ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 55 ลมน้ำาเปลี่ยนทิศ
“เจมด้สิบเมตร!”
นัยน์ตาของเนี่ยเทียนโชนแสงแปลกประหลาด้อย่างเหมนได้้ ชัด้ ร่างที่นั่งตัวตรงสั่นเยือกน้อยๆ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่เขาอยู่ในเกาะน้ำาแขมงแล้วค้นหางู เหลือมน้ำาแขมงยักษ์ไปทีละจุด้ ขอบเขตที่กระแสจิตของเขาปกคลุม จำากัด้อยู่ที่ห้าสิบเมตร
นั่นเป็นขอบเขตที่เขาต้องเผาผลาญพลังจิตไปหลายครั้ง และผ่านการยกระด้ับขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ถึงจะไต่ไปได้้ถึงขอบเขต นั้น
เขานึกไม่ถึงว่ากินเนื้อกิ้งก่าด้ินเข้าไป หลังจากที่กล้ามเนื้อ แขมงแกร่งขึ้น ขีด้จำากัด้ในการสำารวจของพลังจิตเขายังเพิ่มขึ้นมา ชัด้เจนแบบนี้ด้้วย!
“เป็นของด้ี! เป็นของด้ีจริงๆ!”
พอนึกถึงตอนที่พวกอันอิ่งสามคนกินเนื้อกิ้งก่าเข้าไปแล้ว พากันท้องเสีย เขากมอด้ไชโยโห่ร้องกับตัวเองไม่ได้้
เนื้อสัตว์วิเศษระด้ับสองไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเรมวใน การฝึกบำาเพมญตบะของเขา ยังสามารถชุบหลอมเลือด้เนื้อได้้ด้้วย!
และความแขมงแกร่งของเลือด้เนื้อกมทำาให้พลังจิตของเขาได้้ รับผลประโยชน์ ทำาให้พลังของเขาทรงพลังขึ้นทุกด้้าน!
ถึงเวลานี้ เขายิ่งมีความคาด้หวังต่อการประลองในโลก มายามรกตมากขึ้น อยู่ๆ กมรู้สึกว่าสำานักภูตผีและสำานักโลหิตไม่ได้้น่า กลัวอะไรขนาด้นั้น
สำาหรับการพูด้คุยปรึกษากันระหว่างพวกเจียงหลิงจูและ อันอิ่ง เขาจึงไร้ซึ่งความสนใจใด้ๆ คิด้แต่อยากจะเอาเนื้อกิ้งก่าด้ิน เขมือบลงท้องไปได้้ให้เรมวที่สุด้
“ทะเลทรายร้าง…”
มองร่างของกิ้งก่าด้ินจากที่ไกลๆ เขาแอบขมวด้คิ้ว พลัน นึกถึงปัญหาข้อหนึ่ง
ทะเลทรายร้างและเกาะน้ำาแขมงนั้นไม่เหมือนกัน เนื้อของ สัตว์วิเศษที่ล่ามาได้้จากเกาะน้ำาแขมงไม่ต้องแปรรูปใด้ๆ กมพกติด้ตัวได้้ เลย
เพราะเกาะน้ำาแขมงอากาศเยมนฉ่ำา เนื้อสัตว์ชนิด้ใด้กมตาม ล้วนรักษาความสด้ใหม่เอาไว้ได้้ ไม่มีทางเน่าเปื่อย
ทว่าในทะเลทรายร้างอากาศร้อนแผด้เผาราวกับเปลวไฟ ไม่ว่าเนื้อสัตว์วิเศษใด้ๆ หากไม่จัด้การให้ด้ีย่อมเน่าเสียได้้อย่าง รวด้เรมว ไม่สามารถเอาไปกินต่อได้้
“ดู้ท่าแล้วจำาเป็นต้องเอาเนื้อพวกนั้นมาทำาให้เป็นเนื้อแห้ง มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นถึงจะพกเอาไปด้้วย และเอาเกมบไว้กินได้้เป็นระยะ เวลานาน”
พอคิด้เช่นนี้เขาจึงลุกพรวด้ขึ้นยืน เด้ินไปทางศพของ กิ้งก่าด้ินตัวนั้น
เจียงเหมียวที่นั่งอยู่ไม่ห่างจากเขา พอเหมนเขาลุกขึ้นจึงเด้ิน ตามไปโด้ยอัตโนมัติ เอ่ยถามด้้วยความแปลกใจ: “เนี่ยเทียน เจ้าจะ ทำาอะไรหรือ?”
“ข้าจะเอาเนื้อของกิ้งก่าด้ินมาทำาเป็นเนื้อแห้ง” เนี่ยเทียน ตอบด้้วยรอยยิ้ม
“ข้าช่วยนะ” เจียงเหมียวกล่าว
เนี่ยเทียนอึ้ง “เจ้ารู้หรือว่าต้องทำายังไง?”
“ไม่รู้หรอก” เจียงเหมียวตอบอย่างตรงไปตรงมา “เจ้า สอนข้าสิ”
“ข้ากมไม่รู้เหมือนกัน” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน
“หา!” เจียงเหมียวอุทานเบาๆ หนึ่งเสียง รีบหันไปมอ งกัวฉีที่อยู่ไม่ไกลทันที “พี่ใหญ่กัว เจ้ารู้หรือไม่ว่าจะเอาเนื้อสัตว์ วิเศษมาทำาเป็นเนื้อแห้งอย่างไร?”
“รู้สิ” กัวฉีตอบ
“ต่อไปพวกเราอยู่ในทะเลทรายร้าง อาจจะไม่ได้้เจอสัตว์ วิเศษอีก แต่ยังไงพวกเรากมต้องกินอะไรอยู่ด้ี พวกพี่อันอิ่งกำาลัง ปรึกษาเรื่องสำาคัญกันอยู่ พวกเราอยู่ว่างๆ ไม่มีอะไรทำากมควรเอาเนื้อ
สัตว์วิเศษพวกนั้นมาทำาเป็นเนื้อแห้งพกติด้ตัว ด้ีไหมล่ะ?” เจียง เหมียวกล่าว
“อ้อ งั้นเด้ี๋ยวข้าช่วยพวกเจ้าแล้วกัน” กัวฉีพยักหน้า
ตอนอยู่ที่เกาะน้ำาแขมง ลูกศิษย์สำานักภูตผีที่โผล่มาอย่าง กะทันหันสวมชุด้ของหุบเขาเทา เกือบทำาให้เขาถูกลอบฆ่า
เนี่ยเทียนเป็นคนแรกที่เหมนถึงความผิด้ปกติ จึงลงมือกับลูก ศิษย์สำานักภูตผีคนนั้นทันที ถึงทำาให้เขารอด้พ้นจากภัยพิบัติมาได้้
ไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะปฏิบัติต่อเนี่ยเทียนอย่างไร แต่เรื่อง ที่เนี่ยเทียนช่วยชีวิตเขาไว้เป็นความจริง ด้ังนั้นแม้ว่าเขาจะไม่ค่อย เตมใจเท่าไหร่นักกมยังพยักหน้ายอมทำาตาม
“ข้ากมช่วยพวกเจ้าด้้วย” เย่กูโม่จากสำานักหลิงอวิ๋นกล่าว ด้้วยรอยยิ้มเตมใบหน้า
เขาไม่ได้้เข้าร่วมการปรึกษากับพวกเจียงหลิงจูและอันอิ่ง หลังจากใช้หินวิเศษมาฟื้นพลังแล้ว เขากมนั่งลงไม่ห่างจากเนี่ยเทียน นัก แอบสังเกตอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ
คำาพูด้ที่เนี่ยเทียนกล่าวกับเจียงเหมียว เขาได้้ยินอย่าง ชัด้เจน แล้วกมรู้ด้้วยว่าเมื่อนำาเนื้อสัตว์วิเศษของที่นี่มาทำาเป็นเนื้อแห้ง แล้วจะมากเพียงพอให้ทุกคนกินไปได้้อีกนาน
ตอนนี้สองฝ่ายรวมตัวกันแล้ว หลังจากนี้ย่อมไม่แยกจาก กันไปอีก แน่นอนว่าต้องร่วมมือร่วมใจกัน ด้ังนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายเสนอ ตัวขึ้นมาก่อน
“ขอบคุณมาก” เนี่ยเทียนกล่าวด้้วยรอยยิ้ม
เย่กูโม่หัวเราะฮ่าๆ เสียงด้ัง พูด้ติด้ต่อกัน: “ไม่ต้องเกรงใจ พวกเจ้าเองกมทำาเพื่อทุกคน”
ต่างฝ่ายต่างกล่าวต่อกันด้้วยความเกรงใจ เนี่ยเทียนและ เจียงเหมียวเมื่อได้้ความช่วยเหลือจากเย่กูโม่และกัวฉี จึงเริ่มหั่นชิ้น เนื้อนำามาทำาเนื้อแห้งที่สามารถเกมบรักษาไว้ได้้นาน
พวกอันอิ่งปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่งกมได้้ข้อตัด้สินที่เหมนพ้อง ต้องกัน
เมื่อพวกเขารู้ว่าพวกเนี่ยเทียนกำาลังทำาเนื้อแห้ง รู้ว่านั่น สามารถช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องอาหารของทุกคนในวันหน้าได้้จึงพา กันลงมือ
แต่ว่า ก่อนหน้าที่จะลงมือ พันเทากลับปล่อยสัญญาณขึ้น ฟอาอีกครั้ง
ควันสีด้ำาสนิทเส้นหนึ่งลอยละลิ่วขึ้นสู่ฟากฟอา เหมนได้้อย่าง ชัด้เจนจากท้องฟอาของทะเลทรายร้าง
“ตอนนี้พลังวิญญาณของทุกคนล้วนฟื้นตัวแล้ว ต่อให้นาง มารของสำานักโลหิตมาเอง พวกเรากมไม่กลัว” พันเทามาหยุด้อยู่ข้า งกายเนี่ยเทียน เอ่ยอธิบาย: “แม้ว่าหยวนเฟิงของหุบเขาเทาจะน่า รังเกียจ แต่เขาไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อพวกเขาถูกสำานักภูตผีโจมตีในเกาะ น้ำาแขมง กมย่อมไม่กล้าอยู่ที่นั่นต่ออีก”
“ขอแค่หยวนเฟิงยังมีชีวิตอยู่ เขาต้องเลือกมาที่ทะเลทราย ร้างเช่นพวกเราแน่นอน”
“บางทีตอนนี้หยวนเฟิงอาจพาผู้โชคด้ีของหุบเขาเทามา ถึงที่ทะเลทรายร้างแล้วกมเป็นได้้”
“สัญญาณนี้เราปล่อยเพื่อพวกหยวนเฟิง หวังว่าพวกเขา จะหาพวกเราเจอผ่านสัญญาณ เฉกเช่นที่พวกเราหาสำานักหลิงอวิ๋น เจอ”
พันเทาลงมือช่วยเนี่ยเทียนหั่นเนื้อ พลางอธิบายไปด้้วย
“ไม่คิด้จะกลับไปที่เกาะน้ำาแขมงแล้วหรือ?” เนี่ยเทียนถาม
“อืม เพราะว่าผู้ที่มาโลกมายามรกตยังมีคนของสำานักภูตผี อีก และตอนนี้คนของสำานักภูตผีกมอยู่ที่ทะเลทรายร้าง หากพวกเรา ไปที่เกาะน้ำาแขมง คนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิตกมสามารถรวมตัว กันได้้อย่างรวด้เรมว” พันเทากล่าวอย่างสัตย์จริง “เมื่อครู่นี้พวกเรา
ปรึกษากันแล้วตัด้สินใจว่าจะรอแค่ช่วงเวลาหนึ่ง ให้โอกาสหุบเขา เทาได้้หาพวกเราเจอ”
“สัญญาณกมปล่อยไปแล้ว หากผ่านไปนานแล้วพวกเขายัง มาไม่ทัน นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะโชคร้ายมากกว่าโชคด้ี”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าพวกเราบุ่มบ่ามบุกเข้าไปในเกาะน้ำาแขมง กมเท่ากับใช้พลังสองฝ่ายของพวกเราต่อสู้กับสำานักภูตผีและสำานัก โลหิต”
“แบบนี้ไม่ค่อยฉลาด้เท่าไหร่เลยนะ”
เนี่ยเทียนมีท่าทีแปลกใจ “พวกเจ้าคิด้จะอยู่ในทะเลทราย ร้างนี่ไปตลอด้หรือ?”
“ไม่ใช่” พันเทาส่ายหัว “ไม่ว่าจะเจอพวกหยวนเฟิงแห่ง หุบเขาเทาหรือไม่ พวกเรากมต้องไปจากทะเลทรายร้าง เพื่อไปหาพวก เจิ้งปินจากอารามเสวียนอู้ที่เขตภูเขาไฟ ก่อนหน้าที่เจียงหลิงจูและ เจิ้งปินจะเข้ามามีการทำาข้อตกลงกันไว้แล้ว เจียงหลิงจูจะพาคนมาที่ ทะเลทรายร้าง ส่วนพวกเจิ้งปินจะไปเขตภูเขาไฟ”
“ทางฝ่ายหุบเขาเทาบาด้เจมบและล้มตายกันไปมาก อีก อย่างพวกเรากมรู้แล้วว่าสำานักภูตผียังคงไล่ฆ่าพวกเขาอยู่”
“ด้ังนั้นเพื่อทุกคนแล้ว พวกเราจึงตัด้สินใจว่าจะไปหา เจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้ที่เขตภูเขาไฟ”
“คิด้ดู้แล้ว พวกเขาน่าจะไม่อยู่ในสภาพตกอับเท่าหุบเขา เทา หากพวกเขายังไม่เจอคนของวังยมบาล จำานวนคนของอาราม เสวียนอู้ น่าจะยังคงเตมจำานวน”
“อารามเสวียนอู้ถึงจะทำาให้พลังที่แท้จริงของพวกเราเพิ่ม ขึ้นมาได้้”
พันเทาอธิบายผลจากการปรึกษาระหว่างพวกเขาและ เจียงหลิงจูให้เนี่ยเทียนฟังอย่างละเอียด้
เนี่ยเทียนครุ่นคิด้อยู่เลมกน้อยกมรู้ว่าเนื่องจากทางฝ่ายของ หุบเขาเทามีคนตายมากเกินไป บวกกับที่ยังไม่รู้ว่ามีลูกศิษย์สำานัก ภูตผีกี่คนที่อยู่ในเขตเกาะน้ำาแขมง ทำาให้พวกเขามองอารามเสวียนอู้ เป็นทางเลือกที่ด้ีกว่า
สัญญาณที่พันเทาปล่อยไปคือโอกาสสุด้ท้ายที่พวกเขา มอบให้กับหยวนเฟิง หลังจากที่ควันนั้นสลายหายไป หากหยวนเฟิง ยังไม่ปรากฏตัว พวกเขากมจะทอด้ทิ้งไปอย่างสิ้นเชิง
นี่คือความเยมนชาอย่างหนึ่ง แต่กลับเป็นการตัด้สินใจอย่าง ชาญฉลาด้ อันที่จริงแล้วในใจของเขากมค่อนข้างเอนเอียงไปกับการ ตัด้สินใจเช่นนี้
ขณะที่ควันสีด้ำาลอยอยู่สูงกลางท้องฟอาของทะเลทรายร้าง คนทั้งกลุ่มร่วมแรงร่วมใจกัน ภายใต้การชี้นำาจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง พันเทาและเย่กูโม่ เนื้อสัตว์วิเศษแต่ละชิ้นกมกลายมาเป็นเนื้อแห้ง
ทางฝ่ายของสำานักหลิงอวิ๋น พอรู้ว่าพวกอันอิ่งกินเนื้อกิ้งก่า ด้ินเข้าไปแล้วท้องเสียจนแทบจะหมด้สภาพ ทุกคนจึงพากันหลีก เลี่ยงเนื้อกิ้งก่าด้ิน
เหมนสภาพที่น่าอนาถของผู้ประลองสำานักหลิงอวิ๋นทั้งสาม คนแล้ว แม้แต่แตะเนื้อกิ้งก่าด้ินพวกเขากมยังไม่กล้าทำา ต่างกลัวว่าจะ หาเรื่องซวยใส่ตัวเอง
ด้ังนั้น เนื้อของกิ้งก่าด้ินระด้ับสองตัวนั้นหลังจากที่ถูกทำา เป็นเนื้อแห้งแล้ว แน่นอนว่าย่อมถูกเนี่ยเทียนครอบครองไปคนเด้ียว
ควันสีด้ำาเข้มข้นลอยสูงกลางฟอาเป็นระยะเวลานาน สุด้ท้ายกมค่อยๆ สลายหายไป
“หลังจากที่สัญญาณหายไป หากหยวนเฟิงมองเหมน จำาเป็นต้องมาถึงที่นี่ภายในครึ่งชั่วยาม รออีกครึ่งชั่วยาม หากผ่าน ครึ่งชั่วยามไปแล้วพวกเขายังไม่มา ถ้าอย่างนั้นกมไม่จำาเป็นต้องรอ อีก” อันอิ่งกล่าวด้้วยสีหน้าราบเรียบ
“อืม ถ้าอย่างนั้นกมรออีกครึ่งชั่วยามแล้วกัน” เจียงหลิงจู เองกมเหมนด้้วย
“เจ้าหยวนเฟิงนั่นน่ารังเกียจที่สุด้เลย ตายไปซะได้้กมด้ี” เจิ้งรุ่ยแค่นเสียงหนึ่งครั้ง กล่าวด้้วยน้ำาเสียงแปลกแปร่ง: “แม่งเอาย! ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่เกาะน้ำาแขมง เขายังจะให้พวกเราส่งตัวเนี่ยเทียน ไปให้พวกเขาจนเกือบจะเปิด้ศึกกันเสียแล้ว ไอ้หมอนี่หากมีชีวิตรอด้ เกรงว่ากมคงเป็นหายนะอย่างหนึ่ง”
“เขามาขอตัวเนี่ยเทียนจากพวกเจ้าหรือ?” เจียงหลิงจูพูด้ ด้้วยความสงสัย
“เจ้าไปถามเขาเองเถอะ” เจิ้งรุ่ยชี้ไปที่เนี่ยเทียน
เจียงหลิงจูมองไปตามนิ้วมือที่เขาชี้ไป
เนี่ยเทียนที่กำาลังง่วนอยู่กับเนื้อกิ้งก่าด้ิน สบสายตากับนาง กล่าวว่า: “เจ้ายังจำาวันนั้นที่หน้าหอหลิงเป่าซึ่งข้าต่อสู้กับอวิ๋นซงได้้ ไหม?”
“ต้องจำาได้้แน่อยู่แล้ว”
“อวิ๋นซงเป็นลูกพี่ลูกน้องกับหยวนเฟิง”
“ที่แท้กมเป็นแบบนี้นี่เอง”
“ตระกูลหยวน…” เนี่ยเสียนขมวด้คิ้ว สีหน้าเยมนชา “ตระกูลหยวนใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหันสือแต่กลับใช้วิธีการสกปรกมา
เล่นงานตระกูลเนี่ยของเราอย่างต่อเนื่อง เจ้าหยวนเฟิงนั่นควรตาย อยู่ในเกาะน้ำาแขมงด้ีที่สุด้ จะได้้ไม่ต้องมาให้รกหูรกตา!”
ในฐานะที่เป็นคนตระกูลเนี่ยเหมือนกัน เขาย่อมรู้ว่า เนื่องจากการด้ำารงอยู่ของหยวนชิวอิ๋ง จึงทำาให้ตระกูลเนี่ยถูกตระกูล หยวนข่มมาหลายปี
อาการบาด้เจมบหนักของเนี่ยตงไห่กมเกิด้จากการร่วมมือกัน ระหว่างตระกูลหยวนและตระกูลอวิ๋น นี่ทำาให้เขาไร้ซึ่งความรู้สึกด้ี ใด้ๆ ต่อหยวนเฟิง
“มีเสียงมา!” เจียงหลิงจูสีหน้ากระตุก รีบหันไปมองยัง ทิศทางจากเขตเกาะน้ำาแขมงมายังทะเลทรายร้าง “ทุกคนระวังตัวให้ มาก หากคนที่มาเป็นลูกศิษย์ของสำานักภูตผีกมรับสังหารพวกเขาให้ หมด้ทันที!”
“ตกลง” ทุกคนพากันตอบรับ
“เป็นหยวนเฟิง!”
ไม่นานหยวนเฟิงแห่งหุบเขาเทาและอวิ๋นซงสองคนกมา ปรากฏอยู่ในขอบเขตเส้นสายตาของทุกคน
หยวนเฟิงและอวิ๋นซงผอมลงไปมากอย่างเหมนได้้ชัด้ บน อาภรณ์ที่ขาด้กะรุ่งกะริ่งเตมไปด้้วยรอยเลือด้
และกมไม่รู้ว่ารอยเลือด้เหล่านั้นมาจากตัวพวกเขาเอง หรือ ว่ามาจากร่างของลูกศิษย์สำานักภูตผี
พวกเขาสองคนสีหน้าขาวเผือด้ นัยน์ตามืด้สลัวไร้ชีวิตชีวา หมด้สิ้นซึ่งบารมีก่อนอย่างหน้านี้ไปสิ้นเชิง
เมื่อพวกเขาวิ่งเข้ามา พอมองเหมนคนของสำานักหลิงอวิ๋น และหอหลิงเป่า ในด้วงตาของหยวนเฟิงพลันมีแสงระยิบระยับเปล่ง ออกมาอีกครั้ง
“หาพวกเจ้าเจอเสียที!” อวิ๋นซงโหวกเหวกเสียงด้ัง “พวก เราเจอลูกศิษย์ของสำานักภูตผีในเกาะน้ำาแขมง! นอกจากข้าและพี่ชาย ข้า คนอื่นล้วนถูกฆ่าไปหมด้แล้ว ตายอย่างอนาถมาก!”
“พวกเจ้าอยู่ที่นี่กมด้ีแล้ว! เรมวเข้า กลับไปที่เกาะน้ำาแขมง สังหารลูกศิษย์พวกนั้นของสำานักภูตผีให้หมด้!”
เขาเหมือนคนที่ว่ายน้ำาไม่เป็นแล้วมองเหมนเรือลำาเลมกลอย ผ่านมา ตื่นเต้นจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
“รอพวกเจ้ามานานมากแล้ว” อันอิ่งมองหยวนเฟิงด้้วย สายตาเยมนชา ไม่ทำาหน้าตาเป็นมิตรกับเขาเลยแม้แต่นิด้ “ไปเถอะ อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย ตอนนี้พวกเราไปหาเจิ้งปินแห่งอารามเสวียน อู้ที่เขตภูเขาไฟกัน”
“ทำาไมต้องไปหาอารามเสวียนอู้? กลับไปที่เกาะน้ำาแขมง ก่อน หลังจากฆ่าลูกศิษย์ของสำานักภูตผีหมด้แล้วค่อยทำาการประลอง ในโลกมายามรกตต่อไปสิ!” อวิ๋นซงกรีด้ร้องเสียงแหลม
“อย่าพูด้มาก!” เจิ้งรุ่ยสีหน้าไม่รับแขก “เพื่อรอพวกเจ้า พวกเราต้องเสี่ยงอันตรายอย่างมาก ข้าไม่สนหรอกว่าพวกเจ้าจะตาย กันไปกี่คน! ในเมื่อพวกเจ้ามาแล้วกมต้องฟังคำาสั่งของพวกเราอย่างว่า ง่าย พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์มาชี้นิ้วสั่งนู่นสั่งนี่!”
“ท่านพี่” อวิ๋นซงหันไปมองหยวนเฟิงด้้วยท่าทางน่า สงสาร
สายตาเยมนเยียบของหยวนเฟิงกวาด้มองไปที่ร่างของทุก คน ไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งถึงได้้พูด้ด้้วยน้ำาเสียงราบเรียบ: “ฟังพวก เขา”
ในช่วงเวลาที่พวกเขาเฟื่องฟู เขาหยวนเฟิงไม่กลัวหอหลิง เป่าและสำานักหลิงอวิ๋น ทว่าเวลาเปลี่ยนสถานการณ์กมเปลี่ยน ตอนนี้ หุบเขาเทาเหลือเพียงเขาและอวิ๋นซงแล้ว พวกเขาจึงทำาได้้เพียงเชื่อ ฟังอย่างว่าง่าย
“เนื้อสัตว์วิเศษมีมากเกินไป ยังไงกมต้องมีคนช่วยแบก ข้า ว่าจำาเป็นต้องให้พวกเขาช่วยทุกคนแบกเนื้อสัตว์วิเศษให้มากหน่อย พวกเจ้าคิด้ว่าไง?” เนี่ยเทียนเสนอความคิด้ขึ้นมากะทันหัน
“เหมนด้้วย!” อันอิ่งพยักหน้า
“งั้นกมเอาตามนี้แหละ!” เจิ้งรุ่ยคล้อยตาม
“พวกเขาควรทำาอะไรบ้าง” เจียงหลิงจูเหมนด้้วย
“พวกเรายังไม่ทันฟื้นตัวเลยนะ!” อวิ๋นซงกล่าวอย่างแค้น เคือง
เนี่ยเทียนแสยะปากยิ้ม “คนที่ไม่ทำางานทำาการ พวกเราไม่ ต้องการ”
“ข้าจะแบก!” หยวนเฟิงกล่าวด้้วยน้ำาเสียงเยมนชา
“ถ้างั้น ถ้างั้นข้ากมแบกด้้วยแล้วกัน” อวิ๋นซงทำาได้้เพียง ยอมทำาตามอย่างว่าง่าย
“ใช่ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าเชื่อฟังกัน” เนี่ยเทียนกล่าวด้้วย รอยยิ้มเสแสร้ง