ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 530 โจมตีทีเดียวก็แพ้พ่าย!
หงเหอถูกเนี่ยเทียนตบกะโหลกจนแตก พลังชีวิตที่อยู่ในร่างของเขา จึงไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
หน่ออ่อนสีเขียวจึงหยุดการเจริญเติบโตแล้วแห้งเหี่ยวลง
เนี่ยเทียนชักกิ่งไม้ท่อนนั้นออกมา ส่วนต่งลี่ที่ถูกวิญญาณสัตว์หงส์ดำ พาโฉบลงมาจากฟูาก็ลดตัวลงบนพื้นดิน
“เจ้าเรียบร้อยแล้ว?” ต่งลี่ยิ้มเห็นไรฟัน
เนี่ยเทียนพยักหน้า บนร่างมีไอสังหารล้อมวน “ลำบากเจ้าแล้ว เจ้า พักผ่อนก่อนเถอะ ข้าจะไปจัดการหนูโสโครกอีกตัวก่อน”
“ใคร?” ต่งลี่ถาม
“ฮวางหู่แห่งวิมานสวรรค์” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น
“เขาก็ตามมาด้วยหรือ?” ต่งลี่ตะลึง รู้สึกไม่วางใจจึงรีบพูด “เจ้าเพิ่ง จะฝุาทะลุขอบเขต แถมยังใช้พลังสังหารคนไปคนหนึ่งจะอันตรายหรือ เปล่า?”
นางเองก็นึกไม่ถึงว่าเนี่ยเทียนที่เพิ่งจะฝุาทะลุขอบเขตก็ลงมือสังหาร หงเหอทันที
นางและหงเหอต่อสู้กันอยู่นานมากจึงรู้ดีว่าถึงแม้คนผู้นี้จะน่ารังเกียจ ทว่ากลับมีฝีมืออย่างแท้จริง
เพราะอย่างไรซะหงเหอก็มีตบะต้นสวรรค์ช่วงท้าย
นางกังวลว่าเนี่ยเทียนเพิ่งจะฝุาทะลุขั้นอาจยังต้องการเวลาในการ ปรับตัวเข้ากับขอบเขตใหม่ การที่สังหารหงเหอไปในระยะเวลาสั้นๆ อาจ เผาผลาญพลังวิญญาณมากเกินไปจนทำให้ขอบเขตไม่มั่นคงพอ
“วางใจเถอะ” เนี่ยเทียนหัวเราะเสียงแปร่ง พูดอย่างโอหัง “คนที่ถูก พาเข้ามาในพื้นที่นี้มีเพียงแค่เขตต้นสวรรค์ นับตั้งแต่นาทีที่ข้าฝุาทะลุ ขอบเขต ข้าต่างหากถึงจะเป็นผู้ล่าตัวจริงของที่แห่งนี้! นับแต่นี้ไปพวก เมล็ดพันธ์เขตต้นสวรรค์จากทุกสำนักในดินแดนดาวตกล้วนต้องกลายมา เป็นเหยื่อของข้า!”
“พื้นที่แห่งนี้ข้าน่าจะไร้พ่ายแล้ว!”
กล่าวจบเนี่ยเทียนก็พุ่งตัวบินไปยังทิศทางที่ฮวางหู่กำลังใกล้เข้ามา ทันที
“ไร้พ่าย!” ดวงตาของต่งลี่เป็นประกายสดใส
นางที่รู้จักกับเนี่ยเทียนมานานจึงรู้ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่าเนื่องจาก เนี่ยเทียนฝึกวิชาหลายธาตุ บวกกับเชี่ยวชาญเวทลับของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว ทั้งยังมีความลับมากมายที่นางมองไม่ออก เดิมทีเขาจึง ถือเป็นตัวประหลาดคนหนึ่ง
เนี่ยเทียนไม่ได้พิสูจน์ให้นางเห็นแค่ครั้งเดียวว่าเมล็ดพันธ์ผู้ทรงเกียรติ ของดินแดนดาวตกที่มีขอบเขตเท่าเขาล้วนไม่มีดีมากพอจะสร้างความ หวาดกลัวให้แก่เขาได้
ตอนนี้ขอบเขตของเนี่ยเทียนเลื่อนสู่ต้นสวรรค์ช่วงกลางได้สำเร็จ เขา จึงมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าตัวเองต่างหากถึงจะเป็นบุคคลที่ส่องแสงเจิดจ้าที่สุด ของดินแดนดาวตก
คำพูดที่บอกว่าตนเองไร้พ่ายในขอบเขตเดียวกันของเนี่ยเทียนนั้นเต็ม ไปด้วยความโอหัง ทำให้ใจนางกระตุก
ต่งลี่มีบางส่วนที่เหมือนพี่ชายของนางอย่างมากนั่นคือยอมรับแค่คนที่ แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดซึ่งทำให้พวกนางพี่น้องเสียเปรียบได้เท่านั้น
ตอนอยู่อาณาจักรปุายจั้นที่นางคิดหาวิธีการมากมายเพื่อบีบให้เนี่ย เทียนไปอาณาจักรอั้นหมิงด้วยกันก็เพราะขนาดนางอยู่นอกเมืองโพ่เมี่ย รวบรวมนักล่ามากมายก็ยังไม่สามารถจัดการเนี่ยเทียนได้
และก็มีเพียงคนที่ทำให้นางไร้หนทางรับมือเท่านั้นถึงจะดึงดูดความ สนใจจากนางอย่างแท้จริง ทำให้นางเกิดความสนใจอย่างลึกล้ำ
และเนี่ยเทียนก็เป็นคนเดียวที่จนถึงทุกวันนี้ทำให้นางปวดหัวมากที่สุด โดยที่นางทำอะไรไม่ได้เลย
มองแผ่นหลังของเนี่ยเทียนที่จากไปด้วยสายตาลึกล้ำ ในใจของต่งลี่ คิดจินตนาการไปไกล บางครั้งก็เหม่อลอย ผ่านไปพักใหญ่นางถึงพึมพำ กับตัวเองว่า “เผยฉีฉี ผู้ชายคนนี้…ข้าต่งลี่จะแย่งมาจากเจ้าให้ได้!”
ตอนที่ฮวางหู่มองเห็นว่าหงส์ดำที่ต่งลี่เรียกออกมาลดตัวลงต่ำ เขาก็ เพิ่มความเร็วของฝีเท้าหมายจะเข้าไปช่วยหงเหอ
แต่เขากลับไม่รู้ว่าเนี่ยเทียนตื่นขึ้นมาแล้ว ทั้งยังสังหารหงเหอไปในชั่ว พริบตา
เขาไม่มีทิพย์จักษุให้ใช้จึงมองไม่เห็นการต่อสู้ระหว่างเนี่ยเทียนและหง เหอบนพื้นดิน ดังนั้นจึงไม่รู้เหตุการณ์
และขณะที่เขาปรากฏตัวตรงพื้นที่นั้นจนพอจะมองเห็นซากศพของ สัตว์ปฐพีแตก ในที่สุดเขาก็มองเห็นเนี่ยเทียนแสยะยิ้มเข้ามาใกล้
ในเวลาอย่างนี้ เขายังคงคิดว่าหงเหอยังไม่ตาย แต่กำลังต่อสู้กับต่งลี่ รู้สึกว่าเนี่ยเทียนก็แค่เพิ่งฟื้นขึ้นมาเท่านั้น
เขาไม่รู้ตัวตนที่แน่ชัดของเนี่ยเทียน แต่ก่อนหน้านี้เขากลับมองออกว่า ขอบเขตที่เนี่ยเทียนกำลังฝุาทะลุก็แค่ต้นสวรรค์ช่วงกลางเท่านั้นจึงเข้าใจ ไปว่าต่อให้เนี่ยเทียนเลื่อนขั้นได้สำเร็จ ขอบเขตก็แค่เท่าเทียมกับเขา
เขามาจากวิมานสวรรค์ แม้ว่าจะไม่ใช่คนที่สำนักให้การปลูกฝังเป็น พิเศษ ทว่าเนื่องจากความสัมพันธ์กับฮวางฝานจึงพอจะได้สัมผัสกับสุด ยอดวิชาของวิมานสวรรค์มาบ้าง
ทุกสำนักจากดินแดนดาวตก นอกจากพวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติที่มีน้อย มากแล้ว เขาไม่คิดว่าคนที่มีระดับเดียวกันจะสามารถเอาชนะเขาได้
และคนไม่กี่คนนั้นเขาก็ล้วนรู้จักดี ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเนี่ยเทียนไม่ใช่หนึ่ง ในคนเหล่านั้น!
เขาจึงหยุดชะงัก รอให้เนี่ยเทียนเข้ามาใกล้อย่างไม่เกรงกลัว ทั้งยังกด ยิ้มมุมปาก
ทว่าเพียงแค่ครู่เดียวรอยยิ้มเย็นชามุมปากของเขาก็หายวับไปอย่างไร้ ร่องรอย
เนี่ยเทียนที่เข้ามาใกล้ รอบกายมีสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง พลังบิดเบือน น่าตกใจถูกส่งออกมา กระแสจิตที่เขาใช้รับสัมผัสกับตัวเนี่ยเทียนพอตก เข้าไปในสนามแม่เหล็กก็พลันถูกบิดเบือน ทำให้สมองของเขาปวดร้าว ราวกับจะระเบิด
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งแค่เข้าไปอยู่ใกล้เนี่ยเทียนครึ่งวินาทีก็ถูกพลัง บิดเบือนฉีกกระชากจนแหลกสลาย!
ก่อนหน้าที่กระแสจิตจะหายไป เขาสัมผัสได้ว่าเนี่ยเทียนในยามนี้มี คลื่นเลือดลมมหาศาลคล้ายสัตว์ร้ายดุดันที่กระหายเลือดที่สุดซึ่งซ่อนตัว อยู่ท่ามกลางภูเขาลึก
ปราณเลือดเนื้อที่มากไพศาลดุจมหาสมุทรเช่นนั้นเขาไม่เคยสัมผัส จากร่างของผู้ฝึกลมปราณคนอื่นที่มีระดับเดียวกันมาก่อน!
มีเพียงสัตว์วิเศษที่เกิดมาก็มีกล้ามเนื้อแข็งแกร่งและชนต่างเผ่าที่ชุบ หลอมเรือนกายเป็นหลักเท่านั้นถึงจะมีคลื่นเลือดลมพลุ่งพล่านแบบนี้ได้
ฮวางหู่ตะลึงลานหน้าถอดสี ไม่กล้าประมาทอีกต่อไป รีบรวบรวม สมาธิให้มุ่งมั่นทันที
“เจ้าชื่อฮวางหู่ใช่ไหม?” เนี่ยเทียนขยับตัววูบวาบ ไม่กี่วินาทีก็เข้ามา ใกล้ “หงเหอเพิ่งตายไปเมื่อครู่นี้เจ้าก็ดันเอาตัวมาส่งถึงที่ ช่างเป็นสหายที่ รักกันดีจริงๆ”
“หงเหอตายแล้ว?” ฮวางหู่อุทานด้วยความตกใจ
หงเหอที่ขอบเขตสูงกว่าเขาหนึ่งระดับกลับถูกฆ่าตายไปแล้ว นี่ทำให้ จิตใจของเขาวุ่นวาย พลันบังเกิดความลังเลว่าจะอยู่ต่อเพื่อสู้กับเนี่ยเทียน ดีหรือไม่
และขณะที่เขากำลังหน้าเปลี่ยนสีอยู่นั้น ร่างของเนี่ยเทียนที่พุ่งตรงมา พลันพร่าเลือน
เขาเห็นกับตาตัวเองว่าเนี่ยเทียนที่ห่างไปแค่สิบกว่าเมตรหายตัวไป อย่างไร้ร่องรอย
เขาหน้าเผือดสีทันใด ไม่มีเวลาให้คิดมาก จำต้องรีบโคจรพลัง วิญญาณทั้งยังกรอกเทพลังงานบริสุทธิ์หลายกลุ่มเข้าไปในเสื้อเกราะวิเศษ ของตัวเอง
เสื้อเกราะนี้ฮวางฝานให้อาจารย์หลอมอาวุธของวิมานสวรรค์สร้างขึ้น เพื่อเขาโดยเฉพาะจึงสอดคล้องกับวิชาที่เขาฝึกฝนอย่างไม่มีที่ติ
แสงสีเหลืองสว่างจ้าหลายวงลอยขึ้นมาจากในเสื้อเกราะใต้อาภรณ์ คลื่นแสงสีเหลืองนั้นกระเพื่อมไหวทำให้เห็นภาพมายาของวิมานสวรรค์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในได้รำไร
ปราณแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพมิอาจรุกรานประหนึ่งความสูง ศักดิ์ของวิมานสวรรค์ที่มีในดินแดนดาวตกได้ถูกปลดปล่อยออกมาจาก ร่างของฮวางหู่
ภาพมายาของตำหนักวิมานสวรรค์ที่โอ่อ่าน่าเกรงขามเปลี่ยนจากพร่า เลือนมาเป็นชัดเจน ทั้งเคร่งขรึมทั้งน่ากริ่งเกรง
ไม่ว่าผู้ฝึกลมปราณคนในก็ตามในดินแดนดาวตก ขอแค่ได้เห็นภาพ มายาของวิมานสวรรค์ก็ย่อมบังเกิดความยำเกรง เวลาต่อสู้ก็จะได้รับ อิทธิพลไปด้วยเพราะต้องพิจารณาถึงผลลัพธ์ที่อาจตามมา
วิมานสวรรค์มีรากฐานที่ลึกล้ำและแข็งแกร่ง ไม่ว่าใครก็ล้วนได้รับ อิทธิพลทั้งสิ้น เวลาต่อสู้จำเป็นต้องครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสีย และเป็นเหตุ ให้ไม่มีสมาธิมากพอ
ทว่าตอนที่เนี่ยเทียนเห็นเงาพร่าเลือนของตำหนักวิมานสวรรค์ปรากฏ ขึ้น เขาไม่เพียงแต่ไม่แสดงความหวาดกลัว ไอสังหารกลับยิ่งเข้มข้นขึ้น ด้วย
“วิมานสวรรค์?”
เขาที่ใช้ดาวเปล่งประกายมาหยุดอยู่เหนือศีรษะของฮวางหู่สามเมตร ดึงเอาดาราเพลิงกาฬออกมาพร้อมเงื้อขึ้นแล้วฟันฉับลงไป!
พลังวิญญาณต่างธาตุอย่างเปลวเพลิง พืชหญ้า ดวงดาวเมื่อได้รับการ เพิ่มอานุภาพจากค่ายกลวิเศษในดาราเพลิงกาฬก็เปลี่ยนมาเป็นดุเดือด พลุ่งพล่าน บริสุทธิ์ถึงขีดสุด!
วินาทีที่ดาราเพลิงกาฬตวัดฟันลงมา ฮวางหู่พลันคืนสติเงยหน้าขึ้นมา
สายตาของเขาเห็นดาราเพลิงกาฬที่ฟันแสกหน้า เปลวแสงสีแดงฉาน สีขาวใสและสีเขียวเข้มแลบแปลบปลาบประหนึ่งหินอุกกาบาตที่ไฟลุก
ท่วมซึ่งตกลงมา พกพาเอาอำนาจสยบจากสวรรค์ที่เกรียงไกร ทำให้เขา เกิดความหวาดกลัวเหมือนจะถูกหินอุกกาบาตที่ไฟลุกท่วมบดขยี้จนเละ เป็นขนมเปี๊ยะเนื้อคน
“เหตุใดถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?”
ฮวางหู่ร้องคำรามอยู่ในใจ สีหน้าบูดเบี้ยว รวบรวมพลังวิญญาณอย่าง บ้าคลั่งให้กรอกเข้าไปในคลื่นแสงสีเหลือง
ในคลื่นแสงสีเหลืองสด ภาพมายาของตำหนักวิมานสวรรค์ที่กลายมา เป็นของจริงเหมือนตำหนักโอ่อ่าที่ตั้งอยู่ในอาณาจักรเสวียนเทียน บัดนี้ได้ ถูกชักนำให้มาบดบังอยู่เหนือศีรษะของฮวางหู่อย่างมั่นคง
“ตูม!”
ดาราเพลิงกาฬฟันลงมา สะเก็ดแสงนับหมื่นกระเด็นเซ่นซ่าน!
พลังวิญญาณหลายธาตุที่มาจากในร่างของเนี่ยเทียนแฝงเร้นไว้ด้วย โทสะเดือดดาลประดุจความแค้นเคืองที่เทพยักษ์ค้ำฟูามีต่อทุกสรรพสิ่งใน โลกหล้า
เงามายาของตำหนักวิมานสวรรค์ถูกดาราเพลิงกาฬฟันจนระเบิด กระจาย
คลื่นแสงสีเหลืองสดวูบไหวราวเปลวเทียนในสายลม ยืนหยัดได้แค่ ไม่กี่วินาทีก็ดับสนิท!
จุดแสงพลังวิญญาณที่แฝงเร้นด้วยความเดือดดาลสะท้านฟูาร่วงกราว ลงมาดุจห่าฝน กรอกเทลงบนศีรษะของฮวางหู่
คมมีดของดาราเพลิงกาฬยังไม่ทันแตะมาโดน ความมีชีวิตชีวาใน ดวงตาของฮวางหู่ก็ค่อยๆ แหลกสลายไปเพราะจุดแสงพลังวิญญาณก่อน แล้ว
“กร๊อบๆๆ!”
เวลานี้ดาราเพลิงกาฬถึงเพิ่งจะตวัดลงมาอย่างแท้จริง บั่นตั้งแต่หัวถึง เท้าของฮวางหู่จนร่างแยกออกเป็นสองท่อน
เลือดสดพุ่งสาดอย่างบ้าคลั่ง กระเด็นมาโดนจนร่างเนี่ยเทียนเปรอะ ไปด้วยเลือด
เขายกมือเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าลวกๆ มองศพของฮวางหู่ที่ตาย สภาพอเนจอนาถจนไม่น่ามองก็โคลงศีรษะหัวเราะเบาๆ นัยน์ตาเต็มไป ด้วยความเหยียดหยาม “นี่น่ะหรือศิษย์ผู้ทรงเกียรติที่วิมานสวรรค์ปลูกฝัง บ่มเพาะมา? เทียบกับหนิงหยางแล้วก็แค่ขยะชิ้นหนึ่งที่พ่ายแพ้แค่การ โจมตีเดียว”