ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 534 ให้ข้าเป็นคนปกป้องเจ้าเอง!
สี่คนจากหอหันปิงยังไม่ทันลงมือ เนี่ยเทียนก็พลันเผยกาย
ตอนที่เขาซ่อนตัวก็ไม่ได้รีบร้อนเปลี่ยนอาภรณ์ที่เปรอะไปด้วยคราบ เลือดเสียใหม่ แม้แต่ตรงลำคอของเขาตอนนี้ก็ยังมีคราบเลือดเกรอะกรัง
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นลอยอวลออกมาจากร่างของเขา บวกกับสภาพ น่าหวาดกลัวที่เต็มไปด้วยเลือด ทำให้สี่คนของหอหันปิงอึ้งงันไปพักใหญ่
“เป็นเจ้า?”
จ้าวเยว่หัวเราะเสียงเย็น รอบร่างเริ่มมีควันเย็นสีขาวน่าสะพรึงกลัว ลอยออกมา ไอสังหารก็ตลบอบอวลไม่ต่างกัน “เจ้าเองก็อยากได้ซากหงส์ ดำตัวนี้รึ?” มุมปากของเขายกยิ้มดูหมิ่น
ข้างกายของเขาก็คือศพของคนภูเขาสายฟูาที่อยู่รั้งท้ายหมายเก็บ วัตถุดิบจากหงส์ดำ
“แค่เจ้าคนเดียวก็คิดจะช่วงชิงศพหงส์ดำงั้นรึ?” หวังหรงสีหน้าเย็น เยียบ แค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง กล่าวว่า “ศิษย์พี่ ตอนนี้ยังต้องเลี่ยงการ ต่อสู้อีกหรือไม่?”
เสวียนเข่อหน้าตาเฉยชา ไม่เอ่ยคำใด
เนี่ยเทียนเหลือบตามองแหวนที่อยู่ในมือของเสวียนเข่อแล้วกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าพวกเจ้าตามข้ามา แล้วก็รู้ด้วยว่าพวกเจ้าแอบสังเกตการณ์อยู่ นานแล้ว หากไม่มีข้านำทางพวกเจ้ามา พวกเจ้าก็หาที่แห่งนี้ไม่เจอ ไม่ได้
พบกับศพของหงส์ดำตัวนี้ แล้วก็ไม่มีทางได้แหวนจากวิมานสวรรค์และ ภูเขาสายฟูา”
“เจ้าต้องการอะไร?” เสวียนเข่อกล่าว
“ศพของหงส์ดำมีประโยชน์ต่อข้ามาก ข้าต้องได้มัน” ดวงตาของเนี่ย เทียนฉายไอสังหาร “ข้าแนะนำพวกเจ้าอย่างหนึ่ง จงเอาแหวนพวกนั้นไป ซะแล้วไปให้ไกลจากที่นี่โดยเร็วที่สุด”
“หากพวกข้าไม่ไปเล่า?” จ้าวเยว่ไม่โกรธกลับหัวเราะ
“งั้นพวกเจ้าก็ต้องตายอยู่ที่นี่” เนี่ยเทียนตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ
“ด้วยฝีมือเจ้าน่ะรึ?” ปลายนิ้วของจ้าวเยว่มีแสงความเย็นเปล่งวาบ ก่อนที่แท่งน้ำแข็งวาวใสจะบินออกมาจากชายแขนเสื้อของเขา ไม่รอให้ เสวียนเข่อแสดงท่าทีเขาก็ระเบิดการต่อสู้ทันที
แท่งน้ำแข็งแวววาวอันที่จริงแล้วคืออาวุธวิเศษระดับสูงชิ้นหนึ่ง ใช้ ผลึกความเย็นในเกาะน้ำแข็งหมื่นปีเป็นวัตถุดิบหลัก ผสมผสานกับเหล็ก เย็นหลากหลายชนิด ก่อนจะหลอมขึ้นมาอย่างประณีตตั้งใจ
ทิศทางที่แท่งน้ำแข็งบินออกมาก็คือลำคอของเนี่ยเทียน หมายจะ สังหารเขาในชั่วพริบตา
เนี่ยเทียนที่ยืนตระหง่านราวหินคาวเลือดเมื่อเห็นแท่งน้ำแข็งนั้นพุ่ง เข้ามาก็พลันรู้สึกเหมือนตกอยู่ในฟูาดินที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งหนาวเหน็บ ประหนึ่งหมื่นสรรพสิ่งจับตัวเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
เสียงคำรามหวีดหวิดของลมพายุเย็นเยียบสั่นสะเทือนเยื่อแก้วหู ทุกที่ ที่แท่งน้ำแข็งบินผ่าน กลางอากาศก็พลันเกิดเสียงลั่นดัง “เปรี๊ยะๆ” ก่อนที่พื้นดินจะจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งชั้นหนึ่ง
ในสายตาของเนี่ยเทียน เวลาเพียงครู่เดียวฟูาดินก็ถูกความเย็นสุดขั้ว กลบทับ
เบื้องหน้าที่สายตาทั้งคู่ของเขามองเห็นเหมือนกลายมาเป็นภาพมายา ของเกาะน้ำแข็งสิบล้านปีหลายแห่งที่กำลังจะตรงเข้ามากำราบเขาไว้ ภายใน
“น้ำแข็งเย็นผนึกสวรรค์!”
จ้าวเยว่แผดเสียงตะโกน แท่งน้ำแข็งเล็กยาวแต่แหลมคมนั้นพลัน ปล่อยไอน้ำแข็งที่เย็นเยือกถึงขีดสุดซึ่งปกคลุมไปทั่วร่างของเนี่ยเทียนใน ชั่วพริบตา ภาพมายาของเกาะน้ำแข็งจำนวนมากพลันเคลื่อนโคจร
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ดาราเพลิงกาฬประหนึ่งมังกรที่ ทะยานตัวขึ้นสู่ฟากฟูา ตวัดลำแสงสดใสสามสีให้กัดทึ้งความว่างเปล่า
แสงดาราเพลิงกาฬระเบิดเจิดจ้า สะท้อนให้ภาพมายาน้ำแข็งเหล่านั้น หายวับไปในชั่วพริบตา
“ฟิ้ว!”
นาทีถัดมา เนี่ยเทียนก็หายไปจากการรับสัมผัสทางพลังจิตและเส้น สายตาของจ้าวเยว่
“ดาวเปล่งประกาย!”
ค่ายกลดวงดาวที่เกิดจากแสงดาวพร่างพราวประหนึ่งดวงดาวที่ส่อง สว่างกลางจักรวาลมานับร้อยล้านปีพลันผนึกลงมายังหน้าอกของจ้าวเยว่
ตอนที่ดวงดาวบินมา ร่างของเนี่ยเทียนก็ปรากฏอยู่ด้านหลังของจ้าว เยว่ในที่สุด
เสวียนเข่อแห่งหอหันปิงพอเห็นดวงดาวพร่างพราวซึ่งคล้ายแฝงเร้นไว้ ด้วยปณิธานของดวงดาวที่ไม่มีวันดับสลายพลันหน้าเปลี่ยนสี
ไม่ต้องคิดให้มากความกระบี่วิเศษเย็นเยียบในมือของเขาก็ตวัดฟันลง ไปที่ตราผนึกดวงดาวชิ้นนั้นโดยอัตโนมัติ
“ตูม!”
แสงดาวและแสงน้ำแข็งปรากฏขึ้นพร้อมกัน พลังดวงดาวลึกลับฉีก กระชากปณิธานแห่งความเย็นสุดขีดที่มากจากกระบี่น้ำแข็งเย็นให้แหลก สลาย
มือข้างที่โบกกระบี่น้ำแข็งเย็นของเสวียนเข่อมีเส้นเอ็นปูดนูนขึ้นมา ราวกับว่าในหลอดเลือดกำลังมีน้ำเย็นเยียบไหลวน
ทว่ามือที่ถือกระบี่ของเขากลับสั่นน้อยๆ คล้ายกำลังใช้น้ำแข็งหนาว เย็นละลายพลังดวงดาวที่หลงเหลืออยู่อย่างต่อเนื่อง
“ศิษย์พี่!”
หวังหรงและหลัวเซวี่ยร้องอุทานด้วยความตกใจพร้อมกัน มือโบก สะบัดอาวุธวิเศษหมายจะล้อมโจมตีเนี่ยเทียน
แท่งน้ำแข็งนั้นก็ถูกจ้าวเยว่เรียกคืนกลับมาก่อนจะเปลี่ยนทิศทางให้ ลงมือสังหารเนี่ยเทียนอีกครั้ง
และเวลานี้เอง เสวียนเข่อพลันมองเห็นหงส์ดำอีกตัวหนึ่งที่ลอยอยู่ กลางอากาศ รวมไปถึงต่งลี่ที่โบยบินที่เบื้องล่างหงส์ดำด้วย
“ทุกคนหยุด!”
เสวียนเข่อตวาดเสียงหนัก น้ำเสียงเย็นเยียบของเขาราวกับหยุดเวลา ให้ค้างเอาไว้
พวกจ้าวเยว่สามคนพอได้ยินเสียงตวาดของเขาก็หยุดการกระทำไป โดยสัญชาตญาณ
เนี่ยเทียนเองก็ผ่อนการลงมือ ก่อนจะยื่นไปคว้าดาราเพลิงกาฬให้ กลับมาอยู่กลางมืออีกครั้ง
เมื่อดาราเพลิงกาฬมาอยู่ในมือ เขาก็มองไปยังเสวียนเข่อด้วยสีหน้า สงบนิ่ง
“เอาตามที่เจ้าพูด ศพของหงส์ดำนั่นเป็นของพวกเจ้า พวกเราเอาแค่ แหวนเก็บของเท่านั้น” เสวียนเข่อพลันเปลี่ยนใจ
“ศิษย์พี่ ทำไมต้องทำเช่นนั้น?” จ้าวเยว่ตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจ
หวังหรงและหลัวเซวี่ยเองก็มีสีหน้าไม่เข้าใจ
“เก็บแหวนพวกนั้นแล้วรีบจากไปซะเถอะ” เนี่ยเทียนพยักหน้ากล่าว “ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่เหมือนภูเขาสายฟูาที่แสร้งทำเป็นยอมถอย ทว่า
กลับเรียกสหายร่วมสำนักมาช่วย หาไม่แล้วพวกเราก็จะไม่มีทางต่างคน ต่างอยู่อีก!
“ไอ้หนู! เจ้าเก่งมาจากไหนกัน? กล้าดีอย่างไรถึงกำเริบเสิบสาน เช่นนี้!” จ้าวเยว่กล่าวอย่างเดือดดาล
เสวียนเข่อยกมือบอกเป็นนัยให้จ้าวเยว่หุบปาก จากนั้นจึงมองเนี่ย เทียนดวงสายตาลึกล้ำ แล้วอยู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “เจ้ากับข้าไม่ได้เจอกันมา นานแค่ไหนแล้ว?”
“หลายปีแล้วกระมัง” เนี่ยเทียนตอบรับเสียงเรียบ
เมื่อเขาใช้เวทลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ใช้ดาวเคลื่อนย้าย สร้างตราประทับดวงดาว เขาก็รู้ว่าคงมิอาจปิดบังเสวียนเข่อได้อีก
เขาเคยเจอกับเสวียนเข่อมาก่อนในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เสวียนเข่อเองก็คือคนที่ได้ทำความเข้าใจกับเวทลับของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวมาบ้าง ครั้งนี้เขาจึงไม่คิดปิดบัง ใช้คาถาดาวเคลื่อนย้ายรับมือ กับศัตรูอย่างเปิดเผย เสวียนเข่อผู้นั้นมีความรู้สึกเฉียบไวอย่างยิ่งและเห็น ได้ชัดว่าอีกฝุายรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาแล้ว
“ต่งลี่แห่งตระกูลต่งมากับเจ้ารึ?” เสวียนเข่อถามอีกครั้ง
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ศพหงส์ดำตัวนั้นก็เพื่อเก็บไว้ให้นาง”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เสวียนเข่อเองก็ตรงไปตรงมา “หอหันปิง ของเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหงส์ดำตัวนี้อีก ข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสามารถ
มากพอในการปกปูองศพของหงส์ดำตัวนี้ไว้ได้ ตามความเห็นข้า วิมาน สวรรค์และภูเขาสายฟูาคงไม่มีทางยอมง่ายๆ”
กล่าวจบไม่รอให้เนี่ยเทียนตอบรับ เขาก็หันไปมองสหายร่วมสำนัก สามคนแวบหนึ่งแล้วหมุนกายจากไป
พวกจ้าวเยว่สามคนที่ยังงุนงงไม่เข้าใจ เมื่อพบว่าเขากับเนี่ยเทียนรู้จัก กันก็ยังฉงนไม่คลาย ทว่าก็ได้แต่ติดตามไปอย่างว่าง่าย
เนี่ยเทียนใช้ทิพย์จักษุจับสังเกตจึงเห็นว่าเสวียนเข่อไปจากที่แห่งนี้จริง อย่างที่เขากล่าว และก็ไม่ได้ซุ่มซ่อนเพื่อรอหาโอกาสมาโจมตีอีกครั้ง
“ศิษย์พี่ ไอ้หมอนั่นคือใครกันแน่?” พอออกห่างมาได้ระยะหนึ่ง หวัง หรงก็เป็นฝุายหยุดชะงักแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ “พวกเราจะจากไป ทั้งอย่างนี้จริงๆ หรือ? หงส์ดำตัวนั้นสามารถทำให้ภูเขาสายฟูาลงมือเล่น งานวิมานสวรรค์ได้ย่อมมีมูลค่ามหาศาล พวกเราใกล้จะได้กินเนื้อปลามัน แล้ว ทำไมต้องยอมยกให้เขาด้วย?”
“หากไม่มีต่งลี่ข้าเองก็อาจยังลังเล แต่ในเมื่อต่งลี่มาแล้ว พวกเราก็ไม่ จำเป็นต้องอยู่ต่อ” เสวียนเข่อสีหน้าเฉยชา “ฝีมือของเขากับต่งลี่ไม่มีทาง ด้อยกว่าพวกเรา แถมอาจจะยิ่งแข็งแกร่งกว่าด้วย”
“สองคนนั้นก็แค่ต้นสวรรค์ช่วงกลางเองนะ!” จ้าวเยว่คำรามต่ำๆ
“ต่งลี่คือเมล็ดพันธ์ที่ตระกูลต่งให้ความสำคัญในการปลูกฝัง นอกจาก ข้าแล้ว พวกเจ้าสามคนก็ล้วนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง” เสวียนเข่อแค่นเสียง เย็นหนึ่งครั้ง “ส่วนคนผู้นั้นแม้จะมีตบะแค่ต้นสวรรค์ช่วงกลาง แต่ข้า…
เชื่อว่าความสามารถในการรบที่แท้จริงของเขาไม่เป็นรองข้าแม้แต่นิด เดียว หรืออาจจะเก่งกว่าข้าเสียด้วยซ้ำ”
“เขาคือใครกันแน่?” หวังหรงตะลึงพรึงเพริด
“ผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของดินแดนดาวตกที่พระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวให้การยอมรับ เนี่ยเทียน” เสวียนเข่อถอนหายใจ
เมื่อคำว่าเนี่ยเทียนดังออกมา จ้าวเยว่ หวังหรงและหลัวเซวี่ยต่างก็ เงียบกริบ
แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมาเนี่ยเทียนจะจงใจอำพรางร่องรอยเพื่อ หลีกเลี่ยงการตามหาจากสำนักใหญ่ต่างๆ ทว่าหลังจากที่เขาปรากฏตัวก็ ได้ไปปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติในอาณาจักรหลีเทียน อาณาจักรเสวียน เทียนและอาณาจักรเชียนแจว๋
ไม่พูดถึงเรื่องที่เนี่ยเทียนสร้างคุณความชอบใหญ่หลวงต่อดินแดนดาว ตก ลำพังเพียงแค่เขาปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติก็มากพอจะพิสูจน์ได้ถึงเรื่อง จริงเรื่องหนึ่ง—ตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่เป็นของหนิงหยางถูกเขาช่วง ชิงไป!
ชื่อเสียงของหนิงหยางนั้นเลื่องลือเกินไป แทบทุกคนล้วนยอมรับว่าห นิง หยางต่างหากถึงจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนรุ่นใหม่ของแต่ละ สำนัก
แม้แต่ตราประทับสะเก็ดดาวยังถูกเนี่ยเทียนแย่งไปได้ ไม่ว่าเนี่ยเทียน ใช้วิธีการใดก็มากพอจะพิสูจน์ได้ถึงความร้ายกาจของตัวเขาเอง!
ภายหลังเนี่ยเทียนถึงกับปฏิเสธคำเชิญของวิมานสวรรค์ นั่นก็ยิ่งทำให้ ชื่อเสียงของเขาระบือไปแปดทิศสี่สมุทร
ปฏิเสธความหวังดีของวิมานสวรรค์ แถมเบื้องหลังยังไม่มีสำนัก ยิ่งใหญ่ให้การคุ้มกัน เนี่ยเทียนกลับยังคงมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ช่าง เป็นปาฏิหาริย์ยิ่งนัก
ทุกคนล้วนเชื่อว่าขอแค่มีเวลามากพอให้เนี่ยเทียนได้เติบโต สักวัน หนึ่งเขาที่ได้รับการสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวก็ต้อง สามารถมาแทนที่หนิงหยางได้อย่างสมบูรณ์แบบ กลายมาเป็นดาวดวง ใหม่ที่เจิดจ้าที่สุด!
ด้วยเหตุนี้เมื่อพวกจ้าวเยว่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเนี่ยเทียนจึงไม่สงสัยใน การตัดสินใจของเสวียนเข่ออีกต่อไป
พวกเขาเองก็รู้สึกว่าในเมื่อบุคคลเช่นเนี่ยเทียนกล้าเปิดเผยตัวตน อย่างโจ่งแจ้ง ก็แสดงว่าเขาต้องมีความมั่นใจที่มากพอ!
“ตอนที่ข้าได้เจอกับเขาครั้งแรก เขายังไม่ได้รับตราประทับสะเก็ดดาว มาครอง ยังไม่ได้บรรลุเวทลับสืบทอดจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทว่าเวลานั้นทั้งๆ ที่ขอบเขตของเขาต่ำกว่าข้า ซูหลินและอู๋หลิ่ง เขากลับ เป็นคนสุดท้ายที่ได้ตราประทับสะเก็ดดาวดวงนั้นไป แถมยังไปแย่งเอา ดวงที่เป็นของต่งปุายเจี๋ยมาได้ด้วย”
“บุคคลเช่นนี้ พอได้ตราประทับสะเก็ดดาวไปแล้วตั้งใจฝึกฝนนาน หลายปี ศักยภาพจะแข็งแกร่งได้ถึงระดับไหน แม้แต่ข้าก็ยังมิอาจคาดเดา ได้”
“ดังนั้นเราควรถอยเพื่อยกซากหงส์ดำตัวนั้นให้กับต่งลี่แห่งตระกูลต่ง หลังจากนั้นเขาจะเจอกับปัญหาอะไรก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราอีกต่อไป พวก เราไม่เข้าไปมีเอี่ยวด้วยถึงจะเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด”
กล่าวจบสามคนที่หยุดชะงักก็ไม่พูดอะไรอีกแต่ติดตามเขาจากไป
อีกฝั่งหนึ่ง เนี่ยเทียนหันไปพูดกับต่งลี่ที่บินเข้ามา “เจ้าจงไปช่วงชิง วาสนาที่เป็นของเจ้าเถิด ครั้งนี้ให้ข้าเป็นคนปกปูองเจ้าเอง!”