ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 593 เปล่งประกาย
ในลานประลองเลือด ทางฝุายของต่งลี่เดิมทีนางก็สะดุดตามากที่สุด อยู่แล้ว พอนางตะโกนเสียงดังจึงทำให้พวกคนที่ล้อมอยู่รอบกายนางหัน มามองหาร่างของเนี่ยเทียนโดยอัตโนมัติ
คนตระกูลต่งหลายคนที่อยู่ข้างกายต่งลี่ก็หันไปมองรอบด้านเช่นกัน
อันที่จริงคนส่วนใหญ่ของตระกูลต่งล้วนยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตาเนี่ย เทียนมาก่อน ทว่าเวลาที่เด็กรุ่นเล็กของตระกูลต่งที่กลับมาจากฟูาดิน ลึกลับคราวนี้พูดถึงเนี่ยเทียน ทุกคนล้วนแสดงสีหน้าเคารพนบนอบ
นี่จึงทำให้พวกผู้อาวุโสตระกูลต่งแอบให้ความสนใจกันอยู่นานแล้ว
โดยเฉพาะต่งลี่ที่ยามใดที่พูดถึงเนี่ยเทียนก็ล้วนหน้าบานเป็นกระด้ง นี่ จึงทำให้เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลต่งยิ่งแปลกใจ
ผู้อาวุโสในตระกูลต่งล้วนรู้ดีว่าแม้ต่งลี่จะมีชื่อเสียงที่ไม่ดี ทว่าเรือน กายของนางยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
พวกเขารู้จักต่งลี่เป็นอย่างดี รู้ว่าต่งลี่แค่ชอบเล่นสนุก นางชอบปั่นหัว ยั่วยวนชายหนุ่มที่รักใคร่ชอบพอในตัวนาง ทว่าทุกครั้งที่ต่งลี่พูดถึงชาย หนุ่มหื่นกระหายเหล่านั้นให้พวกเขาฟัง ทั้งปากและตาของนางล้วนเต็ม ไปด้วยแววดูหมิ่นเหยียดหยาม
ทว่าเวลาที่พูดถึงเนี่ยเทียนนางกลับมีสีหน้าเบิกบานยิ้มแย้ม แตกต่าง กับเวลาที่พูดถึงผู้ชายคนอื่นราวฟูากับดิน
ไม่เพียงเท่านี้ แม้แต่ต่งปุายเจี๋ยเองที่เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลต่งให้ ความสำคัญมากที่สุด ยามใดที่พูดถึงเนี่ยเทียนต่างก็ชื่นชมเขาแทบทุกคำ
ต่งปุายเจี๋ยกล่าวว่าหากไม่มีเรื่องเหนือความคาดคิดเกิดขึ้น ดินแดน ดาวตกในอนาคต เนี่ยเทียนจะต้องกลายมาเป็นดวงดาวที่เจิดจรัสที่สุด เหนือล้ำเมล็ดพันธ์อันเป็นที่ภาคภูมิใจทุกคน!
ผู้อาวุโสมากมายในตระกูลต่งอาจจะยังสงสัยในสายตาของต่งลี่อยู่บ้าง ทว่าเมื่อได้ยินต่งปุายเจี๋ยวิเคราะห์เช่นนี้กลับยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึง
ด้วยเหตุนี้พอได้ยินต่งลี่เรียกขานเนี่ยเทียน สายตาของผู้อาวุโสใน ตระกูลทุกคนจึงพากันกวาดมองมาที่เนี่ยเทียนแทบจะในพริบตา
“เจ้าไปเถอะ ข้ายังมีธุระอย่างอื่น” หูหรงขยิบตาบอกเป็นนัยให้เนี่ย เทียนไปรวมกับคนของตระกูลต่ง ส่วนตัวเองนั้นถอยหลบฉากไปทางอื่น
ดังนั้นเนี่ยเทียนจึงเดินยิ้มเข้าไปหาคนตระกูลต่งภายใต้สายตา ประหลาดใจและอยากรู้ของคนมากมาย
พวกหลีจิ้ง ฝางฮุยต่างก็ติดตามมาเงียบๆ
กลุ่มคนที่เบียดเสียดกันแออัดพากันเปิดทางให้โดยไม่รู้ตัว ทำให้เนี่ย เทียนเดินไปถึงจุดที่คนตระกูลต่งยืนอยู่ได้อย่างง่ายดาย
ต่งลี่ในวันนี้ประทินโฉมมาเล็กน้อย นั่นจึงยิ่งขับให้นางสวยงามหยาด เยิ้ม
นางสวมอาภรณ์สีดำรัดรึงเรือนกายซึ่งตัดเย็บอย่างประณีต กระโปรง ชุดนี้งดงามหรูหรา อวดโฉมเรือนกายที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ของนางได้อย่างเต็มที่
นางที่อยู่ในกลุ่มคนยกยิ้มมุมปาก งามสง่าข่มทับทุกคน เรียกได้ว่าเป็น จุดรวมสายตาได้อย่างไม่เสียชื่อ
แม้แต่พวกเขตลี้ลับหลายคนที่มีฝีมือไม่ธรรมดา พอเห็นความงามไม่ เป็นรองใครของนางก็ยังมองตามติดอย่างมิอาจละสายตาไปจากร่างของ นางได้
ฉินแยนและเย่ฉินที่อยู่ไม่ไกลต่างก็ถูกความงามของนางกลบทับจนมัว หมอง
“คุณหนูต่ง วัตถุดิบวิเศษกองนี้เป็นของเขาอย่างนั้นรึ?” ผู้ฝึก ลมปราณเขตลี้ลับช่วงต้นคนหนึ่งของลัทธิอูตู๋ขมวดคิ้วด้วยสีหน้าตกตะลึง
ต่งลี่ยิ้มหวาน พยักหน้ารับเบาๆ “คนที่ข้ารออยู่ก็คือเขานั่นแหละ”
ผู้ฝึกลมปราณลัทธิอูตู๋นามว่าโหวชิ่งเซินถูกใจของชิ้นหนึ่งในกองนั้น เขาแสดงท่าทีอยากซื้อขายและแลกเปลี่ยนกับต่งลี่ ทว่าต่งลี่ทำเพียงแค่ ส่ายหัว บอกว่าของวิเศษเหล่านั้นเป็นของผู้อื่น เมื่อเจ้าของตัวจริงยังไม่ ปรากฏตัว นางจะไม่ทำการแลกเปลี่ยนเด็ดขาด
ด้วยความจนใจ โหวชิ่งเซินจึงได้แต่รอคอยเงียบๆ
คนที่เหมือนกับโหวชิ่งเซินยังมีอีกมาก ของที่พวกเขาถูกใจล้วนอยู่ใน กองวัตถุดิบวิเศษของเนี่ยเทียน ต่งลี่บอกแต่แรกแล้วว่าหากเจ้าของไม่มา ไม่ว่าของชิ้นใดนางก็ไม่สะดวกแลกเปลี่ยน
“เนี่ยเทียน…”
“ชื่อนี้ฟังเหมือนไม่คุ้นหู แต่ก็เหมือนจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน”
“เนี่ยเทียน เนี่ยเทียน หรือว่าเป็นคนของอาณาจักรหลีเทียนผู้นั้น?”
“คนที่ได้รับการสืบทอดอย่างสมบูรณ์แบบจากพระราชวังโบราณ สะเก็ดดาว ใช้เวทลับปิดผนึกรอยแยกห้วงมิติทั้งสามเส้นน่ะหรือ?”
“ต้องเป็นเขาแน่ นอกจากเขาแล้วยังจะเป็นใครไปได้อีก?”
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับและเขตสามัญที่รอคอยอยู่นานต่างก็สนทนา กัน จึงเริ่มรู้ตัวตนที่แท้จริงของเนี่ยเทียน
รอจนพวกเขาเห็นว่าต่งลี่ไม่ได้ปฏิเสธ แต่พยักหน้าพร้อมยิ้มรับ พวก เขาจึงพากันแสดงสีหน้าตกใจ
“ที่แท้ก็เขานี่เอง!”
ผู้ฝึกลมปราณส่วนใหญ่ของเก้าอาณาจักรในดินแดนดาวตกต่างก็ไม่ เคยเห็นตัวจริงของเนี่ยเทียนมาก่อน เพราะเจอการคุกคามจากวิมาน สวรรค์และตำหนักเทพเพลิง หากเนี่ยเทียนไม่ซ่อนตัวก็จะเปลี่ยนโฉมอำ พรางตัวตน
และก็ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงรู้แค่ว่าเนี่ยเทียนมาจากอาณาจักรหลี เทียน ได้ตราประทับสะเก็ดดาวมาจากประตูสวรรค์ ทั้งยังปิดผนึกรอย แยกห้วงมิติสามรอย
นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เนี่ยเทียนเปิดเผยตัวตนอย่างตรงไปตรงมา ยืนอยู่ เบื้องหน้าผู้แข็งแกร่งของแต่ละสำนักในดินแดนดาวตกอย่างแท้จริง
พอได้ยินว่าคนที่ต่งลี่รอคอยคือผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวที่พระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวให้การยอมรับ ไม่เพียงแต่คนที่รวมตัวกันอยู่ด้านหน้า ต่งลี่เท่านั้นที่ตะลึง แม้แต่ผู้ฝึกลมปราณหลายคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าพวกเย่ ฉิน เฉินฮ่าว เฉาชิวสุ่ยก็ยังถูกดึงดูดสายตามาตรงจุดนี้
คนเหล่านั้นหากไม่มารวมตัวกันอย่างเงียบเชียบก็จับตามองความ เคลื่อนไหวของทางฝั่งนี้จากที่ไกลๆ
เมื่อต่งปุายเจี๋ยเห็นเนี่ยเทียนเดินมาและต่งลี่ก็เอาแต่อมยิ้มมองเขา โดยไม่ทำอะไร เขาจึงรีบเอ่ยแนะนำ “ท่านผู้นี้คือผู้อาวุโสเถิงเฟยของ ตระกูลต่งข้า!”
ต่งเถิงเฟยยิ้มน้อยๆ พยักหน้าเบาๆ
เนี่ยเทียนคำนับอย่างมีมารยาท “คารวะผู้อาวุโสต่ง”
“ไม่ต้องเกรงใจ” ต่งเถิงเฟยโบกมือบอกเป็นนัยว่าไม่ต้องมากพิธี ก่อน จะพูดกลั้วหัวเราะ “วันนี้ข้าแค่มาเป็นเพื่อนปุายเจี๋ยและเสี่ยวลี่เท่านั้น เจ้าไม่ต้องสนใจข้า เรื่องที่เจ้าช่วยเหลือตระกูลต่ง ข้าได้ยินมาหมดแล้ว เจ้าไม่เลวเลย”
“พอแล้วๆ” ต่งลี่ยิ้มเบิกบาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายระยับ หันไป มองกลุ่มคนที่รอกันอยู่นานแล้ว “ตอนนี้เจ้าของมาถึงแล้ว พวกเจ้าถูกใจ ชิ้นไหนก็พูดกับเขาได้เลย”
“รอสักครู่” เนี่ยเทียนเอ่ยห้ามเบาๆ จากนั้นจึงค้อมตัวน้อยๆ หันมา พูดกับหลีจิ้ง“ผู้อาวุโสหลี ท่านเชิญมาเลือกก่อนเลย”
มูลค่าของโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ตอนมีชีวิตมีสายเลือดระดับแปด ทั้งยังแข็งแกร่งได้ขึ้นเรื่อยๆ ยากจะหาสิ่งใดมาทัดเทียม
ในสายตาของเนี่ยเทียน เขาติดค้างสำนักโลหิตมากมายนัก หาก สิ่งของที่เขาได้มามีสิ่งใดที่หลีจิ้งถูกใจ เขาก็มีแต่จะดีใจเท่านั้น
“ข้าไม่เกรงใจล่ะนะ” หลีจิ้งเดินขึ้นหน้ามาหยุดอยู่ตรงกองวัตถุดิบ วิเศษที่ราวกับภูเขาลูกย่อม มองวัตถุดิบแปลกประหลาดหายากมากมาย ทั้งยังมีวัตถุหลายชิ้นที่เป็นของชนต่างเผ่า นางก็รู้สึกตาลายไปหมด
นางปล่อยกระแสจิตวิญญาณออกมาไล่หาท่ามกลางกองวัตถุดิบวิเศษ นั้น ก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกาย ยื่นนิ้วชี้ไปที่ของสามอย่าง
นั่นคือหินหยกสีแดงขนาดเท่ากำปั้นก้อนหนึ่ง หญ้าวิเศษหกใบที่มี ปราณเลือดเข้มข้นล้อมวน และยังมีดวงตาสีชาดข้างหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นของ สัตว์วิเศษตัวใด
ผู้เฒ่าผมสีเทา อาภรณ์ปักลายสัญลักษณ์ของพรรคคิชกูฏที่ยืนอยู่ข้าง กายต่งลี่เอ่ยขึ้นเนิบช้า “หินแก่นเลือดระดับสูงขั้นเจ็ดได้หายสาบสูญไป จากดินแดนดาวตกแล้ว ก่อนหน้านี้ตอนที่ชนต่างเผ่ายังพิชิตดินแดนดาว ตกยังมีของสิ่งนี้อยู่ ทว่ากลับถูกชนต่างเผ่ายึดครองไปเกือบหมดแล้ว”
“วัตถุดิบวิเศษประเภทหินแก่นเลือดนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์กับผู้ฝึก ลมปราณเผ่ามนุษย์อย่างพวกเราเท่าใดนัก แต่เหมือนจะมีประโยชน์ต่อ การเลื่อนขั้นทางสายเลือดของชนต่างเผ่า”
“หินแก่นเลือดก้อนหนึ่งสามารถแลกหินวิเศษมาจากชนต่างเผ่าได้ไม่ น้อยกว่าห้าแสนก้อน”
คำพูดนี้ดังจบ คนมากมายต่างก็พากันมีสีหน้าประหลาดใจ
“หญ้าโลหิตหกใบ สมุนไพรระดับสูงขั้นหก หายสาบสูญไปจาก ดินแดนดาวตกแล้วเช่นกัน สมุนไพรวิเศษชนิดนี้จะงอกงามขึ้นมาได้ก็ ต่อเมื่อได้กินเลือดสดของชนต่างเผ่าหรือสัตว์วิเศษจนอิ่ม หลังจากที่ชน ต่างเผ่าถอนกำลังออกไปก็ได้หายจากดินแดนดาวตกด้วย ราคามูลค่าต่อ หนึ่งต้นเทียบได้ประมาณหินวิเศษสามแสนก้อน”
“ดวงตาชิ้นสุดท้ายคือดวงตาของสัตว์วิเศษตาเลือดระดับเจ็ด ความ ร้ายกาจของสัตว์ตาเลือดก็คือดวงตาของมันสามารถทำให้เลือดสดในร่าง ของสิ่งมีชีวิตเกิดความผิดปกติอย่างรุนแรง สัตว์ตาเลือดระดับเจ็ด เทียบเคียงได้กับผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณเผ่ามนุษย์ ดวงตาข้างหนึ่งของมัน อย่างน้อยก็มีมูลค่าสองล้านหินวิเศษ!”
ผู้เฒ่าที่ถูกพรรคคิชกูฏเชิญมาตรวจประเมินสินค้ายิ้มน้อยๆ แล้วพูด กับหลีจิ้ง“สายตาของเจ้าไม่เลว ของสามอย่างนี้ต่างก็เหมาะสมกับสำนัก โลหิตของพวกเจ้า มีของวิเศษสามชิ้นนี้ วันหน้าที่เจ้าฝุาทะลุสู่เขต วิญญาณจะช่วยให้ราบรื่นขึ้นอีกเยอะ”
ดวงตาของหลีจิ้งเต็มไปด้วยความปลื้มปิติ แต่ก็รู้สึกกระวนกระวาย เล็กน้อย “ของสามชิ้นนี้มีมูลค่ารวมกันเกือบสามล้านหินวิเศษเชียวนะ!”
ผู้เฒ่าของพรรคคิชกูฏยิ้มอีกครั้ง “มูลค่าที่ข้าพูดถึงล้วนเป็นราคาใน อดีต แต่ตอนนี้ของเหล่านี้แทบจะหายสาบสูญไปจากดินแดนดาวตกแล้ว นี่จึงทำให้มูลค่าของพวกมันยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว…นับว่าเป็นเรื่องปกติ มาก”
“ยินดีกับผู้อาวุโสหลีด้วย” ฝางฮุยถอนหายใจหนึ่งครั้ง
เขารู้ดีว่าหลีจิ้งได้ของสามอย่างนี้ไปครอง ต่อไปเกรงว่าคงฝุาทะลุสู่ เขตวิญญาณได้อย่างราบรื่น และบางที…อาจจะเร็วกว่าทุกคนใน อาณาจักรหลีเทียนด้วย
ทั้งหมดนี้เพียงแค่เพราะหลีจิ้งมีดวงตากว้างไกล ผูกมิตรกับเนี่ยเทียน ไว้ล่วงหน้า
“ผู้อาวุโสหลีไม่ต้องเกรงใจ” เนี่ยเทียนหัวเราะฮ่าๆ ยัดของสามชิ้นที่ นางเลือกใส่มือของนาง “มีของที่เหมาะสมกับท่านจึงจะดี หาไม่แล้วข้า เอาโครงกระดูกปีศาจเลือดของพวกท่านมาเปล่าๆ นั่นจะยิ่งทำให้ข้ารู้สึก แย่”
หลีจิ้งรับมาแล้วจึงเก็บไว้ในแหวนเก็บของ ตอนที่มองเนี่ยเทียนอีก ครั้ง ใบหน้าของนางก็คล้ายจะอ่อนโยนลงกว่าเดิมหลายส่วน “เนี่ยเทียน ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ ของสามอย่างนี้มีประโยชน์กับข้าอย่าง แท้จริง หากมีวันหนึ่งสามารถอาศัยพวกมันเลื่อนสู่เขตวิญญาณ ข้าย่อม จดจำเรื่องนี้ไว้จนขึ้นใจ”
“ระหว่างพวกเราไม่จำเป็นต้องเกรงใจกัน” เนี่ยเทียนกล่าวด้วย รอยยิ้ม
หลีจิ้งได้ของสามอย่างนั้นมาครองทำให้นางพอใจจนไม่รู้จะพอใจ อย่างไรแล้ว นางข่มกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้ในใจ ก่อนจะหลีกทางให้คน อื่น
“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเรามาแลกเปลี่ยนกันอย่างเป็นทางการได้แล้ว” เนี่ยเทียนเหลือบมองโหวชิ่งเซินจากลัทธิอูตู๋แล้วกล่าวว่า “เจ้าต้องการ อะไร?”
“คัมภีร์ของชนต่างเผ่า!” โหวชิ่งเซินชี้ไปยังตำราบางๆ หลายเล่มที่ทำ มาจากหนังสัตว์ “เจ้าให้ราคามาได้เลย!”
เนี่ยเทียนแค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าตำราหนังสัตว์เหล่านั้นได้มาจากเผ่า ทมิฬคนหนึ่งที่เขาสังหาร
สิ่งที่บันทึกเอาไว้ในตำราหนังสัตว์นั้นต้องเกี่ยวข้องกับเวทลับ บางอย่างของเผ่าทมิฬอย่างแน่นอน ว่ากันว่าในอดีตอาณาจักรเฮยเจ๋อก็ เป็นของเผ่าทมิฬ และวิชาลับมากมายที่ลัทธิอูตู๋ฝึกฝนก็ล้วนเกี่ยวข้องกับ เผ่าทมิฬที่ร่างเต็มไปด้วยพิษร้ายอย่างแยกจากกันไม่ได้
ในเมื่อคนผู้นั้นมาจากลัทธิอูตู๋ แน่นอนว่าย่อมปรารถนาในตำราของ เผ่าทมิฬอย่างถึงที่สุด
“ข้าคือโหวชิ่งเซิน หนึ่งในผู้อาวุโสของลัทธิอูตู๋ ไม่ว่าของสิ่งใดก็ตามที่ เจ้าต้องการ ต่อให้ในมือข้าไม่มีอยู่ ลัทธิอูตู๋ก็จะพยายามหามาให้เจ้าให้จง ได้!” โหวชิ่งเซินสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง รู้ดีว่าในตำราหนังสัตว์ที่
เกี่ยวข้องกับเวทลับของเผ่าทมิฬอาจจะส่งผลกระทบต่อทั้งลัทธิอูตู๋ เขาจึง ต้องได้มันมาครอบครอง!
“เมื่อครู่นี้เจ้าบอกว่าชื่ออะไรนะ?” เนี่ยเทียนขมวดคิ้ว
“โหวชิ่งเซิน”
“ไม่ขาย!” เนี่ยเทียนเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน ดึงเอาตำราหนังสัตว์พวก นั้นมาเก็บไว้ในแหวนเก็บของของตัวเอง “ข้าเพิ่งนึกออกว่าตำราหนังสัตว์ เหล่านี้ข้ารับปากว่าจะขายให้คนอื่น”
“เจ้ารับปากใครไป?” โหวชิ่งเซินถามอย่างร้อนใจ
“คนที่ถูกเจ้าแอบขาย เพราะคิดจะใช้ผูกมิตรกับวังวิญญาณอย่างไร เล่า” เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น
“เจ้าศิษย์ทรยศหลี่หลางเฟิง!” โหวชิ่งเซินอุทานเสียงแหลม