ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 544 จิตสำนึกอันพร่าเลือน
ริมขอบของทะเลลึกสีดำ เนี่ยเทียนยืนตระหง่านประหนึ่งทวนลำยาว
เสียงสั่งความสหายในสำนักหยินและสำนักหยางของพวกเย่ฉิน และเฉินฮ่าวซึ่งดังขึ้นด้านหลังล้วนไม่เข้าหูเนี่ยแม้แต่น้อย
สมาธิทั้งหมดของเขารวมอยู่ที่ทิพย์จักษุแต่ละข้าง เขาควบคุมทิพย์ จักษุแปดข้างให้ไล่ตามค่ายกลนำส่งของเผ่าหินเทาไปยังเกาะกลางสมุทร ที่เส้นสายตาเห็นได้อย่างเลือนราง
ขอบเขตการรับสัมผัสระหว่างเขาและทิพย์จักษุถึงขีดจำกัดอย่าง รวดเร็ว ทว่าระยะห่างระหว่างทิพย์จักษุกับเกาะแห่งนั้นยังไกลกันอยู่มาก
คิดจะอาศัยทิพย์จักษุไปตรวจสอบความมหัศจรรย์ของเกาะแห่งนั้น เกรงว่าคงเป็นไปไม่ได้เท่าใดนัก
ทิพย์จักษุแปดข้างลอยนิ่งอยู่ในขอบเขตการรับสัมผัสระหว่างเกาะที่ เขายืนอยู่กับเกาะกลางทะเลสีดำที่อยู่ห่างไกลออกไป
เนี่ยเทียนสีหน้าเคร่งขรึม นัยน์ตาปกคลุมไปด้วยพยับหมอกชั้นบางๆ เงียบงันไม่เอ่ยคำใด
หากเป็นอย่างที่คนชนเผ่าหินเทากล่าวไว้ว่าอีกเกาะหนึ่งมีผู้แข็งแกร่ง ต่างเผ่ารวมตัวกันอยู่มากมายจริงๆ เผ่ามนุษย์อย่างพวกเขาที่มาจาก ดินแดนดาวตกจะต้องตกอยู่ในสภาวะยากลำบาก
เมื่อผ่านประสบการณ์การเข่นฆ่ากันมายาวนาน ผู้ที่มีเขตต้นสวรรค์ ซึ่งมาจากแต่ละสำนักในดินแดนดาวตกต่างก็บาดเจ็บและล้มตายไปเกิน ครึ่ง
เพราะว่าการล่อลวงจากวัตถุดิบวิเศษ การต่อสู้ในทำนองเดียวกันนี้จึง น่าจะยังทยอยกันเกิดขึ้น
สุดท้ายจะรวบรวมพละกำลังไปต่อต้านผู้แข็งแกร่งจากต่างเผ่าที่อยู่อีก เกาะหนึ่งได้มากน้อยแค่ไหน เขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน
เขาเองก็คำนวณไม่ได้เช่นกันว่าชนต่างเผ่าที่อยู่บนเกาะแห่งนั้นจะมี สายเลือดอยู่ในระดับไหนกันแน่ หากล้วนเป็นสายเลือดระดับสี่ เป็นชน ต่างเผ่าที่มีพละกำลังเท่าเทียมกับเขตต้นสวรรค์อย่างพวกเขาก็อาจจะยัง พอต่อสู้กันได้อย่างก้อมแกล้ม แต่หากเป็นชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ถ้าพวกเขามารวมตัวกันเมื่อไหร่ นั่นก็อาจจะเป็นวันสิ้นโลกของเผ่ามนุษย์ ที่มาจากดินแดนดาวตก
ทะเลลึกสีดำที่มองดูเหมือนมิอาจข้ามผ่านได้ ทว่าพวกคนของชนเผ่า หินเทาได้อาศัยค่ายกลนำส่งผุพังข้ามไปก่อนแล้ว
ตามคำบอกของเสวียนเข่อ เมื่ออยู่ริมขอบของทะเลลึก สนามแม่เหล็กที่พันธนาการอาวุธวิเศษประเภทบินทุกประเภทได้หายไป นี่หมายความว่าขอแค่ชนต่างเผ่ามีอาวุธวิเศษประเภทบินแบบเดียวกันก็ ย่อมหาทางมาเยือนพวกเขาได้อยู่ดี
เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่นานมาก ก่อนจะรวบรวมพลังจิตอีกครั้ง หมาย จะตรวจสอบความมหัศจรรย์ของทะเลสีดำผ่านทิพย์จักษุแปดข้าง
ทิพย์จักษุแปดข้างค่อยๆ ลดตัวลงต่ำแล้วหยุดอยู่เหนือทะเลหนึ่งเมตร พลังการสังเกตการณ์น่าตะลึงที่ทิพย์จักษุปล่อยออกมาได้แทรกซอนลงไป เบื้องล่าง
พอพลังจิตที่มาจากทิพย์จักษุจมลงไปในทะเลลึกก็เหมือนน้ำแข็งที่ ละลายหายวับไปในพริบตา
ทิพย์จักษุที่ไม่ได้จมลงไปในทะเลจึงไม่สามารถมองเห็นความ มหัศจรรย์ผ่านพลังจิต สัมผัสได้เพียงว่าพลังจิตที่จมลงไปในความมืดมิด ได้หายไปแล้วขาดการติดต่อกับเขาทันที
ใจเขาบังเกิดความระแวงภัย ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ตัดสินใจว่าจะลอง เสี่ยงดูอีกครั้ง
ทิพย์จักษุแปดข้างมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีเพียงผู้ที่มีเขตสามัญและ เขตลี้ลับเท่านั้นถึงจะสัมผัสได้ว่าตอนนี้ทิพย์จักษุกำลังจมลงไปใต้ทะเลลึก
เขาคิดจะสำรวจความลับที่อยู่ใต้ทะเลลึกสีดำ เพื่อเตรียมสำหรับการ ต่อสู้กับชนต่างเผ่าในภายหลัง
วินาทีที่ทิพย์จักษุแปดข้างจมลงไปในทะเลลึกสีดำ พลังจิตที่รวบรวม อยู่ในทิพย์จักษุต่างก็สูญหายไปอย่างรวดเร็ว
ทิพย์จักษุทุกข้างล้วนเกิดจากรวมตัวกันของพลังจิตเขตต้นสวรรค์ของ เขาซึ่งปะปนไปด้วยพลังจิตวิญญาณอันลึกลับของสะเก็ดดาวเก้าดวงใน มหาสมุทรจิตวิญญาณ
แกนกลางของทิพย์จักษุคือพลังจิตวิญญาณที่ลึกลับของสะเก็ดดาว เก้าดวงซึ่งถูกพลังจิตหลายชั้นคลอบคลุมไว้ภายนอกอีกที
ยามนี้พลังจิตที่ห่อหุ้มพลังจิตวิญญาณลึกลับเอาไว้พลันสลายหายไป ใต้ก้นทะเลสีดำ
มีเพียงพลังจิตวิญญาณลึกลับที่ดึงมาจากในมหาสมุทรจิตวิญญาณ แปดจุดเท่านั้นที่ไม่ได้สลายไปทันที แต่เปล่งแสงแวววาวอยู่ในมหาสมุทร สีดำเงียบๆ
ดังนั้นเขาจึงอาศัยพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวทั้งแปดดวงไป ตรวจสอบความลี้ลับเบื้องลึก
พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวแปดดวงนั้นเหมือนแสงดาวที่เปล่ง ประกายอ่อนจางอยู่ใต้ทะเลลึก ส่องสว่างพื้นที่ที่ไม่กว้างขวางนัก
ไม่นานเขาก็ค้นพบว่าพื้นที่เล็กแคบใต้ทะเลที่พลังจิตวิญญาณของ สะเก็ดดาวแปดดวงส่องไปถึงมีซากของชนต่างเผ่าลอยอยู่มากมาย!
ซากศพเหล่านั้นมีทั้งซากของเผ่าโครงกระดูก มีทั้งเผ่าอสูรกาย แล้วก็ มีทั้งเผ่าทมิฬและภูตผีปีศาจระดับสูง ซึ่งในบรรดานั้นยังมีซากของชนเผ่า หินเทาซึ่งจากไปเมื่อไม่นานนี้ด้วย!
ซากของชนต่างเผ่ามากมายส่วนใหญ่ล้วนรักษาสภาพศพอันสมบูรณ์ แบบเอาไว้ได้ มีทั้งที่สวมเกราะศึกที่งดงามหรูหรา มีทั้งที่ถืออาวุธวิเศษ แปลกประหลาดซึ่งสร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่าย!
จากกระดูกเหล่านั้นเขาสัมผัสไม่ได้ถึงปราณที่ผุพัง ราวกับว่าซากศพ พวกนั้นสามารถต้านทานการกัดกร่อนจากกาลเวลาได้
ซากศพที่ไม่เน่าเปื่อย ตามหลักแล้วน่าจะยังมีพลังงานเปี่ยมล้น กระดูกและเลือดเนื้อก็อาจจะเอามาใช้งานได้อีกครั้ง
ทว่าถึงแม้ซากศพเหล่านั้นจะไม่ส่งกลิ่นเน่าเหม็น แต่ภายใต้การรับ สัมผัสจากพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวแปดดวง พวกมันกลับไม่มี พลังงานใดหลงเหลืออยู่
แม้แต่อาวุธวิเศษที่พวกเขาถือ รวมไปถึงเสื้อเกราะงดงามบนเรือนกาย ก็คล้ายจะเสียความมหัศจรรย์ไปด้วย
พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวแปดดวงค่อยๆ เปลี่ยนมาเป็นสลัวราง ราวกับว่าตอนที่เขากำลังสังเกตความมหัศจรรย์เบื้องล่าง พลังจิตวิญญาณ ของดวงดาวลึกลับที่เหลืออยู่ไม่มากได้ไหลหายไปอย่างรวดเร็ว
เขาแอบควบคุมพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวแปดดวงให้ค่อยๆ ลด ต่ำลงไปก่อนที่มันจะสลายไปอย่างสมบูรณ์แบบ
เส้นสายตาของพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวแปดดวงสาดส่องให้เห็น ซากศพของชนต่างเผ่าจำนวนมากกว่าเดิม ในจุดลึกของมหาสมุทรสีดำมี ซากศพของสัตว์วิเศษรูปร่างใหญ่โตทยอยกันปรากฏให้เห็น
ระดับสายเลือดของสัตว์วิเศษเหล่านั้นส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับหกและเจ็ด เรือนกายใหญ่โตของพวกมันหลังจากที่ตายไปก็ลอยอยู่ในน้ำสีดำ
ใจของเนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด ขณะที่เตรียมจะใช้พลังจิตวิญญาณ สะเก็ดดาวสำรวจลงลึกต่อไป พลังจิตวิญญาณที่เขาดึงออกมากลับทยอย กันมอดดับไปในท้ายที่สุด
ทว่าก่อนหน้าที่พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวแปดดวงจะหายไป หมดสิ้น เขากลับสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่าในมหาสมุทรสีดำคล้ายจะมี คลื่นจิตวิญญาณอ่อนจางผลุบๆ โผล่ๆ
คลื่นจิตวิญญาณที่ยากจะสัมผัสถึงนั้นไม่ได้อยู่รวมกัน แต่เหมือน กระจายอยู่ทั่วมหาสมุทรลึก และเหมือนจะมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ทว่ากลับ ไร้ร่องรอยให้ตามหา
อาจเป็นเพราะพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวมหัศจรรย์เกินไป เขา จึงมองออกถึงเบาะแสบางส่วน
ความรู้สึกที่คลื่นจิตวิญญาณซึ่งกระจายไปทั่วมหาสมุทรลึกมอบให้เขา ก็คือตลอดทั้งมหาสมุทรลึกดำมืดแห่งนี้คล้ายจะมีพลังจิตวิญญาณหนึ่งที่ ทั้งกว้างใหญ่ไพศาลและทั้งเก่าแก่!
เมื่อความรู้สึกนี้ลอยขึ้นมากลางใจทำให้เนี่ยเทียนตื่นตะลึง เขาเหม่อ มองทะเลสีดำด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเลื่อนลอย
หากกลางทะเลสีดำนั้นมีกระแสจิตวิญญาณลึกลับที่เขาไม่รู้จักอยู่ จริงๆ สิ่งมีชีวิตนั้น…จะคืออะไร?
“เนี่ยเทียน?”
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดก็ได้ยินเสียงเรียกเบาๆ จากเย่ฉิน จึงหันหน้า ไปมองโดยอัตโนมัติ
เย่ฉินที่สวมอาภรณ์เรียบง่าย รูปร่างค่อนข้างผอมบาง เอวบางร่าง น้อย ทว่าหน้าอกกลับอวบอิ่มเป็นพิเศษ นางมองเนี่ยเทียนที่ยืนเหม่อด้วย สายตาใคร่รู้ และเหมือนว่าจะร้องเรียกเนี่ยเทียนอยู่นานแล้ว
เนี่ยเทียนค่อยๆ ดึงเอากระแสจิตกลับคืนมา ถามอย่างสงสัย “มีอะไร หรือ?”
เวลานี้เขาถึงค้นพบว่าข้างกายเหลือเพียงเย่ฉิน เฉินฮ่าวและเสวียน เข่อสามคน ลูกศิษย์คนอื่นๆ ของสำนักหยินสำนักหยาง และหอหันปิง ต่างก็หายตัวไปหมดแล้ว
เฉินฮ่าวและเสวียนเข่อต่างก็มองเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความฉงน
“พวกเราสั่งความให้สหายในสำนักไปตามหาพวกคนที่รอดชีวิต บอก ให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่” หัวคิ้วเรียวบางของเย่ฉินขมวดเข้าหากัน น้อยๆ ก่อนที่นางจะถามเบาๆ “รอจนทุกคนมากันครบแล้ว พวกเราควร จะข้ามมหาสมุทรสีดำไปดูเกาะอีกแห่งหนึ่งหรือไม่? เอาแต่รออย่างเดียว หากพวกผู้แข็งแกร่งของต่างเผ่ารวมตัวกันมาไล่ฆ่าพวกเรา เราจะเป็นฝุาย ถูกกระทำเกินไปหรือไม่?”
พอได้ยินนางพูดแบบนี้ เนี่ยเทียนถึงเข้าใจว่าคนสามฝุายจากไปเพราะ อะไร
“บอกตามตรง ข้าเองก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องกับเจ้าได้ เหมือนกัน” เนี่ยเทียนมองไกลไปยังเกาะที่พร่าเลือน “รอให้ทุกคนมาถึง ก่อนแล้วค่อยขอความเห็นจากทุกคนเถอะ”
“ก็ดี” เย่ฉินพยักหน้ารับ กะพริบตาปริบๆ แล้วพลันพูดขึ้นกะทันหัน “รอจนคนพวกนั้นมา เจ้าอย่าทำอะไรวู่วามเด็ดขาดเชียวนะ”
เฉินฮ่าวเองก็รีบพูด “พี่เนี่ย เสวียนเข่อเล่าให้ข้าฟังแล้ว เจ้าฆ่าคนของ วิมานสวรรค์ ภูเขาสายฟูา สำนักเทียนเหยียนและลัทธิอูตู๋ไปไม่น้อย และ ดูเหมือนว่าซูหลินแห่งวิมานสวรรค์จะช่วงชิงดวงตาสัตว์ปฐพีแตกที่เป็น ของเจ้าไปข้างหนึ่ง พวกเรารู้ว่าเจ้ามีฝีมือร้ายกาจ แต่ก็ยังหวังว่าเจ้าจะ เห็นแก่ส่วนรวม ไม่วู่วามเปิดฉากต่อสู้กัน”
“อีกอย่างกวานเย่แห่งวิมานสวรรค์ก็ถูกเจ้าฆ่าไปแล้ว เจ้าเองก็ช่วยต่ง ลี่ยึดครองหงส์ดำระดับแปดมาได้”
ตอนที่เขายืมใช้พลังของทิพย์จักษุตรวจสอบความลี้ลับใต้ทะเลลึก เย่ ฉินและเฉินฮ่าวสองคนก็ได้รู้เรื่องของเขาจากปากเสวียนเข่อแล้ว
สายตาที่เย่ฉินและเฉินฮ่าวมองไปยังเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความนับถือ แต่ก็แอบเป็นกังวลเหมือนกัน
พอพวกเขาพูดเช่นนี้เนี่ยเทียนย่อมตระหนักได้ รู้ว่าพวกเขากังวลว่า ตนจะวางอำนาจบาตรใหญ่จนส่งผลกระทบต่อความสามัคคีในระยะสั้น ของทุกฝุายจากดินแดนดาวตก ดังนั้นถึงได้พูดเช่นนี้
หัวเทียนหัวเราะหึหึ ก่อนจะพูดกวนๆ “ขอแค่พวกเขาว่าง่ายเป็นเด็ก ดี ข้าก็ไม่หาเรื่องใครก่อน”
“งั้นก็ดีแล้ว” เย่ฉินดูสบายใจอย่างเห็นได้ชัด
เฉินฮ่าวและเสวียนเข่อเห็นว่าเขารับปากแล้วสีหน้าก็คลายลง ราวกับ รู้สึกว่าขอแค่เขาไม่ทำตัวเหลวไหล ฝุายอื่นๆ ก็ย่อมไม่มีทางก่อเรื่อง แน่นอน
เนี่ยเทียนหยิบเอาหินส่งข้อความเสียงออกมาทดลองติดต่อกับต่งลี่ เมื่อพบว่าไม่มีการตอบรับก็รู้ว่าต่งลี่น่าจะยังสร้างขอบเขตให้มั่นคงไม่เสร็จ
มีคนของสำนักหยินสำนักหยาง และหอหันปิงไปบอกข่าวให้ทุกฝุาย รับรู้ เขาเองก็เชื่อว่าหลังจากพวกคนที่รอดชีวิตรู้ว่ามีชนต่างเผ่าเข้ามา เยือน พวกเขาจะต้องไม่กล้าสร้างเรื่องและลงมือกับทางฝุายของต่งลี่อีก
เขาจึงวางใจได้ พูดคุยกับเย่ฉินและเฉินฮ่าวสองสามคำเขาจึงรู้ว่าเพื่อ ช่วงชิงรอยแยกห้วงมิติเส้นสุดท้าย สำนักหยินและสำนักหยางที่ไม่ลงรอย กันเลือกที่จะร่วมมือกัน
ภูเขาสายฟูาและสำนักเทียนเหยียนโดนสำนักหยินและสำนักหยาง ร่วมมือกันบีบบังคับ จึงยอมให้สี่ฝุายใช้ช่องทางห้วงมิติเส้นสุดท้ายร่วมกัน
ดังนั้นสำนักหยินและสำนักหยางจึงตามติดภูเขาสายฟูาและสำนัก เทียนเหยียนเข้ามาในรอยแยกห้วงมิติเส้นเดียวกัน
พอเข้าใจวิธีการมาเยือนของสำนักหยินและสำนักหยางเนี่ยเทียนก็ใช้ ข้ออ้างว่าต้องการฟื้นฟูพลังในการต่อสู้หยุดการสนทนากับเย่ฉินและเฉิน ฮ่าวชั่วคราว ก่อนจะนั่งหันหน้าเข้าหาทะเลใหญ่สีดำ
ดูเหมือนเย่ฉินจะเต็มไปด้วยความสงสัยในตัวของเนี่ยเทียน ตอนอยู่ ในอาณาจักรเชียนแจว๋ นางเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับเนี่ยเทียนจึงมีใจ อยากใกล้ชิดเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง
แต่พอเห็นว่าเนี่ยเทียนคิดแต่จะฟื้นฟูพลัง ไม่มีท่าทีจะพูดคุยกับนาง นางจึงได้แต่ล้มเลิกความคิดนี้ไปชั่วคราว
ไม่นานนักสี่คนที่อยู่ตรงนี้ก็แยกตัวกันไปใช้หินวิเศษมาฟื้นฟูพลังใน การต่อสู้เพื่อเตรียมรับมือกับผู้แข็งแกร่งจากต่างเผ่า
เนี่ยเทียนกำหินวิเศษไว้ในมือ แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ดูดซับพลังมาฝึก ตน ตอนที่เขาต่อสู้กับชนเผ่าหินเทา สิ่งที่สูญเสียไปมากที่สุดคือจิงชี่เลือด เนื้อ
พอคนของชนเผ่าหินเทาผู้นั้นตายไป เขาก็ใช้การสูบดึงพลังชีวิตดึง พลังชีวิตที่เข้มข้นของคนผู้นั้นออกมา พลังเลือดเนื้อที่เขาสูญเสียไปจึงถูก ชดเชยกลับมาอย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีเหลืออีกมากด้วย
พลังเลือดเนื้อที่เป็นส่วนเกินกระจายไปตามกระดูกทั่วร่างของเขา ช่วยชุบหลอมเรือนกายของเขาอย่างเงียบเชียบ
ตอนนี้ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นอยู่ในภาวะจำศีล จิงชี่เลือดเนื้อที่เขา ได้รับมาช่วงนี้จึงไม่ถูกมันแย่งชิงไป สามารถนำมาชุบหลอมเรือนกายของ เขาได้
เขาหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษออกมาอย่างต่อเนื่อง พอย่างให้สุกก็กลืนลง ท้อง เตรียมจะชุบหลอมเรือนกายให้แข็งแกร่งที่สุดในขณะที่ปราณเลือดสี เขียวยังจำศีล
ระหว่างนั้นเขายังโยกย้ายพลังจิตวิญญาณลึกลับของสะเก็ดดาวเก้า ดวงที่อยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณออกมาทดลองรับสัมผัสกับใต้ทะเลลึก
พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวบินออกมาจากดวงตาของเขาโดยที่ตา เปล่ามองไม่เห็น
ทว่าพอพลังจิตวิญญาณดวงดาวเหล่านั้นจมลงไปยังน้ำทะเลสีดำ พวก มันกลับพากันส่องแสงสว่างไสว เปลี่ยนจากสภาวะมายามาเป็นของจริง
“นั่นคืออะไร?”
เย่ฉินที่บำเพ็ญตบะมองไปยังน้ำทะเลอยู่เป็นระยะจึงสังเกตเห็นว่ามี แสงดาวพร่างพราวจมหายไปใต้ทะเลอย่างรวดเร็ว
เฉินฮ่าวและเสวียนเข่อเพ่งสายตามองไป ทว่ากลับไม่เห็นอะไรสัก อย่าง
เนี่ยเทียนไม่เอ่ยคำใด เขากลั้นหายใจรวบรวมสมาธิไปที่สะเก็ดดาว เหล่านั้น ควบคุมให้แสงดาวทั้งหลายบินไปยังจุดลึกใต้ทะเลสีดำอย่าง รวดเร็ว