ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 54 สวรรค์ช่วยข้าแท้ๆ!
เนี่ยเทียนมองซากกิ้งก่าด้ินตัวนั้นเงียบๆ
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงได้้ถอนสายตากลับมา หันมามองกิ้ง ไม้ใหญ่ตรงหน้าที่เสียบชิ้นเนื้อกิ้งด้่าด้ินไว้ แล้วด้ึงมันขึ้นมาจากพื้น ทราย
คราวนี้เขาไม่ได้้รีบใช้คาถาหลอมลมปราณมาดู้ด้ซับ พลังงานในเนื้อสัตว์ แต่กลืนเนื้อกิ้งก่าด้ินอย่างต่อเนื่อง
กินติด้ต่อกันหลายสิบจิน เมื่อเขารู้สึกว่าท้องรับไม่ไหวอีก ต่อไปแล้ว เขาจึงหลับตาลงใหม่ สัมผัสกับกระแสอบอุ่นที่ลอยขึ้นมา ในช่องท้องอีกครั้ง
พลังงานที่ดุ้เด้ือด้ยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัวแผ่ออกมา จากในกระเพาะอาหารและลำาไส้ของเขา ขณะที่เขาใช้คาถาหลอม ลมปราณมาชักนำามัน เขากมพบว่าตัวเองไม่สามารถเอาพลังงานเหล่า นั้นหลอมรวมเข้าไปในมหาสมุทรวิญญาณได้้หมด้
ผ่านไปไม่นานนัก มหาสมุทรวิญญาณที่ขาด้พลังวิญญาณ ไปสองส่วนของเขากมถูกเตมพลังงานจนเติม
เมื่อมหาสมุทรวิญญาณเตมเปี่ยม พลังงานที่ไหลทะลัก ทลายอย่างต่อเนื่องจึงถูกมหาสมุทรวิญญาณทำาการเปลี่ยนแปลงให้ ขยายใหญ่ใหม่อีกครั้ง!
“สัตว์วิเศษระด้ับสอง พลังงานเพิ่มขึ้นเจมด้เท่า!” ใบหน้า เขานิ่งเฉย แต่ในใจกลับปิติยินด้ีอย่างบ้าคลั่ง
เด้ิมทีเขาวางแผนไว้ว่าเมื่อผ่านไปอีกสองเด้ือนจะใช้เลือด้ เนื้อของสัตว์วิเศษเหล่านั้นมาเพิ่มขอบเขตจากหลอมลมปราณขั้น เจมด้ไปยังหลอมลมปราณขั้นแปด้
ทว่าการปรากฏตัวของกิ้งก่าด้ินที่เป็นสัตว์วิเศษระด้ับสอง พลังงานที่เพิ่มขึ้นมาถึงเจมด้เท่าในเนื้อของมัน ทำาให้เขามองเหมน หนทางใหม่ในพริบตา!
“กิ้งก่าด้ินตัวนั้น หากข้าได้้กินทั้งหมด้คนเด้ียว ใช้เวลาแค่ สิบวัน ข้ากมน่าจะเหยียบย่างเข้าสู่หลอมลมปราณขั้นแปด้ได้้ง่ายขึ้น!”
เขาที่เบิกบานใจอย่างบ้าคลั่ง ไม่นานกมพบว่าเมื่อ มหาสมุทรวิญญาณถูกเติมเตมด้้วยพลังวิญญาณ พลังงานที่มาจาก ช่องท้องของเขากมเริ่มแผ่ออกไปยังกระดู้กและเลือด้เนื้อมากขึ้น
พลังงานที่ก่อเกิด้จากเนื้อของกิ้งก่าด้ินซึ่งเพิ่งกินไปเมื่อครู่ นี้มีมหาศาลเกินไป ทำาให้มหาสมุทรวิญญาณของเขาไม่สามารถย่อย ได้้ในชั่วระยะเวลาสั้นๆ
เวลานี้ เขารู้สึกคล้ายว่าอยู่ๆร่างกายของเขา กมกลายสภาพ มาเป็นฟองน้ำา กำาลังดู้ด้ซับพลังงานที่แผ่ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
แล้วกมไม่รู้ว่าทำาไมอยู่ๆ อุณหภูมิในร่างของเขาถึงได้้พุ่งขึ้น สูง ราวกับกลายมาเป็นเตาหลอมขนาด้ยักษ์หนึ่งเตา
ไม่นานนักเขากมเหงื่อท่วมร่าง อุณหภูมิรอบด้้านเสมือนได้้ รับอิทธิพลจึงไต่ระด้ับขึ้นสูงอย่างรวด้เรมว
สถานที่แห่งนี้คือทะเลทรายร้าง เด้ิมทีกมร้อนแผด้เผาอยู่ แล้ว ในสถานการณ์ปกติทั่วไป ผู้ประลองที่อยู่ที่นี่แค่เคลื่อนกายกม เหงื่อออกไปทั่วทั้งตัวอยู่แล้ว
เมื่อพลังงานความร้อนที่ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แผ่ออกมา จากร่างของเขา ศีรษะของเขาจึงร้อนระอุจนเจมบปวด้ ผิวพรรณของ เขาเริ่มกลายมาเป็นแด้งก่ำา
“นี่…”
อยู่ๆ เขากมนึกถึงภาพเหตุการณ์ในปีนั้นที่ตัวเองเป็นไข้ขึ้น สูงติด้ต่อกันหลายวันหลังจากต่อสู้กับเนี่ยหง
“คงไม่เหมือนคราวที่แล้วหรอกนะ?” เขาแอบเป็นกังวล
“อูย! ข้ารู้สึกไม่สบายท้องนิด้หน่อย ขอไปปลด้ทุกข์ก่อน นะ” เวลานี้ เจิ้งรุ่ยที่กำาลังคุยโวอยู่อีกฝั่งหนึ่งมีสีหน้าประด้ักประเด้ิม รีบวิ่งปรูาด้ออกไปไกล
เขาเพิ่งไปได้้ไม่นาน พันเทาเองกมเอามือกุมท้องกะหันทัน แล้วกมจากไปด้้วยสีหน้าเหยเกเช่นกัน
อันอิ่งที่มองคนทั้งสอง เด้ิมทีคิด้จะเอ่ยแซวสักสองสามคำา ทว่าร่างของนางกมต้องสั่นเยือก
“คือว่า พวกเจ้าจับตามองคนของสำานักหลิงอวิ๋นหน่อยกม แล้วกัน เผื่อว่าสำานักโลหิตจะย้อนกลับมา” นางแสร้งทำาเป็นเอ่ย กำาชับด้้วยท่าทีเรียบเฉย แล้วอยู่ๆ กมลุกพรวด้ขึ้นยืน เด้ินออกไปข้าง นอก “ข้าจะไปตรวจดู้รอบๆ เสียหน่อย”
ชั่วพริบตาเด้ียว พวกอันอิ่งสามคนต่างกมทยอยจากไป แต่ละคนมีสีหน้าปั้นยาก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจิ้งรุ่ยกลับมาก่อนเป็นคนแรก เขาเพิ่งจะ นั่งลง ยังไม่ทันได้้เอ่ยปากพูด้อะไรหน้ากมเปลี่ยนสีอีกครั้ง
“พี่ใหญ่เจิ้ง เจ้าเป็นอะไรหรือ?” กัวฉีถามด้้วยความเป็น ห่วง
“ท้องเสีย” เจิ้งรุ่ยหน้ามุ่ย อธิบายเรมวๆ หนึ่งประโยคกมรีบ ผลุนผลันจากไปอีกครั้ง
เขาเพิ่งไปได้้ไม่นาน พันเทากมกลับมา เช่นเด้ียวกัน ยัง ไม่ทันนั่งได้้นานเท่าไหร่กมเผ่นผลิวออกไปด้้วยสีหน้าเหยเก
ส่วนอันอิ่งไม่ได้้กลับมาตั้งแต่แรก เหมือนว่าไปลาด้ตระเวน ในจุด้ที่ห่างออกไปไกลมาก
ผ่านไปพอครึ่งชั่วยาม พวกอันอิ่งสามคนถึงจะทยอยกัน กลับมา แต่ละคนสีหน้าอ่อนเพลีย ราวกับหมด้เรี่ยวหมด้แรง
“เจ้ากมท้องเสียรึ?” พันเทาถาม
“เจ้ากมด้้วยหรือ?” อันอิ่งตอบรับ
“หา! พวกเจ้าท้องเสียกันหมด้เลยรึ?” เจิ้งรุ่ยกล่าวด้้วย สีหน้าซีด้ขาว
“พี่อันอิ่ง ก่อนหน้านี้…พวกเจ้าล้วนกินเนื้อกิ้งก่าด้ิน” เจียง เหมียวมุ่ยปาก หัวเราะเสียงเบา: “ทุกคนล้วนบอกว่าเนื้อของกิ้งก่า ด้ินขมเกินไป ไม่มีใครอยากกิน มีเพียงพวกเจ้าสามคนเท่านั้นที่บอก ว่าเนื้อของมันรสเลิศ ต้องกินให้ได้้”
“เป็นเพราะเนื้อกิ้งก่าด้ิน?” พันเทาตะลึง
เหมือนว่าจะคิด้อะไรขึ้นได้้กะทันหัน เขาลุกขึ้นยืนอย่าง ยากลำาบาก ทอด้สายตามองไกลไปยังเนี่ยเทียน
“เจ้าหมอนั่นกินเยอะที่สุด้เลย!” อันอิ่งมีปฏิกิริยาตอบ สนองขึ้นมาโด้ยพลัน
ครู่เด้ียวสายตาทั้งหมด้กมารวมตัวกันอยู่บนร่างของเนี่ย เทียน
จากนั้นพวกเขาจึงพบว่าผิวหนังของเนี่ยเทียนเป็นสีแด้งก่ำา ไปทั่วร่าง เหงื่อโทรมกายหยด้ลงมาราวสายฝน ประหนึ่งกำาลังถูกย่าง อยู่บนเตา
“เขา ลักษณะของเขา…ดู้เหมือนว่าจะไม่ค่อยเหมือนกับ พวกเจ้านัก” ถงฮ่าวกล่าว
“ข้าจะไปดู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง” เจียงเหมียวลุกขึ้นยืน เด้ินมาหาเนี่ยเทียนเป็นคนแรก นัยน์ตาเตมไปด้้วยความกังวล
“ข้ากมไปดู้ด้้วย” พันเทาลุกขึ้นตาม
ขณะที่พวกเขาเด้ินมาทางเนี่ยเทียนนั้นเอง เนี่ยเทียนที่ หยุด้การบำาเพมญตบะแล้วลืมตาขึ้นมาเช่นกัน
เขาสัมผัสไม่ได้้ถึงพลังงานที่ปล่อยออกมาเพิ่มขึ้นจากช่อง ท้อง รู้ว่าเนื้อกิ้งก่าด้ินเหล่านั้นที่เขากินเข้าไปได้้ย่อยไปหมด้แล้ว
ทว่าตอนนี้เขายังคงเหงื่อไหลท่วมไม่หยุด้ อุณหภูมิสูงใน ร่างเผาไหม้จนเขามึนหัวตาลาย
แต่เขาไม่ได้้หมด้สติไปเหมือนครั้งก่อน
เขาสังเกตเหมนว่าเหงื่อที่ไหลออกมาจากรูขุมขนของเขานั้น ขุ่นมัว ราวกับว่าในเหงื่อมีคราบสกปรกมากมายผสมมาด้้วย
หลังจากที่สิ่งสกปรกในร่างถูกขับออกมาพร้อมกับเหงื่อ ทำาให้อุณหภูมิสูงเกินจำาเป็นในร่างของเขาค่อยๆ ลด้ต่ำาลง
ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่นัก ตอนที่เจียงเหมียวและพันเทา ใกล้จะเข้ามาใกล้ ผิวที่แด้งก่ำาราวกับกุ้งของเขาจึงกลับคืนมาเป็น ปกติแล้ว
“ตึง ตึง!”
ในหูของเขา เสียงฝีเท้าของเจียงเหมียวและพันเทาเหมือน ว่าจะด้ังกว่าปกติเยอะมาก
ตอนที่เขามองไปยังพันเทากมค้นพบได้้ในทันทีว่าแค่ตนมอง ปราด้เด้ียวกมสามารถมองเหมนเส้นขนที่ละเอียด้อ่อนซึ่งมองไม่เหมนด้้วย ตาเปล่าตรงมุมปากของพันเทา
“ความสามารถในการฟังและการมองเหมนกมแขมงแกร่งขึ้น มาเยอะมากด้้วย!” เขาพลันตกตะลึงไปกับการค้นพบของตัวเอง
เมื่อลุกพรวด้ขึ้นยืน เขากมสัมผัสได้้ทันทีว่าร่างตัวเองเบาดุ้จ ขนนก ปลอด้โปร่งโล่งไปทั้งร่าง ราวกับเพิ่งผ่านการเปลี่ยนสภาพที่ ลึกลับ
“เนี่ยเทียน เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” พันเทาลูบคลำาท้อง ของตัวเองโด้ยไม่รู้ตัว ไอแห้งๆ อยู่สองครั้ง “เจ้า…รู้สึกไม่สบายตรง ไหนบ้างหรือเปล่า?”
“เมื่อครู่นี้รู้สึกร้อนไปทั้งตัว ตอนนี้ด้ีแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว” เนี่ยเทียนกล่าว
“ไม่รู้สึกไม่สบายท้อง อยากจะถ่ายท้องบ้างหรือ?” พันเทา ถามอีกครั้ง
เนี่ยเทียนส่ายหน้าลูกเด้ียว “ทำาไมถึงถามแบบนี้ล่ะ?”
พันเทายิ้มเจื่อน “ข้า อันอิ่ง แล้วกมเจิ้งรุ่ย พอกินเนื้อกิ้งก่า ด้ินเข้าไปแล้วล้วนท้องเสียกันหมด้ ถ่ายจนข้าหมด้แรง พลังชีวิตสูญ เสียอย่างหนักจริงๆ”
“พันเทาหุบปาก!” อันอิ่งพูด้ด้้วยใบหน้าแด้งแปราด้
ยังไงซะนางกมเป็นสตรี เมื่อเรื่องแบบนี้เกิด้ขึ้นกับนาง เด้ิมที กมทำาให้นางรู้สึกอึด้อัด้ขัด้เขินอยู่แล้ว แน่นอนว่านางย่อมไม่ยินด้ีถูก ใครพูด้ถึงในทำานองนี้
พันเทาหัวเราะหึหึ ขยิบตาให้เนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง “เนื้อ กิ้งก่าด้ินที่เจ้ากินมากกว่าที่พวกเราสามคนกินรวมกันเป็นสิบๆ เท่า แล้วเจ้าจะไม่เป็นอะไรเลยสักนิด้เชียวหรือ?”
“พวกเจ้าท้องเสียกันหมด้เลยรึ” ในใจของเนี่ยเทียนไม่รู้สึก ตกใจกลับด้ีใจด้้วยซ้ำา แสร้งทำาท่าทีห่วงใย: “ไม่เป็นไรกันใช่ไหม? พวกเจ้าไม่เหมือนข้า ข้าร่างกายแขมงแรงบึกบึน เนื้อกิ้งก่าด้ินข้า สามารถย่อยได้้ทั้งหมด้ ส่วนพวกเจ้าล้วนเป็นพวกผู้สูงศักด้ิ์ที่ถูกโอ๋มา
ตั้งแต่เลมก ต้องระวังให้มาก อย่ากินอะไรที่มันทำาร้ายร่างกายในช่วง เวลาคับขัน”
เมื่อเขาพบว่าเนื้อกิ้งก่าด้ินมีพลังงานมากกว่าเนื้อสัตว์ ระด้ับหนึ่งมากถึงเจมด้เท่า เขากมเลมงกิ้งก่าด้ินนั้นไว้เป็นที่เรียบร้อย
และเมื่อครู่นี้ เขากมพบอีกว่าพลังงานที่ไม่ได้้หลอมรวม เข้าไปในมหาสมุทรวิญญาณของเขา หลังจากกระจายไปทั่วเลือด้ เนื้อแล้ว มันมีประโยชน์มหาศาลกับเลือด้เนื้อของเขาเช่นกัน
เขาแอบตัด้สินใจแล้วว่า สองวันนี้จะไม่ทำาอะไรทั้งนั้น จะ พยายามกินเนื้อกิ้งก่าด้ินนั่นให้มากที่สุด้
เขาคิด้อาศัยปริมาณความจุในการกินอาหารของตัวเอง แย่งชิงเนื้อพวกนั้นมากจากทุกคน เพื่อเพิ่มพลังงานของตัวเองให้สูง ขึ้นโด้ยเรมวที่สุด้
นึกไม่ถึงว่าพวกอันอิ่งที่กินเนื้อกิ้งก่าด้ินจะพากันท้องเสีย
ในใจเขาอด้กู่ร้องว่า “สวรรค์ช่วยข้าแท้ๆ”! ไม่ได้้ “เอ่อ เจ้าไม่เป็นอะไรกมด้ีแล้ว” พันเทากลอกตาใส่เขาหนึ่งครั้ง แอบ ด้่าในใจ: “เจ้าตัวประหลาด้นี่…”
พวกเขาสามคนแค่กินเนื้อกิ้งก่าด้ินไปหนึ่งจินกว่ากมรับไม่ ไหวจนท้องเสียปรูาด้ปราด้กันหมด้
ที่เนี่ยเทียนกินคือสิบกว่าเท่าของพวกเขาสามคน นอกจาก ความรู้สึกผิด้ปกติเลมกน้อยก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้กลับดู้แขมงแกร่งและ ฮึกเหิมประดุ้จมังกรและเสือที่ผาด้โผน
เขาล่ะนับถือความพิลึกพิลั่นของเนี่ยเทียนจริงๆ
“พี่อันอิ่ง พวกเรามาคุยกันเถอะว่าหลังจากนี้จะทำายังไง ต่อ?”
และเวลานี้เอง เจียงหลิงจูที่ใช้หินวิเศษฟื้นคืนพลัง ในที่สุด้ กมตื่นขึ้นมา นางตะโกนเรียกจากจุด้ที่พวกนางนั่งรวมตัวกัน: “เนี่ย เทียน เจ้ากมาด้้วยเถอะ”
“ไป พวกเราไปกัน” พันเทาเองกมเอ่ยเชื้อเชิญ
“ไม่ล่ะ ข้ารู้สึกเหนื่อยเลมกน้อย อยากจะพักอีกสักครู่ พวก เจ้าคุยกันเองกมพอแล้ว” เนี่ยเทียนส่ายหัว ยิ้มน้อยๆ ให้กับเจียง เหมียวที่มีใบหน้าห่วงใย กล่าว: “ข้าไม่เป็นไรแล้ว ขอบคุณเจ้ามากที่ เป็นห่วง”
“อ้อ ไม่เป็นไรกมด้ีแล้ว ไม่เป็นไรกมด้ีแล้ว” เจียงเหมียวรีบ พูด้
เนี่ยเทียนไม่พูด้อะไรอีก ไม่สนใจคำาเชิญของพันเทา นั่งลง แล้วหลับตาอีกครั้ง
เขาที่ไม่มีเหงื่อแตกออกมาราวกับฝนตกอย่างก่อนหน้านี้ รู้สึกว่าพลังกายและพลังใจเปี่ยมล้นเกินสิ่งใด้เปรียบ นี่ทำาให้เขารู้สึก อยากลองใช้กระแสจิตไปสัมผัสกับขอบเขตรอบด้้านอีกครั้ง
เขาทำาสมาธิให้แน่วแน่ ปลด้ปล่อยพลังจิตออกไปเงียบๆ แผ่ขยายไปรอบด้้านโด้ยมีเขาเป็นจุด้ศูนย์กลาง
สิบลมหายใจให้หลัง เขาเบิกตาโพลง นัยน์ตาเปล่งประ กายวิบวับ
“ปกคลุมขอบเขตเจมด้สิบเมตร!”