด้ับสอง หลังจากได้้รับบาด้เจมบจึง หนีมาอยู่ที่ทะเลทรายร้าง แต่กลับถูกพวกอันอิ่งหาตัวเจอ หลังจาก ต่อสู้กันอย่างยากลำาบากอยู่พักหนึ่ง ในที่สุด้กมสังหารกิ้งก่าด้ินได้้
ศีรษะของกิ้งก่าด้ินถูกเจียงหลิงจูบั่นออกไปแล้ว ทว่า ร่างกายของมันตอนนี้ยังคงอยู่ในทะเลสาบ
สัตว์วิเศษระด้ับสองแขมงแกร่งกว่าสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งอยู่ มาก พลังงานที่ซุกซ่อนอยู่ในเลือด้เนื้อแน่นอนว่าย่อมสูงกว่าหลาย เท่า
เนี่ยเทียนที่เพิ่งจะสำาแด้งหมัด้พิโรธออกไปจนพลัง วิญญาณทั้งหมด้ในมหาสมุทรวิญญาณถูกด้ึงไปใช้จนเกลี้ยง ร้อนใจ ต้องการฟื้นตัวให้ได้้เรมวที่สุด้
เนื้อบนร่างของกิ้งก่าด้ิน สำาหรับเขาแล้ว ไม่ต้องสงสัยเลย ว่ามันคืออาหารบำารุงชั้นเลิศ
ลังเลอยู่เลมกน้อย เขากมองไปทางเจียงหลิงจูแล้วถามขึ้น มากะทันหัน: “หัวของกิ้งก่าด้ิน ข้าไม่ต้องการ แต่เนื้อของมัน…แบ่ง ให้ข้าหน่อยได้้หรือไม่? ข้ารู้สึกหิวเลมกน้อย”
“ฮ่า อย่าว่าแต่เนื้อของกิ้งก่าด้ินเลย ต่อให้เป็นหัวของมัน หากเจ้าต้องการ ข้ากมอบให้เจ้าได้้” ด้วงตาเจียงหลิงจูเปล่งประกาย ระยิบระยับ มุมปากยกยิ้ม สั่งการเย่กูโม่ทันที “พี่ใหญ่เย่ เนี่ยเทียน หิวแล้ว อยากเอาเนื้อของกิ้งก่าด้ินมากินสักหน่อย”
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ข้าจะช่วยย่างให้เขาเองเลยล่ะ!” เย่กู โม่ตอบรับอย่างรวด้เรมว
พูด้จบ เย่กูโม่กมยกนิ้วโปองให้กับเนี่ยเทียน ขยิบตาให้อีก หนึ่งทีกมเด้ินไปแล่เนื้อของกิ้งก่าด้ินมาย่างให้เขา
เวลานี้ เจียงหลิงจูและเนี่ยเสียนที่เนี่ยเทียนคุ้นเคยเป็น อย่างด้ี ต่างกมาหยุด้อยู่ข้างกายเขา
“เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?” เจียงหลิงจูถามด้้วยความเป็นห่วง
เนี่ยเทียนส่ายหัว “แค่เผาผลาญพลังมากเกินไป ตอนนี้ข้า ไร้เรี่ยวแรงไปหมด้ จำาเป็นต้องพักผ่อนสักครู่หนึ่ง”
“เนี่ยเทียน ตอนนี้…เจ้าฝึกบำาเพมญตบะอยู่ในขั้นไหน แล้ว?” เนี่ยเสียนเอ่ยด้้วยความสงสัย
ก่อนหน้านั้น เนี่ยเทียนใช้แค่หมัด้เด้ียวกมทำาให้เงาโลหิตที่ นางมารอวี๋ถงหลอมรวมออกมาพังทลายจนหมด้ ทั้งยังทำาให้โล่หน้า เด้ียวที่อวี๋ถงใช้พลังเลือด้ของตัวเองแปลงออกมาระเบิด้ออกในพริบ ตาเด้ียว
ภายใต้การโจมตีครั้งเด้ียวของเนี่ยเทียน อวี๋ถงบาด้เจมบ มองเหมนว่าพวกพันเทาใกล้จะตามมาทัน จึงจำาต้องถอยร่นกลับไป
อานุภาพของหมัด้นั้นทำาให้เนี่ยเสียนแทบจะไม่เชื่อสายตา ของตัวเอง เขาเกิด้ความประทับใจลึกล้ำาอย่างถึงขีด้สุด้
เขาจำาได้้ว่าหลังจากเขาออกมาจากตระกูลเนี่ย ก่อนหน้าที่ จะถูกลี่ฝานรับเข้าไปอยู่สำานักหลิงอวิ๋น เนี่ยเทียนอยู่แค่ขอบเขต หลอมลมปราณสี่เท่านั้น
เนี่ยเทียนในตอนนั้น นอกจากร่างกายแขมงแกร่งบึกบึนแล้ว กมไม่มีจุด้ที่มหัศจรรย์มากเท่าไหร่นัก
เขามิอาจจินตนาการได้้เลยว่าผ่านไปแค่ปีเด้ียว เนี่ยเทียน จะมีอานุภาพของหมัด้ที่ทำาให้อวี๋ถงตกใจจนหนีไปได้้
“คือว่า ไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งฝ่าทะลุขอบเขตหลอมลมปราณ เจมด้” เนี่ยเทียนตอบ
“ประมาณหนึ่งปี จากขั้นสี่มาถึงขั้นเจมด้…” เนี่ยเสียนพึม พำา สายตาที่มองเขาราวกับมองตัวประหลาด้
เจียงหลิงจูอ้าปากหวอ จ้องเขาด้้วยความประหลาด้ใจ “เจ้าจะเก่งเกินไปหน่อยไหม?”
ตอนที่อยู่เมืองเฮยอวิ๋น นางเหมนกับตาตัวเองตอนที่เนี่ย เทียนต่อสู้กับอวิ๋นซง นางเชื่อว่าเนี่ยเทียนในตอนนั้นอยู่แค่ขั้นหลอม ลมปราณสี่จริง
ปีเด้ียว จากหลอมลมปราณขั้นสี่กระโด้ด้เข้ามาสู่หลอม ลมปราณเจมด้ นี่ทำาให้นางที่ความรู้กว้างขวางในสำานักหลิงอวิ๋นรู้สึก ถึงความแปลกประหลาด้อย่างถึงที่สุด้
“ข้าโชคด้ี” เนี่ยเทียนกล่าวด้้วยเสียงหัวเราะ
ขณะที่พวกเขาพูด้คุยกัน พวกอันอิ่ง พันเทา เจิ้งรุ่ยสามคน กลับมาด้้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว
“เจ้าพวกนั้นของสำานักโลหิตเผ่นหนีได้้เรมวไม่ด้้อยไปกว่า สำานักภูตผีเลย” อันอิ่งยืนอยู่ข้างกายเจียงหลิงจู ถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าวว่า: “เด้ิมนึกว่าพอมาถึงทะเลทรายร้างจะยืมใช้พลังของพวก เจ้าไปฆ่าลูกศิษย์สำานักภูตผี นึกไม่ถึงว่าคนของสำานักโลหิตกมเข้ามาใน โลกมายามรกตด้้วย”
“ว่าไงนะ?”
ผู้ประลองของสำานักหลิงอวิ๋นพอได้้ยินนางพูด้อย่างนี้กมพา กันหน้าเปลี่ยนสีทันที
“พวกเจ้าเจอกับลูกศิษย์สำานักภูตผี?” เจียงหลิงจูอุทาน เบาๆ
“พวกเรายังถือว่าด้ี” พันเทายิ้มเจื่อน “หุบเขาเทาสิอนาถ หนัก เท่าที่พวกเราเหมน หุบเขาเทาถูกสำานักภูตผีฆ่าไปแล้วห้าคน สภาพตอนตาย…น่าเวทนาจนแทบทนมองไม่ได้้”
“พวกเราเองกมถูกคนของสำานักภูตผีฆ่าสหายไปหนึ่งคน” เจิ้งรุ่ยกล่าวเสียงเบา
“สำานักโลหิต สำานักภูตผี…” เจียงหลิงจูขมวด้คิ้วมุ่น บนใบ หน้าเลมกๆ ใสสะอาด้ของนางราวกับอยู่ๆ กมเตมไปด้้วยพยับเมฆ “ไม่รู้ว่าทางฝ่ายของอารามเสวียนอู้จะเป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าพวก เขาคงไม่ซวยนัก นับแต่นี้ไป ทางที่ด้ีที่สุด้ทุกคนไม่ควรแยกจากกัน ทั้งยังต้องพยายามตามหาคนของอารามเสวียนอู้และหุบเขาเทาโด้ย ด้่วน ต้องร่วมมือกันถึงจะพอต้านทานสำานักโลหิต และสำานักภูตผี ได้้”
“พวกเรามาที่ทะเลทรายร้างกมเพราะต้องการตามหาพวก เจ้า เพื่อที่จะไปโจมตีลูกศิษย์สำานักภูตผีที่เกาะน้ำาแขมง” อันอิ่งอธิบาย
“หากสำานักโลหิตและสำานักภูตผีพบว่าพวกเราร่วมมือกัน ไม่แยกจากกันไปไหน พวกเขา…กมจะต้องร่วมมือกันเหมือนเรา” พัน เทากล่าว
“การประลองของโลกมายามรกตอันตรายกว่าที่พวกเรา คิด้ไว้เป็นสิบเท่า” เจียงหลิงจูคิด้อยู่ครู่หนึ่งกมกล่าวว่า: “พวกเรา จำาเป็นต้องฟื้นคืนพลังให้เรมวที่สุด้ เพื่อรับมือกับการต่อสู้ที่อาจเกิด้ขึ้น ได้้ทุกเมื่อ ตอนนี้ไม่มัวมาพูด้มากกับพวกเจ้าแล้ว”
“ทุกคนรีบใช้หินวิเศษในมือมาฟื้นพลังให้เรมวที่สุด้!”
นอกจากเย่กูโม่แล้ว ผู้ประลองเหล่านั้นของสำานักหลิงอวิ๋ นที่ยังมีชีวิตอยู่ล้วนไม่พูด้อะไรอีก แต่ละคนนั่งลงเงียบๆ
พวกเขาทุกคนล้วนมีสีหน้าเคร่งขรึม ไม่กล้าทำาตัวผ่อน คลายอีกแม้แต่นิด้เด้ียว
เด้ิมนึกว่าหลังจากรวมตัวกับหอหลิงเป่า ลูกศิษย์ของสำานัก โลหิตห้าคนที่มีอวี๋ถงเป็นหัวหน้าจะไม่สามารถเป็นภัยคุกคามต่อพวก เขาได้้อีก
นึกไม่ถึงว่าการที่หอหลิงเป่าเข้ามาในทะเลทรายร้างกมเพื่อ ขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ให้ไปรับมือกับสำานักภูตผี
พอรู้ว่าสำานักภูตผีกมอยู่ในโลกมายามรกตด้้วย ทำาให้พวก เขารู้สึกถึงความยากลำาบากในหนทางเบื้องหน้า ศพของสหายสอง คนนอนอยู่ข้างกายพวกเขา หากพวกเขาไม่อยากกลายเป็นศพกม จำาเป็นต้องรักษาความรู้สึกตึงเครียด้ไว้ตลอด้เวลา
พวกอันอิ่งกมไม่มีอารมณ์จะพูด้อะไร ในใจต่างมีเรื่อง มากมายให้ขบคิด้
“อ่ะ เนื้อกิ้งก่าด้ินที่เจ้าต้องการ”
เวลานี้ เย่กูโม่ฉีกเอาเนื้อสุกแล้วที่หนักสิบกว่าจินชิ้นหนึ่ง มาหยุด้อยู่ข้างกายเนี่ยเทียน แล้วส่งมอบเนื้อที่มากพอเนี่ยเทียนกิน ให้กับเขา
หลังจากเนี่ยเทียนรับมาแล้ว เย่กูโม่กมนั่งลงข้างกายเจียง หลิงจูและเนี่ยเสียน แล้วหยิบเอาหินวิเศษออกมาฟื้นคืนพลัง วิญญาณเช่นกัน
“เนื้อแค่นั้นไม่มีทางพอให้เขากินหรอก” พันเทาพึมพำา หนึ่งประโยค พลันพูด้ขึ้นว่า: “ช่วงนี้ทุกคนล้วนเอาแต่ง่วนอยู่กับการ เด้ินทางผ่านเกาะน้ำาแขมง ไม่มีเวลาได้้กินอะไรกันด้ีๆ สักมื้อ สัตว์ วิเศษที่นี่มีมากพอ เมื่อครู่พวกเราไม่ได้้เข้าร่วมการต่อสู้ ไม่จำาเป็น ต้องฟื้นพลังทันที งั้นกมาเสพสุขกับอาหารรสเลิศสักมื้อเถอะ”
เขาก้าวยาวๆ มาทางกิ้งก่าด้ิน
เย่กูโม่ไม่รู้ปริมาณอาหารของเนี่ยเทียน เข้าใจว่าเนื้อสุกสิบ กว่าจินกมพอให้เนี่ยเทียนกินอิ่มแล้ว
พันเทาและเนี่ยเทียนอยู่ด้้วยกันมานานขนาด้นี้ แน่นอน ย่อมรู้ว่าหากเนี่ยเทียนคิด้จะกินให้อิ่ม อย่างน้อยยังต้องการเนื้อสัตว์ มากกว่านั้นอีกห้าเท่า ด้ังนั้นแท้จริงแล้วข้อเสนอของเขาจึงเอ่ยขึ้นมา เพื่อเนี่ยเทียน
“เนี่ยเทียน นี่คือเนื้อสัตว์วิเศษที่เจ้าให้ข้าย่างให้” เจียง เหมียวเด้ินเอาเนื้อสุกหนักสิบกว่าจินก้อนหนึ่งที่เสียบด้้วยกิ่งไม้หนา ใหญ่มาส่งให้เขา
หลังจากที่เนี่ยเทียนรับมากมเอ่ยขอบคุณหนึ่งครั้ง
เจียงเหมียวไม่ได้้จากไปทันที ยังคงจ้องมองเขา นัยน์ตา เตมไปด้้วยคาด้หวัง
เมื่อนางสังเกตเหมนว่าที่เนี่ยเทียนเลือกกินก่อนคือเนื้อสุกที่ นางย่างให้ ไม่ใช่เนื้อกิ้งก่าด้ิน นางกมยิ้มหวาน กล่าวด้้วยความด้ีใจ: “ข้าจะช่วยย่างมาให้เจ้าอีก” กล่าวจบนางจึงกระโด้ด้โลด้เต้นจากไป
พอเนื้อสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่งสิบกว่าจินลงไปอยู่ในท้อง เนี่ย เทียนกมหลับตาลงทันที
เพียงแค่ครู่เด้ียวเขากมรู้สึกถึงกระแสอบอุ่นที่ก่อกำาเนิด้ขึ้น มาในช่องท้อง ราวกับว่าพลังงานทั้งหมด้ที่มาจากเนื้อสัตว์พวกนั้น ล้วนถูกดู้ด้เอาไปจนเกลี้ยงในช่วงระยะเวลาที่สั้นที่สุด้
พอลืมตา เขากมองเหมนว่าบนเนินทรายข้างกายเขามีกิ่งไม้ กิ่งใหญ่เสียบชิ้นเนื้อวางเอาไว้มากมาย
มองไปรอบด้้านเขาพบว่าพวกอันอิ่งและพันเทานั่งรวมอยู่ ด้้วยกัน ทั้งกินและด้ื่มพลางพูด้คุยกันไปด้้วย
คนเหล่านั้นคล้ายจะรู้ว่าระยะเวลาการกินอาหารของเขา นั้นค่อนข้างยาวนาน ด้ังนั้นจึงไม่มีใครมารบกวนเขา ทว่ากิ่งไม้กิ่ง ใหญ่ที่เสียบเนื้อสัตว์ไว้เตมนั้นคือผลงานของเจียงเหมียวและพันเทา
เขาแยกแยะอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงหยิบเอาเนื้อสุกของกิ้งก่าด้ิน ที่เย่กูโม่ย่างมาให้อันแรกสุด้ขึ้นมาก่อน
จากนั้นเขากมสวาปามทันทีทันใด้
ไม่นานเนื้อของกิ้งก่าด้ินหนักสิบกว่าจินกมถูกเขาเขมือบจน เกลี้ยง
กระแสอบอุ่นร้อนแรงระลอกหนึ่งค่อยๆ ก่อเกิด้ขึ้นมาใน ช่องท้องของเขา พลังงานขุ่นคลั่กมากมายกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่า กระจายไปตามกระดู้กและเลือด้เนื้อของเขาอย่างรวด้เรมว
ด้วงตาเขาพลันเปล่งประกาย รีบร่ายคาถาหลอมลมปราณ เพื่อชักนำาพลังงานที่เปี่ยมล้นเหล่านั้น
พลังงานมากมายหลายกลุ่มกลายมาเป็นลำาธาร อบอุ่นไหลไปตามเส้นชีพจรของเขา ทะลักทลายเข้าสู่มหาสมุทร วิญญาณ
เวลาสั้นๆ แค่เค่อเด้ียวเขากมค้นพบว่าพลังวิญญาณที่แห้ง ขอด้ในมหาสมุทรวิญญาณ ฟื้นตัวกลับมาแล้วเกือบสี่ส่วน!
และเวลานี้ ช่องท้องของเขากมยังคงปลด้ปล่อยพลังงาน ออกมาไม่ขาด้สาย!
เหมนได้้ชัด้ว่าเนื้อของกิ้งก่าด้ินที่กำาลังย่อยอยู่ในกระเพาะ ของเขามีพละกำาลังล้นเหลือ!
ร่างของเขาสั่นน้อยๆ รวบรวมสมาธิพยายามดู้ด้ซับเอา พลังงานในร่างกายอย่างเตมความสามารถ นำามันเข้าไปใน มหาสมุทรวิญญาณทีละส่วน
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เมื่อเขาไม่รู้สึกว่ากระแสอบอุ่น เกิด้ขึ้นในช่องท้องอีกแล้ว เขาพบว่าพลังวิญญาณในมหาสมุทร วิญญาณเพิ่มมากถึงแปด้ส่วน!
“เจมด้เท่า!” เขาแอบรู้สึกประทับใจ
เนื้อสัตว์วิเศษที่มีขนาด้เท่ากันถูกส่งเข้าไปในท้องของเขา ทว่าพลังงานที่เกิด้จากกิ้งก่าด้ินกลับมากกว่าเนื้อสัตว์วิเศษระด้ับหนึ่ง ถึงเจมด้เท่าเตม!
แค่เนื้อกิ้งก่าด้ินชิ้นใหญ่ชิ้นเด้ียว พลังวิญญาณที่เขาสูญ เสียไปจนเกลี้ยงเพราะหมัด้พิโรธก่อนหน้านั้นกลับแทบจะฟื้นคืนมา ได้้เตมสัด้ส่วน!
“สัตว์วิเศษระด้ับสอง!”
ห่างกันหนึ่งร้อยกว่าเมตร เนี่ยเทียนที่จ้องศพของกิ้งก่าด้ิน ซึ่งหนักหลายร้อยจินจากที่ไกลๆ ด้วงตาพลันฉายประกายละโมบ ออกมา