ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 529 ฝ่าทะลุขั้นสังหารคน
กิ่งไม้ประดุจหยกเขียวหลายกิ่งพลันบินออกมาจากในแหวนเก็บของ ของเนี่ยเทียนแล้วกระจายอยู่รอบกายของเขา
กิ่งไม้เจ็ดสิบสองกิ่งจัดเรียงกันตามรูปแบบที่กำหนด เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว ก็ส่องประกายวาววาม ก่อตัวเป็นม่านแสงสีเขียวรุบรู่ปกคลุมเนี่ยเทียนไว้ ด้านใน
ลายเส้นต้นไม้ลึกลับซึ่งซ่อนตัวอยู่ในกิ่งไม้พลันล่องลอยออกมา
ลายเส้นต้นไม้ลึกลับไหลเวียนไปทั่วม่านแสงสีเขียวกึ่งโปร่งแสง ก่อ เกิดเป็นพลังงานที่อ่อนนุ่มทว่ากลับเหนียวแน่นแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด
มือของหงเหอที่กดลงมาปะทะกับม่านแสงสีเขียว ลายเส้นต้นไม้ ลึกลับจึงพุ่งมารวมตัวกันทันที
“ตูม!”
พลังงานระลอกหนึ่งไหลบ่าออกมาจากกลางม่านแสงอย่างบ้าคลั่ง มือ ข้างนั้นของหงเหอมีสายฟูาสีทองสาดกระเซ็น
ส่วนตัวเขาเองก็ถูกแรงผลักมหาศาลผลักให้กระเด็นโซเซถอยกรูดไป หลายก้าว
ใบหน้าเขาเผยความสงสัยไม่คลาย
“ฟูุวๆ!”
จุดแสงสีเขียวเล็กละเอียดที่มาจากพลังมหาศาลของม่านแสงปลิวว่อน ออกมาจากร่องนิ้วของเขา ก่อนจะหายไปช้าๆ
“คิดว่ามีอาวุธวิเศษปกปูองก็จะรอดไปได้อย่างงั้นหรือ?”
หงเหอตัดสินใจเด็ดเดี่ยว รวบรวมพลังจิตแหลมคมให้แทงเข้าไปยัง ม่านแสงสีเขียวนั้น
“ตูม!”
นาทีถัดมา มหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาก็ระเบิดรุนแรง กระแสจิตที่ หมายจะแทงทะลุม่านแสงสีเขียวเข้าไปสังหารเนี่ยเทียนก็พลันหายวับไป ในพริบตา
“อู้!”
ต่งลี่ที่ต้านทานสายฟูาสีทองไว้ได้จึงโผนเข้ามาหาในที่สุด เหล็กหมาด สีเขียวกลับคืนสู่มือของนาง ถูกนางตวัดฉวัดเฉวียนไม่กี่ทีก็กลายมาแสงรุ้ง สีเขียว
หงเหอที่ยังจะลงมือต่อพอเห็นว่าต่งลี่เข้ามาใกล้ก็ไม่สามารถแบ่ง สมาธิได้อีก
เงาร่างของคนทั้งสองตัดสลับเปลี่ยนตำแหน่งปะทะกันกลางอากาศ อย่างต่อเนื่องจนท้องฟูาเต็มไปด้วยแสงสีเขียวและสายฟูาสีทองตรงกลาง กิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่ง เนี่ยเทียนยังคงหลับตาแน่น ยังคงรวบรวมสมาธิทำ การแปรสภาพมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกเขาล้วนมองเห็นผ่านทิพย์จักษุอย่าง ชัดเจน วิมานสวรรค์บีบบังคับผู้อื่น ต่งลี่ต้องยอมถอยให้ด้วยความคับแค้น ใจ หงเหอไปแล้วย้อนกลับมา ทุกรายละเอียดล้วนหนีไม่พ้นเนตรอาคม ของเขา
ทว่าขณะที่กำลังอยู่ในช่วงคับขันของการฝุาทะลุ เขาไม่สามารถดึงมือ ออกไปทวงคืนความยุติธรรมให้กับต่งลี่ได้จริงๆ
ในขณะที่มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้ง สำคัญ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือพยายามแบ่งสมาธิไปให้กิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสอง กิ่งสร้างปราการปูองกันมิให้หงเหอใช้เขามาคุกคามต่งลี่ได้
วินาทีที่กิ่งไม้เจ็ดสิบสองกิ่งถูกปล่อยออกไป อันที่จริงเขาเองก็กังวล มาก กังวลว่ากิ่งไม้พวกนั้นจะไม่สำแดงศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น
แต่เรื่องจริงพิสูจน์ให้เห็นว่าลายเส้นต้นไม้ลึกลับที่เขาได้มาจาก มาตุภูมิของเผ่าไม้มีความลี้ลับมหัศจรรย์เกินคาดเดาอย่างแท้จริง
ม่านแสงสีเขียวที่มีลายเส้นต้นไม้ล่องลอยอยู่สามารถต้านทานการลง มือสังหารสองครั้งจากหงเหอได้เป็นอย่างดี ทำให้หงเหอไม่สามารถเล่น งานเขาได้
รอจนต่งลี่ไล่ตามมาและเริ่มเปิดศึกกับหงเหอ เขาถึงได้ค่อยวางใจ
เขารู้ดีว่าถึงแม้ต่งลี่จะมีตบะแค่ต้นสวรรค์ช่วงกลาง ขอบเขตด้อยกว่า หงเหอหนึ่งระดับ ทว่าต่งลี่คือลูกหลานที่ตระกูลต่งให้การปลูกฝังเป็น พิเศษ พลังในการต่อสู้ที่แท้จริงของนางจึงไม่เป็นรองหงเหอ
ขอแค่หงเหอไม่ใช้ตนไปคุกคามต่งลี่ บีบให้ต่งลี่ยินยอมแต่โดยดี ใน ระยะเวลาสั้นๆ อีกฝุายก็น่าจะยังไม่สามารถทำร้ายต่งลี่ได้
ขณะที่คนทั้งสองเข่นฆ่ากันอยู่กลางอากาศ เนี่ยเทียนข่มใจตัวเองให้ นิ่งสงบ รวบรวมสมาธิไว้ที่มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนทั้งหมด
ยามนี้น้ำวนพลังวิญญาณลูกที่แปดในมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนข องเขาได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบนานแล้ว
ตอนนี้ที่เขาต้องทำก็คือเริ่มขยายน้ำวนเปลวเพลิง น้ำวนพืชหญ้าและ น้ำวนดวงดาวใหม่อีกหนึ่งรอบ
ทุกครั้งที่ตบะฝุาทะลุ น้ำวนทั้งสามลูกใหญ่จะขยายใหญ่มากขึ้น หยด เพลิง หยดพืชหญ้าและหยดดวงดาวที่อยู่ใต้ก้นน้ำวนซึ่งรวมตัวกันเป็น เหมือนทะเลสาบเล็กๆ ก็จะเพิ่มปริมาณในการบรรจุตามไปด้วย สามารถ สั่งสมหยดวิเศษต่างๆ ได้มากขึ้น
ไม่เพียงเท่านี้ การแปรสภาพของขอบเขตยังสามารถทำให้น้ำวนพลัง วิญญาณดูดซับพลังวิญญาณและชุบหลอมพลังวิญญาณได้เร็วขึ้น
มีเพียงชุบหลอมน้ำวนพลังวิญญาณแต่ละลูกให้ได้ครบรอบและทำ ความเข้าใจจนบรรลุความมหัศจรรย์ของมันเท่านั้นถึงจะสามารถฝุาทะลุ ได้อย่างราบรื่น
เพราะน้ำวนเปลวเพลิงและน้ำวนพืชหญ้าได้ชุบหลอมไปตั้งแต่ช่วง ก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มที่แล้ว ยามนี้ที่เขา ต้องทำคือตั้งใจชุบหลอมเปลี่ยนแปลงน้ำวนดวงดาวให้เป็นเช่นเดียวกัน
หินดวงดาวหลายก้อนแตกออกกลางฝุามือของเขา กลายมาเป็นหิน ธรรมดาสีเทาซีด ไร้ซึ่งความอัศจรรย์ใดๆ
พลังดวงดาวเป็นพันเป็นหมื่นเส้นไหลเข้าไปรวมในน้ำวนดวงดาว เมื่อ ผ่านการโคจรอย่างรวดเร็วก็ค่อยๆ กลั่นหลอมออกมาเป็นหยดดาวที่ร่วง ลงสู่ทะเลสาบดวงดาว
ริมขอบของทะเลสาบดวงดาวขยายออกไปทีละนิด หยดดาวเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง แผ่ขอบเขตการบรรจุไปให้ถึงขีดสูดสุด
เวลาแต่ละวินาทีผ่านพ้นไป
ครู่ใหญ่การชุบหลอมน้ำวนดวงดาวรอบสุดท้ายของเขาก็ดำเนินมาถึง จุดสิ้นสุด
ขณะที่น้ำวนดวงดาวกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง ในที่สุดเขาก็สามารถ แบ่งสมาธิส่วนหนึ่งออกมาจับตาดูการต่อสู้ระหว่างต่งลี่และหงเหอผ่าน ทิพย์จักษุได้
ต่งลี่ถูกหงส์ดำพาโบยบิน บางครั้งก็ทะยานขึ้นสู่ฟากฟูา บางครั้งก็ สยายปีกโฉบลงมาด้านล่างโจมตีหงเหอด้วยท่วงท่าสง่างามราวนกยักษ์ที่ กำลังล่าเหยื่อ
หงเหอที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงท้ายเชี่ยวชาญพลังทองแหลมคม ตอนนี้ เขาเองก็เรียกกระบี่วิเศษสีทองวาววับออกมาแล้วใช้คาถาวิเศษของวิมาน สวรรค์รับมือกับต่งลี่
“อักษรสือฟาดฟัน!”
ทุกครั้งที่กระบี่วิเศษสีทองถูกหงเหอกวัดไกว กลางอากาศก็จะมี ตัวอักษร “สือ” (ตัวอักษรสือ十คือเลขสิบของจีน) ปรากฏขึ้น
ตัวอักษรสือตัวแล้วตัวเล่าส่องแสงสีทองพร่างพราวฟาดฟันเข้าใส่ต่งลี่ อย่างต่อเนื่อง
คนทั้งสองขอบเขตต่างกันหนึ่งระดับ ทว่าฝีมือกลับสูสีกัน มือข้างหนึ่ง ของต่งลี่ถือโล่กระดูกสัตว์ อีกข้างหนึ่งกำเหล็กหมาดสีเขียวคอยรับมือกับ อักษรสือสีทองที่ฟันเข้าใส่ แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เปลืองแรงนางเท่าไหร่นัก
มองแค่ครู่เดียวเนี่ยเทียนก็ยิ่งวางใจ ดังนั้นจึงฝึกบำเพ็ญตบะของตน ต่อไป
อีกฝั่งหนึ่ง
ฮวางหู่ที่หลังจากแยกกับหงเหอแล้วก็แยกไปคนละทางกับซูหลิน เช่นกัน เขาเดินวนครบหนึ่งรอบจึงพบว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีวัตถุดิบล้ำ ค่าใดๆ เลยค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้จุดที่เนี่ยเทียนและต่งลี่อยู่
ฮวางหู่และหงเหอรู้จักกันมานานหลายปี แน่นอนว่าเขาย่อมรู้จักนิสัย ของหงเหอ ตั้งแต่ที่หงเหอเสนอให้แยกย้ายกันออกตามหาสิ่งของ เขาก็รู้ แล้วว่าหงเหอมีความคิดชั่วร้ายต่อต่งลี่
ทว่าฮวางหู่ไม่เหมือนกับหงเหอ เขาไม่มักมากในกาม แต่เขากลับ กระหายในทรัพย์สิน
ซูหลินได้ดวงตาของสัตว์ปฐพีแตกมาครองก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ทว่า ความคิดที่แท้จริงของเขาก็คือฉวยโอกาสสังหารเนี่ยเทียนและต่งลี่เพื่อ ช่วงชิงทุกอย่างของพวกเขามาครอง
ตอนนี้เดินเตร่อยู่ครึ่งวันก็ยังไม่ค้นพบอะไร นอกจากจะผิดหวังแล้ว เขาก็ยังคิดว่าในเมื่อหงเหอได้แนบชิดกับหญิงงาม บางทีเขาเองก็อาจจะ ปล้นเอาสมบัติบนร่างเนี่ยเทียนและต่งลี่มาได้
เขาไม่ได้ตรงไปที่นั่นตั้งแต่ตอนแรกก็เพราะไม่อยากขัดจังหวะหงเหอ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้หงเหอรู้สึกประดักประเดิด
ตอนนี้เวลาผ่านไปช่วงหนึ่งแล้ว ตามความคิดเขา หงเหอก็น่าจะได้ทุก อย่างสมใจแล้ว
หากเขาไปตอนนี้ก็มีความเป็นไปได้ถึงแปดเก้าส่วนว่าต่งลี่และเนี่ย เทียนน่าจะตายไปแล้ว ส่วนเขาก็สามารถร่วมแบ่งสมบัติได้พอดี
ตอนที่เข้าไปใกล้เขาพลันเห็นว่าต่งลี่ที่เรียกหงส์ดำออกมากำลังอาศัย พลังของหงส์ดำกางแขนออกแล้วโฉบลงด้านล่างเพื่อโจมตี
แสงสีเขียวมืดมนกระจายออกมาปะทะกับตัวอักษรสือสีทอง
“ยังไม่ยุติอีกรึ?” ฮวางหู่อึ้งงัน พึมพำกับตัวเอง “แม้ว่าต่งลี่จะมี พรสวรรค์ไม่ธรรมดา ทว่าขอบเขตของนางกลับด้อยกว่าหนึ่งขั้น หงเหอก็ ควรจะเอาชนะนางได้สิถึงจะถูก? หรือว่าต่งลี่ผู้นี้มีฝีมือในการต่อสู้ข้ามขั้น ที่น่ากลัวอย่างคำเล่าลือจริงๆ?”
พอคิดอย่างนี้ฝีเท้าของฮวางหู่ก็พลันเพิ่มความเร็ว
ขณะเดียวกัน ในที่สุดเนี่ยเทียนก็ฝุาทะลุขอบเขตเลื่อนสู่ต้นสวรรค์ช่วง กลางได้อย่างหวิดหวุด
วินาทีที่เขาลืมตาขึ้นก็รู้ว่าฮวางหู่กำลังตรงเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว
“วิมานสวรรค์!”
เขาแสยะปากยิ้ม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต ยกมือขึ้น ปัดหนึ่งครั้ง กิ่งไม้ทั้งหมดก็ถูกเก็บลงไป เหลืออยู่ในมือเขาเพียงกิ่งเดียว
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงพลันก่อกำเนิดแล้วแผ่ไปรอบกายเขาในรัศมีห้า เมตร
หลังจากที่ตบะฝุาทะลุ ความเร็วในการแผ่ขยายของสนามแม่เหล็ก พลังการบิดเบือนปั่นปุวนที่อยู่ภายในก็เพิ่มพูนขึ้นสูงอย่างเห็นได้ชัด
ที่สนามแม่เหล็กอาศัยคือพลังงานต่างธาตุหลากชนิด พอขอบเขตของ เขาฝุาทะลุ พลังวิญญาณทุกชนิดจึงยิ่งเปลี่ยนมาเป็นบริสุทธิ์หนาแน่น พอ รวมตัวกันเลยกลายมาเป็นสนามแม่เหล็กที่ยิ่งยุ่งเหยิงรุนแรงมากกว่าเดิม และแน่นอนว่าอานุภาพของมันก็ต้องแข็งแกร่งตามไปด้วย
“ดาวเปล่งประกาย!”
เมื่อความคิดฉุกไหว เงาร่างที่ยืนอยู่ที่เดิมของเขาก็พลันหายวับไป
หงเหอที่ไม่สามารถจัดการต่งลี่ได้เสียทีมีสีหน้าหงุดหงิด เขานึกไม่ถึง เลยว่าคนที่เขาคิดจะแนบชิดด้วยจะเป็นกระดูกชิ้นใหญ่ที่แทะได้ยาก ขนาดนี้
ทั้งๆ ที่ขอบเขตอ่อนด้อยกว่าหนึ่งขั้น ทว่ากลับมีพลังในการต่อสู้ที่ไม่ เป็นรองเขาแม้แต่น้อย วิญญาณหงส์ดำตัวนั้นยังพาต่งลี่บินขึ้นฟูา ตลอดเวลาทำให้ต่งลี่ยิ่งจัดการได้ยากมากเข้าไปอีก
“ปังๆๆ!”
กลางอากาศระหว่างเขาและต่งลี่มีสายฟูาสีทองและพลังวิญญาณสี เขียวปะทะกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็นแสงสว่างเจิดจ้า
กระบี่วิเศษสีทองที่เขาโบกสะบัดมีสายฟูาสีทองแลบวูบวาบออกมา คอยสร้างอักษรสือฟาดฟันไม่หยุด
ทันใดนั้นน้ำวนหลายลูกในร่างของเขาที่โคจรเป็นปกติก็พลันถูก ทำลายด้วยพลังแม่เหล็กบางอย่าง ทำให้สายฟูาสีทองของกระบี่เล่มนั้น วูบไหวเหมือนจะดับแสง
และเวลานี้เอง อวัยวะภายในของเขาพลันถูกบิดเบือน ทำให้เขาตกใจ จนหน้าขาวเผือด
เขารีบรวบรวมสมาธิหมายจะระงับความผิดปกติในร่าง ให้มหาสมุทร วิญญาณจุดตันเถียนโคจรได้เป็นปกติ
“สวบ!”
กิ่งไม้กิ่งหนึ่งที่เย็นนิดๆ และแฝงเร้นไว้ด้วยปราณพืชหญ้าพลันแทง เข้ามาที่หัวใจด้านหลังของเขา
เขาหันขวับกลับไปด้วยความตะลึงพรึงเพริด แล้วก็มองเห็นมุมปากที่ แสยะยิ้มของเนี่ยเทียนทันที นั่นทำให้เขาตกใจจนขวัญหนีดีฝุอ
ขณะที่เขาเตรียมจะลงมือกับเนี่ยเทียน กิ่งไม้ที่แทงเข้ามายังหัวใจ ด้านหลังของเขากลับเปล่งแสงแวววาว ก่อนที่ปราณพืชหญ้ากลุ่มหนึ่งซึ่ง มีพลังชีวิตเข้มข้นจะก่อกำเนิดขึ้นมาในร่างของเขาแล้วกลายมาเป็นหน่อ อ่อนสีเขียวต้นหนึ่ง
ชั่วขณะที่หน่ออ่อนนั้นแตกตัว มันก็ดูดดึงพลังชีวิตเลือดเนื้อของเขา ไปอย่างบ้าคลั่งแล้วเติบโตด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
อวัยวะภายในของเขาพลันถูกกิ่งไม้ที่งอกงามอย่างต่อเนื่องนั้นแทง ทะลุทะลวง
“รู้หรือไม่ว่าหนิงหยางตายด้วยน้ำมือใคร?” เนี่ยเทียนแสยะปาก คำรามกร้าว
“ใคร?” หงเหอถาม
“ข้าไงล่ะ” หลังจากหัวเราะต่ำๆ จบ มือใหญ่ของเนี่ยเทียนก็ตบลงไป กลางกระหม่อมของหงเหอ พลังวิญญาณหลากหลายชนิดไหลทะลัก ทลายราวเขื่อนแตก
“กร๊อบ!”
กะโหลกศีรษะของหงเหอแตกกระจาย หัวยุบยวบลงมาถึงลำคอ ยัง ไม่ทันรอให้เวทหนามไม้สวรรค์เติบโตไปถึงช่วงสุดท้าย เขาก็ตายจนไม่ สามารถตายไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว