ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 543 พยับเมฆอึมครึม
ค่ายกลนำส่งทรงห้าเหลี่ยมลอยโคจรเบาๆ อยู่กลางอากาศ
แสงสว่างเป็นเส้นๆ ปะปนไปด้วยคลื่นห้วงมิติถูกปลดปล่อยออกมา จากในค่ายกลนำส่งสามชั้น
เนี่ยเทียนทะยานเข้าหาค่ายกลนำส่ง ตอนที่อยู่กลางอากาศ มีดแสง ของดาราเพลิงกาฬก็ฟันเข้าใส่ชั้นบนสุดของค่ายกลนำส่ง
ในสายตาของเขา หยกคงหลิงที่ปูวางไว้บนชั้นที่สามของค่ายกลน่าจะ เป็นกุญแจสำคัญของค่ายกลหลังนี้ ขอแค่ทำลายชั้นนั้นได้ค่ายกลก็จะปริ แตก ไม่สามารถเปิดการนำส่งครั้งต่อไปได้อีก
ชนต่างเผ่าที่มาถึงชุดแรกมีระดับสายเลือดแค่ระดับสี่เท่านั้น ไม่ได้ สร้างปัญหาอะไรมากมายนัก
ขอแค่ไม่มีผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าตามมามากกว่านี้ บนเกาะแห่งนี้ ก็ยังคงเป็นถิ่นของเผ่ามนุษย์
พอชายร่างใหญ่ของชนเผ่าหินเทาเห็นว่าเนี่ยเทียนคิดจะลงมือกับค่าย กลก็โจมตีเสวียนเข่อและเย่ฉินอย่างบ้าคลั่ง เผยสีหน้าร้อนรนกระวน กระวาย
ทว่าเมื่อเนี่ยเทียนลงมือจริงๆ เขากลับสงบสติอารมณ์ได้โดยพลัน มุม ปากยกยิ้มเหยียดหยัน
“ตูม!”
ตอนที่แสงมีดยาวหลายเส้นซึ่งมาจากดาราเพลิงกาฬฟันลงไปยังชั้นที่ สามของค่ายกลนำส่งก็พลันได้รับแรงช่วยเหลือจากหลายอื่นๆ
ค่ายกลนำส่งโคจรเบาๆ พอถูกโจมตีจากกำลังภายนอกก็หยุดชะงักไป ครู่หนึ่ง
นาทีถัดมาคลื่นแสงสีขาวเทาชั้นหนึ่งก็พลันเกิดขึ้น
พอแสงมีดของดาราเพลิงกาฬฟันลงไปบนคลื่นแสงสีเทาขาวนั้นก็ถูก พลังงานน่าหวาดกลัวระลอกหนึ่งหยุดยั้งในชั่วพริบตา ทั้งยังมีพลังโจมตี กลับคืนมาด้วย
แสงมีดยาวสิบกว่าเมตรคล้ายกระจกที่แตกออก ก่อนจะกระจายเป็น เศษแสงที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟูา
พลังโจมตีกลับที่ไหล่บ่าออกมาจากในคลื่นแสงสีขาวเทารวมตัวกัน เป็นลำแสงหนึ่งที่กรอกเทเข้ามาในดาราเพลิงกาฬอย่างบ้าคลั่ง
พลังงานที่ระเบิดไหลราวน้ำปุาไหลหลากพุ่งผ่านดาราเพลิงกาฬม้วน ตลบกลับเข้าหาเนี่ยเทียน ทำให้เนี่ยเทียนที่ทะยานตัวขึ้นกลางอากาศ เหมือนถูกโจมตีอย่างหนัก เหมือนหินอุกกาบาตที่กระแทกลงบนพื้นอย่าง แรง
เขาร้องอู้อี้อยู่ในลำคอ มุมปากมีเลือดไหลซึม ใช้จิตรับสัมผัสอยู่ชั่วครู่ ก็พบว่ามีจุดแสงสีเทาขาวมากมายพุ่งตะลุยไปทั่วในเลือดเนื้อของเขา
เรือนกายที่แข็งแกร่งอย่างถึงที่สุดของเขาเมื่อเจอกับแสงสว่างสีเทา ขาวเหล่านั้นกลับค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นแข็งทื่อ
เส้นชีพจรของเขาก็ถูกอุดตัน แม้แต่เลือดเนื้อของเขาก็คล้ายกลายมา เป็นก้อนหิน ไม่เพียงแต่หนักอึ้งอย่างหาสิ่งใดมาเปรียบไม่ได้ ทั้งยังส่งผล กระทบต่อการเคลื่อนไหวตามปกติของเรือนกาย
เนี่ยเทียนหันหน้ากลับไปอย่างยากลำบากก็เห็นว่าชายร่างใหญ่ของ ชนเผ่าหินเทากำลังแสยะปากยิ้มชั่วร้ายส่งมาให้เขา
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าคนผู้นั้นของชนเผ่าหินเทารู้อยู่แต่แรกแล้วว่าค่าย กลนำส่งทรงห้าเหลี่ยมมีพลังการปูองกันที่พิเศษ
ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าเนี่ยเทียนไม่สามารถทำลายการปูองกันชั้นนั้นได้ยังจงใจ แสร้งทำท่าเร่งร้อน แท้จริงแล้วนั่นคือการล่อลวงให้เนี่ยเทียนลงมือ ให้ เนี่ยเทียนถูกพลังปูองกันตัวของค่ายกลนำทรงห้าเหลี่ยมสังหารก็เท่านั้น
“ช่างเป็นชนต่างเผ่าที่มีสติปัญญาสูงจริงๆ ไม่ใช่สัตว์วิเศษโง่เง่าปัญญา ต่ำพวกนั้น!”
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น แล้วก็เข้าใจได้ทันทีว่าพวกชนเผ่าหินเทาที่ เห็นอยู่เบื้องหน้านี้ไม่มีทางสร้างค่ายกลนำส่งมหัศจรรย์แบบนี้ขึ้นมาได้
ผู้ที่สร้างมันขึ้นมาต้องเป็นคนอื่น พลังงานของเขาที่ทิ้งไว้ปกปูองค่าย กลแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลย
พอตระหนักได้ถึงจุดนี้เขาก็ใช้พลังจิตสื่อสารกับเกราะมังกรเพลิง ทั้ง ยังใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่ซ่อนแฝงอยู่ในร่างกาย แทรกซอนด้วยพลังพืชหญ้า รวบรวมพลังรักษาอาการของตัวเองให้มั่นคงอย่างรวดเร็ว
แสงสีเทาขาวซึ่งปรากฏอยู่ในร่างของเขาแฝงเร้นไว้ด้วยเวทลับทาง สายเลือดของชนเผ่าหินเทา ทว่าพอเขาพยายามเต็มกำลัง จุดแสงสีขาว เหล่านั้นจึงถูกเตะออกไปจนเกลี้ยงโดยไว
“อู้”
เกราะมังกรเพลิงบินพรวดออกมา แกนเลือดตรงเสื้อเกราะคล้ายภูเขา ไฟที่กำลังปะทุ ปลดปล่อยพลังงานความร้อนน่าครั่นคร้าม
ตอนที่อยู่เทือกเขาฮว้านคง แก่นเพลิงพิภพที่เขาได้มาจากเจินฮุ่ยหลัน ล้วนถูกเกราะมังกรเพลิงชุบหลอมไปหมดแล้ว
ตอนที่อยู่ในแถบผ้าวงกลม เขาก็ได้ให้เกราะมังกรเพลิงดูดซับแก่น เพลิงพิภพรวมไปถึงเส้นผลึกเพลิงพิภพมาจากลำแสงเปลวเพลิงทั้งหก จากหยางคัน
เมื่อผ่านการชุบหลอมในช่วงเวลาที่ผ่านมา เกราะมังกรเพลิงจึงฟื้น คืนกลับมาเป็นปกติ เปลวเพลิงลุกโชติช่วง
เกราะมังกรเพลิงที่อยู่ในลักษณะของเสื้อเกราะบินออกมาจากแหวน เก็บของของเนี่ยเทียน ก่อนจะแปรสภาพมาเป็นมังกรเปลวเพลิงตัวใหญ่ดุ ร้ายตัวหนึ่งที่พกพาเอาเปลวเพลิงแห่งการดับทำลายอันบ้าครั้งตรงเข้า กระแทกโจมตี
คลื่นแสงสีเทาขาวที่ค่ายกลทรงห้าเหลี่ยมปลดปล่อยออกมาถูกเกราะ มังกรเพลิงลอดทะลุแทบจะในชั่วพริบตา
“ตูม!”
มังกรเพลิงที่แปลงมาจากเกราะมังกรเพลิงใช้การโจมตีดุดัน ใช้เปลว เพลิงร้อนลวกชนเข้าใส่ชั้นที่สามของค่ายกลนำส่ง
หยกคงหลิงหลายก้อนที่กองรวมกันตรงชั้นที่สามของค่ายกลพากัน แตกกระจาย บางส่วนก็ปลิวเป็นเศษผง
ชายร่างใหญ่ชนเผ่าหินเทาที่กำลังรับมือกับเย่ฉินและเสวียนเข่อพอ เห็นว่าชั้นที่สามของค่ายกลนำส่งนั้นถูกเกราะมังกรเพลิงโจมตีจนพังทลาย ก็ร้องคำรามเดือดดาลเหมือนสัตว์ร้ายที่ใกล้ตาย
สายเลือดของเขาชักนำให้ก้อนหินใหญ่ยักษ์มากมายระเบิดกระจาย สกัดกั้นเย่ฉินและเสวียนเข่อเอาไว้
เขากระทืบเท้าลอยผลุงไปบนท้องฟูา ตรงดิ่งเข้าหาค่ายกลนำส่ง
ค่ายกลที่พังไปชั้นหนึ่งคล้ายกลัวอานุภาพน่าครั่นคร้ามของเกราะ มังกรเพลิง แล้วก็เหมือนได้รับการเรียกขานจากจิตวิญญาณของเขาจึง พลันร่วงลงมาบนพื้น
เขากระโดดทีเดียวก็มาถึงค่ายกลผุพังที่เหลือเพียงแค่สองชั้น ก่อนจะ สดพ่นสาดไปยังค่ายกล ทันใดนั้นค่ายกลก็พลันมีแสงสีเลือดขมุกขมัว ชั้นหนึ่งลอยอวลขึ้นมา
“ไป!”
เขาร้องคำรามด้วยภาษาชนต่างเผ่า ใช้สายเลือดของตัวเองควบคุมให้ ค่ายกลที่หายไปชั้นหนึ่งบินไปหยุดอยู่ข้างกายของคนในเผ่าหินเทา
ชนเผ่าหินเทาที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างก็มีสีหน้าเจ็บปวดและเคียดแค้น จำต้องกระโดดเข้าไปบนค่ายกล
หลังจากที่พาคนในเผ่าขึ้นมาพร้อมกันหมดแล้ว ค่ายกลนำส่งหลังนั้น ก็จงใจหลบเลี่ยงเกราะมังกรเพลิง บินตรงดิ่งไปยังสุดปลายทางของเกาะ กลางทะเลแห่งนี้
เดิมทีเขาคิดว่าด้วยพลังปูองกันของค่ายกลนำส่ง เนี่ยเทียนย่อมไม่มี ความสามารถทำลายมันได้แน่นอน ทั้งยังคิดว่าเนี่ยเทียนต้องบาดเจ็บ สาหัสหรืออาจถึงตายไปเลยก็เป็นได้
เขาคาดไม่ถึงว่าในมือเนี่ยเทียนจะมีอาวุธร้ายกาจน่าหวาดกลัวอย่าง เกราะมังกรเพลิงอยู่ด้วย
พลังงานของเกราะมังกรเพลิงทำลายชั้นที่สามของค่ายกลแตกสลาย ทำให้ค่ายกลหลังนี้เสียหายอย่างหนัก คนของชนเผ่าหินเทาที่จะตามมาที หลังย่อมไม่สามารถเดินทางผ่านค่ายกลนำส่งหลังนี้ได้อีก
ด้วยกำลังของพวกเขาในตอนนี้ หากคิดจะสังหารพวกคนของ สำนักหยินสำนักหยาง หอหันปิงและเนี่ยเทียน เห็นได้ชัดว่ายังไม่เพียงพอ
เมื่อเห็นว่าท่าไม่ดีเขาจึงตัดสินใจถอยหนีไปก่อนอย่างเด็ดเดี่ยว ตอนที่ ค่ายกลนำส่งพาพวกเขาทะยานจากไป เขายังหันกลับมามองไกลๆ ยังเนี่ย เทียนแล้วตะคอกน้ำเสียงดุดันด้วยภาษามนุษย์ที่ไม่ชัดเจน “เผ่ามนุษย์ชั่ว ช้า พวกเจ้าต้องตายกันหมด! ในเกาะอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ มีผู้แข็งแกร่ง ของแต่ละเผ่าพันธุ์มาเยือน ข้าจะบอกพวกเขา ให้พวกเขากลับมาสังหาร พวกเจ้า!”
ค่ายกลนำส่งค่อยๆ จากไปไกล ไม่นานก็หายไปจากเส้นสายตาของ ทุกคน มีเพียงเนี่ยเทียนเท่านั้นที่มองผ่านทิพย์จักษุจึงเห็นว่าพวกเขายังคง ห้อทะยานไปกลางอากาศ
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี ยื่นมือไปเก็บเกราะมังกรเพลิงกลับคืนมา แล้ว ไล่ตามไปยังทิศทางที่พวกเขาหนีไปทันที
คนอื่นๆ ที่เหลืออยู่พอได้ยินคำพูดของคนชนเผ่าหินเทาที่จากไปก็พา กันหน้าตาเคร่งเครียด
รอจนเห็นว่าเนี่ยเทียนขยับตัว พวกเขาจึงไล่ฆ่าตามไปพร้อมเสียง โหวกเหวกโวยวาย
แต่ไม่นานเนี่ยเทียนก็หยุดชะงัก มองค่ายกลที่ถูกเกราะมังกรเพลิง ทำลายไปชั้นหนึ่งทะยานไปเหนือมหาสมุทรสีดำ มุ่งหน้าตรงไปยังเกาะ กลางทะเลแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลแสนไกลจนมองเห็นได้ไม่ชัดนัก
บัดนี้เขาเองก็เชื่อในคำพูดของเสวียนเข่อแล้ว รู้ว่าสถานที่ที่พวกเขา อยู่ก็คือเกาะแห่งหนึ่งกลางมหาสมุทรกว้างใหญ่สีดำมืดมิด
ค่ายกลนำส่งที่โดยสารคนของชนเผ่าหินเทาได้บินไปเหนือน้ำทะเล แล้ว เนี่ยเทียนไม่สามารถไล่ตามไปได้ต่อ ได้แต่ทอดสายตามองพร้อม ถอนหายใจ
ไม่นานนักพวกเสวียนเข่อ เย่ฉินและเฉินฮ่าวต่างก็ทยอยกันมาถึงโดย ที่ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
เสวียนเข่อลังเลอยู่ครู่ก็เรียกเอาอาวุธวิเศษประเภทบินที่สร้างจาก ผลึกน้ำแข็งลำนั้นออกมาอีกครั้ง ในที่สุดอาวุธวิเศษประเภทบินที่สร้างขึ้น เพื่อหอหันปิงโดยเฉพาะก็สามารถลอยนิ่งอยู่กลางอากาศได้
“ดูเหมือนที่นี่จะใช้อาวุธวิเศษประเภทบินได้แล้ว!” เสวียนเข่ออึ้งไป ครู่ ดวงตาฉายประกายยินดี “พวกเราสามารถข้ามทะเลไล่ไปฆ่าพวกเขา ได้”
“อย่า!” เย่ฉินเอ่ยห้ามปรามเบาๆ มุมปากอวบอิ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ขมขื่นและจนใจ “ค่ายกลนำส่งนั้นบินเร็วเกินไป เรือผลึกน้ำแข็งของพวก เจ้าไม่น่าจะตามไปทัน ตอนที่ชนต่างเผ่าพวกนั้นจากไปก็บอกแล้วว่าบน เกาะที่พวกเรามองเห็นด้วยตาเปล่าเกาะนั้นยังมีผู้แข็งแกร่งของเผ่าอื่นๆ อยู่ด้วย”
“หากพวกเราทะเล่อทะล่าตามไปอาจได้เจอกับผู้แข็งแกร่งของเผ่าอื่น อีกมากมาย ทำเช่นนั้นนับว่าไม่ฉลาด”
เสวียนเข่อสงบอารมณ์ได้ทันที แล้วก็พยักหน้ารับ “เป็นอย่างที่เจ้าพูด จริง”
“ทำไมถึงได้มีชนต่างเผ่าเยื้องกรายมาที่นี่?” เฉินฮ่าวสีหน้าหนักอึ้ง “หากรู้แต่แรกว่าจะมีชนต่างเผ่ามากมายมาที่นี่พวกเราก็ไม่น่าจะเข่นฆ่า กันเอง ต้องพยายามรักษากำลังไว้ให้มากที่สุด”
เขาแอบเสียใจ เสียใจที่เพื่อ “สายแร่” ซึ่งมีหินวิเศษเส้นนั้น พวกเขา ถึงกับสังหารคนของภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนเสียสิ้น
เสวียนเข่อแห่งหอหันปิงถอนหายใจเบาๆ ส่ายหัวกล่าว “ไม่ใช่แค่ พวกเจ้า เพื่อช่วงชิงวัตถุดิบวิเศษแล้ว แต่ละฝุายต่างก็เข่นฆ่ากันเอง จนถึง ตอนนี้พวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าพวกเราเจอชนต่างเผ่าที่แข็งแกร่งที่นี่ ในเวลา อย่างนี้บางทีพวกเขาอาจจะยังไม่เลิกเข่นฆ่ากันเลยก็ได้”
บนใบหน้างามพิสุทธิ์ของเย่ฉินเผยความกังวลขึ้นมาก่อน แต่ไม่นาน นางก็ออกคำสั่งลูกศิษย์ในสำนักหยิน“พวกเจ้ากระจายตัวกันไป หากเจอ กับคนของสำนักอื่นก็จงปล่อยข่าวเรื่องชนต่างเผ่าปรากฏตัวออกไป บอก กับพวกเขาว่าอีกไม่นานพวกเราที่มาจากดินแดนดาวตกจะต้องเจอกับ การกวาดล้างจากชนต่างเผ่า ให้พวกเขาเลิกต่อสู้กันเองได้แล้ว”
“ทราบแล้วศิษย์พี่หญิง” คนเหล่านั้นของสำนักหยินต่างก็เข้าใจ ความหมายในคำพูดของนางดีจึงทยอยกันจากไป