ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 594 วันนี้และเวลานี้
ในความทรงจำของโหวชิ่งเซิน อันที่จริงชื่อหลี่หลางเฟิงเลือนรางเต็ม ทีแล้ว
หลี่หลางเฟิงเป็นเพียงแค่ลูกคลื่นเล็กๆ ในช่วงชีวิตอันยาวนานของเขา ไม่นับเป็นบุคคลสำคัญใดๆ
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าชาติกำเนิดของหลี่หลางเฟิงต่ำต้อยและ แร้นแค้นเกินไปในสายตาของสำนักใหญ่ๆ อย่างลัทธิอูตู๋
ตระกูลหลี่เป็นเพียงแค่หนึ่งในตระกูลมากมายที่พึ่งพาวังวิญญาณ ทั้ง ยังเป็นตระกูลที่เล็กมากด้วย
เมื่อเขารู้ว่าที่หลี่หลางเฟิงกราบเขาเป็นอาจารย์ ขยันหมั่นฝึกตน เพียงเพราะมีเปูาหมายอยากแก้แค้นอู๋ชิงเหอแห่งวังวิญญาณ เขาก็สละ ศิษย์คนนี้ทิ้งทันทีโดยไม่คิดให้มากความ
เพราะในสายตาของเขา อู๋ชิงเหอที่มาจากสำนักใหญ่เหมือนกันถึงจะ เรียกว่าเป็นคนระดับเดียวกันกับเขา
อีกทั้งเบื้องหลังของอู๋ชิงเหอยังมีผู้อาวุโสวังวิญญาณอย่างฉางฉิวหนุน หลัง หากหลี่หลางเฟิงฝึกตนจนแข็งแกร่ง สักวันหนึ่งก็อาจสร้างภัยต่ออู๋ ชิงเหอได้อย่างแท้จริง และเขาที่เป็นอาจารย์ของอีกฝุายก็ย่อมเจอกับ ปัญหา
ด้านหนึ่งเพราะหลี่หลางเฟิงชาติกำเนิดต่ำต้อย อีกด้านหนึ่งเพราะภัย คุกคามจากฉางฉิว แล้วเขายังต้องคิดมากไปอีกทำไม?
ทว่าตอนนี้เนี่ยเทียนกลับไม่ยอมขายตำราหนังสัตว์ให้กับเขาเพียง เพื่อหลี่หลางเฟิงกระจอกๆ คนหนึ่ง นี่จึงทำให้เขารู้สึกเหลือเชื่อไม่น้อย
“เพื่อคนที่ต่ำต้อยราวกับมดตัวหนึ่ง เจ้าถึงกับคิดจะผูกปมแค้นกับ ลัทธิอูตู๋ของข้าอย่างนั้นรึ?” โหวชิ่งเสินสงบสติอารมณ์ลงได้จึงกล่าวขึ้น ด้วยสีหน้าประหลาด
กลางลานประลองเลือดมีผู้ฝึกลมปราณเขตสามัญ เขตลี้ลับมากมายที่ ฐานะสูงส่งซึ่งพวกเขาเองก็มีสีหน้าคาดไม่ถึงเช่นกัน
ในดินแดนดาวตกแบ่งชั้นวรรณะกันอย่างเข้มงวด ผู้ฝึกลมปราณ อย่างหลี่หลางเฟิงที่ไม่มีสำนักแข็งแกร่งคอยหนุนหลัง ทั้งชาติกำเนิดยังต่ำ ต้อย อันที่จริงก็ล้วนถูกคนอื่นๆ มองหมิ่น
สำนักเก่าแก่ที่มีเขตวิญญาณรักษาการณ์อย่างลัทธิอูตู๋นี้จะมีมารยาท กับเฉพาะผู้ฝึกลมปราณที่มาจากในสำนักระดับเดียวกันเท่านั้น
ในสายตาของพวกเขา คนที่สู้พวกเขาไม่ได้ก็ล้วนเป็นเปูาหมายที่พวก เขารังแกได้ตามใจชอบตลอดเวลา
ที่หลี่ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนกล้าไปวางตัวโอหังอยู่ในแถบถนน เก่าโทรมแห่งนั้นเพียงลำพังก็เพราะในสายตาของเขา ทุกสำนักใน อาณาจักรหลีเทียนต่างก็ไม่มีค่ามากพอให้พูดถึง
“ถูกต้อง ข้าทำเพื่อหลี่หลางเฟิง” เนี่ยเทียนยิ้มบางๆ “ตำราหนังสัตว์ ที่ได้มาจากเผ่าทมิฬพวกนี้ข้าเตรียมจะมอบให้เขาโดยไม่คิดเงินแม้แต่แดง เดียว เจ้ามีความเห็นอะไรงั้นรึ?”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพื่อตำราหนังสัตว์เหล่านี้ ลัทธิอูตู๋ของข้ายินดีจ่ายหิน วิเศษมากน้อยแค่ไหน?” โหวชิ่งเซินเดือดดาล “ข้ายินดีจ่ายหินวิเศษห้า ล้านก้อนเพื่อแลกกับตำราหนังสัตว์เหล่านั้น! เจ้ายินดีจะละทิ้งหินวิเศษห้า ล้านก้อนเพื่อหลี่หลางเฟิงคนเดียวจริงๆ น่ะรึ!”
“หินวิเศษห้าล้านก้อน!”
“ลัทธิอูตู๋ลงทุนหมดหน้าตักจริงๆ!”
“แค่ตำราเก่าๆ ไม่กี่เล่มนั่นก็มีค่าพอหินวิเศษห้าล้านก้อนเชียวรึ? โหว ชิ่งเซินกับลัทธิอูตู๋บ้าแล้วหรือไง?”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม หลายคนอ้าปากตาค้าง รู้สึกไม่อยากเชื่อ สิ่งที่หูได้ยินและสิ่งที่ตาเห็นเท่าใดนัก
ต่งเถิงเฟยและคนมากมายในตระกูลต่งต่างก็มีสีหน้าตะลึงลาน
ในลานแห่งนี้มีเพียงผู้เฒ่าจากพรรคคิชกูฏคนเดียวที่หน้าไม่เปลี่ยนสี
เพราะมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ดีว่าวิชาพิษร้ายหลายชนิดของลัทธิอูตู๋มี ความสัมพันธ์ลึกล้ำกับเผ่าทมิฬ แต่เนื่องจากร่างกายของเผ่ามนุษย์กับเผ่า ทมิฬนั้นไม่เหมือนกัน วิชาพิษร้ายเหล่านั้นจึงมีช่องโหว่อย่างเห็นได้ชัด ทำ ให้ไม่สามารถฝึกไปถึงขั้นสูงสุด เผ่ามนุษย์ที่แบกรับไม่ไหว ร่างก็จะระเบิด ตายไปอย่างกะทันหัน
ที่หลี่หลางเฟิงฝึกฝนก็คือวิชาพิษร้ายประเภทนี้
ตำราหนังสัตว์ที่เนี่ยเทียนได้มาจากเผ่าทมิฬได้บันทึกเวทลับของเผ่า ทมิฬเอาไว้ ซึ่งบางทีอาจจะชดเชยข้อบกพร่องของวิชาพิษร้ายที่ลัทธิอูตู๋ใช้ ฝึกฝน
หากมีความเป็นไปได้ใดๆ ก็ตามที่จะกำจัดข้อบกพร่องเหล่านั้นทิ้งไป ลัทธิอูตู๋ย่อมไม่มีทางปล่อยผ่าน อย่าว่าแต่ห้าล้านหินวิเศษเลย ต่อให้สิบ ล้าน เกรงว่าลัทธิอูตู๋ก็ยังยินดีจะนำออกมา
ท่ามกลางกลุ่มคนที่ส่งเสียงจอแจ มีผู้ฝึกวิญญาณเขตสามัญคนหนึ่งที่ ไม่สะดุดตายืนอยู่ในมุม เขามองลอดช่องว่างระหว่างกลุ่มคนมาทางฝั่ง ของตระกูลต่ง
เขาก็คือหลี่หลางเฟิง
พอได้ยินว่าที่นี่จัดงานแลกเปลี่ยนครั้งใหญ่ เขาที่อาศัยหัวใจของเผ่า ทมิฬดวงนั้นจนเลื่อนสู่เขตสามัญช่วงท้ายได้สำเร็จจึงมาเข้าร่วมด้วยความ อยากรู้ ด้านหนึ่งก็เพื่อเปิดหูเปิดตา อีกด้านหนึ่งก็เพราะอยากจะพบหน้า เนี่ยเทียน
เขามาได้ไม่นานก็เห็นอดีตอาจารย์ของตัวเอง จึงแอบซ่อนตัวอย่าง เงียบเชียบ
เวลาผ่านไปหลายปี เขาที่ฝึกวิชาพิษร้ายอย่างหนักจึงเกิดการ เปลี่ยนแปลงมากมาย โหวชิ่งเซินจึงไม่ทันสังเกตเห็นเขา
ตอนที่เนี่ยเทียนเดินมาหาฝุายของตระกูลต่งอย่างเจิดจรัส กลายเป็น ที่จับตามองของทุกคน เขารู้ดีว่าตัวเองต่ำต้อย บวกกับโหวชิ่งเซินอยู่ด้วย จึงยิ่งไม่กล้าเปิดเผยตัวเอง
ทว่ายามนี้พอได้ยินว่าเนี่ยเทียนยอมทิ้งเงินห้าล้านหินวิเศษเพื่อเขา ยอมสละการแลกเปลี่ยนกับลัทธิอูตู๋เพียงเพราะต้องการมอบตำราหนัง สัตว์ที่ล้ำค่าให้แก่เขา หลี่หลางเฟิงก็รู้สึกเพียงว่ามีไอร้อนระลอกหนึ่งพุ่ง ขึ้นสู่สมอง แม้แต่ดวงตาของเขา…ก็ยังแสบร้อนน้อยๆ
มองความเคลื่อนไหวทางฝั่งของตระกูลต่ง เห็นเขตลี้ลับและเขต สามัญมากมายที่ไม่เข้าใจในการกระทำของเนี่ยเทียน รวมไปถึงเห็นความ เดือดดาลและเคียดแค้นของอดีตอาจารย์เขา หลี่หลางเฟิงก็แอบเช็ด น้ำตาตัวเองเงียบๆ
ไม่มีใครรู้ความรู้สึกในใจของเขา
ไม่เหมือนกับพวกเซวียหลง ตอนที่เขามาอยู่อาณาจักรเลี่ยคงและได้ กลายเป็นขุนนางต่างถิ่นของเดือนดับ เขาไม่ได้เปลี่ยนชื่อแซ่ ยังคงใช้นาม ตัวเองว่าหลี่หลางเฟิงพบปะผู้คน
ที่ทำเช่นนี้เพราะหลี่หลางเฟิงรู้ชัดเจนดีว่า ในสายตาของโหวชิ่งเซินอู๋ ชิงเหอ…เขา ไม่มีค่าใดๆ ทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นโหวชิ่งเซินหรืออู๋ชิงเหอก็ล้วนไม่หวาดกลัวการแก้แค้น ของเขา
ในสายตาของพวกเขา ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีหวังว่าจะได้ แก้แค้นสำเร็จ
บางทีโหวชิ่งเซินอู๋ชิงเหออาจจะรู้สึกด้วยว่าวันที่เขาไปแก้แค้นก็คือวัน ตายของเขา
โหวชิ่งเซินมีลัทธิอูตู๋หนุนหลัง ส่วนอู๋ชิงเหอก็มีวังวิญญาณ คนทั้งสอง ขอบเขตสูงมาก ทรัพยากรพรั่งพร้อม พลังการต่อสู้จึงนำหน้าเขาตลอด กาล แล้วมีหรือจะสนใจเขา?
โหวชิ่งเซินอาจคิดด้วยว่าไม่ต้องรอให้เขาไปแก้แค้นถึงที่ เขาก็อาจถูก วิชาพิษร้ายโจมตีกลับจนตายไปก่อน
เขาใช้ชื่อนี้เคลื่อนไหวอยู่ในอาณาจักรเลี่ยคงมานานมาก ทว่าโหวชิ่ง เซินและอู๋ชิงเหอก็ยังไม่สนใจ เรียกได้ว่ามองข้ามเลยด้วยซ้ำ
โหวชิ่งเซินและอู๋ชิงเหอไม่มีแม้แต่ความสนใจที่จะสืบข่าวเรื่องของเขา หรือแม้แต่การไล่ฆ่าเขาก็ยังไม่ทำ สำหรับเขาแล้วนี่กลับยิ่งเป็นการสร้าง ความเศร้าใจให้เขาอย่างลึกล้ำ
การมองเมินเช่นนี้ก็เหมือนพิษร้ายมากมายในร่างเขาที่คอยกัดกินเขา ไปอย่างช้าๆ
ทว่าวันนี้และเวลานี้
เนี่ยเทียนที่เขาเพิ่งรู้จักได้ไม่นานกลับยินดีละทิ้งโอกาสที่จะผูกมิตรกับ ลัทธิอูตู๋เพื่อเขา แม้แต่เงินห้าล้านหินวิเศษก็ยังไม่ต้องการ ทั้งยังบอกต่อ หน้าผู้แข็งแกร่งจากหลายสำนักว่าที่ปฏิเสธโหวชิ่งเซินและลัทธิอูตู๋นั้นมี สาเหตุมาจากเขา!
หลี่หลางเฟิงที่แอบอยู่ในมุม ใช้ปลายแขนเสื้อเช็ดน้ำตาของตัวเอง มือ ของเขา…สั่นไหวเบาๆ
เขาที่คนอื่นมองว่าอำมหิตดุร้าย ทั้งยิ่งไร้ปราณีต่อตัวเอง บัดนี้ในใจที่ ประดุจก้อนน้ำแข็งกลับเหมือนถูกแทงทะลุจนบางสิ่งบางอย่างผสาน รวมเข้าไป
“ดี! เนี่ยเทียนเจ้าดียิ่งนัก! สักวันเจ้าจะต้องเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปใน วันนี้!” ไฟโทสะในใจของโหวชิ่งเสินลุกโชน ท่าทางเช่นนั้นราวกับจะกิน เนี่ยเทียนเข้าไปทั้งเป็น
“การแลกเปลี่ยนต้องอยู่บนพื้นฐานของความยินดีจากทั้งสองฝุาย เนี่ยเทียนไม่ยอมขาย พวกเจ้าจะบังคับเขาไม่ได้” อาจารย์ประเมินของ วิเศษนามว่าเกาฝูที่มาจากพรรคคิชกูฏผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อนาทรร้อน ใจ
เนี่ยเทียนโบกมือด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “คนต่อไป!”
ต่งเถิงเฟยจากตระกูลต่งเอ่ยเสียงเย็น “ลัทธิอูตู๋จะทำอะไรก็ควรคิดให้ ละเอียดรอบคอบเสียก่อน! หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องเนี่ยเทียนก็อย่ามา โทษว่าตระกูลต่งของพวกเราไม่เกรงใจ”
“หอหันปิงก็มีท่าทีเดียวกัน” กันฉงแค่นเสียงเย็นดังมาไกลๆ
ทันใดนั้นหลิวหลิงจากสำนักหยินข่งหงจากสำนักหยาง และเขตลี้ลับ จากองค์กรการค้าสุ่ยเยว่ ตระกูลเฉา ตระกูลกู่และหอโอสถต่างก็ทยอย กันเอ่ยปาก แสดงท่าทีว่าจะปกปูองเนี่ยเทียนอย่างชัดเจน
โหวชิ่งเซินหน้าเปลี่ยนสีไปอย่างมิอาจคาดเดา เขาพยักหน้าหนึ่งที แล้วจากไปโดยไม่เอ่ยคำใด
“ที่แท้ก็เป็นเรื่องจริง…” คนผู้หนึ่งพึมพำขึ้นมาเบาๆ “ได้ยินว่าเมื่อ สามวันก่อน หลี่ชิงอวิ๋นจากสำนักเทียนเหยียนเคยไปข่มขู่แต่ละสำนักจาก อาณาจักรหลีเทียน แต่กลับต้องกลับมามือเปล่าเพราะเนี่ยเทียน หอ หันปิงสำนักหยินสำนักหยางรวมไปถึงพรรคคิชกูฏต่างก็ออกหน้าปกปูอง เนี่ยเทียน ทำให้หลี่ชิงอวิ๋นผู้นั้นถอยร่นกลับมาด้วยสีหน้าดำคล้ำ”
คำพูดนี้ดังจบ ทุกคนที่หันไปมองเนี่ยเทียนอีกครั้งต่างก็แอบเผยความ ระแวดระวัง
ข้อพิพาทสงบลงอย่างรวดเร็ว ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับคนหนึ่งที่มาจาก สำนักเล็กๆ คล้ายสำนักหลิงอวิ๋นเข้ามาแทนที่โหวชิ่งเซิน เขาหยุดยืนอยู่ ด้านหน้าเนี่ยเทียน ชี้ไปยังวัตถุชิ้นหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ของสิ่งนั้นราคา เท่าไหร่?”
ของที่เขาชี้ไปคือเขาสัตว์สีทองอร่ามเขาหนึ่ง เขานั้นโค้งงอน้อยๆ ส่อง แสงสีทองระยิบระยับคล้ายหล่อมาจากทองคำ
ไม่รอให้เนี่ยเทียนพูดมาก เกาฝูจากพรรคคิชกูฏก็เอ่ยแนะนำความ เป็นมาของเขาสัตว์นั้นเบาๆ “นี่คือเขาของสัตว์เขาทองระดับเจ็ดตัวหนึ่ง สัตว์เขาทองในดินแดนดาวตกของเรามีอยู่ไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ระดับ ของสัตว์เขาทองเหล่านั้นส่วนใหญ่ล้วนอยู่ที่ระดับสาม”
“ว่ากันว่าหากจะให้สัตว์เขาทองเติบโตได้อย่างต่อเนื่องก็จำเป็นต้องมี สภาพแวดล้อมที่พิเศษ มีเพียงสถานที่บางอย่างที่มีธาตุทองเท่านั้นถึงจะ ทำให้สัตว์เขาทองนี้เลื่อนสู่ขั้นเจ็ด และดินแดนดาวตกของเราก็เหมือนว่า จะไม่มีพื้นที่ที่ทำให้สัตว์เขาทองเติบโตได้”
“สัตว์เขาทองระดับเจ็ดพลังเทียบเคียงกับเผ่ามนุษย์เขตวิญญาณ ถือ เป็นสัตว์ธาตุทอง เขาของมันมีมูลค่าสูงสุด หากมีอาจารย์หลอมวิญญาณ ที่มีชื่อเสียงช่วยเหลือก็อาจหลอมมาเป็นอาวุธล้ำค่าเชื่อมโยงวิญญาณธาตุ ทองได้ชิ้นหนึ่ง”
“ข้าลองประเมินดูคร่าวๆ เขาของสัตว์เขาทองนี้น่าจะมีราคา ประมาณสี่ล้านหินวิเศษ”
คนผู้นั้นกัดฟัน เอ่ยเสียงหนัก “เอาเขานี้แหละ! ข้าซื้อแล้ว!”
เนี่ยเทียนยิ้มกว้าง พยักหน้ารับ “ข้าเชื่อในการตัดสินของอาจารย์ ประเมินวัตถุวิเศษจากพรรคคิชกูฏ ราคาตามนั้น”
“ไม่มีปัญหา!” คนผู้นั้นส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งที่บรรจุหินวิเศษไว้เต็ม แน่น ทั้งยังโยกย้ายหินวิเศษอีกหนึ่งล้านก้อนจากในแหวนเก็บของของ ตัวเองมาให้เนี่ยเทียน “เจ้าลองนับดู”
เนี่ยเทียนรับมา กวาดพลังจิตมองเล็กน้อยก็เห็นว่าในแหวนเก็บของวง นั้นมีหินวิเศษกองไว้จนเต็ม “ไม่มีปัญหา”
ผู้ฝึกลมปราณเขตลี้ลับที่เห็นได้ชัดว่าฝึกธาตุทองคนนั้นหยิบเอาเขา ของสัตว์เขาทองระดับเจ็ดไปด้วยสีหน้าฮึกเหิม ก่อนจะเดินออกไปจาก สนามประลองเลือดด้วยความดีใจคล้ายรีบร้อนอยากไปหาอาจารย์หลอม อาวุธระดับเชื่อมโยงวิญญาณให้มาช่วยหลอมอาวุธที่ล้ำค่าเหมาะมือแก่ เขา
“แค่เขาสัตว์เขาเดียวก็ขายได้ตั้งสี่ล้านหินวิเศษ การเดินทางไปพื้นที่ มหัศจรรย์แห่งนั้นช่างคุ้มค่ายิ่งนัก!” เนี่ยเทียนร้องอุทานในใจด้วยความ ยินดี
ปีนั้นเขาสังหารนักล่าหลายคนไปอย่างยากลำบาก เอาของที่พวกนัก ล่าเก็บสะสมมาขายก็ยังแลกหินวิเศษจากกะโหลกเลือดได้แค่หนึ่งแสน ก้อนเท่านั้น แถมยังเกือบไม่พอจะให้หลีเหย่ใช้สร้างดาราเพลิงกาฬด้วยซ้ำ
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าผ่านการเข่นฆ่าจากสองเกาะนั้น ทรัพยากรที่เขา ได้มาจะแลกเปลี่ยนมาเป็นทรัพย์สมบัติมหาศาลเช่นนี้ให้กับเขาได้!
อย่าว่าแต่ตระกูลเนี่ยเลย ต่อให้เป็นสำนักหลิงอวิ๋นที่เก็บสะสมมา ตลอดสามปีห้าปี หรือต้องขุดแร่อย่างต่อเนื่องก็ยังไม่แน่ว่าจะได้ผลเก็บ เกี่ยวมากถึงหินวิเศษลี่ล้านก้อนแบบนี้
ตอนนี้เพิ่งจะขายเขาสัตว์ไปแค่เขาเดียว เขาก็ได้หินวิเศษมาอยู่ในมือ มากถึงสี่ล้านก้อนแล้ว
เขาไม่เคยมีหินวิเศษมากขนาดนี้มาก่อนเลย!
มองวัตถุวิเศษแปลกประหลาดเกือบร้อยชิ้นที่วางอยู่ตรงหน้า เนี่ย เทียนก็พลันเลิกคิ้ว แล้วจู่ๆ ก็หยิบเอากระดาษแผ่นหนึ่งมาขีดๆ เขียนๆ ลงไปสามที จากนั้นก็แปะเอาไว้บนกองวัตถุดิบวิเศษ ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่ มีหินวิเศษสามารถนำวัตถุดิบหายากธาตุไฟ ธาตุไม้ และธาตุดวงดาวมา แลกได้”
“หากมีแหวนเก็บของที่พื้นที่กว้างขวางมากพอก็จะดีที่สุด! ข้า ต้องการแหวนวงหนึ่งที่พื้นที่บรรจุมากพอ หากใครมีก็นำมาแลกก่อนได้ เลย”
กล่าวจบก็มีคนไม่น้อยเบียดเสียดกันเข้ามาทันที
“ข้ามีแก่นเพลิงพิภพ แล้วก็เส้นผลึกเพลิงพิภพหลายเส้น!”
“ในมือข้ามีเหล็กดวงดาว เหล็กดวงดาวนั้นหลอมออกมาจากหิน ดวงดาว ล้ำค่าอย่างถึงที่สุด ในเมื่อเจ้าเป็นผู้สืบทอดของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาว ย่อมต้องการเหล็กดวงดาวแน่นอน!”
“เจ้าย่อมต้องการยารวมวิญญาณแน่ๆ! ตอนนี้เจ้ายังอยู่เขตต้นสวรรค์ ตอนที่เจ้าเลื่อนสู่เขตสามัญ พลังจิตจะแปรสภาพเป็นพลังจิตวิญญาณ ยา รวมวิญญาณนี้จะช่วยเจ้าได้มาก!”
“…”
หลายคนเบียดเสียดกันเข้ามา ในมือก็โบกแสดงวัตถุดิบวิเศษหายาก ให้เห็น ทั้งยังร้องโหวกเหวกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เอาหมดๆ! ไม่ต้องรีบร้อน ทุกคนเข้าแถวมาทีละคน!” ดวงตาทั้งคู่ ของเนี่ยเทียนเป็นประกาย