ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 538 จะเป็นไปได้อย่างไร?
เมื่อเห็นท่าไม่ดี หยางคันและหลิวเจี้ยนก็ไม่กล้าอยู่ต่ออีก ได้แต่รีบ ร้อนถอยร่น
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ทว่าไม่ได้ตามไป ยังคงหยุดอยู่ที่เดิม
ศพของคนสามคนของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนซึ่งโชกไป ด้วยเลือดถูกเขาลากไปรวมกับกองศพ ก่อนจะดึงเอาแหวนเก็บของของ ทั้งสามคนออกมา
แหวนเก็บของของกวานเย่ก็ถูกริบมาด้วย
เขานั่งลงไปท่ามกลางซากศพเกลื่อนกลาด จากนั้นจึงหยิบเอาหิน วิเศษออกมาฟื้นฟูพลังวิญญาณที่หายไป
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้จึงสร้างลูกปราณวิญญาณลูกหนึ่ง ขึ้นมา
ลูกปราณวิญญาณที่ก่อตัวขึ้นใหม่ยังคงมีสีน้ำตาลปนเทา ด้านในมีเงา แสงเปล่งประกายวิบวับ
เขาสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตอนที่เขาสร้างลูกปราณวิญญาณ พลังฉีกทึ้งที่ถูกชักจูงมาจากกลุ่มหมอกสีเทาซึ่งพอปะปนกันอยู่ในลูก ปราณวิญญาณ ลูกปราณวิญญาณก็คล้ายจะถูกกรอกเทพลังน่าหวาดกลัว ทำให้เปลี่ยนมาเป็นไม่มั่นคงอย่างถึงที่สุด
เขายกมือขึ้นแล้วขว้างออกไป ลูกปราณวิญญาณนั้นไประเบิดอยู่ตรง จุดที่ห่างไกล ก่อเกิดเป็นสนามพลังฉีกทึ้งคล้ายสามารถฉีกกระชากเรือน กายของทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตได้
“ควันสีเทาเข้มข้นน่าจะเป็นพลังงานฟูาดินหลายประเภทที่เหลืออยู่ ซึ่งมารวมตัวกันด้วยสาเหตุบางประการหลังจากแผ่นดินเบื้องบนระเบิด กระจาย”
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองท้องฟูาที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยหมอกสีเทาด้วย อาการเหม่อลอย
ตามคำบอกของต่งลี่ ไม่ว่าใครก็ตามที่ตกลงไปในจุดลึกของหมอกสี เทาล้วนมิอาจเดินออกมาได้
ผู้มีเขตสามัญหรือผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณหากตกลงไปโดยไม่ทันระวัง ก็ล้วนมิอาจได้หวนคืนกลับมาอีก
ที่พวกเขาเหยียบเข้ามาในแผ่นดินเบื้องล่างได้ก็เพราะอาศัยน้ำวนลูก ใหญ่แปลกประหลาด น้ำวนลูกนั้นเหมือนช่องทางที่ทอดตัวลงมาเบื้อง ล่างและพาพวกเขามาส่งที่นี่
“ที่นี่มีความลับมากมายแค่ไหนกันแน่?”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้วคิดหนัก แต่กลับหาต้นสายปลายเหตุไม่เจอ ไม่รู้ว่า หลังจากที่พวกผู้แข็งแกร่งของแต่ละเผ่าพันธุ์ต่อสู้นองเลือดกับสิ่งมีชีวิต ขนาดใหญ่ยักษ์แล้วสถานที่แห่งนี้ยังเกิดอะไรขึ้นอีก
ผ่านไปพักใหญ่เขาก็หันกลับมามองต่งลี่ เห็นว่าต่งลี่ยังคงนั่งอยู่ตรงหัว หงส์ดำ บนร่างมีพลังวิญญาณมืดดำแผ่ขึ้นมา นางยังคงชุบหลอมหงส์ดำ ระดับแปดไม่เสร็จ
เวลาอีกหนึ่งวันผ่านไปอย่างเงียบเชียบ
วันนี้เขาได้ลงมือฆ่าคนของวิมานสวรรค์ไปอีกสองคน
สองคนนั้นน่าจะมาถึงที่นี่ตามการเรียกหาจากซูหลินและกวานเย่ มาถึงหลังจากที่หยางคันและหลิวเจี้ยนจากไปได้ไม่นาน พอเนี่ยเทียนลง มือก็สังหารพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะลากศพมากองเพิ่มในบริเวณ นั้น
ท่ามกลางศพเป็นกอง เนี่ยเทียนปรับสภาพจิตใจให้สงบ ใช้หินวิเศษ ต่างธาตุมาฟื้นฟูพลังงานอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปอีกหลายชั่วยามก็มีคนมาปรากฏตัวในเส้นสายตาของทิพย์ จักษุอีกครั้ง เนี่ยเทียนเพ่งมองแวบหนึ่งก็ไม่สนใจอีก
พวกคนที่มาใหม่ก็คือคนของอาณาจักรปุายจั้นอย่างพวกฉินแยน เฝิงอิ๋ง เฉาชิวสุ่ย กู่ฮ่าวเฟิงและเฉียนซิน
ต่งป๋ายเจี๋ยกลับไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้
หลังจากที่เนี่ยเทียนแยกจากพวกเขาในจุดลึกของหมอกหลากสีก็ ไม่ได้พบเจอกันอีก
แต่เขายังจำได้ว่าตอนนั้นที่เดินเข้ามาในกลุ่มหมอกหลากสีด้วยกันมี ทั้งสิบกว่าคน
ก็ไม่รู้ว่าระหว่างนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ตอนนี้ถึงได้เหลือแค่ห้าคนนั้น คน อื่นๆ ไม่รู้ว่าไปไหนแล้ว
คนทั้งท้าเดินอยู่ท่ามกลางกองหิน ต่างคนต่างปลดปล่อยกระแสจิต ออกมารับสัมผัส ไม่นานก็หาที่นี่เจอ
ตอนแรกคนทั้งห้ายังทำตัวลับๆ ล่อๆ กลัวว่าร่องรอยจะเปิดเผย
รอจนเข้ามาใกล้ที่นี่ พอพวกเขามองเห็นเนี่ยเทียนจึงไม่อำพราง ร่องรอยอีกต่อไป แต่รีบบินมาถึงอย่างรวดเร็ว
“เนี่ยเทียน!”
ฉินแยนอุทานเบาๆ บนใบหน้างามพิสุทธิ์เต็มไปด้วยความตกตะลึง
คนอื่นอีกสี่คนก็มองศพที่กองกลาดเกลื่อนอยู่ใกล้เนี่ยเทียนด้วยความ ตะลึงงันอย่างลึกล้ำเช่นกัน
ศพสิบกว่าศพที่เลือดเนื้อปะปนกันจนแยกไม่ออกนั้นสวมอาภรณ์ ต่างกัน เห็นได้ชัดว่ามาจากหลายฝุาย และหนึ่งในนั้นคือกวานเย่แห่ง วิมานสวรรค์ นี่จึงเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้พบเห็นตกตะลึงยิ่งนัก
พวกเขายังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
กู่ฮ่าวเฟิงอึ้งไปครู่ใหญ่ อยู่ๆ ก็หัวเราะเสียงแปร่งทั้งยังเอ่ยเสียดสี “เจ้าโชคดีจริงๆ”
เขาเข้าใจไปว่าทุกฝุายมารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้วปะทะกันอย่างดุเดือด
เนี่ยเทียนเป็นเพียงผู้ที่มาฉวยโอกาสในท้ายที่สุด กลายเป็นผู้โชคดีคน เดียวที่รอดชีวิตได้
คนที่เหลืออีกสี่คนต่างก็ฟังความหมายในคำพูดของเขาออก แล้วก็ รู้สึกว่าการคาดเดาของกู่ฮ่าวเฟิงอาจใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด
เนี่ยเทียนไม่มีอารมณ์พูดมาก ลืมตามองพวกเขาครู่เดียวก็นั่งเงียบๆ ของตัวเองต่อไป
“หงส์ดำ! หงส์ดำตัวใหญ่ยักษ์!”
เฉียนซินจากหอโอสถมองไปยังต่งลี่ที่กำลังชุบหลอมพลังของหงส์ดำ อยู่ตรงศีรษะของมัน ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าอิจฉา “ระดับของหงส์ดำตัวนี้ คงไม่ต่ำ ต่งลี่ได้รับพลังที่เหลืออยู่ของมันก็สามารถทำให้ฝีมือของต่งลี่ เพิ่มพูนขึ้นมาอีกไม่น้อย ต่งลี่ต่างหาก…ที่โชคดีจริงๆ”
ความสนใจของทุกคนย้ายไปที่หงส์ดำตัวนั้นอย่างรวดเร็ว พวกเขาต่าง ก็รู้สึกอิจฉาต่งลี่อย่างมาก
ฉินแยนเดินวนรอบหงส์ดำหนึ่งรอบ มองเห็นว่ากิ่งไม้ที่เนี่ยเทียนได้มา จากแผ่นดินลอยตัวปักกระจายอยู่รอบด้านเพื่อให้การปกปูองต่งลี่อย่าง ลับๆ
ในที่สุดนางก็กลับมาหยุดอยู่ข้างกายเนี่ยเทียน มองศพเกลื่อนพื้นแล้ว ถามเบาๆ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“ไม่มีอะไร” เนี่ยเทียนตอบกลับเสียงเย็นชาโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า
“ไม่แน่ว่าอาจมีคนตามมาเจอที่นี่อีกก็เป็นได้” กู่ฮ่าวเฟิงสีหน้าดำคล้ำ “ทุกคนปักหลักที่อยู่ที่นี่ชั่วคราว รอให้ต่งลี่ช่วงชิงโชควาสนานั้นมาได้แล้ว ค่อยเดินทางต่อ”
“เดี๋ยวก็มีการต่อสู้ดุเดือดเกิดขึ้นอีกหรอก” เฉาชิวสุ่ยหน้าตาหดหู่ “สถานที่บ้าบอแห่งนี้ คนของพวกเราตายกันไปเยอะแล้ว คนของ อาณาจักรปุายจั้นอาจเหลือเพียงแค่พวกเราก็ได้ หากหงส์ดำตัวนั้นกลาย มาเป็นเปูาหมายของทุกฝุาย พวกเราถูกหมายหัว อีกฝุายย่อมไม่มีทางรา มือง่ายๆ แน่”
คำพูดนี้ดังจบทุกคนก็เงียบงัน สีหน้ามืดมน
ดูท่าแล้วหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาคงมีประสบการณ์ไม่ดีนัก และ น่าจะเสียหายอย่างใหญ่หลวง
หาไม่แล้วตอนที่เห็นหงส์ดำระดับแปดตัวนี้ คนพวกนี้ก็น่าจะฮึกเหิมดี ใจ ไม่ใช่กลับกลายเป็นเกิดความกังวล
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง หรือไม่ก่อนหน้านี้ก็เคย เสียเปรียบครั้งใหญ่ ทุกคนถึงได้มีท่าทีเช่นนี้
เนี่ยเทียนนั่งเงียบๆ ก่อนจะหยิบเอาหินวิเศษอีกก้อนออกมาดูดซับ พลังวิญญาณ
เขาหลับตาลงด้วยทีท่าไม่คิดจะเสวนากับผู้ใด คนพวกนั้นเห็นแล้วก็ให้ เบื่อหน่าย แล้วก็ไม่หน้าด้านพอจะชวนเขาคุยด้วย ต่างคนจึงต่างยกเรื่อง สัพเพเหระมาคุยกันเอง
จากบทสนทนาของพวกเขาทำให้เนี่ยเทียนรู้ว่าหลังจากเข้ามาที่นี่ พวกเขาก็ทยอยเจอกับคนของภูเขาสายฟูา สำนักเทียนเหยียนและยังเจอ คนของวิมานสวรรค์อีกกลุ่มหนึ่งที่มาช่วงชิงวัตถุดิบวิเศษซึ่งพวกเขาหามา ได้ เป็นเหตุให้มีคนตายไปไม่น้อย
พวกเขาหลายคนที่เป็นแกนกลางสำคัญได้ใช้หินส่งข้อความเสียง ติดต่อกันจึงได้มารวมตัวกันในที่สุด
ทว่าคนที่มาพร้อมกับพวกเขาเนื่องจากแยกย้ายกันไป หลายคนจึง ตายไประหว่างที่มีการต่อสู้
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เนี่ยเทียนก็มองเห็นผ่านทิพย์จักษุว่าต่งลี่หยุดการ ชุบหลอมหงส์ดำแล้ว
วิญญาณสัตว์หงส์ดำที่เป็นของต่งลี่ก็ค่อยๆ ลอยออกมาจากในร่างของ หงส์ดำระดับแปดพร้อมกับม่านแสงผืนหนึ่ง แล้วผสานรวมเข้าไปใน ร่างต่งลี่อีกครั้ง
วินาทีที่วิญญาณสัตว์หงส์ดำคืนสู่ร่าง ต่งลี่ก็ลืมตามองทุกคน
และนั่นจึงยิ่งทำให้นางฝึกบำเพ็ญตบะได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
พลังอำนาจน่าตะลึงอย่างถึงที่สุดกระเพื่อมออกมาจากบนร่างของนาง นางหยิบเอาหินวิเศษหลายก้อนออกมา สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มฝุา ทะลุสู่เขตต้นสวรรค์ช่วงท้าย!
“ต่งลี่จะฝุาทะลุขั้นแล้ว!”
“หงส์ดำตัวนั้นที่ตายไปต้องมีระดับสูงมากแน่นอน มิฉะนั้นพอต่งลี่ชุบ หลอมเสร็จ ขอบเขตก็คงไม่มีแววว่าจะฝุาทะลุทันทีเช่นนี้!”
“ต่งลี่ช่างโชคดีจริงๆ!”
ทุกคนส่งเสียงจอแจสีหน้าอิจฉา ตื่นตะลึงไปกับโชคดีเทียมฟูาของต่ง ลี่ อย่างถึงที่สุด
ผ่านไปพักใหญ่คนเจ็ดคนของหอหันปิงที่มีเสวียนเข่อเป็นหัวหน้าก็ มาถึงอย่างเงียบเชียบ
ตอนที่เสวียนเข่อมาถึง เนี่ยเทียนที่ตั้งใจฝึกตนจนพลังวิญญาณฟื้นคืน มานานแล้วก็พลันลืมตา หันไปตวาดใส่เสวียนเข่อเสียงเย็น “เจ้าเปลี่ยน ใจแล้วรึ?”
ก่อนหน้าที่เสวียนเข่อจะจากไปมีเพียงสี่คน ตอนนี้มีคนเพิ่มมาอีกสาม คน หนึ่งในนั้นมีขอบเขตต้นสวรรค์ช่วงท้ายเช่นเดียวกับเสวียนเข่อ อีก สองคนต่างก็มีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลาง
เนี่ยเทียนจึงเข้าใจผิดไปว่าพอเสวียนเข่อรู้สึกว่าตนมีความสามารถ มากพอจึงคิดอยากได้หงส์ดำ
แต่เสวียนเข่อกลับส่ายหน้ากล่าว “มีเจ้าอยู่ หอหันปิงของพวกเราจึง สละหงส์ดำระดับแปดตัวนั้นทิ้งตั้งแต่แรกแล้ว”
ข้างกายเสวียนเข่อคือจ้าวเยว่ที่ก่อนหน้านี้เสนอให้สังหารเนี่ยเทียนไม่ หยุดปาก และยังมีหวังหรง หลัวเซวี่ยที่รีบร้อนอธิบาย
จ้าวเยว่หัวเราะแห้งๆ หนึ่งครั้ง ท่าทีเปลี่ยนมาเป็นมิตรอย่างน่าแปลก ใจ “คือว่า ตอนที่พวกเราผ่านมาเจอกับหยางคันและหลิวเจี้ยน เรื่องที่ เกิดขึ้นที่นี่พวกเรารู้หมดแล้ว จะกล้าอยากได้หงส์ดำตัวนั้นอีกได้อย่างไร”
หวังหรงพยักหน้า มุมปากยิ้มเจื่อน “เจ้าคนเดียวฆ่าคนไปได้มากมาย ขนาดนี้ แถมยังรวมกวานเย่ด้วย แม้แต่หยางคันยังตกใจจนถอยร่น พวก เราย่อมรักษาสัญญาอยู่แล้ว”
“พวกเรามาหาเจ้าเพราะมีเรื่องอื่น” หลัวเซวี่ยเองก็รีบร้อนอธิบาย
พอคนสามคนของหอหันปิงเอ่ยจบ ห้าคนจากอาณาจักรปุายจั้นก็ ยืนบื้อราวกับถูกฟูาผ่า
สายตาของพวกเขาพลันมารวมอยู่บนร่างของเนี่ยเทียน ปากเผยออ้า น้อยๆ คล้ายอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพูดไม่ออก
ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไรก็มิอาจเอาศพหลายสิบศพมาเชื่อมโยง กับเนี่ยเทียนได้
เนี่ยเทียนมีความสามารถใดถึงฆ่าคนระดับเดียวกันไปได้มากมาย ขนาดนี้? แถมในบรรดานั้นยังมีหลายคนที่ขอบเขตสูงกว่าเนี่ยเทียนระดับ หนึ่งด้วย!
นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?