ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 591 การค้นพบใหม่!
มุมหนึ่งของถนนเก่าโทรม ที่พักของสำนักโลหิต
โครงกระดูกปีศาจเลือดเรือนกายใหญ่ยักษ์ตนนั้นนอนหงายราบอยู่ บนพื้นดิน บนร่างไม่มีปราณเลือดเนื้อที่เข้มข้นมากนัก กลับเป็นกลิ่นอาย แห่งความตายเสียอีกที่อบอวลไปทั่วร่าง
แต่เนี่ยเทียบกลับเข้าใจดีว่าโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้มีซาก วิญญาณอยู่ดวงหนึ่งซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยพลังการต่อสู้ที่น่าหวาดกลัว
โครงกระดูกปีศาจเลือดไม่มีลมหายใจ เพียงแต่ว่าเมื่อเขาจุดไฟแห่ง ชีวิตขึ้นมาจึงเป็นการมอบพลังชีวิตให้กับมัน นั่นถึงจะทำให้โครงกระดูก ปีศาจเลือดตนนี้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
ในที่นี้นอกจากหลีจิ้งแล้วก็ยังมีเสิ่นซิ่ว บวกกับผู้ฝึกลมปราณสำนัก โลหิตเขตสามัญอีกหลายคน
อวี๋ถงที่เนี่ยเทียนคุ้นเคยกลับไม่อยู่ในกลุ่มคนนี้ด้วย
พอเสิ่นซิ่วเห็นว่าหลีจิ้งที่ออกไปข้างนอกพักใหญ่กลับมาพร้อมเนี่ย เทียน นางก็มีท่าทีแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด
“โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้…” เสิ่นซิ่วมีสีหน้าเสียดาย ทำท่าจะพูด แต่ก็หยุดชะงักไป
หลีจิ้งเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว “หากไม่มีเนี่ยเทียน โครงกระดูกปีศาจเลือด ก็คือขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น และก็มีเพียงเขาที่ถึงจะสามารถกระตุ้นให้โครง กระดูกปีศาจเลือดสำแดงอานุภาพที่แท้จริงออกมา”
เสิ่นซิ่วถอนหายใจหนึ่งครั้ง สุดท้ายก็ไม่เอ่ยเกลี้ยกล่อมอะไรอีก
นางเองก็รู้ดีว่าเพราะการเดินทางไปยังอาณาจักรต้าฮวาง เนี่ยเทียน ยืมมือผู้อาวุโสของสำนักอาวุธจึงถือว่าได้ช่วยชีวิตพวกหลีจิ้งกลับมา บวก กับที่เดิมทีหลีจิ้งเองก็ให้ความสำคัญกับเนี่ยเทียนมากอยู่แล้ว ด้วยใจ อยากผูกมิตร ไม่ช้าก็เร็วโครงกระดูกปีศาจเลือดก็ต้องนำมามอบให้อีก ฝุายอยู่ดี
“พวกท่านพามันมาที่อาณาจักรเลี่ยคงได้อย่างไร?” เนี่ยเทียนถาม อย่างแปลกใจ
“ใช้ค่ายกลนำส่งแห่งมิติขนาดใหญ่” หลีจิ้งตอบ
“เจ้าหมอนี่เก็บไว้ในแหวนเก็บของได้หรือไม่?” เนี่ยเทียนถามอีกครั้ง
“เรื่องนี้…บางทีอาจจะได้” หลีจิ้งลังเลอยู่ครู่ถึงได้พูดว่า “แม้แต่อาวุธ ล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณที่มีวิญญาณวัตถุก็ยังเก็บไว้ในแหวนเก็บของได้ โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้ก็น่าจะทำได้เหมือนกัน เพียงแต่ร่างกายของ มันใหญ่โตเกินไป แหวนเก็บของธรรมดามีพื้นที่จำกัด เกรงว่าคงเก็บเอาไว้ ไม่ได้ ดังนั้นพวกเราจึงไม่เคยทดลองทำมาก่อน”
หันไปมองโครงกระดูกปีศาจเลือดลำตัวยาวสามสิบเมตรกว่า นอน หงายอยู่กับพื้นกินพื้นที่ขนาดใหญ่ เนี่ยเทียนเองก็รู้สึกปวดหัวมาก เหมือนกัน
ในแหวนเก็บของส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่มากขนาดนั้น ก็ไม่แปลกที่สำนัก โลหิตไม่เคยทดลองทำมาก่อน
“ข้าเดาเอาว่าตอนที่ยังไม่ตาย สายเลือดของโครงกระดูกปีศาจเลือดนี้ น่าจะอยู่ที่ระดับแปด” หลีจิ้งกล่าว“เผ่าโครงกระดูกที่มีสายเลือดระดับ แปดฝีมือเทียบเคียงได้กับเผ่ามนุษย์แดนว่างเปล่า แต่เพราะว่ามันตายไป แล้ว เมื่อผ่านการชุบหลอมหลายครั้งจากพวกเรา พลังที่สามารถร่าย ออกมาได้จึงอยู่เพียงระดับหกเท่านั้น ซึ่งพอจะเทียบเคียงได้กับเขตลี้ลับ ของพวกเรา”
“หากเจ้าปลุกมันขึ้นมาได้อีกครั้ง เวลาเจอกับเจ้าหลี่ชิงอวิ๋นก็ไม่ต้อง กลัวอีกต่อไป”
“ตอนมีชีวิตสายเลือดระดับแปด…” เนี่ยเทียนแสดงสีหน้าสนใจ
แต่เขาแค่มองโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นอยู่พักใหญ่ ไม่ได้กระทำ การบุ่มบ่าม
การจุดไฟแห่งชีวิตให้กับโครงกระดูกปีศาจเลือดอีกครั้งจำเป็นต้องใช้ พรสวรรค์การถ่ายโอนพลังชีวิตของเขา ทั้งยังจำเป็นต้องเผาผลาญเลือด สดของเขาไปเป็นจำนวนมาก
ต่อให้ปราณเลือดสีเขียวเส้นนั้นที่ขดอยู่ในหัวใจของเขายังอยู่ใน สภาวะจำศีล แต่เขาก็ยังสามารถใช้วิธีการเช่นเดิมมาปลุกโครงกระดูก ปีศาจเลือดได้อยู่ดี
เพียงแต่ว่าต่อให้โครงกระดูกปีศาจเลือดตื่นขึ้นมาจริงๆ ก็ดำรงอยู่ได้ ไม่นานนัก หากไฟแห่งชีวิตมอดดับ มันก็ต้องตกอยู่ในสภาวะหลับลึกอีก ครั้ง
ตอนนี้เขายังไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับศัตรู หากต้องใช้แรงกาย แรงใจปลุกให้โครงกระดูกปีศาจเลือดตื่นก็มีแต่จะสิ้นเปลืองพละกำลังของ เขาเท่านั้น
“งานแลกเปลี่ยนวัตถุดิบวิเศษและอาวุธวิเศษที่พรรคคิชกูฏจะจัดขึ้น ในอีกสามวัน ข้าจะหาแหวนเก็บของวงหนึ่งที่มีพื้นที่มากพอมาเก็บโครง กระดูกปีศาจเลือดตนนี้” เนี่ยเทียนกล่าว
หลีจิ้งตะลึง “แหวนเก็บของประเภทนั้นคงราคาสูงลิบลิ่ว เจ้า…”
“วางใจเถอะ ข้ามีทรัพย์สินมากพอมาแลกแหวนเก็บของประเภท นั้น” เนี่ยเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หากสามารถนำโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ต่อสู้ได้ทัดเทียมกับเขตลี้ลับ พกติดตัวไว้ตลอดเวลา เมื่อถึงยามคับขันก็อาจจะช่วยชีวิตเขาได้จริง
ด้วยเหตุนี้ต่อให้ต้องเสียหินวิเศษและวัตถุดิบมากมายแค่ไหนก็ถือว่า คุ้ม
สำนักโลหิตถึงขนาดเอาโครงกระดูกปีศาจเลือดประคองสองมือมาส่ง ให้ถึงที่ หากเขาไม่มีความสามารถจัดเก็บมันได้ จะไม่ตลกไปหน่อยหรือ?
“เจ้าสำนัก สถานการณ์ทางด้านนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?” ขณะที่เนี่ย เทียนมองเหม่อไปยังโครงกระดูกปีศาจเลือด เสิ่นซิ่วก็กดเสียงถามเบาๆ ด้วยความกังวล
หลังจากที่หลี่ชิงอวิ๋นมาถึง หัวหน้าของแต่ละสำนักในอาณาจักรหลี เทียนต่างก็ต้องไปเผชิญกับความลำบากใจที่หลี่ชิงอวิ๋นเป็นผู้สร้าง
เนื่องจากเสิ่นซิ่วมีตำแหน่งไม่สูงมากพอจึงไม่มีสิทธิ์ได้เข้าร่วม ดังนั้น นางจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
คนอื่นๆ ของสำนักโลหิตต่างก็ขมวดคิ้วมุ่นไม่ต่างกัน
หลีจิ้งแอบเหลือบมองเนี่ยเทียนหนึ่งที ก่อนจะพูดเบาๆ “เพราะว่าเขา วิกฤตของอาณาจักรหลีเทียนเราถึงได้คลี่คลาย”
“หา!” เสิ่นซิ่วตกตะลึง“ข้าได้ยินว่าคนของหอหันปิงสำนักหยางและ สำนักหยินต่างก็ตามไปด้วย คนเหล่านั้นไม่ได้ร่วมมือกับสำนักเทียนเห ยียน มาบังคับพวกเราหรอกหรือ”
“ไม่ใช่” หลีจิ้งส่ายหัว “พวกเขาไปหาเนี่ยเทียน”
นางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เสิ่นซิ่วฟังเบาๆ
พอเสิ่นซิ่วและคนอื่นๆ ของสำนักโลหิตฟังจบ สายตาที่ใช้มองเนี่ย เทียนก็ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เวลานี้เสิ่นซิ่วไม่รู้สึกเสียดายที่หลีจิ้งยกโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งพวก เขาชุบหลอมกันอย่างยากลำบากให้กับเนี่ยเทียนอีกต่อไปแล้ว
ยิ่งเสิ่นซิ่วรู้ว่าเนี่ยเทียนออกปากรั้งให้หลีจิ้งและฝางฮุยอยู่ต่อเพื่อรับ ฟังการพูดคุยของเขากับพวกกันฉงเสิ่นซิ่วก็ยิ่งตื่นเต้น
นี่หมายความว่าแต่ละฝุายของอาณาจักรหลีเทียนที่เนี่ยเทียนยอมรับ ด้วยใจจริงมีเพียงสำนักโลหิตของพวกเขาและฝางฮุยเท่านั้น
และที่ฝางฮุยได้รับการยอมรับก็เห็นได้ชัดว่าเพราะความสัมพันธ์ของ เขากับอูจี้ หาใช่เพราะหอหลิงเปุาไม่
“เอาล่ะ ทางด้านนี้มอบให้เนี่ยเทียน พวกเราไปทำธุระของพวกเรากัน เถอะ” หลีจิ้งโบกมือ ทุกคนของสำนักโลหิตจึงถอยออกไป
พื้นที่ที่วางโครงกระดูกปีศาจเลือดเอาไว้ก็คือที่ว่างแห่งหนึ่งด้านหลังที่ พักของสำนักโลหิต
หลังจากที่คนของสำนักโลหิตจากไป เนี่ยเทียนก็เดินวนไปรอบโครง กระดูกปีศาจเลือดตนนั้นรอบหนึ่ง จากนั้นจึงสร้างทิพย์จักษุขึ้นมา ตรวจสอบความมหัศจรรย์ที่อยู่ภายในโครงกระดูกปีศาจเลือด
กระดูกของโครงกระดูกปีศาจเลือดค่อนข้างลี้ลับ ด้านนอกโปร่งใสดุจ หยก ทว่าด้านในกลับเป็นโลกอีกใบหนึ่ง
ในความรู้สึกของเนี่ยเทียน แท้จริงแล้วกลางกระดูกที่ประหนึ่งหยกใส นั้น มีเส้นชีพจรและหลอดเลือดเล็กละเอียดมากมายที่มีเลือดสดไหลวน
เขาสำรวจอย่างละเอียดก็ได้เห็นคลื่นเลือดลมที่น่าตะลึงจากในร่าง ของโครงกระดูกปีศาจเลือด
“เอ๊ะ!”
เขาร้องอุทานเบาๆ มั่นใจอย่างยิ่งว่าเลือดลมที่เคลื่อนไหวอยู่ในร่าง โครงกระดูกปีศาจเลือดนั้นเข้มข้นยิ่งกว่าครั้งแรกที่เขาปลุกมันให้ตื่น มากมายนัก
พอคิดอย่างละเอียดเขาถึงนึกขึ้นได้ว่าปีนั้นพอโครงกระดูกปีศาจเลือด ตื่นขึ้นได้ไม่นานก็ถูกเขาควบคุมให้ไปสังหารภูตผีปีศาจระดับต่ำจำนวน มาก
เลือดของภูตผีปีศาจระดับต่ำหลายร้อยตนที่หลั่งนองราวกับธารเลือด ล้วนถูกโครงกระดูกปีศาจเลือดชักนำเข้ามาในร่างของมันเอง
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ถูกสำนักโลหิตชุบหลอมสามารถใช้เวทลับ หลอมเลือดของสำนักโลหิต มันจึงเอาเลือดของภูตผีปีศาจระดับต่ำมาเพิ่ม ความแข็งแกร่งให้กับสายเลือดของตัวมันเอง
“เกรงว่าพวกหลีจิ้งคงเข้าใจผิดแล้ว” เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้น สดใสถึงขีดสุด “ตอนที่ยังไม่ถูกข้าปลุกให้ตื่น โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้ มีพลังการต่อสู้แค่สายเลือดระดับหก ซึ่งก็เท่ากับเขตลี้ลับเท่านั้น”
“ทว่าเมื่อได้ต่อสู้นองเลือดกับภูตผีปีศาจ มันจึงดึงเอาเลือดสดออกมา จากในร่างของภูตผีปีศาจชั้นต่ำจำนวนมาก”
“เมื่อผ่านการตกตะกอนและถ่ายโอนในช่วงหลายปีมานี้ พลังงาน เลือดสดที่พลุ่งพล่านจึงไหลซึมเข้าไปรวมกับเส้นเอ็นและหลอดเลือดของ มัน”
“พลังในการต่อสู้ของมันตอนนี้ เกรงว่า…น่าจะต่อสู้กับเขตวิญญาณ ขั้นต้นของเผ่ามนุษย์ได้เลยทีเดียว!”
อาณาจักรหลีเทียนที่กว้างใหญ่ จนถึงวันนี้ก็ยังมีไม่เขตวิญญาณถือ กำหนดขึ้น ที่สำนักเทียนเหยียนและภูเขาสายฟูากล้ารังแกกดหัวแต่ละ
สำนักในอาณาจักรหลีเทียนก็เพราะสำนักของตัวเองมีเขตวิญญาณ รักษาการณ์
หากโครงกระดูกปีศาจเลือดที่อยู่เบื้องหน้านี้สามารถสำแดงพลังของ สายเลือดระดับเจ็ดออกมาได้ก็จะมีพลังในการต่อสู้เทียบเคียงกับเขต วิญญาณขั้นต้นเช่นกัน แล้วนั่นมีหรือจะไม่ช่วยพลิกเปลี่ยนสถานการณ์ ให้กับอาณาจักรหลีเทียน?
ไม่ว่าจะเป็นหลีจิ้งหรือเสิ่นซิ่วต่างก็ยังคงคิดว่าโครงกระดูกปีศาจเลือด ตนนี้มีพลังการต่อสู้หยุดอยู่ที่เขตลี้ลับ
หากพวกเขารู้ว่าเมื่อผ่านการจุดไฟแห่งชีวิตจากเนี่ยเทียน โครง กระดูกปีศาจเลือดตนนี้จึงได้ดูดซับเลือดของภูตผีปีศาจ และหากฟื้นตื่น ขึ้นมาอีกครั้งก็อาจจะต่อสู้กับเขตวิญญาณได้ พวกเขาจะรู้สึกเช่นไร?
“ช่างเป็นหุ่นเชิดที่ดียิ่ง!” ดวงตาของเนี่ยเทียนเปล่งประกายระยับ “เพื่อมันแล้ว ต่อให้ต้องสูญเสียหินวิเศษและวัตถุดิบวิเศษมากมายแค่ไหน ก็จำเป็นต้องหาแหวนเก็บของมาเก็บมันไว้ให้ได้! เมื่อมีมันอยู่ในแหวนเก็บ ของก็เท่ากับว่าข้าสามารถเรียกผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณขั้นต้นคนหนึ่งให้ มาปกปูองได้ตลอดเวลา และก็เท่ากับว่าข้าจะไปเยือนอาณาจักรใดใน ดินแดนดาวตกก็ได้!”
“ดูท่าพลังการต่อสู้ที่โครงกระดูกปีศาจเลือดตนนี้สำแดงออกมาได้คง ไม่ได้หยุดอยู่กับที่”
“หากมันถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้วได้รับเลือดสดมากมายจากชนต่าง เผ่า มันจะไม่ยิ่งแข็งแกร่งกว่านี้หรอกหรือ?”
“หากมีเลือดสดให้มันอย่างต่อเนื่อง สักวันหนึ่งมันจะแสดง ความสามารถเฉกเช่นตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้หรือไม่?”
“ศึกนี้จะมีชนต่างเผ่ามากมายรุกรานเข้ามา บางทีนี่เป็นโอกาสอันดีที่ ฟูาประทานให้!”
เนี่ยเทียนยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้น ในสายตาของเขาโครงกระดูกปีศาจเลือด ที่นอนอยู่บนพื้นช่างเป็นสมบัติล้ำค่าหายากยิ่ง
เขาพลันหันไปมองยังทิศทางที่ตั้งศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือด ด้วยใจที่เต็มไปด้วยความรอคอย รอคอยว่าอีกสามวันให้หลังจะได้รับผล เก็บเกี่ยวจากในงานแลกเปลี่ยน
สิ่งเดียวที่เขาเป็นกังวลก็คือวัตถุดิบวิเศษและสมุนไพรที่เหล่าศิษย์ผู้ ทรงเกียรติได้มาจากมือชนต่างเผ่าจะมีค่ามากน้อยแค่ไหนกัน?