ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 571 แผนการที่มิอาจปกปิด ซูหลินจากวิมานสวรรค์จับตามองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ เกิดขึ้นบนเกาะอีกแห่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
- Home
- ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี
- บทที่ 571 แผนการที่มิอาจปกปิด ซูหลินจากวิมานสวรรค์จับตามองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ เกิดขึ้นบนเกาะอีกแห่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 571 แผนการที่มิอาจปกปิด ซูหลินจากวิมานสวรรค์จับตามองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ เกิดขึ้นบนเกาะอีกแห่งหนึ่งอยู่ตลอดเวลา
นางไม่ได้ไปหลบซ่อนอยู่กลางค่ายกลใหญ่ที่เป็นแนวป้องกัน แต่มายืนอยู่ริมชายหาดเพื่อคอยมองไปยังจุดไกล
เส้นสายตาของนางมองเห็นเกาะที่ชนต่างเผ่าเคลื่อนไหว ได้ อย่างพร่าเลือน เดิมทีขอบเขตของนางก็ไม่พอจะช่วยให้นาง มองเห็น สภาพบรรยากาศทั้งหมดรอบเกาะได้อยู่แล้ว
ทว่าเนื่องด้วยชนต่างเผ่ามากมายรีบร้อนหลบหนี จึงเผ่นผลิวอ อกมารอบเกาะในทิศทางที่ต่างกัน
มีชนต่างเผ่าหลายคนที่บินมายังตำแหน่งเดียวกับ เส้นสายตา ของซูหลินพอดี ทว่าเมื่อขยับเข้ามาใกล้ ชนต่างเผ่าพวกนั้นกลับ เปลี่ยนทิศทางไปอีกครั้ง
และก็ด้วยการเข้ามาใกล้ของพวกชนต่างเผ่า ซูหลินถึงพอจะ มองออกถึงต้นสายปลายเหตุ
ครุ่นคิดเล็กน้อยนางก็ตระหนักได้ว่า ในเมื่อมีชนต่างเผ่า บางส่วนเลือกหนีออกมา ถ้าเช่นนั้นเกาะที่พวกเขาคิดว่าเต็มไป ด้วย ภยันอันตรายก็ไม่น่าจะเป็นสถานที่ที่เหมาะให้พวกชนต่าง เผ่าอยู่อีกแล้ว
นี่จึงหมายความว่าผู้ชนะจากการต่อสู้บนเกาะนั้นคือเผ่า มนุษย์
เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจของนาง ทำให้เหล่าผู้กล้าที่อยู่ ตรงนั้นต่างหน้าเปลี่ยนสี
หยางคัน หลิวเจี้ยน และยังมีพวกอวี๋หยาง เลี่ยวเยี่ยนต่างก็รีบ มารวมตัวกันอยู่ข้างกายนาง ก่อนจะมองตามทิศทางที่นิ้วมือของ นางชี้ไปจนเห็นว่าค่ายกลห้วงมิติผุพังของชนเผ่าหินเทาค่อยๆ จาก ไปไกลยังบางจุดในทะเลลึกสีดำ
“นี่…” หลิวเจี้ยนที่ก่อนหน้านี้ยังเอ่ยเย้ยหยันสีหน้าพลันแข็งค้าง พูด ออกมาคำเดียวเสียงก็ขาดหายไป
พวกหยางคันขมวดคิ้วคิดหนัก ต่างก็เดาได้อย่างเดียวกับซู หลินว่า ฝ่ายที่คว้าชัยชนะจากเกาะนั้นน่าจะเป็นพวกมนุษย์
“พวกเขาชนะหรือนี่ จะเป็นไปได้อย่างไร?” สายตาของจางจิว เย็นทะมึน อึ้งไปครู่ถึงพูดขึ้นกะทันหันว่า “ข้าคิดถึงความเป็นไป ได้อย่างหนึ่ง”
ทุกคนต่างหันมามองเขาโดยอัตโนมัติ “เนี่ยเทียนผู้นั้นแม้จะแข็งแกร่ง แต่อย่างไรซะก็มีเพียงเขตต้น สวรรค์ แถมยังแค่ช่วงกลาง” จางจิวกล่าวพร้อมขบคิด “ก่อน หน้าที่เนี่ยเทียนยังไม่ถูกล้อมโจมตี เขาได้สังหารชนต่างเผ่าไปติดๆ กัน แล้วก็ได้ชัยชนะทุกครั้ง นี่จะหมายความว่าอันที่จริงแล้วพวก ชนต่างเผ่า…ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่พวกเราคิดหรือไม่?”
“และก็มีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้นเขาถึงสามารถสังหาร ชนต่างเผ่าได้อย่างง่ายดาย คว้าชัยชนะมาได้ติดต่อกัน”
“และก็มีเพียงชนเผ่าที่อ่อนแอเท่านั้นถึงจะร่วมมือกันล้อม โจมตีเขา รอจนพวกคนของอาณาจักรป่ายจั้น สำนักหยิน สำนักหยางและหอหันปิงไปถึงก็คงลงมือทันที พวกเขาถึงเป็นฝ่าย ได้เปรียบ”
“บางทีไม่แน่ว่าพวกเราคนหนึ่งก็อาจจะเอาชนะชนต่างเผ่า สองสามคนก็เป็นได้”
“มีเพียงแบบนี้เท่านั้นถึงจะอธิบายเรื่องทั้งหมดได้อย่าง ชัดเจน”
อันที่จริงคนเหล่านี้ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ล้วนไม่เคยมีใครได้ประมือ กับชนต่างเผ่ามาก่อน
ตอนที่เผ่าหินเทาเยื้องกรายมาถึง ผู้ที่เผชิญหน้าก่อนใครก็คือ คนของสำนักหยินและสำนักหยาง จากนั้นถึงเป็นคนของหอหันปิง
พวกเขาล้วนเป็นคนที่ตามมาทีหลัง ไม่เคยประมือกับชนเผ่า หินเทาจึงขาดความรู้ความเข้าใจต่อฝีมือของชนต่างเผ่า
“ความเป็นไปได้นี้มีสูงมาก!” หลิวเจี้ยนจากวังวิญญาณหน้า กระตุก “ดูท่าพวกเราคงคาดการณ์ผิดไป พวกชนต่างเผ่าเหล่านี้ ไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่พวกเราคิด แค่ได้เปรียบทางจำนวนไม่ได้ หมายความถึงสิ่งใด และมีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้น เนี่ยเทียน ถึงทำสำเร็จติดต่อกัน พอเจ้าพวกนั้นตามไปถึงจึงบีบให้พวกชน ต่างเผ่าหวาดกลัวจำต้องถอยร่น”
หยางคันเงียบไปครู่จึงกล่าวว่า “พวกเราสังเกตการณ์อยู่บน เกาะนี้มานานมากพอแล้ว ที่นี่แทบไม่เหลืออะไรพิเศษให้ค้นหา หากเอาแต่เฝ้าอยู่ที่นี่ก็ไม่มีทางได้รับผลพวงมากนัก แต่ว่าเกาะนั้น
ที่พวกเรายังไม่เคยสำรวจอาจจะมีวัตถุดิบล้ำค่าหลงเหลืออยู่อีก มาก”
คำพูดนี้ดังจบ ดวงตาของทุกคนก็พลันเปล่งประกาย อวี๋หยางยิ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “เจ้าคนพวกนั้นประ มือกับชนต่างเผ่ามาก่อนย่อมบาดเจ็บเสียหาย พวกเรารีบตามไป ทันทีอาจเป็นฝ่ายได้ฉกฉวยผลประโยชน์ ขอแค่ฝีมือของพวกเรา เอาชนะฝ่ายของอาณาจักรป่ายจั้นได้ พวกเราก็สามารถบีบให้เนี่ย เทียน มอบค่าตอบแทนที่พวกเราจ่ายไปก่อนหน้านี้กลับคืนมา!”
หยางคันเห็นด้วยก่อนใคร เขากล่าวเสียงเย็นว่า “เสาหินสีแดง หกต้นที่ข้าให้เขาไปคือวัตถุล้ำค่าที่สุดซึ่งข้ามีอยู่ในมือ ข้าต้องทวง คืนกลับมาให้ได้!”
“หัวใจของเผ่าทมิฬดวงนั้นก็มีค่าควรเมือง ตอนนี้ข้ามานึกดู แล้วก็ยังเสียดายไม่หาย” เลี่ยวเยี่ยนกล่าว
ทันใดนั้นเส้นสายตาของทุกคนก็ไปรวมกันอยู่บนร่างของซู หลิน คล้ายรอให้ซูหลินตัดสินใจ
ซูหลินนึกถึงรถศึกสีทองคันนั้นก็ให้เสียดายอย่างยิ่งยวด พอ เอามาเชื่อมโยงกับคำพูดของพวกเขาก็รู้สึกว่ามีเหตุผลอย่างมาก
นางจึงพยักหน้ารับ “ข้าเองก็เห็นด้วยที่จะไปดูบนเกาะนั้นแล้ว ค่อยลงมือตามสถานการณ์”
“เวลาไม่คอยใคร รีบลงมือเถอะ!” เลี่ยวเยี่ยนเอ่ยเร่ง ผู้กล้าแต่ละฝ่ายที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าเดินหน้าไปสำรวจ แต่เมื่อ พบว่าชนต่างเผ่าล้วนถอยหนีไปหมดแล้วจึงรีบเรียกอาวุธประเภท บินออกมาทันที
อาวุธประเภทบินหลายลำที่สามารถโบยบินไปกลางท้องฟ้า ต่างก็ทยอยกันลอยขึ้นกลางอากาศริมทะเล
ริมเกาะกลางทะเล ฉินแยนแห่งองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ มองเห็นต้นไม้วิเศษสีม่วง หลายต้นซึ่งงอกงามอยู่กลางบึงน้ำ ดวงตาคู่งามของนางก็พลัน เปล่งประกาย “หญ้าจื่ออวิ้น! พืชหญ้าชั้นสูงขั้นหก นี่ก็คือวัตถุดิบ หลักในการหลอมยาจื่ออวิ้น! ในดินแดนดาวตก หญ้าจื่ออวิ้นหนึ่ง ต้นมีมูลค่าสามหมื่นหินวิเศษ และที่นี่ก็มีมากหลายสิบต้น!”
“หากเอาหญ้าจื่ออวิ้นพวกนี้กลับไปยังดินแดนดาวตก ก็จะ แลกหินวิเศษมาได้ประมาณสองล้านก้อน!”
นางที่มาจากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ มีความรู้ที่แม่นยำต่อ สมุนไพรหลากหลายชนิด ไม่เพียงแต่วิเคราะห์ที่มาของสมุนไพร เหล่านั้นได้ ยังรู้ราคาที่แน่ชัดของพวกมันด้วย
“พวกเราตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว” เฝิงอิ๋งลิงโลด ยิ้มหวาน “ติดตามพี่ใหญ่เนี่ยแล้วมีเนื้อให้กินจริงๆ! หากพวกเรารออยู่ทาง นั้นกับพวกวิมานสวรรค์ก็ไม่มีทางได้เจอหญ้าจื่ออวิ้นพวกนี้”
ใบหน้าของฉินแยนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน นางพยัก หน้ารับเบาๆ “เจ้าเนี่ยเทียนผู้นี้เป็นดาวนำโชคจริงๆ หากลี่ลี่ไม่อยู่ กับเขาแล้วมี หรือจะเอาผลไม้แห่งชีวิตกลับมาจากอาณาจักรต้าฮ วางได้? นับตั้งแต่ที่ลี่ลี่ผูกมิตรกับเขา ขอบเขตของนางก็ฝ่าทะลุ ติดต่อกันหลายครั้ง แถมยังได้ซากศพหงส์ดำระดับแปดไปครอง เนี่ยเทียนน่าจะมีโชคดีมหาศาลติดตัวจริงๆ”
หญิงสาวคนหนึ่งขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ก็พูดคล้อยตามขึ้น ว่า “หากไม่มีโชคดีมหาศาลจะได้รับการดูแลจากพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว จนกลายมาเป็นผู้สืบทอดได้อย่างไร?”
“ถูกต้อง” ดวงตาคู่งามของฉินแยนเป็นประกาย “นับจาก วันนี้ไปพวกเราก็เอาตัวผูกติดกับเนี่ยเทียน ที่เหมือนต้นไม้นำโชค นี่เถอะ แค่ได้อานิสงส์จากเขาก็ถือว่าดีแล้ว”
คนอื่นๆ ขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ต่างก็พากันเห็นด้วย “ศิษย์พี่หญิง ท่านดูนั่น!” เฝิงอิ๋งพลันเห็นความผิดปกติจึงร้อง อุทานเสียงหลง “พวกเขามาแล้ว!”
ทุกคนเพ่งสมาธิมองไปก็เห็นว่าอาวุธประเภทบินหลายลำ กำลังห้อทะยานผ่านทะเลสีดำมาถึงบนเกาะนี้
เพียงแค่ครู่เดียว ผู้ฝึกลมปราณหนุ่มสาวจากอีกเกาะหนึ่งก็มา หยุดอยู่ตรงพื้นที่ที่ต่งลี่วาดให้เป็นขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ หลังจากเก็บเอาอาวุธที่บินได้กลับไปแล้วก็รีบเดินเข้ามาทันที
“หญ้าจื่ออวิ้น! สมุนไพรระดับสูงขั้นหก!” ซูหลินแค่มองปราด เดียวก็เผยความสนใจออกมาทางสีหน้า “เป็นของดียิ่งนัก!”
พวกผู้กล้าจากสำนักอื่นต่างก็ไม่ใช่คนโง่ ต่อให้ไม่รู้ว่าหญ้าจื้ ออวิ้นหน้าตาเป็นเช่นไรก็ยังเคยได้ยินมูลค่าของหญ้าชนิดนี้มา ก่อน ดวงตาทั้งคู่ของพวกเขาจึงส่องประกาย
“พวกเจ้ามาทำไม?” ฉินแยนเอ่ยเสียงเย็น
“พวกเจ้ามาได้แล้วทำไมพวกเราถึงมาไม่ได้?” จางจิวจากลัทธิ อูตู๋แค่นเสียงในลำคอ สีหน้าไม่เป็นมิตร “หลังจากพวกชนต่างเผ่า ไปจากเกาะแห่งนี้มันก็ไร้เจ้าของ ใครก็ล้วนมาสำรวจได้ พวกเรา เดินทางมาจากดินแดนดาวตกอย่างยากลำบากก็เพื่อมาเก็บ วัตถุดิบล้ำค่าจากที่นี่ไม่ใช่หรือไง?”
“ที่นี่ถูกต่งลี่แบ่งให้เป็นขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่แล้ว!” เฝิงอิ๋ง ตะโกนกลับ
“ต่งลี่?” หยางคันแสยะปากยิ้ม “นางเป็นใคร? นางบอกว่า แบ่งให้องค์กรการค้าสุ่ยเยว่ของพวกเจ้าก็จะเป็นของพวกเจ้าจริงๆ งั้นรึ? เนี่ยเทียนเล่า ถูกชนต่างเผ่าฆ่าตายไปแล้วหรือยัง?”
หลิวเจี้ยนหัวเราะชั่วช้า “เขาถูกล้อมนานขนาดนี้ ต่อให้พวก ชนต่างเผ่าจะอ่อนแอแค่ไหน แต่หากถูกชนต่างเผ่าหลายสิบคน โจมตีพร้อมกัน ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนักกันบ้างล่ะ”
“ถึงเวลาที่พวกเราจะทวงคืนของที่ฝากไว้กับเขาชั่วคราวแล้ว” เลี่ยวเยี่ยนกล่าวเสียงทะมึน
“ไร้ยางอาย!” เฝิงอิ๋งโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “ของเหล่านั้นพวก เจ้าจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับเนี่ยเทียน แล้วมีหน้ามาพูดว่าฝาก ไว้ชั่วคราวได้อย่างไร? พวกเจ้ายังมีความละอายอยู่หรือไม่?”
“ข้าบอกว่าฝากไว้ก็คือฝากไว้” เลี่ยวเยี่ยนจ้องนางเขม็ง นัยน์ตาฉายไอสังหาร ก่อนจะพูดเบาๆ “คุณหนูซู ตามความเห็น เจ้า…ควรทำเช่นไร? ไม่งั้นเราจัดการองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ก่อน แล้ว ค่อยเก็บกวาดเกาะแห่งนี้ ช่วงชิงอำนาจมาครองเองดีหรือไม่?”
ฉินแยนพลันหน้าเปลี่ยนสี ออกคำสั่งทันใด “ทิ้งหญ้าจื่ออวิ้น พวกเราถอยจากที่นี่ก่อน!”
คนขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่พอได้ยินข้อเสนอของเลี่ยวเยี่ยน ก็พากันตื่นตระหนก เมื่อได้ยินคำสั่งของนางจึงรีบถอยไปยังใจ กลางเกาะอย่างไม่ลังเล และไม่คิดเสียดายหญ้าจื่ออวิ้น
ซูหลินขมวดคิ้วน้อยๆ มองพวกนางจากไป “ควรรู้สถานการณ์ ให้แน่ชัดเสียก่อน อย่างน้อยก็รู้ว่าเนี่ยเทียนผู้นั้นเป็นหรือตาย หากยังไม่ตายแล้วเขาบาดเจ็บสาหัสหรือไม่”
และขณะที่นางกำลังพูด ลูกศิษย์ขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ต่าง ก็บินหนีกันไปอย่างรวดเร็ว
“พวกเขาแบ่งพื้นที่กัน นั่นหมายความว่าน่าจะกระจายตัวกัน อยู่ ตอนนี้ก็คือโอกาสอันดีที่จะเปิดฉากสังหารคนเหล่านี้!” หยาง คันไม่เห็นด้วย เขาตวาดกร้าวแล้วพุ่งออกมาเป็นคนแรก “ชนต่าง เผ่าถอยหนีไปแล้ว เกาะแห่งนี้เหลือเพียงแค่พวกเรา ความขัดแย้ง ไม่มีทางเลี่ยงได้! ขนาดริมเกาะยังมีหญ้าจื้ออวิ้น ในเกาะก็ยิ่งต้องมี หญ้าวิเศษอีกมากมาย จะช้าหรือเร็วก็ต้องลงมืออยู่ดี!”
ไม่รอให้ซูหลินเอ่ยตอบรับ คนของลัทธิอูตู๋ ภูเขาสายฟ้าและ สำนักเทียนเหยียนต่างก็ไล่ตามไปทันที
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 572 วาสนาที่มาอย่างกะทันหัน! การต่อสู้กันเองภายในเดิมทีก็เป็นความเคยชินที่เลวร้ายซึ่งมี มาอย่างยาวนานของเผ่ามนุษย์
เวลามีศัตรูภายนอก เผ่ามนุษย์มักจะปรองดองเป็นหนึ่ง แต่ หากไม่มีภัยคุกคามจากภายนอก ภายในของเผ่ามนุษย์ก็จะต่อสู้ กันเองทุกเวลาไม่มีหยุดพัก
ดินแดนดาวตกเป็นเช่นนี้ ในดินแดนอื่นๆ ที่กว้างใหญ่ไพศาลก็ เป็นดุจเดียวกัน
เมื่อพวกหยางคันมองเห็นชนต่างเผ่ามากมาย ถูกบีบให้หนีไป ก็เข้าใจไปว่าฝีมือของชนต่างเผ่านั้นอ่อนด้อย จึงไม่หวาดกลัวอีก ต่อไป และนั่นเลยทำให้พวกเขาเกิดแผนการอย่างอื่นทันที
ขณะที่ซูหลินคิดจะห้ามปรามกลับพบว่าไม่ทันแล้ว พวกหยาง คันได้พุ่งทะยานออกไป และเริ่มไล่ล่าลูกศิษย์ขององค์กรการค้า สุ่ยเยว่แล้ว
แม้แต่ภายในของวิมานสวรรค์เองก็มีหลายคนที่เห็นด้วยกับ วิธีการของหยางคัน พวกเขาถูกเนี่ยเทียนกดดันมาเนิ่นนาน ทั้งยัง
รู้ว่าเนี่ยเทียนปฏิเสธความปรารถนาดีที่วิมานสวรรค์หยิบยื่นให้ แถมยังฆ่าสหายในวิมานสวรรค์ไปอีกไม่น้อย พวกเขาจึงไม่มี ความรู้สึกดีอันใดต่อเนี่ยเทียน
มีเพียงซูหลินเท่านั้นที่ยังคงนิ่งขรึม เพราะนางรู้ดีถึงความน่า กลัวของเนี่ยเทียน
เดิมทีนางยังอยากรู้เสียก่อนว่าเนี่ยเทียนเป็น หรือตายแล้ว ค่อยตัดสินใจ ทว่า…ทุกอย่างกลับเสียการควบคุมในชั่วพริบตา
เสียงร้องโหยหวนน่าเวทนาดังออกมาจากปากลูกศิษย์คนหนึ่ง ขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ที่ห่างไปไกล เมื่ออยู่ภายใต้การไล่ล่าอย่าง ดุร้ายของพวกหยางคัน คนผู้นั้นที่รั้งท้ายจึงตายไปก่อนผู้ใด
เมื่อคนผู้นั้นตายไป ซูหลินก็รู้ดีว่าทุกอย่างไม่มีทางแก้ไขอีก แล้ว จึงได้แต่ออกคำสั่งไปว่า “เฮ้อ เรื่องมาถึงตอนนี้ คงได้แต่ลง มือเท่านั้น”
พวกคนของวิมานสวรรค์หลายคนที่ยืนอยู่ข้างกายนาง เมื่อได้ ยินเช่นนั้นก็หัวเราะเสียงเย็นแล้วพุ่งตัวออกไปทันใด
คนเหล่านี้ล้วนรู้สึกว่าหากเนี่ยเทียนไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก เนี่ย เทียนที่บาดเจ็บสาหัส เมื่อเจอกับการร่วมมือของพวกเขาทุกฝ่าย จะพลิกฟื้นกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบจริงๆ น่ะหรือ?
หนุ่มสาวมากพรสวรรค์ของแต่ละสำนักที่โดยสารอาวุธ ประเภทบินมาจากเกาะอีกแห่งหนึ่งต่างก็เข้าร่วมการไล่ฆ่าคนของ องค์กรการค้าสุ่ยเยว่ในครั้งนี้
ไฟสงครามครั้งใหม่ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง …… ข้างทะเลสาบใหญ่สีดำ เนี่ยเทียนนั่งอยู่ใต้ค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณ ตั้งใจฝึกบำเพ็ญตบะอย่างมีสมาธิ
จิงชี่พืชหญ้าคล้ายกระแสธารเส้นหนึ่ง ไหลกรอกลงมาจาก เหนือศีรษะแล้วเข้าไปเติมเต็มน้ำวนในจุดตันเถียนของเขา ก่อนจะ สร้างขึ้นเป็นหยดพืชหญ้า
ส่วนเขาก็หยิบเอาหินดวงดาวออกมา ดึงพลังดวงดาวเพื่อฟื้นฟู พลังงานดวงดาวที่เสียหายไปมากที่สุด
เกราะมังกรเพลิงถูกเขาเก็บไปไว้ในแหวนเก็บของนานแล้ว เพราะชนต่างเผ่าถอยหนีไป เขาจึงไม่ได้ใช้พลังจิตวิญญาณจาก
สะเก็ดดาวที่ล้ำค่า เพื่อสร้างทิพย์จักษุเก้าข้างมาตรวจสอบรอบ ด้านอีก
บวกกับที่การต่อสู้ขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่เกิดขึ้นที่ริมเกาะ เขาจึงไม่รับรู้แม้แต่น้อย
เขาเอาแต่ตั้งใจฝึกบำเพ็ญตบะของตัวเอง การชุบหลอมเรือนกายจากเวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ ไม่สามารถ ทำไปพร้อมกับการดูดดึงพลังดวงดาวได้ ทว่าพลังชีวิตเลือดเนื้อที่ เขาดึงออกมาจากศพของชนต่างเผ่ายังคงสะสมอยู่ในโครงกระดูก ทั่วร่างของเขา ทำให้เลือดลมของเขาสมบูรณ์เปี่ยมล้นอย่างถึง ที่สุด
ในขณะที่เขาใช้เวทลับสะเก็ดดาวดึงดูดพลังดวงดาวในหิน ดวงดาว เขาก็พลันเกิดความรู้สึกประหลาดบางอย่าง
เขาค้นพบว่าเมื่ออยู่ข้างทะเลสาบสีดำ และใช้เวทลับนี้มาดูด ซับพลังดวงดาว ความเร็วนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยหกเจ็ด ส่วน
เพราะก่อนหน้านี้ตอนที่เขาลงมือกับชนต่างเผ่าเป็นครั้ง สุดท้าย เขาก็เคยดึงเอาพลังดวงดาวมาใช้เช่นกัน ดังนั้นจึงจดจำได้ อย่างลึกซึ้ง
เขาร้องเอ๊ะเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะรับสัมผัสอย่างละเอียด ไม่ นานเขาก็เข้าใจว่าความรู้สึกของเขานั้นไม่ผิด ความเร็วในการดูด ซับหินดวงดาวนี้เร็วขึ้นไม่น้อยจริงๆ
“หรือว่าจะเป็นเพราะทะเลสาบสีดำแห่งนี้?” เมื่อคิดอย่างนี้เขาจึงหยุดการดูดซับหินดวงดาวชั่วคราว ลืมตา ขึ้นก็มองไปยังทะเลสาบลึกที่อยู่ในระยะประชิดเงียบๆ
ทะเลสาบนิ่งสงบไร้คลื่นลม ผิวทะเลสาบไม่มีวัตถุใดๆ ความ มืดมิดที่ลึกล้ำไม่สามารถใช้ตาเปล่าสำรวจความลี้ลับได้
ต่อให้เขาจะรวมพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวมาไว้ที่ดวงตา ก็ยัง มองปัญหาไม่ออก
เขาเองก็รู้ดีว่ามีเพียงให้พลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาว จมดิ่งไป ใต้ทะเลสาบเท่านั้นถึงจะมองสภาพภายใต้ทะเลสาบได้
ทว่าก่อนหน้านี้เขาเองก็ทดลองแล้ว ใต้ก้นทะเลสาบสีดำนี้ กลับไม่มีซากศพของชนต่างเผ่าใดๆ แล้วก็ไม่มีซากศพของเผ่า มนุษย์ด้วย มีเพียงน้ำทะเลสาบสีดำเท่านั้น
เขาจึงเดาได้แค่ว่าใต้ก้นของทะเลสาบสีดำลึกล้ำนี้น่าจะ เชื่อมต่อกับมหาสมุทรสีดำด้านนอก
เพราะว่าเขาเคยสัมผัสได้ถึงกระแสจิตอันไพศาล และเก่าแก่ที่ อยู่ใต้ทะเลสาบ
กระแสจิตนี้มาจากมหาสมุทรสีดำ ตอนที่เขาสำรวจทะเลสาบ ก็มีกระแสจิตกลุ่มหนึ่งแบ่งมา
“ดูท่าหากมีเวลาต้องตรวจสอบใต้ทะเลสาบสีดำนี้ดีๆ สัก หน่อยแล้ว”
พึมพำเบาๆ หนึ่งประโยค เขาก็ใช้เวทลับดวงดาวมาดูดซับพลัง ดวงดาวต่อไป
พลังดวงดาวที่ซ่อนอยู่ในหินดวงดาวก้อนแล้วก้อนเล่าจางหาย ก่อนที่ก้อนหินจะกลายมาเป็นเพียงหินธรรมดา
พลังดวงดาวของเขาที่เผาผลาญไปก็มารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว นี่หมายความว่าต่อให้เขาเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจอีกครั้ง เขาก็ ยังสามารถใช้เวทลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวได้อีก
เหนือทะเลสาบสีดำมีหมอกควันหลากสีล้อมวนล่องลอยไม่ เคยหายไปจากทะเลสาบ
รอยแยกห้วงมิติหลายเส้นที่ปริออกซ่อนตัวอยู่ท่ามกลาง หมอกควันหลายสี บางครั้งก็หุบเข้าหากัน บางครั้งก็ขยายออก
ทว่าไม่มีชนต่างเผ่ากล้าลอดผ่านรอยแยกห้วงมิติที่ยังไม่มั่นคง เข้ามาในเกาะแห่งนี้อีก
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ผิวน้ำทะเลสาบที่เรียบนิ่งพลัน กระเพื่อมเป็นลูกคลื่น
ใต้ก้นทะเลสาบที่ดำสนิทราวกับน้ำหมึกพลันมีแสงดาวเปล่ง ประกาย เมื่อคลื่นน้ำกระเพื่อมไหว แสงดาวในจุดลึกของทะเลสาบ ก็คล้ายจะถูกชักนำออกมา
เนี่ยเทียนที่จมจ่อมอยู่กับการฝึกตนพลันสะดุ้งตื่น เขาหันไป มองทะเลสาบผืนใหญ่สีนิลที่มีลูกคลื่นแผ่กระจายด้วยสีหน้าแปลก ใจ
ผ่านไปพักใหญ่ แสงดาวเหล่านั้นก็คล้ายถูกตราประทับสะเก็ด ดาวตรงหน้าอกของเขาชักนำให้พุ่งมาหาราวกับฝนพราว
ระยะเวลาสั้นๆ หยดดาวจำนวนมากที่เผาผลาญไปตอนที่เขา ต่อสู้กับอามู่ซือก็ถูกเติมเต็มอยู่ใต้น้ำวนดวงดาว
ไม่เพียงเท่านั้น สะเก็ดดาวจำนวนมากกว่าเดิมที่ทยอยกันบิน เข้ามาหาเขาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงน้ำวนดวงดาวของเขาทันที
ขณะที่จุดตันเถียนของเขาเต็มไปด้วยสะเก็ดดาวมากมาย เขาก็ พลันรู้สึกเจ็บปวด นี่คือลางบอกว่าพลังดวงดาวมีมาก และรุนแรง เกินไป
เนี่ยเทียนตัวสั่นเยือก ความเจ็บปวดในจุดตันเถียน เพราะการรวมตัวกันของพลัง ดวงดาวจำนวนมากบีบให้เขาจำต้องใช้คาถาสะเก็ดดาวมาชุบ หลอมทันที
น้ำวนดวงดาวหมุนวนด้วยความเร็วที่ยากจะจินตนาการ ทะเลสาบดวงดาวที่บรรจุหยดดาวอยู่เบื้องใต้พลันขยายใหญ่ไปที ละนิด
ตัวเขาเข้าใจดีว่าทุกครั้งหลังจากที่ขอบเขตฝ่าทะลุ ทะเลสาบ เบื้องใต้น้ำวนพลังวิญญาณหลากหลายในร่างจะต้องขยายใหญ่ไป อีกครั้ง
มีเพียงทะเลสาบวิญญาณใต้ก้นน้ำวนพลังวิญญาณถูกเติมเต็ม เท่านั้น ถึงจะใช้พลังวิญญาณที่เหลือเป็นส่วนเกินมาทำการขยับ ขยายน้ำวนอีกครั้ง
ทว่าในขณะที่พลังดวงดาวจำนวนมากมารวมตัวอยู่ใต้น้ำวน ดวงดาวนี้ มันก็พลันขยายน้ำวนไปด้วยความเร็วที่ผิดปกติจนน่า ตกใจ
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันที่เกิดขึ้นบนทะเลสาบสีดำ ทำให้ใน ใจเขาเต็มไปด้วยความสงสัย ทว่ากลับไม่มีเวลาให้คิดอย่างละเอียด
เขาถูกแสงดาวมากมายเหล่านั้นชักนำให้จำต้องโคจรคาถาดาว สะเก็ดดาว เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะบรรเทาความเจ็บปวด จากจุดตันเถียน ทำให้น้ำวนดวงดาวในจุดตันเถียนไม่หมุนโคจร เร็วเกินจนเกิดการระเบิด
เพียงแค่เค่อเดียว น้ำวนดวงดาวของเขาก็ถูกขยายไปจนถึงขีด สุด ทะเลสาบดวงดาวที่ถูกขยายใหญ่ก็ถูกเติมเต็มไปด้วยหยดดาว
มาจนกระทั่งถึงตอนนี้ แสงดาวจากในทะเลสาบสีดำถึงได้หยุด ส่องแสง
ทว่าทะเลสาบที่ก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ลูกคลื่นกระเพื่อม มา ตอนนี้กลับเกิดคลื่นยักษ์ถาโถม ก่อนที่กระแสจิตอันไพศาลทว่า พร่าเลือนจะปรากฏออกมาจากจุดลึกของมหาสมุทรสีดำ
เนี่ยเทียนรีบรวบรวมพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวขึ้นมาโดย อัตโนมัติ แล้วตรงดิ่งเข้าไปยังทะเลสาบทันที
กระแสจิตที่กว้างใหญ่ไพศาลนั้นก็ตรงเข้ามาในพลังจิต วิญญาณสะเก็ดดาวของเขาทันใดเช่นกัน มันส่งความคิดหนึ่งมาให้ “ตามข้อกำหนด พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวของพวกเจ้า ควรจะ มาที่นี่หลังผ่านไปร้อยปี แต่เหตุใดถึงได้มาก่อนกำหนด?”
เนี่ยเทียนอึ้งงัน ก่อนจะส่งข้อความตอบกลับไป “เจ้าคือใคร?” “เจ้ามาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ทั้งบนร่างยังมีตรา ประทับสะเก็ดดาวสามดวง เห็นได้ชัดว่าเป็นบุตรแห่งดวงดาว ทำไมถึงไม่รู้ว่าข้าคือใคร?” กระแสจิตกว้างใหญ่นั้นกล่าวอย่าง ฉงน
“ข้า…” เนี่ยเทียนตะลึงไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบไปตามความ จริง “ข้าเพิ่งได้รับตราประทับสะเก็ดดาวมาไม่นาน ยังไม่เคยเจอ กับคนของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว แล้วก็ยังไม่ได้กลับไปยัง พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวด้วย”
“บุตรแห่งดวงดาวคนใหม่?” กระแสจิตกลุ่มนั้นตะลึงไปอย่าง เห็นได้ชัด ครุ่นคิดไปพักหนึ่งถึงตอบกลับมาว่า “พวกชนต่างเผ่า ที่มาที่นี่ถูกเจ้าชักนำมาอย่างนั้นรึ?”
“ข้าถูกพวกเขาชักนำมาต่างหาก” เนี่ยเทียนยิ้มเจื่อน “เจ้าคือบุตรแห่งดวงดาวที่จับผลัดจับผลูมาที่นี่โดยไม่รู้อะไร เลยรึ” กระแสจิตนั่นลังเลอยู่ครู่ ก่อนจะแค่นเสียงกล่าว “ที่แท้ทุก อย่างเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุเท่านั้น ในเมื่อยังไม่ถึงเวลาข้าก็จะไม่มี ทางทำตามข้อตกลงที่มีกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว! อีกอย่าง เจ้ามาจากที่ไหน?”
“ดินแดนดาวตก” เนี่ยเทียนรีบตอบ “อีกครึ่งเดือนให้หลัง ข้าจะเปิดรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งที่ เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกจากที่นี่เพื่อส่งเจ้าออกไป” กระแสจิต นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเล็กน้อย “ข้าตื่นขึ้นก่อน
กำหนดเพราะเจ้า การเชื่อมโยงรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งของแผ่นดิน ด้านบนมายังที่นี่ จำเป็นต้องใช้พลังงานไม่ธรรมดา เปลืองน้ำลายกับ เจ้าก็เสียพลังงานข้าเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ข้าค่อยไปคิดบัญชีกับคน ของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวในอีกหนึ่งร้อยปีให้หลัง”
“เจ้าเป็นใครกันแน่? นี่มันเรื่องอะไรกัน?” เนี่ยเทียนรีบถาม “รอเจ้ากลับคืนสู่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้ว ด้วยตัวตน บุตรแห่งดวงดาว เจ้าก็จะได้รู้ทุกอย่างเอง” กระแสจิตกลุ่มนั้นยิ่ง ฉุนเฉียว “จะบอกข่าวกับเจ้าอีกอย่างหนึ่ง น้ำวนที่ส่งตัวพวกเจ้า มา รวมไปถึงเกาะเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว เกาะที่เจ้าอยู่สามารถตัดขาดคนที่อยู่เกินเขตต้นสรรค์ และชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่ขึ้นไปไม่ให้เยื้องกรายมาเยือน”
“แต่ว่าหากคนในกลุ่มพวกเจ้ามีใครฝ่าทะลุสู่เขตสามัญ หรือมี ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้าเยื้องกรายมาที่นี่ ข้อกำหนดนั้นก็จะ พังทลายลงทันที”
“พวกเจ้าเอาตัวเองให้รอดก็แล้วกัน!”
ลูกคลื่นกลางทะเลสาบค่อยๆ สลายไป พื้นผิวทะเลสาบ กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง กระแสจิตกว้างใหญ่ไพศาลนั้นก็ หายไปจากที่นี่ด้วย
ส่วนเนี่ยเทียนก็ยิ่งสับสนไม่เข้าใจ
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 573 มรสุมก่อตัวอีกครั้ง “เป็นฝีมือของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวอีกแล้วหรือนี่!” มองทะเลสาบสีดำที่กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง และ หมอกควันหลากสีด้านบน เนี่ยเทียนก็เกิดอาการเหม่อลอย
กระแสจิตที่ไม่รู้ว่ามาจากจุดลึกใดในมหาสมุทรได้บอก กล่าวถึงความลี้ลับของที่แห่งนี้ รวมไปถึงข้อตกลงที่มีกับ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เนี่ยเทียนลองใคร่ครวญสถานการณ์ อย่างละเอียด ก็เริ่มเข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุ
เขายังจำได้ว่าตอนที่เขาเข้าไปในประตูสวรรค์ปีนั้น ในตำหนัก ลึกลับของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ก็ได้มีการใช้ธารลำแสงที่ พิเศษตัดแบ่งขอบเขตออกจากกัน
ผู้ที่อยู่เขตท้ายสวรรค์ กลางสวรรค์ และต้นสวรรค์ต่างก็อยู่กัน คนละเขตในตำหนักใหญ่ ต่างฝ่ายต่างแยกจากกันอย่างชัดเจน
หากคิดจะข้ามผ่านปราการไปได้ก็มีเพียงทำให้ตบะของตัวเอง ฝ่าทะลุเท่านั้น
แถบผ้าหลากสีเป็นวงๆ ที่ส่งเขาเข้ามายังที่แห่งนี้ก็แยกคนที่ ขอบเขตต่างกันไว้กันคนละวง ต่างคนต่างไม่สามารถข้ามไปหากัน ได้
เกาะทั้งสองแห่งนี้ก็มีเพียงมนุษย์เขตต้นสวรรค์ และชนต่าง เผ่าสายเลือดระดับสี่เท่านั้น
ดูเหมือนว่าการแบ่งแยกตามขอบเขต และสายเลือดจะเป็น วิธีการที่พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวนิยมใช้ ขอแค่ขอบเขตหรือ สายเลือดของใครคนใดคนหนึ่งทะลุขั้นถึงจะทำลายขีดจำกัดนี้ไป ได้
“กระแสจิตที่ทั้งไพศาลและทั้งเก่าแก่นั้นมาจากไหนกันแน่ เขาคืออะไร?”
“ข้อตกลงระหว่างเขากับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวคือเรื่อง ใด? ทำไมต้องรอให้ครบหนึ่งร้อยปีก่อน ถึงจะทำตามสัญญาของ ทั้งสองฝ่ายได้?”
ความคิดมากมายโลดแล่นไปในสมองของเนี่ยเทียนอย่าง รวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจเรื่องราวเหล่านี้อยู่ดี
เขารู้แค่ว่าอีกครึ่งเดือน กระแสจิตไพศาลกลุ่มนั้นก็จะเปิดรอย แยกห้วงมิติเส้นหนึ่งในกลุ่มหมอกหลากสีเหนือทะเลสาบซึ่ง เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกให้แก่เขา เพื่อให้เขาไปจากที่นี่
เนี่ยเทียนข่มกลั้นความวุ่นวายใจลงไป ลองตรวจสอบดู เล็กน้อยก็รู้ว่าน้ำวนดวงดาวถูกปรับเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และหยดดาวก็เต็มแน่น
มองทะเลสาบสีดำ เขาก็รู้ดีว่าที่เขาได้รับแสงดาวจำนวนมาก เพิ่มขึ้นมาย่อมต้องเป็นฝีมือของกระแสจิตเก่าแก่นั้นอย่างแน่นอน แสงดาวที่เหมาะสมกับเขามากที่สุดนั้น ก็อาจจะเป็นวิธีการที่ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเตรียมไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งได้ถูก กระแสจิตกลุ่มนั้นดึงมาเพื่อช่วยให้เขาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
น้ำวนดวงดาวเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าพลิกดินใน ระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งน้ำวนเปลวเพลิง และน้ำวนพืชหญ้ายังทำได้ไม่ ถึงขั้นนี้เลยด้วยซ้ำ
เขาครุ่นคิดก็รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีจิงชี่พืชหญ้าเข้มข้น หาก วันหน้าใช้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ก็อาจจะช่วยปรับเปลี่ยนน้ำวน พืชหญ้าได้ในระยะเวลาอันสั้น
ทว่าน้ำวนเปลวเพลิง เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงนี้ไม่มี สภาพแวดล้อมที่มีเปลวไฟ เกรงว่ายังคงต้องรอไปก่อน
และเวลานี้เอง หินส่งข้อความเสียงของเขาก็พลันมีเสียง ประหลาดดังลอยมา
เขาใช้มือลูบคลำรับข้อความที่ส่งตรงมาจากต่งลี่ ก่อนที่สีหน้า ของเขาจะเปลี่ยนมาเป็นเย็นชา นัยน์ตาลุกโชนไปด้วยไอสังหาร “คิดจะหยิบชิ้นปลามัน? รนหาที่ตาย!”
เขาใช้พลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาวสร้างทิพย์จักษุเก้าข้าง ขึ้นมาทันที ส่วนร่างของเขาก็หายวับไป
…… พื้นที่บึงน้ำที่ก่อนหน้านี้เผ่าทมิฬเคยมาสำรวจ ควันพิษสีทะมึนลอยอวลอยู่กลางอากาศ ตรงพื้นที่บึงน้ำ ด้านล่างมีคนตระกูลต่งจำนวนมากกำลังตามหาพืชหญ้าอย่าง ระมัดระวัง ทว่ายามนี้พวกเขากลับหยุดงานในมือ และมองไปยัง ฉินแยนกับเฝิงอิ๋งที่มีสภาพกระเซอะกระเซิง
เสื้อผ้าของหญิงสาวทั้งสองเปรอะเลอะคราบเลือด ชายกระโปรงฉีกขาด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บแค้น และ ปวดร้าว
พวกลูกศิษย์ขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ ตายไปด้วยน้ำมือของ พวกหยางคันแทบทั้งหมด มีเพียงพวกนางสองคนเท่านั้นที่หนี ออกมาเป็นคนแรกจึงรอดพ้นมาถึงที่นี่ได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากที่ต่งลี่ใช้หินส่งข้อความเสียงบอกเล่าสถานการณ์ให้ เนี่ยเทียนฟัง นางก็มองไปยังทิศทางที่พวกนางทั้งสองเร่งรุดมา “เจ้าพวกสวะต่ำช้า!”
“พี่ลี่ลี่ คนอื่นตายกันหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่พวกเราสองคน แล้ว” หยาดน้ำตาใสแวววาวกลิ้งออกจากกรอบดวงตาของเฝิงอิ๋ง ไหลลงมาข้างแก้ม นางพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น “คนพวกนั้นไม่ เพียงแต่ช่วงชิงหญ้าจื่ออวิ้น ยังคิดจะสังหารพวกเราจนสิ้นซาก พวกเขายังบอกด้วยว่าจะทวงคืนสิ่งของที่ฝากพี่ใหญ่เนี่ยไว้ ชั่วคราวกลับมาทุกชิ้น”
ต่งป่ายเจี๋ยสีหน้ามืดคล้ำ ก่อนจะหยิบเอาหินส่งข้อความเสียง ขึ้นมาเอ่ยเบาๆ “ทุกคนมารวมตัวกันที่เขตบึงน้ำของตระกูลต่ง ไอ้ พวกสวะวิมานสวรรค์มันมาแล้ว!”
“ไอ้พวกกากเดนเลวระยำ!” ฉินแยนเองก็เคียดแค้นอย่างถึง ที่สุด “ตอนที่ชนต่างเผ่าอยู่ พวกมันปฏิเสธไม่ยอมมา รอจน สังเกตเห็นว่าพวกชนต่างเผ่าหนีไปแล้วกลับรีบมาทันที เพราะพวก มันคิดจะช่วงชิงของเชลยศึก! ก่อนที่พวกเราจะจากมาก็ควร จัดการพวกมันเสียก่อน!”
“ตอนนี้ก็ยังแก้ไขได้ทัน!” ดวงตาต่งลี่ฉายแววอำมหิต “อู้ๆๆ!” คนกลุ่มหนึ่งที่มีหยางคันเป็นหัวหน้าตามมาปรากฏตัวบนเนิน ทรายแห่งหนึ่งบนหนองบึง
“ตระกูลต่ง” หยางคันหัวเราะหึหึ ก่อนจะปล่อยกระแสจิต ออกมาสำรวจเล็กน้อย รอจนค้นพบว่าคนที่รวมตัวกันอยู่ตรงนี้มี เพียงคนของตระกูลต่ง เขาก็วางใจทันทีจึงโบกมือกล่าวว่า “ทุก ท่าน เวลาไม่คอยใคร รีบลงมือกันเถอะ หากรอให้หอหันปิง
สำนักหยิน สำนักหยาง และฝ่ายอื่นๆ ของอาณาจักรป่ายจั้นมาถึง เรื่องจะยุ่งยากเอาได้”
จางจิวเห็นด้วยก่อนใคร “กำจัดตระกูลต่ง และองค์กรการค้า สุ่ยเยว่ก่อน หลังจากนี้ความกดดันก็จะลดลงไปมาก ส่วนเจ้าเนี่ย เทียนผู้นั้น ต่อให้ฝีมือจะแข็งแกร่งแค่ไหน เขาคนเดียวเมื่อเจอการ ร่วมมือจากพวกเราก็ไม่มีทางสร้างปัญหาได้มากนัก นอกจากนี้ต่อ ให้เขายังไม่ตาย ทว่าตอนนี้ก็น่าจะสูญเสียพลังในการต่อสู้ไปแล้ว ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องตกมาเป็นเนื้อในชามของพวกเรา”
คนอื่นๆ พากันพยักหน้ารับ “หยางคัน!” ต่งป่ายเจี๋ยแผดเสียงคำรามยาว รอบกายเขาพลัน มีกลิ่นคาวเลือดเข้มข้นล้อมวน หมาป่ายักษ์สีเทาก่อตัวขึ้นจาก ด้านหลังเขาอย่างรวดเร็ว
ขนทุกเส้นของหมาป่ายักษ์สีเทาล้วนกำลังสั่นไหวอย่างเห็นได้ ชัด หมาป่ายักษ์แหงนหน้าร้องคำราม ยิ่งส่งให้พลังอำนาจของต่ง ป่ายเจี๋ยเพิ่มพูนประดุจหุบเหวประดุจมหาสมุทร
มองเห็นหมาป่ายักษ์สีเทาตัวนั้น สัมผัสได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้น กะทันหันของต่งป่ายเจี๋ย หยางคันก็พลันมีสีหน้าเคร่งเครียด
ตอนที่อยู่ในวงแสง ความรู้สึกที่ต่งป่ายเจี๋ยมอบให้เขา อยู่ห่าง ชั้นกับตอนนี้มากนัก
ต่งป่ายเจี๋ยในเวลานี้มีตบะแค่ต้นสวรรค์ช่วงกลาง หลังจากที่ เขาจากมา อีกฝ่ายถึงเลื่อนสู่ต้นสวรรค์ช่วงท้าย รอจนมาอยู่บน เกาะนี้ ต่งป่ายเจี๋ยก็เหมือนจะได้รับวาสนาครั้งใหญ่ทำให้ศักยภาพ ของเขาเพิ่มขึ้นพรวดพราด
เวลาเดียวกันนั้น ต่งลี่เองก็เรียกวิญญาณสัตว์หงส์ดำออกมา อาศัยพลังของวิญญาณสัตว์โบยบินอยู่บนท้องฟ้า
ต่งลี่ที่ชุบหลอมศพของหงส์ดำระดับแปด ลักษณะพลังไม่ด้อย ไปกว่าต่งป่ายเจี๋ยแม้แต่น้อย พลังวิญญาณดำมืดเป็นเส้นๆ ประหนึ่งธารน้ำไหลกระเพื่อมอยู่บนผิวขาวราวหิมะที่เปิดเปลือย อยู่ภายนอกของนาง
“ฆ่าพวกเขาซะ!” หยางคันตะคอกเสียงหนัก เพียงแค่ประโยคเดียวของเขา การต่อสู้นองเลือดก็เปิดฉากขึ้น ในพริบตา
พวกหยางคัน จางจิว และหลิวเจี้ยนที่มาถึงก่อนรีบตรงเข้า ล้อมโจมตีคนของตระกูลต่ง รวมไปถึงฉินแยน และเฝิงอิ๋งที่เพิ่ง รอดชีวิตมาอย่างหวุดหวิดทันที
อีกฝั่งหนึ่ง ลูกศิษย์ของภูเขาสายฟ้าและสำนักเทียนเหยียนที่ ไล่สังหารคนขององค์กรการค้าสุ่ยเยว่ ก็ขยับเข้ามาใกล้อย่าง รวดเร็ว
“ช่างเป็นปราณที่แข็งแกร่งยิ่งนัก!” ซูหลินที่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ แต่สั่งการให้พวกศิษย์พี่ใน วิมานสวรรค์ลงมือก็พลันมาปรากฏตัวในสถานที่เกิดเหตุ
นางมองวิญญาณสัตว์หงส์ดำ และหมาป่ายักษ์สีเทาด้วยความ ตะลึงพรึงเพริด เมื่อใช้เวทลับเฉพาะของวิมานสวรรค์ตรวจสอบ อย่างละเอียด นางก็ค่อยๆ ขมวดคิ้วตกตะลึงอยู่กับตัวเอง
พลังอำนาจดุดันที่พี่น้องตระกูลต่ง ระเบิดออกมากะทันหันไม่ เหมือนคนที่เพิ่งเลื่อนสู่ต้นสวรรค์ช่วงท้าย แต่กลับเหมือนคนที่แช่ อยู่ในต้นสวรรค์ช่วงท้ายมานาน และไต่ทะยานสู่จุดสูงสุดนานแล้ว ซึ่งขาดอีกแค่ก้าวเดียวก็จะเลื่อนสู่เขตสามัญมากกว่า
ซูหลินรู้ดีว่าพลังในการต่อสู้ของตัวเองมีจำกัดจึงไม่รีบร้อนลง มือ แค่สังเกตการณ์อยู่เงียบๆ
การต่อสู้ที่เปิดฉากขึ้น นางทำเพียงจับตามองการประมือกัน ของแต่ละฝ่ายอย่างไม่ให้คลาดสายตา ยิ่งมองก็ยิ่งตกใจ
นางพบว่าหยางคันผู้เป็นที่ภาคภูมิใจของตำหนักเทพเพลิง ซึ่ง อยู่ระหว่างเขตสามัญกับต้นสวรรค์นั้นกลับไม่สามารถกำราบต่ง ป่ายเจี๋ยได้ ทั้งยังตกเป็นรองด้วยซ้ำ
หยางคันที่เสียเสาหินสีแดงหกต้น ทั้งเส้นผลึกเพลิงพิภพ และ แก่นเพลิงพิภพต่างก็ถูกเนี่ยเทียนแย่งชิงไป ยามนี้ขอบเขตตกอยู่ ในสภาพกระอักกระอ่วนเหมือนคนที่ไม่มีไพ่ตายอยู่ในมือ และไม่มี อาวุธเหมาะมือให้เอาออกมาใช้
กลับเป็นต่งป่ายเจี๋ยเสียอีกที่เมื่อเรียกกระบองเขี้ยวหมาป่าสี เขียวเข้มชิ้นหนึ่งออกมา ยามโบกสะบัดก็เหมือนรวบรวมพลัง กระหายเลือดดุร้ายของหมาป่ายักษ์สีเทาเอาไว้ บีบให้หยางคัน รับมืออย่างยากลำบาก
จางจิว และหลิวเจี้ยนสองคนร่วมมือกันก็เหมือนจะยังไม่ใช่คู่ ต่อสู้ของต่งลี่
ต่งลี่ที่โบยบินอยู่กลางอากาศประหนึ่งนางพญาหงส์ พลัง วิญญาณมืดดำถูกร่ายออกมาเป็นเวทลับหลากหลายทำให้จางจิว และหลิวเจี้ยนหน้าเบ้
เนื่องจากความสามารถที่โดดเด่นของพี่น้องตระกูลต่ง ศึกของ เหล่าผู้กล้าครั้งนี้จึงทำให้หยางคันสามคนตกเป็นรอง
ทว่าการต่อสู้ระหว่างพวกลูกศิษย์ระดับล่างนั้นตรงกันข้าม ตำหนักเทพเพลิง วังวิญญาณ และลัทธิอูตู๋กำราบตระกูลต่ง ได้ อย่างอยู่หมัด ไม่ว่าจะเป็นตระกูลต่งคนใดที่ปกป้องเฝิงอิ๋ง ก็ล้วน ถูกซากวิญญาณโจมตีไปยังจุดตันเถียน ทำให้จิตวิญญาณถูกกัด กินจนตายไป
“ในเมื่อเสียการควบคุมไปแล้ว งั้นก็ลงมือเถอะ หวังเพียงว่า เนี่ยเทียนจะบาดเจ็บสาหัส ไม่เหลือพลังในการต่อสู้อีก” ซูหลิน ถอนหายใจ ก่อนจะโบกมือแสดงความต้องการ
พวกคนของภูเขาสายฟ้า และสำนักเทียนเหยียนที่มาถึงทีหลัง ต่างก็รีบร่วมวงต่อสู้ ล้อมโจมตีคนตระกูลต่ง ฉินแยน และเฝิงอิ๋ง ทันที
การมาถึงของคนเหล่านี้ ทำให้สถานการณ์ของทางฝั่งหนึ่ง เสียเปรียบ ต่อให้ต่งป่ายเจี๋ย และต่งลี่จะแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่อ เผชิญหน้ากับคนระดับเดียวกันมากมายขนาดนี้ก็ยังไม่สามารถ ต้านทานได้
สองพี่น้องตระกูลต่งตกอยู่ในอันตราย บนร่างของคนตระกูลต่ งเองก็มีบาดแผลเพิ่มมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนของทางฝั่งนี้ใกล้จะดับพินาศกันหมด ลูก ศิษย์คนหนึ่งของภูเขาสายฟ้าจึงกำลังจะใช้ลูกสายฟ้าโจมตีเฝิงอิ๋ง ทว่าอยู่ๆ เขากลับตายอนาถ
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 574 เลือดเนื้อปลิวว่อน ลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้าผู้นั้นถือลูกสายฟ้าไว้ในมือ ขณะที่กำลัง จะปาใส่เฝิงอิ๋ง ลำคอของเขาพลันมีเส้นเลือดเล็กยาวตัดผ่าน
เฝิงอิ๋งที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส อันที่จริงไม่เหลือกำลัง ใดๆ ให้ต่อต้านอีกแล้ว คนตระกูลต่งคนหนึ่งที่พยายามปกป้องนาง ก่อนหน้านี้ ก็ถูกซากวิญญาณของวังวิญญาณกัดกินจนตายไปแล้ว
นางเหมือนคนที่มองเห็นความตาย แต่กลับพบว่าลูกสายฟ้าที่ อยู่ในมือของลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้ากลับไม่ได้ระเบิดออก
นางจึงหันมามองคนผู้นั้นอย่างแปลกใจ แล้วก็สังเกตเห็นเส้น เลือดสีแดงบนลำคอของเขาซึ่งเวลานี้มีเลือดพุ่งออกมาเป็นสาย
ศีรษะของคนผู้นั้นปลิวกระเด็นจากลำคอ ก่อนจะร่วงกระแทก พื้นอย่างแรง
เฝิงอิ๋งที่รอดพ้นมาจากความตาย มองศพที่นอนหงายขึ้นฟ้า ด้วยอาการตาค้าง งุนงงไปทันที
นางหันมองรอบด้าน แต่ก็ยังมองไม่ออกว่าเป็นใครที่ลงมือ “หรือว่า พี่ใหญ่เนี่ยมาถึงแล้ว? แต่ถ้าเป็นเขา เหตุใดถึงซ่อนตัวไม่ ยอมออกมา กลับลอบโจมตีอย่างนี้?”
ในใจของนาง เนี่ยเทียนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ไร้พ่าย ลักษณะการตายอันแปลกประหลาดของลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้าคน นั้น จึงทำให้นางไพล่นึกไปถึงเนี่ยเทียน
แต่หลังจากคิดอย่างละเอียดก็รู้สึกว่า วิธีนี้ไม่สอดคล้องกับ นิสัยของเนี่ยเทียน ด้วยฝีมือการต่อสู้ที่น่าตะลึงของเนี่ยเทียน ย่อมไม่จำเป็นต้องหลบๆ ซ่อนๆ เขาควรเผยกายได้อย่างโจ่งแจ้ง
“สวบ!” เส้นแสงเจิดจ้าเส้นหนึ่งพุ่งผ่านไป ก่อนที่หว่างคิ้วของลูกศิษย์ คนหนึ่งของสำนักเทียนเหยียนจะทะลุเป็นรูเลือดน่าตกใจ
คนผู้นั้นก็ตายอนาถในเสี้ยวนาทีเช่นกัน การตายของลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้า และสำนักเทียนเหยียนเพิ่ง จะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
ไม่นานนักคนของลัทธิอูตู๋ก็ตายอย่างฉับพลัน ด้วยลักษณะน่า พิศวงไม่ต่างกัน
การตายติดต่อกันของคนสามคน ทำให้พวกคนที่กำลังสู้กัน เกิดความพรั่นพรึง
ซูหลินที่ยืนมองอยู่อีกฝั่งพลันตะโกนด้วยความตกใจ “ศิษย์พี่ หลิวระวัง!”
ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งที่มีตบะต้นสวรรค์ช่วงกลางของวิมาน สวรรค์ กำลังใช้พลังจิตควบคุมกระบี่วิเศษหมายสังหารฉินแยน ทว่าอยู่ๆ หน้าอกของเขาก็ทะลุเป็นรูเลือดขนาดใหญ่สะดุดตา!
“เผยฉีฉี!” ซูหลินมองออกในที่สุด ด้วยความหวาดผวานางจึงเรียกเกราะ วิเศษชิ้นหนึ่งออกมาสวม หลังจากนั้นก็รีบโยกย้ายพลังวิญญาณ ให้สร้างโล่ป้องกันกายแล้วยืนหยัดอยู่ที่เดิม
“นางมารเผย!” “ลูกศิษย์ของท่านเจิน เผยฉีฉี!” สองฝ่ายที่ต่อสู้กันต่างพากันร้องอุทานด้วยความตกใจ ขณะที่ ต่อสู้ก็คอยเหลือบมองรอบด้านเป็นระยะ
ดวงตาของคนของตระกูลต่ง และยังมีฉินแยน เฝิงอิ๋งที่ยังตื่น ตระหนกไม่คลายพลันเป็นประกาย อารมณ์สงบลงได้บ้างเล็กน้อย
คนที่ถูกฆ่าล้วนเป็นลูกศิษย์ของภูเขาสายฟ้า สำนักเทียนเห ยียน ลัทธิอูตู๋ และวิมานสวรรค์ แค่นี้ก็ไม่ต้องถามแล้วว่าเผยฉีฉี ยืนอยู่ฝั่งไหน
ในเมื่อเผยฉีฉีไม่ใช่ศัตรู คนตระกูลต่งย่อมรู้สึกโชคดี ปณิธาน ในการต่อสู้จึงยิ่งลุกกระพือ
กลับกลายเป็นพวกอวี๋หยาง เลี่ยวเยี่ยน หรือแม้แต่หยางคัน หลิวเจี้ยนเสียอีกที่รู้สึกเหมือนเจอกับศัตรูตัวฉกาจ ขณะที่ล้อม โจมตีพี่น้องตระกูลต่งต่างก็ลงมือได้ไม่เต็มที่
พวกเขาปลดปล่อยพลังจิตออกมารับสัมผัส แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเผย ฉีฉีอยู่ตรงไหน ทว่าสภาพการตายอนาถของศพเหล่านั้น รวมไปถึง เสียงร้องอุทานของซูหลินล้วนแสดงให้เห็นว่าเผยฉีฉีมาถึงแล้ว
นางมาแล้ว ทว่ายังปกปิดปราณจิตวิญญาณ และลงมือสังหาร ในที่ลับโดยที่ไม่มีใครสัมผัสได้ แค่นี้ก็มากพอจะบอกได้ถึงความน่า กลัวของนาง
คนฝั่งหนึ่งเต็มไปด้วยความกังวล ทว่าอีกฝ่ายหนึ่งกลับฮึกเหิม พร้อมต่อสู้ สถานการณ์ในการรบของที่แห่งนี้จึงเปลี่ยนไปอีกครั้ง
“สวบ!”
มีดแสงห้วงมิติกลุ่มหนึ่งคล้ายพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ซูหลินหน้าเผือดสี รีบนั่งลงไป มือทั้งคู่ก็ทำมุทราสร้างตรา ประทับมือที่มหัศจรรย์ไม่หยุด
ดอกไม้หลายกลีบผุดออกมาจากปลายนิ้วของนาง ก่อนจะบิน เข้าไปยังโล่ที่สว่างไสว
ทว่าโล่แสงนั้นกลับระเบิดกระจายไปในพริบตา กลีบดอกไม้ โปร่งใสก็พากันแตกทลาย พลังดุดันของมีดแสงห้วงมิติไม่ลด น้อยลง ยังคงแทงเข้ามายังหน้าอกที่อวบอิ่มของนาง ทว่ากลับถูก เกราะวิเศษชิ้นนั้นฝืนต้านทานเอาไว้
ซูหลินร้องอึกอักอยู่ในลำคอ ใบหน้าปรากฏความเจ็บปวด มองเหม่อไปยังเสื้อเกราะที่โอบรัดหน้าอกของตัวเอง
เสื้อเกราะนั้นคือของชั้นสูงระดับห้า ทว่าเพราะการโจมตีครั้ง เดียวนี้กลับเกิดรอยปริร้าวอย่างเห็นได้ชัด หากโดนโจมตีใน ลักษณะเดียวกันอีกไม่กี่ครั้ง ก็เกรงว่าเกราะชิ้นนี้คงถูกแทงทะลุ เข้ามาจริงๆ
นางหันไปมองอีกฝั่งหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เบื้องใต้บึงน้ำสีเขียวเข้มมีเนินทรายอยู่แห่งหนึ่ง เผยฉีฉีเผย กายอยู่บนนั้นราวกับภูตภูเขา
เผยฉีฉีที่สวมอาภรณ์สีขาวราวหิมะประดุจโฉมสะคราญ ที่เดิน ออกมาจากภาพวาด นางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นโดยมีกระบี่ไร้รอยเล่ม แล้วเล่มเล่าผลุบๆ โผล่ๆ อยู่รอบกายราวกับกำลังลอดทะลุผ่าน ห้วงมิติ
กลางอากาศสูง ต่งลี่ที่สวมชุดดำงามเพริศพริ้ง หน้าตาสะสวย พอๆ กับนาง ทว่าบุคลิก และราศีกลับเทียบไม่ติด
“เป็นเจ้า?” ต่งลี่อุทานเบาๆ เผยฉีฉีไม่แยแสคล้ายไม่เห็นใครอยู่ในสายตา นางทำเพียงแค่ ควบคุมกระบี่ไร้รอยให้ประหัตประหารอย่างเหี้ยมโหดต่อไป
กระบี่ไร้รอยหายไปอย่างไร้เสียง พอปรากฏอีกครั้งก็มักจะ แทงทะลุหน้าอก หว่างคิ้วหรือไม่ก็ลำคอของลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้า สำหนักเทียนเหยียน
“หลิวเจี้ยน! จางจิว! พวกเจ้าแบ่งกันมาสังหารนางมารคนนี้ ซะ!” หยางคันตะโกนดังลั่น
หน้าผากของซูหลินผุดเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ นางเองก็รีบสั่ง ความให้ผู้แข็งแกร่งของวิมานสวรรค์ เลิกลงมือกับคนตระกูลต่ง แต่ให้หันมาเล่นงานเผยฉีฉีแทน
เผยฉีฉีที่ปรากฏกายกะทัน ทำให้นางบังเกิดความหวาดกลัว อย่างรุนแรง นางรู้สึกว่าเผยฉีฉีในเวลานี้ไม่เป็นรองเนี่ยเทียน ที่ไป จากเกาะแห่งนั้นก่อนหน้านี้เลยด้วยซ้ำ
“เหตุใดผู้หญิงคนนี้ถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?” ซูหลินร้องคร่ำครวญอยู่ในใจ เผยฉีฉีผู้โดดเด่นเป็นตัวของ ตัวเองประหนึ่งบุปผาน้ำแข็ง มีลักษณะพลังแกร่งกร้าวเฉียบคมที่ ทำให้นางกดดันอย่างลึกล้ำ
หลิวเจี้ยน จางจิวและยังมีผู้แข็งแกร่งจากวิมานสวรรค์พุ่งเข้า มาสังหารเผยฉีฉีอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง
ในดวงตาของเผยฉีฉีไร้คลื่นกระเพื่อมไหว นางสะบัดมือหนึ่ง ครั้ง “พันตะราง” อันเป็นอาวุธวิเศษของนางก็ปรากฏออกมา ตา ข่ายสีเงินยวงส่งคลื่นห้วงมิติน่าตกใจ ทุกจุดตัดของตาข่ายคล้าย เชื่อมโยงไว้ด้วยโลกลึกลับมากมายซึ่งชักพาพลังห้วงมิติอันแปลก ประหลาดมายังที่แห่งนี้
จางจิว หลิวเจี้ยน และคนจากวิมานสวรรค์พอเห็นว่า “พัน ตะราง” ค่อยๆ ขยายใหญ่ปกคลุมฟ้าดิน พวกเขาต่างก็รู้สึกเหมือน ตัวเองกลายมาเป็นตะพาบที่อยู่ในไห อึดอัดกดดันไม่รู้จะหนีไปที่ ใด
หลิวเจี้ยนจากวังวิญญาณปล่อยธงซากวิญญาณผืนหนึ่ง ออกมา ซากวิญญาณที่ล่องลอยมาจากในธงต่างก็ถูกพลังดึงดูด ตรงช่วงรอยต่อของ “พันตะราง” ดูดสวบให้เข้าไปติดอยู่ในตาข่าย และก็เหมือนว่าพวกมันถูกพาไปปล่อยยังพื้นที่แห่งความตายบาง แห่ง ไม่อาจหวนกลับมาได้อีกตลอดกาล
หลิวเจี้ยนหน้าถอดสี ไม่กล้าปล่อยให้ซากวิญญาณในผืนธง ออกไปกัดกินเผยฉีฉีอีกต่อไป
“ตาข่ายนี้คงใกล้จะแปรสภาพไปเป็นอาวุธระดับเชื่อมโยง วิญญาณแล้ว!” จางจิวเองก็ตะลึงพรึงเพริด “นางคือลูกศิษย์ที่ ท่านเจินปลูกฝังมาเองกับมือ ทุกคนระวังตัวให้มาก ระวังอาวุธ วิเศษที่อยู่ในมือของนาง!”
เจินฮุ่ยหลันคืออาจารย์หลอมอาวุธผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้ง ดินแดนดาวตก อาวุธวิเศษที่อยู่ในมือลูกศิษย์ของนาง ย่อมต้อง ลึกลับยากรับมืออยู่แล้ว
“ผู้หญิงคนนี้เหมือนจ้าวซานหลิง นางเชี่ยวชาญพลังห้วงมิติ ถนัดการต่อสู้ ร้ายกาจอำมหิตอย่างถึงที่สุด!” หลิวเจี้ยนขลาดกลัว พลันรู้สึกเสียใจที่บุ่มบ่ามเข้ามา เสียใจที่ดันเอาตัวมาอยู่ใน ขอบเขตของ “พันตะราง”
“ตัวประหลาด! นางมันเป็นตัวประหลาดไม่ต่างจากเนี่ย เทียน!” คนผู้หนึ่งของวิมานสวรรค์ก็โหวกเหวกขึ้น
การมาถึงของเผยฉีฉีทำให้พวกหยางคันมิอาจสังหารคนของ ตระกูลต่ง ฉินแยนและเฝิงอิ๋งได้ในระยะเวลาสั้นๆ การต่อสู้จึงตก เข้าสู่สภาวะชะงักงัน
ผ่านไปอีกพักหนึ่ง เลี่ยวเยี่ยนที่เรียกลูกสายฟ้าออกมา มากกว่าเดิมเพื่อโจมตีต่งลี่พลันรู้สึกได้ถึงวิกฤตอันรุนแรง
ก่อนที่เงาร่างของคนผู้หนึ่งจะเผยกายออกมาพร้อมกับ สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่ปกคลุมเลี่ยวเยี่ยนไว้ภายใน
พลังสายฟ้าในร่างของเลี่ยวเยี่ยน รวมไปถึงพลังวิญญาณต่างๆ ล้วนบิดเบือนไปเพราะสนามแม่เหล็กนี้ ลูกสายฟ้าที่บินไปทางต่งลี่ ก็หยุดชะงักอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยความหวาดผวา เลี่ยวเยี่ยนรีบหมุนตัวกลับไปมองทันที กลับเห็นเนี่ยเทียนที่แสยะปากยิ้มพร้อมแสงมีดพร่างพราว ของดาราเพลิงกาฬที่ฟาดฟันลงบนโล่แสงคุ้มกันตัวของเขาจนโล่ นั้นแหลกละเอียด
แสงดาวสุกสกาวไปทั้งท้องฟ้า ค่ายกลดาวเคลื่อนย้ายที่เหมือน บรรจุดวงดาวมากมายในทางช้างเผือกกระแทกลงมาที่ด้านหลัง ของเขาตามดาราเพลิงกาฬ
“ตูม!” สายฟ้าถี่ยิบที่ล้อมวนไปทั่วร่างของเลี่ยวเยี่ยนแห่งภูเขา สายฟ้าพลันระเบิดกระจัดกระจายเหมือนร่างของงูวิเศษที่แตก สลาย
เลี่ยวเยี่ยนร้องโหยหวน เรือนกายที่ลอยอยู่กลางอากาศแตก โพล๊ะ กลายมาเป็นก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ที่ร่วงกราวลงมายังมุมหนึ่ง ของหนองบึงสีดำพร้อมเลือดสดที่สาดกระเซ็น
“บุ๋งๆ!” น้ำสีดำของบึงน้ำเกิดเป็นฟองอากาศผุดขึ้นหลายฟอง ทว่าร่าง ของเลี่ยวเยี่ยนกลับหายวับไปแล้ว
อวี๋หยางที่โจมตีต่งลี่เช่นกันพลันบังเกิดความตื่นตระหนก ร้อง อุทานเสียงหลง “เนี่ยเทียน!”
เขาคาดไม่ถึงว่าแค่เนี่ยเทียนปรากฏตัว ก็จะใช้วิธีการที่ รวดเร็วราวสายฟ้าแลบสังหารเลี่ยวเยี่ยนไปทั้งอย่างนี้
เนี่ยเทียนที่เป็นเช่นนี้ เหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนก่อนที่ เขา จะไปจากเกาะแห่งนั้นเสียอีก ไฉนเลยจะมีอาการบาดเจ็บให้ เห็น?
“ไปตายซะ!” ไม่มีแรงกดดันจากเลี่ยวเยี่ยน ต่งลี่ก็แผดเสียงร้องแหลมยาว ก่อนที่วิญญาณสัตว์หงส์ดำตัวนั้นจะพานางบินโฉบเข้าหาอวี๋หยาง ทำให้พลังวิญญาณมืดดำปกคลุมไปทั่วร่างของอีกฝ่าย
เนี่ยเทียนเงยหน้ามองก็เห็นว่า อวี๋หยางจากสำนักเทียนเห ยียนถูกความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วของตัวเองห้อหุ้มเอาไว้
ก่อนที่ปราณชีวิตของเขาจะหดหายไปอย่างรวดเร็วจนสัมผัสไม่ได้ อีก
กระบี่ผลึกน้ำแข็งที่สาดแสงแห่งความเย็นเล่มหนึ่งพลันพุ่งเข้า มา ทันใดนั้นร่างลูกศิษย์ผู้หนึ่งของลัทธิอูตู๋ ก็กลายมาเป็นก้อน น้ำแข็ง
เมื่อก้อนน้ำแข็งนั้นระเบิดตูม เลือดเนื้อของคนผู้นั้นก็กลายมา เป็นน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ที่ปลิวว่อนไปทั่วบึงน้ำ ตายไปในเสี้ยววินาที
“เสวียนเข่อแห่งหอหันปิง!” ฉินแยนสีหน้าฮึกเหิม เอ่ยอย่าง เคียดแค้น “สังหารไอ้พวกไร้ยางอายเหล่านี้ซะ อย่าให้พวกมันหนี รอดไปได้!”
“ตามที่เจ้าปรารถนา” เนี่ยเทียนคำรามหนักแน่น
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 575 โจมตีแตกสลาย ดาราเพลิงกาฬส่องประกายแสงมีดพร่างพราวอีกครั้ง ร่างของเนี่ยเทียนขยับพลิ้วกายไปปรากฏวูบวาบ อยู่ท่ามกลาง กลุ่มของลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้า และสำนักเทียนเหยียนติดต่อกัน เมื่อแสงมีดจากดาราเพลิงกาฬตวัดผ่าน ก็เห็นเพียงว่าเสื้อเกราะ และม่านแสงบนร่างของผู้ฝึกลมปราณจากภูเขาสายฟ้า และสำนัก เทียนเหยียนต่างทยอยกันแตกกระจาย
คนเหล่านั้นขอบเขตแตกต่างกับเนี่ยเทียนอยู่มาก ทว่าเมื่ออยู่ ในเงื้อมมือของเนี่ยเทียนกลับไม่มีใครต้านทานได้
เมื่อเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น คนของภูเขาสายฟ้า และสำนัก เทียนเหยียนต่างก็ตายกันไปทีละคน
พอเนี่ยเทียนมาถึง อวี๋หยาง และเลี่ยวเยี่ยนที่เป็นศิษย์อันทรง เกียรติก็ถูกฆ่าไปในพริบตา ลูกศิษย์ธรรมดาจึงยิ่งเทียบไม่ติด
“เนี่ยเทียน!” ในใจซูหลินจากวิมานสวรรค์เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร้อง คร่ำครวญอยู่กับตัวเอง
หลังจากที่เนี่ยเทียนปรากฏตัว สถานการณ์ก็เริ่มเกิดการพลิก ผันไปอย่างสิ้นเชิง
การตายของอวี๋หยาง และเลี่ยวเยี่ยน เสียงร้องน่าเวทนาของ ลูกศิษย์ภูเขาสายฟ้า และสำนักเทียนเหยียนทำให้ซูหลินค้นพบ ด้วยความเศร้าใจว่าพวกเขาทุกคนประเมินพลังในการต่อสู้ของ เนี่ยเทียนผิดไปหมด
แม้แต่ตัวนางเองก็ยังรู้สึกว่า เมื่อเนี่ยเทียนถูกชนต่างเผ่า มากมายล้อมโจมตี ต่อให้ไม่ตายก็ต้องเจ็บหนัก
นางเข้าใจไปว่าด้วยพลังการต่อสู้ ที่เกิดจากการร่วมมือกันของ หลายฝ่ายย่อมสามารถช่วงชิงสิทธิ์ในการควบคุมเกาะแห่งนี้ และ บีบให้พันธมิตรเล็กของอาณาจักรป่ายจั้นถอยไป
แต่นางเองก็คิดไม่ถึงว่า เนื่องด้วยวาสนาที่พี่น้องต่งลี่ และต่ง ป่ายเจี๋ยได้พบบนเกาะแห่งนั้น ทำให้ศักยภาพของพวกเขาแทบจะ เทียบเคียงได้กับต้นสวรรค์ขั้นสูงสุด
พี่น้องตระกูลต่งคือเรื่องคาดไม่ถึง ทว่าการปรากฏตัวอย่าง กะทันหันของเผยฉีฉี ก็เป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดเดา
ทว่าอุบัติเหตุที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็นเนี่ยเทียน!
“อู้ๆ!” หลังจากที่เสวียนเข่อปรากฎตัว คนอื่นๆ ของหอหันปิงก็ทยอย กันเข้ามาในสนามรบ
จากนั้นซูหลินก็รู้แล้วว่า ทางฝ่ายของนางสูญเสียการควบคุม อย่างสิ้นเชิง มองคนของฝ่ายตัวเองทยอยกันตายไปทีละคน แม้แต่ คนของวิมานสวรรค์ก็ถูกบีบให้ตกอยู่ในความเสี่ยง สีหน้าของนาง ก็เปลี่ยนมาเป็นยากเกินคาดเดา และตัดสินใจเด็ดเดี่ยวได้ในที่สุด
นางที่ต้านทานการโจมตีหนึ่งของเผยฉีฉีมาได้ โดยที่ยังไม่ตาย พลันถอยห่างออกไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่บอกกล่าวผู้ใด
รอจนนางค่อยๆ หลุดพ้นไปจากวงต่อสู้แล้ว นางก็พลันร่าย เวทลับของวิมานสวรรค์ ทำให้ร่างถอยหนีไปรวดเร็วประดุจ สายฟ้า
หยางคันที่ฝีมือทัดเทียมกับต่งป่ายเจี๋ยหน้าเปลี่ยนสี เป็นคน แรกที่พบความเคลื่อนไหวของซูหลิน หยางคันลังเลเพียงเล็กน้อย ก็กลืนยาไปหนึ่งเม็ด ไม่สนใจเสียงร้องคำรามจากหมาป่ายักษ์สี เทา ถอยฉากหนีไปประหนึ่งลำแสงเปลวเพลิงเช่นเดียวกับซูหลิน
ทิศทางที่ที่เขาเลือกไปตรงกันข้ามกับทิศทางของซูหลิน
“ซูหลิน และหยางคันหนีไปแล้ว!” เพราะการมาถึงของเนี่ยเทียน ฉินแยนที่ไม่ถูกโจมตีจึง สังเกตเห็นความผิดปกติของสองคนนั้นเลยรีบร้องเตือนเสียงดัง
ทันใดนั้นก็มีคนของหอหันปิงไล่ล่าไปยังทิศทางที่ซูหลินหนี หายไป
ต่งป่ายเจี๋ยแสยะปากหัวเราะหึหึ แล้วก็ติดตามหยางคันไป เช่นกัน ดูท่าแล้วคงไม่คิดจะปล่อยเสือกลับภูเขา ไม่ปล่อยให้หยาง คันหนีรอดไปจากเกาะนี้
“อ๊าก!” หลิวเจี้ยนที่ถูกเผยฉีฉีใช้ “พันตะราง” ล้อมโจมตีร้องโหยหวน น่าสังเวช
รอยบาดแผลเล็กละเอียดหลายเส้นปรากฏขึ้นบนร่างของเขา ธงซากวิญญาณที่เขาโบกสะบัด ต่างก็ระเบิดกระจายไปในชั่ว พริบตา ซากวิญญาณที่หนีออกมาจากในธงล้วนถูกช่องตารางของ “พันตะราง” ดูดดึงไปปล่อยยังพื้นที่ลับแห่งความตายบางแห่ง และไม่มีทางหวนคืนมาได้อีกตลอดกาล
เนี่ยเทียนเหลือบตามองครู่หนึ่ง ก็รู้ว่าตอนนี้เหลือเพียงจางจิว และคนของวิมานสวรรค์อีกสองคน หากไม่มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น ก็น่าจะหนีไม่พ้นการล้อมโจมตีของ “พันตะราง”
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน “พันตะราง” ที่เจินฮุ่ยหลันหลอม ออกมาอย่างตั้งใจ เหมือนจะยิ่งเปลี่ยนมาเป็นแข็งแกร่งลึกลับมาก ขึ้น
ปราณเฉียบคมบนร่างเผยฉีฉีทำให้เขาเองยังแอบตกใจ แม้แต่ ตัวเขาเองที่เวลามองไปยังเผยฉีฉี ดวงตาก็ยังรู้สึกปวดร้าวน้อยๆ
ราวกับว่าบนร่างของเผยฉีฉี มีมีดห้วงมิติที่แหลมคมซึ่งมองไม่ เห็นด้วยตาเปล่าล้อมวนมากมาย ขอแค่มองเผยฉีฉีตอนต่อสู้ก็จะ ได้รับผลกระทบไปด้วย
และเวลานี้เอง ลูกศิษย์ของสำนักหยิน สำนักหยาง และแต่ละ ฝ่ายของอาณาจักรป่ายจั้นก็ทยอยกันมาถึง
พอเผยฉีฉีเห็นว่าคนพวกนั้นปรากฏตัว นางกลับยกเลิกการลง มือกับจางจิวและลูกศิษย์ของวิมานสวรรค์ เก็บเอา “พันตะราง” กลับคืนไป แล้วพูดเสียงเฉยชา “ยกให้พวกเจ้า”
ส่วนนางก็ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คลื่นห้วงมิติเล็กละเอียดในร่าง กระเพื่อมขึ้นมา
เนี่ยเทียนจับสังเกตผ่านทิพย์จักษุก็พอจะรับรู้ได้ว่าทุกครั้งที่ เผยฉีฉีลงมือต่อสู้ก็เหมือนจะสร้างบาดแผลเพิ่มในร่างของนาง ที่ นางไม่ลงมือต่อเพราะรู้สึกว่าพวกคนที่ตามมาทีหลัง มีกำลังมาก พอจะสังหารคู่ต่อสู้ของนางก่อนหน้านี้
นางจึงรักษาพลังในการต่อสู้ของตัวเองเอาไว้ “ไอ้พวกสุนัขไร้ยางอาย!” “ฆ่าพวกมันซะ! อย่าปล่อยให้เหลือแม้แต่คนเดียว!” ลูกศิษย์ของสำนักหยิน และสำนักหยางร้องคำรามอย่างเดือด ดาล ก่อนจะลงมือล้อมสังหารพวกจางจิวอย่างเหี้ยมโหด
บัดนี้พวกเขาเองก็ไม่สนใจไว้หน้าวิมานสวรรค์อีกแล้ว ไม่กลัว ว่าหากกลับไปยังดินแดนดาวตก แล้วจะถูกวิมานสวรรค์ถามหา ความรับผิดชอบ
เดิมทีเนี่ยเทียนคิดจะสังหารซูหลิน แต่พอเขาใช้ทิพย์จักษุ ตรวจสอบกลับมองไม่เห็นเงาร่างของนาง
หญิงสาวผู้นี้ก็เหมือนจะมีเวทลับของวิมานสวรรค์ หรือไม่ก็ อาวุธพิเศษบางอย่าง ที่ถึงกับสามารถหลีกเลี่ยงการรับสัมผัสของ ทิพย์จักษุได้ เพราะเพียงแค่นางไปจากที่แห่งนี้ได้ไม่นานก็หายตัว ไปอย่างไร้ร่องรอย
พอพวกคนที่มีความคิดชั่วร้ายซึ่งยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นว่าอวี๋ห ยาง เลี่ยวเยี่ยนทยอยกันตายอนาถ ซูหลิน และหยางคันแอบหนีไป คนเหล่านั้นก็สบถด่าอยู่กับตัวเองแล้วเผ่นหนีไปรอบด้านเช่นกัน
กลุ่มของพวกเขาแตกระส่ำระส่าย หนีหัวซุกหัวซุนไปคนละ ทิศละทาง
คนที่มาจากหอหันปิง สำนักหยิน สำนักหยาง และคนของ อาณาจักรป่ายจั้นไม่คิดจะยั้งมือไว้ไมตรี พวกเขาเองก็กระจายตัว กันตามไปไล่ฆ่าเช่นกัน
ต่งลี่ และต่งป่ายเจี๋ยก็เข้าร่วมการไล่ฆ่าจึงหายตัวไปจากตรงนี้ เช่นกัน
เผยฉีฉีเหลือบตามองเนี่ยเทียนหนึ่งที มองดูเหมือนว่านางไล่ ล่าคนที่หนีไป แต่แท้จริงแล้วกลับอำพรางตัวอีกครั้ง ไม่ยินดี พบปะกับทุกคน
ไม่นานนักทางฝั่งนี้นอกจากศพที่นอนเกลื่อนพื้น แล้วก็เหลือ เพียงแค่เนี่ยเทียน และฉินแยน เฝิงอิ๋งที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส เท่านั้น
เนื่องด้วยบาดเจ็บสาหัส ฉินแยน และเฝิงอิ๋งจึงไม่เหลือพลังใน การต่อสู้ ได้แต่รออยู่ที่เดิมด้วยความจนใจ
“คือว่า หากเจ้าได้เจอกับคุณหนูเผยอีกครั้ง ช่วยขอโทษนาง แทนข้าด้วย” ฉินแยนกลืนยารักษาอาการบาดเจ็บลงไปหลายเม็ด สีหน้ายังคงซีดขาว นางรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเล็กน้อย “ข้า มองออกว่าคุณหนูเผยไม่ชอบพวกเรา แต่ครั้งนี้หากไม่เพราะนาง ลงมือ ข้ากับเฝิงอิ๋งคงถูกฆ่าไปตั้งแต่ก่อนที่เจ้าจะปรากฏตัวเสีย อีก”
เนี่ยเทียนมองฉินแยนเงียบๆ ยกมุมปากน้อยๆ “เจ้ากลัวแล้ว ล่ะสิ?”
“ก็ ก็น่าจะใช่” ฉินแยนอึกอัก “ตอนที่อยู่บนแผ่นดินลอยตัว ผืนนั้น ข้ารู้สึกว่าตัวเองยังพอจะต้านทานพลังในการต่อสู้ของ คุณหนูเผยได้บ้าง ทว่าตอนนี้…”
สีหน้านางหดหู่ “ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ศักยภาพของคุณหนูเผย ถึงได้ไต่ทะยานจนถึงระดับที่น่าหวาดกลัวเพียงนี้ หากข้ามีฝีมือ อย่างนางก็คงปกป้องคนขององค์กรได้มากขึ้น ทำให้พวกเขาได้มี ชีวิตอยู่ ไม่ต้องมาถูกพวก หยางคันฆ่าไปเกินครึ่งขนาดนี้”
กล่าวมาถึงตรงนี้นางก็พลันไออย่างแรง ทั้งยังกระอัก เลือดออกมาคำใหญ่
สีหน้าของนางยิ่งซีดเผือด มุมปากยกยิ้มขมขื่น “ข้ายอมรับว่า ผิด ข้าไม่ควรยุแยงให้กู่ฮ่าวเฟิงริษยา และเกลียดแค้นเจ้า ข้า เพียงแต่ เพียงแต่…” พอเหลือบเห็นเฝิงอิ๋ง นางจึงไม่ได้พูดประโยค หลังออกมา
เนี่ยเทียนไม่เข้าใจว่านางอยากพูดอะไร เพียงแต่เมื่อเห็นว่า นางเป็นฝ่ายยอมรับผิด อีกทั้งตอนนี้ยังมีสภาพน่าเวทนา นอกจาก เฝิงอิ๋งแล้ว คนอื่นๆ ร่วมสำนักก็ล้วนถูกฆ่าไปหมด เขาจึงรู้สึกว่า นางน่าสงสารไม่น้อย
“ช่างเถอะ เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป ตอนนี้เจ้าก็น่า เวทนามากพอแล้ว ข้าเองก็ไม่คิดจะซักไซ้เอาความ” เขาโบกมือ แล้วกล่าวต่อ “รีบนั่งลงเถอะ ฟื้นคืนพลังในการต่อสู้ให้เร็วที่สุด
ไม่แน่ว่าพวกชนต่างเผ่าอาจไปเรียกกำลังเสริมกลับมาฆ่าพวกเรา อีกก็เป็นได้”
ฉินแยนนั่งลงแต่โดยดี ก่อนจะพูดเบาๆ “ซูหลินจากวิมาน สวรรค์ฝีมือกระจอกนัก แม้ว่าพวกชนต่างเผ่าจะจากไป แต่แท้จริง แล้วภัยคุกคามยังไม่หมดสิ้น ทว่านางกลับไม่บอกให้คนพวกนั้น อยู่อย่างสงบ ดันตามมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ เดิมทีข้านึกว่าซูหลิน ฉลาดมากพอ ใครจะไปรู้ว่าจะมีสมองเพียงเท่านี้เอง”
“บางทีนางอาจจะคิดโน้มน้าวคนพวกนั้น น่าเสียดายที่ฝีมือ ของนางมีไม่มากพอ” นัยน์ตาของเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความดู แคลน “ลำพังเพียงแค่ชื่อเสียงของวิมานสวรรค์ย่อมไม่มีทาง กำราบคนบ้าคลั่งอย่างหยางคันได้ หากนางมีความสามารถเช่นเผย ฉีฉี บวกกับรากฐานของวิมานสวรรค์ ทุกคนย่อมเชื่อฟังคำสั่งของ นาง”
“เป็นเช่นนี้จริง” ฉินแยนพยักหน้ารับเบาๆ “โอ๊ย…”
เฝิงอิ๋งที่อยู่ด้านข้างอดร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดไม่ได้ ก่อน จะทำหน้าขออภัย พูดอย่างขลาดกลัว “ข้า ข้าไม่ได้ตั้งใจรบกวน พวกเจ้า เพียงแต่ข้าเจ็บมากจริงๆ”
เนี่ยเทียนเหลือบตามองนาง ใช้ทิพย์จักษุรับสัมผัส หัวคิ้วก็ ขมวดน้อยๆ
เฝิงอิ๋งคนนี้สร้างความประทับใจที่ไม่เลวให้กับเขา แม้ว่าก่อน หน้านี้เขาจะรังเกียจฉินแยน ทว่ากลับไม่มีอคติต่อเฝิงอิ๋ง
เมื่อรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในร่างของเฝิงอิ๋ง ลังเลเล็กน้อย เนี่ยเทียนก็พลันมายืนอยู่ด้านหลังนาง “ทำจิตใจให้สงบ วางการ ป้องกันลง ข้าจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้”
เขาใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ มารักษาอาการบาดเจ็บ ให้กับเฝิงอิ๋งทันที
ชั่วขณะที่พลังพืชหญ้าของเขาเข้าไปในหัวใจด้านหลังของ เฝิงอิ๋ง ดวงตาของนางก็พลันเปล่งประกาย ความเจ็บปวดบน ใบหน้าหายวับไปทันใด
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 576 คลื่นลมสงบชั่วคราว อาการบาดเจ็บของเฝิงอิ๋งมาจากฝีมือของจางจิว และหลิว เจี้ยนสองคน
ในร่างของเฝิงอิ๋งมีพลังพิษร้ายกระจัดกระจายอยู่ และยังมี พลังความเย็นที่ซากวิญญาณของหลิวเจี้ยนปลดปล่อยออกมา
ยามนี้พลังชีวิตในเลือดของเฝิงอิ๋งจึงถูกกัดกร่อนไปช้าๆ เพราะ พิษร้ายเหล่านั้น
เวทลับที่หลิวเจี้ยนได้มาจากวังวิญญาณแปลกประหลาดน่า สะพรึงกลัว ทำให้เฝิงอิ๋งที่ฝึกคาถาพืชหญ้า ไม่สามารถดึงเอาพลัง ชีวิตเข้มข้นออกมาจากในน้ำวนพืชหญ้าจุดตันเถียน เพื่อใช้รักษา อาการบาดเจ็บของตัวเองได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้เฝิงอิ๋งเองก็เสียพลังมากเกินไป แก่นพืชหญ้าที่อยู่ ในน้ำวนพืชหญ้าจึงแทบจะหายไปเกลี้ยง
นี่จึงเป็นเหตุให้เฝิงอิ๋งทำได้เพียงมองพิษร้ายกัดกินเลือดเนื้อ ของตัวเอง ไปทีละนิดโดยที่ไม่อาจสกัดกั้นได้
“พลังซากวิญญาณ…”
เนี่ยเทียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รวบรวมพลังจิตวิญญาณสะเก็ด ดาวหนึ่งดวงให้กรอกเข้าไปยังเลือดเนื้อของเฝิงอิ๋ง
พลังซากวิญญาณเหล่านั้นไม่ได้อยู่นิ่งเฉยในร่างของเฝิงอิ๋ง แต่ พุ่งไปรวมตัวกันยังลำคอของนาง หมายจะไต่จากลำคอของนางลง ไปสู่มหาสมุทรจิตวิญญาณเพื่อทำลายจิตวิญญาณของเฝิงอิ๋ง
พลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาว ที่เนี่ยเทียนรวบรวมขึ้นมา ล่องลอยไปยังลำคอที่ขาวกระจ่างของนาง ไม่นานก็หลอมละลาย พลังซากวิญญาณที่เหลืออยู่ไปจนหมด
หลังจากนั้นเขาก็ใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ ใช้แก่นพืชหญ้าของ ตัวเองกำจัดพิษร้ายที่จางจิวทิ้งไว้ออกไปจนเกลี้ยง
เวลาเพียงสั้นๆ พลังงานสองประเภทที่ไม่ใช่ของเฝิงอิ๋งก็ถูก เนี่ยเทียนคลี่คลายไปอย่างง่ายดาย
เนี่ยเทียนดึงมือกลับ เอ่ยเสียงเรียบ “หลังจากนี้ขอแค่เจ้าใช้ หินวิเศษธาตุไม้มาฟื้นฟูพลังพืชหญ้าในจุดตันเถียนของตัวเอง จากนั้นก็ใช้คาถาธาตุไม้ของเจ้ามาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ ก็ไม่เป็น อะไรมากแล้ว”
เฝิงอิ๋งที่ก่อนหน้านี้เจ็บปวดไปทั้งร่าง กลับรู้สึกได้ถึงพลังชีวิต ที่ผุดขึ้นมาใหม่ แรกเริ่มพลังชีวิตนั้นยังอ่อนจาง ทว่ากลับค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
เฝิงอิ๋งเองก็เข้าใจดีว่าเมื่อเนี่ยเทียนลงมือช่วยเหลือ อาการ บาดเจ็บของนางจึงไม่น่าเป็นห่วงอีกแล้ว
“ขอบคุณพี่ใหญ่เนี่ยมาก” เฝิงอิ๋งยิ้มหวาน นัยน์ตาเปล่ง ประกายสดใส “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเมื่อมีพี่ใหญ่เนี่ยอยู่ เจ้าพวกเศษ สวะวิมานสวรรค์ไม่มีทางคิดทำการใหญ่ได้แน่นอน”
หยุดชะงักไปครู่ ใบหน้าของนางก็เผยความขมขื่น กล่าวเสียง สะอื้น “น่าเสียดายที่พี่น้องในองค์กรอยู่รอไม่ทันตอนที่พี่ใหญ่เนี่ย มา”
“พวกเขาต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสมแน่” เนี่ยเทียนเอ่ย เบาๆ
“แต่ว่า…” เฝิงอิ๋งถอนหายใจหนึ่งที “ไม่รู้ว่าพวกเราจะกลับไป ยังดินแดนดาวตกได้หรือไม่ ตอนที่มาใครก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับ ชนต่างเผ่า ต่อให้กลับไปยังดินแดนดาวตกแล้ว วิมานสวรรค์
ตำหนักเทพเพลิง ลัทธิอูตู๋ สำนักเทียนเหยียน และภูเขาสายฟ้าคง ต้องซักไซ้เอาเรื่องแน่นอน ข้ากลัวว่าพวกเขาจะเล่นงานเจ้า”
ฉินแยนเองก็กล่าวว่า “เนี่ยเทียน เรื่องที่พวกเราฆ่าเลี่ยวเยี่ยน อวี๋หยาง ใช่ว่าจะปิดบังไว้ได้ ขอแค่มีคนเดียวที่รอดชีวิตกลับไปยัง ดินแดนดาวตก เรื่องนี้ก็จะถูกเปิดโปง”
“พวกเราหลายฝ่ายร่วมมือกันอาจไม่กลัว แต่เจ้า…เบื้องหลัง ของเจ้าไม่มีสำนักที่ยิ่งใหญ่ บวกกับที่เดิมทีวิมานสวรรค์ และ ตำหนักเทพเพลิงก็เห็นเจ้าเป็นศัตรูอยู่แล้ว พวกเขาต้องหาเรื่อง ซวยมาให้เจ้าแน่นอน เจ้าจำไว้ว่าพอกลับไปยังดินแดนดาวตกแล้ว ห้ามเปิดเผยตัวตนเด็ดขาด”
กล่าวมาถึงตรงนี้นางก็มีท่าทีกระอักกระอ่วน และละอายใจ อย่างมาก “ตอนที่อยู่ในแถบผ้าหลากสีนั่น อันที่จริงข้าไม่ควร เปิดเผยตัวตนของเจ้า หากพวกเขาไม่รู้ว่าเจ้าคือใครก็คงไม่มี ปัญหา เฮ้อ ตอนนั้นข้าเห็นว่าตัวเองกำลังจะตาย แถมยังโมโหมาก เลยไม่ทันคิดให้ดี ขอโทษด้วยจริงๆ
“ช่างเถอะ ทหารมาก็ต่อสู้ น้ำมาก็เอาดินกลบ เรื่องราว หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ใครก็บอกไม่ได้” เนี่ยเทียนส่ายหัว
ดวงตาพลันเย็นเยียบ “ในสายตาของข้า พวกซูหลิน หยางคัน อาจจะไม่ได้กลับไปยังดินแดนดาวตกอีก ต่อให้พวกเขาโชคดีรอด ไปได้จริงๆ ก็ใช่ว่าข้าจะกลัววิมานสวรรค์ และตำหนักเทพเพลิง”
นับตั้งแต่ที่อามู่ซือบอกว่า ตนคือบุตรแห่งดวงดาว เขาก็มี ความมั่นใจเพิ่มขึ้น
จากคำบอกเล่าของพวกอามู่ซือ เมื่อเขาฝ่าทะลุสู่เขตสามัญ ไข ความลับของตราประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองได้สำเร็จ บางทีก็ อาจจะหากุญแจที่นำพาไปสู่การหลุดพ้นดินแดนดาวตก มุ่งหน้า ไปยังดินแดนที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่า
พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวตั้งอยู่ในจุดลึกของทางช้างเผือก นั่นคือกลุ่มอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร สำนักที่ไม่มีแม้แต่ผู้ แข็งแกร่งเขตดินแดนอย่างวิมานสวรรค์ ตำหนักเทพเพลิง เมื่อ เทียบกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวแล้วก็เป็นเพียงกลุ่มอิทธิพล เล็กๆ ดั่งมดตัวน้อยเท่านั้น
หากเขาได้ติดต่อกับพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ในดินแดน ดาวตกแห่งนี้คงไม่มีสำนักไหนกล้าทำอะไรเขาอีก
ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับว่าเขาจะเลื่อนสู่เขตสามัญ หลอมตรา ประทับสะเก็ดดาวดวงที่สองได้หรือไม่
“พี่ใหญ่เนี่ย ศิษย์พี่หญิงฉินไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เฝิงอิ๋งเอ่ย ถามอย่างห่วงใย
เนี่ยเทียนช่วยนางรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างง่ายดาย นาง เองก็หวังให้ฉินแยนที่เจ็บหนักเหมือนกันปลอดภัยไปด้วย ดังนั้น ถึงได้ถามประโยคนี้ขึ้นมา
“นางไม่เป็นอะไร ในมือของนางมีวัตถุดิบวิเศษมากมาย” เนี่ย เทียนปรายตามองฉินแยนแวบหนึ่งแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
ในร่างของฉินแยน มียาเม็ดหนึ่งที่ปลดปล่อยพลังชีวิตเข้มข้น ออกมาตลอดเวลาซึ่งเขาสัมผัสได้ตั้งแต่แรกแล้ว
“ข้าไม่เป็นอะไรจริงๆ” ฉินแยนกล่าว “มีพวกต่งป่ายเจี๋ยลงมือ เกรงว่าคนเหล่านั้นคงบาดเจ็บล้ม ตายกันไปเกินครึ่ง ไม่สามารถเป็นภัยที่น่ากลัวได้อีกต่อไป” เนี่ย เทียนมองไปรอบด้าน เห็นศพมากมายที่ยังไม่ถูกเก็บแหวนเก็บ ของจึงกล่าวว่า “รอต่งลี่กลับมาแล้ว ของเชลยศึกพวกนี้ก็ให้นาง เป็นคนแบ่งแล้วกัน”
ฉินแยนพยักหน้า “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” “ข้าเองก็ต้องทำเวลาฝึกตนเหมือนกัน” ครุ่นคิดอยู่ครู่ เนี่ย เทียนจึงกล่าวว่า “อีกครึ่งเดือนให้หลังจะมีรอยแยกห้วงมิติเส้น หนึ่ง ที่เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกเปิดขึ้นที่นี่ ข้าจะพาทุกคน จากไป เวลาช่วงนี้พวกเจ้าสามารถตามหาวัตถุดิบและสมุนไพรบน เกาะได้ตามสบาย แต่ต้องจำไว้ว่าพยายามอย่าออกไปจากเกาะ แห่งนี้”
“ไม่ออกไปจากที่นี่ ผู้ที่มีเขตสามัญ และชนต่างเผ่าที่มี สายเลือดเกินระดับสี่ก็ล้วนไม่สามารถเข้ามาได้”
“อีกเรื่องหนึ่งคือห้ามรีบร้อนฝ่าทะลุขั้นสู่เขตสามัญที่นี่ เด็ดขาด หากมีคนเลื่อนสู่ขั้นสามัญได้สำเร็จ พันธนาการบนเกาะนี้ ก็จะถูกทำลาย”
“จำไว้ให้ดี!” “เนี่ยเทียน เจ้า เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าที่นี่มีพันธนาการอยู่? แล้ว เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าจะมีรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งทอดยาวไปสู่ ดินแดนดาวตก และจะเปิดในอีกครึ่งเดือนให้หลัง?” ฉินแยนตะลึง งัน
ในสายตาของนาง บนร่างของเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความลึกลับ ราวกับคนที่มองทุกเรื่องราวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นี่ทำให้นางไม่ เข้าใจอย่างมาก
เนี่ยเทียนไม่มีสำนักใหญ่หนุนหลัง แล้วเขาไปเอาข่าวพวกนี้มา จากไหน?
สำหรับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับที่นี่ แม้แต่นางเองก็ยังไม่รู้อะไรสัก อย่าง ศิษย์ผู้ทรงเกียรติอย่างต่งลี่ และคนอื่นๆ ก็ยังฉงนสนเท่ห์ ไม่เข้าใจเรื่องราว
แต่เนี่ยเทียนกลับรู้ว่าอีกครึ่งเดือนให้หลัง จะมีรอยแยกห้วง มิติซึ่งเชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกปรากฏขึ้น แถมยังรู้ถึง พันธนาการที่อยู่ที่นี่อีกด้วย เรื่องนี้ช่างเกินคาดคิดยิ่งนัก
“เจ้าจำคำพูดของข้าเอาไว้ และบอกต่อให้ทุกคนรับรู้ก็ พอแล้ว” เนี่ยเทียนไม่ได้อธิบาย ทิ้งประโยคนี้ไว้ร่างเขาก็หายวับ ไปจากที่นี่
พวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติเผ่ามนุษย์ที่ตายด้วยน้ำมือเขา รวมไปถึง แหวนเก็บของเหล่านั้นล้วนไม่อยู่ในสายตาเขาสักนิด
พลังชีวิตเลือดเนื้อของเผ่ามนุษย์มีจำกัด ต่อให้ใช้การสูบดึง พลังชีวิตก็ยังไม่มีประโยชน์ต่อเขาเท่าใดนัก ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะ มองให้เปลืองสายตา
ส่วนแหวนเก็บของของคนเหล่านั้น เขารู้สึกว่าเมื่อต่งลี่กลับมา นางย่อมไม่ลืมแบ่งส่วนที่เป็นของเขา
หลังจากนั้นเขาจึงกลับไปยังทะเลสาบสีดำ ก่อนจะเรียกใช้ ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ กะว่าภายในครึ่งเดือนจะพยายามใช้ความ ลี้ลับของค่ายกลนี้ รวมไปถึงจิงชี่พืชหญ้าเข้มข้นของที่นี่ มาชุบ หลอมน้ำวนพืชหญ้าของตัวเองให้สะอาดบริสุทธิ์ถึงขีดสุด
คำพูดประโยคนั้นของอามู่ซือโจมตีเขาอย่างรุนแรง ทำให้เขา ตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วดินแดนดาวตกไม่มีค่าพอให้พูดถึง
เขาที่เป็นบุตรแห่งดวงดาว ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องโบยบินไป ท่ามกลางทางช้างเผือก ได้ครอบครองทรัพยากรนับพันนับหมื่น พิชิตดินแดนเป็นของตัวเอง
เขาร้อนใจอยากฝ่าทะลุสู่เขตสามัญ หมายจะชุบหลอมตรา ประทับดวงที่สองเพื่อทำความเข้าใจกับความลี้ลับของมัน
และหลังจากเขาจากไปได้หลายชั่วยาม ทุกคนที่ตามไปไล่ฆ่า คนของอีกฝ่ายต่างก็ทยอยกันกลับมา
แตกต่างไปจากการไล่ฆ่าชนต่างเผ่า ผู้ที่กลับมาล้วนมีของติด ไม้ติดมือไม่น้อย บนร่างก็เปี่ยมไปด้วยไอสังหารเข้มข้น
นอกจากซูหลินแห่งวิมานสวรรค์ที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว หยางคันที่บาดเจ็บหนักได้หนีออกไปนอกเกาะ ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ ของแต่ละฝ่ายก็ล้วนถูกสังหารจนสิ้น
เนื่องจากกังวลว่านอกเกาะจะมีชนต่างเผ่าแฝงตัวอยู่ ต่ง ป่ายเจี๋ยจึงล้มเลิกความคิดที่จะตามออกไปข้างนอก ปล่อยหยาง คันไปตามยถากรรม
พอกลับมา ทุกคนก็เริ่มค้นหาของเชลยศึก ตามคำบอกของต่ง ลี่แล้วเริ่มเตรียมการแบ่งสรรปันส่วน
เวลานี้ฉินแยนเองก็ได้ถ่ายทอดคำพูดของเนี่ยเทียน บอกพวก เขาว่าอีกครึ่งเดือนให้หลังจะมีรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งเปิดขึ้นบน เกาะแห่งนี้
เมื่อได้ยินข่าวนี้ แม้ทุกคนจะรู้สึกตะลึง และแปลกใจ ไม่รู้ว่า เนี่ยเทียนไปได้ข่าวมาจากไหน แต่พวกเขาก็ฮึกเหิมกันอย่างมาก ด้วย
ทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่อันที่จริงก็ได้สะสมวัสดุวิเศษ และพืช สมุนไพรจากทั้งสองเกาะมาไม่น้อย รอได้กลับไปยังดินแดนดาวตก ทุกคนก็ล้วนสามารถเอาไปแลกมาเป็นทรัพยากรที่เหมาะสมกับ การฝึกตนของพวกเขา มาได้เป็นจำนวนมาก
แรกเริ่มพวกเขาเองก็ยังเป็นกังวล กังวลว่าจะกลับไปได้ อย่างไร ตอนนี้เมื่อรู้วิธีแล้ว พวกเขาจึงวางใจลงมาก
ภายใต้การจัดการของต่งลี่ ทุกคนจึงแบ่งของเชลยศึกกันเป็น ที่เรียบร้อย จากนั้นจึงค่อยไปตามหาพืชหญ้าวิเศษในพื้นที่ ที่แบ่ง กันไว้ก่อนหน้านี้อีกครั้ง
แต่ละฝ่ายจึงเริ่มกระจายตัวกันออกไป ส่วนเนี่ยเทียนก็ยึดครองพื้นที่ข้างทะเลสาบสีดำ พยายาม รวบรวมจิงชี่พืชหญ้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง ให้กับการเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตต่อไป
หลายวันหลังจากนั้น มุมหนึ่งของมหาสมุทรสีดำสนิท ในที่สุด พี่น้องอามู่ซือและอาปู้หลู่ก็ได้รับข่าวจากผู้อาวุโสในเผ่าของพวก เขา
นี่หมายความว่าพวกเขาติดต่อกับผู้แข็งแกร่งในเผ่าของตัวเอง ได้แล้ว และอีกไม่นานก็จะได้พบหน้ากัน
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 577 ตัวประหลาด? พริบตาเดียวก็ผ่านไปแล้วแปดวัน เนี่ยเทียนยังคงนั่งอยู่ข้างทะเลสาบสีดำ และคอยเคลื่อนย้าย ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณให้ก่อตัวขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง
รอบๆ ทะเลสาบไม่มีต้นหญ้าขึ้นแม้แต่ต้นเดียว ทว่าห่างจาก ตรงนี้ไประยะหนึ่งกลับมีพืชหญ้ารกครึ้ม
ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณอาศัยพลังพืชหญ้า ขณะที่เขาซ่อนตัว อยู่ใต้ค่ายกล อาศัยค่ายกลกำเนิดไม้โบราณรวบรวมจิงชี่พืชหญ้า พลังพืชหญ้ารอบด้านก็จะถูกดึงเข้ามาภายใน
เวลาแปดวัน เขาชักนำพลังพืชหญ้าจำนวนมาก ให้เข้ามาอยู่ ในน้ำวนพืชหญ้าจึงทำให้หยดพืชหญ้าเติมเต็มอยู่ในทะเลสาบ ทำ ให้ทะเลสาบพืชหญ้าขยายขนาดออกไปอีก
เขาเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อดึงเอาพลังพืชหญ้า ที่มากกว่าเดิมมา
ทว่าผลลัพธ์สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าพืชหญ้าในรัศมีหลายสิบ ลี้รอบทะเลสาบสีดำล้วนแห้งเหี่ยวเฉาตายไปหมด
บนเกาะแห่งนี้มีพืชหญ้าแปลกประหลาดมากมาย ท่ามกลาง พืชหญ้าวิเศษแต่ละต้นนั้น ก็แฝงเร้นไว้ด้วยแก่นพืชหญ้าที่ทั้ง บริสุทธิ์ และทั้งชุบหลอมได้อย่างง่ายดาย
การดำรงอยู่ของค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ช่วยดูดซับของแก่น พืชหญ้ามาทำให้การเปลี่ยนแปลงน้ำวนพืชหญ้าของเขาย่น ระยะเวลาเร็วขึ้น
เขาแอบรู้สึกว่าต่อให้ภายในครึ่งเดือนนี้ เขาจะไม่สามารถชุบ หลอมน้ำวนพืชหญ้าได้สำเร็จ แต่ก็น่าจะได้พอประมาณแล้ว
รอจนเขาออกไป ขอแค่พยายามอีกหน่อยก็จะทำให้น้ำวนพืช หญ้าไต่ระดับไปถึงขั้นที่จะฝ่าทะลุขอบเขตได้
และเขาก็คอยจับตามองปราณเลือดสีเขียว เส้นที่ขดตัวอยู่ใน หัวใจตลอดเวลาด้วย
ปราณเลือดสีเขียวคือผลึกของสายเลือดแห่งชีวิต การจำศีล ของมันในครั้งนี้ยาวนานผิดปกติ
มาจนถึงตอนนี้ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้น ก็ยังแปรสภาพไม่ สำเร็จ ยังไม่มีพรสวรรค์สายเลือดอย่างใหม่ให้เขาใช้
วันนี้ขณะที่เขาเปลี่ยนแปลงทิศทางโคจรน้ำวนพืชหญ้าอย่าง ต่อเนื่อง เผยฉีฉีก็ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เนื่องจากต่งลี่รู้ว่าเขายุ่งวุ่นวายอยู่กับการฝึกตน อีกทั้งนาง ร้อนใจอยากรวบรวมวัตถุดิบบนเกาะให้ได้มากที่สุด จึงไม่มา รบกวนเขา
คนอื่นๆ เองก็ทำเช่นเดียวกัน พอเป็นอย่างนี้ รอบทะเลสาบสีดำจึงเหลือเขาเพียงคนเดียว “ข้าแอบได้ยินบทสนทนาของคนพวกนั้น เห็นคุยกันว่าอีกไม่ นานเท่าไหร่จะมีรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งที่เชื่อมโยงไปยังดินแดน ดาวตกเปิดขึ้น” เผยฉีฉีเดินมาถึงช้าๆ แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าค่ายกล กำเนิดไม้โบราณ สายตาฉายแววประหลาดใจมองไปยังหมอก หลากสีเหนือทะเลสาบ “พื้นที่ที่รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นเชื่อมโยง ไปไม่ใช่ดินแดนต่างๆ ของชนต่างเผ่าหรอกหรือ?”
ไม่มีใครรู้เรื่องที่เนี่ยเทียนสื่อสารกับกระแสจิตโบราณของ ทะเลสาบ เผยฉีฉีจึงไม่รู้ด้วย
“ตอนนี้รอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ของชน ต่างเผ่าจริง” เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ “แต่อีกไม่กี่วันก็จะเกิดการ
เปลี่ยนแปลง พอถึงเวลานั้น เจ้าจำไว้ว่าจงมาที่นี่ พวกเราจะกลับ ดินแดนดาวตกกันจากตรงนี้”
“มั่นใจจริงๆ น่ะหรือ?” เผยฉีฉีถามอย่างแปลกใจ เนี่ยเทียนพยักหน้า “วางใจเถอะ ไม่ผิดแน่” ดวงตาเผยฉีฉีเป็นประกาย แล้วจู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนมาเป็น หม่นหมอง เอ่ยขึ้นเบาๆ ว่า “ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่ซวีเฉิงย้ายสำนัก มา”
“น่าจะไม่ใช่” เนี่ยเทียนตอบรับ เขาเดาออกแต่แรกแล้วว่าเผยฉีฉี มีความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำกับ สำนักซวีเฉิงซึ่งเคยเป็นผู้พิชิตของดินแดนดาวตก
บิดามารดาของเผยฉีฉีอาจเป็นสมาชิกของซวีเฉิง เพื่อสำรวจ ฟ้าดินที่กว้างใหญ่ยิ่งกว่าเดิม จึงติดตามซวีเฉิงไปยังฟ้าดินแห่งอื่น แล้วไม่ได้กลับมาอีกเลย
ตอนที่รู้ว่ารอยแยกห้วงมิติหกเส้นอาจเกี่ยวข้องกับซวีเฉิง เผย ฉีฉีมีท่าทีตื่นเต้นอย่างมาก ยืนกรานว่าจะต้องเข้ามาให้ได้ นั่นก็ น่าจะเป็นเพราะนางต้องการตามหาซวีเฉิง
น่าเสียดายที่เมื่อได้สื่อสารกับกระแสจิตโบราณ เขาจึงรู้ว่า สถานที่แห่งนี้น่าจะไม่เกี่ยวข้องกับซวีเฉิง แต่เกี่ยวข้องกับ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวมากกว่า
“แม้ว่าที่นี่จะไม่เกี่ยวข้องกับซวีเฉิง แต่ข้าก็ได้รับผลประโยชน์ มหาศาล” เผยฉีฉีลังเลอยู่ครู่ถึงพูดอีกว่า “แต่ข้ายังติดต่อท่าน อาจารย์ไม่ได้”
“ด้วยความรู้ที่ผู้อาวุโสเจินมีต่อพลังห้วงมิติ ขอแค่นางยังมี ชีวิตอยู่ต้องได้กลับคืนไปยังดินแดนดาวตกแน่นอน เจ้าไม่ต้องเป็น กังวล” เนี่ยเทียนเอ่ยปลอบประโลม
“หวังว่าจะเป็นเช่นนี้” เผยฉีฉีถอนหายใจเบาๆ หนึ่งที แล้วพูด ขึ้นกะทันหัน “เจ้าช่วยรักษาบาดแผลให้ข้าหน่อยสิ”
“ได้เลย” เนี่ยเทียนตอบรับทันที ก่อนจะดึงกิ่งไม้กิ่งหนึ่งออก ทำให้ค่ายกลหายไป รอจนนางเข้ามาข้างในแล้วถึงสร้างค่ายกล ใหม่อีกครั้ง
พอค่ายกลกลับมาโคจรอีกครั้ง เนี่ยเทียนก็เอามือทาบลงไปบน แผ่นหลังของเผยฉีฉี ใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ อาศัยจิงชี่พืชหญ้าที่ เข้มข้นของที่แห่งนี้มาช่วยจัดการอาการบาดเจ็บของเผยฉีฉี
ในร่างของเผยฉีฉี ยังคงมีมีดแสงห้วงมิติจำนวนไม่น้อย เปล่ง ประกายวูบวาบ คอยทำลายเส้นชีพจร และเลือดเนื้อของนาง
เขาใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ รักษาบาดแผลเล็กละเอียด มากมายในกายของเผยฉีฉีโดยอาศัยจิงชี่พืชหญ้าที่ค่ายกลดูดซับ มา จึงไม่ได้เผาผลาญพลังของตัวเองเท่าใดนัก
รอจนเขารักษาแผลใหม่ของเผยฉีฉีจนหายดีแล้ว เผยฉีฉีถึงพูด ขึ้นเบาๆ ว่า “มีดห้วงมิติที่ข้าได้มาจากภูเขาไฟลูกนั้น มีแก่น สายเลือดของชนต่างเผ่าผู้หนึ่งซ่อนอยู่ ข้าไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือใคร แต่กลับสัมผัสได้ถึงความมหัศจรรย์ของห้วงมิติที่กระจายอยู่ ภายใน”
“ข้าไม่เหมือนคนอื่น บางทีข้า…ข้าอาจจะไม่ถือว่าเป็นเผ่า มนุษย์ที่แท้จริง”
เนี่ยเทียนดึงมือกลับ ถามอย่างแปลกใจ “ที่เจ้าไม่ยินดีพบเจอ คนอื่นก็เพราะสาเหตุนี้หรือ?”
เผยฉีฉีที่นั่งหันหลังให้เขาสีหน้าหม่นหมอง “ข้าเป็นตัว ประหลาด
“ไม่ หากเป็นอย่างนี้จริงๆ พวกเราก็เป็นตัวประหลาด เหมือนกัน” เนี่ยเทียนเอ่ยเบาๆ
เผยฉีฉีตัวสั่นสะท้าน หันขวับกลับมา ดวงตาฉายประกาย ระยิบระยับ “เจ้า เจ้าเองก็…”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ นาทีถัดมาเขาก็ค้นพบว่าไหล่บอบบางของเผยฉีฉีสั่นสะท้าน คล้ายในใจเกิดคลื่นลูกยักษ์ถาโถม
ผ่านไปพักใหญ่เผยฉีฉีถึงจะสงบจิตใจได้ มุมปากของนางยก ยิ้มอ่อนจาง “ข้าเข้าใจแล้ว”
ตอนที่รู้ว่าตัวเองกับเนี่ยเทียนเป็นคนประเภทเดียวกัน ก็ดู เหมือนว่าช่วยคลายปมในใจของเผยฉีฉีออก อารมณ์ของนางจึง กลับมาสดใสอีกครั้ง “ก่อนหน้านี้ข้าก็แค่มีลางสังหรณ์ แต่ไม่เคย พิสูจน์ความจริง คิดไม่ถึงว่าจะเป็นอย่างที่คิดเอาไว้” นางพลัน รู้สึกว่านางกับเนี่ยเทียนใกล้ชิดกันมากกว่าเดิม
“ข้าบอกกับเจ้าแค่คนเดียว” เนี่ยเทียนกดเสียงต่ำ “ต่งลี่ก็ยัง ไม่รู้เรื่องนี้”
เผยฉีฉีค้อนตาใส่เขา ก่อนจะลุกขึ้นช้าๆ รอยยิ้มตรงมุมปากยิ่ง กว้างขึ้น “เอาล่ะ รอให้รอยแยกห้วงมิติที่เดินทางไปยังดินแดน ดาวตกเปิดออกเมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาอีกครั้ง แล้วพวกเราเดินทาง กลับด้วยกัน”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “พวกเรามาด้วยกันก็ย่อมต้องกลับ ด้วยกัน”
เผยฉีฉีจึงพลิ้วกายจากไป เนี่ยเทียนหัวเราะเบิกบาน ก่อนจะฝึกบำเพ็ญตบะของตัวเอง เปลี่ยนแปลงน้ำวนพืชหญ้าต่อไป
ไม่นานเวลาก็ผ่านไปอีกสองวัน เมื่อวันที่สิบมาถึง หมอกหลากสีที่ลอยอยู่เหนือทะเลสาบ ก็ พลันกระเพื่อมรุนแรงราวกระแสน้ำขึ้น มองเห็นได้รำไรว่ารอยแยก ห้วงมิติหลายเส้นที่เชื่อมโยงไปยังดินแดนของชนต่างเผ่า มี พลังงานที่ไม่มั่นคงส่งออกมาจากภายใน
เงยหน้ามองท้องฟ้าทิศไกล ก้อนเมฆสีเทาหดตัวเข้าหากัน อย่างรวดเร็ว ก่อนที่น้ำวนขนาดใหญ่ยักษ์ลูกหนึ่งจะก่อตัวขึ้น อย่างเงียบเชียบ
เนี่ยเทียนที่กำลังฝึกบำเพ็ญตบะ พลันสัมผัสได้จึงพลันเงย หน้าขึ้นมอง
ความใหญ่ของน้ำวนนี้ทำให้อยู่ห่างไกลนับสิบล้านลี้ ก็ยังคง มองเห็นได้
น้ำวนรูปก้นหอยก็คือบันไดที่พาพวกเขามาส่งที่นี่ เพียงแต่ว่า ตอนนี้น้ำวนลูกใหญ่นั้นกลับหมุนย้อนกลับ ไม่ได้ทอดยาวลงมา ข้างล่าง แต่พลิกกลับด้าน ส่วนที่ขยายเป็นวงกว้างหันมาทาง พื้นดิน ด้านบนแทงทะลุเข้าไปในชั้นเมฆหมอกสีเทา ตรงดิ่งไปยัง แผ่นดินเบื้องบน
การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่สร้างความตกใจให้กับเนี่ยเทียน พวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติของแต่ละสำนักที่ตามหาหญ้าวิเศษก็ สังเกตเห็นเหมือนกัน
ไม่นานนักพวกต่งลี่ เย่ฉิน เฉินฮ่าว ฉินแยนก็ทยอยกันมาถึง ทุกคนที่มาล้วนมีสีหน้าตื่นเต้น คล้ายรู้สึกว่าหาวิธีที่จะจากไป เจอแล้ว
คนเหล่านี้ก่อนหน้านั้นยังสงสัยการวิเคราะห์ของเนี่ยเทียน สงสัยว่าที่เนี่ยเทียนบอกว่าอีกครึ่งเดือน จะมีรอยแยกห้วงมิติเส้น หนึ่งก่อตัวทอดยาวไปยังดินแดนดาวตกจะใช่เรื่องจริงหรือไม่
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกห้าวัน ทว่าน้ำวนทรงก้นหอยขนาดใหญ่ ซึ่งหายไปอย่างลึกลับกลับปรากฏขึ้นมาใหม่อีกครั้งจริงๆ พวกเขา จึงพลันเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเนี่ยเทียน
กลับเป็นเนี่ยเทียนเสียอีกที่แอบตกใจ เพราะนี่ยังไม่ถึง ระยะเวลาที่เขานัดหมายกับกระแสจิตกว้างใหญ่กลุ่มนั้น
“มันจะเปิดขึ้นก่อนกำหนดหรือเปล่า?” ฉินแยนจ้องไปยัง หมอกหลากสีที่กระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะใช้สายตาเป็น ประกายระยับมองมาที่เนี่ยเทียนแล้วเอ่ยถาม “รอยแยกห้วงมิติที่ อยู่ด้านใน เส้นไหนที่ตรงไปยังดินแดนดาวตก?”
เนี่ยเทียนคลางแคลงอยู่ในใจจึงพูดไปว่า “เวลายังไม่ถึง รอไป ก่อนก็แล้วกัน”
“แต่บันไดที่พาขึ้นไปยังแผ่นดินด้านบนก่อตัวขึ้นมาแล้วนะ” เฉาชิวสุ่ยขมวดคิ้ว “นี่ไม่ได้หมายความว่าเส้นทางขึ้นไปยังแผ่นดิน ด้านบนเปิดออกแล้วหรือ? พวกเราควรจะขึ้นไปยังไง? ให้เข้าไปใน
แถบผ้าหลากสีแล้วเลื่อนไปตามจุดลึกของน้ำวนลูกใหญ่เหมือน ตอนที่พวกเรามา หรือว่าใช้อาวุธประเภทบิน บินตรงเข้าไปใน น้ำวนได้เลย?”
“ข้ายังพูดไม่ชัดเจนพออีกหรือ?” เนี่ยเทียนเหลือบตามองฉิน แยนแวบหนึ่ง “ความหมายของข้าก็คืออีกครึ่งเดือนให้หลัง จะมี รอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งเชื่อมตรงไปยังดินแดนดาวตก และจะ ปรากฏอยู่ในหมอกหลากสีนี้โดยตรง พวกเราไม่จำเป็นต้องอาศัย น้ำวนลูกใหญ่ แล้วก็ไม่ต้องขึ้นไปยังแผ่นดินเบื้องบน ไม่ต้อง ย้อนกลับไปตามรอยแยกห้วงมิติเส้นที่เข้ามา”
“หา หมายความว่าอย่างนี้เองหรือ” เฉาชิวสุ่ยร้องเสียงหลง คนอื่นๆ เองก็เพิ่งจะเข้าใจ เวลาเดียวกันนั้น จุดลึกของมหาสมุทรสีดำ ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์เขตสามัญ เขต ลี้ลับที่ยังมีชีวิตอยู่และกระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ก็มองเห็นการ เปลี่ยนแปลงบนท้องฟ้าเช่นกัน
เหล่าผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์ที่ผ่านการเข่นฆ่ากันเองภายใน ทั้ง ยังต่อสู้นองเลือดกับชนต่างเผ่า และโชคดีรอดชีวิตมาได้ต่างก็เผย สีหน้าตะลึงระคนยินดีอย่างน่าแปลกใจ
ผู้แข็งแกร่งเผ่ามนุษย์เขตสามัญ เขตลี้ลับที่ยังมีชีวิตอยู่หากไม่ โดยสารอาวุธประเภทบิน ก็ใช้ตบะของตัวเองห้อทะยานไปบน มหาสมุทรกว้างใหญ่ ใช้ความเร็วที่มากที่สุดเดินทางไปยังจุดที่ น้ำวนลูกใหญ่ปรากฏขึ้น
และยังมีผู้แข็งแกร่งชนต่างเผ่าที่มีสายเลือดระดับห้า ระดับ หกหรือแม้แต่ระดับเจ็ดที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน พวกเขาเองก็มารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว
พวกเขาเหล่านี้ต่างก็รู้สึกว่ามีเพียงน้ำวนลูกใหญ่เท่านั้น ถึงจะ เป็นเส้นทางเดียวที่พาพวกเขากลับไปยังดินแดนดาวตก หากพลาด ขึ้นมาอาจจะต้องรอไปอีกนานมากถึงจะพบโอกาสครั้งใหม่
“กรุ๊งกริ๊ง!” หินส่งข้อความเสียงก้อนหนึ่งบนร่างของเสวียนเข่อ ส่งเสียงดัง แสบแก้วหู เขารีบหยิบมันออกมา พอรับสัมผัสเล็กน้อยก็กล่าวว่า
“ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสำนักเราถามว่าพวกเราอยู่ที่ไหน ให้พวก เรารีบไปรวมตัวกันตรงจุดที่เกิดน้ำวนลูกใหญ่”
หินส่งข้อความเสียงในมือของเย่ฉิน เฉินฮ่าว ฉินแยน รวมไป ถึงต่งป่ายเจี๋ยต่างก็ทยอยกันดังขึ้นมา
“ขอบเขตรับสัมผัสของหินส่งข้อความเสียงน่าจะไม่ไกล เท่าไหร่นัก เหตุใดอยู่ๆ พวกมันถึงส่งเสียงติดๆ กันอย่างนี้?” ต่งลี่ มีสีหน้าตื่นตะลึง “ตอนที่พวกเรามาถึงก็พยายามใช้วิธีการ มากมายติดต่อผู้อาวุโสในสำนัก แต่กลับไม่ได้รับข่าวคราว เหตุใด ตอนนี้ขอบเขตรับข้อความของหินส่งข้อความเสียงถึงได้ขยายใหญ่ แล้ว?”
“การก่อตัวของน้ำวนลูกใหญ่เหมือนจะไปชักนำการ เปลี่ยนแปลงบางอย่างของฟ้าดิน” เย่ฉินกล่าวอย่างดีใจ
“เนี่ยเทียน พวกเราควรทำอย่างไร ควรฟังความเห็นของผู้ อาวุโส รีบไปยังจุดที่มีน้ำวนลูกใหญ่ หรือรออยู่ที่นี่?” เสวียนเข่ อถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คนอื่นๆ เองก็พากันหันมามองเนี่ยเทียน
“พวกเจ้าเลือกเองได้เลย หากคิดจะจากไปก็ไปได้ตั้งแต่ ตอนนี้” เนี่ยเทียน สีหน้านิ่งเฉย “คนที่ยินดีเชื่อข้าก็อยู่ต่อ อีกห้า วันให้หลังค่อยกลับดินแดนดาวตกพร้อมกับข้า”
คำพูดนี้ดังจบ ทุกคนต่างก็เริ่มลังเล ยากจะตัดสินใจได้
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 578 จุดเริ่มต้นของมหันตภัย “หวึ่งๆๆ! กรุ๊งกริ๊ง!” หินส่งข้อความเสียงหลายก้อนส่งเสียงดังอึงอล ข่าวใหม่ๆ ถูก ส่งผ่านหินส่งข้อความเสียงมาอย่างต่อเนื่อง
ต่งป่ายเจี๋ยสีหน้าตะลึงพรึงเพริด ตวาดเบาๆ “ตระกูลต่งของ พวกเรานอกจากผู้อาวุโสต่งทว่อตีแล้ว เหลือผู้ที่มีเขตสามัญอีก สามคนเท่านั้นที่ยังรอดชีวิต!”
เฉาชิวสุ่ยพึมพำราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง “ท่านผู้นั้น ของตระกูลข้าตายไปแล้ว” ท่านผู้นั้นที่เขาพูดถึงก็คือเฉาจ้าวจี ผู้ แข็งแกร่งเขตลี้ลับแห่งตระกูลเฉา
เย่ฉินจากสำนักหยิน และเฉินฮ่าวจากสำนักหยางเองก็มีสี หน้าราวขี้เถ้ามอด คนทั้งสองต่างเซื่องซึม
“สำนักของข้า ผู้ที่มีเขตลี้ลับล้วนต่อสู้จนตายกันไปหมดแล้ว เหลือเพียงแค่เขตสามัญไม่กี่คนที่โชคดีรอดชีวิตมาได้” เจอกับ สายตาของคนมากมาย เย่ฉินจึงกล่าวอย่างเศร้าสร้อย
เฉินฮ่าวสีหน้าซึมกะทือ “สำนักหยางก็เป็นเช่นเดียวกัน ผู้ที่มี เขตลี้ลับล้วนต่อสู้จนตายกันหมด”
มือของเสวียนเข่อแห่งหอหันปิง ข้างที่กำหินส่งข้อความเสียง เอาไว้สั่นระริกไม่หยุด “สำนักของข้าเหลือผู้มีเขตลี้ลับเพียงคน เดียวเท่านั้นที่รอดชีวิต และมีเขตสามัญเหลือไม่กี่คน”
ฉินแยนเองก็กล่าวว่า “ฉินอี้ท่านปู่ทวดของข้าก็สู้จนตัวตาย เช่นกัน องค์กรการค้าสุ่ยเยว่เหลือแค่ผู้มีเขตสามัญรอดไม่กี่คน”
เฉียนซินจากหอโอสถเอ่ยเสียงเคว้งคว้าง “พวกเราดีหน่อย แม้ว่าผู้อาวุโสจงผู่ จะบาดเจ็บสาหัส แต่อย่างน้อยก็ยังมีชีวิตอยู่”
กู่ฮ่าวเฟิงไหล่ลู่คอตกราวกับมะเขือที่ถูกน้ำแข็งเกาะ “ท่านที่ มีเขตลี้ลับของตระกูลกู่ข้าก็ตายอนาถเหมือนกัน”
ห้าฝ่ายของอาณาจักรป่ายจั้นมีผู้ที่อยู่ในเขตลี้ลับห้าคน ตอนนี้ คนที่ยังรอดชีวิตมีเพียงต่งทว่อตี และจงผู่แห่งหอโอสถเท่านั้น สามคนที่เหลือล้วนตายกันหมด ส่วนเขตสามัญก็ยิ่งบาดเจ็บล้ม ตายกันไปมาก
ผู้ที่มีเขตลี้ลับของสำนักหยิน และสำนักหยางล้วนตายกันหมด หอหันปิงเหลือเพียงเขตลี้ลับคนเดียว
ผู้กล้าของแต่ละฝ่ายต่างก็ได้รู้สถานการณ์ของฝ่ายตัวเอง อย่างชัดเจนจากผู้รอดชีวิตที่ได้ติดต่อกันผ่านหินส่งข้อความเสียง
พวกเขาทุกคนต่างก็หมดความมีชีวิตชีวา กลิ่นอายความตาย อบอวล
ตอนที่พวกเขาค้นพบร่องรอยของชนต่างเผ่า ก็เดาได้แล้วว่า ชนต่างเผ่าที่เข้ามาย่อมไม่ได้มีเพียงสายเลือดระดับสี่เท่านั้น
ผู้แข็งแกร่งสายเลือดระดับห้า หก หรือแม้แต่ระดับเจ็ดของชน ต่างเผ่าก็ต้องเข้ามาด้วย เพียงแต่กระจายตัวกันอยู่คนละสถานที่ก็ เท่านั้น
พวกเขาเองก็พอจะรู้ได้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี รู้สึกว่าผู้ แข็งแกร่งของสำนักพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการท้ารบจากผู้ แข็งแกร่งต่างเผ่า และอาจเป็นเหตุให้บาดเจ็บ
จากข่าวที่ได้รับมาตอนนี้ เมื่อรู้ว่าผู้แข็งแกร่งเขตลี้ลับจำนวน มาก ล้วนล้มตายก็ประหนึ่งมีกระบี่แหลมคมแทงมายังหัวใจของ พวกเขา ทำให้พวกเขาเจ็บปวดรวดร้าว
“ข้าไม่รู้สึกแปลกใจเท่าใดนัก” เนี่ยเทียนเอ่ยเสียงเรียบ ทุกคนหันมามองเขาทันที
“ข้าได้พูดคุยกับอามู่ซือจากเผ่าอสูรกาย ทำให้ได้รู้ว่ารอยแยก ห้วงมิติหกเส้นที่เชื่อมโยงมาถึงที่นี่ เดิมทีเผ่าอสูรกายเป็นคนเปิด พวกมัน” เนี่ยเทียนเองก็ไม่คิดจะปิดบัง “บางทีพวกเจ้าอาจเคยได้ ยินเรื่องที่อสูรกายเคยไปปรากฏตัวในอาณาจักรเลี่ยคง อสูรกาย เหล่านั้นผ่านความเสี่ยงมากมาย ถึงเดินทางจากทางช้างเผือกอัน ห่างไกลมาถึงอาณาจักรเลี่ยคง เป้าหมายของพวกเขาก็เพราะคิด จะเปิดรอยแยกห้วงมิติล่อให้แต่ละฝ่ายเหยียบย่างเข้ามา”
“เจ้าหมายความว่า นี่คือ…แผนการร้ายของชนต่างเผ่า?” เสวียนเข่อกล่าวอย่างตกใจ
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับเบาๆ “ล่อให้ทุกฝ่ายเข้ามาติดกับก็คือ แผนการของพวกเขา พวกเขาย่อมจัดการส่งตัวผู้แข็งแกร่งในเผ่า ให้เข้ามาสังหารผู้แข็งแกร่งของฝ่ายมนุษย์อยู่แล้ว”
ชะงักไปครู่ เนี่ยเทียนก็กล่าวต่อด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “และนี่ ยังเป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น”
“ยังมีแผนการนอกเหนือจากนี้อีกรึ?” เย่ฉินพูดด้วยน้ำเสียง หวาดหวั่น
“หลังจากนี้พวกเขาอาจจะอาศัยรอยแยกห้วงมิติที่เชื่อมโยงไป ยังอาณาจักรเลี่ยคง เดินทางไปถึงดินแดนดาวตก” เนี่ยเทียนขมวด คิ้ว “เวลานี้พวกผู้แข็งแกร่งของชนต่างเผ่าที่มาถึงที่นี่ ก็น่าจะ อาศัยน้ำวนลูกใหญ่เป็นบันไดเดินทางขึ้นไปยังแผ่นดินด้านบน เผ่า มนุษย์ที่รอดชีวิตตอนนี้ก็ใช่ว่าจะรอดไปถึงท้ายที่สุด”
“ชนต่างเผ่าจะขึ้นไปบนแผ่นดินด้านบนมากมายแค่ไหน แล้ว จะเจอรอยแยกห้วงมิติจนได้เดินทางไปยังอาณาจักรเลี่ยคงเมื่อไหร่ ข้าเองก็คาดการณ์ไม่ได้เช่นกัน”
“เรื่องเดียวที่ข้ายืนยันได้ก็คืออีกไม่นานนัก จะต้องมีชนต่าง เผ่าจำนวนมากไปปรากฏตัวในดินแดนดาวตก”
“บางทีนี่อาจเป็นมหันตภัยครั้งใหม่” เมื่อฟังเนี่ยเทียนกล่าวจบ ในใจของพวกผู้กล้าที่จมจ่อมอยู่ใน ความเจ็บปวดก็ถูกความหวาดกลัวปกคลุมอีกครั้ง
พวกเขาพลันเข้าใจว่าการตายอนาถ ของเหล่าผู้ที่มีเขตลี้ลับใน สำนักยังไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงการเริ่มต้นมหันตภัยครั้งใหม่ เท่านั้น!
ขณะที่พวกเขาเงียบงันไม่เอ่ยคำใด หินส่งข้อความเสียงที่อยู่ ในมือของพวกเขาก็ทยอยกันดังถี่ๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
เหล่าผู้อาวุโสที่ยังมีชีวิตอยู่ของแต่ละสำนักต่างก็เอ่ยเร่งพวก เขา ให้พวกเขารีบเดินทางไปยังน้ำวน อันเป็นขั้นบันไดพาไปสู่ แผ่นดินเบื้องบนโดยเร็วที่สุด บอกว่านี่คือทางออกเดียว พวกเขา จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด
คนเหล่านี้แอบเหลือบมองเนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง ก่อนจะถ่ายทอด เรื่องราวที่เนี่ยเทียน บอกพวกเขากลับไปเบาๆ
พวกเขาบอกเหล่าผู้อาวุโสที่ยังมีชีวิตอยู่ว่า นี่คือแผนการร้าย ของชนต่างเผ่า บอกว่าเกาะที่พวกเขาอยู่ตอนนี้อีกห้าวัน จะมีรอย แยกห้วงมิติที่ตรงไปยังดินแดนดาวตกเปิดขึ้น
พักใหญ่เสวียนเข่อก็วางหินส่งข้อความเสียงลงก่อนใคร แล้ว จึงใช้สายตานับถือมองเนี่ยเทียนอย่างลึกล้ำ “ผู้ที่มีเขตลี้ลับของ สำนักข้าก็บอกเหมือนกันว่าการเปิดรอยแยกห้วงมิติหกเส้นนี้ คือ แผนร้ายของชนต่างเผ่าจริงๆ แล้วก็บอกด้วยว่าชนต่างเผ่ามากมาย คิดจะเข้าไปยังดินแดนดาวตก”
“แต่เขาไม่คิดว่าจะมีรอยแยกห้วงมิติเส้นหนึ่งเปิดขึ้นบนเกาะ นี้ แล้วพาพวกเราไปยังดินแดนดาวตกได้จริง”
สายตาของเฉียนซินซับซ้อน “ใต้เท้าจงผู่ของหอโอสถข้าก็บอก เช่นเดียวกัน เขาเรียกให้พวกเราไปรวมตัวกัน บอกว่าการใช้บันได น้ำวนขึ้นไปยังแผ่นดินเบื้องบนอาจมีอันตรายมากมาย หรืออาจ เจอการล้อมโจมตีจากชนต่างเผ่าจริง ทว่านั่นกลับเป็นทางออก เดียว หากพลาดไปแล้วก็อาจต้องตายสถานเดียวเท่านั้น”
เนี่ยเทียนหรี่ตาลงแล้วเอ่ยอย่างสุขุม “ข้ายังยืนยันคำเดิม คน ที่ยินดีเชื่อข้าก็อยู่ต่อ ไม่ยินดีเชื่อข้าก็จากไปได้เลย ข้าจะไม่ ขัดขวางเด็ดขาด”
“ตระกูลต่งอยู่ต่อ!” ต่งป่ายเจี๋ยออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด ก่อน จะสีหน้ากระตุกเหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นได้จึงพูดอีกครั้งว่า “เนี่ย เทียน หากที่เจ้าพูดเป็นเรื่องจริง ถ้าเช่นนั้นข้าจะบอกให้ผู้อาวุโส ในตระกูลมารวมตัวกันที่นี่ แล้วอาศัยรอยแยกห้วงมิติเส้นที่เจ้า บอก กลับไปดินแดนดาวตกพร้อมกันได้หรือไม่?”
ทุกคนพลันดวงตาเปล่งประกาย
ผู้อาวุโสในสำนักพวกเขาต่างก็บอกแล้วว่า หนทางกลับเต็มไป ด้วยภยันอันตราย อาจต้องเจอชนต่างเผ่ามากมายลอบโจมตี
ไม่มีใครมั่นใจเต็มร้อยว่าจะรอดกลับไปถึงดินแดนดาวตก หากมีเส้นทางหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยน้ำวนก้นหอยขึ้นไป ยังแผ่นดินด้านบน ไม่ต้องตามหารอยแยกห้วงมิติเหล่านั้น แต่ตรง ไปถึงดินแดนดาวตกได้จริงๆ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือเส้นทาง รอดชีวิตสำหรับพวกเขา
เส้นทางรอดชีวิตอาจทำให้พวกผู้โชคดี ของเผ่ามนุษย์ที่ยังมี ชีวิตต่างก็ได้กลับคืนไปยังดินแดนดาวตกก่อนกำหนดอย่าง ปลอดภัย
พวกเขาต่างก็เกิดความคิดแบบเดียวกัน “มีเพียงพวกเจ้าเท่านั้นที่กลับไปได้ คนอื่นๆ ไม่ได้” เนี่ยเทียน ส่ายหัว “เกาะแห่งนี้ผู้ที่มีเขตลี้ลับ และเขตสามัญไม่สามารถเข้า มาได้ อีกอย่างต่อให้พวกเขาเข้ามาได้ นั่นก็หมายความว่าชนต่าง เผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับหกก็ล้วนเข้ามาได้เหมือนกัน”
“หากเป็นเช่นนั้น ผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร พวกเจ้าก็ น่าจะรู้ชัดเจนดี”
หยุดไปครู่ เนี่ยเทียนจึงกล่าวต่อว่า “ข้าขอกำชับอีกหนึ่ง ประโยค หากพวกเจ้าคนใดก็ตามรีบร้อนฝ่าทะลุสู่เขตสามัญตั้งแต่ อยู่ที่นี่ ทุกคนก็ต้องฝังร่างไว้ที่นี่ทั้งหมด!”
“สำนักหยินของข้าเลือกอยู่ต่อ” เย่ฉินแสดงท่าที เฉินฮ่าวพยักหน้า กล่าวอย่างสิ้นหวัง “เขตลี้ลับของสำนักข้า ล้วนตายกันหมดแล้ว ด้วยพละกำลังของพวกเราไม่กี่คน หากคิด จะกลับไปทางบันไดน้ำวนลูกนั้น เกรงว่าคงตายมากกว่ารอด แบบ นี้ก็สู้เดิมพันฝั่งเนี่ยเทียนดีกว่า”
เฉียนซินเองก็กล่าวว่า “หอโอสถอยู่ต่อ!” “องค์กรการค้าสุ่ยเยว่อยู่ต่อ!” ฉินแยนกล่าวเสียงเศร้า ฉินอี้ตายไปแล้ว ผู้ที่มีเขตสามัญหลายคนขององค์กรก็ตายไป แล้ว นางไร้ที่พึ่ง หากจะให้สู้สุดชีวิตเพื่อหวังรอดจากการล้อม โจมตีของชนต่างเผ่า ก็สู้เลือกเชื่อเนี่ยเทียนเสียยังจะดีกว่า
เนี่ยเทียนไม่เอ่ยคำใด ทำเพียงหลับตาแล้วนั่งนิ่งๆ คนของหอหันปิง ตระกูลเฉา และตระกูลกู่ก้มหน้าถกเถียงกัน เบาๆ สอบถามความเห็นของคนในสำนัก
ผ่านไปครึ่งชั่วยามเต็ม เสวียนเข่อ เฉาชิวสุ่ย และกู่ฮ่าวเฟิง สามคนถึงได้เอ่ยการตัดสินใจของพวกเขาออกมา—เลือกอยู่ต่อ เลือกจะเชื่อเนี่ยเทียน!
เมื่อเป็นเช่นนี้ พันธมิตรเล็กๆ ที่รวมตัวกันอยู่ตรงนี้จึงได้ ข้อสรุปที่ตรงกัน
พวกเขาเลือกจะเดิมพันว่า การวิเคราะห์ของเนี่ยเทียนนั้น ถูกต้อง
เนี่ยเทียนยิ้มน้อยๆ แล้วหลับตาลงอีกครั้ง “ยังเหลืออีกห้าวัน ทุกคนฝึกบำเพ็ญตนของใครของมัน รอคอยอย่างอดทนเถอะ สี่ วันที่เหลือพวกเจ้ายังสามารถค้นหาไปรอบๆ เพื่อเก็บเอาสมุนไพร วิเศษมาได้ แต่วันสุดท้ายต้องกลับมารวมตัวกันอยู่ข้างกายข้า หากช้าข้าจะไม่รอ”
ทว่าเมื่อได้รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสำนัก เขตลี้ลับ มากมายตายอนาถ อีกทั้งดินแดนดาวตกจะต้องเผชิญกับหายนะ ครั้งใหม่ เหล่าผู้กล้าต่างก็ตกอยู่ในห้วงอารมณ์เสียใจหดหู่ ไม่มีใจ จะไปค้นหาสมุนไพรวิเศษอีกแล้ว
พวกเขาล้วนใช้เนี่ยเทียนเป็นจุดศูนย์กลาง บ้างก็กระจายตัว กันไป บ้างก็พูดคุยกันเบาๆ บ้างก็หลั่งน้ำตาเงียบๆ บรรยากาศตก อยู่ในความเศร้าสร้อยเจ็บปวด
ส่วนเนี่ยเทียนเลือกจะเก็บตัวอยู่ใต้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ฉวยโอกาสที่ยังมีเวลาเหลืออีกไม่กี่วันพยายามเปลี่ยนแปลงน้ำวน พืชหญ้าให้ได้มากที่สุด ไม่สนใจกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ภายนอก
ทว่าเมื่อผ่านไปสามวันกลับมีผู้แข็งแกร่งต่างเผ่า มาเยือน กะทันหัน
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 579 เรือรบทางช้างเผือกที่ผุพัง ยังเหลืออีกสองวันกว่าจะถึงเวลาที่เนี่ยเทียน นัดหมายกับ กระแสจิตโบราณ เดิมทีเนี่ยเทียนคิดว่าระยะเวลาสั้นๆ เพียงสอง วันนี้เหตุการณ์น่าจะสงบราบรื่น แต่กลับนึกไม่ถึงว่าการ เปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นกะทันหัน
เหล่าผู้กล้าทุกคนที่กำลังพูดคุยกันพลันหุบปากฉับ เงยหน้า มองท้องฟ้าอย่างตกตะลึง
บนท้องฟ้าเหนือเกาะกลางทะลุมีวัตถุขนาดใหญ่ยักษ์ลอยตัว อยู่นิ่งๆ ลักษณะคล้ายกับแผ่นดินลอยตัวที่พวกเขาเคยพบเห็น ตอนอยู่ด้านบน
ทว่าวัตถุใหญ่ยักษ์นั่นกลับหล่อหลอมขึ้นมาจากโลหะ ตลอด ทั้งชิ้นส่องประกายแสงสีทองเย็นเยียบ
นั่นคือเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย! เรือรบทางช้างเผือกที่เผยตัวกะทันหันคล้ายคลึง กับลำที่พวก เนี่ยเทียนได้เห็นในอาณาจักรอั้นหมิง เพียงแต่ว่าลำนี้มีสภาพผุพัง มากกว่า
สิ่งก่อสร้างมากมายบนเรือรบทางช้างเผือกลำนี้ล้วนแตกหัก แม้แต่ตัวเรือเองก็ยังมีคล้ายจุดที่คล้ายถูกกรงเล็บแหลมคมกรีด ผ่าน สภาพผุพังรุ่งริ่งราวกับว่าอาจระเบิดได้ทุกขณะ
“เรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย!” ดวงตาเฉาชิวสุ่ยเต็ม ไปด้วยความหวาดกลัว ตวาดเสียงดัง “มีอสูรกายสายเลือด ระดับสูงมาเยือน ทีนี้เราจะทำยังไงกันดี?”
ทุกคนสีหน้าราวขี้เถ้ามอด ในใจสิ้นหวัง มีความรู้สึกเหมือน หายนะใหญ่มาเยือน
เนี่ยเทียนที่กำลังตั้งใจฝึกตนถูกบีบให้ต้องหยุดชะงัก เมื่อ มองเห็นเรือรบทางช้างเผือกที่ผุพังกลางอากาศลำนั้น เขาเองก็ เป็นกังวลมากเช่นกัน
แต่เขาก็ยังเอ่ยปากปลอบใจทุกคน “ทุกคนอย่าเพิ่งตื่น ตระหนก บนเกาะแห่งนี้…น่าจะขัดขวางการลงจอดของอาวุธวิเศษ ประเภทบินทุกชิ้น อาวุธวิเศษประเภทบินที่พวกเราเอามาก็ยังเป็น เช่นนี้ เรือรบทางช้างเผือกของอสูรกายนี่ก็น่าจะถูกจำกัด เช่นเดียวกัน หากในเรือนั้นมีอสูรกายสายเลือดระดับสูงอยู่จริงก็ ใช่ว่าพวกเขาจะเข้ามาได้”
“พี่ใหญ่เนี่ย เป็นเช่นนี้จริงๆ หรือ?” ริมฝีปากเฝิงอิ๋งสั่นระริก อันที่จริงเนี่ยเทียนก็ไม่มีความมั่นใจมากนัก แต่ก็ยังแข็งใจ กล่าวไปว่า “เป็นเช่นนั้น!”
เมื่อเห็นว่าเรือรบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายมาเยือน เขาไม่ ต้องคิดมากก็รู้ดีว่าบนเรือลำนี้ต้องมีผู้ทรงพลังของเผ่าอสูรกายนั่ง บัญชาการอยู่อย่างแน่นอน
เขาและกระแสจิตโบราณนั่นพูดคุยกันแค่ครู่เดียว แท้จริงแล้ว สิ่งที่กระแสจิตโบราณบอกกล่าวกับเขาจึงมีไม่มากนัก
เขาไม่รู้ว่ากระแสจิตโบราณนั่น จะมีความสามารถขัดขวางเรือ รบทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกาย ขัดขวางไม่ให้ผู้มีสายเลือดสูงส่ง เข้ามาได้จริงหรือไม่
ด้วยพลังในการต่อสู้ของพวกเขาทุกคนที่อยู่ที่นี่ หากเจอกับ ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับห้า ระดับหกเข้าจริงๆ ก็อย่าได้หวังว่า จะมีใครรอดไปได้
เหล่าผู้กล้าที่มาจากแต่ละสำนักในดินแดนดาวตก ต่างก็มอง อึ้งไปยังเรือรบทางช้างเผือกอย่างทำอะไรไม่ถูก
“มันจะ มันจะขัดขวางเรือรบทางช้างเผือก และชนต่างเผ่าที่มี สายเลือดระดับสูงสุดยอดฝีมือได้จริงน่ะหรือ?”
“ต่อให้เนี่ยเทียนพูดถูกก็ยังมีเวลาอีกสองวัน กว่ารอยแยกห้วง มิติที่เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตกจะเปิดออก สองวันนี้พวกเราจะ มีชีวิตอยู่ถึงตอนนั้นไหม?”
“ทุกคนเกรงว่าคงต้องตายกันอยู่ที่นี่แล้วกระมัง?” ทุกคนไม่พูดจา แต่ในใจกลับร้องคร่ำครวญ น้ำตาไหลรินด้วย ความสิ้นหวังและหวาดกลัว
ส่วนลึกในใจของพวกเขาไม่ค่อยเชื่อคำพูดของเนี่ยเทียนเท่าใด นัก ทุกคนต่างก็เตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าสู่ความตายแล้ว
กลางอากาศสูง ริมขอบของเรือรบทางช้างเผือกเผ่าอสูรกาย เหล่าชนต่างเผ่า อย่างอามู่ซือ อาปู้หลู่ ไซหลง และยังมีถ่าเกอ เหยียนซานล้วนยืน รอพร้อมต่อสู้อยู่ข้างกายอสูรกายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาคน หนึ่ง
“ใต้เท้าปาซือทัว บุตรแห่งดวงดาวคนใหม่ผู้นั้นอยู่ในเกาะ ข้างล่างนี้” อามู่ซือเอ่ยอย่างเคารพนอบน้อม
เขาที่แกร่งกล้าดุดัน เมื่อเผชิญหน้ากับอสูรกายวัยกลางคน หน้าตาหล่อเหลาผู้นี้ก็ยังมีท่าทีหวาดเกรง เก็บเอาความโอหัง และ กำเริบเสิบสานกลับไป เสียงที่ใช้พูดก็แผ่วเบา
อสูรกายวัยกลางคนก็คือ ผู้แข็งแกร่งเผ่าอสูรกายที่ติดต่อกับตี๋ ย่าลั่วจากจุดลึกของทางช้างเผือกอันห่างไกลผู้นั้น
ผลึกใสทรงปริซึมกลางหว่างคิ้วของปาซือทัว ปลดปล่อยม่าน แสงสีเขียวสว่างจ้ากลบทับท้องฟ้า กระแสจิตวิญญาณกว้างใหญ่ ไพศาล ที่แผ่ไปทั่วรัศมีล้านลี้ถูกปล่อยออกมาจากผลึกนั้น
ไม่เพียงพวกอามู่ซือ ไซหลง และถ่าเกอเท่านั้น แม้แต่ผู้ แข็งแกร่งเผ่าอสูรกายซึ่งมีสายเลือดระดับห้า ระดับหกที่อยู่ข้าง กายเขาก็ยังหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ตอนที่ปาซือทัวใช้เวทลับห้วงมิติ จิตวิญญาณของพวกเขาทุก คนต่างก็เกิดความรู้สึกเหมือนจะไม่อยู่ในการควบคุมของตัวเอง ราวกับสามารถปล่อยให้ปาซือทัวคร่าชีวิตไปได้ทุกเมื่อ
เสมือนว่าเพียงแค่ปาซือทัวฉุกคิด จิตวิญญาณของพวกเขาทุก คนก็จะแหลกสลายไปในทันที
น้ำทะเลสีดำราวกับหมึกที่อยู่รอบเกาะโถมตัวเป็นคลื่นลูก ยักษ์น่าตกใจ
ม่านแสงสีดำสนิทชั้นหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาเหนืออากาศของ เกาะกลางทะเล ก่อนจะปกคลุมเกาะแห่งนั้นเอาไว้มิด จนแม้แต่ ลมก็ยังเล็ดรอดไปไม่ได้
เวทลับจิตวิญญาณที่ปาซือทัวกระตุ้นออกมา กลายมาเป็น ม่านแสงสีเขียว ทว่าเมื่อกระทบเข้ากับม่านแสงสีดำของเกาะ กลับ ทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ห่างไปประมาณสามชั่วลมหายใจ ปาซือทัวก็เก็บเวทลับจิต วิญญาณกลับคืนมาด้วยดวงตาฉายแววตะลึง
“บนเกาะนี้ได้รับการคุ้มครองจากเขา” ปาซือทัวพึมพำเบาๆ บนใบหน้าถึงกับเผยความหวาดหวั่น “เขาน่าจะอยู่ในสภาวะหลับ ลึก หากข้าใช้พลังสายเลือดทั้งหมดไปกระตุ้น ทำลายกฎเกณฑ์ ที่ตั้งเอาไว้ ต้องปลุกให้เขาตื่นขึ้นมาแน่นอน และหากเขาตื่น…”
ปาซือทัวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “อามู่ซือ และพวกเจ้า ที่มีสายเลือดระดับสี่จงกลับไปยังเกาะนั้นอีกครั้ง สังหารบุตรแห่ง ดวงดาวคนใหม่นั่นซะ”
“ใต้เท้า บุตรแห่งดวงดาวผู้นั้นร้ายกาจผิดปกติ ทั้งยัง ครอบครองอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณของเผ่ามนุษย์ด้วย” อามู่ ซือสีหน้าไม่น่ามอง “บนเกาะนั้นยังมีมนุษย์ฝีมือระดับเดียวกับ เขาอีกมากมาย ก่อนหน้านี้พวกเราถูกบีบให้ต้องออกมา ต่อให้เข้า ไปใหม่อีกครั้งก็ใช่ว่าจะสามารถสังหารบุตรแห่งดวงดาวผู้นั้นได้”
“ใต้เท้าปาซือทัว หรือว่าท่าน…ก็ยังฝืนฝ่าเข้าไปไม่ได้?” อาปู้ หลู่เอ่ยเบาๆ
“เด็กรุ่นเล็กอย่างพวกเจ้าไม่รู้สักนิดว่าที่นี่คือสถานที่แบบใด” ปาซือทัวแค่นเสียงเย็น “ที่แผนการรุกรานแผ่นดินเบื้องล่างของ พวกเรา แต่ละเผ่าซึ่งในอดีตอาศัยอยู่แผ่นดินเบื้องบนล้มเหลว ถูก บีบให้ต้องย้ายออกไปก็เพราะตอนนั้นแม้แต่พวกเราก็ยังไม่รู้ว่า แผ่นดินด้านล่างมีสิ่งมีชีวิตบรรพกาลหลับลึกอยู่”
“และก็เพราะการตื่นของเขาถึงทำให้พวกเราทุกฝ่ายพ่ายแพ้ แตกระส่ำ ต้าจุนหลายท่านตายกลาดเกลื่อน”
“หากไม่เป็นเพราะว่าเวลาส่วนใหญ่เขาอยู่ในสภาวะหลับลึก แล้วล่ะก็ ตอนนี้แม้แต่มาเยือนพวกเราก็ยังไม่กล้า”
“ในเมื่อสถานที่แห่งนี้ได้รับการปกป้องจากเขา ก็อย่าได้คิดจะ ท้าทายพลังอำนาจของเขาโดยมองข้ามกฎที่เขาตั้งเอาไว้”
คำพูดนี้ดังจบ เหล่าชนต่างเผ่ารุ่นเล็กของเผ่าทมิฬ เผ่าหินเทา และภูตผีปีศาจที่มาเยือนต่างก็หน้าเผือดสี ดั่งว่าเพิ่งเคยได้ยิน ความลับเรื่องที่พวกเขาจำต้องย้ายออกไปจากมาตุภูมิเป็นครั้งแรก
แม้แต่คนของเผ่าอสูรกายที่มีสายเลือดระดับห้า และหกก็ เหมือนจะเพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้ พวกเขาต่างพากันหน้าเปลี่ยนสี
“นี่คือความอัปยศของพวกเราทุกฝ่าย ผู้อาวุโสในตระกูลพวก เจ้าย่อมไม่เล่าให้ฟังอยู่แล้ว” ปาซือทัวสีหน้ามืดคล้ำ ก่อนจะหยิบ มีดยาวเล่มหนึ่งออกมาส่งให้อามู่ซือแล้วกล่าวน้ำเสียงจริงจัง “เอา มีดวิญญาณอสูรเล่มนี้ไปสังหารบุตรแห่งดวงดาว ต้องใช้ระดับ สายเลือดของเจ้าสร้างพลังจิตวิญญาณ และแก่นสายเลือดทั้งหมด ขึ้นมาถึงจะฟันออกไปได้หนึ่งครั้ง”
“การฟันครั้งเดียวนั้น ต่อให้บุตรแห่งดวงดาวคนใหม่จะมี อาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณก็ไม่น่าจะต้านทานได้ไหว”
“เจ้าสังหารบุตรแห่งดวงดาว ส่วนคนอื่นๆ ก็สังหารมดตัวเล็ก เผ่ามนุษย์พวกนั้นไปให้หมด อย่าเสียเวลามากนัก พวกเรายังต้อง รีบไปที่ดินแดนดาวตกกันอีก”
อามู่สือกำมีดวิญญาณอสูรเล่มนั้นไว้อย่างฮึกเหิมแล้วกล่าวว่า “ใต้เท้าโปรดวางใจ ข้าจะสังหารบุตรแห่งดวงดาวผู้นั้นให้ได้! หาก ไม่เพราะเขามีอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณของเผ่ามนุษย์ ข้าก็คง สังหารเขาได้ตั้งแต่คราวก่อนแล้ว!”
“ไปเถอะ” ปาซือทัวโบกมือเร่งเร้าอย่างหงุดหงิดใจ หลังจากนั้นรถศึกทรงปรึซึมหลายลำ จึงบินออกมาจากเรือรบ ทางช้างเผือกของเผ่าอสูรกายแล้วกระจายตัวลงจอดอยู่ริมเกาะ ก่อนที่ชนต่างเผ่าสายเลือดระดับสี่จำนวนมากจะมารวมตัวกัน แล้วพุ่งมาหาตำแหน่งที่เนี่ยเทียนอยู่อย่างรวดเร็ว
“พวกเขามาแล้ว!” ต่งป่ายเจี๋ยตวาดก้อง “ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่เนี่ยเทียนบอกเอาไว้ ชนต่างเผ่าที่ เข้ามามีเพียงสายเลือดระดับสี่ แถมยังเป็นคนพวกนั้นด้วย!” เสวียนเข่อสีหน้าเย็นเยียบ “หากมีแค่พวกเขาก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ นัก!”
“ก็ไม่แน่” ต่งลี่ส่ายหัว สีหน้าเคร่งเครียด “พวกเขาหนีไปแล้ว ครั้งหนึ่ง ตอนนี้ยังกล้ากลับมาใหม่ย่อมต้องอาศัยอะไรบางอย่าง!”
“คนเหล่านั้นล้วนพุ่งเป้ามาที่ข้า” เนี่ยเทียนมองออกอย่าง ทะลุปรุโปร่ง เขาเคยได้ยินอามู่ซือพูดถึงตัวตนบุตรแห่งดวงดาว ของเขา จึงรู้ดีว่าในสายตาของชนต่างเผ่า ตัวตนนี้สำคัญยิ่งกว่า ดินแดนดาวตกทั้งดินแดนเสียอีก!
พวกอามู่ซือกล้าไปแล้วย้อนกลับมา แสดงว่าต้องมีความมั่นใจ มากพอ มิฉะนั้นคงไม่หวนคืนมาอีกครั้ง
ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่เนี่ยเทียนก็พลันตะโกนขึ้นว่า “ผู้ที่มี ขอบเขตต่ำพยายามอยู่ใกล้ข้าเข้าใจ หากไม่ไหวจริงๆ ก็พุ่งเข้ามา ในตำแหน่งของข้าตอนนี้!”
เขาดึงกิ่งไม้หนึ่งกิ่งออก ถอนค่ายกลกำเนิดไม้โบราณไปก่อน แล้วจึงเดินออกมาจากด้านใน
หลังจากนั้นเขาก็สวมเกราะมังกรเพลิงลงบนร่างอีกครั้งอย่าง ไม่ลังเล แล้วจึงเดินไปอยู่หน้าสุดพร้อมกล่าวว่า “ยืนหยัดอย่าง มากสุดสองวัน รอให้รอยแยกห้วงมิติเส้นนั้นเปิด พวกเราก็จะไป จากที่นี่ได้!”
“ตกลง!” ครึ่งวันต่อมา อามู่ซือที่มือทั้งสองข้างกุมมีดวิญญาณอสูรเอาไว้ก็พาชนต่าง เผ่าทั้งกลุ่มมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเนี่ยเทียนอีกครั้ง
“ข้าสังหารเนี่ยเทียนเอง พวกเจ้าไปฆ่าคนที่เหลือ!” อามู่ซือต วาดกร้าว ทันใดนั้นเขาก็กรอกเทพลังจิตวิญญาณ และแก่น สายเลือดในร่างเข้าไปยังสุดยอดอาวุธของเผ่าอสูรกายที่ปาซือทัวม อบให้
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 580 อานุภาพของหนึ่งการฟาดฟัน มือทั้งคู่ของอามู่ซือประคองมีดเล่มยาวเอาไว้อย่างระวัง ใน สายตาของเขา มีดเล่มยาวสีดำสนิทนั้นปานประหนึ่งอาวุธล้ำค่า หายากจึงจำต้องดูแลอย่างดีกลัวว่าจะมีข้อผิดพลาด
มองท่าทางของเขาที่เห็นมีดเล่มนั้นประหนึ่งเห็นเทพเจ้า เนี่ย เทียนก็หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ เกิดความรู้สึกกระวนกระวายไม่เป็น สุข
ยังไม่ทันรอให้เนี่ยเทียนจับตามองมีดเล่มยาวนั้นอย่างละเอียด เผยฉีฉีที่หายตัวไปหลายวันก็พลันปรากฏตัวขึ้น
“เนี่ยเทียน! ระวังมีดเล่มนั้น!” พอเผยกายเผยฉีฉีก็มายืนเคียง ข้างเขาทันที ทำท่าทางราวกับเจอศัตรูตัวฉกาจ “มีดเล่มนั้นน่า กลัวอย่างถึงที่สุด ข้ามองเห็นว่าตรงใบมีดมีลายเส้นห้วงมิติเล็ก ละเอียด! ราวกับว่าแม้แต่พื้นที่นี้ก็ยังไม่สามารถแบกรับอานุภาพ ของมันไว้ได้ เจ้ารีบเข้าไปซ่อนตัวในค่ายกลเร็วเข้า!”
นางกล่าวจบ เนี่ยเทียนจึงจ้องมองไปอย่างละเอียด แล้วก็เห็น จริงอย่างที่นางบอก
ตรงใบมีดของมีดยาวดำสนิทเล่มนั้น มีรอยปริเล็กละเอียดที่ ปริออกแล้วก็ประสานตัวกลับเข้าหากันใหม่ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตา เปล่า
ผู้กล้าหลายคนที่มาจากดินแดนดาวตกเมื่อได้ยินเผยฉีฉีพูด เช่นนี้ ก็พลันปลดปล่อยกระแสจิตออกมาหมายสัมผัสความ มหัศจรรย์ของมีดเล่มนั้น
เหล่าผู้กล้าที่ยังไม่เลื่อนสู่เขตสามัญ ยังไม่มีพลังจิตวิญญาณ ให้ใช้พลันร้องอึกอักในลำคอ
กระแสจิตทั้งหมดที่ลอยเข้าไปในมีดเล่มยาว กลับได้รับสิ่ง ตอบแทนเป็นความเจ็บปวดที่ส่งตรงเข้ามายังมหาสมุทรจิต วิญญาณ!
จิตวิญญาณของพวกเขาเหมือนถูกชักนำให้ลอยไปหามีด วิญญาณอสูร
พวกเขาพากันระงับความผิดปกติของจิตวิญญาณอย่าง ยากลำบากด้วยใบหน้าซีดขาว ไม่กล้ามองมีดยาวเล่มนั้นอีกแม้แต่ แวบเดียว!
เนี่ยเทียนหน้าเปลี่ยนสี ตวาดดัง “เข้ามาข้างในกันให้หมด!”
พริบตานั้นศิษย์ผู้ทรงเกียรติทุกคน และยังมีผู้ฝึกลมปราณเผ่า มนุษย์เขตต้นสวรรค์ต่างก็รีบเข้าไปหลบในค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณทันที
เผยฉีฉีเองก็ถูกเนี่ยเทียนดึงให้ถอยหลังมาอย่างรวดเร็ว เขารีบขยับกิ่งไม้ให้ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ แผ่ม่านแสงสี เขียวมาคุ้มครองทุกคนไว้ด้านใน
อามู่ซือแสยะยิ้ม ไม่คิดห้ามปรามการกระทำของเนี่ยเทียน ดูเหมือนเขาจะมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าต่อให้เนี่ยเทียนซ่อน ตัวอยู่ในค่ายกลกำเนิดไม้โบราณก็ยังมิอาจต้านทานความแหลม คมของมีดวิญญาณอสูรได้
“ไม่มีประโยชน์ มีดยาวเล่มนี้เป็นของใต้เท้าปาซือทัว ไม่ใช่สิ่ง ที่พวกเจ้าจะต้านทานได้!”
ทิ้งประโยคนี้ไว้ มือทั้งคู่ของอามู่ซือก็กดลงไปบนคมมีด แก่น สายเลือดในร่างของเขา และพลังจิตวิญญาณทั้งหมดต่างก็ถูก กรอกเทเข้าไปในมีดยาวสีดำเล่มนั้น
ชนต่างเผ่ามากมายที่ยืนอยู่ข้างอามู่ซือ พอเห็นว่าเขาเริ่มใช้ มีดวิญญาณอสูรต่างก็พากันถอยหนีด้วยท่าทางตื่นตระหนก
พริบตานั้นระหว่างเนี่ยเทียน และอามู่ซือจึงไม่มีใครกล้าขวาง กั้นอีกแม้แต่คนเดียว
มือทั้งคู่ของอามู่ซือที่กดลงบนคมมีด พลันถูกแสงเลือดสีเขียว รัดพัน แสงเลือดสีเขียวเหล่านั้นก็คือการรวบรวม และการถ่ายโอน แก่นสายเลือดของอามู่ซือ เอง
แขนของเขาที่เดิมทีหนาใหญ่แข็งแกร่ง ตอนนี้กลับเห็นได้ชัด ว่าเหี่ยวแห้งลงไปอย่างรวดเร็ว
แม้แต่เรือนกายของเขาก็ยังค่อยๆ หดเล็กลงราวกับว่าพลัง เลือดเนื้อทั้งหมดในร่างล้วนถูกกรอกเทเข้าไปในมีดเล่มยาว
ไม่เพียงเท่านี้ ดวงตา จมูก และใบหูของอามู่ซือยังมีลิ่มเลือด ไหลออกมาด้วย
นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเบิกพลังจิตวิญญาณมาใช้ล่วงหน้าเกิน ความจำเป็น!
พลังอำนาจน่ากวาดกลัวที่ราวกับจะบดขยี้ฟ้าดิน ดับทำลาย ทุกสิ่งมีชีวิตพลันก่อตัวขึ้นมาในมีดวิญญาณอสูรที่มือ ของอามู่ ซือวางทาบไว้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังไต่ทะยานขึ้นเรื่อยๆ!
นาทีถัดมา เสียงร้องหวีดโหยของฝูงวิญญาณก็ดังขึ้นใน มหาสมุทรจิตสำนึกของทุกคน!
เสียงร้องคำรามแหบแห้งเหล่านั้น แม้แต่ค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณก็ยังมิอาจสกัดกั้นได้ เหล่าศิษย์ผู้ทรงเกียรติของแต่ละ สำนัก ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในล้วนยกมือขึ้นมาปิดหูแล้วร้องโหยหวน ด้วยความเจ็บปวด
แม้แต่ซอกนิ้วของพวกเขาก็ยังมีเลือดสดไหลรินออกมา! ลำพังเพียงแค่เสียงร้องคำรามจากในใบมีด ก็ทำให้ผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์เขตต้นสวรรค์รู้สึกหวาดผวา เหมือนจิต วิญญาณจะถูกฉีกกระชากได้แล้ว
ทุกคนพากันนั่งขัดสมาธิลงบนพื้น มือทั้งคู่อุดหู รวบรวมพลัง จิตต้านทานสุดชีวิต
แม้แต่ต่งป่ายเจี๋ย และต่งลี่ก็ยังเป็นเช่นเดียวกัน มีเพียงเนี่ยเทียน และเผยฉีฉีเท่านั้นที่ยังยืนตระหง่านอยู่เบื้อง หน้าทุกคน ไม่ได้นั่งลงไปทันที
ทว่าเนี่ยเทียนที่ฟังเสียงวิญญาณร้องหวีดหวิว แม้จะยืนได้อยู่ ทว่ากลับรู้สึกแทบจะทานทนไม่ไว้
ยังไม่ทันเริ่มต่อสู้ สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ก็ส่องประกายราวเพชรเม็ดโต พลังจิตวิญญาณจากแสงดาวพร่าง พราว สาดส่องลงมาปกคลุมมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาเอาไว้ รอบด้าน ป้องกันไม่ให้เขาถูกรุกราน
เขาจ่ายค่าตอบแทนด้วยการยอมให้ พลังจิตวิญญาณลึกลับ ของสะเก็ดดาวเก้าดวงไหลหายไปอย่างบ้าคลั่ง ถึงจะพอฝืน ต้านทานความน่ากลัวของเสียงหวีดร้องนั้นได้อย่างกล้อมแกล้ม
“เนี่ยเทียน! หากเจ้าต้านทานมีดนี้ได้ ข้าจะหันหัวกลับทันที!” อามู่ซือมีเลือดไหลออกมาจากทางทวารทั้งเจ็ด เขาเปล่งเสียง คำรามราวจะขาดใจ มือที่ถือมีดไว้คล้ายชักนำให้ฟ้าดินให้ค่อยๆ บีบอัดลงมา
เมื่ออามู่ซือเงื้อมีดวิญญาณอสูร พลังงานฟ้าดินเล็กละเอียด จากสี่ด้านแปดทิศก็เหมือนถูกฉีกกระชากเป็นผุยผง
แสงมีดสีเขียวคล้ายธารน้ำเส้นยาวค่อยๆ ก่อตัวขึ้น คมมีดของมีดวิญญาณอสูรมีเส้นใยสายเลือด เล็กละเอียดนับ พันนับหมื่นเส้นตัดสลับกัน มองดูเหมือนไส้เดือนตัวเล็กๆ ที่กำลัง เลื้อยขยุกขยิก ทั้งยังปลดปล่อยประกายแสงเจิดจ้าแสบตา
มีดแสงนั้นประหนึ่งธารน้ำกว้างใหญ่อย่างถึงที่สุด ซึ่งกลางธาร น้ำยังมีเงาร่างของผีร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ด้านใน
วิญญาณร้ายเหล่านั้นอาบไล้แสงมีดอยู่ด้านใน พวกมันเข่นฆ่า กันเอง ทั้งยังรวบรวมความกระหายเลือด ความสิ้นหวัง ความคิด ชั่วร้ายที่สร้างความวอดวายทั้งหมดทั้งมวลให้มาอยู่ด้วยกัน
“เปรี๊ยะๆ!” แสงมีดดั่งธารน้ำสีเขียวเข้มค่อยๆ ตวัดฟันลงมา ห้วงอากาศ ปริแตก ทั้งยังมีสะเก็ดแสงจำนวนมากปลิวกระจายเข้าใส่แสงมีด ยิ่งทำให้แสงมีดมีอานุภาพลึกล้ำร้ายกาจ
“ปัง!” แสงมีดกว้างใหญ่ดุจธารน้ำ ฟันลงมาบนค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณอย่างเชื่องช้า
ลายเส้นต้นไม้ลึกลับจากต้นไม้แห่งชีวิต ที่ล่องลอยอยู่ ท่ามกลางม่านแสงสีเขียวไม่ได้รับสารบำรุงจากจิงชี่พืชหญ้า มา ชดเชยจึงพลันหดกลับเข้าไปในกิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่งอีกครั้ง
ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณที่เคยต้านทานชนต่างเผ่าหลายสิบคน ต่อให้ถูกโจมตียาวนานก็ยังไม่พังทลาย มาบัดนี้กลับแหลกสลาย ไปในเสี้ยววินาที!
การพังทลายของค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ทำให้เหล่าผู้กล้าทุก คนที่อยู่เบื้องใต้ค่ายกลต้องทนแบกรับ กับเสียงร้องโหยหวนของ เหล่าวิญญาณอย่างรุนแรงมากขึ้น
พวกเขาล้วนเอามือกุมหัว เปล่งเสียงร้องโอดโอย พยายาม ต้านทานเสียงโหยหวนจากวิญญาณที่น่าหวาดกลัวกันอย่างเต็มที่
การฟาดฟันครั้งนี้มองดูเหมือนพุ่งเป้ามาที่เนี่ยเทียนเพียงคน เดียว ทว่าแท้จริงแล้วทุกคนกลับโดนลูกหลงกันหมด!
“เนี่ยเทียน ข้าทำได้เพียงช่วยเจ้าผ่อนอานุภาพของมีดนี้ครู่ หนึ่งเท่านั้น”
ในที่สุดเผยฉีฉีก็นั่งลง มือทั้งคู่ของนางชักดึงอยู่กลางอากาศ สร้างตราประทับฝ่ามือที่ลี้ลับขึ้นมา เมื่อตราฝ่ามือนี้ก่อตัวขึ้น ปลายนิ้วของนางก็มีมีดแสงห้วงมิติหลายเล่มเปล่งวูบวาบ
มีดแสงห้วงมิติจำนวนมากเหมือนยังหลงเหลือ อานุภาพจาก สายเลือดของผู้แข็งแกร่งลึกลับคนนั้น และตอนนี้ก็ถูกนางดึงเอา มาใช้
เวทลับห้วงมิติที่นางเพียงแค่เริ่มคลำทาง ยังไม่ทันเข้าใจเต็มที่ กลับถูกนางร่ายใช้ก่อนกำหนด
“ห้วงมิติแข็งตัว!” เมื่อเสียงตะโกนของนางดังจบ พื้นที่ว่างเหนือศีรษะของทุกคน ก็คล้ายจับตัวเป็นน้ำแข็งในเสี้ยววินาที
ชั่วขณะนั้นทุกคนไม่ได้ยินเสียงวิญญาณร้องโหยหวนอีกต่อไป พวกเขาล้วนสัมผัสได้ว่าเวลา และห้วงมิติพลันหยุดชะงัก
พวกเขาสัมผัสไม่ได้ถึงความเคลื่อนไหวของสายลม มองไม่เห็น ใบไม้พืชหญ้าโบกสะบัด แม้แต่เลือดสดของตัวเองก็ยังหยุดไหล หัวใจหยุดเต้น
ยามนี้ทุกคนพลันเกิดความรู้สึกว่าฟ้าดินแถบนี้ได้ถูกแช่แข็ง เอาไว้ พวกเขาเป็นเพียงแค่มดเล็กๆ ตัวหนึ่งที่ทำไม่ได้แม้แต่จะ ขยับนิ้ว
ขนาดความคิดของพวกเขาก็ยังถูกเวทลับห้วงมิติน่ากลัว ที่ เผยฉีฉีร่ายออกมาส่งผลกระทบจนเปลี่ยนมาเป็นเชื่องช้า
ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันยังมีแสงมีดหนาใหญ่ที่ฟันลงมา แสงมีดที่เดิมทีตวัดลงมาอย่างเชื่องช้า ได้ถูกพันธนาการไปด้วย
นอกจากอามู่ซือที่ถือมีดแล้ว พวกชนต่างเผ่าที่กระจายตัวอยู่ รอบๆ ต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง และหวาดผวา
สีหน้าของพวกเขาชะงักค้าง ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้อีก! เห็นได้ชัดว่าพวกเขาที่ห่างไปไกลมากพอก็ยังหนีไม่พ้นเวทลับ ห้วงมิติแปลกประหลาดที่เผยฉีฉีเป็นคนร่ายออกมา
ยามนี้หากเผยฉีฉียังมีกำลังเหลือ นางก็สามารถใช้มีดแสงห้วง มิติสังหารพวกเขาทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย!
ทว่าเผยฉีฉียังไม่มีความสามารถนั้น “เปรี๊ยะ!” เสียงประหลาดดังออกมาจากในแสงมีดสีเขียวเข้ม กว้างใหญ่ ดุจธารน้ำ ห้วงอากาศที่แข็งตัวคล้ายแผ่นน้ำแข็ง ที่ถูกค้อนเหล็ก ทุบลงมาจึงแตกออกไปทีละชุ่น!
“พรวด!”
เผยฉีฉีกระอักเลือดสด ใบหน้าของนางซีดขาวราวกระดาษ หมดสติลงไปข้างกายเนี่ยเทียนทันใด
อามู่ซือที่ถือมีดมองเผยฉีฉีด้วยสีหน้าตะลึงระคนหวาดหวั่น ก่อนที่เขาจะยกมีดขึ้นอีกครั้ง
เมื่อมีดวิญญาณอสูรขยับ แสงมีดสีเขียวเข้มดุจธารน้ำจึงยังคง ตวัดฟันลงมาอย่างไม่หยุดยั้ง
“ตูม!” สะเก็ดเพลิงสีแดงฉานบินออกมาจากในเกราะมังกรเพลิง ที่ เนี่ยเทียนสวมแล้วพลันลุกไหม้กลายเป็นเปลวไฟสูงเทียมฟ้า
กลางอากาศส่งเสียงเผาไหม้ดัง เปรี๊ยะปร๊ะ เนี่ยเทียนเรียก ดาราเพลิงกาฬออกมา เดินขึ้นหน้าหนึ่งก้าว รวบรวมพลังวิญญาณ ต่างธาตุจากจุดตันเถียนไว้ด้วยกัน แล้วกระตุ้นหมัดพิโรธที่ได้มา จากดินแดนลึกลับ
นาทีนี้เขาใส่พลังทุกอย่างโดยไม่มีเหลือเก็บไว้ ไม่ว่าจะเป็นจิง ชี่เลือดเนื้อ พลังเปลวเพลิง พลังพืชหญ้า พลังดวงดาว พลัง วิญญาณจากน้ำวนทั้งแปดลูกล้วนถูกกรอกเทเข้าหาดาราเพลิง กาฬทั้งหมด
และยังมีพลังความร้อนพลุ่งพล่าน จากในแกนเลือดของเกราะ มังกรเพลิงด้วย!
ในกลุ่มหมอกหลากสีที่กลิ้งซัดตลบอยู่เหนือทะเลสาบ เดิมทีมี รอยแยกห้วงมิติที่ควรเชื่อมโยงไปยังดินแดนของชนต่างเผ่า
ทว่าบัดนี้ในรอยแยกห้วงมิติเหล่านั้นกลับมีเสียงร้องคำราม เดือดดาลของเทพยักษ์ค้ำฟ้าที่คิดต่อต้านฟ้าดินในยุคบรรพกาลดัง ลอยมา!
ราชาแห่งสวรรค์และปฐพี เล่มที่ 20 บทที่ 581 ตระหง่านไม่รู้ล้ม เสียงคำรามของเทพยักษ์คำฟ้าเหมือนดังก้องไปทั่วทั้งปฐพี แต่กลับมีเพียงเนี่ยเทียน และอามู่ซือสองคนเท่านั้นที่ได้ยิน
วิญญาณนับพันนับหมื่นที่ไหลบ่า อยู่กลางแสงมีดกว้างดุจธาร น้ำพลันหยุดเสียงร้องโหยหวนไปกลางคัน!
เนื่องจากเสียงร้องหวีดหวิวของฝูงวิญญาณขาดหายไป เหล่าผู้ กล้าเผ่ามนุษย์ที่พยายามต้านทานกันอย่างสุดกำลัง จึงพลันไม่ได้ รับผลกระทบอีกต่อไป
พวกเขาหันไปมองเนี่ยเทียนด้วยความตะลึงพรึงเพริด เนี่ยเทียนมีเปลวไฟล้อมวนไปทั่วร่าง เหมือนกลายร่างมาเป็น เทพเจ้าแห่งเพลิง แสงมีดยาวสิบกว่าจั้งเส้นหนึ่งประดุจมังกร คะนองน้ำ ที่เผ่นโผนขึ้นไปบนฟากฟ้าแล้วปะทะเข้ากับมีดแสง กว้างใหญ่ ที่เกิดจากมีดวิญญาณอสูรอย่างจัง
เส้นแสงดารดาษสาดกระจาย สีสันพร่างพรายระยิบระยับส่อง สว่างไปทั้งนภากาศ!
พลังวิญญาณหลากหลายธาตุ ที่เนี่ยเทียนรวบรวมขึ้นมา ประหนึ่งน้ำบ่าที่กรอกเทเข้าหาดาราเพลิงกาฬ เพิ่มอานุภาพของ แสงรุ้งเส้นนั้นอย่างต่อเนื่อง
จุดที่แสงสีเขียวเข้มกับแสงสีแดงตัดสลับกัน ห้วงอากาศปริ แตกแหลกละเอียด พื้นดินเบื้องล่างเป็นหลุมเป็นบ่อ
“อ๊าก!” ใบหน้าของอามู่ซืออาบไปด้วยเลือด เขาเปล่งเสียงร้องแปร่งหู ดั่งคนบ้า ท่อนแขนปริแตกเป็นบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะลาม ไปทั่วทั้งตัว เลือดสดไหลทะลักไม่หยุด
เช่นเดียวกัน เนี่ยเทียนเองก็กระอักเลือดคำใหญ่ เส้นเอ็นบน มือข้างที่จับดาราเพลิงกาฬปริแตกออกหลายเส้น
“ตูม!” อามู่ซือที่มือทั้งสองจับด้ามมีด เซกรูดถอยหลังคล้ายถูกสัตว์ บรรพกาลพุ่งชน จนกระทั่งถอยไปร้อยก้าวถึงหยุดยืนได้อย่าง มั่นคง
แก่นสายเลือดรวมไปถึงพลังจิตวิญญาณทั้งร่างของเขา ที่ รวบรวมขึ้นมาล้วนหายวับไปหลังจากการฟาดฟันครั้งนี้
แสงของมีดวิญญาณอสูรไม่หลงเหลืออีกต่อไป เพราะไม่มีพลัง เหลือให้ค้ำประคองจึงกลายมาเป็นเหมือนอาวุธธรรมดาทั่วไป
หลังจากที่ยืนได้มั่นคง อามู่ซือก็จ้องเขม็งมาที่เนี่ยเทียน แล้ว เขาก็เห็นว่าเนี่ยเทียนยังคงยืนตระหง่านไม่ล้มลง เพียงแค่มือทั้งคู่ สั่นระริกไม่หยุด และมีเลือดหยดลงมาจากแขนทั้งสองเท่านั้น
เขาใช้พลังที่เหลือของผลึกปริซึมกลางหว่างคิ้ว มองไปก็รู้ว่า พลังวิญญาณทั้งร่างของเนี่ยเทียนแทบจะหายเกลี้ยงไปหมด เช่นกัน
ทว่าในร่างของเนี่ยเทียนยังคงมีคลื่นเลือดลมที่เปี่ยมล้นดังเดิม ใจของอามู่ซือพลันบังเกิดความหวาดหวั่น ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ คิดไม่ถึงว่าเขารวมพลังทั้งหมดที่มีใช้มีดวิญญาณอสูรอาวุธร้าย กาจ ที่ปาซือทัวมอบให้ฟันลงไป แต่กลับยังไม่สามารถสังหารเนี่ย เทียนได้
สภาพของเนี่ยเทียนตอนนี้ดีกว่าเขามากอย่างเห็นได้ชัด พวกผู้แข็งแกร่งต่างเผ่าที่กระจายตัวกันอยู่ไกลมาก ล้วนใช้ สายตาเหมือนมองตัวประหลาดจ้องเขม็งมายังเนี่ยเทียน
พวกเขาไม่เอ่ยคำใด ทว่าใจกลับสั่นไหวไม่หยุด
“บุตรแห่งดวงดาว! นี่ นี่ก็คือพลังในการต่อสู้ที่แท้จริงของบุตร แห่งดวงดาวงั้นรึ?”
“ขนาดมีดวิญญาณอสูรของใต้เท้าปาซือทัว ที่ถูกอามู่ซือก ระตุ้นใช้ก็ยังไม่สามารถฆ่าคนผู้นี้ได้ แถมเขายังเป็นเพียงบุตรแห่ง ดวงดาวคนใหม่เท่านั้น!”
“ยังจำเป็นต้อง…สู้ต่อหรือไม่?” ในใจเหล่าชนต่างเผ่าร้องคร่ำครวญ เมื่ออามู่ซือตวัดฟันมีดนั้น พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามอีก
“กลับมาเถอะ” และเวลานี้เอง ในมีดวิญญาณอสูรที่อามู่ซือถือเอาไว้แน่นก็มี เสียงของของปาซือทัวดังขึ้นมา
อามู่ซืออึ้งไปครู่แล้วพลันหันมองไปทางน้องชาย “พาข้าไป จากที่นี่!”
ขนาดพละกำลังให้พาตัวเองหนีไปจากที่นี่ เขาก็ยังไม่มี หลงเหลือ
อาปู้หลู่บินเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิดมาก ก่อนจะ แบกอามู่ซือขึ้นหลัง หมุนตัวได้ก็พุ่งไปยังริมเกาะทันที
ชนต่างเผ่าที่เหลืออยู่พอเห็นการกระทำของอาปู้หลู่ ต่างก็คืน สติแล้วรีบถอยหนีไปด้วยความหวาดกลัวรวดเร็วดั่งกระแสน้ำลง
ตรงทะเลสาบสีดำ พวกต่งป่ายเจี๋ยล้วนหันมามองเนี่ยเทียน ด้วยสายตาลึกล้ำ
เสวียนเข่อเอ่ยถาม “เนี่ยเทียน พวกเราควรจะฉวยโอกาสตาม ไปโจมตีหรือไม่?”
“สภาพของพวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เนี่ยเทียนเอ่ยถามเบาๆ เสวียนเข่อหน้าเจื่อน “พลังจิตเผาผลาญไปมหาศาล แต่พลัง วิญญาณ…ไม่ได้ไหลหายไปมากนัก”
เนี่ยเทียนหันไปมองคนอื่นก็เห็นว่าคนเหล่านั้นพยักหน้าเบาๆ มาให้
ดูท่าสภาพของทุกคนคงเหมือนเสวียนเข่อ นั่นถือถูกเสียงร้อง หวีดโหยจากวิญญาณที่อยู่ในมีดวิญญาณอสูร ทำลายมหาสมุทร จิตวิญญาณให้บาดเจ็บ
“ช่างเถอะ” เนี่ยเทียนโบกมือ ห้ามไม่ให้พวกเขาไล่ตามไป “เวลาของพวกเรากระชั้นชิด บางทีรอยแยกห้วงมิติเส้นที่ทอดยาว ไปยังดินแดนดาวตก อาจจะเปิดขึ้นอีกไม่นานนี้ หากระหว่างไล่ล่า
พวกชนต่างเผ่าไปแล้ว เจอปัญหาอาจจะกลับมาไม่ทัน พลาด โอกาสไปก็คงไม่ได้กลับไปยังดินแดนดาวตกอีก”
พอเขาพูดเช่นนี้ ทุกคนที่แต่เดิมคิดอยากจะไล่ตามไปจึงยอม หยุดแต่โดยดี
เนี่ยเทียนหมุนตัวกลับมามองเผยฉีฉี ด้วยสายตาเป็นกังวล เล็กน้อย ก่อนจะยื่นนิ้วไปอังอยู่ใต้จมูกนางชั่วครู่ เมื่อพบว่าลม หายใจของนางยังเป็นปกติ เพียงแต่หมดสติไปเพราะใช้พลังมาก เกิน เขาถึงวางใจลงได้
“ตามข้ามา เราเปลี่ยนตำแหน่งกันใหม่!” เนี่ยเทียนกวักมือเรียกกิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่งมาเก็บไว้ แล้ว เคลื่อนย้ายไปยังตำแหน่งที่มีพืชหญ้าขึ้นหนาแน่นแห่งใหม่
ทุกคนต่างก็รีบร้อนตามไป ไม่นานนักพวกเขาก็มาหยุดอยู่อีกฝั่งหนึ่งของทะเลสาบสีดำ ก่อนที่เนี่ยเทียนจะสร้างค่ายกลกำเนิดไม้โบราณขึ้นมาใหม่
หลังจากกิ่งไม้ทั้งเจ็ดสิบสองกิ่งที่ได้มาจากมาตุภูมิเผ่าไม้กรอก เทลายเส้นต้นไม้ลึกลับเข้าไปจึงเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้โปร่งใส เปราะบาง แต่แข็งแกร่งทนทานถึงขีดสุด
การโจมตีจากมีดวิญญาณอสูรของอามู่ซือ ทำได้เพียงทำลาย ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ ทว่ากลับไม่สามารถระเบิดกิ่งไม้ได้แม้แต่ กิ่งเดียว
เมื่อมีพลังพืชหญ้ามาค้ำประคองใหม่อีกครั้ง ค่ายกลกำเนิดไม้ โบราณจึงก่อตัวขึ้นอย่างราบรื่น เนี่ยเทียนทิ้งคนอื่นไว้ข้างนอก ส่วนตัวเองก็ซ่อนตัวอยู่ภายใน เอ่ยเสียงหนักว่า “ก่อนหน้าที่รอย แยกห้วงมิติเส้นนั้นจะเปิดออก อย่ารบกวนข้า”
กล่าวจบก็นั่งขัดสมาธิทันที เหล่าผู้กล้าหันไปมองเขาด้วยสายตานับถือ ก่อนจะกระจายตัว กันไปโดยรอบคอยปกป้องเขาอย่างลับๆ
พวกเขาลองถามตัวเองดู หากเปลี่ยนมาเป็นพวกเขา จะ ต้านทานมีดนั้นของอามู่ซือได้หรือไม่?
ขณะที่ทุกคนตั้งข้อสมมติฐานเช่นนี้ ใบหน้าของพวกเขาล้วน หม่นหมอง มุมปากยกยิ้มจืดเจื่อน
พวกเขาล้วนรู้จักฝีมือของตัวเองดี แล้วก็มองออกถึงความน่า กลัวของมีดนั้น รู้สึกว่าต่อให้ตนใช้อาวุธวิเศษทั้งหมดที่มีก็ยังไม่ อาจหนีการฟาดฟันนั้นได้พ้น
ทว่าเนี่ยเทียนไม่เพียงแต่ต้านทานไว้ได้ ยังคงยืนตระหง่าน อย่างไม่รู้ล้ม
กลับเป็นอามู่ซือที่บาดเจ็บสาหัส ทำได้เพียงเรียกให้น้องชาย มาแบกหนีไป
พวกชนต่างเผ่าที่หนีออกมาถึงริมเกาะต่างก็เรียกรถศึกทรง ปริซึมออกมาอีกครั้งแล้วกลับขึ้นไปบนเรือรบทางช้างเผือกที่ผุพัง ด้วยสีหน้าหดหู่
ปาซือทัวยืนอยู่ตรงนั้น รอให้อามู่ซือกลับมา ก่อนจะกวักมือ หนึ่งครั้ง มีดวิญญาณอสูรกลับคืนสู่กลางฝ่ามือของเขาแล้วหายวับ ไป
อามู่ซือถูกอาปู้หลู่ประคองเอาไว้ พอยืนได้มั่นคงแล้วจึงพูดขึ้น อย่างละอายใจ “ใต้เท้า ข้า…”
“ไม่เป็นไร” ปาซือทัวสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเรียบนิ่งผิดปกติ “ข้ามิอาจข้ามปราการที่เจ้าหมอนั่นสร้างไว้ได้ จึงมองไม่เห็นทุก อย่างที่เกิดขึ้นบนเกาะนั้นอย่างชัดเจน แต่ข้าอาศัยมีดวิญญาณ อสูรก็รู้ว่าเจ้าทำสุดความสามารถแล้ว อันที่จริง เจ้าทำได้ดีกว่าที่
ข้าคิดไว้เสียอีก เจ้าสามารถทำให้มีดนั้นสำแดงอานุภาพที่แท้จริง ออกมาได้แล้ว”
“เพียงแต่ว่า…” ปาซือทัวกล่าวเนิบช้า “บุตรแห่งดวงดาวของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง ข้าดูถูกเขาเกินไปหน่อย คนผู้นี้ไม่ค่อยเหมือนกับบุตรแห่งดวงดาวคนอื่นเท่าใดนัก แต่ไม่ เหมือนอย่างไรนั้น เนื่องจากข้าไม่ได้ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ตอนนี้จึงยังมิอาจบอกได้”
เขานิ่งคิดอยู่นานมากแล้วจึงส่ายหัว “ช่างเถอะ ไม่ต้องไป สนใจเขาแล้ว ในเมื่อเขาหดหัวไม่ออกมาก็ปล่อยเขาไป อยู่ที่นี่เขา ไม่มีทางหาทางกลับได้ และจะถูกกักตัวไว้อีกนาน พวกเราไป จัดการเรื่องที่ดินแดนดาวตกกันก่อน ขอแค่รู้ว่าเขายังอยู่ที่นี่พวก เราก็ย่อมมีวิธีมาจัดการเขา”
“อีกอย่าง มีดนั้นของข้ามีหรือจะคลี่คลายได้ง่ายดายขนาดนั้น …”
กล่าวจบปาซือทัวก็ใช้สายตาบอกเป็นนัยแก่อสูรกายคนหนึ่ง
คนผู้นั้นบินออกไปแล้วขับเคลื่อนให้เรือรบทางช้างเผือกผุพัง นี้ ทะยานไปยังบันไดน้ำวนที่มุ่งตรงสู่แผ่นดินเบื้องบน
ทุกคนจากเผ่ามนุษย์ที่เห็นว่าเรือรบทางช้างเผือก ของเผ่าอสูร กายส่งเสียงกึกก้องแล้วค่อยๆ จากไปไกลก็พากันคลายใจลงได้
“หากไม่เพราะมีพี่ใหญ่เนี่ยต้านทานมีดนั้น พวกเราคงตายกัน ไปหมดแล้ว” เฝิงอิ๋งกล่าวเสียงหงอย
“ยังมีคุณหนูเผยด้วย” ฉินแยนมองไปยังเผยฉีฉีที่ยังคงหมด สติด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หากคุณหนูเผยไม่ได้เชี่ยวชาญวิชาห้วง มิติ จนถึงระดับสูงเพียงนี้ มีหรือจะทำให้ห้วงอากาศแข็งตัวได้!”
ได้ฟังนางพูดเช่นนี้ พอนึกถึงความรู้สึกแปลกประหลาดในยาม ที่ห้วงมิติถูกพันธนาการ แม้แต่ขยับกายก็ยังทำไม่ได้ ทุกคนจึง หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ
ห้วงมิติแข็งตัวของเผยฉีฉี พุ่งเป้าไปที่แสงมีดของมีดวิญญาณ อสูร พวกเขาเป็นเพียงแค่คนที่ได้รับผลกระทบปลายๆ เท่านั้น
แต่ต่อให้เป็นเช่นนี้ เมื่อห้วงมิติแข็งตัว พวกเขาล้วนเป็น เหมือนตั๊กแตนที่ถูกกดทับเอาไว้ แม้แต่ปลายนิ้วมือก็ยังขยับไม่ได้
หากคู่ต่อสู้ของเผยฉีฉีไม่ใช่มีดวิญญาณอสูรของอามู่ซือ แต่ เป็นพวกเขา เผยฉีฉีย่อมมีพลังเหลือให้ฉวยโอกาส ตอนที่พวกเขา กระดุกกระดิกตัวไม่ได้สังหารพวกเขาอย่างง่ายดาย
คนหนึ่งเผยฉีฉี คนหนึ่งเนี่ยเทียน ในสายตาของพวกเขาทั้งคู่ ล้วนเป็นสุดยอดตัวประหลาด
เมื่อเอาศิษย์ผู้ทรงเกียรติอย่างพวกเขามาเปรียบเทียบกับคน ทั้งสองก็เห็นได้ชัดว่าน่าเวทนาแค่ไหน
เหล่าผู้กล้าที่ภาคภูมิใจในตัวเองล้วนตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้วว่า รอกลับไปถึงดินแดนดาวตกเมื่อไหร่จะปิดด่านเพื่อฝ่าทะลุสู่ ขอบเขตที่สูงกว่าเดิมทันที แล้วจะเลือกฝึกคาถาที่อานุภาพสูงสุด แต่กลับฝึกยากสุดของสำนักมาใช้ เพื่อหวังว่าวันหน้าหากต้องมา ยืนอยู่ต่อหน้าเผยฉีฉี และเนี่ยเทียนอีกครั้งจะได้ไม่ต่ำต้อยขนาดนี้
กลางค่ายกลกำเนิดไม้โบราณ เนี่ยเทียนหลับตาใช้จิตสำรวจอาการบาดเจ็บของตัวเอง แต่ กลับพบว่าพอมีดวิญญาณอสูรนั้นฝันลงมา พลังงานต่างธาตุใน มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียน ของเขาก็แทบจะหายเกลี้ยง
ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิต วิญญาณก็สลัวรางลงไปมาก
เลือดเนื้อของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะการโจมตีครั้งเดียว นั้น นอกจากกระดูกผลึกใสที่เกิดจากชุบหลอมของเวทไม้สวรรค์ เกิดใหม่ ที่ไม่มีรอยปริแตกแล้ว เส้นชีพจร อวัยวะภายในล้วน ได้รับบาดเจ็บไปในระดับที่ต่างกัน
เขาจำเป็นต้องใช้เวลาในการรักษาบาดแผลในร่างไปทีละจุด ทว่าขณะที่เขาจะใช้เวทไม้สวรรค์เกิดใหม่ ดึงเอาจิงชี่พืชหญ้า ที่ค่ายกลกำเนิดไม้โบราณดูดซับมานั้น เขากลับเกิดความเจ็บปวด รวดร้าวไปทั่วเลือดเนื้อ
เขาแอบหน้าเปลี่ยนสี รวบรวมพลังจิตของสะเก็ดดาวขึ้นมา ตรวจสอบ
แล้วเขาก็ค้นพบด้วยความตกตะลึงว่าเลือดเนื้อ เส้นชีพจร และอวัยวะภายในของเขามีแสงสีเขียวเข้มกระจายไปทั่วไม่รู้ตั้งแต่ เมื่อไหร่
แสงสีเขียวเข้มนั้นเล็กละเอียดอย่างมาก หากเขาไม่ใช้พลังจิต ของสะเก็ดดาวก็แทบจะมองไม่เห็นเลยแม้แต่น้อย
ท่ามกลางแสงสีเขียวเข้มที่กระพริบพราว กลับมีปราณของ ซากวิญญาณลงเหลืออยู่ การโจมตีจากมีดวิญญาณอสูรกลายมา เป็นมีดแสงที่กว้างใหญ่ดุจธารน้ำ ด้านในมีวิญญาณนับพันนับ หมื่นร้องคำราม พอมันระเบิดออกก็ซึมเข้ามาในเลือดเนื้อของเขา อย่างเงียบเชียบ
ที่ทำให้เขาเจ็บปวดก็คือฝีมือของเศษซากวิญญาณที่อยู่ใน กลุ่มแสงสีเขียวเข้มเหล่านั้น
ยามนี้พลังวิญญาณของเขามิอาจเอามาใช้ได้ ปราณเลือดเนื้อสี เขียวที่ขดตัวอยู่ในหัวใจของเขาก็ยังอยู่ในสภาวะจำศีล
เขาทำได้เพียงใช้จิงชี่เลือดเนื้อที่หลงเหลืออยู่มาพยายามชุบ หลอมแสงสีเขียวเข้มเหล่านั้น แต่ไม่นานเขาก็ค้นพบว่าจิงชี่เลือด เนื้อของเขา ไม่สามารถชุบหลอมจุดแสงสีเขียวเข้มนั่นได้เลย
มีเพียงพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวที่พุ่งตรงเข้าหาจุดแสงสี เขียวเท่านั้น ถึงจะเผาไหม้ซากวิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ภายในให้ตาย ดับไปได้
และขณะที่เขาจะใช้พลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวล้ำค่า มาดับ ทำลายพลังชั่วร้ายที่มีดวิญญาณอสูรทิ้งไว้ เขาพลันสัมผัสได้ถึง ความผิดปกติอย่างหนึ่ง
ความผิดปกตินั้นมาจากผลึกใสทรงปริซึมที่เขาได้มาตอนอยู่ แถบผ้าหลากสีซึ่งตอนนี้อยู่ในแหวนเก็บของของเขา
ตะลึงไปครู่ เขาก็หยิบเอาผลึกใสทรงปริซึมนั้นออกมา “เอ๊ะ!”
เลมที่ 20 บทที่ 582 มองปราดเดียว
ผลึกใสทรงปริซึมนั้นพูดไดวาเปนผลเก็บเกี่ยวเดียว จากฟ”าดินแหงนี้ที่เนี่ยเทียน ไดมาดวยมือของตัวเอง อยางแทจริง
เขาไดผลึกใสทรงปริซึมนี้มาจากศพของอสูรกาย ตนหนึ่งตอนอยูในแถบผาหลากสี ศพของอสูรกาย ตนนั้นผานการเวลายาวนานนับพันนับหมื่นป, กัด กรอน เรือนกายจึงสลายกลายเปนเถาธุลี
มีเพียงผลึกใสทรงปริซึมกลางหวางคิ้วเทานั้น ที่ ยังคงอยูในสภาพสมบูรณ2แบบ ไมไดรับผลกระทบ จากการกัดกรอนของกาลเวลา
ตอนที่เขาหยิบเอาผลึกใสทรงปริซึมออกมา ประกายแสงสีเขียวเขมมากมายจากอานุภาพของ การฟาดฟ4นมีดวิญญาณอสูร ซึ่งไมรูวาเขามาอยูใน
รางกายของเขาเมื่อไหรพลันถูกผลึกใสทรงปริซึมนั้น ชักนำใหมารวมกันราวกับนกนางแอนกลับคืนสูรัง
ประกายแสงสีเขียวเขมเล็กละเอียดคลายเศษ เหล็ก ที่ถูกหินแมเหล็กดึงดูดจึงบินออกจากรางเขา แลวหายวับเขาไปในผลึกใสทรงปริซึมอยางรวดเร็ว
ผลึกใสทรงปริซึมที่เดิมทีไมมีแสงสี พอไดรับ ประกายแสงเขียวเขมเหลานั้นเขาไปกลับสองแสง ขมุกขมัว
เนี่ยเทียนรูแตแรกแลววาผลึกใสทรงปริซึมคือวัตถุ อันเปนหัวใจสำคัญของเผาอสูรกาย ซึ่งอาจสำคัญยิ่ง กวาหัวใจของพวกเขาเองเสียอีก
ไมวาจะเปนอามูซือ หรืออาปู”หลูที่เวลารายใช พรสวรรค2ทางสายเลือด และเวทลับจิตวิญญาณก็ ลวนจำเปนตองอาศัยผลึกใสทรงปริซึมกลางหวางคิ้ว ทั้งสิ้น
รางทั้งรางของอสูรกายที่ตายไปตนนั้นลวนถูก กาลเวลากลืนกิน ทวาผลึกใสทรงปริซึมกลางหวาง คิ้วกลับยังคงสภาพดีดังเดิม
นี่ก็มากพอจะพิสูจน2ใหเห็นถึงความสำคัญที่ผลึกใส ทรงปริซึมมีตออสูรกายแลว
เมื่อจุดแสงสีเขียวเขมทั้งหมดหายเขาไปในผลึกใส ทรงปริซึม เนี่ยเทียนก็พลันบังเกิดความคิดหนึ่งจึง หยิบเอาหัวกะโหลกชิ้นนั้นออกมา
ในหัวกะโหลกมีวิญญาณของอสูรกายอยูดวงหนึ่ง
เมื่อหัวกะโหลกเผยกาย เนี่ยเทียนก็สัมผัสไดอยาง ชัดเจนวาวิญญาณดวงนั้นตื่นเตนผิดปกติ มัน พยายามพุงชนปราการที่พลังจิตวิญญาณของสะเก็ด ดาวสรางขึ้นอยางตอเนื่อง หมายจะบินออกมา
เนี่ยเทียนยิ่งตกตะลึง
ตอนที่เขาเพิ่งไดรับผลึกใสทรงปริซึมมา วิญญาณ ในหัวกะโหลกก็มีอาการรอนรนไมตางกัน
ทวารอจนเขาสรางปราการดวงดาวจากพลังจิต วิญญาณของสะเก็ดดาวขึ้นมาใหม วิญญาณนั้นก็ เหมือนจะรูวาพลังจิตวิญญาณของสะเก็ดดาว สามารถดับทำลายดวงจิตของมันไดจึงอยูอยางสงบ มาโดยตลอด
ทวาตอนนี้วิญญาณดวงนั้นกลับเกิดอาการผิดปกติ อีกครั้ง หรือวา…เปนเพราะผลึกใสทรงปริซึมนั้นดูด ซับเอาแสงสีเขียวเขมไป?
เขาครุนคิดอยูครูหนึ่งก็เริ่มทำการตรวจสอบ แต กลับยังมองไมออกถึงความลึกลับใดๆ จึงไดแตเก็บ เอาหัวกะโหลกและผลึกใสทรงปริซึมกลับเขาไปไวใน แหวนเก็บของอีกครั้ง
เขายังคงใชคายกลกำเนิดไมโบราณ และเวทไม สวรรค2เกิดใหมมาชวยฟ=>นฟูอาการบาดเจ็บของ ตัวเองตอไป
เวลาหนึ่งวันผานพนไปอยางรวดเร็ว
เมื่อไดฝ@กบำเพ็ญตบะอยางตั้งใจมาตลอดทั้งวัน เสนเอ็นของเขาที่ปริแตกเพราะไดรับอานุภาพจาก มีดของอามูซือ จึงเชื่อมประสานหากันใหม เลือด เนื้อที่ไดรับบาดเจ็บก็ฟ=>นคืนดังเดิม
เขาแอบมีความรูสึกวาหากมีเวลามากพอ มีจิงชี่ พืชหญาใหใชอยางไรที่สิ้นสุด เขาก็สามารถอาศัย เวทไมสวรรค2เกิดใหม มาชุบหลอมเรือนกายรอบ ใหมได
กาวแรกของเวทไมสวรรค2เกิดใหมก็คือกระดูกผลึก ใส หลังจากนี้จะเปนอะไร เขาไมอาจรูได
แตเขากลับเขาใจดีวาเนื่องจากชวงที่ผานมานี้ รางกายไดรับบาดเจ็บสาหัสติดตอกัน เสนเอ็นปริ แตก เลือดเนื้อเหวอะหวะ อวัยวะภายในถูกทำลาย จึงเหมือนไดไปกระตุนเวทไมสวรรค2เกิดใหม ให เปAดทางในการชุบหลอมเรือนกายในภายหลังใหกับ เขา
“วันนี้แลวละ!” เฉินฮาวคำรามเบาๆ
ในมือเขาถือวัตถุจับเวลาซึ่งสามารถคำนวณ ระยะเวลา ที่ผานพนไปในพื้นที่ที่ไมมีดวงอาทิตย2 ดวงจันทร2 ดวงดาว และไมมีกลางวันกลางคืนเปน ตัวกำหนด
“ในที่สุดก็จะไดกลับไปยังดินแดนดาวตกแลว” เย ฉินเองก็อุทานขึ้นเบาๆ
เนี่ยเทียนหยุดการฝ@กตนชั่วคราว เหลือบมองทุก คนแวบหนึ่งก็มองออกถึงความเหนื่อยลาจากสีหนา
ของพวกเขา รูวาพวกเขาผานอันตรายมามากมาย ทั้งยังสูญเสียสหาย และผูอาวุโสในสำนักไปมาก เมื่อ ไดรับผลเก็บเกี่ยวที่มากมหาศาลแลวจึงเกิดความคิด อยากจะถอยหนีไปใหพนจากสถานที่บาๆ แหงนี้ โดยเร็วที่สุด ไมยินดีจะอยูนานอีกแมแตเคอเดียว
เนื่องจากมีชนตางเผาอยูเปนจำนวนมาก ฟ”าดิน แหงนี้จึงเต็มไปดวย ภยันอันตรายรอบตัว
พวกเขาลวนเขาใจดีวา หากพลาดโอกาสที่จะจาก ไป หลังจากนี้เกรงวาคงยากจะกลับคืนสูดินแดนดาว ตกไดอีก และจะตองถูกพวกชนตางเผาที่พลังฟ=>น คืนกลับมาปลิดชีพ
“อGะ…”
เผยฉีฉีที่หลับไปหนึ่งวันเต็มฟ=>นตื่นในที่สุด กอนที่ นางจะลุกขึ้นนั่งหลังตรงชาๆ
เนี่ยเทียนรีบหันมามองนางดวยความหวงใย เอย ถามน้ำเสียงออนโยน “ศิษย2พี่หญิงเผย เจาเปนอะไร มากหรือเปลา?”
คนอื่นๆ เองก็หันมามองเผยฉีฉี
เผยฉีฉีไมไดสนใจผูใด แคหันมาพูดกับเนี่ยเทียน คนเดียว “ไมเปนอะไร เจาละเปนอยางไรบาง?”
“รอกลับไปถึงดินแดนดาวตก พลังวิญญาณของขา ที่เผาผลาญไปยอมใชหินวิเศษมาฟ=>นตัวไดอยูแลว” เนี่ยเทียนยิ้มสดใส “เจาละ?”
“กลับไปถึงดินแดนดาวตกคอยวากัน” เผยฉีฉีทิ้ง ประโยคนี้ไวก็หลับตาลงแลวไมสนใจคนอื่นอีก
ฉินแยนที่ใจอยากจะเอยขอโทษ และขอบคุณดวย ตัวเองเห็นทาทางเชนนี้ของนางจึงกระอักกระอวน เล็กนอย ไดแตปAดปากเงียบตอไป
ตงลี่ถลึงตาใสเนี่ยเทียน คลายกำลังตำหนิที่เขาพูด กับเผยฉีฉีดวยน้ำเสียงออนหวานเกินควร
“เนี่ยเทียน คงไมมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นอีกใช ไหม?” ตงปHายเจี๋ยเอยน้ำเสียงเปนกังวล
“วางใจเถอะ ไมมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นแน” เนี่ยเทียน ตอบกลับดวยรอยยิ้ม “รอตอไปก็พอ”
ทุกคนจึงไดแตอดทนรออยางใจเย็น ฝาก ความหวังที่จะไดจากไปไวที่ตัวเนี่ยเทียน
ครึ่งวันตอมา
ผิวน้ำทะเลสาบที่ราบเรียบพลันมีคลื่นกระเพื่อม ขึ้นอีกครั้ง หมอกหลากสีเหนือทะเลสาบกลิ้งซัดตลบ อยางรุนแรง
ขอบเขตของหมอกหลากสีเริ่มคอยๆ ขยายกวาง ไมนานก็ปกคลุมไปทั่วทั้งทะเลสาบ กอนจะคอยๆ
ลดตัวลงต่ำเหมือนจะเชื่อมโยงเปนเสนเดียวกับ ทะเลสาบ
เผยฉีฉีพลันลืมตามองไปยังจุดลึกของหมอกหลาก สี ดวยความประหลาดใจคลายเห็นความมหัศจรรย2 บางอยาง
นางรับสัมผัสดูเล็กนอยก็เห็นวา รอยแยกหวงมิติ เสนใหมซึ่งไมรูวามาจากไหนพลันกอตัวขึ้น อีกทั้งยัง เริ่มมั่นคงอยางรวดเร็ว
นางหันกลับมามองเนี่ยเทียนที่อยูขางกายดวย ความตื่นตะลึง “มีรอยแยกหวงมิติเสนหนึ่งปรากฏ ขึ้นจริงๆ ดวย”
คนอื่นๆ พลันไชโยโหรอง รูดีวาทุกคนที่อยูตรงนี้มี เพียงนางเทานั้นที่เชี่ยวชาญเวทลับหวงมิติ ในเมื่อ นางยืนยันหนักแนนเพียงนี้ ยอมไมมีทางผิดพลาด แนนอน
เนี่ยเทียนยังสัมผัสไมไดถึงการดำรงอยูของกระแส จิตไพศาลนั่น ในใจจึงไมมั่นใจเลยเอยถามไปวา “ศิษย2พี่หญิงเผย รอยแยกหวงมิติเสนนั้น…เดิน ทางผานไปไดไหม?”
“ไมมีป4ญหา พวกเราไมไดรับผลกระทบจากพลัง บิดเบือนของหวงมิติใดๆ สามารถเขาไปไดอยาง ปลอดภัย” เผยฉีฉีพยักหนา
หลังจากที่นางยืนยันกลับมาอีกครั้ง เนี่ยเทียนจึง ออกคำสั่งอยางเด็ดเดี่ยว “หมอกหลากสีสามารถ เหยียบได พวกเจาทำตามคำแนะนำของศิษย2พี่หญิง เผย ไปที่รอยแยกหวงมิติที่เพิ่งกอตัว เดินทางกลับ ดินแดนดาวตกทันที!”
“เจาละ?” ตงลี่ถามรอนใจ
“ขาจะอยูรั้งทาย!” เนี่ยเทียนรีบตอบ
เผยฉีฉีลุกขึ้นยืนเปนคนแรก กระโดดผลุงหนึ่งทีก็ มาหยุดอยูตรงหมอกหลากสีที่ลักษณะเหมือนกอน เมฆซึ่งอยูใกลกับนางมากที่สุด “ทำเวลาหนอย ไมมี ใครรูวารอยแยกหวงมิติที่มั่นคงนี้จะอยูไดนาน เทาไหร!”
พอนางเอยจบทุกคนก็ทยอยกันบินไปยังหมอก หลากสี อยางไมกลาลังเลอีกตอไป ทั้งยังบินเขาไป ขางในรอยแยกหวงมิติภายใตการชี้นำของเผยฉีฉี
แมเนี่ยเทียนจะตัดสินใจวาจะเขาไปเปนคน สุดทาย ทวาเขาเองก็ยังบินเขาไปในหมอกหลากสี เชนกัน กอนจะมาหยุดอยูตรงรอยแยกหวงมิติเสนที่ เผยฉีฉีชี้นำใหทุกคนเดินเขาไป มองคนทั้งหลายบิน หายวับไปในนั้น
ไมนานแมแตเผยฉีฉีเองก็ยังลอดผานไปดวย ที่แหง นี้จึงเหลือเพียงเขาคนเดียว
จนกระทั่งตอนนี้เขาถึงรับสัมผัสไดถึงปราณแหง กระแสจิตอันโบราณ และกวางใหญไพศาลซึ่งสงตรง มาจากทะเลสาบสีดำเบื้องลาง
“บุตรแหงดวงดาวคนใหม อีกหนึ่งรอยป,ใหหลัง ขาจะรอใหเจาหวนคืนมายังที่แหงนี้”
“ที่นี่มีขอตกลงระหวางขากับพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาวของพวกเจา บางทีเจาอาจจะไดเจอกับ ขาอีกครั้ง ขาหวังวาถึงเวลานั้นเจาจะมีสิทธิ์ในการ พูดคุยกับขา”
“ตูม!”
ภาพหนึ่งสะทอนขึ้นมากลางใจของเนี่ยเทียน เนี่ย เทียนรูสึกเหมือนตัวเองเปนวิญญาณยักษ2บรรพกาล ที่พลันลอยจากเกาะขึ้นไปยังทองฟ”าเบื้องบน หยุด ยืนอยูบนชั้นเมฆ กมมองลงมายังพื้นดิน
เขามองเห็นอยางชัดเจนวาเกาะที่เขาอยูเปนเพียง แคจุดเล็กๆ จุดหนึ่งเทานั้น
ซึ่งยังมีเกาะในลักษณะเดียวกันนี้กระจายไปทั่ว มหาสมุทรสีดำอีกหลายสิบเกาะ
ทวาตอใหมหาสมุทรสีดำนี้จะกวางใหญแคไหน แตเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับฟ”าดินที่กวางใหญ ไพศาลก็เหมือนกลายมาเปนเพียงทะเลสาบเล็กๆ ผืนหนึ่งเทานั้น!
ดานนอกมหาสมุทรสีดำยังมีฟ”าดินที่กวางไกล มากกวา มีเทือกเขาที่ภูเขาสูงเทียมฟ”า มีผืนปHารก ครึ้มเต็มไปดวยตนไมดึกดำบรรพ2มากมาย และยังมี ทะเลทรายรอนระอุ รวมไปถึงพื้นที่ที่หิมะน้ำแข็งปก คลุม
พื้นที่หลายแหงยังมีผืนแผนดินลอยตัวจากดานบน ที่จมลงมาดานลาง ซึ่งตอนนี้ไดผสานรวมเปนหนึ่ง เดียวกับโลกขนาดใหญยักษ2ใบนี้
มองแผนดินลอยตัวเหลานั้นที่แนบติดกับพื้นดิน เนี่ยเทียนพลันตระหนักไดวา ศึกระหวางชนตางเผา มากมายจากแผนดินเบื้องบน กับสิ่งมีชีวิตบรรพกาล ของแผนดินดานลาง ผูที่เปนฝHายชนะยอมตองเปนผู ที่อยูในโลกดานลางอยางแนนอน
นี่ตางหากถึงจะเปนรูปแบบที่แทจริงของแผนดิน เบื้องลาง!
ตอใหนำเกาอาณาจักรของดินแดนดาวตกมา รวมกัน โลกที่มีมาตั้งแตโบราณกาลแหงนี้ก็ยังใหญ กวาหลายตอหลายเทาตัว!
เนี่ยเทียนไดเพียงแคมองปราดเดียว ยังไมทัน มองเห็นแผนดินใหญทั้งผืนอยางชัดเจนก็มีแรงผลัก
ระลอกหนึ่งคอยๆ ดันใหเขาเคลื่อนที่เขาไปในรอย แยกหวงมิติเสนที่เชื่อมโยงไปยังดินแดนดาวตก
ความรูสึกมหัศจรรย2ที่เหมือนจิตวิญญาณไดเปAด โลง สายตากวางไกลมองเห็นทุกสรรพสิ่งที่อยูในฟ”า ดินลวนจางหายไปดวย
หลังจากนั้นเขาก็ถูกผลักเขาไปในรอยแยกหวงมิติ หายไปจากแผนดินกวางใหญไรที่สิ้นสุดแหงนี้
เลมที่ 20 บทที่ 583 กลับคืน
อาณาจักรเลี่ยคง จุดลึกของเทือกเขาฮวานคง
กลางรอยแยกหวงมิติเสนหนึ่ง ที่ปริออกมีคนบิน ออกมาอยางตอเนื่อง หลังจากที่คนเหลานั้นยืนได มั่นคงก็ใชพลังวิญญาณปกป”องเรือนกายโดยอัตมัติ
“เนี่ยเทียนไมไดเขาใจผิด พวกเรากลับมาแลว จริงๆ!” เฉาชิวสุยพูดดวยน้ำเสียงดีใจ
เงารางมากมายลวนทยอยกัน เดินออกมาจากใน รอยแยกหวงมิติ แคมองสภาพแวดลอมรอบดาน ปราดเดียว ก็รูวาพวกเขากลับมาที่อาณาจักรเลี่ยคง อยางแทจริง
เผยฉีฉีรั้งทายสุด พอเดินออกมาก็ยืนรอเนี่ยเทียน เงียบๆ
“แปลกจริง ทำไมถึงไมมีปราณชีวิตเลยแมแตนิด เดียว” เยฉินปลดปลอยพลังจิตออกไปรับสัมผัสรอบ ดานดวยใบหนาสงสัย “หรือวาที่นี่ถูกหลงลืมไป แลว?”
คนอื่นๆ เองก็ลองสำรวจดูเชนกัน และก็พบวา รอบดานไมมีสิ่งมีชีวิตใดๆ เคลื่อนไหว นอกจากพวก เขาแลวก็ไมมีคนอื่นอีก
ขณะที่พวกเขากำลังคลางแคลงใจกันอยูนั้น เนี่ย เทียนก็เดินออกมาจากในรอยแยกหวงมิติเปนคน สุดทาย เขามายืนอยูกลางกลุมคน
เผยฉีฉีมองเห็นอยางชัดเจนวาพอเนี่ยเทียนบิน ออกมา รอยแยกหวงมิติเสนที่มั่นคงอยางถึงที่สุดนั้น ก็พลันเต็มไปดวยลำแสงหลากสี เป,Mยมลนไปดวย ความอันตราย
นางเชื่อวาตอใหรอยแยกหวงมิติเสนนี้ ยังคง ปรากฏอยูในเกาะแหงนั้น พวกชนตางเผาที่ตามเขา มาทีหลังก็อยาไดหวังวาจะเดินเขามางายๆ
ดูเหมือนวารอยแยกหวงมิติที่เนี่ยเทียนมั่นใจมาก วาตองปรากฏขึ้นนั้น นาจะเปAดขึ้นเพื่อเนี่ยเทียน โดยเฉพาะ รอจนเนี่ยเทียนเขามาแลวมันจึงเปลี่ยน มาเปนยุงเหยิงไมมั่นคงในทันที
นางนิ่งเงียบไปครูหนึ่งก็เดาออกถึงสาเหตุที่เนี่ย เทียนเขามาเปนคนสุดทาย
—เนี่ยเทียนตางหากถึงจะเปนกุญแจสำคัญที่รอย แยกหวงมิตินั้นเปAดขึ้น!
เหลาผูกลาจากแตละฝHายที่เดินทางกลับมา พอ มองเห็นวาเนี่ยเทียนตามมาแลวตางก็แสดงความ ขอบคุณทันที
“ขอแควันใดที่ขาเสวียนเขอยังอยูในหอหันปAง ขา จะพยายามอยางถึงที่สุดไมใหหอหันปAงเห็นเจาเปน ศัตรู” เสวียนเขอเอยหนักแนน
ลูกศิษย2คนอื่นๆ ของหอหันปAงเองก็เห็นดวย ทุก คนลวนหันมาโคงตัวนอยๆ คำนับเนี่ยเทียน
เยฉิน และเฉินฮาวมองตากัน กอนจะแสดงทาที พรอมกันวาไมวายามใด เนี่ยเทียนก็คือ สหายของ สำนักหยิน และสำนักหยางเสมอ
หลังจากนั้นพวกเฉียนซินจากหอโอสถ เฉาชิวสุ ยจากตระกูลเฉา และฉินแยน ตางก็เอยถอยคำ แสดงความขอบคุณเนี่ยเทียน
แมแตกูฮาวเฟAงที่ไมเคยชอบขี้หนาเนี่ยเทียน ก็ยัง ลังเลอยูครูแลวกลาววา “ตระกูลกู ติดคางบุญคุณ ของเจาเนี่ยเทียนครั้งหนึ่ง”
ตงปHายเจี๋ย และตงลี่ยอมไมตองพูดมาก เพราะ พวกเขาเลือกยืนขางเนี่ยเทียนอยูแลว
“ขาหวังวาทุกคนจะจดจำบุญคุณของเนี่ยเทียน เอาไว อยาเปAดเผยเรื่องที่เนี่ยเทียนกระทำตอคนของ วิมานสวรรค2 ตำหนักเทพเพลิงในพื้นที่ลึกลับแหง นั้น” ตงลี่เอยกำชับดวยสีหนาเครงเครียด “แมวา คนพวกนั้นจะต่ำชา สมควรตาย แตรากฐานของ สำนักพวกเขายังคงอยู”
“พวกเขาสวนใหญลวนตายไปแลว คนที่เหลืออยูก็ อาจไมไดกลับมา”
“แตหากใหพวกผูอาวุโสของพวกเขารูถึงสาเหตุที่ พวกเขาตาย พวกเราไมวาคนใดก็ลวนหนีไมพนตอง เดือดรอน โดยเฉพาะเนี่ยเทียน!”
ทุกคนตางเขาใจความหมายของนางเปนอยางดีจึง พากันพยักหนา รับปากวาจะปAดปากใหสนิท
“เนี่ยเทียน ที่นี่คือดินแดนดาวตก เจา…ควรจะ เปลี่ยนแปลงหนาตา และตัวตนเสียหนอยจะดีกวา” นางเอยแนะนำ
“ออ” เนี่ยเทียนมองทุกคนดวยสีหนาเลื่อนลอย ราวกับคนที่เพิ่งตื่นจากอาการครุนคิด
กอนที่จะออกมาจากเกาะแหงนั้น กระแสจิต โบราณไดแสดงใหเขาเห็นภาพแผนดินเบื้องลางแบบ ผานตา
ทวาเพียงแคมองปราดเดียวก็ยังทำใหเขาตื่นตะลึง อยางรุนแรงขนาดนี้!
ดวยเหตุนี้เขาจึงรูวาเกาะที่พวกเขาเคลื่อนไหว รวมไปถึงมหาสมุทรสีดำกวางใหญนั้นยังเปนเพียง แคเสี้ยวหนึ่งของผืนแผนดิน ที่กวางใหญไพศาล เทานั้น
ไมรูวาแผนดินที่กวางขวางไรที่สิ้นสุดแหงนั้น ดำรง อยูมานานเทาไหร แลวก็ไมรูวาซุกซอนความลึกลับ ไวมากมายแคไหน
ไมวาใครก็ตามที่อยูที่นี่ลวนไดวัตถุดิบวิเศษ และ พืชสมุนไพรหายากมามากมาย สิ่งของหลายชิ้นลวน หายสาบสูญไปจากดินแดนดาวตกแลว หรือไมก็ไม เคยปรากฏขึ้นมากอน ยากที่จะประมาณคาได
สามารถพูดไดวาการเดินทางคราวนี้ ทุกคน กลับมาดวยความร่ำรวยกันทั้งหมด เพราะพวกเขา สามารถนำผลเก็บเกี่ยวที่ไดมา ไปแลกเปนหินวิเศษ จำนวนมหาศาล
และสิ่งเหลานี้ยังซุกซอนอยูแคในเกาะสองแหง เทานั้น…
“เนี่ยเทียน เจาฟ4งที่ขาพูดอยูหรือเปลา?” ตงลี่พูด อยางไมพอใจ
เนี่ยเทียนถึงคืนสติ เขาพยักหนารับ ทิ้งความคิด วุนวายในสมองไปแลวกลาววา “ขาฟ4งอยู ไวคอยวา กัน”
“สถานที่แหงนั้นมีชนตางเผาจำนวนมาก เคลื่อนไหว พวกเขาลวนอาศัยบันไดกนหอยขึ้นไปยัง แผนดินดานบน” ฉินแยนสีหนาเครงเครียด “บางที ผานไปอีกพักหนึ่ง ผูแข็งแกรงของตางเผา ก็นาจะ อาศัยรอยแยกหวงมิติพวกนี้เขามาในดินแดนดาวตก ในเมื่อพวกเรากลับมาลวงหนาก็ควรนำขาวนี้ไปบอก ใหแตละฝHายรู หวังวาจะปAดผนึกรอยแยกหวงมิติ เหลานั้นได”
“ปAดผนึก?” เสวียนเขอสายหัว “ผูรอดชีวิตของแต ละฝHาย ก็จำเปนตองใชรอยแยกหวงมิติทั้งหกเสน เดินทางกลับมาเหมือนกัน นอกจากนี้ในดินแดนดาว
ตกคนที่มีความสามารถปAดผนึกรอยแยกหวงมิติ เหลานั้นได คงมีแคไมกี่คน ขาวาทำไดยาก”
“ถาอยางนั้นก็ตองบอกใหแตละสำนักรีบเตรียมตัว รับมือ” ฉินแยนกลาว
“ถูกตอง” เสวียนเขอพยักหนา แลวหันไปพูด กับเนี่ยเทียน “ถึงเวลาบอกลากันแลว”
ผูกลาของแตละฝHายไดผลเก็บเกี่ยวมหาศาล ทวาผู อาวุโสในสำนักสวนใหญลวนบาดเจ็บลมตายกันไป เกินครึ่ง คนที่เหลือซึ่งโชคดีรอดชีวิตก็ยากจะได กลับคืนมา พวกเขาอยากรีบนำขาวนี้ไปแจงใหผู อาวุโสในสำนักทราบ
ทุกคนจึงพากันบอกลาเนี่ยเทียน
แตเวลานี้เอง คลื่นจิตวิญญาณที่ชัดเจนมากเสน หนึ่งก็พลันลอยมาจากทิศไกล
ทุกคนหันไปมองดวยความแปลกใจ ไมนานนักก็ เห็นผูฝ@กลมปราณคนหนึ่งที่รูปรางผอมแหงราวทอน ฟ=น สวมเสื้อผามอมแมมมาปรากฏตัวอยูตอหนาทุก คน
“หลี่หลางเฟAง!” เผยฉีฉีอุทานเบาๆ
เนี่ยเทียนเองก็มีสีหนาแปลกใจ ไมเขาใจวาหลี่ หลางเฟAงมาทำอะไรที่นี่
หลี่หลางเฟAงทะเลอทะลาเขามา พอมองเห็นเหลา ศิษย2ผูทรงเกียรติของแตละฝHายก็อึ้งงันไปเชนกัน “พวกเจากลับมาจากตรงไหน?”
ตงลี่ชี้ไปยังรอยแยกหวงมิติเสนที่อยูขางหลัง
ดวงตาของหลี่หลางเฟAงพลันเปลงประกาย พริบตาเดียวก็มาหยุดอยูเบื้องหนารอยแยกหวงมิติ ทำทาจะพุงเขาไป
เนี่ยเทียนกระแอมเบาๆ หนึ่งที “อยาไป!”
หลี่หลางเฟAงไดยินเสียงคุนหูจึงชะงักกึก มองมายัง เขาดวยสีหนางงงัน “เสียงของเจาชางคุนหูขายิ่ง นัก”
“หัวเทียน” เนี่ยเทียนบอกตัวตนเดิมของเขาใหอีก ฝHายรับรู
หลี่หลางเฟAงเขาใจโดยพลัน “เปนเจาเองรึนี่”
“ตอนนี้สถานการณ2ของอาณาจักรเลี่ยคงเปน อยางไรบาง?” เนี่ยเทียนเอยถาม
เขาเคยชวยใหหลี่หลางเฟAงฝHาทะลุสูเขตสามัญ หลี่ หลางเฟAงเองก็เคยชวยเขาสังหารหนิงหยาง คนทั้ง สองสนิทกันไมนอย เขาเชื่อวาหลังจากที่เขาเปAดเผย ตัวตนไปแลว หลี่หลางเฟAงจะบอกสถานการณ2ที่ แทจริงใหกับเขา
“รอยแยกหวงมิติที่พาพวกเรากลับมา กลับคืนสู ความพลุงพลานอีกครั้ง เจาไปก็มีแตจะพาตัวเองไป ตาย” เผยฉีฉีเอยเสียงเย็นเยียบ
ตงลี่เองก็พูดแทรก “กวาพวกเราจะกลับมาได ไมใชเรื่องงาย และก็เพราะวาที่นั่นเกิดการ เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ ตอใหเจาไปก็มีแตตายลูก เดียว”
คนอื่นๆ เองก็พากันเอยปากเกลี้ยกลอมไมใหหลี่ หลางเฟAงทำตัวเหลวไหล
หลี่หลางเฟAงลังเลอยูครูก็เลิกลมความคิดเดิม จากนั้นถึงไดพูดวา “กอนหนาพวกเจา คนที่กลับมา ไดสำเร็จมีเพียงสองคน”
“ใคร?” เนี่ยเทียนถาม
หลี่หลางเฟAงมองไปทางเผยฉีฉี “อาจารย2ของเจา บาดเจ็บสาหัสกลับมา นางยังพาเด็กคนหนึ่งที่ชื่ออู หลิ่งกลับมาดวย”
พอไดยินวาเจินฮุยหลันปลอดภัย และกลับมา อาณาจักรเลี่ยคงนานแลว เผยฉีฉีก็มีสีหนาดีขึ้นทัน ตาเห็น วางใจไดโดยพลัน
“เจาอูPหลิ่งนั่นก็รอดกลับมาดวยหรือนี่” เนี่ยเทียน แอบตกตะลึง คาดเดาเอาวาตอนที่ถูกคนของวัง วิญญาณ และตำหนักเทพเพลิงโอบลอม อูหลิ่ง อาจจะอาศัยอาวุธรายกาจอะไรบางอยาง หาไมแลว คงไมโชคดีหนีรอดมาได
พอมาคิดดูอีกที อูหลิ่งคือลูกชายคนเดียวของอู หลางเสีย อูหลางเสียเปนถึงผูแข็งแกรงเขตวิญญาณ จะมอบอาวุธคุมกันกายใหกับลูกชายของตัวเอง ก็ ถือวาเปนเรื่องปกติ
“เพราะทานเจิน และอูหลิ่งกลับมา ดินแดนดาว ตกจึงมีการตอสูนองเลือดเกิดขึ้น” หลี่หลางเฟAงสี หนาเฉยเมย ประหนึ่งวาเรื่องนี้ไมเกี่ยวอะไรกับขา “ทานเจินบาดเจ็บสาหัสกลับมาพรอมขาวหนึ่ง ที่วา เหยาโซวจากวังวิญญาณรวมมือกับพวกกงซุนผู จาก ตำหนักเทพเพลิงลอบโจมตีพวกเขา เปนเหตุใหปQาย อวี๋ แหงสำนักอาวุธตาย ทานเจินเองก็บาดเจ็บ สาหัส”
“นี่คือเรื่องจริง” เนี่ยเทียนกลาว
“อูหลางเสียคลั่งแคนอยางหนัก เดินทางไป อาณาจักรอั้นหมิงเพียงลำพังแลวเปAดฉากสังหาร ตำหนักเทพเพลิง และวังวิญญาณครั้งใหญ สังหารผู แข็งแกรงเขตลี้ลับหาคนติด” หลี่หลางเฟAงกลาวตอ “เซี่ยอี้เทพเพลิงยังคงปAดดาน ตำหนักเทพเพลิงไร
คนที่ตานทานเขาได ตอนนี้จึงไดแตหดหัวอยูในคาย กลใหญของตำหนักเทพเพลิง ไมกลาออกมา”
“วังวิญญาณละ?” ตงลี่ถามดวยความสงสัย
“วังวิญญาณเองก็เอาตัวไมรอดเหมือนกัน” หลี่ หลางเฟAงมองเผยฉีฉี “มีคนผูหนึ่งนามวาหัวมู ที่ เนื่องจากอาจารย2ของเจาบาดเจ็บสาหัส จึงเปAดฉาก การตอสูนองเลือดขึ้นที่วังวิญญาณ อูหลางเสีย สังหารผูแข็งแกรงเขตลี้ลับของวังวิญญาณไปเพียง หาคน ทวาหัวมูคนเดียวนั้น กลับสังหารผูแข็งแกรง เขตลี้ลับของวังวิญญาณไปเกินครึ่ง และเขตสามัญ อีกหลายสิบคนก็ลวนตายอนาถดวยน้ำมือของเขา”
“ยามนี้หัวมูก็ยังคงเปAดฉากสังหารอยูในอาณาจักร อั้นหมิงไมเลิก”
“แมแตคายกลใหญของวังวิญญาณ ก็ยังถูกหัวมู โจมตีจนพังทลาย ทำใหลูกศิษย2มากมายของวัง วิญญาณตายตกไปตามๆ กัน”
“เจาวังของวังวิญญาณเดิมทีนั้น ปAดดาน เชนเดียวกับเซี่ยอี้ แตกลับถูกบีบใหตองออกจาก ดานกอนกำหนด และกำลังประมือกับหัวมูอยูที่ อาณาจักรอั้น หมิง”
“ผูแข็งแกรงแตละฝHายของดินแดนดาวตก ลวนจับ ตามองทุกเหตุการณ2ที่เกิดขึ้นในอาณาจักรอั้นหมิง หลายคนรีบเดินทางไปที่นั่น หมายจะรอดูผลการ ตอสูระหวางหัวมูกับเจาวังวิญญาณ”
เผยฉีฉีมีสีหนาตกใจ “นี่ทานหัวถึงกับเปAดฉาก สังหารครั้งใหญที่อาณาจักรอั้นหมิงเพื่อทานอาจารย2 เชียวหรือ!”
เนี่ยเทียนเองก็ตกใจมากไมตางกัน
เทาที่เขารูจักหัวมูมา แมอีกฝHายจะเปนคนลึกลับ ทวาแตไรไหนมาก็มักถอมตัวเสมอ นอยครั้งนักที่จะ ลงมือ
คาดไมถึงวาเพราะเจินฮุยหลันบาดเจ็บสาหัส หัวมู จะเดือดดาลถึงขนาดสังหารคนของวังวิญญาณจน เลือดไหลนองเปนแมน้ำ ทั้งยังทำลายคายกล มหัศจรรย2ของวังวิญญาณ บีบใหเจาวังตองออกจาก ดานกอนกำหนดเพื่อมาตอสูกับเขา
“ดูทาผลไมแหงชีวิตผลนั้น จะแกไขป4ญหาใหญ ที่สุดของทานลุงหัวไดอยางแทจริง ทำใหอายุขัยของ เขาไมไดรับขีดจำกัดอีกตอไป”
“นึกไมถึงวาทานลุงหัวจะเปนบุคคลที่รายกาจ ขนาดนี้!”
ศิษย2ผูทรงเกียรติของแตละสำนัก เมื่อไดยินวา อาณาจักรอั้นหมิงมีการตอสูที่ยังไมยุติเกิดขึ้นก็พา กันตกตะลึงอยางหนัก
“ทวาศึกระหวางหัวมู และเจาวังวิญญาณนั้น คน มากมายลวนไมคิดวาหัวมูจะเปนฝHายชนะ” หลี่ หลางเฟAงเงียบไปครูจึงกลาวตอ “ดูเหมือนวาเขาจะ ไดรับบาดเจ็บตอนที่ทำลายคายกลใหญของวัง วิญญาณ ขอบเขตของเขาเทากับเจาวังวิญญาณ เปนเขตวิญญาณชวงกลางเหมือนกัน”
“การที่เขาอยูในสภาพบาดเจ็บแลวมาตอสูกับเจา วังวิญญาณที่อยูในสภาพที่พรั่งพรอม ความเปนไป ไดที่จะแพจึงมีสูง”
“นอกจากนี้เซี่ยอี้เทพเพลิงก็อาจจะออกจากดาน ในวันใดวันหนึ่ง วากันวา หากเขาออกจากดานมา เมื่อไหร แมแตผูที่อยูเขตวิญญาณชวงทายขั้นสูงสุด
ตอใหอูหลางเสียและหัวมูรวมมือกันก็ใชวาจะเปนคู ตอสูของเขาได”
หลี่หลางเฟAงพูดจอเรื่องศึกที่ไดรับการจับตามอง ที่สุดในทุกวันนี้ของดินแดนดาวตกใหทุกคนฟ4งไม หยุด
เลมที่ 20 บทที่ 584 ฟ นพลังการตอสู$!
“ตอนที่ไมมีศัตรูจากภายนอก ดินแดนดาวตกก็ไม เคยหยุดพักเลยจริงๆ” ตงลี่ถอนหายใจหนึ่งครั้ง ขมวดคิ้วพูดตอไปวา “บางทีพวกเขาอาจไมรูวาอีก ไมกี่วันผูแข็งแกรงจากชนตางเผาก็จะมาเยือนแลว ถึงเวลานั้นที่ดินแดนดาวตกตองเผชิญไมไดมีเพียงแค ภูตผีป,ศาจเทานั้น”
รอยแยกหวงมิติสามเสนที่เปAดออกคราวกอน ผูที่ พยายามจะรุกรานเขามามีเพียงแคภูตผีป,ศาจเทานั้น
ทวาในพื้นที่มหัศจรรย2 นอกจากภูตผีป,ศาจแลว ทุกคนยังไดเจอกับอสูรกาย เผาทมิฬ เผาหินเทา เผา เกล็ดดำ และเผาป4กษา
นี่หมายความวาการมาเยือนของชนตางเผาครั้งนี้ คือการรวมมือกันของหลายเผาพันธุ2
เนี่ยเทียนเองก็มีสีหนาเครงเครียด
เขาเดาเอาวาเจินฮุยหลันไมนาจะรูวา รอยแยก หวงมิติหกเสนนั้น คือแผนการรายของชนตางเผา
หลังจากที่เจินฮุยหลันหนีออกมาจากวงลอม ของ พวกเหยาโซวก็ไดรับบาดเจ็บจึงไมมีพละกำลังเหลือ ใหเดินทางไปยังแผนดินชั้นลางผานบันไดกนหอย ดวยเหตุนี้นางจึงกลับออกมากอน
นี่จึงทำใหเจินฮุยหลันไมไดเจอกับ ชนตางเผา แมแตคนเดียว
และก็ดวยเหตุนี้นาง และอูหลิ่งถึงไดกลับมายัง ดินแดนดาวตกเร็วกวาใคร และเขาใจไปวาการตอสู ขางในนั้น เปนเพียงแคการตอสูระหวางแตละฝHาย ของดินแดนดาวตกเทานั้น
หากเจินฮุยหลันรูวาชนตางเผารวมมือกันเตรียม จะบุกดินแดนดาวตก บางทีนางนาจะขัดขวางการ แกแคนของอูหลางเสีย และหัวมู
“รูหรือไมวาอาจารย2ของขาอยูที่ไหน?” เผยฉีฉี ถาม
“อยูที่เมืองโพเมี่ย” หลี่หลางเฟAงตอบ
“ขากลับเมืองโพเมี่ยกอนนะ” เผยฉีฉีมองเนี่ย เทียนปราดหนึ่ง “เจาละ?”
“เจากลับไปกอน เดี๋ยวขาตามไปทีหลัง” เนี่ย เทียนตอบรับ
เผยฉีฉีเปนหวงอาจารย2ของตัวเอง จึงไมอยากอยู นาน พูดจบนางก็เรียกเรือสายฟ”าออกมา แลว ทะยานจากไปไกลทันที
ลูกศิษย2ผูทรงเกียรติของแตละฝHาย พอไดรู เหตุการณ2การเปลี่ยนแปลงในดินแดนดาวตกก็รีบ รอน อยากนำขาวที่พวกเขาไดรับมาจากฟ”าดินแหง นั้นไปบอกใหผูอาวุโสในสำนัก เพื่อใหพวกเขาได เตรียมตัวลวงหนา จึงพากันเอยปากบอกลา
ไมนานนักคนที่ยังอยูตรงนี้จึงเหลือเพียงคนของ ตระกูลตง
ตงลี่มองเนี่ยเทียนดวยสีหนารอคอย นางหวังให เนี่ยเทียนจากไปพรอมกับนางจึงเอยเกลี้ยกลอม “พื้นที่ที่ชนตางเผาจะมาเยือนก็คือที่นี่ อีกไมนาน อาณาจักรเลี่ยคงตองเจอกับศึกที่ไมมีวันจบสิ้น ทาง ที่ดีเจาอยาไดอยูกับเผยฉีฉี กลับตระกูลตงกับขาดี ที่สุด”
เนี่ยเทียนเงียบไปครูก็สายหัว “ขามีแผนการของ ตัวเอง”
กลาวจบเขาก็ปลดถุงหนังออกจากเอวแลวสงใหตง ลี่ “ในนี้คือผลเก็บเกี่ยวที่ขาไดมาจากการสังหารคน ระดับเดียวกัน และยังมีแหวนหวงมิติของชนตางเผา อีกบางสวน”
“ผลเก็บเกี่ยวดานในนั้นขาไมมีเวลามาตรวจดู อยางละเอียด แลวก็ไมรูราคาที่แนนอนดวย”
“เจาเอาไปแลวใชชองทางของตระกูลตงแลก เปลี่ยนเปนหินวิเศษรวมไปถึงวัตถุดิบที่เหมาะสมใน การฝ@กตนมาใหขาที นอกจากนี้ขายังตองการเลือด เนื้อสัตว2วิเศษระดับสูง เจาก็ชวยแลกมาใหขาดวย”
เนี่ยเทียนไมไดมอบผลเก็บเกี่ยวของเขาใหกับเผย ฉีฉีจัดการ แตมอบใหนางแทน นี่ทำใหตงลี่ดีใจอยาง มาก
นางยิ้มสดใส เก็บเอาของเหลานั้นไวในแหวนเก็บ ของของตัวเองอยางไมเกรงใจแลวจึงกลาววา “งั้นก็
ตกลง เจาไปหาขาที่ตระกูลตงได หรือไมเจาก็บอก ขาวาชวงนี้เจาจะไปอยูที่ไหน พอขาจัดการเรียบรอย แลวจะไดมาหาเจา”
“ขาจะอยูในอาณาจักรเลี่ยคงพักหนึ่ง หลังจากนั้น อาจไปดูที่อาณาจักรอั้น หมิง” เนี่ยเทียนกลาว
“ตกลง” ตงลี่ตอบรับวาเขาใจ
ตงปHายเจี๋ยยิ้มกวาง หันไปพูดกับเนี่ยเทียน “รักษา ตัวดวย!”
จากนั้นคนทั้งสองก็เรียกไฟฟ”าสายรุงออกมา แลว พาคนของตระกูลตงที่โชคดี รอดชีวิตบินไปทาง เทือกเขาฮวานคง
เนี่ยเทียนรูดีวาตระกูลตงจัดวางคายกลนำสง แหง มิติที่ลึกลับหลังหนึ่งไวในอาณาจักรเลี่ยคง คนของ
อาณาจักรปHายจั้นลวนอาศัยคายกลนั้นเดินทาง กลับไป
ตอใหคายกลนำสงของกะโหลกเลือด เปลวอัคคี และเดือนดับจะถูกแตละฝHายยึดชิงไปหมดแลว ทวา คนตระกูลตง ก็ยังเดินทางกลับไดอยางปลอดภัย
พริบตาเดียวขางรอยแยกหวงมิติที่พลุงพลานเสน นั้น ก็เหลือเพียงแคเนี่ยเทียนกับหลี่หลางเฟAงสองคน
เวลานี้เนี่ยเทียนจึงหันไปมองหลี่หลางเฟAงดวย ดวงตาเปนประกาย พลันพูดขึ้นวา “ยินดีกับเจา ดวย”
กอนหนาที่จะสังหารหนิงหยาง เขาเคยชวยใหหลี่ หลางเฟAงฝHาทะลุสูเขตสามัญ คาดไมถึงวาตอนนี้หลี่ หลางเฟAง จะเลื่อนขั้นมาเปนเขตสามัญชวงกลางแลว
เพียงแตวาหลี่หลางเฟAงในเวลานี้ เหมือนจะยิ่ง ผายผอมเขาไปอีก แมปราณที่ปลอยออกมาจากบน รางจะคมกริบนาพิศวง ทวากลับยังคงมีกลิ่นอาย แหงความตายเสี้ยวหนึ่งผลุบๆ โผลๆ ใหเห็น
สภาพการณ2เชนนี้แสดงใหเห็นวาพลังชีวิตของหลี่ หลางเฟAงถูกทำรายอยางสาหัสจนถึงระดับใกลตาย เต็มทีแลว
เขารูมาโดยตลอดวาหลี่หลางเฟAงมีความแคนลึก ล้ำ เพื่อการแกแคน คนผูนี้จึงเลือกเดินไปสูคมกระบี่ ฝ@กวิชาพิษรายแรง จายคาตอบแทนเปนความตาย ที่มาเยือนเร็วขึ้น เพื่อแลกมาดวยการฝHาทะลุ ขอบเขต และศักยภาพที่เพิ่มขึ้นสูงอยางรวดเร็ว
ผลที่ตามมาก็คือวันใดวันหนึ่งที่ศักยภาพของหลี่ หลางเฟAง ไตไปถึงขีดสูงสุด เขาก็อาจสิ้นใจตายไดทุก เมื่อ
และก็มีความเปนไปไดวา เขายังไมทันไดแกแคน ศัตรูก็อาจถูกพิษรายกัดกินรางกายและตายไปอยาง รวดเร็ว
เมื่อขอบเขต และฝ,มือของหลี่หลางเฟAงเพิ่มสูงขึ้น เรื่อยๆ เขาก็ขยับเขาไปใกลความตายมากขึ้นทุก ขณะเชนกัน
หลี่หลางเฟAงมองซายมองขวาเห็นวาไมมีใคร อีก ทั้งยังเคยตอสูเคียงบาเคียงไหลกับเนี่ยเทียน รูตัวตน ที่แทจริงของเนี่ยเทียน เขาจึงหัวเราะขื่นออกมา อยางไมปAดบัง “นั่นสิ ขอบเขตขยับไปอีกขั้นหนึ่ง แลว ทวาก็อยูหางจากความตายอีกไมไกลแลว สิ่ง เดียวที่ขาเปนกังวลก็คือ กอนตายจะยังไมไดฆาคนผู นั้นเพื่อลางแคนใหกับพอแม และนองสาว”
เนี่ยเทียนลังเลไปครูก็พลันพูดขึ้นวา “สภาพของ ขาตอนนี้ไมดีเทาไหรนัก จำเปนตองใชเวลาฟ=>นฟู
พลังการตอสู หวังวาเจาจะชวยเปนผูพิทักษ2ใหขาสัก ชวงหนึ่ง”
“ไมมีป4ญหา” หลี่หลางเฟAงกลาวอยางเด็ดเดี่ยว
เขายังถึงขั้นแอบคาดหวังวาวันใดวันหนึ่ง จะ อาศัยเนี่ยเทียนชวยใหเขาชิงเอาพละกำลังมาก กวาเดิมมาในระยะเวลาสั้นๆ
การที่เขาฝHาทะลุสูเขตสามัญไดอยางรวดเร็ว ก็ เพราะเนี่ยเทียนสรางลูกปราณวิญญาณที่แฝงไวดวย พิษรายขึ้นมา ทำใหเขาสามารถดูดซับพิษรายที่ผาน การกลั่นหลอมมาแลวไดโดยตรง
“ไป! พวกเราเปลี่ยนที่กัน!”
เนี่ยเทียนเรียกรถศึกทองคำ ที่ไดมาจากซูหลิน ออกมาจากในแหวนเก็บของแลวกระโดดขึ้นไป ดานบน
“รถศึกทองคำของวิมานสวรรค2!” ดวงตาของหลี่ หลางเฟAงเปนประกายนอยๆ “ไหนเขาเลาลือกันวา เจาปฏิเสธความปรารถนาดี จากวิมานสวรรค2ไมใช หรือ? หรือวาเจาเปลี่ยนใจแลว?”
“รถศึกทองคำคันนี้ขาแยงชิงมาจากผูอื่น ไมใช ยอมเขารวมกับวิมานสวรรค2แลวอีกฝHายมอบให” เนี่ยเทียนกลาวดวยรอยยิ้ม
“กลาแยงของมาจากมือวิมานสวรรค2 ไมเสียแรงที่ เปนผูสืบทอดหนึ่งเดียวของพระราชวังโบราณสะเก็ด ดาวในแดนแดนดาวตก” หลี่หลางเฟAงเอยชมแลวก็ บินขึ้นมายืนบนรถเชนกัน
รถศึกทองคำทะยานจากไปไกลทันที
มีอาวุธวิเศษประเภทบินอยูในมือ จึงชวยยน ระยะเวลาการเดินทางไปยังพื้นที่ตองหามแหงชีวิต ซึ่งมีอุกกาบาตตกมาเปนประจำใหสั้นลง
ไมถึงครึ่งชั่วยามดี เนี่ยเทียนก็อาศัยความเร็วของ รถศึกทองคำ บินมาถึงพื้นที่ ที่พวกเขาสังหารหนิงห ยาง และมีอุกกาบาตมากมายตกลงมา
กอนจะเลือกลงจอดในหลุมลึก ที่มีอุกกาบาตสี น้ำตาลกอนหนึ่ง จากนั้นเนี่ยเทียนก็เก็บรถศึก ทองคำกลับคืนไปแลวนั่งทำสมาธิ
หินดวงดาว หินธาตุไฟ และยังมีวัตถุดิบธาตุไม ลวนถูกเขาหยิบเอาออกมาวางกองไวตรงหนา
เมื่อตองตานทานกับมีดวิญญาณอสูรของอามูซือ บีบใหเขาจำตองใชหมัดพิโรธ ทำใหพละกำลังแทบ จะถูกเผาผลาญไปเกลี้ยง กอนหนาที่รอยแยกหวง มิติจะเปAดออก เขาแคอาศัยคายกลกำเนิดไมโบราณ มาฟ=>นฟูพลังพืชหญาไดเล็กนอยเทานั้น
พลังตางธาตุอื่นๆ ยังไมทันไดชดเชยอยางเต็ม กำลัง
เขาจึงอาศัยหินวิเศษแตละชนิดมาตั้งใจฝ@กตน
เวลาหาวันเต็ม พลังวิญญาณหลายธาตุที่เขา สูญเสียไปถึงจะฟ=>นคืนมาเปนปกติ
น้ำวนดวงดาวที่ผานการปรับเปลี่ยน ก็ไดไตมาถึง ระดับพรอมจะฝHาทะลุสูขั้นถัดไป น้ำวนพืชหญายัง ขาดอีกเล็กนอย มีเพียงน้ำวนเปลวเพลิง และน้ำวน พลังวิญญาณเทานั้นที่ยังจำเปนตองใชเวลาในการ ชุบหลอม
ทวาสะเก็ดดาวเกาดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณ ของเขา ที่เนื่องจากตอสูติดตอกันหลายครั้งจึงเผา ผลาญพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาวไปไมนอย
กอนหนาที่เขาจะเลื่อนสูเขตสามัญ ก็ดูเหมือนวา จะไมมีวิธีดีๆ ในการชดเชยพลังจิตวิญญาณสะเก็ด ดาว นี่จึงทำใหเขาเสียดายอยางมาก
เขาทดลองใชพลังจิตวิญญาณสะเก็ดดาว มาสราง เปนทิพย2จักษุเพื่อตรวจสอบความลี้ลับของจุดลึกใต ดิน
เขารูมาตั้งแตแรกแลววาจุดลึกใตดิน ในพื้นที่ ตองหามแหงชีวิตที่มีหินอุกกาบาตจากนอกโลก ตก มาเปนประจำแหงนี้ไดซุกซอนความลับของ พระราชวังโบราณสะเก็ดดาวเอาไว
เมื่อไดสนทนากับอามูซือ เขายังถึงขั้นรูสึกวา ความลับใตดินนี้เตรียมไวใหเขาผูเปนบุตรแหง ดวงดาวโดยเฉพาะ
เขาจะไดไปจากดินแดนดาวตก เพื่อมุงหนาสู ดินแดนที่กวางใหญกวานี้ไดหรือไม จะไดเดินทาง กลับคืนไปยังพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว และ กลายมาเปนบุตรแหงดวงดาวที่เจิดจรัสอยางแทจริง ไดหรือไม ลวนตองอาศัยความลับใตพื้นดินแหงนี้
นาเสียดายที่ตอใหตอนนี้เขาจะอยูในเขตตน สวรรค2ชวงกลาง ก็ยังไมสามารถมองทะลุปราการ ลึกลับใตดินไปเห็นความมหัศจรรย2เบื้องใตได
“ดูทาคงตองรอใหเลื่อนสูเขตสามัญ จนมีพลังจิต วิญญาณเปนของตัวเองเทานั้นถึงจะมีสิทธิ์ไดเขาไป ดานใน” เขาสายหัวไปมา เก็บความคิดทุกอยาง กลับคืนแลวหันไปยิ้มนอยๆ ใหกับหลี่หลางเฟAง “ขอบคุณมาก”
“คือวา…” หลี่หลางเฟAงกระดากอายเล็กนอย กอนจะพูดอยางระมัดระวัง “ขาใจรอนอยากเลื่อนสู เขตสามัญชวงทาย มีเพียงอยูในเขตสามัญชวงทาย เทานั้นขาถึงจะมั่นใจวาจะสังหารศัตรูคูแคนได เจา ชวยขาหนอยไดหรือไม?”
เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว ถามเบาๆ “เจารูหรือไมวา สภาพของเจาในตอนนี้ย่ำแยแคไหน?”
หลี่หลางเฟAงถอนหายใจยาวหนึ่งครั้ง “แนนอนวา ตองรู”
“เจารีบฝHาสูเขตสามัญชวงทายแลวเตรียมรับผลที่ จะตามมาแลวหรือยัง? ตามความเห็นขา ขณะที่เจา เลื่อนสูเขตสามัญชวงทาย มีความเปนไปไดถึงหา สวนที่เจาจะตาย” เนี่ยเทียนเอยตรงๆ ไมออมคอม
“ที่เจาพูดยังไมใชทั้งหมด ตัวขารูสึกวาขณะที่ขา เลื่อนสูเขตสามัญชวงทายอาจมีความเปนไปไดถึงหก เจ็ดสวนที่ตองตาย” หลี่หลางเฟAงยิ้มขื่น
“แลวเจาจะยังรีบรอนอยูอีกหรือ?” เนี่ยเทียนไม เขาใจ
เลมที่ 20 บทที่ 585 แคนเลือดตระกูลหลี่
กอนหนานี้เนี่ยเทียนอาศัยพลังจิตวิญญาณสะเก็ด ดาวสำรวจดูสภาพรางกายของหลี่หลางเฟ#งเล็กนอย ก็รูวาระดับความเสียหายของรางกายเขาย่ำแยยิ่ง กวาเผยฉีฉีมากนัก
ในเลือดเนื้อของหลี่หลางเฟ#งรับเอาสารพิษมามาก เกินไป สารพิษเหลานั้นตางก็มีพลังงานที่ไมธรรมดา ซึ่งชวยเพิ่มพลังในการตอสูใหแกเขา ชวยใหขอบเขต ของเขาเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว
ทวาเขาไมใชคนของเผาทมิฬ ขณะที่เลือดเนื้อของ เขารับเอาสารพิษมาจึงถูกพิษรายกัดกินไปดวย
มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของหลี่หลางเฟ#ง มี พลังวิญญาณปะปนไปกับพิษรายแรง พลังงานมีมาก มหาศาล
ทวาเสนเอ็น และเลือดเนื้อของเขากลับตองคอย แบกรับการรุกรานจากพิษรายมากมายอยู ตลอดเวลา แมแตจุดลึกของอวัยวะภายใน…ก็ยังถูก พิษรายแรงกัดกินจนเละเทะไปหมด
ขณะที่เขาพูดจะตองกระอักเลือดออกมาหนึ่งคำ และเขาก็จะตองคอยใชพลังวิญญาณมาระงับอาการ บาดเจ็บ เพราะตองบีบเอากากพิษรายแรงที่อยูดาน ในออกมา
ที่นาเสียดายก็คือวิชาพิษรายที่เขาฝ9กฝน จำเป:นตองรับเอาพิษเขามาในรางอยางตอเนื่อง นั่น จึงเป:นเหตุใหกากสารพิษจำนวนมากยังคง ตกตะกอน และทำลายอวัยวะรวมไปถึงเลือดเนื้อ ของเขาตอไป
หากเวลานานวันเขาเรือนกายนี้ของหลี่หลางเฟ#ง ก็จะเผาผลาญเลือดเนื้อไปหมด และอายุขัยของเขา ก็ลดลงฮวบฮาบตามไปดวย
พลังงานแข็งแกรงที่เขาเอามาใช ลวนมาจาก มหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนและสารพิษที่อยูใน เลือดเนื้อ
ทวาความแข็งแกรงของเขาตองจายคาตอบแทน มาดวย รางกายที่เต็มไปดวยรูเละเหวอะหวะนับรอย นับพัน นานวันสภาพก็ยิ่งย่ำแย
หากเขาฝ<าทะลุสูเขตสามัญชวงทำยก็จำเป:นตอง รวบรวมสารพิษมากกวาเดิม รางกายที่เจ็บออดแอด ของเขา ยังตองทนรับกับการกัดกินของพิษรายแรง รอบใหม
จากการวิเคราะห=ของเนี่ยเทียน รางกายนี้ของหลี่ หลางเฟ#งก็คือเปลวเทียนในสายลมที่สามารถมอด ดับไดทุกเมื่อ
“ขาเองก็หมดหนทางแลว” หลี่หลางเฟ#งถอน หายใจหนักหนวง
ภายใตสายตาสงสัยจากเนี่ยเทียน เขาเงียบไปนาน ถึงไดพูดขึ้นเบาๆ วา “ตระกูลหลี่ของขาเดิมทีอาศัย อยูในอาณาจักรอั้นหมิง พึ่งพาวังวิญญาณ ตระกูลห ลี่ของพวกเราไดรับภูเขาแรแหงหนึ่งจากวังวิญญาณ และตองคอยชวยขุดแรเพื่อแลกมาดวยการปกปAอง จากวังวิญญาณ”
“วันหนึ่งขณะที่บิดาขาเขาไปขุดแรในเหมืองลึกก็ ไดพบกับหองหินแหงหนึ่ง”
“หองหินนั้นมีลักษณะรูปแบบเหมือนของเผาอสูร กาย ดานในวางหัวกะโหลกไวหนึ่งหัว และยังมีวัตถุ เล็กๆ นอยๆ อีกหลายชิ้น”
“ในหัวกะโหลกนั้นคลายจะมีดวงวิญญาณหนึ่งที่ ยังไมแหลกสลาย”
เนี่ยเทียนตะลึงงัน “หัวกะโหลก…”
หลี่หลางเฟ#งไมไดสนใจเสียงอุทานเบาๆ ของเขา ยังคงพูดตอไปวา “หลังจากบิดาของขาพบหองหิน แหงนั้น ก็เตรียมจะรายงานใหคนในวังวิญญาณที่ เป:นที่พึ่งของพวกเราทราบ หมายใหเขามารับเอา ไป”
“ทวาคนในตระกูลบางคนกลับปากพลอยเอาขาว ไปบอกกับคนอีกฝ<ายหนึ่งของวังวิญญาณ”
“ตอนนั้นคนผูนั้นมีตบะเพียงเขตสามัญชวงกลาง และเป:นศัตรูกับคนของวังวิญญาณที่พวกเราพึ่งพา อยูพอดี”
“เมื่อเขารูวาตระกูลหลี่ของพวกเราคนพบหองหิน ของอสูรกาย ทั้งขางในยังมีวัตถุหลงเหลืออยูจึงหา ขออางบอกวา ตระกูลหลี่ของพวกเราไปลวงเกินเขา แลวลงมือสังหารอยางเหี้ยมโหด”
“บิดามารดา นองสาว คนในตระกูลทุกคนลวนถูก เขาสังหารไมมีเหลือ”
“สวนขาเพราะตอนนั้นไปวังวิญญาณเพื่อนำขาว ไปบอกใหแกที่พึ่งของตระกูลหลี่ถึงไดพนภัยครั้งนั้น มาได”
“เพื่อเอาใจผูอาวุโสของวังวิญญาณที่ชื่อฉางฉิว คนผูนั้นที่ฆาลางคนตระกูล หลี่จึงนำของทุกอยางที่ เขาไดมาจากหองหินแหงนั้นไปมอบใหฉางฉิว”
“รอจนขาไดเจอกับที่พึ่งของตระกูลหลี่ และบอก เรื่องนี้ใหเขาทราบ เขาก็รูแลววาเป:นฝDมือของคนผู นั้น”
“เขาไมยินดีลวงเกินฉางฉิว ทั้งยังขับไลขาออกมา ไมสนใจหายนะที่ตระกูล หลี่ตองเผชิญ”
“ขาไมกลาอยูอาณาจักรอั้นหมิงอีกตอไป จึง เดินทางจากมาแลวเลือกไปที่อาณาจักรเฮยเจEอ หลังจากเปลี่ยนแปลงชื่อแซก็เขารวมกับลัทธิอูตูE ขา เลือกฝ9กวิชาพิษรายของลัทธิอูตูE ที่ฝ9กไดเร็วที่สุด เพราะตองการฝ<าทะลุขอบเขตในระยะเวลาสั้นๆ หมายแกแคนใหกับคนในตระกูล”
“ทวาภายหลังอาจารย=ของขาในลัทธิอูตูEก็ไดรู ตัวตน และที่มาของขา”
“เขาไมเพียงแตไมปกปAองขา ยังแอบติดตอกับ ศัตรูผูนั้นของขาหมายจะสงตัวขาไปใหอีกฝ<าย ขารู
เรื่องนี้โดยบังเอิญจึงแอบหนีมาตอนกลางคืน อำ พรางรองรอยมาอยูที่อาณาจักรเลี่ยคง”
หลี่หลางเฟ#งกมหนาลงต่ำ นัยน=ตาอบอวลไปดวย ความเคียดแคนไรที่สิ้นสุด “คนผูนั้นที่สังหารคนทั้ง ตระกูลขาชื่อวาอูEชิงเหอ เขามีวังวิญญาณหนุนหลัง ทั้งยังมีทรัพยากรมากกวาขา ตอนนี้จึงเลื่อนสูเขต สามัญชวงทายแลว”
“ขาอยูตัวคนเดียว ไมมีสำนักคุมครอง เดิมที ขอบเขตก็ออนดอยยิ่งกวาเขา หากฝ9กตนดวยวิธีการ ทั่วไป ตอใหตายก็ไมมีหวังวาจะสังหารเขาได”
“ขณะที่ขาทำตัวเองใหแข็งแกรง เขาเองก็ไมไดอยู เฉย เขาจึงเหนือขาอยูตลอดเวลา”
“ขาจำตองเลือกหนทางอื่น ใชวิชาพิษรายที่ฝ9กได อยางรวดเร็ว ใชชีวิตแลกมาดวยการฝ<าทะลุขั้นที่ไว
กวากำหนด หวังเพียงแควาจะสังหารอีกฝ<ายไดกอน หนา ที่พิษรายจะกัดกินขาจนตาย”
“อูEชิงเหอเลื่อนสูเขตสามัญชวงทายแลว เขาโชคดี ไมนอยที่ไมถูกหัวมูสังหาร”
“ขาจำเป:นตองทำเวลาฝ<าทะลุสูเขตสามัญชวง ทายโดยเร็วที่สุด เพื่อสังหารคนผูนี้กับมือของตัวเอง! ขายอมไมไดหากเขาตองตายดวยน้ำมือผูอื่น!”
ดวงตาของหลี่หลางเฟ#งแดงก่ำ ไอสังหารตลบ อบอวล สีหนาบาคลั่งราวคนเสียสติ
เนี่ยเทียนถอนหายใจหนึ่งที เห็นใจสิ่งที่หลี่หลาง เฟ#งประสบมาไมนอย คาดไมถึงวาคนทั้งตระกูลของ เขาจะถูกฆาตายหมด กวาจะไดไปอยูลัทธิอูตูEก็ไมใช เรื่องงาย พอมีอาจารย=ก็เกือบจะถูกอาจารย=ทำเป:น ของเซนไหวมอบใหศัตรู
“ฉางฉิว…” เงียบไปครู เนี่ยเทียนพลันกลาววา “ฉางหยวนแหงวังวิญญาณมีความสัมพันธ=ใดกับฉาง ฉิวรึ?”
“ฉางหยวนคือบุตรชายของฉางฉิว ของที่อูEชิงเห อมอบใหเพื่อเอาใจฉางฉิวก็ดูเหมือนวาฉางฉิวจะเอา ไปมอบใหฉางหยวนลูกชายของเขา” หลี่หลางเฟ#ง สีหนาขมขื่น “ฉางหยวนเองก็เป:นหนึ่งในศิษย=ผูทรง เกียรติของวังวิญญาณ มีฉางฉิวคอยปกปAองเขา ความสำเร็จในอนาคตของเขาก็ยากที่จะประเมินได”
“บังเอิญจริง” เนี่ยเทียนหัวเราะเบาๆ กอนจะ หยิบเอาหัวกะโหลกนั้นออกมาจากในแหวนเก็บของ “หัวกะโหลกที่ตระกูลหลี่ของพวกเจาพบในหองหิน ใชของสิ่งนี้หรือไม?”
“มันไปอยูในมือของเจาไดยังไง?” หลี่หลางเฟ#งอึ้ง งัน
“ฉางหยวนถูกขาสังหารในพื้นที่พิเศษแหงนั้น ของ สิ่งนี้ขาก็แยงชิงมาจากมือของฉางหยวน” เนี่ยเทียน อธิบาย
หลี่หลางเฟ#งสีหนาดีใจ “แมวาฉางฉิวจะไมใช ตัวการหลัก แตการที่ตระกูล หลี่ของขาถูกฆาลาง ตระกูล เขาเองก็มีสวนทางออมเชนกัน ลูกชายของ เขากลับมาถูกเจาสังหาร! ดี! ทำไดดี!”
“หลิวเจี้ยนก็ตายแลวเหมือนกัน” เนี่ยเทียนกลาว อีกครั้ง
“หลิวเจี้ยน!” หลี่หลางเฟ#งตะลึงพรึงเพริด “หลิว เจี้ยนผูนี้ไมใชบุคคลธรรมดา ตัวตนของเขาสูงศักดิ์ ยิ่งกวาฉางหยวนยิ่งนัก! ลือกันวาหลิวเจี้ยนก็คือลูก นอกสมรสของเจาวังวิญญาณ! เจาสังหารหลิวเจี้ยน จะไมเทากับวาลวงเกินคนทั้งวังวิญญาณหรอก หรือ?”
“ขาไมไดเป:นคนสังหารหลิวเจี้ยนเองกับมือ แตก็ ไมตางกันเทาไหรนัก” เนี่ยเทียนเบปาก “ไมเพียงแค วังวิญญาณเทานั้น แมแตลัทธิอูตูEที่เจาเกลียดแคนก็ เกลียดขาเขากระดูกดำ จางจิวจากลัทธิอูตูEก็ตายไป แลว ซึ่งก็ถือวาตายเพราะมีสาเหตุมาจากขา เหมือนกัน”
หลี่หลางเฟ#งตะลึงลาน “เจาทำอะไรลงไปในที่แหง นั้นกันแน?”
“ศิษย=ผูทรงเกียรติจากสำนักใหญๆ ประมาณ ครึ่งหนึ่งลวนถูกขาสังหารจนเกลี้ยง” เนี่ยเทียน กลาวอยางไมแยแส
“เจา เจากลาไดยังไง?” หลี่หลางเฟ#งผูบาระห่ำยัง ตกใจจนพูดติดๆ ขัดๆ ใชสายตาราวมองภูตผีปDศาจ จองเขม็งไปที่เนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนเงียบไปครูก็พลันกลาววา “หลี่หลางเฟ#ง! อาการบาดเจ็บสาหัสในรางของเจา ขามี ความสามารถที่จะแกไขมันได!”
“วาไงนะ?” หลี่หลางเฟ#งอึ้งไปอีกครั้ง
“หากขาสามารถชวยเจาแกปIญหา เลื่อนอายุขัย ของเจาใหยาวนานขึ้น ชวยเจาฝ<าทะลุขอบเขตจน สังหารศัตรูคูแคนไดสำเร็จ เจาจะปฏิบัติกับขาเชน ไร?” เนี่ยเทียนพูดเสียงดัง
หลี่หลางเฟ#งตัวสั่นสะทาน รีบคำรามตอบรับ “หากเป:นเชนนี้จริง ชีวิตนี้ของขาหลี่หลางเฟ#งก็เป:น ของเจาแลว!”
“ดี!” เนี่ยเทียนยิ้มกวางหัวเราะรา “ของที่ขาให เจาไดเกรงวาคงเยอะยิ่งกวาที่เจาจะจินตนาการได หมด! หัวใจของเผาทมิฬดวงนี้หากเจาใชใหดี บางที
อาจจะทำใหเจาฝ<าทะลุสูเขตสามัญชวงทาย หรือ แมแตเขตลี้ลับก็ยังเป:นไปได!”
เขาพลันหยิบภาชนะพิเศษที่ใชบรรจุหัวใจออกมา
อาณาจักรเฮยเจEออันเป:นที่ตั้งของลัทธิอูตูE กอตั้ง แตเดิมคือพื้นที่เคลื่อนไหวของเผาทมิฬ วิชาลับ สารพัดพิษรายของลัทธิอูตูE ก็เหมือนจะมี ความสัมพันธ=ลึกซึ้งกับเผาทมิฬ
การฝ<าทะลุวิชาพิษของหลี่หลางเฟ#ง จำเป:นตองใช พิษรายที่นากลัวที่สุด และหัวใจของคนเผาทมิฬก็คือ จุดรวบรวมพิษรายทั้งราง!
หากหลี่หลางเฟ#งสามารถชุบหลอมหัวใจ ของเผา ทมิฬดวงนี้ไปไดอยางชาๆ เนี่ยเทียนก็เชื่อวาขอบเขต และพลังในการตอสูของเขาก็จะตองเลื่อนขั้นไป มหาศาลแนนอน!
สวนพลังโจมตีกลับจากวิชาพิษราย ในขณะที่หลี่ หลางเฟ#งชุบหลอมหัวใจคนเผาทมิฬ เขาก็ยอม สามารถใชคายกลกำเนิดไมโบราณ และเวทไม สวรรค=เกิดใหมมาชวยใหหลี่หลางเฟ#งพนจากภัยแหง ความตายได
ในสายตาของเขา ขอแคคนอำมหิตอยางหลี่หลาง เฟ#งผูนี้ไมตาย อีกฝ<ายจะตองกลายมาเป:นสุดยอดผู แข็งแกรง อยางที่ดินแดนดาวตกไมเคยมีมากอน หรืออาจถึงขั้นทัดเทียมกับอูหลางเสียไดเลย
และขอแคหลี่หลางเฟ#งยังคงฝ9กวิชาพิษรายตอไป รางกายของหลี่หลางเฟ#งที่ตองถูกพิษรายกัดกรอน อยางตอเนื่องยอมไมมีทางอยูหางจากเขาได!
สวนเขาก็จำเป:นตองใชคนดุดันอยาง หลี่หลางเฟ#ง มาชวยทำธุระจัดการเรื่องราว
โดยเฉพาะในชวงเวลาที่เขายังไมเติบโตมากพอนี้ การที่มีคนโหดเหี้ยมไรปราณี ทั้งฝDมือยังแข็งแกรง มากพออยูเคียงขาง เขาก็สามารถขามผานภัยราย มากมายไปไดอยางปลอดภัย
“อาณาจักรเลี่ยคงมีพื้นที่ที่พืชหญาขึ้นหนาแนน หรือไม?” เนี่ยเทียนเอยถาม
“มีพื้นที่นั้นอยูจริง” หลี่หลางเฟ#งกลาวอยาง ตื่นเตน
“พาขาไป ขาจะชวยรักษาบาดแผลของเจากอน อยางนอยเจาก็สามารถฝ<าทะลุสูขอบเขตตอไปได โดยไมตองเป:นกังวล” เนี่ยเทียนลุกพรวดขึ้นยืนแลว เรียกรถศึกทองคำออกมา กอนจะเรงใหเขาจากไป
“ขาจะพาเจาไปเดี๋ยวนี้!” หลี่หลางเฟ#งตอบรับ หนักแนน
เลมที่ 20 บทที่ 586 มรสุมที่กำลังจะมาเยือน
อาณาจักรเลี่ยคง ฝILงตะวันออกของพื้นที่ที่ถูกทิ้ง ราง
สถานที่แหงนี้มีตนไมขึ้นรกครึ้ม พืชพรรณเองก็ งอกงามเต็มพื้นดิน เดิมทีก็เป:นพื้นที่ที่ตนไมพืชหญา หนาแนน เต็มไปดวยพลังชีวิตของอาณาจักรเลี่ยคง
อาณาจักรเลี่ยคงเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ หลังจากที่พลังงานฟAาดินจากนอกโลกหลายชนิด รั่วไหลไปทั่ว พืชพรรณมากมายที่ควรมีอยูที่นี่ก็พา กันแหงเหี่ยวลมตาย แตก็ยังมีพืชพรรณบางประเภท ที่เปDLยมไปดวยพลังชีวิต และคอยๆ ปรับตัวเขากับ สภาพแวดลอมที่ทารุณ หลังจากเกิดการ เปลี่ยนแปลงก็เริ่มงอกงามขึ้นมาในลักษณะใหม
พืชพรรณที่ผานการเปลี่ยนแปลง ยิ่งงอกงามสูง ใหญ ทวาก็เต็มไปดวยความอันตรายดวยเชนกัน
พืชพรรณบางประเภทเกิดใหมดวยลักษณะดุราย กิ่งกานใบแหลมคมประดุจกระบี่ ผูฝ9กลมปราณที่ ขอบเขตไมสูงพอ หากเดินผานที่แหงนี้ก็อาจถูกกิ่งไม ใบหญาเหลานั้นกรีดเนื้อจนไดเลือดกันบาง
เดิมทีพื้นที่ที่ถูกทิ้งรางอยูในการควบคุมของเดือน ดับ หลี่หลางเฟ#งคือขุนนางตางถิ่นของเดือนดับจึง คุนเคยกับสถานที่แหงนี้เป:นอยางดี
พอเขาพาเนี่ยเทียนมาถึงที่นี่ เนี่ยเทียนก็เป#ดใช คายกลกำเนิดไมโบราณทันที วินาทีที่คายกลถูกเป#ด มานแสงสีเขียวเขมชั้นหนึ่งก็คอยๆ กอตัวขึ้นชาๆ
ทามกลางมานแสงสีเขียวเขม ลายเสนตนไมลึกลับ มากมายลอยมารวมกันดั่งปลาที่วายวนไปทั่ว ทั้งยัง ชักนำจิงชี่พืชหญาที่อยูใกลเคียงมาอยางรวดเร็ว
จิงชี่พืชหญาของที่นี่ ที่ถูกชักนำมาเทียบไมไดกับ จิงชี่พืชหญา ในมาตุภูมิของเผาไม และเทียบไมได กับเกาะที่มีพืชหญารกครึ้มแหงนั้น
ทวาในความรูสึกของเนี่ยเทียน จิงชี่พืชหญาของที่ แหงนี้มีระดับสูงกวาอาณาจักรใดๆ ก็ตามในดินแดน ดาวตก
เขาเดาเอาวาพืชพรรณที่ผานการเปลี่ยนแปลง แม จะเปลี่ยนมาเป:นอันตราย ทวาจิงชี่พืชหญา ที่ซุก ซอนอยูภายในก็บริสุทธิ์ และเขมขนกวาเดิมตามไป ดวย
ดังนั้นเขาจึงอาศัย และคายกลกำเนิดไมโบราณ และเวทไมสวรรค=เกิดใหมมาชวยชุบหลอมเรือนกาย ใหกับหลี่หลางเฟ#ง ชวยฟMNนฟูบาดแผล และอวัยวะ ภายในที่เนาเปMLอยของเขา
อาการบาดเจ็บของหลี่หลางเฟ#งนั้น สั่งสมมานาน ปDจึงสาหัสยิ่งกวาที่เขาคิดเอาไวมากนัก
เขาเปลี่ยนตำแหนงติดตอกันเจ็ดแปดครั้ง จิงชี่พืช หญาทั้งหมดในรัศมีรอยลี้ลวนถูกดูดซับมาจนเกลี้ยง ทั้งยังเผาผลาญจิงชี่พืชหญาของ ตัวเขาเองไปอีกไม นอย ก็ยังไดแคประสานบาดแผลในจุดที่สาหัสที่สุด ของหลี่หลางเฟ#งไมกี่จุดเทานั้น
รางกายที่สามารถพังทลายไดตลอดเวลาของหลี่ หลางเฟ#ง เนื่องจากเนี่ยเทียนใชเวทไมสวรรค=เกิด ใหม ประมาณเจ็ดแปดครั้ง ชักนำใหจิงชี่พืชหญามา ชวยฟMNนฟูรางกาย จึงทำใหอาการบาดเจ็บของเขา ฟMNนตัวมาไดเกินครึ่ง
ทวาหยดพืชหญาที่สะสมอยูในน้ำวนพืชหญา กลางมหาสมุทรวิญญาณจุดตันเถียนของเนี่ยเทียน กลับหายเกลี้ยง
ครึ่งเดือนตอมาเนี่ยเทียนก็หยุดมือแลวพูดอยาง หดหูเล็กนอย “อาการบาดเจ็บของเจารุนแรงมาก เกินไป คิดจะรักษาใหหายขาดในระยะเวลาสั้นๆ เกรงวาคงเป:นไปไมไดมากนัก”
เขายังรูสึกเสียดายเล็กนอย เสียดายที่ขอบเขตของ ตัวเองต่ำเกินไป หยดพืชหญาที่สะสมอยูในน้ำวนจึง มีไมมากพอ
ทวาหลี่หลางเฟ#งกลับพอใจจนไมรูจะพอใจอยางไร ดีแลว
ตอนที่เนี่ยเทียนหยุดมือ ดวงตาของเขาก็โชนแสง นาขนลุก คลายงูพิษที่จำศีลในฤดูหนาว เลียริม ฝDปากตัวเองแลวหัวเราะเสียงนาสะพรึง “พอแลว! แคนี้ก็พอแลว! ตอนนี้ขามั่นใจแลววาจะชุบหลอม หัวใจ ของเผาทมิฬดวงนั้นเพื่อฝ<าทะลุขอบเขตครั้ง ใหมได!”
กอนหนาที่ยังไมพบเนี่ยเทียน เขาเองก็ไมมีความ มั่นใจเทาใดนักวาขณะที่เลื่อนสูเขตสามัญแลวตัวเอง จะไมตาย
เพราะเขารูสภาพของตัวเองดียิ่งกวาใคร
แตตอนนี้เรือนกายที่ย่ำแยของเขา กลับไดรับการ รักษาจากเนี่ยเทียนเจ็ดแปดครั้งจนอาการดีขึ้นมาไม นอย
เดิมทีเขานึกวา อาการบาดเจ็บเหลานั้น…จะคงอยู ไปตลอดกาล ไมสามารถรักษาใหหายได
เขาเคยสูญเสียทรัพยากรไปมหาศาล ใชชองทาง ของเดือนดับซื้อหายา และวัตถุดิบวิเศษในการบำรุง เลือดเนื้อมามากมาย ทวายาเหลานั้นที่แลกมาดวย คาตอบแทนกอนโตกลับไมมีประโยชน=ใดๆ ตอ รางกายของเขา
เดิมทีเขาถอดใจแลว แตนึกไมถึงวาการรักษาจาก เวทไมสวรรค=เกิดใหม และคายกลกำเนิดไมโบราณ ของเนี่ยเทียน กลับมีประสิทธิผลมหัศจรรย=ราวไดรับ โชควาสนาที่สวรรค=ประทานมาใหแบบนี้
อวัยวะภายในที่เนาเปMLอย ซึ่งทำใหเขาปวดหัวมาก ที่สุดก็แทบจะไดรับการแกไขจนหายสนิท!
ตอนนี้เขามั่นใจแลววาหากฝ<าทะลุสูขอบเขตใหม ตนเองไมมีทางตายแนนอน!
“อืม ในระยะเวลาสั้นๆ นี้เจานาจะยังไมเป:น อะไร” เนี่ยเทียนพยักหนารับเบาๆ “หัวใจของคน เผาทมิฬดวงนั้นเจาจงใชใหดี อยารีบรอนเกินไปนัก แมแตขาเองก็ยังมองไมออก ถึงระดับสายเลือดของ คนเผาทมิฬ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู ตอนที่เจาดึงเอาพิษ รายออกมาตองระวัง และระวังใหมาก!”
“ขาเขาใจแลว” หลี่หลางเฟ#งหัวเราะหึหึ “ชวง ระยะเวลานี้ขาจะอยูที่นี่ ไมไปไหนทั้งนั้น”
“ดี” เนี่ยเทียนใครครวญอยูพักหนึ่งจึงกลาววา “ขายังมีธุระ จะไปที่เมืองโพเมี่ยสักหนอย ตอไปหาก เจาคิดจะติดตอขา ก็ไปหาคนที่ชื่อหูหรงในเมืองโพ เมี่ย”
หลี่หลางเฟ#งแสดงทาทีวาเขาใจ
ยังไมทันรอใหหยดพืชหญาในน้ำวนพืชหญา ไดรับ การเติมเต็มอยางสมบูรณ=แบบ เนี่ยเทียนก็เรียกรถ ศึกทองคำออกมา แลวบินไปยังเมืองโพเมี่ย
เมืองโพเมี่ยในเวลานี้อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ ยิ่งใหญไดตลอดเวลา ไมแนวาอาจมีผูแข็งแกรงของ ชนตางเผา ใชบันไดกนหอยขึ้นไปยังแผนดินดานบน และตามหารอยแยกหวงมิติ ที่เชื่อมโยงมาถึง ดินแดนดาวตกเจอแลว
การตอสูระหวางหัวมู และเจาวังวิญญาณก็ไมรูวา เป:นอยางไรบางแลว เขาจึงอยากจะไปทำความ เขาใจเสียหนอย
นอกจากนี้พวกศิษย=ผูกลาของแตละฝ<าย ที่ได กลับมาก็นาจะเอาความเคลื่อนไหวของชนตางเผาใน พื้นที่พิเศษ ไปบอกผูอาวุโสในสำนักแลว เขาเองก็ อยากรูวาแตละสำนักคิดจะจัดการเรื่องนี้อยางไร
รถศึกทองคำพุงทะยานไปตลอดทาง และมาหยุด อยูนอกเมืองโพเมี่ย
ตลอดทางมานี้เนี่ยเทียนผานพื้นที่หลายแหง พื้นที่ เหลานั้นเดิมทีควรมีนักลาจำนวนมากเคลื่อนไหว แต เขากลับมองไมเห็นเงาของพวกนักลาเหลานั้นเลย
นอกจากพื้นที่ที่ถูกทิ้งราง ซากปรักหักพัง และ เมืองโพเมี่ยแลว ทุกที่ในอาณาจักรเลี่ยคง ลวนมีนัก
ลาซอนตัวอยู แตเขาใชทิพย=จักษุก็ยังสัมผัสไดเพียง ปราณแหงชีวิตที่ออนจางสิบกวากลุมเทานั้น
ก็ไมรูวานักลาพวกนั้นหายไปไหนกันหมด
รอจนเขาเขาไปในเมืองโพเมี่ย ก็คนพบอยาง รวดเร็ววาแมแตเมืองแหงนี้ที่กะโหลกเลือดเป:น ผูดูแล ก็ยังมีคนเพียงหยิบมือ จำนวนของผูฝ9ก ลมปราณดุรายที่อาศัยอยูในนี้มานานปDก็ลดนอยลง ไปมาก
คนสวนใหญที่ยังอยูในเมืองโพเมี่ย ลวนมีเขตกลาง สวรรค= แมแตเขตตนสวรรค=ก็ยังมีใหเห็นนอยนัก
เขาเดินตรงไปยังหอเรือนที่พักของเผยฉีฉี
เมื่อยืนอยูตรงหนาหอเรือนเขาก็สัมผัสทันทีวามี กระแสจิตหลายเสนมารวมกันอยูที่ตัวเขา
“แอด!”
ประตูไมเป#ดออกเองโดยอัตโนมัติ เนี่ยเทียนกาว เทาเขาไป แลวก็ไดเห็นหนาตาของคนคุนเคยที่อยู กลางลานที่พักทันที
เจินฮุยหลัน เผยฉีฉี หูหรง และยังมีเขตสามัญของ กะโหลกเลือดอีกหลายคน รวมไปถึงไฉหลัน ผูนำ ของกะโหลกเลือดก็อยูในกลุมคนนั้นดวย
พอคนเหลานั้นเห็นเขาตางก็เผยแววตกตะลึงใน ดวงตา บางคนจำเขาได บางคนก็ไมรูวาเขาคือใคร
เจินฮุยหลันหนาซีดขาว ทวาตอนที่เขาเดินเขามา มุมปากของนางกลับยกยิ้ม กอนจะหันไปพูดกับทุก คน “กอนหนานี้พวกเจาหลายคนอาจจะรูจักเขา แลว แตไมมีทางรูตัวตนที่แทจริงของเขาแนนอน ขา จะแนะนำเขาอีกครั้ง เขาคือหัวเทียน และก็คือเนี่ย เทียน เด็กนอยผูโชคดีที่ไดรับการสืบทอดจาก พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว”
ไฉหลันตกใจ อุทานเบาๆ “ที่แทก็เจานี่เอง!”
หูหรงรูตัวตนของเขานานแลว จึงพยักหนาพรอม รอยยิ้ม
กลับเป:นตัวเนี่ยเทียนเองเสียอีกที่ตะลึงงัน เพราะ กอนหนาที่จะเขาไปในรอยแยกหวงมิติ เจินฮุยหลัน ไดมอบหนากากชิ้นหนึ่งใหแกเขาโดยเฉพาะเพราะ กลัววาตัวตนของเขาจะเป#ดเผย แลวตกเป:นเปAา สายตาของวิมานสวรรค= และตำหนักเทพเพลิง
ทวาคราวนี้เพิ่งจะเจอหนากัน เจินฮุยหลันกลับ เป:นฝ<ายเป#ดเผยตัวตนของเขาดวยตัวเอง นี่จึงทำให เขาสับสนอยางมาก
“สถานการณ=ตางจากเดิม” เหมือนจะมองออกถึง ความสงสัยของเขา เจินฮุยหลันจึงถอนหายใจแลว กลาววา “ในเมื่อรูวาชนตางเผาจะรุกรานเขามา ในชวงเวลาสั้นๆ นี้แตละสำนักยอมไมมีทางเป#ดศึก
กันใหมอีกครั้ง เจาในเวลานี้ไดรับการยอมรับจากลูก ศิษย=คนสำคัญของสำนักหยิน สำนักหยาง แตละ ฝ<ายของอาณาจักรป<ายจั้น และหอหันป#ง ทั้งยัง ไดรับการปกปAองจากพรรคคิชกูฏ วิมานสวรรค= และ ตำหนักเทพเพลิง ยอมไมมีทางมาทางเรื่องเจาใน เวลาอยางนี้แนนอน”
เนี่ยเทียนอึ้งไปครูจึงถามวา “ตอนนี้สถานการณ= เป:นเชนไร?”
เจินฮุยหลันอธิบายสถานการณ=ของดินแดนดาวตก ในตอนนี้ใหเขาฟIงคราวๆ หนึ่งรอบ
เขาจึงเขาใจทันที เนื่องจากการกลับมาของเสวียน เขอ เฉินฮาว ตงป<ายเจี๋ย เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ลึกลับแหงนั้น จึงถูกนำมาตีแผตอหนาแตละ สำนัก
สำนักเกาแกทั้งหมดในดินแดนดาวตก ลวนรูขาวที่ ชนตางเผาจะบุกเขามารุกราน
เหลานักลาของเมืองโพเมี่ย และคนดุรายมากมาย เมื่อรูวาอาณาจักรเลี่ยคงอาจกลายมาเป:นสนามรบ หลักจึงคิดหาวิธีหนีออกไป
คายกลนำสงแหงมิติหลายหลังของเดือนดับ เปลว อัคคี และกะโหลกเลือดที่ถูกแตละฝ<ายชวงชิงไป รวมถึงของสำนักอื่นๆ ที่มาสรางอยางลับๆ เชน ตระกูลตง ก็ลวนถูกเป#ดใชอยางแพรหลาย
ไมวาจะเป:นนักลาหรือคนอื่นๆ ขอแคจายหินวิเศษ ในจำนวนที่กำหนดก็ลวนไปจากอาณาจักรเลี่ยคงได
นี่จึงเป:นเหตุใหผูฝ9กลมปราณประมาณเจ็ดแปด สวน ที่เคยอาศัยอยูในอาณาจักรเลี่ยคงมานาน ลวน เลือกจากไปตั้งแตเมื่อครึ่งเดือนกอน
เพราะภัยคุกคามจากชนตางเผานากลัวมากเกินไป วิมานสวรรค= และสำนักที่แข็งแกรงอื่นๆ จึงออกหนา มาคลี่คลายปIญหาในอาณาจักรอั้นหมิง อูหลางเสีย เอง ก็ไมดักลอมอยูนอกตำหนักเทพเพลิงอีกแลว
แมแตการตอสูระหวางหัวมู และเจาวังวิญญาณที่ พอไดรับการเกลี้ยกลอมจากหลายฝ<ายก็หยุดชะงัก ชั่วคราวตามไปดวย
สำนักใหญๆ ในดินแดนดาวตก ตางก็ระดมกำลัง พลสงผานคายกลนำสงหวงมิติแตละหลังใหมาเยือน อาณาจักรเลี่ยคง เพื่อรอการมาถึงของชนตางเผา
“ผูอาวุโสเจิน เราป#ดรอยแยกหวงมิติเหลานั้นไมได หรือ?” เนี่ยเทียนถามดวยความแปลกใจ
ประโยคนี้ดังจบ ทุกคนตางก็ยิ้มเจื่อน
เจินฮุยหลันถอนหายใจ สายหัวแลวกลาววา “ขา เคยลองแลว อูEหยาของวิมานสวรรค=ที่เชี่ยวชาญพลัง หวงมิติ ก็เคยทดลองเหมือนกัน แมแตจาวซาน หลิง ศิษย=พี่รองของขาก็ยังถูกเชิญใหมาทดลอง ทวาตางก็ ทำอะไรไมได รอยแยกหวงมิติเหลานั้นพิเศษมาก พวกมันเปลี่ยนแปลงยากคาดเดา ซับซอนถึงขีดสุด ไมมีใครป#ดผนึกพวกมันได”
เลมที่ 20 บทที่ 587 สรางความลำบากใจ
ตามคำบอกของเจินฮุยหลัน ตลอดครึ่งเดือนมานี้ ผูที่เชี่ยวชาญดานเวทลับหวงมิติทั่วทั้งดินแดนดาว ลวนไปที่เทือกเขาฮวานคง เพื่อพยายามป#ดผนึกรอย แยกหวงมิติทั้งหกเสนที่ปริออกนั้น
นาเสียดายที่ไมมีใครทำสำเร็จ
การรุกรานเขามาของชนตางเผา เป:นเรื่องที่ไมอาจ หลีกเลี่ยงไดอีกตอไป ผูแข็งแกรงของแตละสำนัก ก็ ไดแตถูกบีบใหระดมกองกำลังมาเผชิญหนากับการ ทารบจากชนตางเผา
เนี่ยเทียนยืนรับฟIงคำพูดของพวกไฉหลัน จาก กะโหลกเลือด และหูหรงเงียบๆ
ไมนานเขาก็รูวาการมาถึงของศึกใหญ ใน อาณาจักรเลี่ยคง เป:นเหตุใหทุกคนหวาดผวา ผูที่มี
ขอบเขต และฝDมือต่ำตอยจึงเลือกหนีไปตั้งแตเมื่อ ครึ่งเดือนกอน
ทวาผูนำ และเจาสำนักของแตละสำนักในดินแดน ดาวตก ตางก็บีบใหสำนักและตระกูลผูฝ9กลมปราณ ทุกตระกูล สงตัวผูแข็งแกรงเขตสามัญ และเขตลี้ลับ ใหมาเฝAาพิทักษ=อยูที่เทือกเขาฮวานคง
อีกไมนานเทาไหรก็จะมีผูแข็งแกรงเขตสามัญ และ เขตลี้ลับทยอยกันมาเยือนอาณาจักรเลี่ยคง
เนี่ยเทียนรับฟIงอยูชั่วครู ก็รูสึกวาหายนะใหญครั้ง นี้ ไมใชสิ่งที่เขาสามารถแกไขอะไรได จึงใชขออางวา จำเป:นตองฟMNนฟูพลัง มาขอใชหองฝ9กตนพิเศษใน กะโหลกเลือดจากไฉหลัน
หลังจากที่ไฉหลันไดรูตัวตนที่แทจริงของเขา และรู วาเขามีความสัมพันธ=ลึกซึ้งกับเจินฮุยหลันจึงเอย ตอบรับทันที
กะโหลกเลือดในเวลานี้ ไมใชหนึ่งในผูพิชิตของ อาณาจักรเลี่ยคงอีกตอไปแลว เมื่อผูแข็งแกรงของ แตละสำนักมาเยือน กะโหลกเลือดจะไปอยูที่ไหนจะ ทำอะไรตอ เขาเองก็ไมรูเหมือนกัน
นี่จึงเป:นสาเหตุที่เขามาพูดคุยปรึกษาปIญหาใน อนาคตกับเจินฮุยหลัน
เจินฮุยหลันไดยินวาเขาจะไปที่หองฝ9กตนของ กะโหลกเลือด รูวาในระยะเวลาอันสั้นนี้ เขายังไม จากไปไหนจึงปลอยใหเขาไปอยางที่ตองการ
ไมนานนักเนี่ยเทียนก็มาถึงศูนย=บัญชาการหลัก ของกะโหลกเลือด
ที่ทำใหเขาแปลกใจก็คือเขายังไดเจอกับ สือชิงอีก ครั้ง
เป:นเรื่องมหัศจรรย=มาก ที่สือชิงรอดชีวิตมาไดจาก แนวเสนปAองกันของภูเขาสายฟAา เมื่อเห็นเขาปรากฏ ตัว สือชิงก็มีทาทางกระตือรือรนอยางถึงที่สุด
รอจนเขาบอกวัตถุประสงค=ที่มาเยือนแลว สือชิงก็ รีบเป#ดหองฝ9กตนที่เตรียมไวใหสำหรับเขตตนสวรรค= ใหกับเขาทันที แถมยังไมเก็บเงินแมแตแดงเดียว บอกกับเขาวาจะฝ9กตนนานแคไหนก็ได
กอนหนาที่เนี่ยเทียนจะเขาไป สือชิงก็แสดงคำ ขอบคุณยกใหญ บอกวาหากเขา และเผยฉีฉีไมลงมือ ชวยเหลือ ตนก็ไมสามารถมีชีวิตรอดกลับมาถึงเมือง โพเมี่ยไดอีก
สือชิงยังเอยเกลี้ยกลอมใหเขาไปจาก อาณาจักรเลี่ยคงโดยเร็วที่สุด บอกกับเขาวาอยาไดมี สวนเกี่ยวของกับน้ำขุนบอนี้ ้น้ำขุนเปรียบเทียบ หมายถึงปIญหาความวุนวาย)
เนี่ยเทียนยิ้มรับแลวเดินเขาไปในหองฝ9กตนของ ตนสวรรค= กอนจะหยิบเอาวัตถุดิบหลากหลายธาตุ ออกมา แลวเริ่มตั้งใจฝ9กบำเพ็ญตบะ
หนึ่งเดือนตอมา
เมื่อไดใชหองฝ9กตนพิเศษของกะโหลกเลือด พลัง พืชหญาที่เนี่ยเทียนเผาผลาญไปตอนชวยเหลือหลี่ หลางเฟ#ง ก็ไมเพียงแตฟMNนคืนกลับมา น้ำวนพืชหญา ยังไดรับการแกไขใหมอีกครั้ง จนใกลจะฝ<าขอบเขต ไดแลว
น้ำวนพลังวิญญาณแปดลูกของเขาก็คอยๆ ถูกชุบ หลอมจนขยายออกไปทีละนิด
มีเพียงการชุบหลอมน้ำวนเปลวเพลิงเทานั้น ที่ เนื่องจากไมมีความโชคดีที่พิเศษจึงไดแตคอยๆ ชุบ หลอมไปตามปกติ
เขาจึงเป#ดหองฝ9กตนแลวเดินออกมาทันที พอลง มาชั้นลางก็ไดพบกับสือชิง อีกครั้ง
“เจาออกมาแลวหรือ” สือชิงยิ้มแยมเต็มใบหนา “พอดีเลย ชวงนี้มีคนมากมายมาหาเจา ศูนย= บัญชาการของกะโหลกเลือดก็จะเริ่มจัดงานการ แลกเปลี่ยนวัตถุดิบวิเศษ หญาวิเศษ และอาวุธวิเศษ กับพรรคคิชกูฏ ซึ่งจะมีขึ้นในอีกสามวันขางหนา ถึง เวลานั้นจะมีวัตถุดิบหายาก และวัตถุระดับสูง มากมายปรากฏ”
“ใครมาหาขารึ?” เนี่ยเทียนถามดวยความแปลก ใจ
กลาวจบเขาก็ปลอยกระแสจิตออกไปขางนอกโดย อัตโนมัติ จากนั้นก็พบวาเมืองโพเมี่ยที่เดิมทีเงียบ เหงา ตอนนี้กลับคืนมามีชีวิตชีวาอีกครั้งแลว
ตอนที่เขาแผกระแสจิตออกมา ก็ไปดึงดูดการขาน รับจากคนมากมาย ผูแข็งแกรงหลายคนจึงไลตามมา หาทันที
เขารีบเก็บกระแสจิตกลับคืนแลวถามอยางตกใจ “ทำไมจูๆ เมืองโพเมี่ยถึงมีคนเพิ่มมาเยอะขนาดนี้?”
“สำนักหยิน สำนักหยาง แตละฝ<ายของอาณาจักร ป<ายจั้น หอหันป#ง และสำนักอาวุธตางก็สงเขต สามัญ และเขตลี้ลับมาที่นี่” รอยยิ้มบนใบหนา ของสือชิงดูฝMดเฝMLอนไมนอย “พวกเขาเตรียมพรอม ตอสูนองเลือดกับชนตางเผาที่ไมรูวาจะมาเยือน เมื่อไหร ทานเจินไดสรางคายกลนำสงแหงมิติหลัง ใหมไวในเมืองโพเมี่ย คนเหลานั้นก็มาถึงโดยอาศัย คายกลหลังนั้น”
“สำนักใหญที่มีรากฐานลึกล้ำเหลานี้ คนที่มาลวน เป:นเขตสามัญ และเขตลี้ลับ ตอนนี้มีคนสวนหนึ่งที่ พักอยูในเมืองโพเมี่ย”
“คนอีกสวนหนึ่งนั้นไปที่เทือกเขาฮวานคงเพื่อ รวมตัวกับพวกคนจากวิมานสวรรค= ตำหนักเทพ เพลิง คอยเฝAาบัญชาการณ=อยูที่รอยแยกหวงมิติหก เสน รอรับมือลวงหนา”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครูก็พูดขึ้นดวยสีหนา เครงเครียด “หนึ่งเดือนมานี้มีคนหรือชนตางเผา ออกมาจากรอยแยกหวงมิติหกเสนนั้นหรือไม”
“ไมมี ไมมีแมแตคนเดียว” สือชิงถอนหายใจ
เนี่ยเทียนพอจะวางใจไดเล็กนอย “ใชแลว ใครกัน แนที่รีบรอนอยากพบขา?”
“คนจากอาณาจักรหลีเทียน” สือชิงกลาว
“อาณาจักรหลีเทียน?!” เนี่ยเทียนตะลึง “พวกเขา มาทำอะไรที่นี่?”
“หายนะครั้งใหญจะมาเยือนอาณาจักรเลี่ยคง ขอ แคเป:นสำนักที่อยูในดินแดนดาวตก ตางก็ถูกบังคับ วาอยางนอยตองสงผูแข็งแกรงเขตสามัญ และเขตลี้ ลับครึ่งหนึ่งใหมารวมตอสู” สือชิงอธิบาย “แมวา อาณาจักรหลีเทียนจะออนแอ แตก็มีสำนักไมนอย ตั้งอยู แลวก็มีเขตสามัญ และเขตลี้ลับ ภายใตคำ เรียกรองจากทุกฝ<าย พวกเขาก็ไดแตยอมทำตามแต โดยดี”
“พวกที่มามีใครบาง?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“เออ ขาเองก็ไมคอยรูจักคนของอาณาจักรหลี เทียนเทาใดนัก” สือชิงกระอักกระอวนเล็กนอย “คนที่มาจากอาณาจักรหลีเทียน ลวนถูกจัดตัวใหไป
อยูในซอยที่หูหรงอาศัย เมื่อเจาไปก็จะไดรูเองวามี ใครมาบาง”
“หูหรง เขตซอยทรุดโทรมที่พรรคคิชกูฏอยูนะรึ?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
เขตที่ตั้งฐานลับของพรรคคิชกูฏ คือพื้นที่ที่สกปรก และทรุดโทรมที่สุดในเมืองโพเมี่ย สิ่งปลูกสรางของ พื้นที่นั้นเล็กเตี้ยผุพัง กอนหนานี้พวกที่อาศัยอยูแถบ นั้นลวนเป:นคนชั้นเลวที่สุดในเมืองโพเมี่ย
“แคกๆ” สือชิงยิ้มเจื่อน อธิบายอยางจนใจ “นี่คือ ความตองการของทานผูนำ แตไมไดมีเจตนาราย เจาเองก็รูวาคนของอาณาจักรหลีเทียน ไมมีผู แข็งแกรงเขตวิญญาณ สวนคนที่เขามาอยูในเมืองโพ เมี่ย ก็มีแตสำนักใหญๆ ที่รากฐานลึกล้ำอยาง สำนักหยิน สำนักหยาง และหอหันป#ง”
“หากใหคนของอาณาจักรหลีเทียนอยูรวมกับคน ของฝ<ายอื่นอาจไมถือเป:นเรื่องดีนัก”
“ทานผูนำกังวลวาหากคนจากอาณาจักรหลีเทียน ของเจา ไปลวงเกินฝ<ายอื่นเขาจะมีปIญหาตามมา อีก อยางกอนที่ทานผูนำจะจัดการทำเชนนี้ ก็ไดถาม ความเห็นของทานเจินแลว ทานเจินเองก็เห็นดวย”
“เอาเถอะ” เนี่ยเทียนฝMนใจพยักหนารับ
หลังจากนั้นเขาก็ไมไดอยูที่ศูนย=บัญชาการของ กะโหลกเลือดตอ แตตรงดิ่งไปยังพื้นที่ที่ซอมซอที่สุด ในเมืองโพเมี่ย
ยืนอยูบนถนนเล็กแคบ มองกระทอมไม และหอ หินที่สวนใหญสูงแคสองสามชั้น ตามมุมตางๆ มี วัชพืชขึ้นรกครึ้ม เขาก็ถอนหายใจดวยความปลง อนิจจัง
เพราะอาณาจักรหลีเทียนไมมีผูแข็งแกรงเขต วิญญาณ แตไรมาจึงถูกสำนักในอาณาจักรอื่นๆ ดู แคลน อาณาจักรคุนหลัว อาณาจักรอั้นหมิง และ อาณาจักรเฮยเจEอก็ยิ่งคิดจะรุกรานยึดครอง
ขณะที่แตละสำนักในดินแดนดาวตก แบง ผลประโยชน=กัน ไมมีใครคิดถึงอาณาจักรหลีเทียน
ยกตัวอยางเชนตอนที่รอยแยกหวงมิติ ทั้งหกเสน ปรากฏขึ้นในเทือกเขา ฮวานคง และเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ลี้ลับ พวกเขาก็ ไมไดรับอนุญาตใหเขาไปตั้งแตแรก
ทวาเมื่อเผชิญหนากับการรุกรานของชนตางเผา ทุกสำนักในอาณาจักรหลีเทียนกลับถูกบีบใหตองมา ที่นี่
ยังไมทันรอใหเนี่ยเทียนคิดลึกไปกวานั้น เขาก็ พลันไดยินเสียงทะเลาะดังมาจากในลานบานที่ผุพัง แหงหนึ่ง
เสียงทะเลาะนั้นดังมาก ตอใหอยูหางไกล เนี่ย เทียนก็ยังไดยินอยางชัดเจน เขารีบหยิบหนากาก ที่ เจินฮุยหลันมอบใหออกมาสวมใสแลวกาวเร็วๆ ไปที่ นั่น
กลางลานที่พักเกาโทรมมีคนของอาณาจักรหลี เทียนมากมาย ที่เนี่ยเทียนคุนหนายืนอยูดวยทาทาง โกรธแคน ฉางเซินจากวังยมบาล หลีจิ้งจากสำนัก โลหิต กุยถงจากสำนักภูตผี และยังมีเจียงจือซูจาก สำนักหลิงอวิ๋น ฝางฮุยแหงหอหลิงเป<าก็ลวนอยูกัน ครบ
คนเหลานั้นกระจายกันอยูตามมุมตางๆ ของลาน บานกำลังมองมายังผูฝ9กลมปราณเขตลี้ลับผูหนึ่ง
ของสำนักเทียนเหยียน ที่นั่งวางมาดอยูบนแทนหิน กลางลานบาน
ดานหลังคนผูนั้นมีชายสามหญิงหนึ่งยืนอยู ทุกคน ลวนมาจากสำนักเทียน เหยียน ชายทั้งสามลวนมีเขตสามัญ สวนหญิงสาว นั้นมีเขตตนสวรรค=ชวงทาย ใบหนาคลายคลึงกับ อวี๋หยางอยูหลายสวน
พอเนี่ยเทียนที่แปลงโฉมเดินเขามา คนมากมายก็ แคมองเขาปราดหนึ่ง เมื่อเห็นวาไมรูจักจึงยาย สายตาออกไป
หนากากที่เจินฮุยหลันมอบให ทำใหเนี่ยเทียนเป:น เหมือนคนที่ฝ9กพลังเปลวเพลิง เป:นเพียงผูฝ9ก ลมปราณตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่มีขอบเขตเพียงตน สวรรค=ชวงกลาง
เมื่อเปรียบเทียบกับเขตสามัญ และเขตลี้ลับ มากมายที่อยูในลานบาน เนี่ยเทียนจึงถูกมองขามได โดยงาย
คนของอาณาจักรหลีเทียนตางก็ยืนอยู มีเพียงหลี่ ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียน เหยียนเทานั้นที่นั่งหนาเครงอยูบนแทนหิน ปากก็ พูดเนิบชา “พวกเราแตละสำนักตกลงกันมานาน แลววา เขตลี้ลับจากทุกสำนักในอาณาจักรหลีเทียน ของพวกเจาจำเป:นตองมากันใหครบทุกคน แลวเหตุ ใดอูจี้ถึงไมยอมมา?”
“อาจารย=ปู<ป#ดดานยังไมออกมา พวกเราเองก็ไม สามารถแจงทานได” เจียงจือซูจากสำนักหลิงอวิ๋น ขมกลั้นความไมพอใจกลาวตอบไปวา “รอจน อาจารย=ปู<ออกจากดานแลว สำนักหลิงอวิ๋นของพวก เรายอมแจงใหเขาทราบทันที”
“นี่คือขอหนึ่ง ยังมีอีก…เหตุใดพวกเจาถึงยังรั้งรอ อยูในเมืองโพเมี่ย?” หลีชิงอวิ๋น แคนเสียงกลาว “เมื่อมาถึงพวกเจาควรเดินทางไปที่เทือกเขาฮวา นคงทันที แลวไปเฝAาพิทักษ=อยูแนวหนาสุดของรอย แยกหวงมิติเสนหนึ่ง!”
“คนของสำนักหยิน สำนักหยาง และหอหันป#ง ตางก็อยูในเมืองโพเมี่ย พวกเขาเองก็จะเขารวมงาน แลกเปลี่ยน ที่พรรคคิชกูฏจะจัดขึ้นในอีกสามวัน แลวทำไมพวกเจาถึงไมบอกใหพวกเขาไปที่ เทือกเขาฮวานคงทันที?” กุยถงกลาวเดือดดาล
หลี่ชิงอวิ๋นหัวเราะเสียงเย็น “พวกเจามันตัวอะไร? รอยามใดที่อาณาจักรหลีเทียนของพวกเจา มีผู แข็งแกรงเขตวิญญาณปรากฏจนทัดเทียมกับ สำนักหยิน สำนักหยางเมื่อไหร ขายอมไมสรางความ ลำบากใจใหพวกเจา”
เนี่ยเทียนแคฟIงอยูครูเดียวก็รูวาหลี่ชิงอวิ๋น จาก สำนักเทียนเหยียนตองการบีบใหผูแข็งแกรงทุกคน จากอาณาจักรหลีเทียน ไปเป:นโลรับกระสุน ไปเป:น ตัวรับไฟโทสะของชนตางเผากลุมแรก ที่เทือกเขาฮ วานคง
สำนักเทียนเหยียนไมกลาบีบสำนักที่แข็งแกรง อยางสำนักหยิน สำนักหยางและหอหันป#ง แตกลับ หันคมมีดเขาใสอาณาจักรหลีเทียนที่ไมไดรับการ ยอมรับจากแตละฝ<าย ใชคนของอาณาจักรหลีเทียน ไปหยั่งเชิง พละกำลังของชนตางเผา เอาชีวิตของ พวกเขามาวิเคราะห=การตัดสินใจของชนตางเผา ที่มาเยือนในครั้งนี้
หากผูแข็งแกรงเขตสามัญ เขตลี้ลับทั้งหมดของ อาณาจักรหลีเทียนถูกสงตัวไปใหชนตางเผาสังหาร อยางบาคลั่ง สุดทายก็ตอใหบีบชนตางเผาลาถอยไป
ได ผูแข็งแกรงของอาณาจักรหลีเทียนก็ตองตายกัน หมด
เมื่อถึงเวลานั้นสำนักเทียนเหยียน ภูเขาสายฟAา จากอาณาจักรคุนหลัว และยังมีอาณาจักรอั้นหมิง อาณาจักรเฮยเจEอก็ยอมบุกยึดอาณาจักรหลีเทียนไป ไดอยางงายดายโดยไมเสียเลือดเสียเนื้อ
พวกเจียงจือซูไมใชคนโง ทุกคนลวนมองออกถึง แผนการชั่วรายของหลี่ ชิงอวิ๋น แตกลับอับจน หนทาง
เนี่ยเทียนเดินออกมาหนึ่งกาว ยืนตระหงานอยู ดานหนาหลี่ชิงอวิ๋นกะทันหันพรอมกลาววา “ใหผู แข็งแกรงทั้งหมดของอาณาจักรหลีเทียนออกหนา ปกปAองรอยแยกหวงมิติหนึ่งเสน เพื่อแบกรับไฟ โทสะของชนตางเผากอนใคร นี่คือทาทีของทุกสำนัก
หรือเป:นความตองการของสำนักเทียนเหยียนเจา เพียงฝ<ายเดียว?”
“เจาเป:นใคร?” หลี่ชิงอวิ๋นแคนเสียงเย็น
เขาเหลือบตามองเจียงจือซู และพวกฉางเซินจาก วังยมบาลกอนจะกลาววา “พวกเจาดูแลเด็กใน ปกครองอยางไร พวกเราพูดคุยกันเขามีสิทธิ์เอย แทรกดวยงั้นรึ?”
พวกเจียงจือซูมองมายังเนี่ยเทียน ที่ไมคุนหนา ดวยความสงสัยไมเขาใจเชนกัน
หลังจากที่หลี่ชิงอวิ๋นมาถึง และพูดจุดประสงค=การ มา พวกเขาก็ไดสั่งการเด็กรุนเล็กอยางเขมงวดวา หามเขามายุงเกี่ยวดวย ตอนที่เนี่ยเทียนมาถึง พวก เขายังเขาใจไปวาอีกฝ<ายเป:นคนของสำนักเทียนเห ยียน
คนแปลกหนาคนหนึ่งที่จูๆ กระโดดออกมาเอย ประนามหลี่ชิงอวิ๋น นี่มันคือเรื่องอะไรกันแน?
เลมที่ 20 บทที่ 588 ไมกลัว
“สำนักเทียนเหยียนของเจาไมใชตัวแทนของ ทุกสำนัก” เนี่ยเทียนกลาวดวยสีหนาเฉยเมย “คิด จะใหทุกสำนักในอาณาจักรหลีเทียนไปเฝ้ารอยแยก หวงมิติเสนหนึ่งกอนกำหนด นอกเสียจากสำนัก เทียนเหยียนของเจา ถือคำสั่งจากทุกสำนัก หาไม แลว ลำพังเพียงแคเจาก็ไมมีสิทธิ์ใหอาณาจักรหลี เทียนยอมทำตามคำสั่งเหมือนกัน!”
“หุบปาก!” หลี่ชิงอวิ๋นเดือดดาลอยางหนัก “กะอีแคเขตตนสวรรค3คนหนึ่ง เจาไมมีสิทธิ์มาพูด กับขา หากกลาพูดมากอีกคำเดียว อยาโทษวาขาไม เกรงใจ!”
พวกฉางเซิน หลีจิ้งมองไปยังหลี่ชิงอวิ๋น ที่วาง อำนาจบาตรใหญดวยความเอือมระอา
พวกเขาเองก็ไมแนใจในประสงค3การมาเยือน ของหลี่ชิงอวิ๋นเชนกัน ไมรูวาเขาเป:นตัวแทนของ สำนักเทียนเหยียน หรือเป:นตัวแทนของทุกสำนักกัน แน
เนื่องจากอาณาจักรหลีเทียนไมมีผูแข็งแกรงเขต วิญญาณ พวกเขาจึงไมมีแมแตสิทธิ์เขารวมหรือรับ ฟ=งการประชุมลับระหวางสำนักเกาแก
ขอบเขตของหลี่ชิงอวิ๋นก็แคเขตลี้ลับชวงกลาง เทานั้น ทุกคนจึงไมไดกริ่งเกรงเขา
เพียงแตที่พวกเขาเป:นกังวลก็คือ เขตวิญญาณที่ อยูเบื้องหลังสำนักเทียน เหยียน และสำนักอื่นๆ ตางหาก
พวกเขากลัววาหากทุกฝ?าย ของอาณาจักรหลี เทียนตอตานจะนำมาสูการแกแคนนองเลือดจาก
สำนักเกาแก กลัววาจะถูกเหลาผูแข็งแกรงเขต วิญญาณฆาลางคนในสำนักของพวกเขา
และก็ดวยเหตุนี้ เมื่อเห็นวาหลี่ชิงอวิ๋นวางทา ขมขูอยางชั่วชา พวกเขาจึงไดแตทนขมกลั้น
การที่เนี่ยเทียนกระโดดออกหนามาพูดสิ่ง เหลานั้น ก็เป:นสิ่งที่พวกเขาอยากถามเหมือนกัน เพียงแตพวกเขามีความกังวลมากมายจึงไมกลา ปะทะกับหลี่ ชิงอวิ๋น ตรงๆ
“ไมเกรงใจ?” เนี่ยเทียนชายตามองหลี่ชิงอวิ๋น แลวกลาวตอดวยน้ำเสียงหนักแนน “แสดงวาเจา เตรียมจะใชคนมากรังแกคนนอยงั้นสิ?”
“เจายังไมมีคาพอใหขาลงมือเอง!” หลี่ชิงอวิ๋ นยิ่งเกรี้ยวกราด เนี่ยเทียนที่โผลออกมาอยางไมมีปBCมี ขลุย รบกวนการคุกคามที่เขามีตออาณาจักรหลี
เทียน ทำใหเขาหงุดหงิดอยางถึงที่สุด พอเห็นวา ตัวเองบอกใหหุบปากแตเนี่ยเทียนยังกลาทาทายตอ เขาก็โบกมือแลวตะคอกเสียงหนัก “อวี๋เวย! สั่งสอน เจาเด็กโอหังนี่ใหรูสำนึกเสียบางสิ!”
ชายสามหญิงหนึ่งที่ยืนอยูดานหลังหลี่ชิงอวิ๋น มี เพียงอวี๋เวยเทานั้นที่มีขอบเขตตนสวรรค3ชวงทาย สามคนที่เหลือลวนเป:นเขตสามัญ
ในสายตาของหลี่ชิงอวิ๋น ขอแคเขาไมสั่งการ เขตสามัญ แตใหอวี๋เวยทำรายเนี่ยเทียนจนบาดเจ็บ สาหัส คนของอาณาจักรหลีเทียนยอมไมกลาทำตัว เหลวไหลแนนอน
อวี๋เวยที่สวมอาภรณ3สีเงินยวงเรือนกายสูงโปรง หนาตาโดดเดน ดวงตาของนางเหมือนคนที่มอง เหยียดผูอื่นอยูตลอดเวลา นางเองก็ขัดหูขัดตาเนี่ย
เทียนมานานแลว พอไดยินคำสั่งจากหลี่ชิงอวิ๋น นาง จึงเดินออกมาทันที
ฉางเซิน และหลีจิ้ง รวมไปถึงผูแข็งแกรง มากมายจากอาณาจักรหลีเทียนตางหันมามองหนา กัน
เนื่องจากพวกเขาไมรูตัวตนของเนี่ยเทียนจึงเกิด ความลังเล ไมรูวาควรจะทำเชนไร
และขณะที่พวกเขายังสองจิตสองใจอยูนั้น อวี๋ เวยก็ลงมือสังหารเนี่ยเทียนอยางโหดเหี้ยมไรลังเล ทันที
เข็มขัดหยกเสนยาวถูกอวี๋เวยเหวี่ยงเขาใสเนี่ย เทียน
เข็มขัดหยกนั้นเป:นสีเขียว ดานในมีปลาตัวหนึ่ง วายสะบัดหาง ปลาตัวนั้นเป:นสีครามตลอดทั้งราง
เมื่อเข็มขัดหยกเสนยาวถูกโบกสะบัดออกมา ไอน้ำสี เขียวขมุกขมัวก็แผอวลตามมาดวย
หยดน้ำสีเขียวหยดติ๋งๆ ออกมาจากในเข็มขัด หยก น้ำทุกหยดตางก็หนักนับแสนชั่ง
หยดน้ำสีเขียวแตละหยดรวงเขาแสกหนาเนี่ย เทียน แลวชะงักอยูตรงไหลของเขา
พลังกดดันรุนแรงประหนึ่งภูเขาทั้งลูกกดทับถูก สงตรงมาจากหยดน้ำสีเขียว เกรงวาเมื่อถูกหยดน้ำสี เขียวเหลานั้นกดทับลงมา เนี่ยเทียนคงตองลงไป นั่งคุกเขาขอรองเลยทีเดียว
อวี๋เวยเห็นวาเนี่ยเทียนไมไดหลบเลี่ยง และหยด น้ำเหลานั้นก็ใกลจะกระทบลงมาบนไหลของเขาแลว มุมปากของนางก็ยกยิ้มดูแคลน
เข็มขัดหยกที่มีหยดน้ำหนักอึ้งรวงกราวลงมา พรอมเสียงลมฟ้าลมฝนใกลจะกระแทกลงบนไหล ขวาของเนี่ยเทียน ไมตางจากภูเขาใหญยักษ3ที่กดทับ
นางตองการใหไหลของแหลกสลายไปเพียงแค การโจมตีเดียว!
เนี่ยเทียนแคนเสียงเย็นหนึ่งครั้ง ยังคงยืนนิ่งราว กับกระบี่แหลมคมเลมหนึ่งที่ป=กลงไปในพื้นดิน รอ จนหยดน้ำพวกนั้นใกลจะรวงมา เขาถึงกำหมัดตอย เข็มขัดหยกสีเขียวเสนนั้น
“นี่เจา เจายังเคลื่อนไหวไดดวยหรือนี่!” อวี๋เวย ตะลึงนอยๆ
“ตูม!”
พลังระเบิดนาหวาดกลัวดุจภูเขาพังถลมพื้นดิน ทลาย พุงออกมาจากในหมัดที่ตอยไปยังเข็มขัดสี
เขียว กอนที่แสงสีแดง สีเขียวเขมและสีเงินยวงจะ พุงเขาไปในแผนหยกสีเขียวราวกับงูตัวเล็กๆ หลาย ตัว
ผิวเนื้อบนมือขางที่ถือเข็มขัดหยกของอวี๋เวย พลันปริแตก เลือดสดพุงสาดออกมาทันที
นางถอยกรูดดวยความตะลึง สะบัดไหลของ ตัวเองอยางตอเนื่อง รวบรวมพลังวิญญาณอยาง ยากลำบากเพื่อบรรเทาการรุกรานจากพลัง ประหลาดหลายชนิดที่ตรงเขามายังกลางฝ?ามือของ นาง นัยน3ตานางเต็มไปดวยความตะลึง และ หวาดกลัว “เจาเป:นใคร?”
“บังอาจ!” หลี่ชิงอวิ๋นถลึงตาโตดุจลูกกระพรวน ถลันลุกขึ้นยืนแลวทำทาจะลงมือ
“ผูอาวุโสหลี่ โปรดอยาเพิ่งวูวาม” และเวลานี้ เอง เสียงหนึ่งก็ดังมาจากนอกลานที่พัก
ชั่วขณะถัดมา หูหรงผูไวเคราแพะรูปรางผอม แหง ก็เดินเขามาดวยสีหนาสำรวม
หลังจากที่เขามา เขาก็แยมยิ้มเต็มใบหนา พยัก หัวทักทายทุกคนดวยทาทางเชนเดียวกับพวกพอคา
“เจาคือ?” หลี่ชิงอวิ๋นขมวดคิ้ว
เห็นไดชัดวาเขาไมรูจักหูหรง
“ขานอยหูหรง เป:นผูรับผิดชอบของพรรคคิช กูฏ ในอาณาจักรเลี่ยคง ปกติคอยชวยพรรคคิชกูฏ สืบขาวตางๆ” หูหรงยิ้มสำรวม คอมตัวต่ำๆ อยาง ตอเนื่อง “ครั้งนี้อีกสามวันพรรคคิชกูฏ จะจัดงาน แลกเปลี่ยนที่ศูนย3บัญชาการของกะโหลกเลือด และ ขานอยก็เป:นคนจัดการหลัก”
“พรรคคิชกูฏ!”
พอไดยินชื่อนี้ เหลาผูนำของแตละสำนักใน อาณาจักรหลีเทียน ก็พากันหนาเปลี่ยนสีดวยความ ตกใจ
ในสายตาของทุกคน กอนหนานี้พรรคคิชกูฏ เป:นเพียงแคองค3กรหนึ่งที่คอนขางลึกลับ ไมคอย เปGดเผยหนาตาใหใครเห็นเทานั้น
พวกเขตลี้ลับจากอาณาจักรหลีเทียน ที่ เนื่องจากขีดจำกัดของตัวเอง ทั้งยังไมเคยไปมาหาสู กับพรรคคิชกูฏ ความรูที่มีตอพรรคคิชกูฏจึงตื้นเขิน
ทวาชวงที่ผานมานี้พรรคคิชกูฏ กลับมีชื่อเสียง ขจรขจายไปไกล
หัวมูที่มาจากพรรคคิชกูฏโมโหเดือด เพราะเจิน ฮุยหลันไดรับบาดเจ็บจึงเดินทางไปวังวิญญาณเพียง ลำพัง แลวสังหารเขตสามัญ และเขตลี้ลับของวัง วิญญาณมากมาย ทำลายคายกลมหัศจรรย3ของวัง
วิญญาณ บีบใหเจาวังวิญญาณตองออกจากดาน กอนกำหนด ตอสูพัวพันกันครึ่งเดือน ก็ยังตัดสิน ไมไดวาใครแพใครชนะ
สุดทายเนื่องจากชนตางเผาจะเขามารุกราน ภายใตการเกลี้ยกลอมจากหลายฝ?าย คนทั้งสองถึง ยอมพักรบ
ในสายตาของคนหลายคน หัวมูกลาเปGดฉาก สังหารอยางบาคลั่ง มองเมินรากฐานอันลึกล้ำของวัง วิญญาณ นั่นแสดงวาเขาตองเป:นหนึ่งในผูแข็งแกรง ที่นากลัวมากที่สุด
ที่นาแปลกก็คือกอนหนานี้คนผูนี้ไรชื่อเสียง แทบจะไมเคยมีใครเห็นรองรอยของเขามากอน
แตคนมากมายกลับพูดวา หัวมู…เป:นเพียงแค หนึ่งในผูแข็งแกรงเขตวิญญาณของพรรคคิชกูฏ
เทานั้น ในพรรคคิชกูฏยังมีหัวหนาใหญ ที่ฝBมือ ทัดเทียมกับหัวมูอยูอีก
เมื่อเป:นเชนนี้ พรรคคิชกูฏผูลึกลับจึงคอยๆ เผยใหเห็นถึงรากฐานเลิศล้ำอันนาหวาดกลัว
ทั้งยังมีคนกลาววาหากหัวมูไมไดสังหารเขต สามัญ และเขตลี้ลับจำนวนมากของวังวิญญาณจน เผาผลาญพลังไปเยอะ ทั้งยังทำลายคายกลนั้นจน ตัวเองไดรับบาดเจ็บ เขาก็อาจจะไดเป:นผูชนะในศึก ระหวางเขากับเจาวังวิญญาณ
“พรรคคิชกูฏ!” หลี่ชิงอวิ๋นหนังหนากระตุก
ไมเหมือนกับสำนักอื่นๆ ในอาณาจักรหลีเทียน เขาที่เป:นผูอาวุโสของสำนักเทียนเหยียนรูดีถึงความ นากลัวของพรรคคิชกูฏ เจาสำนักของพวกเขาเคย พูดวาพรรคคิชกูฏ…มีสิทธิ์มากพอจะทัดเทียมไดกับ วิมานสวรรค3
พอไดยินวาหูหรงมาจากพรรคคิชกูฏ ตอใหเป:น เขาเองก็ยังไดแตขมกลั้นความเกรี้ยวกราดของ ตัวเองไวชั่วคราว “เขาคือคนของพรรคคิชกูฏรึ?”
หูหรงเหลือบมองเนี่ยเทียนแลวยิ้มนอยๆ “นับวาใชกระมัง”
หลี่ชิงอวิ๋นตกตะลึง ไมเขาใจความหมายของหู หรงเทาไหรนัก “พรรคคิชกูฏของพวกเจามีความ เกี่ยวของอะไรกับอาณาจักรหลีเทียน? เทาที่ขารูมา พรรคคิชกูฏของพวกเจาไมยุงกับเรื่องของคนอื่น เหตุใดครั้งนี้ถึงแหกกฎเสียได?”
“เพราะวาเขาไง” หูหรงยิ้มตาหยีชี้ไปที่เนี่ย เทียนอีกครั้ง
หลี่ชิงอวิ๋นตะลึงลาน
“เอLะ!”
ทันใดนั้นฉางเซินแหงวังวิญญาณ พลันเลิกคิ้ว สูงแลวหันไปมองนอกลานที่พักดวยความแปลกใจ
คนอื่นๆ เองก็เริ่มรูสึกได ดวงตาของทุกคนจึง ฉายแววประหลาดใจ
ไมนานก็มีผูฝMกลมปราณที่สวมอาภรณ3หรูหรา มีสงาราศีไมธรรมดาหลายคนกำลังจับกลุมพูดคุยยิ้ม แยมเดินเขามา
“อาณาจักรเชียนแจวN ผูอาวุโสขงหงจาก สำนักหยาง และยังมีเฉินฮาวศิษย3ผูทรงเกียรติของ สำนักหยาง!”
“ผูอาวุโสหลิวหลิงจากสำนักหยินมาพรอม กับเยฉิน ที่รอดชีวิตจากดินแดนลี้ลับ!”
“กันฉงจากหอหันปGง! เสวียนเขอก็มาดวย!”
พอเห็นบุคคลที่มีชื่อเสียงโดงดังเหลานั้นเดินเขา มา ทุกคนจากอาณาจักรหลีเทียนก็พากันหนา เปลี่ยนสีนอยๆ ในใจใหหนักอึ้ง
พวกเขานึกวาคนของสำนักหยิน สำนักหยาง และหอหันปGงก็เหมือนสำนักเทียนเหยียนที่คิดจะมา บีบใหพวกเขา ไปที่รอยแยกหวงมิติ ผลักใหพวกเขา ไปเผชิญกับความตาย
เจียงจือซูสีหนามืดคล้ำ ถอนหายใจอยูในใจไม หยุด แอบพูดกับตัวเองวา “เอาเถอะๆ ในเมื่อสำนัก ใหญเหลานี้ตางมีทาทีตรงกัน อาณาจักรหลีเทียนก็ คงไดแตทำตามคำสั่งเทานั้น หาไมแลวชนตางเผายัง ไมทันมาถึง คนของอาณาจักรหลีเทียนก็คงถูก สังหารจนสิ้นเพราะตองการเชือดไกใหลิงดู”
พวกหลีจิ้ง ฉางเซิน และกุยถงเองก็พากันหดหู พวกเขากมหนาลงนอยๆ คลายเตรียมพรอมที่จะ ยอมแพ
“ฮาๆ!” หลี่ชิงอวิ๋นแสยะปากยิ้ม รีบเดินเขาไป รับหนาหมายเอยทักทาย
ที่ทำใหทุกคนอาปากคางก็คือผูอาวุโสเขตลี้ลับ ทั้งสามทาน จากสำนักหยิน สำนักหยาง และหอ หันปGงลวนพากันมองเมินเขา
โดยเฉพาะกันฉงจากหอหันปGง ที่ยิ่งผลักเขา ออกอยางหงุดหงิดคลายรำคาญที่เขามาขวางทาง ตัวเอง
หลังจากนั้นทุกคนก็มองเห็นวา กันฉงผูมีเรือน กายสูงใหญราวภูเขาน้ำแข็งไดเดินมาหยุดอยูเบื้อง หนาเนี่ยเทียน กอนจะคอมตัวลงนอยๆ “ขอบคุณ
มากที่ชวยดูแล ทำใหพวกเสวียนเขอ กลับคืนสูหอ หันปGงไดอยางปลอดภัย”
เลมที่ 20 บทที่ 589 โลหนุนหลังที่แข็งแกรง
เพียงคำพูดประโยคเดียวและการกระทำเล็กๆ นอยๆ ของกันฉง ในลานบานที่เสียงดังจอแจกลับ เงียบสงัด ราวกับวาแคเข็มตกก็คงไดยินกันทั่ว
ลานบานที่เดิมทีก็ไมใหญอยูแลว เนื่องจากการ มาเยือนของหอหันปGง สำนักหยิน และสำนักหยา งจึงยิ่งเปลี่ยนมาเป:นแออัด
แมแตหลี่ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียน รวมไป ถึงพวกอวี๋เวยตางก็ถูกคนมากมายของหอหันปGงที่ ตามมาทีหลัง เบียดจนกระเด็นไปอยูอีกฝ=Cง ไมไดยึด พื้นที่ตรงกลางเพียงผูเดียวอีกตอไป
หลี่ชิงอวิ๋นสีหนากลืนไมเขาคายไมออก เขา อุตสาห3เดินออกไปรับหนาอยางกระตือรือรน ทวา กลับถูกกันฉงผลักออกอยางไมเกรงใจ นี่ทำใหเขาไม รูจะเอาหนาไปไวที่ไหน
ทวาเมื่อเผชิญหนากับกันฉง เขากลับเก็บเอา ความเยอหยิ่งจองหองคืนไป เพียงยิ้มแหงๆ ประจบ ไมกลาตำหนิเอาความ
เพราะเขารูดีถึงความนาหวาดกลัวของกันฉง
กันฉงคือผูที่มีเขตลี้ลับชวงทาย อีกทั้งยังอยูใน ขอบเขตนี้มานานมากแลว วากันวาเขาไดเดินมาถึง ธรณีประตู ที่เตรียมจะขามไปสูเขตวิญญาณ เรียบรอย ตอนนี้ขาดแคโชควาสนาอีกนิดหนอย เทานั้น
และศักยภาพของหอหันปGง ในดินแดนดาวตกก็ เป:นรองแควิมานสวรรค3เพียงครึ่งกาว นี่ก็เพราะหอ หันปGงมีผูแข็งแกรงเขตวิญญาณถึงสองคน!
เมื่อนำสำนักเทียนเหยียนมาเปรียบเทียบ กับ หอหันปGงแลวนับวาออนแอกวาหลายสวน ขอบเขต
ของตัวเขาเอง รวมไปถึงตำแหนงในสำนักก็ลวน เทียบกันฉงไมได
“ผูอาวุโสเกรงใจเกินไปแลว” ในขณะที่ทุกคน ยังงุนงงกันอยูนั้น เนี่ยเทียนก็คอมตัวลงต่ำ รีบตอบ รับไปดวยความนอบนอม
เมื่อเขาเงยหนาขึ้นจึงเห็นวาเสวียนเขอที่มี รอยยิ้มบางๆ ประดับอยูบนใบหนากำลังพยักหนาให เขานอยๆ
เขาจึงรูทันทีวาเนื่องจากเสวียนเขอ เคยเห็น หนากากนี้ของเขามากอน ตอนที่มาถึงที่นี่จึงรูตัวตน ที่แทจริงของเขา
เสวียนเขอเองก็กลาววา “ขาไดยินสือชิงของ กะโหลกเลือดบอกวาเจาออกมาจากหองฝMกตน และ มาที่นี่ ถึงไดตั้งใจมาหา”
“ฮาๆ สวนพวกเราก็ไมเกรงใจเจาละนะ” หลิวหลิงจากสำนักหยินแยมยิ้มดุจบุปผาผลิบาน “เจารูเพียงวาทุกสำนักในอาณาจักรเชียนแจวN ลวน ยืนอยูขางเจาตลอดกาลก็พอ”
กลาวจบนางยังเหลือบมองขงหงอีกครั้งหนึ่ง
ขงหงจากสำนักหยางรีบตอบอยางรวดเร็ว “แนนอน ทุกสำนักในอาณาจักรเชียนแจวN ลวน พรอมใจเป:นโลหนุนหลังที่แข็งแกรงใหแกเจา!”
กลาวจบพวกเจียงจือซู และฝางฮุยจาก อาณาจักรหลีเทียนตางก็งุนงงไมเขาใจ
มีเพียงหูหรงเทานั้น ที่รูความจริงจึงไมแปลกใจ แมแตนอย เอาแตยิ้มถอมตัวอยูตลอดเวลา
“เจาเป:นใครกันแน?” อวี๋เวยที่ถูกเนี่ยเทียนทำ ใหบาดเจ็บสาหัส กวาจะระงับอาการบาดเจ็บไวได ไมใชเรื่องงาย จึงเอยถามอยางอดไมอยู
จนถึงกระทั่งบัดนี้ เนี่ยเทียนถึงไดถอดหนากาก ออกแลวเอยเสียงเย็น “ขานอยก็มาจากอาณาจักร หลีเทียนเชนกัน”
“เนี่ยเทียน!”
“เนี่ยเทียนเองรึนี่!”
หลีจิ้งจากสำนักโลหิต เจียงจือซู จากสำนักหลิ งอวิ๋นตางก็รองอุทานเสียงหลงไปตามๆ กัน
ดวงตาของพวกกุยถง และฝางฮุยพลันเป:น ประกาย เขาใจไดในฉับพลัน
แตตกใจก็สวนของตกใจ เพราะพวกเขาก็ยังไม เขาใจอยูดีวา เหตุใดกันฉงจากหอหันปGงถึงไดมาเอย คำขอบคุณที่นี่
ตอนที่เนี่ยเทียนเขาไปในรอยแยกหวงมิติ เขาก็ อำพรางชื่อแซเชนกัน เรื่องนี้จึงไมมีใครรู
แตละฝ?ายของอาณาจักรหลีเทียนนั้น รูเพียงวา เพื่อหลบการตามลาจากวิมานสวรรค3 และตำหนัก เทพเพลิง เนี่ยเทียนจึงตองอำพรางตัวตน แตไมรูวา อีกฝ?ายไปอยูที่ไหน
สิ่งที่เนี่ยเทียนกระทำลงไปบนสองแผนดิน ใน พื้นที่ลึกลับแหงนั้น พวกเขาเองก็ไมรูขาวคราวแมแต นอย จึงเป:นเหตุใหตอนนี้ก็ยังไมหายสงสัย
พวกเขามาที่อาณาจักเลี่ยคง ก็แครูผาน กะโหลกเลือดเพียงวาเนี่ยเทียนก็อยูที่นี่เหมือนกัน
แตไมรูวาอีกฝ?ายฝMกบำเพ็ญตบะ อยูในหองฝMกตน ของกะโหลกเลือด
พวกเขาไมรู ทวาหลังจากที่พวกเสวียนเขอ เฉิน ฮาว เยฉินกลับคืนสูสำนักกลับบอกเรื่องราวทุกอยาง ใหผูอาวุโสในสำนักรับรู
พวกกันฉงจึงไดรูวา เพราะเนี่ยเทียนนำพาศิษย3 ผูทรงเกียรติมากมายโจมตีการรวมมือกันของวิมาน สวรรค3กับสำนักอื่นๆ กอน จากนั้นก็ยังตานทานการ โจมตีที่นาหวาดกลัว ของอามูซือแหงเผาอสูรกาย สุดทายไดบอกหนทางกลับแกพวกเขา พวกเขาถึงได กลับคืนมาอยางปลอดภัย
หลังจากที่พวกเสวียนเขอ กลับมาก็เป:นเวลา หนึ่งเดือนแลว ทวาหลังจากนั้นกลับยังไมมีใครได รอดชีวิตคืนมาอีกเลย นี่จึงแสดงใหเห็นถึงความไม ธรรมดาของเนี่ยเทียน
“เนี่ยเทียน! ผูสืบทอดของพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว!” หลี่ชิงอวิ๋นตะลึงงัน
อวี๋เวยจากสำนักเทียนเหยียน มองเนี่ยเทียน ดวยสายตาลึกล้ำ แลวก็พลันรูสึกวา การที่พายแพ ใหกับน้ำมือของเนี่ยเทียน ดูเหมือนจะ…ไมใชเรื่องที่ รับไมไดอีกตอไป
เนี่ยเทียนที่สามารถชวงชิงตราประทับสะเก็ด ดาวสองดวง มาจากในประตูสวรรค3 ทั้งยังแยงตรา ประทับสะเก็ดดาวดวงสุดทาย มาจากมือหนิงหยาง ที่เป:นดาวเจิดจรัสที่สุดของวิมานสวรรค3 จากนั้นเมื่อ เผชิญกับการควานหาตัวอยางลับๆ ของวิมาน สวรรค3 และตำหนักเทพเพลิงกลับยังคงอยูรอด ปลอดภัยดี เนี่ยเทียนที่เป:นเชนนี้ จึงมีชื่อเสียงเลื่อง ลือไปทั่วดินแดนดาวตก จนทุกสำนักตางก็จดจำเขา ไดอยางลึกซึ้ง
“เมื่อครูนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นรึ?” กันฉงถามเสียง เย็นเป:นน้ำแข็ง
หูหรงหัวเราะเบาๆ หนึ่งที กอนจะอธิบายใหฟ=ง คราวๆ
กันฉงขมวดคิ้วมุนพรอมหันไปจองหลี่ชิงอวิ๋น ดวยสายตาเย็นชา แคนเสียงเย็นกลาว “ทำไมขาไม เห็นจำไดวาทุกสำนัก มีขอตกลงรวมกันโดยใหผู แข็งแกรงทุกคนของอาณาจักรหลีเทียน ไปเฝ้ารอย แยกหวงมิติเสนหนึ่งกอนใคร?”
“สำนักหยินของพวกเราก็ไมเคยไดยินมากอน เหมือนกัน” หลิวหลิงเอยเสียดสี
ขงหงสีหนาไมเป:นมิตร “สำนักเทียนเหยียน ของพวกเจาสามารถออกคำสั่งใหกับทุกฝ?าย ทั้งยัง ตัดสินใจแทนพวกเราไดตั้งแตเมื่อไหร?”
สีหนาของหลี่ชิงอวิ๋นเดี๋ยวแดงเดี๋ยวซีดขาว พอ เจอการตำหนิจากสามฝ?าย ใจเขาอยากจะอธิบายสัก คำสองคำ แตกลับพบวาตัวเองหาขออางที่มีน้ำหนัก ไมเจอจริงๆ
“บอกกับเจาตามตรง ไมเพียงแตหอหันปGงของ พวกเรา และสำนักหยิน สำนักหยางเทานั้น” หลิวห ลิงหลุดหัวเราะคิก กอนจะพูดเนิบนาบ “ตระกูลตง ตระกูลกู หอโอสถ ตระกูลเฉา และองค3กรการคาสุย เยวของอาณาจักรป?ายจั้น ก็ลวนปกป้องเนี่ยเทียน หากสำนักเทียนเหยียนของพวกเจา คิดจะแตะตอง เนี่ยเทียน ก็ควรคิดถึงผลลัพธ3ใหดีเสียกอน!”
“หึ!” ขงหงเองก็เอยแทรก “เนี่ยเทียนเขาไปใน รอยแยกหวงมิติเสนนั้นไดเพราะไดรับการเชื้อเชิญ จากทานเจิน และสำนักอาวุธ”
เวลานี้หูหรงก็ยิ้มตาหยี และหันไปพยักหนาพูด กับหลี่ชิงอวิ๋น “ขอโทษดวยนะ ขอโทษดวย คือวา พรรคคิชกูฏของเราก็มีทาทีเดียวกัน เนี่ยเทียนคือ หลานชายของทานหัวมู เจา…เขาใจแลวหรือไม?”
หลี่ชิงอวิ๋นตะลึง
เขามองขงหง มองหลิวหลิงที่พูดจอไมหยุด และยังมีหูหรงที่ถึงจะยิ้มแยมขออภัย แตในดวงตา กลับไรแววขอโทษดวยอาการตาคาง รูสึกเพียงความ เย็นวาบที่พุงสูหัวใจ
เรื่องที่เนี่ยเทียนเขาไปในรอยแยกหวงมิติ ทั้งยัง พาศิษย3ผูทรงเกียรติกลุมนั้นกลับคืนสูดินแดนดาวตก จนไดนำขาวที่ชนตางเผาจะบุกรุกราน มาบอกใหแก ทุกสำนักทราบเป:นเรื่องที่เขาไมรูเลยแมแตนอย
ไมวาอยางไรเขาก็คิดไมถึงวา เนี่ยเทียนซึ่งมา จากอาณาจักรหลีเทียนที่แรนแคน จะไดรับการ
ปกป้องจากสำนักใหญๆ มากมายของดินแดนดาว ตกขนาดนี้
นี่คือเรื่องที่ไมเคยเกิดขึ้นมากอน ใน ประวัติศาสตร3ของดินแดนดาวตก!
เด็กคนหนึ่งที่มีตบะเพียงตนสวรรค3 ไมมีคน หนุนหลังที่แข็งแกรง อาศัยเพียงตัวตนของผูสืบทอด พระราชวังโบราณสะเก็ดดาว มีความสามารถใดถึง ทำใหคนมากมาย ออกหนามาปกป้องเขาพรอม เพรียงกันอยางนี้?
“อาณาจักรปGงเฟGง อาณาจักรเชียนแจวN อาณาจักรป?ายจั้น อาณาจักรตา ฮวาง บวกกับ พรรคคิชกูฏ…”
หลี่ชิงอวิ๋นลองประเมินอยูในใจตัวเองคราวๆ ก็ รูสึกวาอยาวาแตสำนักเทียนเหยียนเลย ตอใหเป:น
วิมานสวรรค3เอง หากเจอกับการรวมกำลังที่นา หวาดกลัวเชนนี้คงไดแตเลือกยอมถอยใหเทานั้น
และบางทีคงมีแตบอกใหสำนักใหญที่เหลืออยู ยอมรวมมือเป:นพันธมิตรกันเทานั้น ถึงจะพอ ตานทานคนกลุมนี้ได
ทวายามนี้ดินแดนดาวตก ตองเผชิญกับภัย คุกคามจากชนตางเผา วิมานสวรรค3 ตำหนักเทพ เพลิง วังวิญญาณ ลัทธิอูตูN สำนักใหญๆ เหลานี้ลวน เตรียมการรับมือกับศัตรูภายนอกกอนเทานั้น
ในชวงเวลาที่ทั้งพิเศษ และเปราะบางนี้ ใครก็ ไมคิดจะใหเกิดความวุนวายภายใน แลวเปGดโอกาส ใหกับชนตางเผา เขามาฉกฉวยผลประโยชน3
นิ่งคิดไปครู หลี่ชิงอวิ๋นก็เขาใจสถานการณ3อยาง แนชัด จึงไอแหงๆ หนึ่งทีแลวกลาววา “เออ ครั้งนี้ เป:นความตองการของขาคนเดียว ขาไมใชตัวแทน
ของสำนักเทียนเหยียน แลวก็ไมใชตัวแทนของผูใด ดวย”
กลาวจบเขาก็กุมมือเอยขออภัย “กอนจะมา เป:นเพราะขาไมรูสถานการณ3แนชัด เลอะเลือนไป ชั่วขณะ อยาไดถือสา อยาไดถือสากันเลยนะ”
“อาณาจักรหลีเทียนจะจัดการเชนไร ขาจะรับ ฟ=งความตองการของทุกฝ?าย จะไมทำอะไรโดย พลการอีกแลว”
ทิ้งประโยคนี้ไวเขาก็ไมมีหนาใหอยูตอ จึงหันไป สงสายตากับพวกอวี๋เวย กอนจะเดินออกไปขางนอก อยางเรงรอน
“แมนางแซอวี๋ เจาเป:นอะไรกับอวี๋หยาง?”
ขณะที่คนของสำนักเทียนเหยียนจะจากไป เนี่ย เทียนกลับพูดเสียงเย็นขึ้นมากะทันหัน
อวี๋เวยพลันหยุดชะงัก หันกลับมามองเนี่ยเทียน “เขาคือพี่ชายของขา”
“ออ มินาเลาถึงไดหนาตาคลายกัน” เนี่ยเทียน สีหนานิ่งเฉย พูดดวยน้ำเสียงที่จืดจางเสียยิ่งกวา น้ำเปลา “พี่ชายคนนั้นของเจา และยังมีเลี่ยวเยี่ยน จากภูเขาสายฟ้า รวมไปถึงลูกศิษย3ทุกคนของสำนัก เทียนเหยียน และภูเขาสายฟ้าลวนถูกชนตางเผาบด ขยี้ จนกลายเป:นเถาธุลีอยูบนเกาะแหงหนึ่งในโลกใบ นั้น”
อวี๋เวยสีหนาเจ็บปวดถึงขีดสุด นางกลาวดวย น้ำเสียงเศราอาลัย “เจา เจารูไดอยางไร?”
“ขายืนมองอยู ยอมรูอยางชัดเจน” เนี่ยเทียน เปGดเผยอยางโจงแจง
พวกเสวียนเขอ เฉินฮาวมีสีหนาป=Oนยาก พวก เราลวนรูดีวาอวี๋หยาง และ เลี่ยวเยี่ยน ตางก็ตายดวยน้ำมือเนี่ยเทียน และตงลี่
หลี่ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนสีหนาเขียว คล้ำ “ในเมื่อเจาอยูดวย เหตุใดถึงไมยื่นมือเขา ชวย?”
“ทำไมขาตองชวย?” เนี่ยเทียนพูดหนาตาเฉย “กอนหนาที่พวกชนตางเผายังไมมา พวกเขาลวน มองขาเป:นศัตรู แถมยังคิดจะแยงชิงวัตถุดิบวิเศษ ของขา พอพวกชนตางเผาเขามา ขาหนีไดเร็วเลย รอดมากอน สวนพวกเขานั้นกลายเป:นเป้าหมายของ พวกชนตางเผา เพราะชนตางเผามัวแตสังหารพวก เขา ขาถึงหนีมาไดอยางปลอดภัย”
“จะวาไปแลวขายังตองขอบคุณพวกเขาดวย นะเนี่ย”
“ดี! เนี่ยเทียน! เจาดีมาก!” หลี่ชิงอวิ๋นเขนเขี้ยว เคี้ยวฟ=น ถลึงตาดุดันใสเขา กอนจะกระชากอวี๋เวย จากไปอยางรวดเร็ว