ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 542 ชนต่างเผ่าศัตรูตัวฉกาจ
ชั่วขณะที่ดาราเพลิงกาฬแทงเข้าไปในผิวเนื้อของเผ่าหินเทาผู้นั้น เนี่ย เทียนสัมผัสได้ถึงแรงต้านทานอันแข็งแกร่ง ยังที่เนื่องจากชนเผ่าหินเทาผู้ นั้นถูกสายเลือดแห่งชีวิตของเขาดูดดึงพลังชีวิตไปอย่างรวดเร็วจึงยากที่ จะรวบรวมพลังเลือดเนื้อมาสร้างการปูองกันให้กับตัวเองได้ ดังนั้นดารา เพลิงกาฬจึงแทงเข้าสู่หัวใจของอีกฝุายได้อย่างราบรื่น
“อ๊าก!”
สุดท้ายชนเผ่าหินเทาผู้นั้นก็ได้แต่ร้องโหยหวนแล้วขาดใจตายไป
ปราณเลือดหลายเส้นที่แฝงเร้นไว้ด้วยพลังชีวิตเข้มข้นถูกม้วนกลับมา ตามดาราเพลิงกาฬที่ถูกชักออก
เนี่ยเทียนร้อง “เอ๊ะ” เบาๆ หนึ่งครั้ง เมื่อเพ่งมองก็พบว่าจิงชี่เลือด เนื้อของเขากรอกเข้าไปในร่างของชนเผ่าหินเทา พอกินอิ่มก็เอาพลังชีวิต เปี่ยมล้นไหลบ่ากลับคืนมาด้วย
ปราณเลือดแห่งชีวิตที่เข้มข้นแต่ละเส้นได้เขมือบกลืนพลังชีวิตของชน เผ่าหินเทาผู้นั้นไปจนสิ้น ก่อนจะติดตามปราณของเขาไหลผ่านดาราเพลิง กาฬ กลับเข้ามายังร่างของเขาในท้ายที่สุด
ยามนี้ปราณเลือดสีเขียวที่ขดอยู่ในหัวใจเส้นนั้นยังคงอยู่ในสภาวะ หลับลึก
ปราณเลือดสีเขียวมีสายเลือดแห่งชีวิตที่นาบประทับความลี้ลับไร้ที่ สิ้นสุดอยู่ด้านใน ต่อให้มันอยู่ในระยะจำศีล เนี่ยเทียนก็ยังคงสามารถใช้ พรสวรรค์หลากหลายของสายเลือดแห่งชีวิตที่ฟื้นตื่นขึ้นมา
ตอนที่เขาร่ายใช้การสูบดึงพลังชีวิต ไม่ได้รับผลกระทบจากปราณ เลือดสีเขียวเส้นนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว ยังคงดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ปราณเลือดสีเขียวที่จำศีลอยู่ไม่ต้องการดูดซับปราณเลือดซึ่งเพิ่ม ขึ้นมาในร่างของเขาชั่วคราว ดังนั้นปราณเลือดเข้มข้นที่ถูกดึงกลับมาจาก ในร่างของชนเผ่าหินเทาจึงสลายไปทั่วแขนขาทั้งสี่และโครงกระดูกทั่วร่าง ของเขา กรอกเทพลังชีวิตที่เข้มข้นให้กับเรือนกายดั่งเป็นการชุบหลอม เรือนกายของเขาไปด้วย
พลังงานเลือดเนื้อที่เขาสูญเสียไปตอนต่อสู้กับชนเผ่าหินเทาผู้นั้นจึง ได้รับการชดเชยในชั่วพริบตา
พลังชีวิตที่เหลือเป็นส่วนเกินก็ใช้บำรุงเรือนกายของเขา ทำให้เลือด ลมของเขาเปี่ยมล้นอิ่มเต็ม
“ชนต่างเผ่า!”
เขาดึงดาราเพลิงกาฬออกมาช้าๆ เหม่อมองซากศพของชนเผ่าหินเทา ผู้นั้นก็พบว่าเมื่อถูกสูบดึงพลังชีวิต ซากศพของชนต่างเผ่าที่สูงใหญ่กำยำ เปลี่ยนมาเป็นหดเล็กเหี่ยวแฟบ ร่างทั้งร่างหดเตี้ยลงมากว่าเดิมเยอะมาก
เขาสัมผัสไม่ถึงพลังชีวิตใดๆ ในศพนั้นอีก แม้แต่เลือดก็ล้วนแห้งขอด ไปหมดไม่เหลือสักหยดเดียว
“เนี่ยเทียน!”
“เจ้าก็คือเนี่ยเทียนจากอาณาจักรหลีเทียน?”
เย่ฉินแห่งสำนักหยินและเฉินฮ่าวจากสำนักหยางร้องอุทานแทบจะ พร้อมกัน
คนทั้งสองนี้ต่างก็เป็นเมล็ดพันธ์ที่สำนักหยินและสำนักหยางตั้งใจบ่ม เพาะ ทว่าตอนนั้นที่เนี่ยเทียนเผยตัวในอาณาจักรเชียนแจว๋ ใช้ตรา ประทับสะเก็ดดาวทั้งสามดวงปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติ พวกเขากลับไม่ได้ อยู่ด้วย
ตอนนั้นผู้ที่รักษาการณ์อยู่ที่นั่นมีเพียงผู้แข็งแกร่งเขตสามัญและเขตลี้ ลับเท่านั้น สิ่งเหอย่วนและหลี่มู่หยางก็ยิ่งเป็นผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเมล็ดพันธ์ของสองสำนัก แต่เนื่องจากขอบเขต ต่ำเกินไปจึงยังไม่มีสิทธิ์ไปยังพื้นที่ที่รอยแยกห้วงมิติแตกออกเพื่อ สังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่นั่น
คนอื่นๆ ก็ไม่เคยเจอตัวจริงของเนี่ยเทียนมาก่อน
ไม่เคยเจอกัน ทว่าพวกเขากลับเคยได้ยินชื่อเสียงของเนี่ยเทียน ทุก สำนักใหญ่ทั่วทั้งอาณาจักรเชียนแจว๋ต่างก็คุ้นเคยกับชื่อเสียงของเนี่ย เทียนเป็นอย่างดี
พวกเขาล้วนรู้ว่าหากเนี่ยเทียนไม่ไปช่วยผนึกรอยแยกห้วงมิติที่ อาณาจักรเชียนแจว๋ ด้วยกำลังของอาณาจักรเชียนแจว๋เอง เกรงว่าคงไม่ สามารถต้านทานการรุกรานจากพวกภูตผีปีศาจได้
พวกเขารู้สึกดีกับเนี่ยเทียนเป็นพิเศษ แล้วก็รู้ด้วยว่าสำนักหยิน สำนักหยางต่างก็ยอมแตกหักกับวิมานสวรรค์เพื่อเนี่ยเทียน
ด้วยเหตุนี้พอได้ยินว่าคนที่มาเยือนคือเนี่ยเทียน พวกเขาก็ทั้งตะลึง และทั้งยินดี
รอจนพวกเขาสังเกตเห็นว่าเมื่อมาถึงเนี่ยเทียนก็สังหารคนของเผ่าหิน เทา ทั้งยังบอกว่าอีกไม่นานคนของหอหันปิงจะตามมา พวกเขาก็วางใจลง ได้ทันที
“เจ้าเป็นใคร?”
หัวหน้าของเผ่าหินเทาที่มาถึงก่อนผู้ใดเอ่ยด้วยภาษาเผ่ามนุษย์ สำเนียงเพี้ยน มองเนี่ยเทียนด้วยสายตาเย็นชา
คนในชนเผ่าของเขาถูกเนี่ยเทียนสังหารไปในเวลาแค่ไม่กี่วินาที นี่ทำ ให้เขาตื่นตะลึงอย่างมาก
“รู้แค่ว่าข้าเป็นศัตรูของเจ้าก็พอ” เนี่ยเทียนแสยะยิ้ม ดาราเพลิงกาฬ ฟันฉับผ่านความว่างเปล่า แสงมีดยาวสิบกว่าเมตรเส้นหนึ่งที่มีแสงดาว พร่างพราวพลันพุ่งเข้ามาฟันเขา
“ผู้สืบทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!” เมื่อเห็นแสงดาวสว่าง ไสว คนของเผ่าหินเทาต่างก็ตกตะลึงหน้าถอดสี
พวกเขาที่ไม่รู้ว่ามาจากดินแดนใดเหมือนจะเคยได้ยินชื่อเสียงอันน่า เกรงขามของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมาก่อน และรู้ดีถึงความร้าย
กาจของผู้สืบทอดพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว พอเห็นแสงดาวเจิดจ้าจึง มีท่าทีตกใจและกระวนกระวายใจอย่างเห็นได้ชัด
“เนี่ยเทียน! ร่วมมือกันสังหารเขา เขาคือหัวหน้า!” เย่ฉินแห่ง สำนักหยินตะโกนเสียงดัง
เย่ฉินมีหน้าตาสวยงามหมดจด สวมอารภรณ์สีเงินยวงเรียบง่าย สะอาดสะอ้าน ตรงชายแขนเสื้อปักรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวที่ล้อมไว้ด้วย บุปผาหลายดอก เมื่อยกมือขึ้นก็มีแสงจันทร์เย็นฉ่ำสาดส่องออกมา ก่อน จะก่อตัวกันขึ้นเป็นมีดดวงจันทร์
มีดจันทร์เสี้ยวที่ยาวครึ่งแขนส่องประกายแวววาวอยู่กลางอากาศ เมื่อนางใช้ใจควบคุม มุมที่แหลมคมก็แทงไปยังจุดอันตรายตรงลำคอและ ดวงตาของชนเผ่าหินเทาผู้นั้นอย่างต่อเนื่อง
เย่ฉินลอยตัวเบาๆ คล้ายเมล็ดดอกหลิ่วที่ล่องลอย รักษาระยะห่างที่ เหมาะสมกับชนเผ่าหินเทาผู้นั้น
ดูเหมือนนางเองก็รู้ว่าอาวุธวิเศษของนางและความลี้ลับแห่ง พระจันทร์เย็นตาที่ซ่อนอยู่ในมีดดวงจันทร์ยากที่จะแทงทะลุชั้วผิวหนังที่ แข็งแรงประหนึ่งหินเหล็กของชนเผ่าหินเทาผู้นั้นได้ การต่อสู้ประชิดตัวมี แต่จะเสียเปรียบ ดังนั้นตำแหน่งที่นางเลือกลงมือจึงเป็นดวงตาและลำคอ ของคนผู้นั้นที่ไม่มีผิวหนังแข็งทนทาน
“ตกลง!”
เนี่ยเทียนหัวเราะยาว แสงมีดที่ยาวสิบกว่าเมตรตวัดฉับลงมาจาก กลางอากาศ
แสงมีดมีลำแสงเปลวเพลิงยาวเหยียดแลบปลาบออกมาซึ่งในเปลว เพลิงยังผสานรวมแก่นของพืชหญ้าอย่างเวทหนามไม้สวรรค์และแสงดาว ที่ลึกลับด้วย
“รนหาที่ตาย!” หัวหน้าของชนเผ่าหินเทาตวาดดุดันด้วยภาษาเผ่า มนุษย์ที่ฟังไม่ชัดเจน “เวทลับสายเลือด! หินเริงระบำ!”
ก้อนหินใหญ่มหึมาหลายก้อนลอยอยู่กลางอากาศ พอได้รับการชักนำ จากสายเลือดของเขาจึงหมุนโคจรไปทั่วอย่างไม่สนใจสนามแรงโน้มถ่วง
ระหว่างเขาและเนี่ยเทียนมีหินยักษ์มากมายหลายสิบก้อน ก่อนที่หิน เหล่านั้นจะหมุนซ้ายหมุนขวากลายมาเป็นค่ายกลก้อนหิน
ตอนที่แสงมีดฟันลงมา ก้อนหินเหล่านั้นพลันกองรวมกัน ก่อตัวเป็น ภูเขาหินสูงร้อยเมตร
“เคร้งๆๆ!”
แสงมีดพกพาเอาพลังแห่งความคมกริบที่ฟาดฟันให้ภูเขาหินร้อยเมตร แตกกระจายไปอย่างช้าๆ เศษหินมากมายปลิวว่อนไปทั่ว
ทว่าการโจมตีอย่างห้าวหาญของดาราเพลิงกาฬก็ถูกเวทลับสายเลือด ของคนผู้นั้นสกัดกั้นไว้ ถูกเศษหินจำนวนมากลดทอนความดุดันที่ควรมีลง ไป
ตอนที่เศษหินเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งแตกกระจายหลังโดนดาราเพลิงกาฬ ฟาดฟันกำลังจะร่วงลงพื้นกลับหยุดชะงักกะทันหันอีกครั้ง
หัวหน้าเรือนกายใหญ่โตของชนเผ่าหินเทาผู้นั้นแค่นเสียงเย็น ก่อนจะ คำรามเบาๆ ด้วยภาษามนุษย์ “สายเลือด ฝนเศษหิน!”
ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นนับร้อยนับพันก้อนคล้ายเกล็ดน้ำแข็งที่พัด ทวนขึ้นฟูา กลบทับแสงอาทิตย์เอาไว้ ก่อนจะรวมตัวพุ่งเข้าหาเนี่ยเทียน อย่างบ้าคลั่งดั่งนภากาศถูกทะลุทะลวงด้วยก้อนหินที่ถูกระบายมาจาก โลกภายนอก
ก้อนหินกระแทกเข้ามาพร้อมเสียงแหลมกรีดหู ทำให้เนี่ยเทียนรู้สึก ปวดปลาบในแก้วหู
เขาขมวดคิ้ว โคจรพลังงานต่างธาตุในร่างกายสร้างสนามแม่เหล็กยุ่ง เหยิง
เมื่อสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงปรากฏ เศษหินเหล่านั้นที่บินเข้ามาก็ บิดเบือนคล้ายถูกหนวดยักษ์ที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง อานุภาพหายสิ้น
รอจนเศษหินเหล่านั้นกระแทกลงมา เนี่ยเทียนก็ใช้เรือนกายของ ตัวเองรองรับเอาไว้โดยไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหนี
ครู่เดียว เนี่ยเทียนก็ถูกเศษหินกลบทับจนเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางกอง หิน
พอฝนเศษหินกระแทกลงมาหมดแล้ว เขาถึงได้ไหล่ไหวน้อยๆ สลัด เศษหินให้ร่วงลงไปอีกฝั่งหนึ่ง ส่วนตัวเองก็เผยตัวออกมาอีกครั้ง
“อู้ๆ!”
และเวลานี้เอง เสวียนเข่อแห่งหอหันปิงก็พาสหายร่วมสำนักเร่งรุด เดินทางมาถึง
พอเห็นว่ามีชนต่างเผ่าอยู่ที่นี่ คนของหอหันปิงก็เรียกอาวุธวิเศษออก มาแล้วร่วมต่อสู้กับชนเผ่าหินเทาทันทีโดยที่แทบไม่ต้องคิด
เผ่ามนุษย์มักเป็นโรคเดียวกันนั่นคือเมื่อไม่มีศัตรูจากภายนอก พวก เขามักจะต่อสู้กันเอง
ตอนที่ดินแดนดาวตกไม่มีภูตผีปีศาจ ไม่มีศัตรูที่แข็งแกร่งจาก ภายนอกรุกรานเข้ามา สำนักผู้ฝึกลมปราณแต่ละแห่งมักจะเข่นฆ่ากันเอง ตลอดเวลาแทบจะไม่ได้หยุดพัก
แต่พอรู้ว่ามีชนต่างเผ่าเข้ามาเยือน ยกตัวอย่างเช่นคราวก่อนที่รอย แยกห้วงมิติสามเส้นปรากฏขึ้น แต่ละสำนักในดินแดนดาวตกต่างก็ ปรองดองกันจนน่าแปลกใจ แล้วก็ไม่ได้ต่อสู้กันอีกเลย
จ้าวซานหลิงและตำหนักเทพเพลิงรุกรานอาณาจักรต้าฮวางก็เพราะรู้ ว่ารอยแยกห้วงมิติทั้งสามที่แตกออกได้ถูกปิดผนึกลงแล้ว ไม่มีภัยคุกคาม จากภายนอกอีกถึงได้ลงมือ
ในพื้นที่แห่งนี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน
ตอนที่ชนเผ่าหินเทายังไม่ปรากฏตัว ผู้มีเขตต้นสวรรค์ของแต่ละสำนัก ต่างก็เปิดศึกต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อช่วงชิงวัตถุดิบวิเศษ
การปรากฏตัวของชนเผ่าหินเทาจะพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ของที่แห่ง นี้ ทำให้ผู้ฝึกลมปราณเผ่ามนุษย์ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันรับมือกับศัตรู ก่อนชั่วคราว
“ฆ่าชนต่างเผ่าก่อน!” เสวียนเข่อสีหน้าเย็นชาประหนึ่งน้ำแข็งหมื่นปี ที่ไม่มีวันละลาย ทั่วร่างเขาแผ่ไอเย็นเยียบหนาวสะท้านไปถึงขั้วกระดูก ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าใส่คู่ต่อสู้ของเย่ฉิน
คนอื่นๆ ก็เลือกเปูาหมายของตัวเองโดยร่วมมือกับคนของสำนักหยิน สำนักหยางเล่นงานคนของชนเผ่าหินเทา
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่พอผ่านการโจมตีไปครั้งหนึ่งก็พลันอยู่เฉย
ไม่ได้รีบร้อนลงมือ เขามองสถานการณ์ในปัจจุบันแล้วก็พลันจ้องไปที่ ค่ายกลนำส่งแปลกประหลาดที่พาชนเผ่าหินเทาเดินทางมาที่นี่
ค่ายกลนำส่งที่สามารถส่งคนของชนเผ่าหินเทามาที่นี่ได้ยังคงหมุน โคจรเบาๆ อยู่กลางอากาศ เห็นได้ชัดว่ายังคงโคจรตามปกติ
ดวงตาของเนี่ยเทียนเปล่งประกายวิบวับ ไม่สนใจการต่อสู้ของคนอื่น อีกแต่พลันพุ่งเข้าใส่ค่ายกลนำส่งของชนต่างเผ่าหลังนั้น หมายจะทำลาย ค่ายกลนั้นทิ้งก่อนค่อยว่ากัน
“เจ้ากล้ารึ!”
ชนเผ่าหินเทาร่างใหญ่ที่ถูกเย่ฉินและเสวียนเข่อร่วมมือกันโจมตีจับ ตามองความเคลื่อนไหวของเขาตลอดเวลา พอเห็นเขาพุ่งตัวไปยังค่ายกล นำส่งหลังนั้นก็พลันเกิดความลนลาน