ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 592 งานแลกเปลี่ยน
สามวันต่อมา
หูหรงที่เดิมทีก็อาศัยอยู่ในซอยแห่งนี้ได้เดินทางมาหาเนี่ยเทียนด้วย ตัวเอง เขาต้องการจะพาเนี่ยเทียนไปเข้าร่วมงานเลี้ยงแลกเปลี่ยนที่จัดขึ้น ในศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือด
หลีจิ้งจากสำนักโลหิตบอกให้คนอื่นๆ ของสำนักโลหิตรออยู่ที่นี่ ส่วน นางเดินทางไปพร้อมกับเนี่ยเทียน
ไม่นานนักพวกฉางเซินกุ่ยถงและฝางฮุยก็ทยอยกันเดินออกมาจากที่ พักของตัวเองแล้วร่วมเดินทางไปยังกะโหลกเลือดพร้อมกับเนี่ยเทียน หู หรง
เพิ่งจะเดินพ้นจากพื้นที่เก่าโทรม เนี่ยเทียนก็มองเห็นว่าบนถนนมีคน เดินกันอย่างขวักไขว่ ทุกคนต่างก็มุ่งหน้าไปที่ศูนย์บัญชาการของกะโหลก เลือด
เนี่ยเทียนแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าตบะและขอบเขตของคนเหล่านั้นไม่ มีใครต่ำกว่าเขตสามัญแม้แต่คนเดียว!
เสื้อผ้าที่คนมากมายสวมใส่ไม่ใช่ของสำนักเก่าแก่ที่มีรากฐานลึกล้ำ อย่างสำนักหยินและสำนักหยาง แต่ขอบเขตของพวกเขาทุกคนต่างก็ทำ ให้เนี่ยเทียนจับตามองด้วยความสนใจ
หูหรงอธิบาย “ในดินแดนดาวตก นอกจากสำนักใหญ่ที่มีเขตวิญญาณ รักษาการณ์แล้ว ที่มากกว่านั้นก็คือสำนักเล็กๆ อย่างสำนักหลิงอวิ๋น
สำนักโลหิตหรือไม่ก็ตระกูลต่างๆ ตระกูลและสำนักเหล่านั้นต่างก็ กระจายกันอยู่ทั่วทั้งแปดอาณาจักร ทว่ากลับจำเป็นต้องพึ่งพาสำนัก ใหญ่ๆ อย่างวิมานสวรรค์ หอหันปิง”
“แม้พวกเขาจะไม่มีผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณ แต่กลับมีเขตสามัญและ เขตลี้ลับอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็ได้ถูกสั่งให้มาเข้าร่วมศึกต้านทานชนต่างเผ่าครั้งนี้ ด้วย”
เนี่ยเทียนพยักหน้ารับ “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง”
“งานเลี้ยงแลกเปลี่ยนครั้งนี้เป็นความตั้งใจของพรรคคิชกูฏ” หูหรง ยิ้มน้อยๆ แล้วอธิบายอย่างละเอียด “ศึกใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกคนที่มา ล้วนต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ พวกเราต้องการให้พวกเขานำวัตถุดิบที่ไม่ ใช้มาแลกเป็นสิ่งของที่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะ เป็นยาหรืออาวุธวิเศษก็ล้วนต้องรีบเตรียมไว้ให้พร้อม”
“นอกจากนี้วัตถุที่พวกเจ้าเอากลับมาจากฟูาดินแห่งนั้นก็มีหลาย อย่างที่หายสาบสูญหรือไม่ก็ไม่เคยปรากฏมาก่อนในดินแดนดาวตก”
“วัตถุประหลาดประเภทนี้ก็จำเป็นต้องทำการแลกเปลี่ยนโดยเร็วเพื่อ เปลี่ยนมาเป็นพลังในการต่อสู้”
“บางทีอาจมีหลายคนที่สามารถใช้วัตถุที่พวกเจ้านำกลับมามาเพิ่ม ขอบเขต เพิ่มพลังการต่อสู้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และพวกเจ้าเองก็จะได้รับ หินวิเศษจำนวนมหาศาล หรือไม่ก็วัตถุที่มีประโยชน์ในการฝุาทะลุตบะ ของพวกเจ้าจากวัตถุดิบที่เอาไปแลก”
“พรรคคิชกูฏของพวกเราเป็นแค่ผู้จัดงานหลัก ไม่ได้เข้าร่วมการ แลกเปลี่ยนนี้ด้วย”
“แต่จะมีผู้อาวุโสหลายคนช่วยตรวจสอบวัตถุดิบและอาวุธวิเศษโดย ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้ทุกคนได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด”
ฟังหูหรงอธิบายเกี่ยวกับงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้อย่างละเอียด เนี่ย เทียนก็คอยพยักหน้ารับอย่างต่อเนื่อง พอจะเข้าใจความคิดของพรรคคิช กูฏขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามจากชนต่างเผ่า พวกเขาเองก็หวังว่าจะ อาศัยงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้คนของทุกฝุายได้เพิ่มพลังในการต่อสู้ โดยเร็วที่สุด
ในมือของหลายคนครอบครองวัตถุดิบและอาวุธวิเศษหลายชิ้น หาก ไม่สามารถนำมาแลกเปลี่ยนเป็นพลังการต่อสู้ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เมื่อชน ต่างเผ่าบุกมาถึงก็อาจกลายเป็นสิ่งของไร้ค่า
และก็ด้วยเหตุนี้ งานแลกเปลี่ยนที่จัดขึ้นอย่างฉุกละหุกนี้จึงดึงดูด ความสนใจจากขั้วอิทธิพลทั้งหมดในดินแดนดาวตก
รอจนเนี่ยเทียนมาถึงหน้าประตูของศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือด ก็ได้ยินเสียงจอแจดังมาจากภายใน เขารวบรวมพลังจิตรับสัมผัสเล็กน้อย ก็รู้ว่าศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือดในเวลานี้มีผู้ฝึกลมปราณนับพันนับ หมื่นมารวมตัวกัน
อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังเป็นผู้แข็งแกร่งเขตสามัญและเขตลี้ลับ
“เขตสามัญและเขตลี้ลับอย่างน้อยหนึ่งในสามของดินแดนดาวตก ล้วนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่” หูหรงหัวเราะเบาๆ “และก็เพราะอาศัยเรื่องที่ ชนต่างเผ่าจะบุกเข้ามา หาไม่แล้วลำพังการเรียกรวมจากพรรคคิชกูฏฝุาย เดียวคงไม่มีทางทำให้เขตสามัญและเขตลี้ลับมารวมตัวกันได้มากมาย ขนาดนี้”
“น่าจะเป็นความดีความชอบของวัตถุดิบที่หายสาบสูญไปด้วย เช่นกัน” เนี่ยเทียนกล่าว
“แน่นอนๆ” ใบหน้าหูหรงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ก็เพราะหนุ่มสาวมาก ความสามารถอย่างพวกเจ้าไปเอาวัตถุหายากกลับมาจากฟูาดินแห่งนั้น เจ้าพวกคนที่ตามีแววถึงได้สละพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง ซากปรักหักพังและ เทือกเขา ฮว้านคงมารวมตัวกันอยู่ที่นี่”
เนี่ยเทียนเองก็รู้ดีว่าอาณาจักรเลี่ยคงในเวลานี้ไม่เพียงแต่เมืองโพ่เมี่ย เท่านั้นที่เผชิญกับหายนะ อีกสองสถานที่ก็เป็นเช่นเดียวกัน
คนของวิมานสวรรค์ ตำหนักเทพเพลิง วังวิญญาณ และยังมีสำนัก เทียน เหยียน ภูเขาสายฟูา ลัทธิอูตู๋ บวกกับสำนักเล็กๆ อีกมากมายอย่าง สำนักหลิงอวิ๋นต่างก็กระจายตัวกันอยู่ในสถานที่ทั้งสามแห่งนี้ของ อาณาจักรเลี่ยคง
ที่เทือกเขาฮว้านคงเองก็มีผู้แข็งแกร่งของสำนักใหญ่รวมตัวกันอยู่ มากมาย
เนื่องด้วยงานแลกเปลี่ยนครั้งนี้ ผู้กล้าจากแต่ละฝุายจึงพากันแห่แหน มาจนแทบจะกลบทับศูนย์บัญชาการของกะโหลกเลือดเสียมิด
ภายใต้การนำของหูหรงเนี่ยเทียนเดินเข้าไปในศูนย์บัญชาการของ กะโหลกเลือด ไม่นานก็มาถึงลานกว้างตรงจุดศูนย์กลาง
ลานกว้างตรงจุดศูนย์กลางมีผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ทอดสายตา มองไปก็เห็นแต่เขตลี้ลับและเขตสามัญ คนส่วนใหญ่เนี่ยเทียนล้วนไม่เคย เห็นหน้าค่าตามาก่อน
และคนอย่างพวกหลี่ชิงอวิ๋นที่เคยเจอกับเนี่ยเทียนมาครั้งสองครั้งก็ ปะปนอยู่ในกลุ่มคนด้วยเช่นกัน
เขตลี้ลับและเขตสามัญมากมายต่างกระจายตัวกันอยู่ตามมุมต่างๆ ของลานกว้างตรงจุดศูนย์กลาง ก่อนจะหยิบเอาวัตถุดิบล้ำค่าที่อยู่ในมือ ออกมาวางไว้ตรงหน้าตัวเอง
อาวุธวิเศษ ยาวิเศษ คัมภีร์ วัตถุประหลาด ภาพค่ายกล มีครบครัน หมดทุกรูปแบบ
พวกหลีจิ้งที่เห็นผู้ฝึกลมปราณควักของล้ำค่าออกมาวางขายกันราว กับเป็นตลาดสดต่างก็มีสีหน้าแปลกประหลาด
ตบะและขอบเขตของคนพวกนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นเขตลี้ลับและเขต สามัญ วัตถุที่พวกเขาเอาออกมาวางขายจึงมีราคาสูงจนเกือบจะซื้อเมือง เมืองหนึ่งได้ ขนาดพวกเขาเองที่พอได้เห็นวัตถุประหลาดดารดาษ เหล่านั้นซึ่งถูกนำมาวางอย่างระเกะระกะราวผักสดก็ยังรู้สึกเหมือนได้เปิด โลกทัศน์ครั้งใหม่
“ข้าจะพาเจ้าไปสถานที่ที่เจ้าควรไป” หูหรงหัวเราะฮ่าๆ พาเนี่ยเทียน ตรงดิ่งไปยังลานประลองเลือดในอดีตของกะโหลกเลือด
ลานประลองเลือดในเวลานี้ เพดานถูกรื้อออกไปแล้ว ผนังที่ล้อมรอบ ก็ถูกรื้อทิ้งเช่นกัน
ตอนที่ขยับเข้าไปใกล้ลานประลองเลือด เนี่ยเทียนก็มองเห็นพวกต่งลี่ เสวียนเข่อเย่ฉิน เฉินฮ่าวและเฉียนซินได้ทันที
ข้างกายพวกเขาต่างก็มีผู้แข็งแกร่งที่มาจากตระกูลต่ง หอหันปิง สำนักหยินสำนักหยางและหอโอสถ ส่วนเบื้องหน้าพวกเขาก็จัดวาง วัตถุดิบหายากที่เอากลับมาจากฟูาดินแห่งนั้นไว้ไม่ต่างจากคนตรงลาน ข้างนอก
ไม่เพียงแต่หอหันปิงสำนักหยินและสำนักหยางเท่านั้น ห้ากลุ่ม อิทธิพลของอาณาจักรปุายจั้นก็กักบริเวณคนส่วนใหญ่ที่ได้กลับคืนมา เช่นกัน
ทว่าวัตถุดิบวิเศษที่พวกเขาได้มากลับถูกผู้อาวุโสในสำนักช่วยเอามา แลกเปลี่ยนเป็นของที่พวกเขาต้องการ
แน่นอนว่าในใจของเนี่ยเทียนก็เข้าใจดี วัตถุหลายอย่างที่แต่ละสำนัก ขาดแคลนก็น่าจะถูกกักไว้ก่อนแล้ว ของที่คนเหล่านั้นเอาออกมา แลกเปลี่ยนตอนนี้ล้วนเป็นของที่พวกเขาไม่ได้ใช้ทั้งสิ้น
ในลานประลองเลือดวางขายเฉพาะของจากคนที่กลับมาจากฟูาดิน แห่งนั้น
ทว่าผู้ที่เข้ามาในนี้กลับมีจำนวนมากกว่าข้างนอกหลายต่อหลายเท่า เหล่าผู้แข็งแกร่งมากมายล้วนมารวมตัวกันอยู่ตรงหน้าพวกเสวียนเข่อเย่ ฉิน และกำลังเอ่ยถามอะไรบางอย่างด้วยท่าทีตื่นเต้น
ในบรรดาคนเหล่านี้ ผู้ที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าเป็นต่งลี่
เพราะด้านหน้าต่งลี่มีของวางไว้มากมายจนแทบจะเรียกได้ว่าเหมือน ภูเขาลูกย่อม
ทว่าต่งลี่กลับไม่สนใจคำถามของคนเหล่านั้น เอาแต่ชะเง้อมองหาไป รอบด้าน
“นางกำลังรอเจ้าอยู่น่ะ” หูหรงหัวเราะเบาๆ กล่าวด้วยใบหน้าอิจฉา “เจ้าน่าจะสังเกตเห็นแล้ว วัตถุดิบวิเศษที่วางไว้หน้าตระกูลต่งแบ่ง ออกเป็นสองกอง กองเล็กนั่นน่าจะเป็นของต่งลี่ ต่งปุายเจี๋ยและคนของ ตระกูลต่งที่ได้กลับมา ส่วนกองที่เหมือนภูเขาจริงๆ นั้นน่าจะเป็นของเจ้า มากกว่ากระมัง?”
เนี่ยเทียนพยักหน้าน้อยๆ
พอได้ยินหูหรงกล่าวเช่นนี้และเนี่ยเทียนก็พยักหน้ายอมรับ หลีจิ้ง ฝาง ฮุยสองคนที่ตามเขามาต่างก็ตัวสั่นสะท้าน
ในสายตาของพวกเขา กองวัตถุดิบเหมือนกองภูเขาที่อยู่เบื้องหน้าต่ง ลี่นั้นเกรงว่าต่อให้เอาของหอหันปิงสำนักหยินสำนักหยางมารวมกันก็ยังมี มากกว่า
ของพวกนั้นเป็นของเนี่ยเทียนทั้งหมดเลยหรือ?
หนังหน้าของฝางฮุยกระตุกอยู่หลายที ก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ “เนี่ย เทียน เจ้า…เจ้าเก็บรวบรวมของมามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“อันที่จริง ข้าไม่ได้ตั้งใจเก็บรวบรวมวัตถุดิบวิเศษเท่าไหร่นัก” เนี่ย เทียนลูบจมูก เอ่ยตอบเบาๆ “วัตถุดิบวิเศษและสมุนไพรที่ข้าได้มาส่วน ใหญ่ล้วนแย่งชิงมาทั้งนั้น ที่ผลเก็บเกี่ยวของข้ามีมากขนาดนั้นก็เพราะข้า สังหารคนและชนต่างเผ่าได้มากพอ”
หูหรงรู้แต่แรกแล้วว่าเป็นเช่นนี้จึงมีท่าทางผ่อนคลาย
ทว่าหลีจิ้ง ฝางฮุย และยังมีพวกฉางเซินเจียงจือซูที่ได้ยินประโยคนี้ กลับหน้าเปลี่ยนสี
“ไอ้พวกโง่เง่าตาไร้แวว! หากปีนั้นดูแลตระกูลเนี่ยให้ดีจนได้รับการ ยอมรับจากเนี่ยเทียน สำนักหลิงอวิ๋นจะตกอยู่ในสภาพแบบนี้ได้หรือ?” ในใจเจียงจือซูโกรธจนแทบกระอักเลือด
จุดลึกในดวงตาสีเขียวขลับของกุ่ยถงจากสำนักภูตผีส่องประกาย ประหลาด เขาถอนหายใจกล่าวว่า “เนี่ยเทียน อย่างไรซะเจ้าก็มาจาก อาณาจักรหลีเทียน วันหน้ายังไงก็กลับไปที่นั่นบ่อยๆ นะ”
ฝางฮุยถอนหายใจเบาๆ ไม่ได้มองเนี่ยเทียน แต่เหล่ตามองหลีจิ้ง“เจ้า สำนักหลี ข้าล่ะนับถือสายตาการมองคนของเจ้าจริงๆ”
หลีจิ้งที่มีท่วงท่างามสง่า น้อยครั้งที่จะยิ้มหรือหัวเราะกลับยกมุมปาก ขึ้นน้อยๆ “สำนักโลหิตของข้าลงทุนข้างเนี่ยเทียนเต็มที่”
“ลงทุนมากแค่ไหนก็ไม่ขาดทุน แถมยังมีแต่ได้” ฝางฮุยกล่าว
“ข้าก็คิดอย่างนี้เหมือนกัน” หลีจิ้งพยักหน้า
“เนี่ยเทียน!”
ต่งลี่ที่ชะเง้อชะแง้อยู่นานในที่สุดก็มองเห็นเขายืนอยู่ในกลุ่มคนจึงโบก มือตะโกนเรียกทันที
เนี่ยเทียนยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสหลี ของที่ข้าเอากลับมา ท่าน สามารถเลือกได้ตามใจชอบ ถือซะว่าเป็นการชดใช้ค่าเสียหายที่สำนัก โลหิตของพวกท่านมอบโครงกระดูกปีศาจเลือดให้กับข้า”
ดวงตาของหลีจิ้งเป็นประกาย พยักหน้ารับพร้อมยิ้มน้อยๆ “ถ้าอย่าง นั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ”