ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 56 แยกจากกลุ่ม
อีกมุมหนึ่งของทะเลทราย
ห้าคนของสำานักโลหิตที่มีอวี๋ถงเป็นผู้นำากำาลังนั่ง อยู่บนเนินทรายด้้วยความสงบ ราวกับกำาลังรอคอยอะไรอยู่
อวี๋ถงที่สวมอาภรณ์สีแด้งสด้ ในมือเรียวยาวกำาลังประคอง เถาสวิน[1]ชิ้นหนึ่ง ริมฝีปากอวบอิ่มแด้งปลั่งเป่าลงไปเป็นจังหวะ เบาๆ
ที่น่าแปลกกมคือ ไม่มีเสียงใด้ๆ เลมด้รอด้ออกมาจากในเถาส วิน
ห่างออกไปหลายสิบลี้ ในมือโม่ซีแห่งสำานักภูตผีกมีเถาสวิน ในลักษณะเด้ียวกัน เขาเอาเถาสวินนั่นมาวางแนบหูไว้เป็นระยะ คล้ายกำาลังตั้งใจฟังอะไรบางอย่าง
เหมือนว่าเขากำาลังแยกแยะทิศทางจากเถาสวินชิ้นนั้น
หลังจากผ่านไปพักใหญ่ ภายใต้การนำาของเขา ลูกศิษย์อีก สี่คนของสำานักภูตผีกมาถึงจุด้ที่อวี๋ถงพักอยู่
และเวลานี้ อวี๋ถงกมได้้หยุด้เป่าเถาสวินนั่นไปนานแล้ว
“ผลการต่อสู้ของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลังจากที่โม่ซีมาถึงกมสั่งความให้อีกสี่คนที่เหลือหาที่นั่ง ส่วนเขาเด้ินไปหยุด้อยู่ข้างกายอวี๋ถง ใช้สายตาที่เตมไปด้้วยความป่า เถื่อนมองอวี๋ถงอย่างลึกล้ำา
ในส่วนลึกของด้วงตาเขาแฝงเร้นไว้ด้้วยกระหายใคร่ที่ไม่ ควรเอ่ยถึง
“ผู้ประลองของสำานักหลิงอวิ๋นอยู่ที่ทะเลทรายร้าง พวก เขาฆ่ากิ้งก่าด้ินตัวนั้นได้้ ก่อนหน้าที่จะต่อสู้กัน พวกเราสังหารคน ของพวกเขาไปสองคน หลังจากที่พวกเขาต่อสู้กับกิ้งก่าด้ินเสรมจ พวกเรากมฆ่าคนไปอีกสองคน” อวี๋ถงสีหน้าเยมนชา “สำานักหลิงอวิ๋น ยังเหลือคนที่รอด้ชีวิตอีกหกคน เด้ิมที…พวกเราสามารถสังหารพวก เขาได้้หมด้”
“เกิด้อุบัติเหตุ?” โม่ซีขมวด้คิ้ว
“ถึงช่วงเวลาสำาคัญ คนของหอหลิงเป่าตามมาทัน” อวี๋ถึง แค่นเสียงหนึ่งที “หอหลิงเป่ามาจากเกาะน้ำาแขมง เป็นเพราะพวกเจ้า ไม่ได้้จัด้การพวกเขาให้หมด้ ถึงได้้ทำาให้พวกเราพลาด้แบบนี้”
“อวี๋ถง! ในเกาะน้ำาแขมง พวกเราไม่เพียงแต่เจอคนของหอ หลิงเป่า ยังเจอคนของหุบเขาเทาด้้วย!” ตู้คุนตวาด้เสียงด้ัง
หากเนี่ยเทียนอยู่ที่นี่จะต้องมองออกทันทีว่าตู้คุนกมคือคนผู้ นั้นที่สวมรอยเป็นคนของหุบเขาเทา
โม่ซีโบกมือบอกเป็นนัยว่าไม่ให้ตู้คุนขัด้จังหวะ จากนั้นจึง กล่าวว่า: “หุบเขาเทาสิบคน พวกเราสังหารไปแปด้คน เหลือแค่ หยวนเฟิงและน้องชายของเขาเท่านั้นที่หนีไปได้้ ส่วนฝ่ายของหอ หลิงเป่า พวกเรากมฆ่าไปได้้คนหนึ่ง น่าเสียด้ายที่พวกเราใช้เวลา มากมายไปตามหาหยวนเฟิง ไม่ได้้จัด้การหอหลิงเป่าไปพร้อมกัน ด้้วย”
“อ้อ” อวี๋ถงตอบรับอย่างไม่แยแส “ตอนนี้หอหลิงเป่ารวม ตัวกับสำานักหลิงอวิ๋นแล้ว ข้าสังเกตเหมนว่าพวกเขากำาลังรีบเด้ินทาง ไปที่เขตภูเขาไฟ”
“ทางฝ่ายของเขตภูเขาไฟ คนของอารามเสวียนอู้น่าจะ กำาลังล่าสัตว์อยู่ พวกเราต้องรีบลงมือให้เรมวที่สุด้ อย่าให้พวกเขารวม ตัวกับอารามเสวียนอู้ได้้”
โม่ซีคิด้อยู่ครู่หนึ่งกมกล่าวว่า: “สำานักหลิงอวิ๋นมีหกคน หาก หยวนเฟิงของหุบเขาเทารวมตัวกับพวกเขากมเท่ากับแปด้คน ตอนที่ตู้ คุนเจอกับหอหลิงเป่าเป็นครั้งสุด้ท้าย พวกเขามีกันสิบสามคน ตู้คุน ฆ่าไปคนหนึ่ง พวกเขากมยังเหลืออีกสิบสองคน”
“หากภายหลังคนของหอหลิงเป่าไม่ได้้บาด้เจมบหรือล้มตาย เมื่อบวกกับหอหลิงเป่าและหุบเขาเทาแล้ว อีกฝ่ายจะมียี่สิบคนพอด้ี”
“ส่วนพวกเราสองฝ่ายรวมกันมีเพียงสิบคน”
พูด้มาถึงตรงนี้ เขากมแสยะปากยิ้มชั่วร้าย “ยี่สิบคนนั้น หลายคนล้วนไม่มีประสบการณ์ในการต่อสู้ ขอแค่พวกเราตามไปทัน น่าจะกำาจัด้พวกเขาได้้ง่าย”
เขาพูด้ไปพลางลูบคลำากระดู้กนิ้วมือบนลำาคอของตัวเอง
อวี๋ถงมองปราด้เด้ียวกมพบว่าสร้อยกระดู้กบนลำาคอของเขา ยาวขึ้นมาอีกหนึ่งส่วน
นี่หมายความว่าตอนที่อยู่ในเกาะน้ำาแขมง เขาสังหารศัตรู ระด้ับเด้ียวกันไปได้้อีกหลายคน
“หอหลิงเป่ามีคนหนึ่งชื่อว่าเนี่ยเทียน เจ้ารู้ที่มาของเขา หรือไม่?” อวี๋ถงถามขึ้นมากะทันหัน
“เนี่ยเทียน?” โม่ซีส่ายหน้า ถามด้้วยความสงสัย: “ไม่เคย ได้้ยินมาก่อน ทำาไมเจ้าถึงให้ความสนใจกับคนผู้นี้เป็นพิเศษล่ะ?”
“ข้าบาด้เจมบเพราะเขา” นัยน์ตาอวี๋ถงเยมนเยียบ
โม่ซีมองนางด้้วยสายตาแปลกประหลาด้ “ด้้วยฝีมือของ เจ้า ต่อให้เป็นอันอิ่งแห่งหอหลิงเป่ากมยังถูกเจ้าจับมาเล่นในกำามือได้้ อย่างง่ายด้าย ลำาพังแค่เด้มกหนุ่มคนเด้ียวที่ไม่รู้ชื่อแซ่จะทำาร้ายเจ้าจน บาด้เจมบได้้เชียวหรือ? เจ้าไม่ทันระวังตัวหรือเปล่า?”
อวี๋ถงปั้นหน้าเคร่งไม่ตอบคำาถาม
“เจ้าเนี่ยเทียนนั่นข้าพอจะจำาได้้” เวลานี้ ตู้คุนกมพูด้ขึ้น เสียงเบา
โม่ซีและอวี๋ถงหันไปมองเขาพร้อมกัน
“ข้าสวมอาภรณ์ของหุบเขาเทาปะปนเข้าไปในกลุ่มคน ของหอหลิงเป่า กำาลังคิด้จะฉวยโอกาสตอนที่พวกเขาไม่ทันตั้งตัวไล่ ฆ่าพวกเขาไปทีละคน กมเป็นเจ้าเนี่ยเทียนนี่แหละที่มองออกถึงความ ผิด้ปกติ จึงเป็นฝ่ายลงมือกับข้าก่อน หากไม่ถูกเขาขัด้จังหวะ คราว นั้นอย่างน้อยข้ากมต้องข้าลูกศิษย์ของหอหลิงเป่าได้้สามคน”
ตู้คุนหรี่ตาลง นัยน์ตาเผยความเหี้ยมโหด้ กล่าวอย่างดุ้ด้ัน
“เนี่ยเทียนผู้นั้น…ค่อนข้างน่าสนใจ” โม่ซีพยักหน้าน้อยๆ จด้จำาชื่อนี้ไว้ในใจ จากนั้นกมกล่าวกับอวี๋ถงว่า: “รอให้ตามพวกเขา ทันเมื่อไหร่ ข้าจะจับเจ้าเด้มกเนี่ยเทียนนั่นมาเป็นๆ ให้เจ้าใช้เวท หลอมเลือด้มาหลอมร่างเขา เพื่อให้เจ้าได้้ระบายความโกรธแค้น”
“ข้าจะฆ่าคนผู้นั้น ข้าจะลงมือด้้วยตัวเอง ไม่ต้องให้เจ้า เปลืองแรง” อวี๋ถงไม่รับน้ำาใจ
“หึหึ! ข้าไม่สนว่าเจ้าจะคิด้ยังไง เอาเป็นว่าข้าเองกมหมาย หัวเจ้าเนี่ยเทียนนั่นไว้แล้ว ข้าจะจับตัวเขามาให้ได้้ก่อนเจ้า พอถึง เวลาหากเจ้าไม่ต้องการ ข้ากมจะฉีกกระชากเขาเป็นชิ้นๆ” โม่ซี หัวเราะเสียงด้ัง
“ไปกันเถอะ อย่ามัวเสียเวลาอีกเลย ไปสกัด้กั้นพวกเขา ก่อนที่พวกเขาจะออกไปจากทะเลทราย อย่าให้พวกเขารวมตัวกับ อารามเสวียนอู้ได้้” อวี๋ถงสีหน้าไร้อารมณ์
……
และเวลานี้เอง เนี่ยเทียนที่อยู่ในทะเลทรายร้างเหมือนกันกม เริ่มสวาปามอาหารอีกครั้ง
หลังจากที่หยวนเฟิงและอวิ๋นซงมาถึง พวกเขาทั้งกลุ่มเด้ิน ทางกันมาได้้สองวันแล้ว
สองวันมานี้ ทุกคนเร่งรีบเด้ินทางอยู่ตลอด้เวลา ช่วงเวลา พักผ่อนนั้นสั้นมาก
พวกเขาต้องการออกจากทะเลทรายร้างให้ได้้เรมวที่สุด้ เพื่อ ไปที่เขตภูเขาไฟ และรวมตัวกับพวกเจิ้งปินแห่งอารามเสวียนอู้
เนื่องด้้วยไม่มีเวลามากพอในการฝึกบำาเพมญตบะ แผนการ ที่เนี่ยเทียนคิด้จะใช้เนื้อกิ้งก่าด้ินช่วยให้เหยียบย่างเข้าสู่ขอบเขต หลอมลมปราณที่แปด้ภายในสิบวัน เกรงว่าคงยากที่จะสำาเรมจได้้
กว่าจะหยุด้พักได้้ไม่ใช่เรื่องง่าย แน่นอนว่าเนี่ย เทียนย่อมไม่ยินด้ีเสียเวลาไปโด้ยเปล่าประโยชน์ เขารีบหยิบเอาเนื้อ แห้งของกิ้งก่าด้ินออกมา แล้วกินเข้าไปด้้วยเวลาที่เรมวที่สุด้
เขากินเข้าไปมากพอหลายสิบจิน เมื่อเขารู้สึกว่าร่างกาย แบกรับไม่ไหวอีกต่อไป เขาถึงได้้หยุด้ลง
เขารีบโคจรคาถาหลอมลมปราณทันที
ขณะที่เขากำาลังใช้คาถาหลอมลมปราณมาเปลี่ยนแปลง มหาสมุทรวิญญาณ พลังงานเหล่านั้นที่ไม่สามารถหลอมรวมเข้าไป ในมหาสมุทรวิญญาณได้้ในระยะเวลาอันสั้นกมแผ่ออกไปตามเลือด้ เนื้อของเขาอีกครั้ง
ไม่นานนัก เขากมรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เหงื่อปริมาณมากไหล ซึมออกมาจากในรูขุมขน
เช่นเด้ียวกัน ในหยาด้เหงื่อเหล่านั้นที่ไหลออกมานอกร่าง ต่างกมปะปนไว้ด้้วยสิ่งสกปรกขุ่นมัว
ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงลืมตาขึ้น ใช้จิตรับสัมผัส พบว่า มหาสมุทรวิญญาณขยายออกไปเกือบหนึ่งส่วนจริงด้ังคาด้
เขาแผ่กระแสจิตออกไปรอบด้้านอีกครั้ง โด้ยใช้ตัวเองเป็น จุด้ศูนย์กลาง พบว่าระยะที่พลังจิตแผ่ปกคลุมไปนั้นเพิ่มมากขึ้นถึง ประมาณเจมด้สิบแปด้เมตร
“ไม่ได้้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไหร่นัก”
เขาขมวด้คิ้วมุ่น ครุ่นคิด้ถึงรายละเอียด้อย่างถี่ถ้วน รู้สึกว่า ดู้เหมือนรอบนี้พลังงานที่เกิด้ขึ้นในช่องท้องของเขาจะลด้น้อยลงไป หลายส่วน
“พลังงานที่ซุกซ่อนอยู่ในสัตว์วิเศษน่าจะเผาผลาญลงไป อย่างต่อเนื่อง เนื้อสัตว์วิเศษที่เพิ่งตายไป มีพลังงานสมบูรณ์แบบ ที่สุด้ และกมถูกดู้ด้ซับเอาไปได้้ง่ายที่สุด้”
“หลังจากที่สัตว์วิเศษตายไป เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พลังงานในเลือด้เนื้อของมันกมจะค่อยๆ สลายหายไป”
“เมื่อเอาเนื้อสัตว์วิเศษมาทำาเป็นเนื้อแห้ง กมจะยิ่งทำาให้ พลังงานในเลือด้เนื้อเสียหาย”
“…”
เขาพยายามเฟอาหาสาเหตุอย่างละเอียด้ยิบ
อันที่จริง ตอนที่ยังอยู่เกาะน้ำาแขมง เขากมรู้แล้วว่าพลังงานที่ แฝงเร้นอยู่ในเนื้อสัตว์วิเศษจะหายไปตามกาลเวลา
ทว่าเนื่องจากเกาะน้ำาแขมงนั้นเป็นสถานที่ที่เยมนสุด้ขั้ว เนื้อ สัตว์วิเศษเหล่านั้นจึงยังรักษาความสด้ใหม่เอาไว้ได้้ตลอด้เวลา นี่ ทำาให้การไหลออกของพลังงานในเนื้อไม่ได้้ชัด้เจนมากนัก
เมื่อมาถึงทะเลทรายร้าง เขาจึงสัมผัสได้้อย่างชัด้เจนว่า ความเรมวในการไหลออกของพลังงานในเนื้อสัตว์วิเศษเพิ่มมากขึ้น
หลังจากที่ทุกคนเอาเนื้อสัตว์วิเศษมาทำาเป็นเนื้อแห้งกม เหมือนว่าจะทำาให้พลังงานในเนื้อสัตว์สูญเสียไปเรมวมากยิ่งขึ้น
เมื่อพอจะเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้ว พอเขาหันไปมอง เนื้อกิ้งก่าด้ินแห้งหลายร้อยจินที่พกมาด้้านหลังจึงรู้สึกปวด้หัวขึ้นมา กะทันหัน
เขาตระหนักได้้ว่า คิด้จะใช้เนื้อกิ้งก่าด้ินมาช่วยเพิ่มพละ กำาลังให้แขมงแกร่งขึ้น เขาจำาเป็นต้องรีบกินเนื้อพวกนั้นให้หมด้โด้ย เรมวที่สุด้
อีกทั้งเขาต้องหยุด้เด้ินทางและฝึกบำาเพมญตบะทั้งวันทั้งคืน อย่างต่อเนื่อง
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นเขาถึงจะสามารถใช้เนื้อกิ้งก่าด้ินมาเพิ่ม ขอบเขตการบำาเพมญตบะให้ถึงขั้นแปด้ได้้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น
ยิ่งถ่วงเวลาออกไปเท่าไหร่ ผลประโยชน์ที่เขาจะได้้รับจาก เนื้อกิ้งก่าด้ินกมยิ่งลด้น้อยลงเท่านั้น
และเวลานี้ คนทั้งกลุ่มที่มีอันอิ่งและเจียงหลิงจูเป็นผู้นำากม คิด้แต่อยากจะออกจากทะเลทรายร้างโด้ยเรมวที่สุด้ เพื่อจะรีบไปรวม ตัวกับฝ่ายของอารามเสวียนอู้
คนเหล่านั้นย่อมไม่มีทางลด้ความเรมวในการเด้ินทางเพื่อให้ เขาได้้บำาเพมญตบะอย่างแน่นอน
หากไม่จากไปเพียงลำาพัง หาพื้นที่รกร้างแห่งหนึ่งในทะเล ทรายแห่งนี้ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเจอคนของสำานักภูตผีและสำานักโลหิต บำาเพมญตบะทั้งวันทั้งคืนเพื่อฝ่าทะลุขั้นแปด้ให้ได้้โด้ยเรมวที่สุด้
หรือไม่กมพลาด้โอกาสที่หาได้้ยากยิ่งนี้ไป รวมตัวอยู่กับทุก คนตลอด้เวลาเพื่อความปลอด้ภัยของตัวเอง
สีหน้าเขาเปลี่ยนมาเป็นลึกล้ำาเกินคาด้เด้า หลังจากครุ่นคิด้ อยู่เนิ่นนาน เขาพลันลุกพรวด้ขึ้นยืน กล่าวว่า: “ทุกท่าน ขออภัย ด้้วย ข้าไม่สามารถเด้ินทางไปหาอารามเสวียนอู้กับพวกเจ้าได้้แล้ว”