ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 537 ผู้ไร้พ่าย
ในจุดลึกกลางหมอกขาวโพลน ตราประทับดวงดาวทั้งสามส่งแสง พร่างพราวราวกับสะเก็ดดาวสามดวงที่ถูกเนี่ยเทียนชักนำมาจากจุดลึก ของทางช้างเผือก
เนื่องจากลูกแสงสีม่วงนั้นระเบิด ซูหลินจึงกระอักเลือดออกมา ร่างก็ ถอยกรูดไปข้างหลังด้วยความตะลึงพรึงเพริด
ในบรรดาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ นางคือคนที่รู้ลึกซึ้งถึงศักยภาพที่ น่าหวาดกลัวที่สุดของเนี่ยเทียน
ศึกในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวครั้งนั้นทำให้นางรู้ดีว่าเนี่ยเทียนน่า กลัวมากแค่ไหน และหลายปีที่ผ่านมานี้ทุกครั้งที่นางคิดถึงเนี่ยเทียนก็ จะต้องเอาเนี่ยเทียนมาเปรียบเทียบกับหนิงหยางเสมอง
นางแอบรู้สึกได้ว่าหากหนิงหยางและเนี่ยเทียนอยู่ขอบเขตเดียวกันก็ ใช่ว่าหนิงหยางจะเป็นคู่ต่อสู้ของเนี่ยเทียนได้
ในใจของนางได้มองเนี่ยเทียนเป็นคนที่น่ากลัวที่สุดของดินแดนดาว ตกในบรรดากลุ่มเด็กเยาว์วัยรุ่นนี้นานแล้ว
ด้วยเหตุนี้เมื่อนางตระหนักได้ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าก็คือเนี่ยเทียนที่ได้ ตราประทับสะเก็ดดาวไปครอบครอง แม้แต่ความหวังดีของวิมานสวรรค์ก็ ยังกล้าปฏิเสธ นางก็แทบจะตัดสินใจได้ทันที—สละหงส์ดำระดับแปดตัว นั้นทิ้ง!
ปราการหมอกอ่อนจางถูกทำลาย ลูกแสงสีม่วงระเบิดกระจาย อาวุธ วิเศษสองชิ้นที่นางถนัดมือมากที่สุดกลับมิอาจทำอะไรเนี่ยเทียนได้เลย
หลังจากที่นางตัดสินใจได้แล้วก็ไม่คิดจะต่อสู้อีก นางจึงบินออกมา จากในม่านหมอกทันที ก่อนจะยกมือขึ้นคว้าจับอาวุธวิเศษที่สร้างหมอก ควันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตากลับคืนมา
ร่างกายของนางประหนึ่งผีเสื้อที่โบยบินจากไปไกล
“ศิษย์น้องซู!”
พอเห็นว่าแค่เสียเปรียบนางก็ถอยหนีจากไปโดยไม่บอกกล่าวกันสัก คำ กวานเย่ก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
ทว่าซูหลินกลับไม่สนใจเสียงร้องเรียกของเขา ไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง แถมยังหนีไปเร็วกว่าเดิมด้วย
การที่นางหนีไปอย่างรวดเร็วก็ได้แสดงท่าทีของนางให้เห็นอย่าง ชัดเจน—นางไม่อยากได้ศพของหงส์ดำระดับแปดตัวนั้นอีกแล้ว
นางไม่โลภมาก ทว่ากวานเย่ที่ขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงท้ายมีตบะสูง กว่านางกลับไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ
กวานเย่คำราม มือคว้าจับกระจกเขตแดนลี้ลับ พลันบินไปบนอากาศ เหนือหงส์ดำระดับแปดหมายสังหารต่งลี่เพื่อกระตุ้นให้เนี่ยเทียนโกรธ ให้ เนี่ยเทียนเป็นบ้าเพราะเสียสติ แล้วเขาจะได้ฉวยโอกาสสังหารอีกฝุาย
“เจ้ากล้ารึ!”
ตระหนักได้ว่ากวานเย่เปลี่ยนเปูาหมายคิดจะลงมือกับต่งลี่ เนี่ยเทียน ก็พลันเดือดดาล
เขาไม่สนใจซูหลินอีก แล้วก็ข่มความต้องการที่จะช่วงชิงดวงตาสัตว์ ปฐพีแตกกลับคืนมา พลันกระตุ้นใช้ดาวเปล่งประกาย
ครู่เดียวเขาก็มาขวางกวานเย่เอาไว้ได้ ก่อนที่ดาราเพลิงกาฬที่หนักนับ แสนชั่งจะกระแทกโจมตีลงบนกระจกเขตแดนลี้ลับอย่างแรง
“เพล้ง!”
หน้ากระจกของเขตแดนลี้ลับเกิดรอยแตกร้าวอีกสามรอย กระจก คล้ายจะแตกสลาย
เนี่ยเทียนใช้มือข้างที่ว่างรวบรวมความโกรธเคืองมาไว้กลางใจ แล้ว ออกหมัดเหวี่ยงเข้าใส่หน้าอกของกวานเย่
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงสำแดงฤทธิ์เดช บิดเบือนมหาสมุทรวิญญาณจุด ตันเถียนของกวานเย่ในฉับพลัน
ตอนที่หมัดพิโรธนั้นของเนี่ยเทียนกระแทกลงมาโจมตี กวานเย่ยังไม่ ทันได้รวบรวมพลังวิญญาณมาต้านทานเท่าใดนัก ได้แค่สร้างม่านแสงพลัง วิญญาณบางๆ ชั้นหนึ่งเท่านั้น
“ตูม!”
หมัดร่วงลงมา หลังมือที่เส้นเอ็นปูดนูนของเนี่ยเทียนคล้ายมีความ โกรธาไม่ยอมแพ้ของเทพยักษ์ค้ำฟูาแฝงเร้นอยู่
ม่านแสงพลังวิญญาณบางๆ เปราะกรอบดั่งเปลือกไข่จึงระเบิด กระจายทันที
อานุภาพของหมัดนั้นไม่ลดน้อยลง สุดท้ายก็กระแทกลงบนหน้าอก ของหวานเย่ ทำให้กระดูกตรงหน้าอกของเขาแตกละเอียด เลือดสดพุ่ง ทะลักออกมาจากปากไม่ขาดสาย
อาศัยหมัดพิโรธ พลังพืชหญ้าที่บริสุทธิ์กลุ่มหนึ่งก็ฉวยโอกาสไหลเข้า ไปยังสาบเสื้อที่เปรอะไปด้วยเลือดของกวานเย่ด้วย
“เวทหนามไม้สวรรค์!”
พลังพืชหญ้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลายมาเป็นหน่ออ่อนที่เขียว ขจีเปล่งแสงแวววาว หน่ออ่อนกลืนกินเลือดเนื้อของกวานเย่อย่าง ตะกละตะกลามแล้วเติบโตงอกงาม
กิ่งไม้แหลมคมที่ผุดออกมาจากหน่ออ่อนแทงทะลุไปยังหัวใจของ กวานเย่แทบจะทันที ทำให้กวานเย่ตายอนาถคาที่
ดาราเพลิงกาฬที่อยู่ในมืออีกข้างของเนี่ยเทียนแทงทะลุเข้าไปยังเรือน กายของกวานเย่ ก่อนที่เขาจะขว้างดาราเพลิงกาฬซึ่งเสียบร่างของ กวานเย่คาอยู่ไปปักตรงกลางกลุ่มศพที่กองกระจัดกระจาย
“อู้!”
เนี่ยเทียนหมุนตัวกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหาคนจากสำนักเทียนเห ยียนและภูเขาสายฟูาด้วยสีหน้าดุร้าย
ตัวอยู่กลางอากาศ เขายกมือขึ้นคว้าจับ พลังงานที่หลงเหลืออยู่ใน ดาราเพลิงกาฬถูกชักนำมาเป็นแสงเปลวเพลิงหนึ่งเส้นที่ทำให้ดาราเพลิง กาฬกลับเข้ามาอยู่ในมือของเขาอีกครั้ง
“กวานเย่ตายแล้วหรือนี่!”
คนสามคนของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนต่างก็ร้องอุทาน ตกใจอย่างห้ามไม่ได้ แต่ละคนสีหน้าไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด
หลังจากที่พวกเขามาถึงก็เป็นเพราะสังเกตเห็นศพหลายสิบศพจึง ไม่ได้บุ่มบ่ามลงมือ
ตอนแรกเริ่มพวกเขายังไม่รู้ว่าศพเหล่านั้นตายด้วยสาเหตุอันใด หรือ ตายด้วยฝีมือใคร
สามคนของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนไม่มีใครเคยได้เจอเนี่ย เทียนมาก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ยิ่งไม่รู้พลังในการต่อสู้ที่แท้จริงของ เขาอย่างชัดเจน
พวกเขาเข้าใจแค่ว่าแต่ละฝุายมารวมตัวกันที่นี่ และเคยมีการต่อสู้ นองเลือดดุเดือดเกิดขึ้นมาก่อน ส่วนเนี่ยเทียนก็เป็นคนเก็บเกี่ยว ผลประโยชน์ที่โชคดีรอดชีวิตมาได้
เนี่ยเทียนที่มีตบะแค่ต้นสวรรค์ช่วงกลาง เพราะไม่เป็นที่รู้จัก เทียบ กับพวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายไม่ได้ จึงถูกพวกเขามองข้าม
รอจนซูหลินและกวานเย่ต่อสู้กับเนี่ยเทียน พวกเขาก็ยิ่งไม่รีบร้อน หมายจะใช้ซูหลินและกวานเย่มาตรวจสอบฝีมือที่แท้จริงของเนี่ยเทียน
ทว่าพลังในการต่อสู้ที่เนี่ยเทียนแสดงออกมาเห็นได้ชัดว่าอยู่เหนือ ขอบเขตที่แท้จริงของเขาไปไกลโข!
ตอนที่ซูหลินตะโกนชื่อเนี่ยเทียนออกมาด้วยสีหน้าตกใจระคนหวาด ผวาทั้งยังรีบหนีไปทันที ชื่อ “เนี่ยเทียน” นั้นก็ยังไม่ทำให้พวกเขารู้ตัวตน ที่แน่ชัดของอีกฝุายอยู่ดี
ยังไม่ทันรอให้พวกเขาตั้งตัวได้ทัน กวานเย่กลับถูกฆ่าตายกะทันหัน นี่ จึงความสะท้านสะเทือนให้กับพวกเขาอย่างแท้จริง
ตอนนี้ศพของกวานเย่ยังไม่ทันเย็นก็ถูกเอาไปรวมกับศพพวกนั้น พวก เขาจึงพลันเกิดความลนลาน
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่เพิ่งสังหารกวานเย่ไปได้ก็หันขวับมามอง พวกเขาเป็นเปูาหมายถัดไปในการโจมตีด้วยสีหน้าดุร้ายจึงทำให้พวกเขา บังเกิดความลังเล
ตอนที่พวกเขายังตัดสินใจไม่ได้ เนี่ยเทียนที่กระตุ้นดาวเปล่งประกาย ระยะสั้นก็หายวับไปกลางอากาศแล้ว
คนสามคนของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนมีสีหน้าเหมือนคน เห็นผีตอนกลางวันแสกๆ ก่อนจะรีบโคจรพลังวิญญาณปกปูองเรือนกาย ไว้อย่างแน่นหนา
เกราะวิเศษสองชิ้นที่มีสายฟูาเปล่งประกาย และเกราะที่มีรูปเหมือน สัญลักษณ์ปากว้าอีกหนึ่งชิ้นต่างก็ส่องแสงแวววาวอยู่ตรงหน้าอกของคน ทั้งสาม
พวกเขาตระหนักได้ว่าเนี่ยเทียนจะใช้วิธีการเช่นเดิมมาเล่นงานพวก เขา
ทว่าเนี่ยเทียนที่หายตัวไปกลับไม่ได้เผยตัวในทันที ขณะที่พวกเขายัง คลางแคลงใจถึงได้มองเห็นว่ามือข้างหนึ่งของเนี่ยเทียนแหวกมาจากความ ว่างเปล่าห่างจากด้านหลังของพวกเขาไปสิบกว่าเมตร
เมื่อพวกเขาหันกลับไปมองก็เห็นพลังงานบริสุทธิ์หลายกลุ่มถูกเนี่ย เทียนรวบรวมขึ้นกลางมือกลายมาเป็นลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่ง
เวทลับการสร้างลูกปราณวิญญาณคือเวทลับที่ได้มาจากดินแดนที่ไม่มี ใครรู้จัก เนี่ยเทียนเคยนำมาใช้โจมตีศัตรูหลายต่อหลายครั้งทั้งตอนอยู่ใน พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวและในอาณาจักรเลี่ยคง
พื้นดินเบื้องล่างนี้มีปราณวิญญาณฟูาดินที่เข้มข้นยิ่งกว่าอาณาจักรใด ก็ตามในดินแดนดาวตกหลายต่อหลายเท่า
ตอนที่เนี่ยเทียนสร้างลูกปราณวิญญาณขึ้นมาก็พบว่าในลูกปราณ วิญญาณฟูาดินมีพลังหมอกควันสีเทาที่ล่องลอยอยู่ในจุดลึกกลางอากาศ ปะปนมาด้วยส่วนหนึ่ง
ลูกปราณวิญญาณที่สร้างขึ้นมาใหม่จึงมีสีน้ำตาลปนเทา ด้านในมีแสง เปล่งประกายแวววาว แฝงเร้นคลื่นลมปราณที่เขาเองก็รู้ไม่จัก
“ไป!”
เมื่อถูกความคิดของเขาชักนำ ลูกปราณวิญญาณสีน้ำตาลปนเทาจึง บินเข้าไปหาคนทั้งสามจากภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียน
คนสามคนจากภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนต่างก็กระตุ้นพลัง ของเกราะวิเศษอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเห็นว่าลูกปราณวิญญาณสีเทาขมุกขมัว กำลังจะบินมาถึง ต่างก็มีสีหน้าตะลึงลาน
นาทีถัดมา ลูกปราณวิญญาณอันเป็นเวทลับที่เนี่ยเทียนได้รับมาจาก ดินแดนลึกลับก็พลันระเบิดออก
พลังน่าหวาดกลัวที่สามารถฉีกกระชากหมื่นสรรพสิ่งก่อตัวขึ้นใน พริบตาตามการระเบิดกระจายของลูกปราณวิญญาณ เกราะวิเศษที่คนทั้ง สามจากภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนโคจรพลังวิญญาณจนเปลี่ยน มาเป็นเส้นปูองกันที่หนาแน่นแทบจะแตกสลายไปในเวลาแค่ไม่กี่วินาที
พลังฉีกทึ้งนั้นตรงเข้ากลบทับคนทั้งสามไปพร้อมกัน!
หยางคันและหลิวเจี้ยนเหม่อมองคนทั้งสามที่เลือดเนื้อเปรอะเปื้อน คล้ายถูกกระบี่หมื่นเล่มทิ่มแทงจนเหวอะหวะย่อยยับ
คนทั้งสาม สองคนมีขอบเขตเหมือนกับหลิวเจี้ยน อีกคนหนึ่งมี ขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงต้น ทว่าวินาทีที่ลูกปราณวิญญาณระเบิดกลับ วิญญาณแหลกสลายโดยไร้เรี่ยวแรงให้เอาคืน
“ลูกปราณวิญญาณนี้…”
ห่างออกไปไม่ไกล เนี่ยเทียนมองคนทั้งสามที่ตายอนาถด้วยสายตา ตะลึง แล้วก็จุ๊ปากอยู่กับตัวเองด้วย
เขาคิดไม่ถึงว่าลูกปราณวิญญาณที่สร้างขึ้นจากพลังของฟูาดินแห่งนี้ จะมีอานุภาพน่าตะลึงได้ถึงเพียงนี้!
ตอนที่เขาสร้างลูกปราณวิญญาณนั้นขึ้นมาก็รู้สึกได้แค่ว่าจุดลึกของ หมอกควันสีเทากลางอากาศซึ่งอยู่ห่างออกไปไกลคล้ายชักนำพลังลึกลับ หลายอย่างให้มารวมกัน
พลังงานลึกลับหลายกลุ่มนั้นมีปราณแห่งการฉีกทึ้งหมื่นสรรพสิ่ง และ นั่นก็คือสาเหตุแท้จริงที่สร้างการต่อสู้นองเลือดในครั้งนี้ขึ้นมา!
เขาพลันหันไปมองบนท้องฟูาสูง มองหมอกควันสีเทาที่ปกคลุมทั่วทั้ง แผ่นดินเบื้องล่าง นัยน์ตาของเขาเผยประกายความเหลือเชื่อ
“พี่ใหญ่หยาง!” หลิวเจี้ยนคำรามเบาๆ
หยางคันสีหน้านิ่งสนิท จุดไท่หยางกระตุกตุบๆ เขาจับตามองการ กระทำทุกอย่างของเนี่ยเทียนเพราะหมายจะหาโอกาสลงมือ ทว่าบัดนี้ หัวใจของเขากลับขมขื่นหนักอึ้งอย่างถึงที่สุด
เขารู้ดีว่าเนี่ยเทียนที่เพิ่งฝุาทะลุขอบเขตมีฝีมือที่ยากจะคาดเดา แต่ก็ ยังนึกไม่ถึงว่าเนี่ยเทียนจะแข็งแกร่งได้มากขนาดนี้!
“ไม่มีโอกาสแล้ว!”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ เขาก็ไม่คิดจะอยู่ข้างกายเนี่ยเทียนนานอีกแม้แต่เค่อ เดียว
เปลวเพลิงหลายกลุ่มผุดขึ้นมาจากใต้ฝุาเท้าของเขาแล้วนำพาเขาจาก ไปไกลอย่างรวดเร็ว
หลิวเจี้ยนร้องโหวกเหวกก่อนจะไล่ตามหลังเขาไปอย่างบ้าคลั่ง