ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 595 พวกเราเคยพบกันมาก่อน
เนี่ยเทียนแทบจะดึงดูดความสนใจจากเขตลี้ลับและเขตสามัญทั้งหมด ที่อยู่ในสนามประลองเลือดแห่งนี้
หลายฝุายอย่างหอหันปิงสำนักหยินสำนักหยางและอาณาจักรปุายจั้น ต่างก็รู้สึกจนใจ
อันที่จริงพวกเขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอะไรทำให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ นอก จากเนี่ยเทียนได้ผลเก็บเกี่ยวมหาศาลมาจากสองเกาะนั้นอย่างแท้จริงแล้ว ยังเป็นเพราะสาเหตุที่พิเศษอีกข้อหนึ่ง
นั่นก็คือวัตถุดิบล้ำค่าหายากอย่างแท้จริงที่ลูกศิษย์ในสำนักของพวก เขาเอากลับมาจากฟูาดินแห่งนั้นได้ถูกพวกเขาเลือกเก็บไปก่อนแล้ว
สำนักใหญ่ๆ อย่างหอหันปิงนี้มีผู้แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนอยู่ใน สำนัก เดิมทีพวกเขาก็มีความสามารถในการเผาผลาญที่ทรงพลังอยู่แล้ว
เมื่อวัตถุดิบที่มีมูลค่ามากที่สุดถูกสมาชิกภายในของพวกเขาแบ่ง กันเองไปแล้ว ของที่พวกเขาเอามาขายในลานประลองเลือดแห่งนี้แม้จะมี บางส่วนที่หายาก แต่กลับเป็นคนละชั้นกับของที่อยู่ในมือเนี่ยเทียน
ด้วยเหตุนี้ พอเห็นว่าคนมากมายที่เดินทางมาไกลมารวมตัวกันอยู่ข้าง กายเนี่ยเทียน พวกเขาจึงไม่รู้สึกแปลกใจเท่าใดนัก
เพราะว่าวัตถุดิบวิเศษของเนี่ยเทียนนั้นไม่เพียงแต่มีจำนวนมาก รูปแบบหลากหลาย หายชิ้นยังเป็นของที่หายสาบสูญไปจากดินแดนดาว ตก หรือไม่ก็มาจากชนต่างเผ่า
อันที่จริงพวกเสวียนเข่อไม่ได้สังหารชนต่างเผ่ามากเท่าไหร่นัก จึง ไม่ได้ทรัพย์สินมาจากมือของชนต่างเผ่า
ทว่าเนี่ยเทียนกลับสังหารชนต่างเผ่าไปหลายสิบคน วัตถุที่เขาได้มา ย่อมมีทั้งตำราหนังสัตว์ของเผ่าทมิฬ และยังมีของสะสมของพวกอสูรกาย ภูตผีปีศาจ รวมไปถึงเผ่าหินเทาและเผ่าเกล็ดดำ
ของล้ำค่าที่ชนต่างเผ่าเหล่านี้สะสมไว้อาจไม่มีราคาค่างวดนักหาก นำไปวางขายในดินแดนของชนต่างเผ่า
ทว่าดินแดนดาวตกไม่มีชนต่างเผ่าอยู่นานแล้ว และสำนักใหญ่ๆ อย่าง วังวิญญาณ ลัทธิอูตู๋ยังมีความสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาดกับชนต่างเผ่า ดังนั้นจึง เป็นเหตุให้พวกเขาคาดหวังอย่างยิ่งว่าจะได้ครอบครองวัตถุของชนต่าง เผ่า
เกาฝูจากพรรคคิชกูฏที่อยู่ด้านหลังเนี่ยเทียน คอยเอ่ยแนะนำราคา ของวัตถุดิบเหล่านั้นเบาๆ
ผู้ฝึกลมปราณที่เอาวัตถุดิบหายากธาตุไฟ ธาตุไม้ และดวงดาวมา แสดงต่างก็เอะอะเสียงดังหมายจะแลกวัตถุที่พวกเขาถูกใจไปจากเนี่ย เทียน
ภายใต้การชี้นำจากเกาฝูเนี่ยเทียนคอยหยิบเอาวัตถุดิบหลากหลาย ชนิดที่วางด้านหน้าตัวเองออกไปอย่างต่อเนื่องเพื่อแลกมาด้วยวัตถุดิบที่ เขาขาดแคลน
เหล็กดวงดาว แก่นเพลิงพิภพ เส้นผลึกเพลิงพิภพ ยารวมวิญญาณ ไม้ ไม่สลาย เอ็นมังกรแดง ยาร้อยหญ้าวาสนา หินวิเศษ หยกวิเศษ…
มองวัตถุดิบหายากธาตุไฟ ธาตุไม้ ดวงดาวและยาบินเข้ามาในแหวน เก็บของของตัวเอง เนี่ยเทียนก็แย้มยิ้มเต็มใบหน้า
ของที่วางอยู่ด้านหน้าเขาก็ค่อยๆ ลดหายไปเช่นกัน
ไม่นานนักในแหวนเก็บของของเขาก็เต็มไปด้วยวัตถุดิบที่เหมาะสม สำหรับการฝึกตบะและการเลื่อนขั้นของเขา รวมถึงหินวิเศษอีกสิบล้าน ก้อน และหยกวิเศษห้าร้อยกว่าก้อน
สายตาของเขตสามัญและเขตลี้ลับมากมายที่มองมายังเนี่ยเทียนล้วน ซุกซ่อนเจตนาชั่วร้ายอย่างลึกล้ำ
เพียงแค่ครู่เดียว ผลเก็บเกี่ยวที่อยู่ในมือของเนี่ยเทียนก็เทียบเคียงได้ กับสิ่งของที่เขตลี้ลับคนหนึ่งสะสมมาทั้งชีวิต!
สำนักเล็กๆ จำนวนไม่น้อยอาจมีทรัพย์สินเทียบกับเนี่ยเทียนไม่ได้แล้ว ด้วยซ้ำ!
และตอนนี้เนี่ยเทียนก็ยังเป็นแค่ผู้ฝึกลมปราณน้อยที่มีเขตต้นสวรรค์ คนหนึ่งเท่านั้น
ในสายตาของพวกเขา เนี่ยเทียนคือคลังสมบัติเคลื่อนที่ดีๆ นี่เอง แถม ขอบเขตของเขายังต่ำต้อย ดูท่าจะสังหารได้อย่างง่ายดาย…
ต่งเถิงเฟยเองก็มองออกถึงไอสังหารในดวงตาของคนเหล่านั้นจึงเอ่ย เสียงเย็น “ข่าวที่ชนต่างเผ่าจะบุกเข้ามา เป็นเนี่ยเทียนที่นำมาบอก เขามี ประสบการณ์การต่อสู้กับชนต่างเผ่าอย่างโชกโชน หายนะที่เกี่ยวพันกับ
ทั้งดินแดนดาวตกครั้งนี้ เนี่ยเทียนคือกุญแจสำคัญ หากใครกล้าลงมือ กับเนี่ยเทียน…”
ไม่รอให้เขาเอ่ยคำพูดสุดท้ายอย่างชัดเจน กันฉงที่ห่างออกไปไกลก็ เอ่ยเสริมว่า “คนที่ลงมือกับเนี่ยเทียน คนผู้นั้นจะถูกสังหาร และคนใน ตระกูลก็จะถูกฆ่าล้างโคตร!”
พวกคนที่มีใจคิดไม่ซื่อ พอได้ยินคำพูดของต่งเถิงเฟยและกันฉงต่างก็ หน้าเปลี่ยนสีน้อยๆ ในใจเริ่มชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสีย
คนส่วนใหญ่สายตาไม่ลุกเรืองดังเก่า คล้ายถอดใจแล้ว
ทว่าก็ยังมีพวกที่ฝึกตนด้วยตัวเอง ไม่เข้าพวกกับสำนักใดที่ไอสังหาร ในใจยังคงไม่สลายหายไป แอบครุ่นคิดว่าหากมีโอกาสสังหารเนี่ยเทียนได้ ตนก็แค่หนีออกไปจากอาณาจักรเลี่ยคง ไปซ่อนตัวอยู่พื้นที่ห่างไกลความ เจริญสักระยะก็อาจจะหลบพ้นการไล่ฆ่าของแต่ละสำนัก ทำให้ขอบเขต ของตัวเองฝุาทะลุอย่างรวดเร็ว
เขตลี้ลับช่วงท้ายสองสามคนในนั้นถึงกับรู้สึกว่าเมื่อสังหารเนี่ยเทียน และช่วงชิงผลเก็บเกี่ยวของเขาไปได้แล้ว บางทีตนอาจจะฝุาสู่เขต วิญญาณเลยก็เป็นได้
ก่อนหน้าที่แต่ละสำนักจะมาตามหา ขอเพียงเลื่อนสู่เขตวิญญาณได้ สำเร็จก็น่าจะไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวลอีกแล้ว
ส่วนภัยคุกคามจากชนต่างเผ่า สำหรับพวกคนที่ฝึกตนเพียงลำพังทั้ง ยังมีจิตใจโหดร้ายแล้ว พวกเขาไม่สนใจแม้แต่น้อย
ต่อให้ดินแดนดาวตกถูกยึด มีคนตายนับร้อยล้านคน สำนักมากมาย กลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ขอแค่พวกเขาฝุาทะลุสู่เขตวิญญาณ พวก เขาก็ไม่จำเป็นต้องใยดีเรื่องพวกนี้อีก
เนี่ยเทียนเองก็มองออกถึงเจตนาร้ายของคนมากมาย ทว่ากลับไม่ สนใจ เขาจ้องมองวัตถุดิบวิเศษที่เหลือเพียงเศษหนึ่งส่วนสี่แล้วพลันพูด ขึ้นว่า “ของที่เหลือข้าอยากแลกกับแหวนเก็บของวงหนึ่งที่มีพื้นที่บรรจุ มากพอเท่านั้น นอกจากนี้หากเป็นหินวิเศษและวัตถุดิบวิเศษ ข้าล้วนไม่ ต้องการอีกแล้ว”
หลังจากทิ้งประโยคนี้ไว้ พวกคนที่รอใช้วัตถุดิบธาตุไฟ ธาตุไม้และ ดวงดาวมาแลกเปลี่ยนกับเนี่ยเทียนต่างก็อึ้งงัน
เนี่ยเทียนนั่งลงด้านหน้าวิเศษเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สนใจ เสียงร้องโวยวายและเสียงอ้อนวอนของพวกเขา วางท่าว่าต้องการแหวน เก็บของที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากพอเท่านั้น
หลังจากรู้ว่ามีคนมากมายคิดไม่ซื่อ และบางทีก่อนที่ชนต่างเผ่าจะบุก เข้ามาก็อาจจะลงมือกับตน นี่จึงทำให้เขายิ่งต้องการหาพื้นที่เก็บโครง กระดูกปีศาจเลือดตนนั้นให้ได้โดยเร็วที่สุด
มีเพียงพาโครงกระดูกปีศาจเลือดที่ฝีมือทัดเทียมได้กับเขตวิญญาณ ขั้นต้นไปไหนมาไหนด้วยเท่านั้น เขาถึงจะสามารถเดินทางไปทั่ว อาณาจักรเลี่ยคงหรืออาณาจักรอื่นๆ ได้ตามใจชอบ
หาไม่แล้ว เกรงว่ายามใดก็ตามที่เขาออกไปนอกเมืองโพ่เมี่ยเพียง ลำพังก็คงชักนำให้พวกคนที่ความโลภบังตาตรงเข้ามาสังหาร
เขาไม่สามารถเก็บตัวอยู่แต่ในเมืองโพ่เมี่ยไปได้ตลอดชีวิต ยิ่งไม่มีทาง เอาแต่พึ่งพาการปกปูองจากพรรคคิชกูฏ ตระกูลต่งและหอหันปิงอย่าง เดียว!
โครงกระดูกปีศาจเลือดก็คือที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้ เขาจึง รีบร้อนต้องการหาแหวนที่สามารถเก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดไว้ได้
หากไม่มีแหวน นอกจากว่าเขาต้องกรอกพลังชีวิตให้กับโครงกระดูก ปีศาจเลือดอย่างต่อเนื่องถึงจะทำให้มันติดตามเขาไปทุกที่ หาไม่แล้วด้วย เรือนกายที่ใหญ่โตของโครงกระดูกปีศาจเลือด เขาก็ไม่มีความสามารถจะ พกพามันเดินทางไปทั่วทุกหนแห่งได้
กลุ่มคนที่เอะอะเสียงดังเริ่มพากันเงียบเสียงลงเพราะความใจแข็งของ เนี่ยเทียน ก่อนที่คนไม่น้อยต่างจะจากไปด้วยความจนใจ
เพราะในมือของพวกเขาไม่มีสิ่งของที่เนี่ยเทียนต้องการ
ผ่านไปอีกพักหนึ่งด้านหน้าของเนี่ยเทียนก็มีคนหายไปอีกเยอะมาก คนเหล่านั้นต่างก็กระจายตัวกันไปตามแผงของหอหันปิงสำนักหยิน สำนักหยาง
“เนี่ยเทียน เจ้าจะต้องเอาแหวนเก็บของพื้นที่บรรจุมากมายไปทำไม กัน?” ต่งลี่ถามอย่างอยากรู้
“ก็เพราะมันมีประโยชน์อย่างไรล่ะ” เนี่ยเทียนยิ้มจนใจ “สำนักโลหิต มอบโครงกระดูกปีศาจเลือดตนหนึ่งให้กับข้า โครงกระดูกปีศาจเลือดนั้น มีอานุภาพไม่ธรรมดา เมื่อมีมัน ข้าจึงมีความมั่นใจ ข้าต้องการแหวนวง หนึ่งที่เก็บโครงกระดูกปีศาจเลือดตนนั้นได้”
“แหวนประเภทนี้หายากมากเลยนะ เกรงว่าคงลำบากน่าดู” ต่งลี่ ถอนหายใจ
“ข้าเองก็รู้เหมือนกัน” เนี่ยเทียนพยักหน้า
เกาฝูที่ยืนอยู่ข้างกายเขามาโดยตลอดพลันเอ่ยขึ้นเบาๆ “แหวนเก็บ ของที่มีพื้นที่บรรจุมหาศาล แท้จริงแล้วหลอมได้ไม่ยาก ท่านเจินมี ความสามารถที่จะหลอมแหวนวงนั้น แต่จะยากก็ตรงที่การหลอมแหวน วงนี้จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบห้วงมิติที่พิเศษอย่างมาก บางทีในดินแดนดาว ตกอาจจะไม่มีวัตถุดิบล้ำค่าแบบนี้เลยก็ได้ มีคนหลอมได้ แต่ไม่มีวัตถุดิบ ให้หลอมก็ไม่ได้เหมือนกัน”
“วัตถุดิบหายากที่ข้าได้มาแลกมาเป็นหินวิเศษและหยกวิเศษจำนวน ไม่น้อย ตอนนี้จึงยังไม่ต้องการของอย่างอื่น แค่ต้องการแหวนประเภทนี้ เท่านั้น” เนี่ยเทียนแสดงท่าที
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดูที่โชควาสนาแล้วล่ะ” เกาฝูส่ายหัว “แหวน ประเภทนี้ร้อยปีอาจจะไม่มีปรากฏเลยแม้แต่วงเดียว มีเพียงคนที่ เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ ทั้งยังเคยไปยังฟูาดินที่พิเศษเท่านั้นถึงจะพอมี หวังว่าจะเจอวัตถุดิบที่ใช้หลอมแหวนประเภทนี้ ตอนนี้ในดินแดนดาวตก …”
ยังไม่ทันรอให้เขาพูดจบก็พลันมีแหวนสีเขียววงหนึ่งที่ส่องแสงไม่สว่าง นักลอยมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเนี่ยเทียนอย่างแปลกประหลาด
แหวนวงนั้นมีลายเส้นห้วงมิติสลักเอาไว้คล้ายซุกซ่อนความลี้ลับของ ห้วงมิติ
“หรือว่า!” เกาฝูตะลึง มองไปยังแหวนเก็บของประหลาดวงนั้น พอ สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวที่แผ่ออกมาจากด้านในก็พลันร้องอุทานเสียง หลง “เนี่ยเทียน! แหวนวงนี้ก็คือแหวนที่เจ้าต้องการ!”
เนี่ยเทียนตัวสั่นสะท้าน
ทันใดนั้นต่งเถิงเฟยก็พลันตวาดดัง “ใครกัน?”
เสียงตวาดของเขาดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที เขตลี้ลับและเขต สามัญของหอหันปิงสำนักหยางที่เดิมทีกระจายตัวกันอยู่ต่างก็หันมามอง โดยไม่รู้ตัว
ผู้ฝึกลมปราณเรือนกายผอมแห้งราวไม้ฟืน นัยน์ตาฉายความบ้าคลั่ง และดึงดันเดินอาดๆ ออกมา “ข้าเอง”
เส้นสายตาของทุกคนพลันไปรวมกันอยู่บนตัวเขา ซึ่งคนส่วนใหญ่ต่าง ก็มีสีหน้างงงันเพราะไม่รู้จักอีกฝุาย
ในสนามประลองเลือดแห่งนี้ก็มีผู้ฝึกลมปราณหลายคนที่มาจากสำนัก อาวุธ แต่เนื่องจากอู่หลิ่งไม่เคยลงไปยังแผ่นดินเบื้องล่างจึงไม่ได้เอา สิ่งของใดๆ กลับมา พวกเขาจึงแค่มาเข้าร่วมงาน แต่ไม่มีร้านวางขายเป็น ของตัวเอง
ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นคนที่มาเยือน บนใบหน้าก็พลันเผยความ หวาดกลัวและเคียดแค้นเข้มข้น
“จ้าวซานหลิง!” พอต่งเถิงเฟยเห็นผู้ที่มาอย่างชัดเจนก็ตะคอกเสียง หนัก ในดวงตามีแววตะลึงและหวาดกลัววาบผ่าน
“จ้าว จ้าวซานหลิง!”
หลังจากที่ผู้ฝึกลมปราณทุกคนในสนามประลองเลือดรู้ตัวตนของผู้มา เยือนแล้ว แทบทุกคนต่างก็หน้าเผือดสี
หลายคนที่อยู่ใกล้กับจ้าวซานหลิงต่างก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี ต่างคน ต่างเบียดดันกันจนเปิดทางกว้างขวางให้เขาเดินทะลุผ่านไปอย่างไร้ อุปสรรค จนกระทั่งมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเนี่ยเทียน
คนบ้างส่วนต่างก็ถูกเบียดจนเจ็บไปทั้งเนื้อทั้งตัว ทว่ากลับกัดฟัน เอาไว้ ไม่กล้าส่งเสียงร้อง
“อู้!”
จ้าวซานหลิงโบกมือหนึ่งครั้ง วัตถุดิบหายากเศษหนึ่งส่วนสี่ที่วางไว้ ด้านหน้าเนี่ยเทียนล้วนบินเข้าไปในแหวนเก็บของอีกวงของเขาจนหมด
เขาหัวเราะเบาๆ แล้วมองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ “พวกเราเคย เจอกันมาก่อน”
เนี่ยเทียนเองก็หน้าเปลี่ยนสีเป็นครั้งแรก ก่อนจะพูดอย่างกระอัก กระอ่วน“เคยเจอผู้อาวุโสมาก่อนหนึ่งครั้งจริง”
ไม่ว่าเขาจะเสแสร้งหรือแปลงโฉมอย่างไร ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลที่ เป็นดั่งสุดยอดเจดีย์ทองของดินแดนดาวตกเช่นจ้าวซานหลิงก็ยังไม่มีที่ใด ให้หลบเลี่ยง
ด้วยความสามารถของจ้าวซานหลิง ขอแค่เป็นคนที่เขาเคยเจอมา ก่อน นอกเสียจากว่าขอบเขตจะเหนือกว่าเขา หาไม่แล้วก็ไม่มีใคร สามารถปิดบังเขาได้
“ตอนนั้นก็รู้สึกแล้วว่าเจ้าไม่ธรรมดา คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเป็นถึงผู้สืบ ทอดของพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว น่าสนใจ” จ้าวซานหลิงหัวเราะ อย่างสง่างาม มองไปยังต่งเถิงเฟยและเกาฝูที่ทำท่าราวกับเจอศัตรูตัว ฉกาจ “ไม่ต้องตื่นเต้น ข้ามาครั้งนี้ตั้งใจจะทำตามกฎของการแลกเปลี่ยน หาใช่คิดจะสร้างหายนะนองเลือดไม่”
พอได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ต่งเถิงเฟยและเกาฝูสองคนถึงได้พอจะคลายใจ ลงบ้าง
“หากข้าคิดจะลงมือแย่งชิงจริงๆ เมืองโพ่เมี่ยแห่งนี้ รวมถึงตลอดทั้ง อาณาจักรเลี่ยคง จะมีใครบ้างที่ขัดขวางข้าได้?” จ้าวซานหลิงเอ่ยอย่าง โอหัง
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดนี้ไม่มีใครโต้แย้ง เพราะพวกเขารู้ดีอยู่แก่ใจว่า บุคคลเช่นจ้าวซานหลิงผู้นี้ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเขตวิญญาณเหมือนเขา เท่านั้นถึงจะข่มเขาได้
ทว่าก็ได้แต่ข่มเท่านั้น
หากจ้าวซานหลิงที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติคิดจะจากไป ดินแดนดาว ตกในเวลานี้ก็ยังไม่มีใครก็ขัดขวางเขาได้สำเร็จ
รวมถึงท่านผู้นั้นของวิมานสวรรค์ที่ไม่ปรากฏตัวนานแล้ว ว่ากันว่าคือ ผู้เฒ่าที่ฝุาทะลุสู่แดนว่างเปล่า ก่อนหน้าที่ยังไม่เลื่อนสู่แดนว่างเปล่าอย่าง แท้จริง เขาก็ยังไม่มีความสามารถเช่นนี้
นี่ก็คือความน่ากลัวของผู้ฝึกลมปราณที่เชี่ยวชาญเวทลับห้วงมิติ
“แหวนเก็บของวงนั้นคือสิ่งที่เจ้าต้องการ ตลอดทั้งดินแดนดาวตกก็มี เพียงข้าที่เคยถูกเนรเทศไปยังพื้นที่ห้วงมิติปั่นปุวนเท่านั้นถึงโชคดีเก็บเอา วัตถุดิบมาสร้างแหวนประเภทนี้ได้” จ้าวซานหลิงมองเนี่ยเทียนด้วย สายตานิ่งเฉย ยกมุมปากขึ้นน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยเบาๆ “ดูท่า ตัวการแท้จริง ที่ทำลายเรื่องดีของข้าตอนอยู่อาณาจักรต้าฮวางครั้งนั้น คงจะเป็นเจ้าเสีย มากกว่า”
“เฮอะๆ”
เขาหัวเราะเบาๆ หนึ่งที ไม่ได้พูดอะไรอีก แต่ร่างพลันพร่าเลือน
เงาแสงบิดเบือน เขาหายตัวไปดื้อๆ ไม่มีใครรับสัมผัสได้ถึงปราณใดๆ บนร่างของเขาอีก